๑. สาเลยฺยกสุตฺตวณฺณนา

๔๓๙. เอวํ เม สุตนฺติ สาเลยฺยกสุตฺตํ. ตตฺถ โกสเลสูติ โกสลา นาม ชานปทิโน ราชกุมารา. เตสํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหีสทฺเทน โกสลาติ วุจฺจติ, ตสฺมึ โกสเลสุ ชนปเท. โปราณา ปนาหุ – ยสฺมา ปุพฺเพ มหาปนาทํ ราชกุมารํ นานานาฏกานิ ทิสฺวา สิตมตฺตมฺปิ อกโรนฺตํ สุตฺวา ราชา อาห – ‘‘โย มม ปุตฺตํ หสาเปติ, สพฺพาลงฺกาเรน นํ อลงฺกโรมี’’ติ. ตโต นงฺคลานิปิ ฉฑฺเฑตฺวา มหาชนกาเย สนฺนิปติเต มนุสฺสา สาติเรกานิ สตฺตวสฺสานิ นานากีฬิกาโย ทสฺเสตฺวา นํ หสาเปตุํ นาสกฺขึสุ. ตโต สกฺโก เทวนฏํ เปเสสิ. โส ทิพฺพนาฏกํ ทสฺเสตฺวา หสาเปสิ. อถ เต มนุสฺสา อตฺตโน อตฺตโน วสโนกาสาภิมุขา ปกฺกมึสุ. เต ปฏิปเถ มิตฺตสุหชฺชาทโย ทิสฺวา ปฏิสนฺถารํ กโรนฺตา, ‘‘กจฺจิ, โภ, กุสลํ, กจฺจิ, โภ, กุสล’’นฺติ อาหํสุ. ตสฺมา ตํ ‘‘กุสลํ กุสล’’นฺติ วจนํ อุปาทาย โส ปเทโส โกสลาติ วุจฺจตีติ.

จาริกํ จรมาโนติ อตุริตจาริกํ จรมาโน. มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธินฺติ สตํ วา สหสฺสํ วา สตสหสฺสํ วาติ เอวํ อปริจฺฉินฺเนน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ. พฺราหฺมณคาโมติ พฺราหฺมณานํ สโมสรณคาโมปิ พฺราหฺมณคาโมติ วุจฺจติ พฺราหฺมณานํ โภคคาโมปิ. อิธ สโมสรณคาโม อธิปฺเปโต. ตทวสรีติ ตํ อวสริ, สมฺปตฺโตติ อตฺโถ. วิหาโร ปเนตฺถ อนิยามิโต; ตสฺมา ตสฺส อวิทูเร พุทฺธานํ อนุจฺฉวิโก เอโก วนสณฺโฑ ภวิสฺสติ, สตฺถา ตํ วนสณฺฑํ คโตติ เวทิตพฺโพ. อสฺโสสุนฺติ สุณึสุ อุปลภึสุ. โสตทฺวารสมฺปตฺตวจนนิคฺโฆสานุสาเรน ชานึสุ. โขติ อวธารณตฺเถ ปทปูรณมตฺเต วา นิปาโต. ตตฺถ อวธารณตฺเถน อสฺโสสุํเยว, น เนสํ โกจิ สวนนฺตราโย อโหสีติ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปทปูรเณน พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตามตฺตเมว.

อิทานิ ยมตฺถํ อสฺโสสุํ, ตํ ปกาเสตุํ สมโณ ขลุ, โภ, โคตโมติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สมิตปาปตฺตา สมโณติ เวทิตพฺโพ. ขลูติ อนุสฺสวนตฺเถ นิปาโต. โภติ เตสํ อญฺญมญฺญํ อาลปนมตฺตํ. โคตโมติ ภควโต โคตฺตวเสน ปริทีปนํ. ตสฺมา สมโณ ขลุ, โภ, โคตโมติ เอตฺถ สมโณ กิร, โภ, โคตมโคตฺโตติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. สกฺยปุตฺโตติ อิทํ ปน ภควโต อุจฺจากุลปริทีปนํ. สกฺยกุลา ปพฺพชิโตติ สทฺธาปพฺพชิตภาวทีปนํ. เกนจิ ปาริชุญฺเญน อนภิภูโต อปริกฺขีณํเยว ตํ กุลํ ปหาย สทฺธาปพฺพชิโตติ วุตฺตํ โหติ. ตโต ปรํ วุตฺตตฺถเมว. ตํ โข ปนาติ อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺเถ อุปโยควจนํ, ตสฺส โข ปน โภโต โคตมสฺสาติ อตฺโถ. กลฺยาโณติ กลฺยาณคุณสมนฺนาคโต, เสฏฺโฐติ วุตฺตํ โหติ. กิตฺติสทฺโทติ กิตฺติเยว, ถุติโฆโส วา. อพฺภุคฺคโตติ สเทวกํ โลกํ อชฺโฌตฺถริตฺวา อุคฺคโต. กินฺติ? ‘‘อิติปิ โส ภควา…เป… พุทฺโธ ภควา’’ติ.

ตตฺรายํ ปทสมฺพนฺโธ – โส ภควา อิติปิ อรหํ, อิติปิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ…เป… อิติปิ ภควาติ. อิมินา จ อิมินา จ การเณนาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ อารกตฺตา, อรีนํ อรานญฺจ หตตฺตา, ปจฺจยาทีนํ อรหตฺตา, ปาปกรเณ รหาภาวาติ อิเมหิ ตาว การเณหิ โส ภควา อรหนฺติ เวทิตพฺโพติอาทินา นเยน มาติกํ นิกฺขิปิตฺวา สพฺพาเนว เอตานิ ปทานิ วิสุทฺธิมคฺเค พุทฺธานุสฺสตินิทฺเทเส วิตฺถาริตานีติ ตโต เตสํ วิตฺถาโร คเหตพฺโพ.

สาธุ โข ปนาติ สุนฺทรํ โข ปน; อตฺถาวหํ สุขาวหนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตถารูปานํ อรหตนฺติ ยถารูโป โส ภวํ โคตโม, เอวรูปานํ อเนเกหิปิ กปฺปโกฏิสตสหสฺเสหิ ทุลฺลภทสฺสนานํ พฺยามปฺปภาปริกฺขิตฺเตหิ อสีติอนุพฺยญฺชนรตนปฏิมณฺฑิเตหิ ทฺวตฺตึสฺมหาปุริสลกฺขณวเรหิ สมากิณฺณมโนรมสรีรานํ อตปฺปกทสฺสนานํ อติมธุรธมฺมนิคฺโฆสานํ, ยถาภูตคุณาธิคเมน โลเก อรหนฺโตติ ลทฺธสทฺทานํ อรหตํ. ทสฺสนํ โหตีติ ปสาทโสมฺมานิ อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา ทสฺสนมตฺตมฺปิ สาธุ โหติ. สเจ ปน อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเตน พฺรหฺมสฺสเรน ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส เอกํ ปทมฺปิ โสตุํ ลภิสฺสาม, สาธุตรํเยว ภวิสฺสตีติ เอวํ อชฺฌาสยํ กตฺวา.

เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ สพฺพกิจฺจานิ ปหาย ตุฏฺฐมานสา อาคมํสุ. เอตทโวจุนฺติ ทุวิธา หิ ปุจฺฉา อคาริกปุจฺฉา อนคาริกปุจฺฉา จ. ตตฺถ ‘‘กึ, ภนฺเต, กุสลํ, กึ อกุสล’’นฺติ อิมินา นเยน อคาริกปุจฺฉา อาคตา. ‘‘อิเม โข, ภนฺเต, ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา’’ติ อิมินา นเยน อนคาริกปุจฺฉา. อิเม ปน อตฺตโน อนุรูปํ อคาริกปุจฺฉํ ปุจฺฉนฺตา เอตํ, ‘‘โก นุ โข, โภ โคตม, เหตุ โก ปจฺจโย’’ติอาทิวจนํ อโวจุํ. เตสํ ภควา ยถา น สกฺโกนฺติ สลฺลกฺเขตุํ, เอวํ สํขิตฺเตเนว ตาว ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺโต, อธมฺมจริยาวิสมจริยาเหตุ โข คหปตโยติอาทิมาห. กสฺมา ปน ภควา ยถา น สลฺลกฺเขนฺติ, เอวํ วิสฺสชฺเชสีติ? ปณฺฑิตมานิกา หิ เต; อาทิโตว มาติกํ อฏฺฐเปตฺวา ยถา สลฺลกฺเขนฺติ, เอวํ อตฺเถ วิตฺถาริเต, เทสนํ อุตฺตานิกาติ มญฺญนฺตา อวชานนฺติ, มยมฺปิ กเถนฺตา เอวเมว กเถยฺยามาติ วตฺตาโร ภวนฺติ. เตน เนสํ ภควา ยถา น สกฺโกนฺติ สลฺลกฺเขตุํ, เอวํ สํขิตฺเตเนว ตาว ปญฺหํ วิสฺสชฺเชสิ. ตโต สลฺลกฺเขตุํ อสกฺโกนฺเตหิ วิตฺถารเทสนํ ยาจิโต วิตฺถาเรน เทเสตุํ, เตน หิ คหปตโยติอาทิมาห. ตตฺถ เตน หีติ การณตฺเถ นิปาโต. ยสฺมา มํ ตุเมฺห ยาจถ, ตสฺมาติ อตฺโถ.

๔๔๐. ติวิธนฺติ ตีหิ โกฏฺฐาเสหิ. กาเยนาติ กายทฺวาเรน. อธมฺมจริยาวิสมจริยาติ อธมฺมจริยสงฺขาตา วิสมจริยา. อยํ ปเนตฺถ ปทตฺโถ, อธมฺมสฺส จริยา อธมฺมจริยา, อธมฺมกรณนฺติ อตฺโถ. วิสมา จริยา, วิสมสฺส วา กมฺมสฺส จริยาติ วิสมจริยา. อธมฺมจริยา จ สา วิสมจริยา จาติ อธมฺมจริยาวิสมจริยา. เอเตนุปาเยน สพฺเพสุ กณฺหสุกฺกปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ลุทฺโทติ กกฺขโฬ. ทารุโณติ สาหสิโก. โลหิตปาณีติ ปรํ ชีวิตา โวโรเปนฺตสฺส ปาณี โลหิเตน ลิปฺปนฺติ. สเจปิ น ลิปฺปนฺติ, ตถาวิโธ โลหิตปาณีเตฺวว วุจฺจติ. หตปฺปหเต นิวิฏฺโฐติ หเต จ ปรสฺส ปหารทาเน, ปหเต จ ปรมารเณ นิวิฏฺโฐ. อทยาปนฺโนติ นิกฺกรุณตํ อาปนฺโน.

ยํ ตํ ปรสฺสาติ ยํ ตํ ปรสฺส สนฺตกํ. ปรวิตฺตูปกรณนฺติ ตสฺเสว ปรสฺส วิตฺตูปกรณํ ตุฏฺฐิชนนํ ปริกฺขารภณฺฑกํ. คามคตํ วาติ อนฺโตคาเม วา ฐปิตํ. อรญฺญคตํ วาติ อรญฺเญ รุกฺขคฺคปพฺพตมตฺถกาทีสุ วา ฐปิตํ. อทินฺนนฺติ เตหิ ปเรหิ กาเยน วา วาจาย วา อทินฺนํ. เถยฺยสงฺขาตนฺติ เอตฺถ เถโนติ โจโร. เถนสฺส ภาโว เถยฺยํ, อวหรณจิตฺตสฺเสตํ อธิวจนํ. สงฺขา สงฺขาตนฺติ อตฺถโต เอกํ, โกฏฺฐาสสฺเสตํ อธิวจนํ, ‘‘สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขา’’ติอาทีสุ วิย. เถยฺยญฺจ ตํ สงฺขาตญฺจาติ เถยฺยสงฺขาตํ, เถยฺยจิตฺตสงฺขาโต เอโก จิตฺตโกฏฺฐาโสติ อตฺโถ. กรณตฺเถ เจตํ ปจฺจตฺตวจนํ, ตสฺมา เถยฺยสงฺขาเตนาติ อตฺถโต ทฏฺฐพฺพํ.

มาตุรกฺขิตาติอาทีสุ ยํ ปิตริ นฏฺเฐ วา มเต วา ฆาสจฺฉาทนาทีหิ ปฏิชคฺคมานา, วยปตฺตํ กุลฆเร ทสฺสามีติ มาตา รกฺขติ, อยํ มาตุรกฺขิตา นาม. เอเตนุปาเยน ปิตุรกฺขิตาทโยปิ เวทิตพฺพา. สภาคกุลานิ ปน กุจฺฉิคเตสุปิ คพฺเภสุ กติกํ กโรนฺติ – ‘‘สเจ มยฺหํ ปุตฺโต โหติ, ตุยฺหํ ธีตา, อญฺญตฺถ คนฺตุํ น ลภิสฺสติ, มยฺหํ ปุตฺตสฺเสว โหตู’’ติ. เอวํ คพฺเภปิ ปริคฺคหิตา สสฺสามิกา นาม. ‘‘โย อิตฺถนฺนามํ อิตฺถึ คจฺฉติ, ตสฺส เอตฺตโก ทณฺโฑ’’ติ เอวํ คามํ วา เคหํ วา วีถึ วา อุทฺทิสฺส ฐปิตทณฺฑา, ปน สปริทณฺฑา นาม. อนฺตมโส มาลาคุณปริกฺขิตฺตาปีติ ยา สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน, ‘‘เอสา เม ภริยา ภวิสฺสตี’’ติ สญฺญาย ตสฺสา อุปริ เกนจิ มาลาคุณํ ขิปนฺเตน มาลาคุณมตฺเตนาปิ ปริกฺขิตฺตา โหติ. ตถารูปาสุ จาริตฺตํ อาปชฺชิตา โหตีติ เอวรูปาสุ อิตฺถีสุ สมฺมาทิฏฺฐิสุตฺเต วุตฺตมิจฺฉาจารลกฺขณวเสน วีติกฺกมํ กตฺตา โหติ.

สภาคโตติ สภายํ ฐิโต. ปริสาคโตติ ปริสายํ ฐิโต. ญาติมชฺฌคโตติ ทายาทานํ มชฺเฌ ฐิโต. ปูคมชฺฌคโตติ เสนีนํ มชฺเฌ ฐิโต. ราชกุลมชฺฌคโตติ ราชกุลสฺส มชฺเฌ มหาวินิจฺฉเย ฐิโต. อภินีโตติ ปุจฺฉนตฺถาย นีโต. สกฺขิปุฏฺโฐติ สกฺขึ กตฺวา ปุจฺฉิโต. เอหมฺโภ ปุริสาติ อาลปนเมตํ. อตฺตเหตุ วา ปรเหตุ วาติ อตฺตโน วา ปรสฺส วา หตฺถปาทาทิเหตุ วา ธนเหตุ วา. อามิสกิญฺจิกฺขเหตุ วาติ เอตฺถ อามิสนฺติ ลาโภ อธิปฺเปโต. กิญฺจิกฺขนฺติ ยํ วา ตํ วา อปฺปมตฺตกํ. อนฺตมโส ติตฺติรวฏฺฏกสปฺปิปิณฺฑนวนีตปิณฺฑาทิมตฺตกสฺสปิ ลญฺชสฺส เหตูติ อตฺโถ. สมฺปชานมุสา ภาสิตา โหตีติ ชานนฺโตเยว มุสาวาทํ กตฺตา โหติ.

อิเมสํ เภทายาติ เยสํ อิโตติ วุตฺตานํ สนฺติเก สุตํ โหติ, เตสํ เภทาย. อมูสํ เภทายาติ เยสํ อมุตฺราติ วุตฺตานํ สนฺติเก สุตํ โหติ, เตสํ เภทาย. อิติ สมคฺคานํ วา เภทกาติ เอวํ สมคฺคานํ วา ทฺวินฺนํ สหายกานํ เภทํ กตฺตา. ภินฺนานํ วา อนุปฺปทาตาติ สุฏฺฐุ กตํ ตยา, ตํ ปชหนฺเตน กติปาเหเนว เต มหนฺตํ อนตฺถํ กเรยฺยาติ เอวํ ภินฺนานํ ปุน อสํสนฺทนาย อนุปฺปทาตา อุปตฺถมฺเภตา การณํ ทสฺเสตาติ อตฺโถ. วคฺโค อาราโม อภิรติฏฺฐานมสฺสาติ วคฺคาราโม. วคฺครโตติ วคฺเคสุ รโต. วคฺเค ทิสฺวา วา สุตฺวา วา นนฺทตีติ วคฺคนนฺที. วคฺคกรณึ วาจนฺติ ยา วาจา สมคฺเคปิ สตฺเต วคฺเค กโรติ ภินฺทติ, ตํ กลหการณํ วาจํ ภาสิตา โหติ.

อณฺฑกาติ ยถา สโทเส รุกฺเข อณฺฑกานิ อุฏฺฐหนฺติ, เอวํ สโทสตาย ขุํสนาวมฺภนาทิวจเนหิ อณฺฑกา ชาตา. กกฺกสาติ ปูติกา. ยถา นาม ปูติกรุกฺโข กกฺกโส โหติ ปคฺฆริตจุณฺโณ, เอวํ กกฺกสา โหติ, โสตํ ฆํสมานา วิย ปวิสติ. เตน วุตฺตํ ‘‘กกฺกสา’’ติ. ปรกฏุกาติ ปเรสํ กฏุกา อมนาปา โทสชนนี. ปราภิสชฺชนีติ กุฏิลกณฺฏกสาขา วิย มมฺเมสุ วิชฺฌิตฺวา ปเรสํ อภิสชฺชนี คนฺตุกามานมฺปิ คนฺตุํ อทตฺวา ลคฺคนการี. โกธสามนฺตาติ โกธสฺส อาสนฺนา. อสมาธิสํวตฺตนิกาติ อปฺปนาสมาธิสฺส วา อุปจารสมาธิสฺส วา อสํวตฺตนิกา. อิติ สพฺพาเนว ตานิ สโทสวาจาย เววจนานิ.

อกาลวาทีติ อกาเลน วตฺตา. อภูตวาทีติ ยํ นตฺถิ, ตสฺส วตฺตา. อนตฺถวาทีติ อการณนิสฺสิตํ วตฺตา. อธมฺมวาทีติ อสภาวํ วตฺตา. อวินยวาทีติ อสํวรวินยปฏิสํยุตฺตสฺส วตฺตา. อนิธานวติ วาจนฺติ หทยมญฺชูสายํ นิเธตุํ อยุตฺตํ วาจํ ภาสิตา โหติ. อกาเลนาติ วตฺตพฺพกาลสฺส ปุพฺเพ วา ปจฺฉา วา อยุตฺตกาเล วตฺตา โหติ. อนปเทสนฺติ สุตฺตาปเทสวิรหิตํ. อปริยนฺตวตินฺติ อปริจฺเฉทํ, สุตฺตํ วา ชาตกํ วา นิกฺขิปิตฺวา ตสฺส อุปลพฺภํ วา อุปมํ วา วตฺถุํ วา อาหริตฺวา พาหิรกถํเยว กเถติ. นิกฺขิตฺตํ นิกฺขิตฺตเมว โหติ. ‘‘สุตฺตํ นุ โข กเถติ ชาตกํ นุ โข, นสฺส อนฺตํ วา โกฏึ วา ปสฺสามา’’ติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ. ยถา วฏรุกฺขสาขานํ คตคตฏฺฐาเน ปาโรหา โอตรนฺติ, โอติณฺโณติณฺณฏฺฐาเน สมฺปชฺชิตฺวา ปุน วฑฺฒนฺติเยว. เอวํ อฑฺฒโยชนมฺปิ โยชนมฺปิ คจฺฉนฺติเยว, คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต ปน มูลรุกฺโข วินสฺสติ, ปเวณิชาตกาว ติฏฺฐนฺติ. เอวมยมฺปิ นิโคฺรธธมฺมกถิโก นาม โหติ; นิกฺขิตฺตํ นิกฺขิตฺตมตฺตเมว กตฺวา ปสฺเสเนว ปริหรนฺโต คจฺฉติ. โย ปน พหุมฺปิ ภณนฺโต เอตทตฺถมิทํ วุตฺตนฺติ อาหริตฺวา ชานาเปตุํ สกฺโกติ, ตสฺส กเถตุํ วฏฺฏติ. อนตฺถสํหิตนฺติ น อตฺถนิสฺสิตํ.

อภิชฺฌาตา โหตีติ อภิชฺฌาย โอโลเกตา โหติ. อโห วตาติ ปตฺถนตฺเถ นิปาโต. อภิชฺฌาย โอโลกิตมตฺตเกน เจตฺถ กมฺมปถเภโท น โหติ. ยทา ปน, ‘‘อโห วติทํ มม สนฺตกํ อสฺส, อหเมตฺถ วสํ วตฺเตยฺย’’นฺติ อตฺตโน ปริณาเมติ, ตทา กมฺมปถเภโท โหติ, อยมิธ อธิปฺเปโต.

พฺยาปนฺนจิตฺโตติ วิปนฺนจิตฺโต ปูติภูตจิตฺโต. ปทุฏฺฐมนสงฺกปฺโปติ โทเสน ทุฏฺฐจิตฺตสงฺกปฺโป. หญฺญนฺตูติ ฆาติยนฺตู. วชฺฌนฺตูติ วธํ ปาปุณนฺตุ. มา วา อเหสุนฺติ กิญฺจิปิ มา อเหสุํ. อิธาปิ โกปมตฺตเกน กมฺมปถเภโท น โหติ. หญฺญนฺตูติอาทิจินฺตเนเนว โหติ, ตสฺมา เอวํ วุตฺตํ.

มิจฺฉาทิฏฺฐิโกติ อกุสลทสฺสโน. วิปรีตทสฺสโนติ วิปลฺลตฺถทสฺสโน. นตฺถิ ทินฺนนฺติ ทินฺนสฺส ผลาภาวํ สนฺธาย วทติ. ยิฏฺฐํ วุจฺจติ มหายาโค. หุตนฺติ ปเหณกสกฺกาโร อธิปฺเปโต, ตมฺปิ อุภยํ ผลาภาวเมว สนฺธาย ปฏิกฺขิปติ. สุกตทุกฺกฏานนฺติ สุกตทุกฺกฏานํ, กุสลากุสลานนฺติ อตฺโถ. ผลํ วิปาโกติ ยํ ผลนฺติ วา วิปาโกติ วา วุจฺจติ, ตํ นตฺถีติ วทติ. นตฺถิ อยํ โลโกติ ปรโลเก ฐิตสฺส อยํ โลโก นตฺถิ. นตฺถิ ปโร โลโกติ อิธ โลเก ฐิตสฺสปิ ปรโลโก นตฺถิ, สพฺเพ ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนฺตีติ ทสฺเสติ. นตฺถิ มาตา นตฺถิ ปิตาติ เตสุ สมฺมาปฏิปตฺติมิจฺฉาปฏิปตฺตีนํ ผลาภาววเสน วทติ. นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกาติ จวิตฺวา อุปปชฺชนกสตฺตา นาม นตฺถีติ วทติ. สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตีติ เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ อภิวิสิฏฺฐาย ปญฺญาย สยํ ปจฺจกฺขํ กตฺวา ปเวเทนฺติ, เต นตฺถีติ สพฺพญฺญุพุทฺธานํ อภาวํ ทีเปติ, เอตฺตาวตา ทสวตฺถุกา มิจฺฉาทิฏฺฐิ กถิตา โหติ.

๔๔๑. ปาณาติปาตํ ปหายาติอาทโย สตฺต กมฺมปถา จูฬหตฺถิปเท วิตฺถาริตา. อนภิชฺฌาทโย อุตฺตานตฺถาเยว.

๔๔๒. สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ สหภาวํ อุปคจฺเฉยฺยํ. พฺรหฺมกายิกานํ เทวานนฺติ ปฐมชฺฌานภูมิเทวานํ. อาภานํ เทวานนฺติ อาภา นาม วิสุํ นตฺถิ, ปริตฺตาภอปฺปมาณาภอาภสฺสรานเมตํ อธิวจนํ. ปริตฺตาภานนฺติอาทิ ปน เอกโต อคฺคเหตฺวา เตสํเยว เภทโต คหณํ. ปริตฺตสุภานนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อิติ ภควา อาสวกฺขยํ ทสฺเสตฺวา อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐเปสิ.

อิธ ฐตฺวา ปน เทวโลกา สมาเนตพฺพา. ติสฺสนฺนํ ตาว ฌานภูมีนํ วเสน นว พฺรหฺมโลกา, ปญฺจ สุทฺธาวาสา จตูหิ อารูเปหิ สทฺธึ นวาติ อฏฺฐารส, เวหปฺผเลหิ สทฺธึ เอกูนวีสติ, เต อสญฺญํ ปกฺขิปิตฺวา วีสติ พฺรหฺมโลกา โหนฺติ, เอวํ ฉหิ กามาวจเรหิ สทฺธึ ฉพฺพีสติ เทวโลกา นาม. เตสํ สพฺเพสมฺปิ ภควตา ทสกุสลกมฺมปเถหิ นิพฺพตฺติ ทสฺสิตา.

ตตฺถ ฉสุ ตาว กามาวจเรสุ ติณฺณํ สุจริตานํ วิปาเกเนว นิพฺพตฺติ โหติ. อุปริเทวโลกานํ ปน อิเม กมฺมปถา อุปนิสฺสยวเสน กถิตา. ทส กุสลกมฺมปถา หิ สีลํ, สีลวโต จ กสิณปริกมฺมํ อิชฺฌตีติ. สีเล ปติฏฺฐาย กสิณปริกมฺมํ กตฺวา ปฐมชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ปฐมชฺฌานภูมิยํ นิพฺพตฺตติ; ทุติยาทีนิ ภาเวตฺวา ทุติยชฺฌานภูมิอาทีสุ นิพฺพตฺตติ; รูปาวจรชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อนาคามิผเล ปติฏฺฐิโต ปญฺจสุ สุทฺธาวาเสสุ นิพฺพตฺตติ; รูปาวจรชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา อรูปาวจรสมาปตฺตึ นิพฺพตฺเตตฺวา จตูสุ อรูเปสุ นิพฺพตฺตติ; รูปารูปชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ. อสญฺญภโว ปน พาหิรกานํ ตาปสปริพฺพาชกานํ อาจิณฺโณติ อิธ น นิทฺทิฏฺโฐ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

สาเลยฺยกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.