๙. มหาอสฺสปุรสุตฺตวณฺณนา

๔๑๕. เอวํ เม สุตนฺติ มหาอสฺสปุรสุตฺตํ. ตตฺถ องฺเคสูติ องฺคา นาม ชานปทิโน ราชกุมารา, เตสํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหีสทฺเทน ‘‘องฺคา’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมึ องฺเคสุ ชนปเท. อสฺสปุรํ นาม องฺคานํ นิคโมติ อสฺสปุรนฺติ นครนาเมน ลทฺธโวหาโร องฺคานํ ชนปทสฺส เอโก นิคโม, ตํ โคจรคามํ กตฺวา วิหรตีติ อตฺโถ. ภควา เอตทโวจาติ เอตํ ‘‘สมณา สมณาติ โว, ภิกฺขเว, ชโน สญฺชานาตี’’ติอาทิวจนมโวจ.

กสฺมา ปน เอวํ อโวจาติ. ตสฺมึ กิร นิคเม มนุสฺสา สทฺธา ปสนฺนา พุทฺธมามกา ธมฺมมามกา สงฺฆมามกา, ตทหุปพฺพชิตสามเณรมฺปิ วสฺสสติกตฺเถรสทิสํ กตฺวา ปสํสนฺติ; ปุพฺพณฺหสมยํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปิณฺฑาย ปวิสนฺตํ ทิสฺวา พีชนงฺคลาทีนิ คเหตฺวา เขตฺตํ คจฺฉนฺตาปิ, ผรสุอาทีนิ คเหตฺวา อรญฺญํ ปวิสนฺตาปิ ตานิ อุปกรณานิ นิกฺขิปิตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส นิสีทนฏฺฐานํ อาสนสาลํ วา มณฺฑปํ วา รุกฺขมูลํ วา สมฺมชฺชิตฺวา อาสนานิ ปญฺญเปตฺวา อรชปานียํ ปจฺจุปฏฺฐาเปตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ นิสีทาเปตฺวา ยาคุขชฺชกาทีนิ ทตฺวา กตภตฺตกิจฺจํ ภิกฺขุสงฺฆํ อุยฺโยเชตฺวา ตโต ตานิ อุปกรณานิ อาทาย เขตฺตํ วา อรญฺญํ วา คนฺตฺวา อตฺตโน กมฺมานิ กโรนฺติ, กมฺมนฺตฏฺฐาเนปิ เนสํ อญฺญา กถา นาม นตฺถิ. จตฺตาโร มคฺคฏฺฐา จตฺตาโร ผลฏฺฐาติ อฏฺฐ ปุคฺคลา อริยสงฺโฆ นาม; เต ‘‘เอวรูเปน สีเลน, เอวรูเปน อาจาเรน, เอวรูปาย ปฏิปตฺติยา สมนฺนาคตา ลชฺชิโน เปสลา อุฬารคุณา’’ติ ภิกฺขุสงฺฆสฺเสว วณฺณํ กเถนฺติ. กมฺมนฺตฏฺฐานโต อาคนฺตฺวา ภุตฺตสายมาสา ฆรทฺวาเร นิสินฺนาปิ, สยนิฆรํ ปวิสิตฺวา นิสินฺนาปิ ภิกฺขุสงฺฆสฺเสว วณฺณํ กเถนฺติ. ภควา เตสํ มนุสฺสานํ นิปจฺจการํ ทิสฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ ปิณฺฑปาตาปจายเน นิโยเชตฺวา เอตทโวจ.

เย ธมฺมา สมณกรณา จ พฺราหฺมณกรณา จาติ เย ธมฺมา สมาทาย ปริปูริตา สมิตปาปสมณญฺจ พาหิตปาปพฺราหฺมณญฺจ กโรนฺตีติ อตฺโถ. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, สมณสฺส สมณิยานิ สมณกรณียานิ. กตมานิ ตีณิ? อธิสีลสิกฺขาสมาทานํ, อธิจิตฺตสิกฺขาสมาทานํ, อธิปญฺญาสิกฺขาสมาทาน’’นฺติ (อ. นิ. ๓.๘๒) เอตฺถ ปน สมเณน กตฺตพฺพธมฺมา วุตฺตา. เตปิ จ สมณกรณา โหนฺติเยว. อิธ ปน หิโรตฺตปฺปาทิวเสน เทสนา วิตฺถาริตา. เอวํ โน อยํ อมฺหากนฺติ เอตฺถ โนติ นิปาตมตฺตํ. เอวํ อยํ อมฺหากนฺติ อตฺโถ. มหปฺผลา มหานิสํสาติ อุภยมฺปิ อตฺถโต เอกเมว. อวญฺฌาติ อโมฆา. สผลาติ อยํ ตสฺเสว อตฺโถ. ยสฺสา หิ ผลํ นตฺถิ, สา วญฺฌา นาม โหติ. สอุทฺรยาติ สวฑฺฒิ, อิทํ สผลตาย เววจนํ. เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพนฺติ, ภิกฺขเว, เอวํ ตุเมฺหหิ สิกฺขิตพฺพํ. อิติ ภควา อิมินา เอตฺตเกน ฐาเนน หิโรตฺตปฺปาทีนํ ธมฺมานํ วณฺณํ กเถสิ. กสฺมา? วจนปถปจฺฉินฺทนตฺถํ. สเจ หิ โกจิ อจิรปพฺพชิโต พาลภิกฺขุ เอวํ วเทยฺย – ‘‘ภควา หิโรตฺตปฺปาทิธมฺเม สมาทาย วตฺตถาติ วทติ, โก นุ โข เตสํ สมาทาย วตฺตเน อานิสํโส’’ติ? ตสฺส วจนปถปจฺฉินฺทนตฺถํ. อยญฺจ อานิสํโส, อิเม หิ ธมฺมา สมาทาย ปริปูริตา สมิตปาปสมณํ นาม พาหิตปาปพฺราหฺมณํ นาม กโรนฺติ, จตุปจฺจยลาภํ อุปฺปาเทนฺติ, ปจฺจยทายกานํ มหปฺผลตํ สมฺปาเทนฺติ, ปพฺพชฺชํ อวญฺฌํ สผลํ สอุทฺรยํ กโรนฺตีติ วณฺณํ อภาสิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถารโต ปน วณฺณกถา สติปฏฺฐาเน (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๓; ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๓) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา.

๔๑๖. หิโรตฺตปฺเปนาติ ‘‘ยํ หิรียติ หิรียิตพฺเพน, โอตฺตปฺปติ โอตฺตปฺปิตพฺเพนา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๓๑) เอวํ วิตฺถาริตาย หิริยา เจว โอตฺตปฺเปน จ. อปิเจตฺถ อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานา หิรี, พหิทฺธาสมุฏฺฐานํ โอตฺตปฺปํ. อตฺตาธิปเตยฺยา หิรี, โลกาธิปเตยฺยํ โอตฺตปฺปํ. ลชฺชาสภาวสณฺฐิตา หิรี, ภยสภาวสณฺฐิตํ โอตฺตปฺปํ, วิตฺถารกถา ปเนตฺถ สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตา. อปิจ อิเม เทฺว ธมฺมา โลกํ ปาลนโต โลกปาลธมฺมา นามาติ กถิตา. ยถาห – ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, สุกฺกา ธมฺมา โลกํ ปาเลนฺติ. กตเม เทฺว? หิรี จ โอตฺตปฺปญฺจ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว สุกฺกา ธมฺมา โลกํ ปาเลนฺติ. อิเม จ โข, ภิกฺขเว, เทฺว สุกฺกา ธมฺมา โลกํ น ปาเลยฺยุํ, นยิธ ปญฺญาเยถ, ‘มาตา’ติ วา, ‘มาตุจฺฉา’ติ วา, ‘มาตุลานี’ติ วา, ‘อาจริยภริยา’ติ วา, ‘ครูนํ ทารา’ติ วา, สมฺเภทํ โลโก อคมิสฺส, ยถา อเชฬกา กุกฺกุฏสูกรา โสณสิงฺคาลา’’ติ (อ. นิ. ๒.๙). อิเมเยว ชาตเก ‘‘เทวธมฺมา’’ติ กถิตา. ยถาห –

‘‘หิริโอตฺตปฺปสมฺปนฺนา, สุกฺกธมฺมสมาหิตา;

สนฺโต สปฺปุริสา โลเก, เทวธมฺมาติ วุจฺจเร’’ติ. (ชา. ๑.๑.๖);

มหาจุนฺทตฺเถรสฺส ปน กิเลสสลฺเลขนปฏิปทาติ กตฺวา ทสฺสิตา. ยถาห – ‘‘ปเร อหิริกา ภวิสฺสนฺติ, มยเมตฺถ หิริมนา ภวิสฺสามาติ สลฺเลโข กรณีโย. ปเร อโนตฺตาปี ภวิสฺสนฺติ, มยเมตฺถ โอตฺตาปี ภวิสฺสามาติ สลฺเลโข กรณีโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๘๓). อิเมว มหากสฺสปตฺเถรสฺส โอวาทูปสมฺปทาติ กตฺวา ทสฺสิตา. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ตสฺมา ติห เต, กสฺสป, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ, ติพฺพํ เม หิโรตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ ภวิสฺสติ เถเรสุ นเวสุ มชฺฌิเมสูติ. เอวญฺหิ เต, กสฺสป, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔). อิธ ปเนเต สมณธมฺมา นามาติ ทสฺสิตา.

ยสฺมา ปน เอตฺตาวตา สามญฺญตฺโถ มตฺถกํ ปตฺโต นาม โหติ, ตสฺมา อปเรปิ สมณกรณธมฺเม ทสฺเสตุํ สิยา โข ปน, ภิกฺขเว, ตุมฺหากนฺติอาทิมาห. ตตฺถ สามญฺญตฺโถติ สํยุตฺตเก ตาว, ‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, สามญฺญํ? อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค. เสยฺยถิทํ, สมฺมาทิฏฺฐิ…เป… สมฺมาสมาธิ, อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สามญฺญํ. กตโม จ, ภิกฺขเว, สามญฺญตฺโถ? โย, ภิกฺขเว, ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโย, อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สามญฺญตฺโถ’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๖) มคฺโค ‘‘สามญฺญ’’นฺติ, ผลนิพฺพานานิ ‘‘สามญฺญตฺโถ’’ติ วุตฺตานิ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน มคฺคมฺปิ ผลมฺปิ เอกโต กตฺวา สามญฺญตฺโถ กถิโตติ เวทิตพฺโพ. อาโรจยามีติ กเถมิ. ปฏิเวทยามีติ ชานาเปมิ.

๔๑๗. ปริสุทฺโธ โน กายสมาจาโรติ เอตฺถ กายสมาจาโร ปริสุทฺโธ อปริสุทฺโธติ ทุวิโธ. โย หิ ภิกฺขุ ปาณํ หนติ อทินฺนํ อาทิยติ, กาเมสุ มิจฺฉา จรติ, ตสฺส กายสมาจาโร อปริสุทฺโธ นาม, อยํ ปน กมฺมปถวเสเนว วาริโต. โย ปน ปาณินา วา เลฑฺฑุนา วา ทณฺเฑน วา สตฺเถน วา ปรํ โปเถติ วิเหเฐติ, ตสฺส กายสมาจาโร อปริสุทฺโธ นาม, อยมฺปิ สิกฺขาปทพทฺเธเนว ปฏิกฺขิตฺโต. อิมสฺมึ สุตฺเต อุภยมฺเปตํ อกเถตฺวา ปรมสลฺเลโข นาม กถิโต. โย หิ ภิกฺขุ ปานียฆเฏ วา ปานียํ ปิวนฺตานํ, ปตฺเต วา ภตฺตํ ภุญฺชนฺตานํ กากานํ นิวารณวเสน หตฺถํ วา ทณฺฑํ วา เลฑฺฑุํ วา อุคฺคิรติ, ตสฺส กายสมาจาโร อปริสุทฺโธ. วิปรีโต ปริสุทฺโธ นาม. อุตฺตาโนติ อุคฺคโต ปากโฏ. วิวโฏติ อนาวโฏ อสญฺฉนฺโน. อุภเยนาปิ ปริสุทฺธตํเยว ทีเปติ. น จ ฉิทฺทวาติ สทา เอกสทิโส อนฺตรนฺตเร ฉิทฺทรหิโต. สํวุโตติ กิเลสานํ ทฺวาร ปิทหเนน ปิทหิโต, น วชฺชปฏิจฺฉาทนตฺถาย.

๔๑๘. วจีสมาจาเรปิ โย ภิกฺขุ มุสา วทติ, ปิสุณํ กเถติ, ผรุสํ ภาสติ, สมฺผํ ปลปติ, ตสฺส วจีสมาจาโร อปริสุทฺโธ นาม. อยํ ปน กมฺมปถวเสน วาริโต. โย ปน คหปติกาติ วา ทาสาติ วา เปสฺสาติ วา อาทีหิ ขุํเสนฺโต วทติ, ตสฺส วจีสมาจาโร อปริสุทฺโธ นาม. อยํ ปน สิกฺขาปทพทฺเธเนว ปฏิกฺขิตฺโต. อิมสฺมึ สุตฺเต อุภยมฺเปตํ อกเถตฺวา ปรมสลฺเลโข นาม กถิโต. โย หิ ภิกฺขุ ทหเรน วา สามเณเรน วา, ‘‘กจฺจิ, ภนฺเต, อมฺหากํ อุปชฺฌายํ ปสฺสถา’’ติ วุตฺเต, สมฺพหุลา, อาวุโส, ภิกฺขุภิกฺขุนิโย เอกสฺมึ ปเทเส วิจทึสุ, อุปชฺฌาโย เต วิกฺกายิกสากภณฺฑิกํ อุกฺขิปิตฺวา คโต ภวิสฺสตี’’ติอาทินา นเยน หสาธิปฺปาโยปิ เอวรูปํ กถํ กเถติ, ตสฺส วจีสมาจาโร อปริสุทฺโธ. วิปรีโต ปริสุทฺโธ นาม.

๔๑๙. มโนสมาจาเร โย ภิกฺขุ อภิชฺฌาลุ พฺยาปนฺนจิตฺโต มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ, ตสฺส มโนสมาจาโร อปริสุทฺโธ นาม. อยํ ปน กมฺมปถวเสเนว วาริโต. โย ปน อุปนิกฺขิตฺตํ ชาตรูปรชตํ สาทิยติ, ตสฺส มโนสมาจาโร อปริสุทฺโธ นาม. อยมฺปิ สิกฺขาปทพทฺเธเนว ปฏิกฺขิตฺโต. อิมสฺมึ สุตฺเต อุภยมฺเปตํ อกเถตฺวา ปรมสลฺเลโข นาม กถิโต. โย ปน ภิกฺขุ กามวิตกฺกํ วา พฺยาปาทวิตกฺกํ วา วิหึสาวิตกฺกํ วา วิตกฺเกติ, ตสฺส มโนสมาจาโร อปริสุทฺโธ. วิปรีโต ปริสุทฺโธ นาม.

๔๒๐. อาชีวสฺมึ โย ภิกฺขุ อาชีวเหตุ เวชฺชกมฺมํ ปหิณคมนํ คณฺฑผาลนํ กโรติ, อรุมกฺขนํ เทติ, เตลํ ปจตีติ เอกวีสติอเนสนาวเสน ชีวิกํ กปฺเปติ. โย วา ปน วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ, ตสฺส อาชีโว อปริสุทฺโธ นาม. อยํ ปน สิกฺขาปทพทฺเธเนว ปฏิกฺขิตฺโต. อิมสฺมึ สุตฺเต อุภยมฺเปตํ อกเถตฺวา ปรมสลฺเลโข นาม กถิโต. โย หิ ภิกฺขุ สปฺปินวนีตเตลมธุผาณิตาทีนิ ลภิตฺวา, ‘‘เสฺว วา ปุนทิวเส วา ภวิสฺสตี’’ติ สนฺนิธิการกํ ปริภุญฺชติ, โย วา ปน นิมฺพงฺกุราทีนิ ทิสฺวา สามเณเร วทติ – ‘‘อํงฺกุเร ขาทถา’’ติ, สามเณรา เถโร ขาทิตุกาโมติ กปฺปิยํ กตฺวา เทนฺติ, ทหเร ปน สามเณเร วา ปานียํ ปิวถ, อาวุโสติ วทติ, เต เถโร ปานียํ ปิวิตุกาโมติ ปานียสงฺขํ โธวิตฺวา เทนฺติ, ตมฺปิ ปริภุญฺชนฺตสฺส อาชีโว อปริสุทฺโธ นาม โหติ. วิปรีโต ปริสุทฺโธ นาม.

๔๒๒. มตฺตญฺญูติ ปริเยสนปฏิคฺคหณปริโภเคสุ มตฺตญฺญู, ยุตฺตญฺญู, ปมาณญฺญู.

๔๒๓. ชาคริยมนุยุตฺตาติ รตฺตินฺทิวํ ฉ โกฏฺฐาเส กตฺวา เอกสฺมึ โกฏฺฐาเส นิทฺทาย โอกาสํ ทตฺวา ปญฺจ โกฏฺฐาเส ชาคริยมฺหิ ยุตฺตา ปยุตฺตา. สีหเสยฺยนฺติ เอตฺถ กามโภคิเสยฺยา, เปตเสยฺยา, สีหเสยฺยา, ตถาคตเสยฺยาติ จตสฺโส เสยฺยา. ตตฺถ ‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, กามโภคี สตฺตา วาเมน ปสฺเสน เสนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๖) อยํ กามโภคิเสยฺยา, เตสุ หิ เยภุยฺเยน ทกฺขิณปสฺเสน สยาโน นาม นตฺถิ.

‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, เปตา อุตฺตานา เสนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๖) อยํ เปตเสยฺยา, เปตา หิ อปฺปมํสโลหิตตฺตา อฏฺฐิสงฺฆาตชฏิตา เอเกน ปสฺเสน สยิตุํ น สกฺโกนฺติ, อุตฺตานาว เสนฺติ.

‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, สีโห มิคราชา นงฺคุฏฺฐํ อนฺตรสตฺถิมฺหิ อนุปกฺขิปิตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน เสตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๖) อยํ สีหเสยฺยา. เตชุสฺสทตฺตา หิ สีโห มิคราชา เทฺว ปุริมปาเท เอกสฺมึ ฐาเน ปจฺฉิมปาเท เอกสฺมึ ฐเปตฺวา นงฺคุฏฺฐํ อนฺตรสตฺถิมฺหิ ปกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทปจฺฉิมปาทนงฺคุฏฺฐานํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขตฺวา ทฺวินฺนํ ปุริมปาทานํ มตฺถเก สีสํ ฐเปตฺวา สยติ. ทิวสมฺปิ สยิตฺวา ปพุชฺฌมาโน น อุตฺราสนฺโต ปพุชฺฌติ. สีสํ ปน อุกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทานํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขติ. สเจ กิญฺจิ ฐานํ วิชหิตฺวา ฐิตํ โหติ, ‘‘นยิทํ ตุยฺหํ ชาติยา, น สูรภาวสฺส จ อนุรูป’’นฺติ อนตฺตมโน หุตฺวา ตตฺเถว สยติ, น โคจราย ปกฺกมติ. อวิชหิตฺวา ฐิเต ปน ‘‘ตุยฺหํ ชาติยา สูรภาวสฺส จ อนุรูปมิท’’นฺติ หฏฺฐตุฏฺโฐ อุฏฺฐาย สีหวิชมฺภิตํ วิชมฺภิตฺวา เกสรภารํ วิธุนิตฺวา ติกฺขตฺตุํ สีหนาทํ นทิตฺวา โคจราย ปกฺกมติ. จตุตฺถชฺฌานเสยฺยา ปน ตถาคตเสยฺยาติ วุจฺจติ. ตาสุ อิธ สีหเสยฺยา อาคตา. อยญฺหิ เตชุสฺสทอิริยาปถตฺตา อุตฺตมเสยฺยา นาม. ปาเท ปาทนฺติ ทกฺขิณปาเท วามปาทํ. อจฺจาธายาติ อติอาธาย อีสกํ อติกฺกมฺม ฐเปตฺวา, โคปฺผเกน หิ โคปฺผเก, ชาณุนา วา ชาณุมฺหิ สงฺฆฏฺฏิยมาเน อภิณฺหํ เวทนา อุปฺปชฺชติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ น โหติ, เสยฺยา อผาสุกา โหติ. ยถา ปน น สงฺฆฏฺเฏติ, เอวํ อติกฺกมฺม ฐปิเต เวทนา นุปฺปชฺชติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ, เสยฺยา ผาสุกา โหติ, ตสฺมา เอวมาห.

๔๒๕. อภิชฺฌํ โลเกติอาทิ จูฬหตฺถิปเท วิตฺถาริตํ.

๔๒๖. ยา ปนายํ เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเวติ อุปมา วุตฺตา. ตตฺถ อิณํ อาทายาติ วฑฺฒิยา ธนํ คเหตฺวา. พฺยนฺตี กเรยฺยาติ วิคตนฺตานิ กเรยฺย. ยถา เตสํ กากณิกมตฺโตปิ ปริยนฺโต นาม นาวสิสฺสติ, เอวํ กเรยฺย, สพฺพโส ปฏินิยฺยาเตยฺยาติ อตฺโถ. ตโตนิทานนฺติ อาณณฺยนิทานํ. โส หิ อณโณมฺหีติ อาวชฺชนฺโต พลวปาโมชฺชํ ลภติ, พลวโสมนสฺสมธิคจฺฉติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ลเภถ ปาโมชฺชํ, อธิคจฺเฉยฺย โสมนสฺส’’นฺติ.

วิสภาคเวทนุปฺปตฺติยา กกเจเนว จตุอิริยาปถํ ฉินฺทนฺโต อาพาธตีติ อาพาโธ, สฺวาสฺส อตฺถีติ อาพาธิโก. ตํสมุฏฺฐาเนน ทุกฺเขน ทุกฺขิโต. อธิมตฺตคิลาโนติ พาฬฺหคิลาโน. นจฺฉาเทยฺยาติ อธิมตฺตพฺยาธิปเรตตาย น รุจฺเจยฺย. พลมตฺตาติ พลเมว, พลญฺจสฺส กาเย น ภเวยฺยาติ อตฺโถ. ตโตนิทานนฺติ อาโรคฺยนิทานํ, ตสฺส หิ อโรโคมฺหีติ อาวชฺชยโต ตทุภยํ โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ลเภถ ปาโมชฺชํ, อธิคจฺเฉยฺย โสมนสฺส’’นฺติ. น จสฺส กิญฺจิ โภคานํ วโยติ กากณิกมตฺตมฺปิ โภคานํ วโย น ภเวยฺย. ตโตนิทานนฺติ พนฺธนาโมกฺขนิทานํ, เสสํ วุตฺตนเยเนว สพฺพปเทสุ โยเชตพฺพํ. อนตฺตาธีโนติ น อตฺตนิ อธีโน, อตฺตโน รุจิยา กิญฺจิ กาตุํ น ลภติ. ปราธีโนติ ปเรสุ อธีโน, ปรสฺเสว รุจิยา ปวตฺตติ. น เยน กามํ คโมติ เยน ทิสาภาเคนสฺส กาโม โหติ. อิจฺฉา อุปฺปชฺชติ คมนาย, เตน คนฺตุํ น ลภติ. ทาสพฺยาติ ทาสภาวา. ภุชิสฺโสติ อตฺตโน สนฺตโก. ตโตนิทานนฺติ ภุชิสฺสนิทานํ. กนฺตารทฺธานมคฺคนฺติ กนฺตารํ อทฺธานมคฺคํ, นิรุทกํ ทีฆมคฺคนฺติ อตฺโถ. ตโตนิทานนฺติ เขมนฺตภูมินิทานํ.

อิเม ปญฺจ นีวรเณ อปฺปหีเนติ เอตฺถ ภควา อปฺปหีนํ กามจฺฉนฺทนีวรณํ อิณสทิสํ, เสสานิ โรคาทิสทิสานิ กตฺวา ทสฺเสติ. ตตฺรายํ สทิสตา – โย หิ ปเรสํ อิณํ คเหตฺวา วินาเสติ. โส เตหิ อิณํ เทหีติ วุจฺจมาโนปิ ผรุสํ วุจฺจมาโนปิ พชฺฌมาโนปิ ปหริยมาโนปิ กิญฺจิ ปฏิพาหิตุํ น สกฺโกติ, สพฺพํ ติติกฺขติ, ติติกฺขการณญฺหิสฺส ตํ อิณํ โหติ. เอวเมวํ โย ยมฺหิ กามจฺฉนฺเทน รชฺชติ, ตณฺหาคเณน ตํ วตฺถุํ คณฺหาติ, โส เตน ผรุสํ วุจฺจมาโนปิ พชฺฌมาโนปิ ปหริยมาโนปิ สพฺพํ ติติกฺขติ. ติติกฺขการณญฺหิสฺส โส กามจฺฉนฺโท โหติ ฆรสามิเกหิ วธียมานานํ อิตฺถีนํ วิยาติ. เอวํ อิณํ วิย กามจฺฉนฺโท ทฏฺฐพฺโพ.

ยถา ปน ปิตฺตโรคาตุโร มธุสกฺกราทีสุปิ ทินฺเนสุ ปิตฺตโรคาตุรตาย เตสํ รสํ น วินฺทติ, ติตฺตกํ ติตฺตกนฺติ อุคฺคิรติเยว. เอวเมวํ พฺยาปนฺนจิตฺโต หิตกาเมหิ อาจริยุปชฺฌาเยหิ อปฺปมตฺตกมฺปิ โอวทียมาโน โอวาทํ น คณฺหาติ, ‘‘อติ วิย เม ตุเมฺห อุปทฺทเวถา’’ติอาทีนิ วตฺวา วิพฺภมติ. ปิตฺตโรคาตุรตาย โส ปุริโส มธุสกฺกราทิรสํ วิย, โกธาตุรตาย ฌานสุขาทิเภทํ สาสนรสํ น วินฺทตีติ. เอวํ โรโค วิย พฺยาปาโท ทฏฺฐพฺโพ.

ยถา ปน นกฺขตฺตทิวเส พนฺธนาคาเร พทฺโธ ปุริโส นกฺขตฺตสฺส เนว อาทึ, น มชฺฌํ, น ปริโยสานํ ปสฺสติ. โส ทุติยทิวเส มุตฺโต, ‘‘อโห หิยฺโย นกฺขตฺตํ มนาปํ, อโห นจฺจํ, อโห คีต’’นฺติอาทีนิ สุตฺวาปิ ปฏิวจนํ น เทติ. กึ การณา? นกฺขตฺตสฺส อนนุภูตตฺตา. เอวเมวํ ถินมิทฺธาภิภูโต ภิกฺขุ วิจิตฺตนเยปิ ธมฺมสฺสวเน ปวตฺตมาเน เนว ตสฺส อาทึ, น มชฺฌํ, น ปริโยสานํ ชานาติ. โส อุฏฺฐิเต ธมฺมสฺสวเน, ‘‘อโห ธมฺมสฺสวนํ, อโห การณํ, อโห อุปมา’’ติ ธมฺมสฺสวนสฺส วณฺณํ ภณมานานํ สุตฺวาปิ ปฏิวจนํ น เทติ. กึ การณา? ถินมิทฺธวเสน ธมฺมกถาย อนนุภูตตฺตาติ. เอวํ พนฺธนาคารํ วิย ถินมิทฺธํ ทฏฺฐพฺพํ.

ยถา ปน นกฺขตฺตํ กีฬนฺโตปิ ทาโส, ‘‘อิทํ นาม อจฺจายิกํ กรณียํ อตฺถิ, สีฆํ, ตตฺถ คจฺฉ, โน เจ คจฺฉสิ, หตฺถปาทํ วา เต ฉินฺทามิ กณฺณนาสํ วา’’ติ วุตฺโต สีฆํ คจฺฉติเยว, นกฺขตฺตสฺส อาทิมชฺฌปริโยสานํ อนุภวิตุํ น ลภติ. กสฺมา? ปราธีนตาย. เอวเมวํ วินเย อปฺปกตญฺญุนา วิเวกตฺถาย อรญฺญํ ปวิฏฺเฐนาปิ กิสฺมิญฺจิเทว อนฺตมโส กปฺปิยมํเสปิ อกปฺปิยมํสสญฺญาย อุปฺปนฺนาย วิเวกํ ปหาย สีลวิโสธนตฺถํ วินยธรสฺส สนฺติเก คนฺตพฺพํ โหติ. วิเวกสุขํ อนุภวิตุํ น ลภติ. กสฺมา? อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจาภิภูตตายาติ, เอวํ ทาสพฺยํ วิย อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ทฏฺฏพฺพํ.

ยถา ปน กนฺตารทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน ปุริโส โจเรหิ มนุสฺสานํ วิลุตฺโตกาสํ ปหโตกาสญฺจ ทิสฺวา ทณฺฑกสทฺเทนปิ สกุณสทฺเทนปิ โจรา อาคตาติ อุสฺสงฺกิตปริสงฺกิโต โหติ, คจฺฉติปิ, ติฏฺฐติปิ, นิวตฺตติปิ, คตฏฺฐานโต อาคตฏฺฐานเมว พหุตรํ โหติ. โส กิจฺเฉน กสิเรน เขมนฺตภูมึ ปาปุณาติ วา, น วา ปาปุณาติ. เอวเมวํ ยสฺส อฏฺฐสุ ฐาเนสุ วิจิกิจฺฉา อุปฺปนฺนา โหติ. โส ‘‘พุทฺโธ นุ โข, น นุ โข พุทฺโธ’’ติอาทินา นเยน วิจิกิจฺฉนฺโต อธิมุจฺจิตฺวา สทฺธาย คณฺหิตุํ น สกฺโกติ. อสกฺโกนฺโต มคฺคํ วา ผลํ วา น ปาปุณาตีติ ยถา กนฺตารทฺธานมคฺเค ‘‘โจรา อตฺถิ นตฺถี’’ติ ปุนปฺปุนํ อาสปฺปนปริสปฺปนํ อปริโยคาหนํ ฉมฺภิตตฺต จิตฺตสฺส อุปฺปาเทนฺโต เขมนฺตปตฺติยา อนฺตรายํ กโรติ, เอวํ วิจิกิจฺฉาปิ ‘‘พุทฺโธ นุ โข น พุทฺโธ’’ติอาทินา นเยน ปุนปฺปุนํ อาสปฺปนปริสปฺปนํ อปริโยคาหนํ ฉมฺภิตตฺตํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทยมานา อริยภูมิปฺปตฺติยา อนฺตรายํ กโรตีติ กนฺตารทฺธานมคฺโค วิย ทฏฺฐพฺพา.

อิทานิ เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อาณณฺยนฺติ เอตฺถ ภควา ปหีนกามจฺฉนฺทนีวรณํ อาณณฺยสทิสํ, เสสานิ อาโรคฺยาทิสทิสานิ กตฺวา ทสฺเสติ. ตตฺรายํ สทิสตา – ยถา หิ ปุริโส อิณํ อาทาย กมฺมนฺเต ปโยเชตฺวา สมิทฺธกมฺมนฺโต, ‘‘อิทํ อิณํ นาม ปลิโพธมูล’’นฺติ จินฺเตตฺวา สวฑฺฒิกํ อิณํ นิยฺยาเตตฺวา ปณฺณํ ผาลาเปยฺย. อถสฺส ตโต ปฏฺฐาย เนว โกจิ ทูตํ เปเสติ, น ปณฺณํ, โส อิณสามิเก ทิสฺวาปิ สเจ อิจฺฉติ, อาสนา อุฏฺฐหติ, โน เจ, น อุฏฺฐหติ. กสฺมา? เตหิ สทฺธึ นิลฺเลปตาย อลคฺคตาย. เอวเมว ภิกฺขุ, ‘‘อยํ กามจฺฉนฺโท นาม ปลิโพธมูล’’นฺติ สติปฏฺฐาเน วุตฺตนเยเนว ฉ ธมฺเม ภาเวตฺวา กามจฺฉนฺทนีวรณํ ปชหติ. ตสฺเสวํ ปหีนกามจฺฉนฺทสฺส ยถา อิณมุตฺตสฺส ปุริสสฺส อิณสามิเก ทิสฺวา เนว ภยํ น ฉมฺภิตตฺตํ โหติ. เอวเมว ปรวตฺถุมฺหิ เนว สงฺโค น พนฺโธ โหติ. ทิพฺพานิปิ รูปานิ ปสฺสโต กิเลโส น สมุทาจรติ. ตสฺมา ภควา อาณณฺยมิว กามจฺฉนฺทปฺปหานมาห.

ยถา ปน โส ปิตฺตโรคาตุโร ปุริโส เภสชฺชกิริยาย ตํ โรคํ วูปสเมตฺวา ตโต ปฏฺฐาย มธุสกฺกราทีนํ รสํ วินฺทติ. เอวเมวํ ภิกฺขุ, ‘‘อยํ พฺยาปาโท นาม อนตฺถการโก’’ติ ฉ ธมฺเม ภาเวตฺวา พฺยาปาทนีวรณํ ปชหติ. โส เอวํ ปหีนพฺยาปาโท ยถา ปิตฺตโรควิมุตฺโต ปุริโส มธุสกฺกราทีนิ มธุรานิ สมฺปิยายมาโน ปฏิเสวติ. เอวเมวํ อาจารปณฺณตฺติอาทีนิ สิกฺขาปิยมาโน สิรสา สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สมฺปิยายมาโน สิกฺขติ. ตสฺมา ภควา อาโรคฺยมิว พฺยาปาทปฺปหานมาห.

ยถา โส นกฺขตฺตทิวเส พนฺธนาคารํ ปเวสิโต ปุริโส อปรสฺมึ นกฺขตฺตทิวเส, ‘‘ปุพฺเพปิ อหํ ปมาทโทเสน พทฺโธ ตํ นกฺขตฺตํ นานุภวามิ, อิทานิ อปฺปมตฺโต ภวิสฺสามี’’ติ ยถาสฺส ปจฺจตฺถิกา โอกาสํ น ลภนฺติ. เอวํ อปฺปมตฺโต หุตฺวา นกฺขตฺตํ อนุภวิตฺวา – ‘‘อโห นกฺขตฺตํ อโห นกฺขตฺต’’นฺติ อุทานํ อุทาเนสิ. เอวเมว ภิกฺขุ, ‘‘อิทํ ถินมิทฺธํ นาม มหาอนตฺถกร’’นฺติ ฉ ธมฺเม ภาเวตฺวา ถินมิทฺธนีวรณํ ปชหติ. โส เอวํ ปหีนถินมิทฺโธ ยถา พนฺธนา มุตฺโต ปุริโส สตฺตาหมฺปิ นกฺขตฺตสฺส อาทิมชฺฌปริโยสานํ อนุภวติ. เอวเมวํ ภิกฺขุ ธมฺมนกฺขตฺตสฺส อาทิมชฺฌปริโยสานํ อนุภวนฺโต สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณาติ. ตสฺมา ภควา พนฺธนา โมกฺขมิว ถินมิทฺธปฺปหานมาห.

ยถา ปน ทาโส กญฺจิเทว มิตฺตํ อุปนิสฺสาย สามิกานํ ธนํ ทตฺวา อตฺตานํ ภุชิสฺสํ กตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ยํ อิจฺฉติ, ตํ กเรยฺย. เอวเมว ภิกฺขุ, ‘‘อิทํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ นาม มหาอนตฺถกร’’นฺติ ฉ ธมฺเม ภาเวตฺวา อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ปชหติ. โส เอวํ ปหีนุทฺธจฺจกุกฺกุจฺโจ ยถา ภุชิสฺโส ปุริโส ยํ อิจฺฉติ, ตํ กโรติ. น ตํ โกจิ พลกฺกาเรน ตโต นิวตฺเตติ. เอวเมวํ ภิกฺขุ ยถาสุขํ เนกฺขมฺมปฏิปทํ ปฏิปชฺชติ, น นํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ พลกฺกาเรน ตโต นิวตฺเตติ. ตสฺมา ภควา ภุชิสฺสํ วิย อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจปฺปหานมาห.

ยถา พลวา ปุริโส หตฺถสารํ คเหตฺวา สชฺชาวุโธ สปริวาโร กนฺตารํ ปฏิปชฺเชยฺย. ตํ โจรา ทูรโตว ทิสฺวา ปลาเยยฺยุํ. โส โสตฺถินา ตํ กนฺตารํ นิตฺถริตฺวา เขมนฺตํ ปตฺโต หฏฺฐตุฏฺโฐ อสฺส. เอวเมวํ ภิกฺขุ, ‘‘อยํ วิจิกิจฺฉา นาม อนตฺถการิกา’’ติ ฉ ธมฺเม ภาเวตฺวา วิจิกิจฺฉํ ปชหติ. โส เอวํ ปหีนวิจิกิจฺโฉ ยถา พลวา สชฺชาวุโธ สปริวาโร ปุริโส นิพฺภโย โจเร ติณํ วิย อคเณตฺวา โสตฺถินา นิกฺขมิตฺวา เขมนฺตภูมึ ปาปุณาติ. เอวเมวํ ทุจฺจริตกนฺตารํ นิตฺถริตฺวา ปรมเขมนฺตภูมึ อมตํ นิพฺพานํ ปาปุณาติ. ตสฺมา ภควา เขมนฺตภูมึ วิย วิจิกิจฺฉาปหานมาห.

๔๒๗. อิมเมว กายนฺติ อิมํ กรชกายํ. อภิสนฺเทตีติ เตเมติ เสฺนเหติ, สพฺพตฺถ ปวตฺตปีติสุขํ กโรติ. ปริสนฺเทตีติ สมนฺตโต สนฺเทติ. ปริปูเรตีติ วายุนา ภสฺตํ วิย ปูเรติ. ปริปฺผรตีติ สมนฺตโต ผุสติ. สพฺพาวโต กายสฺสาติ อสฺส ภิกฺขุโน สพฺพโกฏฺฐาสวโต กายสฺส. กิญฺจิ อุปาทินฺนกสนฺตติปวตฺติฏฺฐาเน ฉวิมํสโลหิตานุคตํ อณุมตฺตมฺปิ ฐานํ ปฐมชฺฌานสุเขน อผุฏฺฐํ นาม น โหติ. ทกฺโขติ เฉโก ปฏิพโล นฺหานียจุณฺณานิ กาตุญฺเจว โยเชตุญฺจ สนฺเนตุญฺจ. กํสถาเลติ เยน เกนจิ โลเหน กตภาชเน. มตฺติกภาชนํ ปน ถิรํ น โหติ, สนฺเนนฺตสฺส ภิชฺชติ, ตสฺมา ตํ น ทสฺเสติ. ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกนฺติ สิญฺจิตฺวา สิญฺจิตฺวา. สนฺเนยฺยาติ วามหตฺเถน กํสถาลํ คเหตฺวา ทกฺขิเณน หตฺเถน ปมาณยุตฺตํ อุทกํ สิญฺจิตฺวา สิญฺจิตฺวา ปริมทฺทนฺโต ปิณฺฑํ กเรยฺย. เสฺนหานุคตาติ อุทกสิเนเหน อนุคตา. เสฺนหปเรตาติ อุทกสิเนเหน ปริคตา. สนฺตรพาหิราติ สทฺธึ อนฺโตปเทเสน เจว พหิปเทเสน จ, สพฺพตฺถกเมว อุทกสิเนเหน ผุฏาติ อตฺโถ. น จ ปคฺฆริณีติ น พินฺทุ พินฺทุ อุทกํ ปคฺฆรติ, สกฺกา โหติ หตฺเถนปิ ทฺวีหิปิ ตีหิปิ องฺคุลีหิ คเหตุํ โอวฏฺฏิกมฺปิ กาตุนฺติ อตฺโถ.

๔๒๘. ทุติยชฺฌานสุขอุปมายํ อุพฺภิโตทโกติ อุพฺภินฺนอุทโก, น เหฏฺฐา อุพฺภิชฺชิตฺวา อุคฺคจฺฉนอุทโก, อนฺโตเยว ปน อุพฺภิชฺชนอุทโกติ อตฺโถ. อายมุขนฺติ อาคมนมคฺโค. เทโวติ เมโฆ. กาเลนกาลนฺติ กาเล กาเล, อนฺวทฺธมาสํ วา อนุทสาหํ วาติ อตฺโถ. ธารนฺติ วุฏฺฐึ. นานุปฺปเวจฺเฉยฺยาติ น ปเวเสยฺย, น วสฺเสยฺยาติ อตฺโถ. สีตา วาริธารา อุพฺภิชฺชิตฺวาติ สีตํ วาริ ตํ อุทกรหทํ ปูรยมานํ อุพฺภิชฺชิตฺวา. เหฏฺฐา อุคฺคจฺฉนอุทกญฺหิ อุคฺคนฺตฺวา อุคฺคนฺตฺวา ภิชฺชนฺตํ อุทกํ โขเภติ. จตูหิ ทิสาหิ ปวิสนอุทกํ ปุราณปณฺณติณกฏฺฐทณฺฑกาทีหิ อุทกํ โขเภติ. วุฏฺฐิอุทกํ ธารานิปาตปุปฺผุฬเกหิ อุทกํ โขเภติ. สนฺนิสินฺนเมว ปน หุตฺวา อิทฺธินิมฺมิตมิว อุปฺปชฺชมานํ อุทกํ อิมํ ปเทสํ ผรติ, อิมํ ปเทสํ น ผรตีติ นตฺถิ. เตน อผุโฏกาโส นาม น โหตีติ. ตตฺถ รหโท วิย กรชกาโย, อุทกํ วิย ทุติยชฺฌานสุขํ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๔๒๙. ตติยชฺฌานสุขอุปมายํ อุปฺปลานิ เอตฺถ สนฺตีติ อุปฺปลินี. เสสปททฺวเยสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ เสตรตฺตนีเลสุ ยํกิญฺจิ อุปฺปลํ อุปฺปลเมว, อูนกสตปตฺตํ ปุณฺฑรีกํ, สตปตฺตํ ปทุมํ. ปตฺตนิยมํ วา วินาปิ เสตํ ปทุมํ, รตฺตํ ปุณฺฑรีกนฺติ อยเมตฺถ วินิจฺฉโย. อุทกานุคฺคตานีติ อุทกโต น อุคฺคตานิ. อนฺโตนิมุคฺคโปสีนีติ อุทกตลสฺส อนฺโต นิมุคฺคานิเยว หุตฺวา โปสีนิ, วฑฺฒีนีติ อตฺโถ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๔๓๐. จตุตฺถชฺฌานสุขอุปมายํ ปริสุทฺเธน เจตสา ปริโยทาเตนาติ เอตฺถ นิรุปกฺกิเลสฏฺเฐน ปริสุทฺธํ. ปภสฺสรฏฺเฐน ปริโยทาตํ เวทิตพฺพํ. โอทาเตน วตฺเถนาติ อิทํ อุตุผรณตฺถํ วุตฺตํ. กิลิฏฺฐวตฺเถน หิ อุตุผรณํ น โหติ, ตงฺขณโธตปริสุทฺเธน อุตุผรณํ พลวํ โหติ. อิมิสฺสา หิ อุปมาย วตฺถํ วิย กรชกาโย. อุตุผรณํ วิย จตุตฺถชฺฌานสุขํ. ตสฺมา ยถา สุนฺหาตสฺส ปุริสสฺส ปริสุทฺธํ วตฺถํ สสีสํ ปารุปิตฺวา นิสินฺนสฺส สรีรโต อุตุ สพฺพเมว วตฺถํ ผรติ, น โกจิ วตฺถสฺส อผุโฏกาโส โหติ. เอวํ จตุตฺถชฺฌานสุเขน ภิกฺขุโน กรชกายสฺส น โกจิ โอกาโส อผุโฏ โหตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. จตุตฺถชฺฌานจิตฺตเมว วา วตฺถํ วิย, ตํสมุฏฺฐานรูปํ อุตุผรณํ วิย. ยถา หิ กตฺถจิ โอทาตวตฺเถ กายํ อปฺผุสนฺเตปิ ตํสมุฏฺฐาเนน อุตุนา สพฺพตฺถกเมว กาโย ผุฏฺโฐ โหติ. เอวํ จตุตฺถชฺฌานสมุฏฺฐิเตน สุขุมรูเปน สพฺพตฺถกเมว ภิกฺขุโน กรชกาโย ผุโฏ โหตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

๔๓๑. ปุพฺเพนิวาสญาณอุปมายํ ตํทิวสํ กตกิริยา ปากฏา โหตีติ ตํทิวสํ คตคามตฺตยเมว คหิตํ. ตตฺถ คามตฺตยํ คตปุริโส วิย ปุพฺเพนิวาสญาณลาภี ทฏฺฐพฺโพ. ตโย คามา วิย ตโย ภวา ทฏฺฐพฺพา. ตสฺส ปุริสสฺส ตีสุ คาเมสุ ตํทิวสํ กตกิริยาย อาวิภาโว วิย ปุพฺเพนิวาสาย จิตฺตํ อภินีหริตฺวา นิสินฺนสฺส ภิกฺขุโน ตีสุ ภเวสุ กตกิริยาย อาวิภาโว ทฏฺฐพฺโพ.

๔๓๒. ทิพฺพจกฺขุอุปมายํ เทฺว อคาราติ เทฺว ฆรา. สทฺวาราติ สมฺมุขทฺวารา. อนุจงฺกมนฺเตติ อปราปรํ สญฺจรนฺเต. อนุวิจรนฺเตติ อิโต จิโต จ วิจรนฺเต, อิโต ปน เคหา นิกฺขมิตฺวา เอตํ เคหํ, เอตสฺมา วา นิกฺขมิตฺวา อิมํ เคหํ ปวิสนวเสนปิ ทฏฺฐพฺพา. ตตฺถ เทฺว อคารา สทฺวารา วิย จุติปฏิสนฺธิโย, จกฺขุมา ปุริโส วิย ทิพฺพจกฺขุญาณลาภี, จกฺขุมโต ปุริสสฺส ทฺวินฺนํ เคหานํ อนฺตเร ฐตฺวา ปสฺสโต เทฺว อคาเร ปวิสนกนิกฺขมนกปุริสานํ ปากฏกาโล วิย ทิพฺพจกฺขุลาภิโน อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา โอโลเกนฺตสฺส จวนกอุปปชฺชนกสตฺตานํ ปากฏกาโล. กึ ปน เต ญาณสฺส ปากฏา, ปุคฺคลสฺสาติ? ญาณสฺส. ตสฺส ปากฏตฺตา ปน ปุคฺคลสฺส ปากฏาเยวาติ.

๔๓๓. อาสวกฺขยญาณอุปมายํ ปพฺพตสงฺเขเปติ ปพฺพตมตฺถเก. อนาวิโลติ นิกฺกทฺทโม. สิปฺปิโย จ สมฺพุกา จ สิปฺปิสมฺพุกํ. สกฺขรา จ กถลา จ สกฺขรกถลํ. มจฺฉานํ คุมฺพา ฆฏาติ มจฺฉคุมฺพํ. ติฏฺฐนฺตมฺปิ จรนฺตมฺปีติ เอตฺถ สกฺขรกถลํ ติฏฺฐติเยว, อิตรานิ จรนฺติปิ ติฏฺฐนฺติปิ. ยถา ปน อนฺตรนฺตรา ฐิตาสุปิ นิสินฺนาสุปิ วิชฺชมานาสุปิ, ‘‘เอตา คาโว จรนฺตี’’ติ จรนฺติโย อุปาทาย อิตราปิ จรนฺตีติ วุจฺจนฺติ. เอวํ ติฏฺฐนฺตเมว สกฺขรกถลํ อุปาทาย อิตรมฺปิ ทฺวยํ ติฏฺฐนฺตนฺติ วุตฺตํ. อิตรญฺจ ทฺวยํ จรนฺตํ อุปาทาย สกฺขรกถลมฺปิ จรนฺตนฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ จกฺขุมโต ปุริสสฺส ตีเร ฐตฺวา ปสฺสโต สิปฺปิสมฺพุกาทีนํ วิภูตกาโล วิย อาสวานํ ขยาย จิตฺตํ นีหริตฺวา นิสินฺนสฺส ภิกฺขุโน จตุนฺนํ สจฺจานํ วิภูตกาโล ทฏฺฐพฺโพ.

๔๓๔. อิทานิ สตฺตหากาเรหิ สลิงฺคโต สคุณโต ขีณาสวสฺส นามํ คณฺหนฺโต, อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สมโณ อิติปีติอาทิมาห. ตตฺถ เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สมโณ โหตีติอาทีสุ, ภิกฺขเว, เอวํ ภิกฺขุ สมิตปาปตฺตา สมโณ โหติ. พาหิตปาปตฺตา พฺราหฺมโณ โหติ. นฺหาตกิเลสตฺตา นฺหาตโก โหติ, โธตกิเลสตฺตาติ อตฺโถ. จตุมคฺคญาณสงฺขาเตหิ เวเทหิ อกุสลธมฺมานํ คตตฺตา เวทคู โหติ, วิทิตตฺตาติ อตฺโถ. เตเนว วิทิตาสฺส โหนฺตีติอาทิมาห. กิเลสานํ สุตตฺตา โสตฺติโย โหติ, นิสฺสุตตฺตา อปหตตฺตาติ อตฺโถ. กิเลสานํ อารกตฺตา อริโย โหติ, หตตฺตาติ อตฺโถ. เตหิ อารกตฺตา อรหํ โหติ, ทูรีภูตตฺตาติ อตฺโถ. เสสํ สพตฺถ ปากฏเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

มหาอสฺสปุรสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.