๒. มหาโคสิงฺคสุตฺตวณฺณนา

๓๓๒. เอวํ เม สุตนฺติ มหาโคสิงฺคสุตฺตํ. ตตฺถ โคสิงฺคสาลวนทาเยติ อิทํ วสนฏฺฐานทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อญฺเญสุ หิ สุตฺเตสุ, ‘‘สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม’’ติ เอวํ ปฐมํ โคจรคามํ ทสฺเสตฺวา ปจฺฉา วสนฏฺฐานํ ทสฺเสติ. อิมสฺมึ ปน มหาโคสิงฺคสุตฺเต ภควโต โคจรคาโม อนิพนฺโธ, โกจิเทว โคจรคาโม ภวิสฺสติ. ตสฺมา วสนฏฺฐานเมว ปริทีปิตํ. อรญฺญนิทานกํ นาเมตํ สุตฺตนฺติ. สมฺพหุเลหีติ พหุเกหิ. อภิญฺญาเตหิ อภิญฺญาเตหีติ สพฺพตฺถ วิสฺสุเตหิ ปากเฏหิ. เถเรหิ สาวเกหิ สทฺธินฺติ ปาติโมกฺขสํวราทีหิ ถิรการเกเหว ธมฺเมหิ สมนฺนาคตตฺตา เถเรหิ, สวนนฺเต ชาตตฺตา สาวเกหิ สทฺธึ เอกโต. อิทานิ เต เถเร สรูปโต ทสฺเสนฺโต, อายสฺมตา จ สาริปุตฺเตนาติอาทิมาห. ตตฺถายสฺมา สาริปุตฺโต อตฺตโน สีลาทีหิ คุเณหิ พุทฺธสาสเน อภิญฺญาโต. จกฺขุมนฺตานํ คคนมชฺเฌ ฐิโต สูริโย วิย จนฺโท วิย, สมุทฺทตีเร ฐิตานํ สาคโร วิย จ ปากโฏ ปญฺญาโต. น เกวลญฺจสฺส อิมสฺมึ สุตฺเต อาคตคุณวเสเนว มหนฺตตา เวทิตพฺพา, อิโต อญฺเญสํ ธมฺมทายาทสุตฺตํ อนงฺคณสุตฺตํ สมฺมาทิฏฺฐิสุตฺตํ สีหนาทสุตฺตํ รถวินีตํ มหาหตฺถิปโทปมํ มหาเวทลฺลํ จาตุมสุตฺตํ ทีฆนขํ อนุปทสุตฺตํ เสวิตพฺพาเสวิตพฺพสุตฺตํ สจฺจวิภงฺคสุตฺตํ ปิณฺฑปาตปาริสุทฺธิ สมฺปสาทนียํ สงฺคีติสุตฺตํ ทสุตฺตรสุตฺตํ ปวารณาสุตฺตํ (สํ. นิ. ๑.๒๑๕ อาทโย) สุสิมสุตฺตํ เถรปญฺหสุตฺตํ มหานิทฺเทโส ปฏิสมฺภิทามคฺโค เถรสีหนาทสุตฺตํ อภินิกฺขมนํ เอตทคฺคนฺติ อิเมสมฺปิ สุตฺตานํ วเสน เถรสฺส มหนฺตตา เวทิตพฺพา. เอตทคฺคสฺมิญฺหิ, ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ มหาปญฺญานํ ยทิทํ สาริปุตฺโต’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๘๘-๑๘๙) วุตฺตํ.

มหาโมคฺคลฺลาโนปิ สีลาทิคุเณหิ เจว อิมสฺมึ สุตฺเต อาคตคุเณหิ จ เถโร วิย อภิญฺญาโต ปากโฏ มหา. อปิจสฺส อนุมานสุตฺตํ, จูฬตณฺหาสงฺขยสุตฺตํ มารตชฺชนิยสุตฺตํ ปาสาทกมฺปนํ สกลํ อิทฺธิปาทสํยุตฺตํ นนฺโทปนนฺททมนํ ยมกปาฏิหาริยกาเล เทวโลกคมนํ วิมานวตฺถุ เปตวตฺถุ เถรสฺส อภินิกฺขมนํ เอตทคฺคนฺติ อิเมสมฺปิ วเสน มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. เอตทคฺคสฺมิญฺหิ, ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ อิทฺธิมนฺตานํ ยทิทํ มหาโมคฺคลฺลาโน’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๙๐) วุตฺตํ.

มหากสฺสโปปิ สีลาทิคุเณหิ เจว อิมสฺมึ สุตฺเต อาคตคุเณหิ จ เถโร วิย อภิญฺญาโต ปากโฏ มหา. อปิจสฺส จีวรปริวตฺตนสุตฺตํ ชิณฺณจีวรสุตฺตํ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔ อาทโย) จนฺโทปมํ สกลํ กสฺสปสํยุตฺตํ มหาอริยวํสสุตฺตํ เถรสฺส อภินิกฺขมนํ เอตทคฺคนฺติ อิเมสมฺปิ วเสน มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. เอตทคฺคสฺมิญฺหิ, ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ธุตวาทานํ ยทิทํ มหากสฺสโป’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๙๑) วุตฺตํ.

อนุรุทฺธตฺเถโรปิ สีลาทิคุเณหิ เจว อิมสฺมึ สุตฺเต อาคตคุเณหิ จ เถโร วิย อภิญฺญาโต ปากโฏ มหา. อปิจสฺส จูฬโคสิงฺคสุตฺตํ นฬกปานสุตฺตํ อนุตฺตริยสุตฺตํ อุปกฺกิเลสสุตฺตํ อนุรุทฺธสํยุตฺตํ มหาปุริสวิตกฺกสุตฺตํ เถรสฺส อภินิกฺขมนํ เอตทคฺคนฺติ อิเมสมฺปิ วเสน มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. เอตทคฺคสฺมิญฺหิ, ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ทิพฺพจกฺขุกานํ ยทิทํ อนุรุทฺโธ’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๙๒) วุตฺตํ.

อายสฺมตา จ เรวเตนาติ เอตฺถ ปน เทฺว เรวตา ขทิรวนิยเรวโต จ กงฺขาเรวโต จ. ตตฺถ ขทิรวนิยเรวโต ธมฺมเสนาปติตฺเถรสฺส กนิฏฺฐภาติโก, น โส อิธ อธิปฺเปโต. ‘‘อกปฺปิโย คุโฬ, อกปฺปิยา มุคฺคา’’ติ (มหาว. ๒๗๒) เอวํ กงฺขาพหุโล ปน เถโร อิธ เรวโตติ อธิปฺเปโต. โสปิ สีลาทิคุเณหิ เจว อิมสฺมึ สุตฺเต อาคตคุเณหิ จ เถโร วิย อภิญฺญาโต ปากโฏ มหา. อปิจสฺส อภินิกฺขมเนนปิ เอตทคฺเคนปิ มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. เอตทคฺคสฺมิญฺหิ, ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ฌายีนํ ยทิทํ กงฺขาเรวโต’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๐๔) วุตฺตํ.

อานนฺทตฺเถโรปิ สีลาทิคุเณหิ เจว อิมสฺมึ สุตฺเต อาคตคุเณหิ จ เถโร วิย อภิญฺญาโต ปากโฏ มหา. อปิจสฺส เสกฺขสุตฺตํ พาหิติกสุตฺตํ อาเนญฺชสปฺปายํ โคปกโมคฺคลฺลานํ พหุธาตุกํ จูฬสุญฺญตํ มหาสุญฺญตํ อจฺฉริยพฺภุตสุตฺตํ ภทฺเทกรตฺตํ มหานิทานํ มหาปรินิพฺพานํ สุภสุตฺตํ จูฬนิยโลกธาตุสุตฺตํ อภินิกฺขมนํ เอตทคฺคนฺติ อิเมสมฺปิ วเสน มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. เอตทคฺคสฺมิญฺหิ, ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ พหุสฺสุตานํ ยทิทํ อานนฺโท’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๑๙-๒๒๓) วุตฺตํ.

อญฺเญหิ จ อภิญฺญาเตหิ อภิญฺญาเตหีติ น เกวลญฺจ เอเตเหว, อญฺเญหิ จ มหาคุณตาย ปากเฏหิ อภิญฺญาเตหิ พหูหิ เถเรหิ สาวเกหิ สทฺธึ ภควา โคสิงฺคสาลวนทาเย วิหรตีติ อตฺโถ. อายสฺมา หิ สาริปุตฺโต สยํ มหาปญฺโญ อญฺเญปิ พหู มหาปญฺเญ ภิกฺขู คเหตฺวา ตทา ทสพลํ ปริวาเรตฺวา วิหาสิ. อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน สยํ อิทฺธิมา, อายสฺมา มหากสฺสโป สยํ ธุตวาโท, อายสฺมา อนุรุทฺโธ สยํ ทิพฺพจกฺขุโก, อายสฺมา เรวโต สยํ ฌานาภิรโต, อายสฺมา อานนฺโท สยํ พหุสฺสุโต อญฺเญปิ พหู พหุสฺสุเต ภิกฺขู คเหตฺวา ตทา ทสพลํ ปริวาเรตฺวา วิหาสิ, เอวํ ตทา เอเต จ อญฺเญ จ อภิญฺญาตา มหาเถรา ตึสสหสฺสมตฺตา ภิกฺขู ทสพลํ ปริวาเรตฺวา วิหรึสูติ เวทิตพฺพา.

ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ ผลสมาปตฺติวิเวกโต วุฏฺฐิโต. เยนายสฺมา มหากสฺสโป เตนุปสงฺกมีติ เถโร กิร ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต ปจฺฉิมโลกธาตุํ โอโลเกนฺโต วนนฺเต กีฬนฺตสฺส มตฺตขตฺติยสฺส กณฺณโต ปตมานํ กุณฺฑลํ วิย, สํหริตฺวา สมุคฺเค ปกฺขิปมานํ รตฺตกมฺพลํ วิย, มณินาคทนฺตโต ปตมานํ สตสหสฺสคฺฆนิกํ สุวณฺณปาตึ วิย จ อตฺถํ คจฺฉมานํ ปริปุณฺณปณฺณาสโยชนํ สูริยมณฺฑลํ อทฺทส. ตทนนฺตรํ ปาจีนโลกธาตุํ โอโลเกนฺโต เนมิยํ คเหตฺวา ปริวตฺตยมานํ รชตจกฺกํ วิย, รชตกูฏโต นิกฺขมนฺตํ ขีรธารามณฺฑํ วิย, สปกฺเข ปปฺโผเฏตฺวา คคนตเล ปกฺขนฺทมานํ เสตหํสํ วิย จ เมฆวณฺณาย สมุทฺทกุจฺฉิโต อุคฺคนฺตฺวา ปาจีนจกฺกวาฬปพฺพตมตฺถเก สสลกฺขณปฺปฏิมณฺฑิตํ เอกูนปณฺณาสโยชนํ จนฺทมณฺฑลํ อทฺทส. ตโต สาลวนํ โอโลเกสิ. ตสฺมิญฺหิ สมเย สาลรุกฺขา มูลโต ปฏฺฐาย ยาว อคฺคา สพฺพปาลิผุลฺลา ทุกูลปารุตา วิย, มุตฺตากลาปวินทฺธา วิย จ วิโรจึสุ. ภูมิตลํ ปุปฺผสนฺถรปูชาย ปฏิมณฺฑิตํ วิย, ตตฺถ ตตฺถ นิปตนฺเตน ปุปฺผเรณุนา ลาขารเสน สิญฺจมานํ วิย จ อโหสิ. ภมรมธุกรคณา กุสุมเรณุมทมตฺตา อุปคายมานา วิย วนนฺตเรสุ วิจรนฺติ. ตทา จ อุโปสถทิวโสว โหติ. อถ เถโร, ‘‘กาย นุ โข อชฺช รติยา วีตินาเมสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ, อริยสาวกา จ นาม ปิยธมฺมสฺสวนา โหนฺติ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อชฺช มยฺหํ เชฏฺฐภาติกสฺส ธมฺมเสนาปติตฺเถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมรติยา วีตินาเมสฺสามี’’ติ. คจฺฉนฺโต ปน เอกโกว อคนฺตฺวา ‘‘มยฺหํ ปิยสหายํ มหากสฺสปตฺเถรํ คเหตฺวา คมิสฺสามี’’ติ นิสินฺนฏฺฐานโต วุฏฺฐาย จมฺมขณฺฑํ ปปฺโผเฏตฺวา เยนายสฺมา มหากสฺสโป เตนุปสงฺกมิ.

เอวมาวุโสติ โข อายสฺมา มหากสฺสโปติ เถโรปิ ยสฺมา ปิยธมฺมสฺสวโนว อริยสาวโก, ตสฺมา ตสฺส วจนํ สุตฺวา คจฺฉาวุโส, ตฺวํ, มยฺหํ สีสํ วา รุชฺชติ ปิฏฺฐิ วาติ กิญฺจิ เลสาปเทสํ อกตฺวา ตุฏฺฐหทโยว, ‘‘เอวมาวุโส’’ติอาทิมาห. ปฏิสฺสุตฺวา จ นิสินฺนฏฺฐานโต วุฏฺฐาย จมฺมขณฺฑํ ปปฺโผเฏตฺวา มหาโมคฺคลฺลานํ อนุพนฺธิ. ตสฺมึ สมเย เทฺว มหาเถรา ปฏิปาฏิยา ฐิตานิ เทฺว จนฺทมณฺฑลานิ วิย, เทฺว สูริยมณฺฑลานิ วิย, เทฺว ฉทฺทนฺตนาคราชาโน วิย, เทฺว สีหา วิย, เทฺว พฺยคฺฆา วิย จ วิโรจึสุ. อนุรุทฺธตฺเถโรปิ ตสฺมึ สมเย ทิวาฏฺฐาเน นิสินฺโน เทฺว มหาเถเร สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สนฺติกํ คจฺฉนฺเต ทิสฺวา ปจฺฉิมโลกธาตุํ โอโลเกนฺโต สูริยํ วนนฺตํ ปวิสนฺตํ วิย, ปาจีนโลกธาตุํ โอโลเกนฺโต จนฺทํ วนนฺตโต อุคฺคจฺฉนฺตํ วิย, สาลวนํ โอโลเกนฺโต สพฺพปาลิผุลฺลเมว สาลวนญฺจ ทิสฺวา อชฺช อุโปสถทิวโส, อิเม จ เม เชฏฺฐภาติกา ธมฺมเสนาปติสฺส สนฺติกํ คจฺฉนฺติ, มหนฺเตน ธมฺมสฺสวเนน ภวิตพฺพํ, อหมฺปิ ธมฺมสฺสวนสฺส ภาคี ภวิสฺสามีติ นิสินฺนฏฺฐานโต วุฏฺฐาย จมฺมขณฺฑํ ปปฺโผเฏตฺวา มหาเถรานํ ปทานุปทิโก หุตฺวา นิกฺขมิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อายสฺมา จ มหาโมคฺคลฺลาโน อายสฺมา จ มหากสฺสโป อายสฺมา จ อนุรุทฺโธ เยนายสฺมา สาริปุตฺโต เตนุปสงฺกมึสู’’ติ. อุปสงฺกมึสูติ. ปฏิปาฏิยา ฐิตา ตโย จนฺทา วิย, สูริยา วิย, สีหา วิย จ วิโรจมานา อุปสงฺกมึสุ.

๓๓๓. เอวํ อุปสงฺกมนฺเต ปน เต มหาเถเร อายสฺมา อานนฺโท อตฺตโน ทิวาฏฺฐาเน นิสินฺโนเยว ทิสฺวา, ‘‘อชฺช มหนฺตํ ธมฺมสฺสวนํ ภวิสฺสติ, มยาปิ ตสฺส ภาคินา ภวิตพฺพํ, น โข ปน เอกโกว คมิสฺสามิ, มยฺหํ ปิยสหายมฺปิ เรวตตฺเถรํ คเหตฺวา คมิสฺสามี’’ติ สพฺพํ มหาโมคฺคลฺลานสฺส มหากสฺสปสฺส อนุรุทฺธสฺส อุปสงฺกมเน วุตฺตนเยเนว วิตฺถารโต เวทิตพฺพํ. อิติ เต เทฺว ชนา ปฏิปาฏิยา ฐิตา เทฺว จนฺทา วิย, สูริยา วิย, สีหา วิย จ วิโรจมานา อุปสงฺกมึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อทฺทสา โข อายสฺมา สาริปุตฺโต’’ติอาทิ. ทิสฺวาน อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจาติ ทูรโตว ทิสฺวา อนุกฺกเมน กถาอุปจารํ สมฺปตฺตเมตํ, ‘‘เอตุ โข อายสฺมา’’ติอาทิวจนํ อโวจ. รมณียํ, อาวุโสติ เอตฺถ ทุวิธํ รามเณยฺยกํ วนรามเณยฺยกํ ปุคฺคลรามเณยฺยกญฺจ. ตตฺถ วนํ นาม นาคสลฬสาลจมฺปกาทีหิ สญฺฉนฺนํ โหติ พหลจฺฉายํ ปุปฺผผลูปคํ วิวิธรุกฺขํ อุทกสมฺปนฺนํ คามโต นิสฺสฏํ, อิทํ วนรามเณยฺยกํ นาม. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –

‘‘รมณียานิ อรญฺญานิ, ยตฺถ น รมตี ชโน;

วีตราคา รมิสฺสนฺติ, น เต กามคเวสิโน’’ติ. (ธ. ป. ๙๙);

วนํ ปน สเจปิ อุชฺชงฺคเล โหติ นิรุทกํ วิรลจฺฉายํ กณฺฏกสมากิณฺณํ, พุทฺธาทโยเปตฺถ อริยา วิหรนฺติ, อิทํ ปุคฺคลรามเณยฺยกํ นาม. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –

‘‘คาเม วา ยทิ วารญฺเญ, นินฺเน วา ยทิ วา ถเล;

ยตฺถ อรหนฺโต วิหรนฺติ, ตํ ภูมิรามเณยฺยก’’นฺติ. (ธ. ป. ๙๘);

อิธ ปน ตํ ทุวิธมฺปิ ลพฺภติ. ตทา หิ โคสิงฺคสาลวนํ สพฺพปาลิผุลฺลํ โหติ กุสุมคนฺธสุคนฺธํ, สเทวเก เจตฺถ โลเก อคฺคปุคฺคโล สมฺมาสมฺพุทฺโธ ตึสสหสฺสมตฺเตหิ อภิญฺญาตภิกฺขูหิ สทฺธึ วิหรติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘รมณียํ, อาวุโส อานนฺท, โคสิงฺคสาลวน’’นฺติ.

โทสินาติ โทสาปคตา, อพฺภํ มหิกา ธูโม รโช ราหูติ อิเมหิ ปญฺจหิ อุปกฺกิเลเสหิ วิรหิตาติ วุตฺตํ โหติ. สพฺพปาลิผุลฺลาติ สพฺพตฺถ ปาลิผุลฺลา, มูลโต ปฏฺฐาย ยาว อคฺคา อปุปฺผิตฏฺฐานํ นาม นตฺถิ. ทิพฺพา มญฺเญ คนฺธา สมฺปวนฺตีติ ทิพฺพา มนฺทารปุปฺผโกวิฬารปาริจฺฉตฺตกจนฺทนจุณฺณคนฺธา วิย สมนฺตา ปวายนฺติ, สกฺกสุยาสนฺตุสิตนิมฺมานรติปรนิมฺมิตมหาพฺรหฺมานํ โอติณฺณฏฺฐานํ วิย วายนฺตีติ วุตฺตํ โหติ.

กถํรูเปน, อาวุโส อานนฺทาติ อานนฺทตฺเถโร เตสํ ปญฺจนฺนํ เถรานํ สงฺฆนวโกว. กสฺมา เถโร ตํเยว ปฐมํ ปุจฺฉตีติ? มมายิตตฺตา. เต หิ เทฺว เถรา อญฺญมญฺญํ มมายึสุ. สาริปุตฺตตฺเถโร, ‘‘มยา กตฺตพฺพํ สตฺถุ อุปฏฺฐานํ กโรตี’’ติ อานนฺทตฺเถรํ มมายิ. อานนฺทตฺเถโร ภควโต สาวกานํ อคฺโคติ สาริปุตฺตตฺเถรํ มมายิ, กุลทารเก ปพฺพาเชตฺวา สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สนฺติเก อุปชฺฌํ คณฺหาเปสิ. สาริปุตฺตตฺเถโรปิ ตเถว อกาสิ. เอวํ เอกเมเกน อตฺตโน ปตฺตจีวรํ ทตฺวา ปพฺพาเชตฺวา อุปชฺฌํ คณฺหาปิตานิ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ อเหสุํ. อายสฺมา อานนฺโท ปณีตานิ จีวราทีนิปิ ลภิตฺวา เถรสฺเสว เทติ.

เอโก กิร พฺราหฺมโณ จินฺเตสิ – ‘‘พุทฺธรตนสฺส จ สงฺฆรตนสฺส จ ปูชา ปญฺญายติ, กถํ นุ โข ธมฺมรตนํ ปูชิตํ นาม โหตี’’ติ? โส ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปุจฺฉิ. ภควา อาห – ‘‘สเจสิ, พฺราหฺมณ, ธมฺมรตนํ ปูชิตุกาโม, เอกํ พหุสฺสุตํ ปูเชหี’’ติ พหุสฺสุตํ, ภนฺเต, อาจิกฺขถาติ ภิกฺขุสงฺฆํ ปุจฺฉติ. โส ภิกฺขุสงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา พหุสฺสุตํ, ภนฺเต, อาจิกฺขถาติ อาห. อานนฺทตฺเถโร พฺราหฺมณาติ. พฺราหฺมโณ เถรํ สหสฺสคฺฆนิเกน จีวเรน ปูเชสิ. เถโร ตํ คเหตฺวา ภควโต สนฺติกํ อคมาสิ. ภควา ‘‘กุโต, อานนฺท, ลทฺธ’’นฺติ อาห. เอเกน, ภนฺเต, พฺราหฺมเณน ทินฺนํ, อิทํ ปนาหํ อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ทาตุกาโมติ. เทหิ, อานนฺทาติ. จาริกํ ปกฺกนฺโต, ภนฺเตติ. อาคตกาเล เทหีติ. สิกฺขาปทํ, ภนฺเต, ปญฺญตฺตนฺติ. กทา ปน สาริปุตฺโต อาคมิสฺสตีติ? ทสาหมตฺเตน, ภนฺเตติ. ‘‘อนุชานามิ, อานนฺท, ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ นิกฺขิปิตุ’’นฺติ (ปารา. ๔๖๑; มหาว. ๓๔๗) สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ. สาริปุตฺตตฺเถโรปิ ตเถว ยํกิญฺจิ มนาปํ ลภติ, ตํ อานนฺทตฺเถรสฺส เทติ. เอวํ เต เถรา อญฺญมญฺญํ มมายึสุ, อิติ มมายิตตฺตา ปฐมํ ปุจฺฉิ.

อปิจ อนุมติปุจฺฉา นาเมสา ขุทฺทกโต ปฏฺฐาย ปุจฺฉิตพฺพา โหติ. ตสฺมา เถโร จินฺเตสิ – ‘‘อหํ ปฐมํ อานนฺทํ ปุจฺฉิสฺสามิ, อานนฺโท อตฺตโน ปฏิภานํ พฺยากริสฺสติ. ตโต เรวตํ, อนุรุทฺธํ, มหากสฺสปํ, มหาโมคฺคลฺลานํ ปุจฺฉิสฺสามิ. มหาโมคฺคลฺลาโน อตฺตโน ปฏิภานํ พฺยากริสฺสติ. ตโต ปญฺจปิ เถรา มํ ปุจฺฉิสฺสนฺติ, อหมฺปิ อตฺตโน ปฏิภานํ พฺยากริสฺสามี’’ติ. เอตฺตาวตาปิ อยํ ธมฺมเทสนา สิขาปฺปตฺตา เวปุลฺลปฺปตฺตา น ภวิสฺสติ, อถ มยํ สพฺเพปิ ทสพลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิสฺสาม, สตฺถา สพฺพญฺญุตญฺญาเณน พฺยากริสฺสติ. เอตฺตาวตา อยํ ธมฺมเทสนา สิขาปฺปตฺตา เวปุลฺลปฺปตฺตา ภวิสฺสติ. ยถา หิ ชนปทมฺหิ อุปฺปนฺโน อฏฺโฏ คามโภชกํ ปาปุณาติ, ตสฺมึ นิจฺฉิตุํ อสกฺโกนฺเต ชนปทโภชกํ ปาปุณาติ, ตสฺมึ อสกฺโกนฺเต มหาวินิจฺฉยอมจฺจํ, ตสฺมึ อสกฺโกนฺเต เสนาปตึ, ตสฺมึ อสกฺโกนฺเต อุปราชํ, ตสฺมึ วินิจฺฉิตุํ อสกฺโกนฺเต ราชานํ ปาปุณาติ, รญฺญา วินิจฺฉิตกาลโต ปฏฺฐาย อฏฺโฏ อปราปรํ น สญฺจรติ, ราชวจเนเนว ฉิชฺชติ. เอวเมวํ อหญฺหิ ปฐมํ อานนฺทํ ปุจฺฉิสฺสามิ…เป… อถ มยํ สพฺเพปิ ทสพลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิสฺสาม, สตฺถา สพฺพญฺญุตญฺญาเณน พฺยากริสฺสติ. เอตฺตาวตา อยํ ธมฺมเทสนา สิขาปฺปตฺตา เวปุลฺลปฺปตฺตา ภวิสฺสติ. เอวํ อนุมติปุจฺฉํ ปุจฺฉนฺโต เถโร ปฐมํ อานนฺทตฺเถรํ ปุจฺฉิ.

พหุสฺสุโต โหตีติ พหุ อสฺส สุตํ โหติ, นวงฺคํ สตฺถุสาสนํ ปาฬิอนุสนฺธิปุพฺพาปรวเสน อุคฺคหิตํ โหตีติ อตฺโถ. สุตธโรติ สุตสฺส อาธารภูโต. ยสฺส หิ อิโต คหิตํ อิโต ปลายติ, ฉิทฺทฆเฏ อุทกํ วิย น ติฏฺฐติ, ปริสมชฺเฌ เอกํ สุตฺตํ วา ชาตกํ วา กเถตุํ วา วาเจตุํ วา น สกฺโกติ, อยํ น สุตธโร นาม. ยสฺส ปน อุคฺคหิตํ พุทฺธวจนํ อุคฺคหิตกาลสทิสเมว โหติ, ทสปิ วีสติปิ วสฺสานิ สชฺฌายํ อกโรนฺตสฺส น นสฺสติ, อยํ สุตธโร นาม. สุตสนฺนิจโยติ สุตสฺส สนฺนิจยภูโต. ยถา หิ สุตํ หทยมญฺชูสาย สนฺนิจิตํ สิลายํ เลขา วิย, สุวณฺณฆเฏ ปกฺขิตฺตสีหวสา วิย จ อชฺโฌสาย ติฏฺฐติ, อยํ สุตสนฺนิจโย นาม. ธาตาติ ฐิตา ปคุณา. เอกจฺจสฺส หิ อุคฺคหิตํ พุทฺธวจนํ ธาตํ ปคุณํ นิจฺจลิตํ น โหติ, อสุกสุตฺตํ วา ชาตกํ วา กเถหีติ วุตฺเต สชฺฌายิตฺวา สํสนฺทิตฺวา สมนุคฺคาหิตฺวา ชานิสฺสามีติ วทติ. เอกจฺจสฺส ธาตํ ปคุณํ ภวงฺคโสตสทิสํ โหติ, อสุกสุตฺตํ วา ชาตกํ วา กเถหีติ วุตฺเต อุทฺธริตฺวา ตเมว กเถติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ธาตา’’ติ.

วจสา ปริจิตาติ สุตฺตทสก-วคฺคทสก-ปณฺณาสทสกานํ วเสน วาจาย สชฺฌายิตา. มนสานุเปกฺขิตาติ จิตฺเตน อนุเปกฺขิตา, ยสฺส วาจาย สชฺฌายิตํ พุทฺธวจนํ มนสา จินฺเตนฺตสฺส ตตฺถ ตตฺถ ปากฏํ โหติ. มหาทีปํ ชาเลตฺวา ฐิตสฺส รูปคตํ วิย ปญฺญายติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘วจสา ปริจิตา มนสานุเปกฺขิตา’’ติ. ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธาติ อตฺถโต จ การณโต จ ปญฺญาย สุปฺปฏิวิทฺธา. ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺชเนหีติ เอตฺถ ปทเมว อตฺถสฺส พฺยญฺชนโต ปทพฺยญฺชนํ, ตํ อกฺขรปาริปูรึ กตฺวา ทสวิธพฺยญฺชนพุทฺธิโย อปริหาเปตฺวา วุตฺตํ ปริมณฺฑลํ นาม โหติ, เอวรูเปหิ ปทพฺยญฺชเนหีติ อตฺโถ. อปิจ โย ภิกฺขุ ปริสติ ธมฺมํ เทเสนฺโต สุตฺตํ วา ชาตกํ วา นิกฺขปิตฺวา อญฺญํ อุปารมฺภกรํ สุตฺตํ อาหรติ, ตสฺส อุปมํ กเถติ, ตทตฺถํ โอหาเรติ, เอวมิทํ คเหตฺวา เอตฺถ ขิปนฺโต เอกปสฺเสเนว ปริหรนฺโต กาลํ ญตฺวา วุฏฺฐหติ. นิกฺขิตฺตสุตฺตํ ปน นิกฺขตฺตมตฺตเมว โหติ, ตสฺส กถา อปริมณฺฑลา นาม โหติ. โย ปน สุตฺตํ วา ชาตกํ วา นิกฺขิปิตฺวา พหิ เอกปทมฺปิ อคนฺตฺวา ปาฬิยา อนุสนฺธิญฺจ ปุพฺพาปรญฺจ อมกฺเขนฺโต อาจริเยหิ ทินฺนนเย ฐตฺวา ตุลิกาย ปริจฺฉินฺทนฺโต วิย, คมฺภีรมาติกาย อุทกํ เปเสนฺโต วิย, ปทํ โกฏฺเฏนฺโต สินฺธวาชานีโย วิย คจฺฉติ, ตสฺส กถา ปริมณฺฑลา นาม โหติ. เอวรูปึ กถํ สนฺธาย – ‘‘ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺชเนหี’’ติ วุตฺตํ.

อนุปฺปพนฺเธหีติ เอตฺถ โย ภิกฺขุ ธมฺมํ กเถนฺโต สุตฺตํ วา ชาตกํ วา อารภิตฺวา อารทฺธกาลโต ปฏฺฐาย ตุริตตุริโต อรณึ มนฺเถนฺโต วิย, อุณฺหขาทนียํ ขาทนฺโต วิย, ปาฬิยา อนุสนฺธิปุพฺพาปเรสุ คหิตํ คหิตเมว อคฺคหิตํ อคฺคหิตเมว จ กตฺวา ปุราณปณฺณนฺตเรสุ จรมานํ โคธํ อุฏฺฐเปนฺโต วิย ตตฺถ ตตฺถ ปหรนฺโต โอสาเปนฺโต โอหาย คจฺฉติ. โยปิ ธมฺมํ กเถนฺโต กาเลน สีฆํ กาเลน ทนฺธํ กาเลน มหาสทฺทํ กาเลน ขุทฺทกสทฺทํ กโรติ. ยถา เปตคฺคิ กาเลน ชลติ, กาเลน นิพฺพายติ, เอวเมว อิธ เปตคฺคิธมฺมกถิโก นาม โหติ, ปริสาย อุฏฺฐาตุกามาย ปุนปฺปุนํ อารภติ. โยปิ กเถนฺโต ตตฺถ ตตฺถ วิตฺถายติ, นิตฺถุนนฺโต กนฺทนฺโต วิย กเถติ, อิเมสํ สพฺเพสมฺปิ กถา อปฺปพนฺธา นาม โหติ. โย ปน สุตฺตํ อารภิตฺวา อาจริเยหิ ทินฺนนเย ฐิโต อจฺฉินฺนธารํ กตฺวา นทีโสตํ วิย ปวตฺเตติ, อากาสคงฺคโต ภสฺสมานํ อุทกํ วิย นิรนฺตรํ กถํ ปวตฺเตติ, ตสฺส กถา อนุปฺปพนฺธา โหติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อนุปฺปพนฺเธหี’’ติ. อนุสยสมุคฺฆาตายาติ สตฺตนฺนํ อนุสยานํ สมุคฺฆาตตฺถาย. เอวรูเปนาติ เอวรูเปน พหุสฺสุเตน ภิกฺขุนา ตถารูเปเนว ภิกฺขุสเตน ภิกฺขุสหสฺเสน วา สงฺฆาฏิกณฺเณน วา สงฺฆาฏิกณฺณํ, ปลฺลงฺเกน วา ปลฺลงฺกํ อาหจฺจ นิสินฺเนน โคสิงฺคสาลวนํ โสเภยฺย. อิมินา นเยน สพฺพวาเรสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

๓๓๔. ปฏิสลฺลานํ อสฺส อาราโมติ ปฏิสลฺลานาราโม. ปฏิสลฺลาเน รโตติ ปฏิสลฺลานรโต.

๓๓๕. สหสฺสํ โลกานนฺติ สหสฺสํ โลกธาตูนํ. เอตฺตกญฺหิ เถรสฺส ธุวเสวนํ อาวชฺชนปฏิพทฺธํ, อากงฺขมาโน ปน เถโร อเนกานิปิ จกฺกวาฬสหสฺสานิ โวโลเกติเยว. อุปริปาสาทวรคโตติ สตฺตภูมกสฺส วา นวภูมกสฺส วา ปาสาทวรสฺส อุปริ คโต. สหสฺสํ เนมิมณฺฑลานํ โวโลเกยฺยาติ ปาสาทปริเวเณ นาภิยา ปติฏฺฐิตานํ เนมิวฏฺฏิยา เนมิวฏฺฏึ อาหจฺจ ฐิตานํ เนมิมณฺฑลานํ สหสฺสํ วาตปานํ วิวริตฺวา โอโลเกยฺย, ตสฺส นาภิโยปิ ปากฏา โหนฺติ, อราปิ อรนฺตรานิปิ เนมิโยปิ. เอวเมว โข, อาวุโสติ, อาวุโส, เอวํ อยมฺปิ ทิพฺพจกฺขุโก ภิกฺขุ ทิพฺเพน จกฺขุนา อติกฺกนฺตมานุสเกน สหสฺสํ โลกานํ โวโลเกติ. ตสฺส ปาสาเท ฐิตปุริสสฺส จกฺกนาภิโย วิย จกฺกวาฬสหสฺเส สิเนรุสหสฺสํ ปากฏํ โหติ. อรา วิย ทีปา ปากฏา โหนฺติ. อรนฺตรานิ วิย ทีปฏฺฐิตมนุสฺสา ปากฏา โหนฺติ. เนมิโย วิย จกฺกวาฬปพฺพตา ปากฏา โหนฺติ.

๓๓๖. อารญฺญิโกติ สมาทิณฺณอรญฺญธุตงฺโค. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.

๓๓๗. โน จ สํสาเทนฺตีติ น โอสาเทนฺติ. สเหตุกญฺหิ สการณํ กตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ วิสฺสชฺชิตุมฺปิ อสกฺโกนฺโต สํสาเทติ นาม. เอวํ น กโรนฺตีติ อตฺโถ. ปวตฺตินี โหตีติ นทีโสโตทกํ วิย ปวตฺตติ.

๓๓๘. ยาย วิหารสมาปตฺติยาติ ยาย โลกิยาย วิหารสมาปตฺติยา, ยาย โลกุตฺตราย วิหารสมาปตฺติยา.

๓๓๙. สาธุ สาธุ สาริปุตฺตาติ อยํ สาธุกาโร อานนฺทตฺเถรสฺส ทินฺโน. สาริปุตฺตตฺเถเรน ปน สทฺธึ ภควา อาลปติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. ยถา ตํ อานนฺโทวาติ ยถา อานนฺโทว สมฺมา พฺยากรณมาโน พฺยากเรยฺย, เอวํ พฺยากตํ อานนฺเทน อตฺตโน อนุจฺฉวิกเมว, อชฺฌาสยานุรูปเมว พฺยากตนฺติ อตฺโถ. อานนฺทตฺเถโร หิ อตฺตนาปิ พหุสฺสุโต, อชฺฌาสโยปิสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อโห วต สาสเน สพฺรหฺมจารี พหุสฺสุตา ภเวยฺยุ’’นฺติ. กสฺมา? พหุสฺสุตสฺส หิ กปฺปิยากปฺปิยํ สาวชฺชานวชฺชํ, ครุกลหุกํ สเตกิจฺฉาเตกิจฺฉํ ปากฏํ โหติ. พหุสฺสุโต อุคฺคหิตพุทฺธวจนํ อาวชฺชิตฺวา อิมสฺมึ ฐาเน สีลํ กถิตํ, อิมสฺมึ สมาธิ, อิมสฺมึ วิปสฺสนา, อิมสฺมึ มคฺคผลนิพฺพานานีติ สีลสฺส อาคตฏฺฐาเน สีลํ ปูเรตฺวา, สมาธิสฺส อาคตฏฺฐาเน สมาธึ ปูเรตฺวา วิปสฺสนาย อาคตฏฺฐาเน วิปสฺสนาคพฺภํ คณฺหาเปตฺวา มคฺคํ ภาเวตฺวา ผลํ สจฺฉิกโรติ. ตสฺมา เถรสฺส เอวํ อชฺฌาสโย โหติ – ‘‘อโห วต สพฺรหฺมจารี เอกํ วา เทฺว วา ตโย วา จตฺตาโร วา ปญฺจ วา นิกาเย อุคฺคเหตฺวา อาวชฺชนฺตา สีลาทีนํ อาคตฏฺฐาเนสุ สีลาทีนิ ปริปูเรตฺวา อนุกฺกเมน มคฺคผลนิพฺพานานิ สจฺฉิกเรยฺยุ’’นฺติ. เสสวาเรสุปิ เอเสว นโย.

๓๔๐. อายสฺมา หิ เรวโต ฌานชฺฌาสโย ฌานาภิรโต, ตสฺมาสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อโห วต สพฺรหฺมจารี เอกิกา นิสีทิตฺวา กสิณปริกมฺมํ กตฺวา อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา ฌานปทฏฺฐานํ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ สจฺฉิกเรยฺยุ’’นฺติ. ตสฺมา เอวํ พฺยากาสิ.

๓๔๑. อายสฺมา อนุรุทฺโธ ทิพฺพจกฺขุโก, ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อโห วต สพฺรหฺมจารี อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา ทิพฺเพน จกฺขุนา อเนเกสุ จกฺกวาฬสหสฺเสสุ จวมาเน จ อุปปชฺชมาเน จ สตฺเต ทิสฺวา วฏฺฏภเยน จิตฺตํ สํเวเชตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ สจฺฉิกเรยฺยุ’’นฺติ. ตสฺมา เอวํ พฺยากาสิ.

๓๔๒. อายสฺมา มหากสฺสโป ธุตวาโท, ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อโห วต สพฺรหฺมจารี ธุตวาทา หุตฺวา ธุตงฺคานุภาเวน ปจฺจยตณฺหํ มิลาเปตฺวา อปเรปิ นานปฺปกาเร กิเลเส ธุนิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ สจฺฉิกเรยฺยุ’’นฺติ. ตสฺมา เอวํ พฺยากาสิ.

๓๔๓. อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน สมาธิปารมิยา มตฺถกํ ปตฺโต, สุขุมํ ปน จิตฺตนฺตรํ ขนฺธนฺตรํ ธาตฺวนฺตรํ อายตนนฺตรํ ฌาโนกฺกนฺติกํ อารมฺมโณกฺกนฺติกํ องฺคววตฺถานํ อารมฺมณววตฺถานํ องฺคสงฺกนฺติ อารมฺมณสงฺกนฺติ เอกโตวฑฺฒนํ อุภโตวฑฺฒนนฺติ อาภิธมฺมิกธมฺมกถิกสฺเสว ปากฏํ. อนาภิธมฺมิโก หิ ธมฺมํ กเถนฺโต – ‘‘อยํ สกวาโท อยํ ปรวาโท’’ติ น ชานาติ. สกวาทํ ทีเปสฺสามีติ ปรวาทํ ทีเปติ, ปรวาทํ ทีเปสฺสามีติ สกวาทํ ทีเปติ, ธมฺมนฺตรํ วิสํวาเทติ. อาภิธมฺมิโก สกวาทํ สกวาทนิยาเมเนว, ปรวาทํ ปรวาทนิยาเมเนว ทีเปติ, ธมฺมนฺตรํ น วิสํวาเทติ. ตสฺมา เถรสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อโห วต สพฺรหฺมจารี อาภิธมฺมิกา หุตฺวา สุขุเมสุ ฐาเนสุ ญาณํ โอตาเรตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ สจฺฉิกเรยฺยุ’’นฺติ. ตสฺมา เอวํ พฺยากาสิ.

๓๔๔. อายสฺมา สาริปุตฺโต ปญฺญาปารมิยา มตฺถกํ ปตฺโต, ปญฺญวาเยว จ จิตฺตํ อตฺตโน วเส วตฺเตตุํ สกฺโกติ, น ทุปฺปญฺโญ. ทุปฺปญฺโญ หิ อุปฺปนฺนสฺส จิตฺตสฺส วเส วตฺเตตฺวา อิโต จิโต จ วิปฺผนฺทิตฺวาปิ กติปาเหเนว คิหิภาวํ ปตฺวา อนยพฺยสนํ ปาปุณาติ. ตสฺมา เถรสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อโห วต สพฺรหฺมจารี อจิตฺตวสิกา หุตฺวา จิตฺตํ อตฺตโน วเส วตฺเตตฺวา สพฺพานสฺส วิเสวิตวิปฺผนฺทิตานิ ภญฺชิตฺวา อีสกมฺปิ พหิ นิกฺขมิตุํ อเทนฺตา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ สจฺฉิกเรยฺยุ’’นฺติ. ตสฺมา เอวํ พฺยากาสิ.

๓๔๕. สพฺเพสํ โว, สาริปุตฺต, สุภาสิตํ ปริยาเยนาติ สาริปุตฺต, ยสฺมา สงฺฆารามสฺส นาม พหุสฺสุตภิกฺขูหิปิ โสภนการณํ อตฺถิ, ฌานาภิรเตหิปิ, ทิพฺพจกฺขุเกหิปิ, ธุตวาเทหิปิ, อาภิธมฺมิเกหิปิ, อจิตฺตวสิเกหิปิ โสภนการณํ อตฺถิ. ตสฺมา สพฺเพสํ โว สุภาสิตํ ปริยาเยน, เตน เตน การเณน สุภาสิตเมว, โน ทุพฺภาสิตํ. อปิจ มมปิ สุณาถาติ อปิจ มมปิ วจนํ สุณาถ. น ตาวาหํ อิมํ ปลฺลงฺกํ ภินฺทิสฺสามีติ น ตาว อหํ อิมํ จตุรงฺควีริยํ อธิฏฺฐาย อาภุชิตํ ปลฺลงฺกํ ภินฺทิสฺสามิ, น โมเจสฺสามีติ อตฺโถ. อิทํ กิร ภควา ปริปากคเต ญาเณ รชฺชสิรึ ปหาย กตาภินิกฺขมโน อนุปุพฺเพน โพธิมณฺฑํ อารุยฺห จตุรงฺควีริยํ อธิฏฺฐาย อปราชิตปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา ทฬฺหสมาทาโน หุตฺวา นิสินฺโน ติณฺณํ มารานํ มตฺถกํ ภินฺทิตฺวา ปจฺจูสสมเย ทสสหสฺสิโลกธาตุํ อุนฺนาเทนฺโต สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิ, ตํ อตฺตโน มหาโพธิปลฺลงฺกํ สนฺธาย เอวมาห. อปิจ ปจฺฉิมํ ชนตํ อนุกมฺปมาโนปิ ปฏิปตฺติสารํ ปุถุชฺชนกลฺยาณกํ ทสฺเสนฺโต เอวมาห. ปสฺสติ หิ ภควา – ‘‘อนาคเต เอวํ อชฺฌาสยา กุลปุตฺตา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิสฺสนฺติ, ‘ภควา มหาโคสิงฺคสุตฺตํ กเถนฺโต อิธ, สาริปุตฺต, ภิกฺขุ ปจฺฉาภตฺตํ…เป… เอวรูเปน โข, สาริปุตฺต, ภิกฺขุนา โคสิงฺคสาลวนํ โสเภยฺยาติ อาห, มยํ ภควโต อชฺฌาสยํ คณฺหิสฺสามา’ติ ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา จตุรงฺควีริยํ อธิฏฺฐาย ทฬฺหสมาทานา หุตฺวา ‘อรหตฺตํ อปฺปตฺวา อิมํ ปลฺลงฺกํ น ภินฺทิสฺสามา’ติ สมณธมฺมํ กาตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ, เต เอวํ ปฏิปนฺนา กติปาเหเนว ชาติชรามรณสฺส อนฺตํ กริสฺสนฺตี’’ติ, อิมํ ปจฺฉิมํ ชนตํ อนุกมฺปมาโน ปฏิปตฺติสารํ ปุถุชฺชนกลฺยาณกํ ทสฺเสนฺโต เอวมาห. เอวรูเปน โข, สาริปุตฺต, ภิกฺขุนา โคสิงฺคสาลวนํ โสเภยฺยาติ, สาริปุตฺต, เอวรูเปน ภิกฺขุนา นิปฺปริยาเยเนว โคสิงฺคสาลวนํ โสเภยฺยาติ ยถานุสนฺธินาว เทสนํ นิฏฺฐเปสีติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

มหาโคสิงฺคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.