๖. ปาสราสิสุตฺตวณฺณนา

๒๗๒. เอวํ เม สุตนฺติ ปาสราสิสุตฺตํ. ตตฺถ สาธุ มยํ, อาวุโสติ อายาจนฺตา ภณนฺติ. เอเต กิร ปญฺจสตา ภิกฺขู ชนปทวาสิโน ‘‘ทสพลํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ สาวตฺถึ อนุปฺปตฺตา. สตฺถุทสฺสนํ ปน เอเตหิ ลทฺธํ, ธมฺมึ กถํ น ตาว สุณนฺติ. เต สตฺถุคารเวน ‘‘อมฺหากํ, ภนฺเต, ธมฺมกถํ กเถถา’’ติ วตฺตุํ น สกฺโกนฺติ. พุทฺธา หิ ครู โหนฺติ, เอกจาริโก สีโห มิคราชา วิย, ปภินฺนกุญฺชโร วิย, ผณกตอาสีวิโส วิย, มหาอคฺคิกฺขนฺโธ วิย จ ทุราสทา วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘อาสีวิโส ยถา โฆโร, มิคราชาว เกสรี;

นาโคว กุญฺชโร ทนฺตี, เอวํ พุทฺธา ทุราสทา’’ติ.

เอวํ ทุราสทํ สตฺถารํ เต ภิกฺขู สยํ ยาจิตุํ อสกฺโกนฺตา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ ยาจมานา ‘‘สาธุ มยํ, อาวุโส’’ติ อาหํสุ.

อปฺเปว นามาติ อปิ นาม ลเภยฺยาถ. กสฺมา ปน เถโร เต ภิกฺขู ‘‘รมฺมกสฺส พฺราหฺมณสฺส อสฺสมํ อุปสงฺกเมยฺยาถา’’ติ อาห? ปากฏกิริยตาย. ทสพลสฺส หิ กิริยา เถรสฺส ปากฏา โหติ; ชานาติ เถโร, ‘‘อชฺช สตฺถา เชตวเน วสิตฺวา ปุพฺพาราเม ทิวาวิหารํ กริสฺสติ; อชฺช ปุพฺพาราเม วสิตฺวา เชตวเน ทิวาวิหารํ กริสฺสติ; อชฺช เอกโกว ปิณฺฑาย ปวิสิสฺสติ; อชฺช ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต อิมสฺมึ กาเล ชนปทจาริกํ นิกฺขมิสฺสตี’’ติ. กึ ปนสฺส เอวํ ชานนตฺถํ เจโตปริยญาณํ อตฺถีติ? นตฺถิ. อนุมานพุทฺธิยา ปน กตกิริยาย นยคฺคาเหน ชานาติ. ยญฺหิ ทิวสํ ภควา เชตวเน วสิตฺวา ปุพฺพาราเม ทิวาวิหารํ กาตุกาโม โหติ, ตทา เสนาสนปริกฺขารภณฺฑานํ ปฏิสามนาการํ ทสฺเสติ, เถโร สมฺมชฺชนิสงฺการฉฑฺฑนกาทีนิ ปฏิสาเมติ. ปุพฺพาราเม วสิตฺวา เชตวนํ ทิวาวิหาราย อาคมนกาเลปิ เอเสว นโย.

ยทา ปน เอกโก ปิณฺฑาย ปวิสิตุกาโม โหติ, ตทา ปาโตว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา ทฺวารํ ปิธาย ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิสีทติ. เถโร ‘‘อชฺช ภควา โพธเนยฺยพนฺธวํ ทิสฺวา นิสินฺโน’’ติ ตาย สญฺญาย ญตฺวา ‘‘อชฺช, อาวุโส, ภควา เอกโก ปวิสิตุกาโม, ตุเมฺห ภิกฺขาจารสชฺชา โหถา’’ติ ภิกฺขูนํ สญฺญํ เทติ. ยทา ปน ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร ปวิสิตุกาโม โหติ, ตทา คนฺธกุฏิทฺวารํ อุปฑฺฒปิทหิตํ กตฺวา ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิสีทติ, เถโร ตาย สญฺญาย ญตฺวา ปตฺตจีวรคฺคหณตฺถาย ภิกฺขูนํ สญฺญํ เทติ. ยทา ชนปทจาริกํ นิกฺขมิตุกาโม โหติ, ตทา เอกํ เทฺว อาโลเป อติเรกํ ภุญฺชติ, สพฺพกาลํ จงฺกมนญฺจารุยฺห อปราปรํ จงฺกมติ, เถโร ตาย สญฺญาย ญตฺวา ‘‘ภควา, อาวุโส, ชนปทจาริกํ จริตุกาโม, ตุมฺหากํ กตฺตพฺพํ กโรถา’’ติ ภิกฺขูนํ สญฺญํ เทติ.

ภควา ปฐมโพธิยํ วีสติ วสฺสานิ อนิพทฺธวาโส อโหสิ, ปจฺฉา ปญฺจวีสติ วสฺสานิ อพฺโพกิณฺณํ สาวตฺถึเยว อุปนิสฺสาย วสนฺโต เอกทิวเส เทฺว ฐานานิ ปริภุญฺชติ. เชตวเน รตฺตึ วสิตฺวา ปุนทิวเส ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ทกฺขิณทฺวาเรน สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา ปาจีนทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา ปุพฺพาราเม ทิวาวิหารํ กโรติ. ปุพฺพาราเม รตฺตึ วสิตฺวา ปุนทิวเส ปาจีนทฺวาเรน สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา ทกฺขิณทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา เชตวเน ทิวาวิหารํ กโรติ. กสฺมา? ทฺวินฺนํ กุลานํ อนุกมฺปาย. มนุสฺสตฺตภาเว ฐิเตน หิ อนาถปิณฺฑิเกน วิย อญฺเญน เกนจิ, มาตุคามตฺตภาเว ฐิตาย จ วิสาขาย วิย อญฺญาย อิตฺถิยา ตถาคตํ อุทฺทิสฺส ธนปริจฺจาโค กโต นาม นตฺถิ, ตสฺมา ภควา เตสํ อนุกมฺปาย เอกทิวเส อิมานิ เทฺว ฐานานิ ปริภุญฺชติ. ตสฺมึ ปน ทิวเส เชตวเน วสิ, ตสฺมา เถโร – ‘‘อชฺช ภควา สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา สายนฺหกาเล คตฺตานิ ปริสิญฺจนตฺถาย ปุพฺพโกฏฺฐกํ คมิสฺสติ; อถาหํ คตฺตานิ ปริสิญฺจิตฺวา ฐิตํ ภควนฺตํ ยาจิตฺวา รมฺมกสฺส พฺราหฺมณสฺส อสฺสมํ คเหตฺวา คมิสฺสามิ. เอวมิเม ภิกฺขู ภควโต สมฺมุขา ลภิสฺสนฺติ ธมฺมกถํ สวนายา’’ติ จินฺเตตฺวา เต ภิกฺขู เอวมาห.

มิคารมาตุปาสาโทติ วิสาขาย ปาสาโท. สา หิ มิคาเรน เสฏฺฐินา มาตุฏฺฐาเน ฐปิตตฺตา มิคารมาตาติ วุจฺจติ. ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ ตสฺมึ กิร ปาสาเท ทฺวินฺนํ มหาสาวกานํ สิริคพฺภานํ มชฺเฌ ภควโต สิริคพฺโภ อโหสิ. เถโร ทฺวารํ วิวริตฺวา อนฺโตคพฺภํ สมฺมชฺชิตฺวา มาลากจวรํ นีหริตฺวา มญฺจปีฐํ ปญฺญเปตฺวา สตฺถุ สญฺญํ อทาสิ. สตฺถา สิริคพฺภํ ปวิสิตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สโต สมฺปชาโน สีหเสยฺยํ อุปคมฺม ทรถํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตฺวา อุฏฺฐาย ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิสีทิตฺวา สายนฺหสมเย ตโต วุฏฺฐาสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต’’ติ.

ปริสิญฺจิตุนฺติ โย หิ จุณฺณมตฺติกาทีหิ คตฺตานิ อุพฺพฏฺเฏนฺโต มลฺลกมุฏฺฐาทีหิ วา ฆํสนฺโต นฺหายติ, โส นฺหายตีติ วุจฺจติ. โย ตถา อกตฺวา ปกติยาว นฺหายติ, โส ปริสิญฺจตีติ วุจฺจติ. ภควโตปิ สรีเร ตถา หริตพฺพํ รโชชลฺลํ นาม น อุปลิมฺปติ, อุตุคฺคหณตฺถํ ปน ภควา เกวลํ อุทกํ โอตรติ. เตนาห – ‘‘คตฺตานิ ปริสิญฺจิตุ’’นฺติ. ปุพฺพโกฏฺฐโกติ ปาจีนโกฏฺฐโก.

สาวตฺถิยํ กิร วิหาโร กทาจิ มหา โหติ กทาจิ ขุทฺทโก. ตถา หิ โส วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล โยชนิโก อโหสิ, สิขิสฺส ติคาวุโต, เวสฺสภุสฺส อฑฺฒโยชนิโก, กกุสนฺธสฺส คาวุตปฺปมาโณ, โกณาคมนสฺส อฑฺฒคาวุตปฺปมาโณ, กสฺสปสฺส วีสติอุสภปฺปมาโณ, อมฺหากํ ภควโต กาเล อฏฺฐกรีสปฺปมาโณ ชาโต. ตมฺปิ นครํ ตสฺส วิหารสฺส กทาจิ ปาจีนโต โหติ, กทาจิ ทกฺขิณโต, กทาจิ ปจฺฉิมโต, กทาจิ อุตฺตรโต. เชตวเน คนฺธกุฏิยํ ปน จตุนฺนํ มญฺจปาทานํ ปติฏฺฐิตฏฺฐานํ อจลเมว.

จตฺตาริ หิ อจลเจติยฏฺฐานานิ นาม มหาโพธิปลฺลงฺกฏฺฐานํ อิสิปตเน ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนฏฺฐานํ สงฺกสฺสนครทฺวาเร เทโวโรหณกาเล โสปานสฺส ปติฏฺฐฏฺฐานํ มญฺจปาทฏฺฐานนฺติ. อยํ ปน ปุพฺพโกฏฺฐโก กสฺสปทสพลสฺส วีสติอุสภวิหารกาเล ปาจีนทฺวาเร โกฏฺฐโก อโหสิ. โส อิทานิปิ ปุพฺพโกฏฺฐโกเตฺวว ปญฺญายติ. กสฺสปทสพลสฺส กาเล อจิรวตี นครํ ปริกฺขิปิตฺวา สนฺทมานา ปุพฺพโกฏฺฐกํ ปตฺวา อุทเกน ภินฺทิตฺวา มหนฺตํ อุทกรหทํ มาเปสิ สมติตฺถํ อนุปุพฺพคมฺภีรํ. ตตฺถ เอกํ รญฺโญ นฺหานติตฺถํ, เอกํ นาครานํ, เอกํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส, เอกํ พุทฺธานนฺติ เอวํ ปาฏิเยกฺกานิ นฺหานติตฺถานิ โหนฺติ รมณียานิ วิปฺปกิณฺณรชตปฏฺฏสทิสวาลิกานิ. อิติ ภควา อายสฺมตา อานนฺเทน สทฺธึ เยน อยํ เอวรูโป ปุพฺพโกฏฺฐโก เตนุปสงฺกมิ คตฺตานิ ปริสิญฺจิตุํ. อถายสฺมา อานนฺโท อุทกสาฏิกํ อุปเนสิ. ภควา รตฺตทุปฏฺฏํ อปเนตฺวา อุทกสาฏิกํ นิวาเสสิ. เถโร ทุปฏฺเฏน สทฺธึ มหาจีวรํ อตฺตโน หตฺถคตมกาสิ. ภควา อุทกํ โอตริ. สโหตรเณเนวสฺส อุทเก มจฺฉกจฺฉปา สพฺเพ สุวณฺณวณฺณา อเหสุํ. ยนฺตนาลิกาหิ สุวณฺณรสธารานิสิญฺจมานกาโล วิย สุวณฺณปฏปสารณกาโล วิย จ อโหสิ. อถ ภควโต นฺหานวตฺตํ ทสฺเสตฺวา นฺหตฺวา ปจฺจุตฺติณฺณสฺส เถโร รตฺตทุปฏฺฏํ อุปเนสิ. ภควา ตํ นิวาเสตฺวา วิชฺชุลตาสทิสํ กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา มหาจีวรํ อนฺตนฺเตน สํหริตฺวา ปทุมคพฺภสทิสํ กตฺวา อุปนีตํ ทฺวีสุ กณฺเณสุ คเหตฺวา อฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปุพฺพโกฏฺฐเก คตฺตานิ ปริสิญฺจิตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา เอกจีวโร อฏฺฐาสี’’ติ.

เอวํ ฐิตสฺส ปน ภควโต สรีรํ วิกสิตกมลุปฺปลสรํ สพฺพปาลิผุลฺลํ ปาริจฺฉตฺตกํ ตารามรีจิวิกสิตํ จ คคนตลํ สิริยา อวหสมานํ วิย วิโรจิตฺถ. พฺยามปฺปภาปริกฺเขปวิลาสินี จสฺส ทฺวตฺตึสวรลกฺขณมาลา คนฺเถตฺวา ฐปิตา ทฺวตฺตึสจนฺทมาลา วิย, ทฺวตฺตึสสูริยมาลา วิย, ปฏิปาฏิยา ฐปิตา ทฺวตฺตึสจกฺกวตฺติ ทฺวตฺตึสเทวราชา ทฺวตฺตึสมหาพฺรหฺมาโน วิย จ อติวิย วิโรจิตฺถ, วณฺณภูมินาเมสา. เอวรูเปสุ ฐาเนสุ พุทฺธานํ สรีรวณฺณํ วา คุณวณฺณํ วา จุณฺณิยปเทหิ วา คาถาหิ วา อตฺถญฺจ อุปมาโย จ การณานิ จ อาหริตฺวา ปฏิพเลน ธมฺมกถิเกน ปูเรตฺวา กเถตุํ วฏฺฏตีติ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ ธมฺมกถิกสฺส ถาโม เวทิตพฺโพ.

๒๗๓. คตฺตานิ ปุพฺพาปยมาโนติ ปกติภาวํ คมยมาโน นิรุทกานิ กุรุมาโน, สุกฺขาปยมาโนติ อตฺโถ. โสทเกน คตฺเตน จีวรํ ปารุปนฺตสฺส หิ จีวเร กณฺณิกา อุฏฺฐหนฺติ, ปริกฺขารภณฺฑํ ทุสฺสติ. พุทฺธานํ ปน สรีเร รโชชลฺลํ น อุปลิมฺปติ; ปทุมปตฺเต ปกฺขิตฺตอุทกพินฺทุ วิย อุทกํ วินิวตฺเตตฺวา คจฺฉติ, เอวํ สนฺเตปิ สิกฺขาคารวตาย ภควา, ‘‘ปพฺพชิตวตฺตํ นาเมต’’นฺติ มหาจีวรํ อุโภสุ กณฺเณสุ คเหตฺวา ปุรโต กายํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา อฏฺฐาสิ. ตสฺมึ ขเณ เถโร จินฺเตสิ – ‘‘ภควา มหาจีวรํ ปารุปิตฺวา มิคารมาตุปาสาทํ อารพฺภ คมนาภิหารโต ปฏฺฐาย ทุนฺนิวตฺติโย ภวิสฺสติ; พุทฺธานญฺหิ อธิปฺปายโกปนํ นาม เอกจาริกสีหสฺส คหณตฺถํ หตฺถปฺปสารณํ วิย; ปภินฺนวรวารณสฺส โสณฺฑาย ปรามสนํ วิย; อุคฺคเตชสฺส อาสีวิสสฺส คีวาย คหณํ วิย จ ภาริยํ โหติ. อิเธว รมฺมกสฺส พฺราหฺมณสฺส อสฺสมสฺส วณฺณํ กเถตฺวา ตตฺถ คมนตฺถาย ภควนฺตํ ยาจิสฺสามี’’ติ. โส ตถา อกาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อายสฺมา อานนฺโท…เป… อนุกมฺปํ อุปาทายา’’ติ.

ตตฺถ อนุกมฺปํ อุปาทายาติ ภควโต สมฺมุขา ธมฺมึ กถํ โสสฺสามาติ ตํ อสฺสมํ คตานํ ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ อนุกมฺปํ ปฏิจฺจ, เตสุ การุญฺญํ กตฺวาติ อตฺโถ. ธมฺมิยา กถายาติ ทสสุ ปารมิตาสุ อญฺญตราย ปารมิยา เจว มหาภินิกฺขมนสฺส จ วณฺณํ กถยมานา สนฺนิสินฺนา โหนฺติ. อาคมยมาโนติ โอโลกยมาโน. อหํ พุทฺโธติ สหสา อปฺปวิสิตฺวา ยาว สา กถา นิฏฺฐาติ, ตาว อฏฺฐาสีติ อตฺโถ. อคฺคฬํ อาโกเฏสีติ อคฺคนเขน กวาเฏ สญฺญํ อทาสิ. วิวรึสูติ โสตํ โอทหิตฺวาว นิสินฺนตฺตา ตงฺขณํเยว อาคนฺตฺวา วิวรึสุ.

ปญฺญตฺเต อาสเนติ พุทฺธกาเล กิร ยตฺถ ยตฺถ เอโกปิ ภิกฺขุ วิหรติ, สพฺพตฺถ พุทฺธาสนํ ปญฺญตฺตเมว โหติ. กสฺมา? ภควา กิร อตฺตโน สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ผาสุกฏฺฐาเน วิหรนฺเต มนสิ กโรติ ‘‘อสุโก มยฺหํ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา คโต, สกฺขิสฺสติ นุ โข วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ โน วา’’ติ. อถ นํ ปสฺสติ กมฺมฏฺฐานํ วิสฺสชฺเชตฺวา อกุสลวิตกฺเก วิตกฺกยมานํ, ตโต ‘‘กถญฺหิ นาม มาทิสสฺส สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วิหรนฺตํ อิมํ กุลปุตฺตํ อกุสลวิตกฺกา อภิภวิตฺวา อนมตคฺเค วฏฺฏทุกฺเข สํสาเรสฺสนฺตี’’ติ ตสฺส อนุคฺคหตฺถํ ตตฺเถว อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา ตํ กุลปุตฺตํ โอวทิตฺวา อากาสํ อุปฺปติตฺวา ปุน อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว คจฺฉติ. อเถวํ โอวทิยมานา เต ภิกฺขู จินฺตยึสุ – ‘‘สตฺถา อมฺหากํ มนํ ชานิตฺวา อาคนฺตฺวา อมฺหากํ สมีเป ฐิตํเยว อตฺตานํ ทสฺเสติ; ตสฺมึ ขเณ, ‘ภนฺเต, อิธ นิสีทถ, อิธ นิสีทถา’ติ อาสนปริเยสนํ นาม ภาโร’’ติ. เต อาสนํ ปญฺญเปตฺวาว วิหรนฺติ. ยสฺส ปีฐํ อตฺถิ, โส ตํ ปญฺญเปติ. ยสฺส นตฺถิ, โส มญฺจํ วา ผลกํ วา กฏฺฐํ วา ปาสาณํ วา วาลิกปุญฺชํ วา ปญฺญเปติ. ตํ อลภมานา ปุราณปณฺณานิปิ สงฺกฑฺฒิตฺวา ตตฺถ ปํสุกูลํ ปตฺถริตฺวา ฐเปนฺติ. อิธ ปน ปกติปญฺญตฺตเมว อาสนํ อโหสิ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีที’’ติ.

กาย นุตฺถาติ กตมาย นุ กถาย สนฺนิสินฺนา ภวถาติ อตฺโถ. ‘‘กาย เนตฺถา’’ติปิ ปาฬิ, ตสฺสา กตมาย นุ เอตฺถาติ อตฺโถ. ‘‘กาย โนตฺถา’’ติปิ ปาฬิ, ตสฺสาปิ ปุริโมเยว อตฺโถ. อนฺตรา กถาติ กมฺมฏฺฐานมนสิการอุทฺเทสปริปุจฺฉาทีนํ อนฺตรา อญฺญา เอกา กถา. วิปฺปกตาติ มม อาคมนปจฺจยา อปรินิฏฺฐิตา สิขํ อปฺปตฺตา. อถ ภควา อนุปฺปตฺโตติ อถ เอตสฺมึ กาเล ภควา อาคโต. ธมฺมี วา กถาติ ทสกถาวตฺถุนิสฺสิตา วา ธมฺมี กถา. อริโย วา ตุณฺหีภาโวติ เอตฺถ ปน ทุติยชฺฌานมฺปิ อริโย ตุณฺหีภาโว มูลกมฺมฏฺฐานมฺปิ. ตสฺมา ตํ ฌานํ อปฺเปตฺวา นิสินฺโนปิ, มูลกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา นิสินฺโนปิ ภิกฺขุ อริเยน ตุณฺหีภาเวน นิสินฺโนติ เวทิตพฺโพ.

๒๗๔. เทฺวมา, ภิกฺขเว, ปริเยสนาติ โก อนุสนฺธิ? เต ภิกฺขู สมฺมุขา ธมฺมึ กถํ โสสฺสามาติ เถรสฺส ภารํ อกํสุ, เถโร เตสํ อสฺสมคมนมกาสิ. เต ตตฺถ นิสีทิตฺวา อติรจฺฉานกถิกา หุตฺวา ธมฺมิยา กถาย นิสีทึสุ. อถ ภควา ‘‘อยํ ตุมฺหากํ ปริเยสนา อริยปริเยสนา นามา’’ติ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ กตมา จ, ภิกฺขเว, อนริยปริเยสนาติ เอตฺถ ยถา มคฺคกุสโล ปุริโส ปฐมํ วชฺเชตพฺพํ อปายมคฺคํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วามํ มุญฺจิตฺวา ทกฺขิณํ คณฺหา’’ติ วทติ. เอวํ ภควา เทสนากุสลตาย ปฐมํ วชฺเชตพฺพํ อนริยปริเยสนํ อาจิกฺขิตฺวา ปจฺฉา อิตรํ อาจิกฺขิสฺสามีติ อุทฺเทสานุกฺกมํ ภินฺทิตฺวา เอวมาห. ชาติธมฺโมติ ชายนสภาโว. ชราธมฺโมติ ชีรณสภาโว. พฺยาธิธมฺโมติ พฺยาธิสภาโว. มรณธมฺโมติ มรณสภาโว. โสกธมฺโมติ โสจนกสภาโว. สํกิเลสธมฺโมติ สํกิลิสฺสนสภาโว.

ปุตฺตภริยนฺติ ปุตฺตา จ ภริยา จ. เอส นโย สพฺพตฺถ. ชาตรูปรชตนฺติ เอตฺถ ปน ชาตรูปนฺติ สุวณฺณํ. รชตนฺติ ยํกิญฺจิ โวหารูปคํ โลหมาสกาทิ. ชาติธมฺมา เหเต, ภิกฺขเว, อุปธโยติ เอเต ปญฺจกามคุณูปธโย นาม โหนฺติ, เต สพฺเพปิ ชาติธมฺมาติ ทสฺเสติ. พฺยาธิธมฺมวาราทีสุ ชาตรูปรชตํ น คหิตํ, น เหตสฺส สีสโรคาทโย พฺยาธโย นาม โหนฺติ, น สตฺตานํ วิย จุติสงฺขาตํ มรณํ, น โสโก อุปฺปชฺชติ. อยาทีหิ ปน สํกิเลเสหิ สํกิลิสฺสตีติ สํกิเลสธมฺมวาเร คหิตํ. ตถา อุตุสมุฏฺฐานตฺตา ชาติธมฺมวาเร. มลํ คเหตฺวา ชีรณโต ชราธมฺมวาเร จ.

๒๗๕. อยํ , ภิกฺขเว, อริยา ปริเยสนาติ, ภิกฺขเว, อยํ นิทฺโทสตายปิ อริเยหิ ปริเยสิตพฺพตายปิ อริยปริเยสนาติ เวทิตพฺพา.

๒๗๖. อหมฺปิ สุทํ, ภิกฺขเวติ กสฺมา อารภิ? มูลโต ปฏฺฐาย มหาภินิกฺขมนํ ทสฺเสตุํ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘ภิกฺขเว, อหมฺปิ ปุพฺเพ อนริยปริเยสนํ ปริเยสึ. สฺวาหํ ตํ ปหาย อริยปริเยสนํ ปริเยสิตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต. ปญฺจวคฺคิยาปิ อนริยปริเยสนํ ปริเยสึสุ. เต ตํ ปหาย อริยปริเยสนํ ปริเยสิตฺวา ขีณาสวภูมึ ปตฺตา. ตุเมฺหปิ มม เจว ปญฺจวคฺคิยานญฺจ มคฺคํ อารุฬฺหา. อริยปริเยสนา ตุมฺหากํ ปริเยสนา’’ติ มูลโต ปฏฺฐาย อตฺตโน มหาภินิกฺขมนํ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ.

๒๗๗. ตตฺถ ทหโรว สมาโนติ ตรุโณว สมาโน. สุสุกาฬเกโสติ สุฏฺฐุ กาฬเกโส, อญฺชนวณฺณเกโสว หุตฺวาติ อตฺโถ. ภเทฺรนาติ ภทฺทเกน. ปฐเมน วยสาติ ติณฺณํ วยานํ ปฐมวเยน. อกามกานนฺติ อนิจฺฉมานานํ, อนาทรตฺเถ สามิวจนํ. อสฺสูนิ มุเข เอเตสนฺติ อสฺสุมุขา; เตสํ อสฺสุมุขานํ, อสฺสุกิลินฺนมุขานนฺติ อตฺโถ. รุทนฺตานนฺติ กนฺทิตฺวา โรทมานานํ. กึ กุสลคเวสีติ กึ กุสลนฺติ คเวสมาโน. อนุตฺตรํ สนฺติวรปทนฺติ อุตฺตมํ สนฺติสงฺขาตํ วรปทํ, นิพฺพานํ ปริเยสมาโนติ อตฺโถ. เยน อาฬาโร กาลาโมติ เอตฺถ อาฬาโรติ ตสฺส นามํ, ทีฆปิงฺคโล กิเรโส. เตนสฺส อาฬาโรติ นามํ อโหสิ. กาลาโมติ โคตฺตํ. วิหรตายสฺมาติ วิหรตุ อายสฺมา. ยตฺถ วิญฺญู ปุริโสติ ยสฺมึ ธมฺเม ปณฺฑิโต ปุริโส. สกํ อาจริยกนฺติ อตฺตโน อาจริยสมยํ. อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺยาติ ปฏิลภิตฺวา วิหเรยฺย. เอตฺตาวตา เตน โอกาโส กโต โหติ. ตํ ธมฺมนฺติ ตํ เตสํ สมยํ ตนฺตึ. ปริยาปุณินฺติ สุตฺวาว อุคฺคณฺหึ.

โอฏฺฐปหตมตฺเตนาติ เตน วุตฺตสฺส ปฏิคฺคหณตฺถํ โอฏฺฐปหรณมตฺเตน; อปราปรํ กตฺวา โอฏฺฐสญฺจรณมตฺตเกนาติ อตฺโถ. ลปิตลาปนมตฺเตนาติ เตน ลปิตสฺส ปฏิลาปนมตฺตเกน. ญาณวาทนฺติ ชานามีติ วาทํ. เถรวาทนฺติ ถิรภาววาทํ, เถโร อหเมตฺถาติ เอตํ วจนํ. อหญฺเจว อญฺเญ จาติ น เกวลํ อหํ, อญฺเญปิ พหู เอวํ วทนฺติ. เกวลํ สทฺธามตฺตเกนาติ ปญฺญาย อสจฺฉิกตฺวา สุทฺเธน สทฺธามตฺตเกเนว. โพธิสตฺโต กิร วาจาย ธมฺมํ อุคฺคณฺหนฺโตเยว, ‘‘น กาลามสฺส วาจาย ปริยตฺติมตฺตเมว อสฺมึ ธมฺเม, อทฺธา เอส สตฺตนฺนํ สมาปตฺตีนํ ลาภี’’ติ อญฺญาสิ, เตนสฺส เอตทโหสิ.

อากิญฺจญฺญายตนํ ปเวเทสีติ อากิญฺจญฺญายตนปริโยสานา สตฺต สมาปตฺติโย มํ ชานาเปสิ. สทฺธาติ อิมาสํ สตฺตนฺนํ สมาปตฺตีนํ นิพฺพตฺตนตฺถาย สทฺธา. วีริยาทีสุปิ เอเสว นโย. ปทเหยฺยนฺติ ปโยคํ กเรยฺยํ. นจิรสฺเสว ตํ ธมฺมํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหาสินฺติ โพธิสตฺโต กิร วีริยํ ปคฺคเหตฺวา กติปาหญฺเญว สตฺต สุวณฺณนิสฺเสณิโย ปสาเรนฺโต วิย สตฺต สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตสิ; ตสฺมา เอวมาห.

ลาภา โน, อาวุโสติ อนุสูยโก กิเรส กาลาโม. ตสฺมา ‘‘อยํ อธุนาคโต, กินฺติ กตฺวา อิมํ ธมฺมํ นิพฺพตฺเตสี’’ติ อุสูยํ อกตฺวา ปสนฺโน ปสาทํ ปเวเทนฺโต เอวมาห. อุโภว สนฺตา อิมํ คณํ ปริหรามาติ ‘‘มหา อยํ คโณ, เทฺวปิ ชนา ปริหรามา’’ติ วตฺวา คณสฺส สญฺญํ อทาสิ, ‘‘อหมฺปิ สตฺตนฺนํ สมาปตฺตีนํ ลาภี, มหาปุริโสปิ สตฺตนฺนเมว, เอตฺตกา ชนา มหาปุริสสฺส สนฺติเก ปริกมฺมํ อุคฺคณฺหถ, เอตฺตกา มยฺห’’นฺติ มชฺเฌ ภินฺทิตฺวา อทาสิ. อุฬารายาติ อุตฺตมาย. ปูชายาติ กาลามสฺส กิร อุปฏฺฐากา อิตฺถิโยปิ ปุริสาปิ คนฺธมาลาทีนิ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺติ. กาลาโม – ‘‘คจฺฉถ, มหาปุริสํ ปูเชถา’’ติ วทติ. เต ตํ ปูเชตฺวา ยํ อวสิฏฺฐํ โหติ, เตน กาลามํ ปูเชนฺติ. มหคฺฆานิ มญฺจปีฐานิ อาหรนฺติ; ตานิปิ มหาปุริสสฺส ทาเปตฺวา ยทิ อวสิฏฺฐํ โหติ, อตฺตนา คณฺหาติ. คตคตฏฺฐาเน วรเสนาสนํ โพธิสตฺตสฺส ชคฺคาเปตฺวา เสสกํ อตฺตนา คณฺหาติ. เอวํ อุฬาราย ปูชาย ปูเชสิ. นายํ ธมฺโม นิพฺพิทายาติอาทีสุ อยํ สตฺตสมาปตฺติธมฺโม เนว วฏฺเฏ นิพฺพินฺทนตฺถาย, น วิรชฺชนตฺถาย, น ราคาทินิโรธตฺถาย, น อุปสมตฺถาย, น อภิญฺเญยฺยธมฺมํ อภิชานนตฺถาย, น จตุมคฺคสมฺโพธาย, น นิพฺพานสจฺฉิกิริยาย สํวตฺตตีติ อตฺโถ.

ยาวเทว อากิญฺจญฺญายตนูปปตฺติยาติ ยาว สฏฺฐิกปฺปสหสฺสายุปริมาเณ อากิญฺจญฺญายตนภเว อุปปตฺติ, ตาวเทว สํวตฺตติ, น ตโต อุทฺธํ. เอวมยํ ปุนราวตฺตนธมฺโมเยว; ยญฺจ ฐานํ ปาเปติ, ตํ ชาติชรามรเณหิ อปริมุตฺตเมว มจฺจุปาสปริกฺขิตฺตเมวาติ. ตโต ปฏฺฐาย จ ปน มหาสตฺโต ยถา นาม ฉาตชฺฌตฺตปุริโส มนุญฺญโภชนํ ลภิตฺวา สมฺปิยายมาโนปิ ภุญฺชิตฺวา ปิตฺตวเสน วา เสมฺหวเสน วา มกฺขิกาวเสน วา ฉฑฺเฑตฺวา ปุน เอกํ ปิณฺฑมฺปิ ภุญฺชิสฺสามีติ มนํ น อุปฺปาเทติ; เอวเมว อิมา สตฺต สมาปตฺติโย มหนฺเตน อุสฺสาเหน นิพฺพตฺเตตฺวาปิ, ตาสุ อิมํ ปุนราวตฺติกาทิเภทํ อาทีนวํ ทิสฺวา, ปุน อิมํ ธมฺมํ อาวชฺชิสฺสามิ วา สมาปชฺชิสฺสามิ วา อธิฏฺฐหิสฺสามิ วา วุฏฺฐหิสฺสามิ วา ปจฺจเวกฺขิสฺสามิ วาติ จิตฺตเมว น อุปฺปาเทสิ. อนลงฺกริตฺวาติ อลํ อิมินา, อลํ อิมินาติ ปุนปฺปุนํ อลงฺกริตฺวา. นิพฺพิชฺชาติ นิพฺพินฺทิตฺวา. อปกฺกมินฺติ อคมาสึ.

๒๗๘. น โข ราโม อิมํ ธมฺมนฺติ อิธาปิ โพธิสตฺโต ตํ ธมฺมํ อุคฺคณฺหนฺโตเยว อญฺญาสิ – ‘‘นายํ อฏฺฐสมาปตฺติธมฺโม อุทกสฺส วาจาย อุคฺคหิตมตฺโตว, อทฺธา ปเนส อฏฺฐสมาปตฺติลาภี’’ติ. เตนสฺส เอตทโหสิ – ‘‘น โข ราโม…เป… ชานํ ปสฺสํ วิหาสี’’ติ. เสสเมตฺถ ปุริมวาเร วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๒๗๙. เยน อุรุเวลา เสนานิคโมติ เอตฺถ อุรุเวลาติ มหาเวลา, มหาวาลิกราสีติ อตฺโถ. อถ วา อุรูติ วาลิกา วุจฺจติ; เวลาติ มริยาทา, เวลาติกฺกมนเหตุ อาหฏา อุรุ อุรุเวลาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อตีเต กิร อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ ทสสหสฺสา กุลปุตฺตา ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตสฺมึ ปเทเส วิหรนฺตา เอกทิวสํ สนฺนิปติตฺวา กติกวตฺตํ อกํสุ – ‘‘กายกมฺมวจีกมฺมานิ นาม ปเรสมฺปิ ปากฏานิ โหนฺติ, มโนกมฺมํ ปน อปากฏํ. ตสฺมา โย กามวิตกฺกํ วา พฺยาปาทวิตกฺกํ วา วิหึสาวิตกฺกํ วา วิตกฺเกติ, ตสฺส อญฺโญ โจทโก นาม นตฺถิ; โส อตฺตนาว อตฺตานํ โจเทตฺวา ปตฺตปุเฏน วาลิกํ อาหริตฺวา อิมสฺมึ ฐาเน อากิรตุ, อิทมสฺส ทณฺฑกมฺม’’นฺติ. ตโต ปฏฺฐาย โย ตาทิสํ วิตกฺกํ วิตกฺเกติ, โส ตตฺถ ปตฺตปุเฏน วาลิกํ อากิรติ, เอวํ ตตฺถ อนุกฺกเมน มหาวาลิกราสิ ชาโต. ตโต ตํ ปจฺฉิมา ชนตา ปริกฺขิปิตฺวา เจติยฏฺฐานมกาสิ; ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อุรุเวลาติ มหาเวลา, มหาวาลิกราสีติ อตฺโถ’’ติ. ตเมว สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อถ วา อุรูติ วาลิกา วุจฺจติ, เวลาติ มริยาทา. เวลาติกฺกมนเหตุ อาหฏา อุรุ อุรุเวลาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ’’ติ.

เสนานิคโมติ เสนาย นิคโม. ปฐมกปฺปิกานํ กิร ตสฺมึ ฐาเน เสนานิเวโส อโหสิ; ตสฺมา โส ปเทโส เสนานิคโมติ วุจฺจติ. ‘‘เสนานิ-คาโม’’ติปิ ปาโฐ. เสนานี นาม สุชาตาย ปิตา, ตสฺส คาโมติ อตฺโถ. ตทวสรินฺติ ตตฺถ โอสรึ. รมณียํ ภูมิภาคนฺติ สุปุปฺผิตนานปฺปการชลชถลชปุปฺผวิจิตฺตํ มโนรมฺมํ ภูมิภาคํ. ปาสาทิกญฺจ วนสณฺฑนฺติ โมรปิญฺฉกลาปสทิสํ ปสาทชนนวนสณฺฑญฺจ อทฺทสํ. นทิญฺจ สนฺทนฺตินฺติ สนฺทมานญฺจ มณิกฺขนฺธสทิสํ วิมลนีลสีตลสลิลํ เนรญฺชรํ นทึ อทฺทสํ. เสตกนฺติ ปริสุทฺธํ นิกฺกทฺทมํ. สุปติตฺถนฺติ อนุปุพฺพคมฺภีเรหิ สุนฺทเรหิ ติตฺเถหิ อุเปตํ. รมณียนฺติ รชตปฏฺฏสทิสํ วิปฺปกิณฺณวาลิกํ ปหูตมจฺฉกจฺฉปํ อภิรามทสฺสนํ. สมนฺตา จ โคจรคามนฺติ ตสฺส ปเทสสฺส สมนฺตา อวิทูเร คมนาคมนสมฺปนฺนํ สมฺปตฺตปพฺพชิตานํ สุลภปิณฺฑํ โคจรคามญฺจ อทฺทสํ. อลํ วตาติ สมตฺถํ วต. ตตฺเถว นิสีทินฺติ โพธิปลฺลงฺเก นิสชฺชํ สนฺธายาห. อุปริสุตฺตสฺมิญฺหิ ตตฺเถวาติ ทุกฺกรการิกฏฺฐานํ อธิปฺเปตํ, อิธ ปน โพธิปลฺลงฺโก. เตนาห – ‘‘ตตฺเถว นิสีทิ’’นฺติ. อลมิทํ ปธานายาติ อิทํ ฐานํ ปธานตฺถาย สมตฺถนฺติ เอวํ จินฺเตตฺวา นิสีทินฺติ อตฺโถ.

๒๘๐. อชฺฌคมนฺติ อธิคจฺฉึ ปฏิลภึ. ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนนฺติ สพฺพธมฺมทสฺสนสมตฺถญฺจ เม สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อุทปาทิ. อกุปฺปา เม วิมุตฺตีติ มยฺหํ อรหตฺตผลวิมุตฺติ อกุปฺปตาย จ อกุปฺปารมฺมณตาย จ อกุปฺปา, สา หิ ราคาทีหิ น กุปฺปตีติ อกุปฺปตายปิ อกุปฺปา, อกุปฺปํ นิพฺพานมสฺสารมฺมณนฺติปิ อกุปฺปา. อยมนฺติมา ชาตีติ อยํ สพฺพปจฺฉิมา ชาติ. นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโวติ อิทานิ เม ปุน ปฏิสนฺธิ นาม นตฺถีติ เอวํ ปจฺจเวกฺขณญาณมฺปิ เม อุปฺปนฺนนฺติ ทสฺเสติ.

๒๘๑. อธิคโตติ ปฏิวิทฺโธ. ธมฺโมติ จตุสจฺจธมฺโม. คมฺภีโรติ อุตฺตานภาวปฏิกฺเขปวจนเมตํ. ทุทฺทโสติ คมฺภีรตฺตาว ทุทฺทโส ทุกฺเขน ทฏฺฐพฺโพ, น สกฺกา สุเขน ทฏฺฐุํ. ทุทฺทสตฺตาว ทุรนุโพโธ, ทุกฺเขน อวพุชฺฌิตพฺโพ, น สกฺกา สุเขน อวพุชฺฌิตุํ. สนฺโตติ นิพฺพุโต. ปณีโตติ อตปฺปโก. อิทํ ทฺวยํ โลกุตฺตรเมว สนฺธาย วุตฺตํ. อตกฺกาวจโรติ ตกฺเกน อวจริตพฺโพ โอคาหิตพฺโพ น โหติ, ญาเณเนว อวจริตพฺโพ. นิปุโณติ สโณฺห. ปณฺฑิตเวทนีโยติ สมฺมาปฏิปทํ ปฏิปนฺเนหิ ปณฺฑิเตหิ เวทิตพฺโพ. อาลยรามาติ สตฺตา ปญฺจสุ กามคุเณสุ อลฺลียนฺติ. ตสฺมา เต อาลยาติ วุจฺจนฺติ. อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตานิ อาลยนฺติ, ตสฺมา อาลยาติ วุจฺจนฺติ. เตหิ อาลเยหิ รมนฺตีติ อาลยรามา. อาลเยสุ รตาติ อาลยรตา. อาลเยสุ สุฏฺฐุ มุทิตาติ อาลยสมฺมุทิตา. ยเถว หิ สุสชฺชิตํ ปุปฺผผลภริตรุกฺขาทิสมฺปนฺนํ อุยฺยานํ ปวิฏฺโฐ ราชา ตาย ตาย สมฺปตฺติยา รมติ, สมฺมุทิโต อาโมทิตปโมทิโต โหติ, น อุกฺกณฺฐติ, สายมฺปิ นิกฺขมิตุํ น อิจฺฉติ; เอวมิเมหิปิ กามาลยตณฺหาลเยหิ สตฺตา รมนฺติ, สํสารวฏฺเฏ สมฺมุทิตา อนุกฺกณฺฐิตา วสนฺติ. เตน เนสํ ภควา ทุวิธมฺปิ อาลยํ อุยฺยานภูมึ วิย ทสฺเสนฺโต ‘‘อาลยรามา’’ติอาทิมาห.

ยทิทนฺติ นิปาโต, ตสฺส ฐานํ สนฺธาย ‘‘ยํ อิท’’นฺติ, ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ สนฺธาย ‘‘โย อย’’นฺติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ อิเมสํ ปจฺจยา อิทปฺปจฺจยา; อิทปฺปจฺจยา เอว อิทปฺปจฺจยตา; อิทปฺปจฺจยตา จ สา ปฏิจฺจสมุปฺปาโท จาติ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปาโท. สงฺขาราทิปจฺจยานเมตํ อธิวจนํ. สพฺพสงฺขารสมโถติอาทิ สพฺพํ นิพฺพานเมว. ยสฺมา หิ ตํ อาคมฺม สพฺพสงฺขารวิปฺผนฺทิตานิ สมฺมนฺติ วูปสมฺมนฺติ, ตสฺมา สพฺพสงฺขารสมโถติ วุจฺจติ. ยสฺมา จ ตํ อาคมฺม สพฺเพ อุปธโย ปฏินิสฺสฏฺฐา โหนฺติ, สพฺพา ตณฺหา ขียนฺติ, สพฺเพ กิเลสราคา วิรชฺชนฺติ, สพฺพํ ทุกฺขํ นิรุชฺฌติ; ตสฺมา สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหากฺขโย วิราโค นิโรโธติ วุจฺจติ. สา ปเนสา ตณฺหา ภเวน ภวํ, ผเลน วา สทฺธึ กมฺมํ วินติ สํสิพฺพตีติ กตฺวา วานนฺติ วุจฺจติ, ตโต นิกฺขนฺตํ วานโตติ นิพฺพานํ. โส มมสฺส กิลมโถติ ยา อชานนฺตานํ เทสนา นาม, โส มม กิลมโถ อสฺส, สา มม วิเหสา อสฺสาติ อตฺโถ. กายกิลมโถ เจว กายวิเหสา จ อสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. จิตฺเต ปน อุภยมฺเปตํ พุทฺธานํ นตฺถิ. อปิสฺสูติ อนุพฺรูหนตฺเถ นิปาโต, โส ‘‘น เกวลํ เอตทโหสิ, อิมาปิ คาถา ปฏิภํสู’’ติ ทีเปติ. มนฺติ มม. อนจฺฉริยาติ อนุอจฺฉริยา. ปฏิภํสูติ ปฏิภานสงฺขาตสฺส ญาณสฺส โคจรา อเหสุํ; ปริวิตกฺกยิตพฺพตํ ปาปุณึสุ.

กิจฺเฉนาติ ทุกฺเขน, น ทุกฺขาย ปฏิปทาย. พุทฺธานญฺหิ จตฺตาโรปิ มคฺคา สุขปฺปฏิปทาว โหนฺติ. ปารมีปูรณกาเล ปน สราคสโทสสโมหสฺเสว สโต อาคตาคตานํ ยาจกานํ, อลงฺกตปฺปฏิยตฺตํ สีสํ กนฺติตฺวา, คลโลหิตํ นีหริตฺวา, สุอญฺชิตานิ อกฺขีนิ อุปฺปาเฏตฺวา, กุลวํสปฺปทีปํ ปุตฺตํ มนาปจารินึ ภริยนฺติ เอวมาทีนิ เทนฺตสฺส, อญฺญานิ จ ขนฺติวาทิสทิเสสุ อตฺตภาเวสุ เฉชฺชเภชฺชาทีนิ ปาปุณนฺตสฺส อาคมนิยปฏิปทํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. หลนฺติ เอตฺถ ห-กาโร นิปาตมตฺโต, อลนฺติ อตฺโถ. ปกาสิตุนฺติ เทสิตุํ, เอวํ กิจฺเฉน อธิคตสฺส ธมฺมสฺส อลํ เทสิตุํ, ปริยตฺตํ เทสิตุํ, โก อตฺโถ เทสิเตนาติ วุตฺตํ โหติ. ราคโทสปเรเตหีติ ราคโทสปริผุฏฺเฐหิ ราคโทสานุคเตหิ วา.

ปฏิโสตคามินฺติ นิจฺจาทีนํ ปฏิโสตํ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา อสุภนฺติ เอวํ คตํ จตุสจฺจธมฺมํ. ราครตฺตาติ กามราเคน ภวราเคน ทิฏฺฐิราเคน จ รตฺตา. น ทกฺขนฺตีติ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา อสุภนฺติ อิมินา สภาเวน น ปสฺสิสฺสนฺติ, เต อปสฺสนฺเต โก สกฺขิสฺสติ เอวํ คาหาเปตุํ. ตโมขนฺเธน อาวุฏาติ อวิชฺชาราสินา อชฺโฌตฺถตา.

๒๘๒. อปฺโปสฺสุกฺกตายาติ นิรุสฺสุกฺกภาเวน, อเทเสตุกามตายาติ อตฺโถ. กสฺมา ปนสฺส เอวํ จิตฺตํ นมิ, นนุ เอส มุตฺโต โมเจสฺสามิ, ติณฺโณ ตาเรสฺสามิ.

‘‘กึ เม อญฺญาตเวเสน, ธมฺมํ สจฺฉิกเตนิธ;

สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตฺวา, ตารยิสฺสํ สเทวก’’นฺติ. (พุ. วํ. ๒.๕๖) –

ปตฺถนํ กตฺวา ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโตติ. สจฺจเมตํ, ตเทวํ ปจฺจเวกฺขณานุภาเวน ปนสฺส เอวํ จิตฺตํ นมิ. ตสฺส หิ สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา สตฺตานํ กิเลสคหนตํ, ธมฺมสฺส จ คมฺภีรตํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส สตฺตานํ กิเลสคหนตา จ ธมฺมคมฺภีรตา จ สพฺพากาเรน ปากฏา ชาตา. อถสฺส ‘‘อิเม สตฺตา กญฺชิกปุณฺณา ลาพุ วิย, ตกฺกภริตา จาฏิ วิย, วสาเตลปีตปิโลติกา วิย, อญฺชนมกฺขิตหตฺโถ วิย จ กิเลสภริตา อติสํกิลิฏฺฐา ราครตฺตา โทสทุฏฺฐา โมหมูฬฺหา, เต กึ นาม ปฏิวิชฺฌิสฺสนฺตี’’ติ จินฺตยโต กิเลสคหนปจฺจเวกฺขณานุภาเวนาปิ เอวํ จิตฺตํ นมิ.

‘‘อยญฺจ ธมฺโม ปถวีสนฺธารกอุทกกฺขนฺโธ วิย คมฺภีโร, ปพฺพเตน ปฏิจฺฉาเทตฺวา ฐปิโต สาสโป วิย ทุทฺทโส, สตธา ภินฺนสฺส วาลสฺส โกฏิยา โกฏิปฏิปาทนํ วิย ทุรนุโพโธ. นนุ มยา หิ อิมํ ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิตุํ วายมนฺเตน อทินฺนํ ทานํ นาม นตฺถิ, อรกฺขิตํ สีลํ นาม นตฺถิ, อปริปูริตา กาจิ ปารมี นาม นตฺถิ? ตสฺส เม นิรุสฺสาหํ วิย มารพลํ วิธมนฺตสฺสาปิ ปถวี น กมฺปิตฺถ, ปฐมยาเม ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺตสฺสาปิ น กมฺปิตฺถ, มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุํ โสเธนฺตสฺสาปิ น กมฺปิตฺถ, ปจฺฉิมยาเม ปน ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ปฏิวิชฺฌนฺตสฺเสว เม ทสสหสฺสิโลกธาตุ กมฺปิตฺถ. อิติ มาทิเสนาปิ ติกฺขญาเณน กิจฺเฉเนวายํ ธมฺโม ปฏิวิทฺโธ, ตํ โลกิยมหาชนา กถํ ปฏิวิชฺฌิสฺสนฺตี’’ติ ธมฺมคมฺภีรตาปจฺจเวกฺขณานุภาเวนาปิ เอวํ จิตฺตํ นมีติ เวทิตพฺพํ.

อปิจ พฺรหฺมุนา ยาจิเต เทเสตุกามตายปิสฺส เอวํ จิตฺตํ นมิ. ชานาติ หิ ภควา – ‘‘มม อปฺโปสฺสุกฺกตาย จิตฺเต นมมาเน มํ มหาพฺรหฺมา ธมฺมเทสนํ ยาจิสฺสติ, อิเม จ สตฺตา พฺรหฺมครุกา, เต ‘สตฺถา กิร ธมฺมํ น เทเสตุกาโม อโหสิ, อถ นํ มหาพฺรหฺมา ยาจิตฺวา เทสาเปสิ, สนฺโต วต, โภ, ธมฺโม ปณีโต วต, โภ, ธมฺโม’ติ มญฺญมานา สุสฺสูสิสฺสนฺตี’’ติ. อิทมฺปิสฺส การณํ ปฏิจฺจ อปฺโปสฺสุกฺกตาย จิตฺตํ นมิ, โน ธมฺมเทสนายาติ เวทิตพฺพํ.

สหมฺปติสฺสาติ โส กิร กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน สหโก นาม เถโร ปฐมชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ปฐมชฺฌานภูมิยํ กปฺปายุกพฺรหฺมา หุตฺวา นิพฺพตฺโต. ตตฺร นํ สหมฺปติพฺรหฺมาติ ปฏิสญฺชานนฺติ, ตํ สนฺธายาห – ‘‘พฺรหฺมุโน สหมฺปติสฺสา’’ติ. นสฺสติ วต, โภติ โส กิร อิมํ สทฺทํ ตถา นิจฺฉาเรสิ, ยถา ทสสหสฺสิโลกธาตุพฺรหฺมาโน สุตฺวา สพฺเพ สนฺนิปตึสุ. ยตฺร หิ นามาติ ยสฺมึ นาม โลเก. ปุรโต ปาตุรโหสีติ เตหิ ทสหิ พฺรหฺมสหสฺเสหิ สทฺธึ ปาตุรโหสิ. อปฺปรชกฺขชาติกาติ ปญฺญามเย อกฺขิมฺหิ อปฺปํ ปริตฺตํ ราคโทสโมหรชํ เอเตสํ, เอวํสภาวาติ อปฺปรชกฺขชาติกา. อสฺสวนตาติ อสฺสวนตาย. ภวิสฺสนฺตีติ ปุริมพุทฺเธสุ ทสปุญฺญกิริยวเสน กตาธิการา ปริปากคตปทุมานิ วิย สูริยรสฺมิสมฺผสฺสํ, ธมฺมเทสนํเยว อากงฺขมานา จตุปฺปทิกคาถาวสาเน อริยภูมึ โอกฺกมนารหา น เอโก, น เทฺว, อเนกสตสหสฺสา ธมฺมสฺส อญฺญาตาโร ภวิสฺสนฺตีติ ทสฺเสติ.

ปาตุรโหสีติ ปาตุภวิ. สมเลหิ จินฺติโตติ สมเลหิ ฉหิ สตฺถาเรหิ จินฺติโต. เต หิ ปุเรตรํ อุปฺปชฺชิตฺวา สกลชมฺพุทีเป กณฺฏเก ปตฺถรมานา วิย, วิสํ สิญฺจมานา วิย จ สมลํ มิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺมํ เทสยึสุ. อปาปุเรตนฺติ วิวร เอตํ. อมตสฺส ทฺวารนฺติ อมตสฺส นิพฺพานสฺส ทฺวารภูตํ อริยมคฺคํ. สุณนฺตุ ธมฺมํ วิมเลนานุพุทฺธนฺติ อิเม สตฺตา ราคาทิมลานํ อภาวโต วิมเลน สมฺมาสมฺพุทฺเธน อนุพุทฺธํ จตุสจฺจธมฺมํ สุณนฺตุ ตาว ภควาติ ยาจติ.

เสเล ยถา ปพฺพตมุทฺธนิฏฺฐิโตติ เสลมเย เอกคฺฆเน ปพฺพตมุทฺธนิ ยถา ฐิโตว. น หิ ตสฺส ฐิตสฺส ทสฺสนตฺถํ คีวุกฺขิปนปสารณาทิกิจฺจํ อตฺถิ. ตถูปมนฺติ ตปฺปฏิภาคํ เสลปพฺพตูปมํ. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ยถา เสลปพฺพตมุทฺธนิ ฐิโตว จกฺขุมา ปุริโส สมนฺตโต ชนตํ ปสฺเสยฺย, ตถา ตฺวมฺปิ, สุเมธ, สุนฺทรปญฺญ-สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สมนฺตจกฺขุ ภควา ธมฺมมยํ ปาสาทมารุยฺห สยํ อเปตโสโก โสกาวติณฺณํ ชาติชราภิภูตํ ชนตํ อเวกฺขสฺสุ อุปธารย อุปปริกฺข. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย – ยถา หิ ปพฺพตปาเท สมนฺตา มหนฺตํ เขตฺตํ กตฺวา ตตฺถ เกทารปาฬีสุ กุฏิกาโย กตฺวา รตฺตึ อคฺคึ ชาเลยฺยุํ. จตุรงฺคสมนฺนาคตญฺจ อนฺธการํ อสฺส, อถ ตสฺส ปพฺพตสฺส มตฺถเก ฐตฺวา จกฺขุมโต ปุริสสฺส ภูมึ โอโลกยโต เนว เขตฺตํ, น เกทารปาฬิโย, น กุฏิโย, น ตตฺถ สยิตมนุสฺสา ปญฺญาเยยฺยุํ. กุฏิกาสุ ปน อคฺคิชาลามตฺตกเมว ปญฺญาเยยฺย. เอวํ ธมฺมปาสาทํ อารุยฺห สตฺตนิกายํ โอโลกยโต ตถาคตสฺส, เย เต อกตกลฺยาณา สตฺตา, เต เอกวิหาเร ทกฺขิณชาณุปสฺเส นิสินฺนาปิ พุทฺธจกฺขุสฺส อาปาถํ นาคจฺฉนฺติ, รตฺตึ ขิตฺตา สรา วิย โหนฺติ. เย ปน กตกลฺยาณา เวเนยฺยปุคฺคลา, เต เอวสฺส ทูเรปิ ฐิตา อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ, โส อคฺคิ วิย หิมวนฺตปพฺพโต วิย จ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ทูเร สนฺโต ปกาเสนฺติ, หิมวนฺโตว ปพฺพโต;

อสนฺเตตฺถ น ทิสฺสนฺติ, รตฺตึ ขิตฺตา ยถา สรา’’ติ. (ธ. ป. ๓๐๔);

อุฏฺเฐหีติ ภควโต ธมฺมเทสนตฺถํ จาริกจรณํ ยาจนฺโต ภณติ. วีราติอาทีสุ ภควา วีริยวนฺตตาย วีโร. เทวปุตฺตมจฺจุกิเลสมารานํ วิชิตตฺตา วิชิตสงฺคาโม. ชาติกนฺตาราทินิตฺถรณตฺถาย เวเนยฺยสตฺถวาหนสมตฺถตาย สตฺถวาโห. กามจฺฉนฺทอิณสฺส อภาวโต อณโณติ เวทิตพฺโพ.

๒๘๓. อชฺเฌสนนฺติ ยาจนํ. พุทฺธจกฺขุนาติ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาเณน จ อาสยานุสยญาเณน จ. อิเมสญฺหิ ทฺวินฺนํ ญาณานํ พุทฺธจกฺขูติ นามํ, สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส สมนฺตจกฺขูติ, ติณฺณํ มคฺคญาณานํ ธมฺมจกฺขูติ. อปฺปรชกฺเขติอาทีสุ เยสํ วุตฺตนเยเนว ปญฺญาจกฺขุมฺหิ ราคาทิรชํ อปฺปํ, เต อปฺปรชกฺขา. เยสํ ตํ มหนฺตํ, เต มหารชกฺขา. เยสํ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ ติกฺขานิ, เต ติกฺขินฺทฺริยา. เยสํ ตานิ มุทูนิ, เต มุทินฺทฺริยา. เยสํ เตเยว สทฺธาทโย อาการา สุนฺทรา, เต สฺวาการา. เย กถิตการณํ สลฺลกฺเขนฺติ, สุเขน สกฺกา โหนฺติ วิญฺญาเปตุํ, เต สุวิญฺญาปยา. เย ปรโลกญฺเจว วชฺชญฺจ ภยโต ปสฺสนฺติ, เต ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวิโน นาม.

อยํ ปเนตฺถ ปาฬิ – ‘‘สทฺโธ ปุคฺคโล อปฺปรชกฺโข, อสฺสทฺโธ ปุคฺคโล มหารชกฺโข. อารทฺธวีริโย…, กุสิโต…, อุปฏฺฐิตสฺสติ…, มุฏฺฐสฺสติ…, สมาหิโต…, อสมาหิโต…, ปญฺญวา…, ทุปฺปญฺโญ ปุคฺคโล มหารชกฺโข. ตถา สทฺโธ ปุคฺคโล ติกฺขินฺทฺริโย…เป… ปญฺญวา ปุคฺคโล ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี, ทุปฺปญฺโญ ปุคฺคโล น ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี. โลโกติ ขนฺธโลโก, อายตนโลโก, ธาตุโลโก, สมฺปตฺติภวโลโก, สมฺปตฺติสมฺภวโลโก, วิปตฺติภวโลโก, วิปตฺติสมฺภวโลโก, เอโก โลโก สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา. เทฺว โลกา – นามญฺจ รูปญฺจ. ตโย โลกา – ติสฺโส เวทนา. จตฺตาโร โลกา – จตฺตาโร อาหารา. ปญฺจ โลกา – ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา. ฉ โลกา – ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ. สตฺต โลกา – สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโย. อฏฺฐ โลกา – อฏฺฐ โลกธมฺมา. นว โลกา – นว สตฺตาวาสา. ทส โลกา – ทสายตนานิ. ทฺวาทส โลกา – ทฺวาทสายตนานิ. อฏฺฐารส โลกา – อฏฺฐารสฺส ธาตุโย. วชฺชนฺติ สพฺเพ กิเลสา วชฺชา, สพฺเพ ทุจฺจริตา วชฺชา, สพฺเพ อภิสงฺขารา วชฺชา, สพฺเพ ภวคามิกมฺมา วชฺชา. อิติ อิมสฺมิญฺจ โลเก อิมสฺมิญฺจ วชฺเช ติพฺพา ภยสญฺญา ปจฺจุปฏฺฐิตา โหติ, เสยฺยถาปิ อุกฺขิตฺตาสิเก วธเก. อิเมหิ ปญฺญาสาย อากาเรหิ อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ ชานาติ ปสฺสติ อญฺญาสิ ปฏิวิชฺฌิ. อิทํ ตถาคตสฺส อินฺทฺริยปโรปริยตฺเต ญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๒).

อุปฺปลินิยนฺติ อุปฺปลวเน. อิตเรสุปิ เอเสว นโย. อนฺโตนิมุคฺคโปสีนีติ ยานิ อนฺโต นิมุคฺคาเนว โปสิยนฺติ. อุทกํ อจฺจุคฺคมฺม ฐิตานีติ อุทกํ อติกฺกมิตฺวา ฐิตานิ. ตตฺถ ยานิ อจฺจุคฺคมฺม ฐิตานิ, ตานิ สูริยรสฺมิสมฺผสฺสํ อาคมยมานานิ ฐิตานิ อชฺช ปุปฺผนกานิ. ยานิ สโมทกํ ฐิตานิ, ตานิ เสฺว ปุปฺผนกานิ. ยานิ อุทกานุคฺคตานิ อนฺโตนิมุคฺคโปสีนิ, ตานิ ตติยทิวเส ปุปฺผนกานิ. อุทกา ปน อนุคฺคตานิ อญฺญานิปิ สโรคอุปฺปลาทีนิ นาม อตฺถิ, ยานิ เนว ปุปฺผิสฺสนฺติ, มจฺฉกจฺฉปภกฺขาเนว ภวิสฺสนฺติ. ตานิ ปาฬึ นารุฬฺหานิ. อาหริตฺวา ปน ทีเปตพฺพานีติ ทีปิตานิ.

ยเถว หิ ตานิ จตุพฺพิธานิ ปุปฺผานิ, เอวเมว อุคฺฆฏิตญฺญู วิปญฺจิตญฺญู เนยฺโย ปทปรโมติ จตฺตาโร ปุคฺคลา. ตตฺถ ‘‘ยสฺส ปุคฺคลสฺส สห อุทาหฏเวลาย ธมฺมาภิสมโย โหติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล อุคฺฆฏิตญฺญู. ยสฺส ปุคฺคลสฺส สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺเถ วิภชิยมาเน ธมฺมาภิสมโย โหติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล วิปญฺจิตญฺญู. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อุทฺเทสโต ปริปุจฺฉโต โยนิโส มนสิกโรโต กลฺยาณมิตฺเต เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต อนุปุพฺเพน ธมฺมาภิสมโย โหติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล เนยฺโย. ยสฺส ปุคฺคลสฺส พหุมฺปิ สุณโต พหุมฺปิ ภณโต พหุมฺปิ ธารยโต พหุมฺปิ วาจยโต น ตาย ชาติยา ธมฺมาภิสมโย โหติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ปทปรโม’’ (ปุ. ป. ๑๕๑). ตตฺถ ภควา อุปฺปลวนาทิสทิสํ ทสสหสฺสิโลกธาตุํ โอโลเกนฺโต ‘‘อชฺช ปุปฺผนกานิ วิย อุคฺฆฏิตญฺญู, เสฺว ปุปฺผนกานิ วิย วิปญฺจิตญฺญู, ตติยทิวเส ปุปฺผนกานิ วิย เนยฺโย, มจฺฉกจฺฉปภกฺขานิ ปุปฺผานิ วิย ปทปรโม’’ติ อทฺทส. ปสฺสนฺโต จ ‘‘เอตฺตกา อปฺปรชกฺขา, เอตฺตกา มหารชกฺขา, ตตฺราปิ เอตฺตกา อุคฺฆฏิตญฺญู’’ติ เอวํ สพฺพาการโตว อทฺทส.

ตตฺถ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว ภควโต ธมฺมเทสนา อตฺถํ สาเธติ. ปทปรมานํ อนาคเต วาสนตฺถาย โหติ. อถ ภควา อิเมสํ จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ อตฺถาวหํ ธมฺมเทสนํ วิทิตฺวา เทเสตุกมฺยตํ อุปฺปาเทตฺวา ปุน สพฺเพปิ ตีสุ ภเวสุ สตฺเต ภพฺพาภพฺพวเสน เทฺว โกฏฺฐาเส อกาสิ. เย สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘กตเม เต สตฺตา อภพฺพา, เย เต สตฺตา กมฺมาวรเณน สมนฺนาคตา กิเลสาวรเณน สมนฺนาคตา วิปากาวรเณน สมนฺนาคตา อสฺสทฺธา อจฺฉนฺทิกา ทุปฺปญฺญา อภพฺพา นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ, อิเม เต สตฺตา อภพฺพา. กตเม เต สตฺตา ภพฺพา? เย เต สตฺตา น กมฺมาวรเณน…เป… อิเม เต สตฺตา ภพฺพา’’ติ (วิภ. ๘๒๗; ปฏิ. ม. ๑.๑๑๕). ตตฺถ สพฺเพปิ อภพฺพปุคฺคเล ปหาย ภพฺพปุคฺคเลเยว ญาเณน ปริคฺคเหตฺวา ‘‘เอตฺตกา ราคจริตา, เอตฺตกา โทสโมหจริตา วิตกฺกสทฺธาพุทฺธิจริตา’’ติ ฉ โกฏฺฐาเส อกาสิ; เอวํ กตฺวา ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ จินฺเตสิ.

ปจฺจภาสินฺติ ปติอภาสึ. อปารุตาติ วิวฏา. อมตสฺส ทฺวาราติ อริยมคฺโค. โส หิ อมตสงฺขาตสฺส นิพฺพานสฺส ทฺวารํ, โส มยา วิวริตฺวา ฐปิโตติ ทสฺเสติ. ปมุญฺจนฺตุ สทฺธนฺติ สพฺเพ อตฺตโน สทฺธํ ปมุญฺจนฺตุ, วิสฺสชฺเชนฺตุ. ปจฺฉิมปททฺวเย อยมตฺโถ, อหญฺหิ อตฺตโน ปคุณํ สุปฺปวตฺติตมฺปิ อิมํ ปณีตํ อุตฺตมํ ธมฺมํ กายวาจากิลมถสญฺญี หุตฺวา น ภาสึ. อิทานิ ปน สพฺโพ ชโน สทฺธาภาชนํ อุปเนตุ, ปูเรสฺสามิ เนสํ สงฺกปฺปนฺติ.

๒๘๔. ตสฺส มยฺหํ, ภิกฺขเว, เอตทโหสีติ เอตํ อโหสิ – กสฺส นุ โข อหํ ปฐมํ ธมฺมํ เทเสยฺยนฺติ อยํ ธมฺมเทสนาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อุทปาทีติ อตฺโถ. กทา ปเนส อุทปาทีติ? พุทฺธภูตสฺส อฏฺฐเม สตฺตาเห.

ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – โพธิสตฺโต กิร มหาภินิกฺขมนทิวเส วิวฏํ อิตฺถาคารํ ทิสฺวา สํวิคฺคหทโย, ‘‘กณฺฑกํ อาหรา’’ติ ฉนฺนํ อามนฺเตตฺวา ฉนฺนสหาโย อสฺสราชปิฏฺฐิคโต นครโต นิกฺขมิตฺวา กณฺฑกนิวตฺตนเจติยฏฺฐานํ นาม ทสฺเสตฺวา ตีณิ รชฺชานิ อติกฺกมฺม อโนมานทีตีเร ปพฺพชิตฺวา อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน ราชคเห ปิณฺฑาย จริตฺวา ปณฺฑวปพฺพเต นิสินฺโน มคธิสฺสเรน รญฺญา นามโคตฺตํ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อิมํ รชฺชํ สมฺปฏิจฺฉาหี’’ติ วุตฺโต, ‘‘อลํ มหาราช, น มยฺหํ รชฺเชน อตฺโถ, อหํ รชฺชํ ปหาย โลกหิตตฺถาย ปธานํ อนุยุญฺชิตฺวา โลเก วิวฏจฺฉโท ภวิสฺสามีติ นิกฺขนฺโต’’ติ วตฺวา, ‘‘เตน หิ พุทฺโธ หุตฺวา ปฐมํ มยฺหํ วิชิตํ โอสเรยฺยาสี’’ติ ปฏิญฺญํ คหิโต กาลามญฺจ อุทกญฺจ อุปสงฺกมิตฺวา เตสํ ธมฺมเทสนาย สารํ อวินฺทนฺโต ตโต ปกฺกมิตฺวา อุรุเวฬาย ฉพฺพสฺสานิ ทุกฺกรการิกํ กโรนฺโตปิ อมตํ ปฏิวิชฺฌิตุํ อสกฺโกนฺโต โอฬาริกาหารปฏิเสวเนน กายํ สนฺตปฺเปสิ.

ตทา จ อุรุเวลคาเม สุชาตา นาม กุฏุมฺพิยธีตา เอกสฺมึ นิโคฺรธรุกฺเข ปตฺถนมกาสิ – ‘‘สจาหํ สมานชาติกํ กุลฆรํ คนฺตฺวา ปฐมคพฺเภ ปุตฺตํ ลภิสฺสามิ, พลิกมฺมํ กริสฺสามี’’ติ. ตสฺสา สา ปตฺถนา สมิชฺฌิ. สา วิสาขปุณฺณมทิวเส ปาโตว พลิกมฺมํ กริสฺสามีติ รตฺติยา ปจฺจูสสมเย เอว ปายสํ ปฏิยาเทสิ. ตสฺมึ ปายเส ปจฺจมาเน มหนฺตมหนฺตา ปุปฺผุฬา อุฏฺฐหิตฺวา ทกฺขิณาวฏฺฏา หุตฺวา สญฺจรนฺติ. เอกผุสิตมฺปิ พหิ น คจฺฉติ. มหาพฺรหฺมา ฉตฺตํ ธาเรสิ. จตฺตาโร โลกปาลา ขคฺคหตฺถา อารกฺขํ คณฺหึสุ. สกฺโก อลาตานิ สมาเนนฺโต อคฺคึ ชาเลสิ. เทวตา จตูสุ ทีเปสุ โอชํ สํหริตฺวา ตตฺถ ปกฺขิปึสุ. โพธิสตฺโต ภิกฺขาจารกาลํ อาคมยมาโน ปาโตว คนฺตฺวา รุกฺขมูเล นิสีทิ. รุกฺขมูเล โสธนตฺถาย คตา ธาตี อาคนฺตฺวา สุชาตาย อาโรเจสิ – ‘‘เทวตา รุกฺขมูเล นิสินฺนา’’ติ. สุชาตา, สพฺพํ ปสาธนํ ปสาเธตฺวา สตสหสฺสคฺฆนิเก สุวณฺณถาเล ปายสํ วฑฺเฒตฺวา อปราย สุวณฺณปาติยา ปิทหิตฺวา อุกฺขิปิตฺวา คตา มหาปุริสํ ทิสฺวา สเหว ปาติยา หตฺเถ ฐเปตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ยถา มยฺหํ มโนรโถ นิปฺผนฺโน, เอวํ ตุมฺหากมฺปิ นิปฺผชฺชตู’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ.

โพธิสตฺโต เนรญฺชราย ตีรํ คนฺตฺวา สุวณฺณถาลํ ตีเร ฐเปตฺวา นฺหตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา เอกูนปณฺณาสปิณฺเฑ กโรนฺโต ปายสํ ปริภุญฺชิตฺวา ‘‘สจาหํ อชฺช พุทฺโธ ภวามิ, ถาลํ ปฏิโสตํ คจฺฉตู’’ติ ขิปิ. ถาลํ ปฏิโสตํ คนฺตฺวา โถกํ ฐตฺวา กาลนาคราชสฺส ภวนํ ปวิสิตฺวา ติณฺณํ พุทฺธานํ ถาลานิ อุกฺขิปิตฺวา อฏฺฐาสิ.

มหาสตฺโต วนสณฺเฑ ทิวาวิหารํ กตฺวา สายนฺหสมเย โสตฺติเยน ทินฺนา อฏฺฐ ติณมุฏฺฐิโย คเหตฺวา โพธิมณฺฑํ อารุยฺห ทกฺขิณทิสาภาเค อฏฺฐาสิ. โส ปเทโส ปทุมินิปตฺเต อุทกพินฺทุ วิย อกมฺปิตฺถ. มหาสตฺโต, ‘‘อยํ มม คุณํ ธาเรตุํ น สกฺโกตี’’ติ ปจฺฉิมทิสาภาคํ อคมาสิ, โสปิ ตเถว อกมฺปิตฺถ. อุตฺตรทิสาภาคํ อคมาสิ, โสปิ ตเถว อกมฺปิตฺถ. ปุรตฺถิมทิสาภาคํ อคมาสิ, ตตฺถ ปลฺลงฺกปฺปมาณํ ฐานํ สุนิขาตอินฺทขิโล วิย นิจฺจลมโหสิ. มหาสตฺโต ‘‘อิทํ ฐานํ สพฺพพุทฺธานํ กิเลสภญฺชนวิทฺธํสนฏฺฐาน’’นฺติ ตานิ ติณานิ อคฺเค คเหตฺวา จาเลสิ. ตานิ จิตฺตกาเรน ตูลิกคฺเคน ปริจฺฉินฺนานิ วิย อเหสุํ. โพธิสตฺโต, ‘‘โพธึ อปฺปตฺวา อิมํ ปลฺลงฺกํ น ภินฺทิสฺสามี’’ติ จตุรงฺควีริยํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสีทิ.

ตงฺขณญฺเญว มาโร พาหุสหสฺสํ มาเปตฺวา ทิยฑฺฒโยชนสติกํ คิริเมขลํ นาม หตฺถึ อารุยฺห นวโยชนํ มารพลํ คเหตฺวา อทฺธกฺขิเกน โอโลกยมาโน ปพฺพโต วิย อชฺโฌตฺถรนฺโต อุปสงฺกมิ. มหาสตฺโต, ‘‘มยฺหํ ทส ปารมิโย ปูเรนฺตสฺส อญฺโญ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา สกฺขิ นตฺถิ, เวสฺสนฺตรตฺตภาเว ปน มยฺหํ สตฺตสุ วาเรสุ มหาปถวี สกฺขิ อโหสิ; อิทานิปิ เม อยเมว อเจตนา กฏฺฐกลิงฺครูปมา มหาปถวี สกฺขี’’ติ หตฺถํ ปสาเรติ. มหาปถวี ตาวเทว อยทณฺเฑน ปหตํ กํสถาลํ วิย รวสตํ รวสหสฺสํ มุญฺจมานา วิรวิตฺวา ปริวตฺตมานา มารพลํ จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ มุญฺจนมกาสิ. มหาสตฺโต สูริเย ธรมาเนเยว มารพลํ วิธมิตฺวา ปฐมยาเม ปุพฺเพนิวาสญาณํ, มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุํ วิโสเธตฺวา ปจฺฉิมยาเม ปฏิจฺจสมุปฺปาเท ญาณํ โอตาเรตฺวา วฏฺฏวิวฏฺฏํ สมฺมสิตฺวา อรุโณทเย พุทฺโธ หุตฺวา, ‘‘มยา อเนกกปฺปโกฏิสตสหสฺสํ อทฺธานํ อิมสฺส ปลฺลงฺกสฺส อตฺถาย วายาโม กโต’’ติ สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสีทิ. อเถกจฺจานํ เทวตานํ, ‘‘กึ นุ โข อญฺเญปิ พุทฺธตฺตกรา ธมฺมา อตฺถี’’ติ กงฺขา อุทปาทิ.

อถ ภควา อฏฺฐเม ทิวเส สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย เทวตานํ กงฺขํ ญตฺวา กงฺขาวิธมนตฺถํ อากาเส อุปฺปติตฺวา ยมกปาฏิหาริยํ ทสฺเสตฺวา ตาสํ กงฺขํ วิธมิตฺวา ปลฺลงฺกโต อีสกํ ปาจีนนิสฺสิเต อุตฺตรทิสาภาเค ฐตฺวา จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ ปูริตานํ ปารมีนํ ผลาธิคมฏฺฐานํ ปลฺลงฺกญฺเจว โพธิรุกฺขญฺจ อนิมิเสหิ อกฺขีหิ โอโลกยมาโน สตฺตาหํ วีตินาเมสิ, ตํ ฐานํ อนิมิสเจติยํ นาม ชาตํ.

อถ ปลฺลงฺกสฺส จ ฐิตฏฺฐานสฺส จ อนฺตรา ปุรตฺถิมปจฺฉิมโต อายเต รตนจงฺกเม จงฺกมนฺโต สตฺตาหํ วีตินาเมสิ, ตํ ฐานํ รตนจงฺกมเจติยํ นาม ชาตํ. ตโต ปจฺฉิมทิสาภาเค เทวตา รตนฆรํ มาปยึสุ, ตตฺถ ปลฺลงฺเกน นิสีทิตฺวา อภิธมฺมปิฏกํ วิเสสโต เจตฺถ อนนฺตนยสมนฺตปฏฺฐานํ วิจินนฺโต สตฺตาหํ วีตินาเมสิ, ตํ ฐานํ รตนฆรเจติยํ นาม ชาตํ. เอวํ โพธิสมีเปเยว จตฺตาริ สตฺตาหานิ วีตินาเมตฺวา ปญฺจเม สตฺตาเห โพธิรุกฺขมูลา เยน อชปาลนิโคฺรโธ เตนุปสงฺกมิ, ตตฺราปิ ธมฺมํ วิจินนฺโตเยว วิมุตฺติสุขญฺจ ปฏิสํเวเทนฺโต นิสีทิ, ธมฺมํ วิจินนฺโต เจตฺถ เอวํ อภิธมฺเม นยมคฺคํ สมฺมสิ – ปฐมํ ธมฺมสงฺคณีปกรณํ นาม, ตโต วิภงฺคปกรณํ, ธาตุกถาปกรณํ, ปุคฺคลปญฺญตฺติปกรณํ, กถาวตฺถุ นาม ปกรณํ, ยมกํ นาม ปกรณํ, ตโต มหาปกรณํ ปฏฺฐานํ นามาติ.

ตตฺถสฺส สณฺหสุขุมปฏฺฐานมฺหิ จิตฺเต โอติณฺเณ ปีติ อุปฺปชฺชิ; ปีติยา อุปฺปนฺนาย โลหิตํ ปสีทิ, โลหิเต ปสนฺเน ฉวิ ปสีทิ. ฉวิยา ปสนฺนาย ปุรตฺถิมกายโต กูฏาคาราทิปฺปมาณา รสฺมิโย อุฏฺฐหิตฺวา อากาเส ปกฺขนฺทฉทฺทนฺตนาคกุลํ วิย ปาจีนทิสาย อนนฺตานิ จกฺกวาฬานิ ปกฺขนฺทา, ปจฺฉิมกายโต อุฏฺฐหิตฺวา ปจฺฉิมทิสาย, ทกฺขิณํสกูฏโต อุฏฺฐหิตฺวา ทกฺขิณทิสาย, วามํสกูฏโต อุฏฺฐหิตฺวา อุตฺตรทิสาย อนนฺตานิ จกฺกวาฬานิ ปกฺขนฺทา, ปาทตเลหิ ปวาฬงฺกุรวณฺณา รสฺมิโย นิกฺขมิตฺวา มหาปถวึ วินิวิชฺฌิตฺวา อุทกํ ทฺวิธา ภินฺทิตฺวา วาตกฺขนฺธํ ปทาเลตฺวา อชฏากาสํ ปกฺขนฺทา, สีสโต สมฺปริวตฺติยมานํ มณิทามํ วิย นีลวณฺณา รสฺมิวฏฺฏิ อุฏฺฐหิตฺวา ฉ เทวโลเก วินิวิชฺฌิตฺวา นว พฺรหฺมโลเก เวหปฺผเล ปญฺจ สุทฺธาวาเส จ วินิวิชฺฌิตฺวา จตฺตาโร อารุปฺเป อติกฺกมฺม อชฏากาสํ ปกฺขนฺทา. ตสฺมึ ทิวเส อปริมาเณสุ จกฺกวาเฬสุ อปริมาณา สตฺตา สพฺเพ สุวณฺณวณฺณาว อเหสุํ. ตํ ทิวสญฺจ ปน ภควโต สรีรา นิกฺขนฺตา ยาวชฺชทิวสาปิ ตา รสฺมิโย อนนฺตา โลกธาตุโย คจฺฉนฺติเยว.

เอวํ ภควา อชปาลนิโคฺรเธ สตฺตาหํ วีตินาเมตฺวา ตโต อปรํ สตฺตาหํ มุจลินฺเท นิสีทิ, นิสินฺนมตฺตสฺเสว จสฺส สกลํ จกฺกวาฬคพฺภํ ปูเรนฺโต มหาอกาลเมโฆ อุทปาทิ. เอวรูโป กิร มหาเมโฆ ทฺวีสุเยว กาเลสุ วสฺสติ จกฺกวตฺติมฺหิ วา อุปฺปนฺเน พุทฺเธ วา. อิธ พุทฺธกาเล อุทปาทิ. ตสฺมึ ปน อุปฺปนฺเน มุจลินฺโท นาคราชา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ เมโฆ สตฺถริ มยฺหํ ภวนํ ปวิฏฺฐมตฺเตว อุปฺปนฺโน, วาสาคารมสฺส ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส สตฺตรตนมยํ ปาสาทํ นิมฺมินิตุํ สกฺโกนฺโตปิ เอวํ กเต มยฺหํ มหปฺผลํ น ภวิสฺสติ, ทสพลสฺส กายเวยฺยาวจฺจํ กริสฺสามีติ มหนฺตํ อตฺตภาวํ กตฺวา สตฺถารํ สตฺตกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวา อุปริ ผณํ ธาเรสิ. ปริกฺเขปสฺส อนฺโต โอกาโส เหฏฺฐา โลหปาสาทปฺปมาโณ อโหสิ. อิจฺฉิติจฺฉิเตน อิริยาปเถน สตฺถา วิหริสฺสตีติ นาคราชสฺส อชฺฌาสโย อโหสิ. ตสฺมา เอวํ มหนฺตํ โอกาสํ ปริกฺขิปิ. มชฺเฌ รตนปลฺลงฺโก ปญฺญตฺโต โหติ, อุปริ สุวณฺณตารกวิจิตฺตํ สโมสริตคนฺธทามกุสุมทามเจลวิตานํ อโหสิ. จตูสุ โกเณสุ คนฺธเตเลน ทีปา ชลิตา, จตูสุ ทิสาสุ วิวริตฺวา จนฺทนกรณฺฑกา ฐปิตา. เอวํ ภควา ตํ สตฺตาหํ ตตฺถ วีตินาเมตฺวา ตโต อปรํ สตฺตาหํ ราชายตเน นิสีทิ.

อฏฺฐเม สตฺตาเห สกฺเกน เทวานมินฺเทน อาภตํ ทนฺตกฏฺฐญฺจ โอสธหรีตกญฺจ ขาทิตฺวา มุขํ โธวิตฺวา จตูหิ โลกปาเลหิ อุปนีเต ปจฺจคฺเฆ เสลมเย ปตฺเต ตปุสฺสภลฺลิกานํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา ปุน ปจฺจาคนฺตฺวา อชปาลนิโคฺรเธ นิสินฺนสฺส สพฺพพุทฺธานํ อาจิณฺโณ อยํ วิตกฺโก อุทปาทิ.

ตตฺถ ปณฺฑิโตติ ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต. วิยตฺโตติ เวยฺยตฺติเยน สมนฺนาคโต. เมธาวีติ ฐานุปฺปตฺติยา ปญฺญาย สมนฺนาคโต. อปฺปรชกฺขชาติโกติ สมาปตฺติยา วิกฺขมฺภิตตฺตา นิกฺกิเลสชาติโก วิสุทฺธสตฺโต. อาชานิสฺสตีติ สลฺลกฺเขสฺสติ ปฏิวิชฺฌิสฺสติ. ญาณญฺจ ปน เมติ มยฺหมฺปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ. ภควา กิร เทวตาย กถิเตเนว นิฏฺฐํ อคนฺตฺวา สยมฺปิ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน โอโลเกนฺโต อิโต สตฺตมทิวสมตฺถเก กาลํ กตฺวา อากิญฺจญฺญายตเน นิพฺพตฺโตติ อทฺทส. ตํ สนฺธายาห – ‘‘ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาที’’ติ. มหาชานิโยติ สตฺตทิวสพฺภนฺตเร ปตฺตพฺพมคฺคผลโต ปริหีนตฺตา มหตี ชานิ อสฺสาติ มหาชานิโย. อกฺขเณ นิพฺพตฺตตฺตา คนฺตฺวา เทสิยมานํ ธมฺมมฺปิสฺส โสตุํ โสตปฺปสาโท นตฺถิ, อิธ ธมฺมเทสนฏฺฐานํ อาคมนปาทาปิ นตฺถิ, เอวํ มหาชานิโย ชาโตติ ทสฺเสติ. อภิโทสกาลงฺกโตติ อฑฺฒรตฺเต กาลงฺกโต. ญาณญฺจ ปน เมติ มยฺหมฺปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อุทปาทิ. อิธาปิ กิร ภควา เทวตาย วจเนน สนฺนิฏฺฐานํ อกตฺวา สพฺพญฺญุตญฺญาเณน โอโลเกนฺโต ‘‘หิยฺโย อฑฺฒรตฺเต กาลงฺกตฺวา อุทโก รามปุตฺโต เนวสญฺญานาสญฺญายตเน นิพฺพตฺโต’’ติ อทฺทส. ตสฺมา เอวมาห. เสสํ ปุริมนยสทิสเมว. พหุการาติ พหูปการา. ปธานปหิตตฺตํ อุปฏฺฐหึสูติ ปธานตฺถาย เปสิตตฺตภาวํ วสนฏฺฐาเน ปริเวณสมฺมชฺชเนน ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา อนุพนฺธเนน มุโขทกทนฺตกฏฺฐทานาทินา จ อุปฏฺฐหึสุ. เก ปน เต ปญฺจวคฺคิยา นาม? เยเต –

ราโม ธโช ลกฺขโณ โชติมนฺติ,

ยญฺโญ สุโภโช สุยาโม สุทตฺโต;

เอเต ตทา อฏฺฐ อเหสุํ พฺราหฺมณา,

ฉฬงฺควา มนฺตํ วิยากรึสูติ.

โพธิสตฺตสฺส ชาตกาเล สุปินปฏิคฺคาหกา เจว ลกฺขณปฏิคฺคาหกา จ อฏฺฐ พฺราหฺมณา. เตสุ ตโย เทฺวธา พฺยากรึสุ – ‘‘อิเมหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต อคารํ อชฺฌาวสมาโน ราชา โหติ จกฺกวตฺตี, ปพฺพชมาโน พุทฺโธ’’ติ. ปญฺจ พฺราหฺมณา เอกํสพฺยากรณา อเหสุํ – ‘‘อิเมหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต อคาเร น ติฏฺฐติ, พุทฺโธว โหตี’’ติ. เตสุ ปุริมา ตโย ยถามนฺตปทํ คตา, อิเม ปน ปญฺจ มนฺตปทํ อติกฺกนฺตา. เต อตฺตนา ลทฺธํ ปุณฺณปตฺตํ ญาตกานํ วิสฺสชฺเชตฺวา ‘‘อยํ มหาปุริโส อคารํ น อชฺฌาวสิสฺสติ, เอกนฺเตน พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ นิพฺพิตกฺกา โพธิสตฺตํ อุทฺทิสฺส สมณปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตา. เตสํ ปุตฺตาติปิ วทนฺติ. ตํ อฏฺฐกถาย ปฏิกฺขิตฺตํ.

เอเต กิร ทหรกาเลเยว พหู มนฺเต ชานึสุ, ตสฺมา เต พฺราหฺมณา อาจริยฏฺฐาเน ฐปยึสุ. เต ปจฺฉา อเมฺหหิ ปุตฺตทารชฏํ ฉฑฺเฑตฺวา น สกฺกา ภวิสฺสติ ปพฺพชิตุนฺติ ทหรกาเลเยว ปพฺพชิตฺวา รมณียานิ เสนาสนานิ ปริภุญฺชนฺตา วิจรึสุ. กาเลน กาลํ ปน ‘‘กึ, โภ, มหาปุริโส มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขนฺโต’’ติ ปุจฺฉนฺติ. มนุสฺสา, ‘‘กุหึ ตุเมฺห มหาปุริสํ ปสฺสิสฺสถ, ตีสุ ปาสาเทสุ ติวิธนาฏกมชฺเฌ เทโว วิย สมฺปตฺตึ อนุโภตี’’ติ วทนฺติ. เต สุตฺวา, ‘‘น ตาว มหาปุริสสฺส ญาณํ ปริปากํ คจฺฉตี’’ติ อปฺโปสฺสุกฺกา วิหรึสุเยว. กสฺมา ปเนตฺถ ภควา, ‘‘พหุการา โข อิเม ปญฺจวคฺคิยา’’ติ อาห? กึ อุปการกานํเยว เอส ธมฺมํ เทเสติ, อนุปการกานํ น เทเสตีติ? โน น เทเสติ. ปริจยวเสน เหส อาฬารญฺเจว กาลามํ อุทกญฺจ รามปุตฺตํ โอโลเกสิ. เอตสฺมึ ปน พุทฺธกฺเขตฺเต ฐเปตฺวา อญฺญาสิโกณฺฑญฺญํ ปฐมํ ธมฺมํ สจฺฉิกาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. กสฺมา? ตถาวิธอุปนิสฺสยตฺตา.

ปุพฺเพ กิร ปุญฺญกรณกาเล เทฺว ภาตโร อเหสุํ. เต เอกโตว สสฺสํ อกํสุ. ตตฺถ เชฏฺฐกสฺส ‘‘เอกสฺมึ สสฺเส นววาเร อคฺคสสฺสทานํ มยา ทาตพฺพ’’นฺติ อโหสิ. โส วปฺปกาเล พีชคฺคํ นาม ทตฺวา คพฺภกาเล กนิฏฺเฐน สทฺธึ มนฺเตสิ – ‘‘คพฺภกาเล คพฺภํ ผาเลตฺวา ทสฺสามา’’ติ. กนิฏฺโฐ ‘‘ตรุณสสฺสํ นาเสตุกาโมสี’’ติ อาห. เชฏฺโฐ กนิฏฺฐสฺส อนนุวตฺตนภาวํ ญตฺวา เขตฺตํ วิภชิตฺวา อตฺตโน โกฏฺฐาสโต คพฺภํ ผาเลตฺวา ขีรํ นีหริตฺวา สปฺปิผาณิเตหิ โยเชตฺวา อทาสิ, ปุถุกกาเล ปุถุกํ กาเรตฺวา อทาสิ, ลายเน ลายนคฺคํ เวณิกรเณ เวณคฺคํ กลาปาทีสุ กลาปคฺคํ ขฬคฺคํ ภณฺฑคฺคํ โกฏฺฐคฺคนฺติ เอวํ เอกสสฺเส นววาเร อคฺคทานํ อทาสิ. กนิฏฺโฐ ปนสฺส อุทฺธริตฺวา อทาสิ, เตสุ เชฏฺโฐ อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถโร ชาโต, กนิฏฺโฐ สุภทฺทปริพฺพาชโก. อิติ เอกสฺมึ สสฺเส นวนฺนํ อคฺคทานานํ ทินฺนตฺตา ฐเปตฺวา เถรํ อญฺโญ ปฐมํ ธมฺมํ สจฺฉิกาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. ‘‘พหุการา โข อิเม ปญฺจวคฺคิยา’’ติ อิทํ ปน อุปการานุสฺสรณมตฺตเกเนว วุตฺตํ.

อิสิปตเน มิคทาเยติ ตสฺมึ กิร ปเทเส อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ ปจฺเจกสมฺพุทฺธา คนฺธมาทนปพฺพเต สตฺตาหํ นิโรธสมาปตฺติยา วีตินาเมตฺวา นิโรธา วุฏฺฐาย นาคลตาทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตฺวา อโนตตฺตทเห มุขํ โธวิตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย อากาเสน อาคนฺตฺวา นิปตนฺติ. ตตฺถ จีวรํ ปารุปิตฺวา นคเร ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺจา คมนกาเลปิ ตโตเยว อุปฺปติตฺวา คจฺฉนฺติ. อิติ อิสโย เอตฺถ นิปตนฺติ อุปฺปตนฺติ จาติ ตํ ฐานํ อิสิปตนนฺติ สงฺขํ คตํ. มิคานํ ปน อภยตฺถาย ทินฺนตฺตา มิคทาโยติ วุจฺจติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อิสิปตเน มิคทาเย’’ติ.

๒๘๕. อนฺตรา จ คยํ อนฺตรา จ โพธินฺติ คยาย จ โพธิสฺส จ วิวเร ติคาวุตนฺตเร ฐาเน. โพธิมณฺฑโต หิ คยา ตีณิ คาวุตานิ. พาราณสี อฏฺฐารส โยชนานิ. อุปโก โพธิมณฺฑสฺส จ คยาย จ อนฺตเร ภควนฺตํ อทฺทส. อนฺตราสทฺเทน ปน ยุตฺตตฺตา อุปโยควจนํ กตํ. อีทิเสสุ จ ฐาเนสุ อกฺขรจินฺตกา ‘‘อนฺตรา คามญฺจ นทิญฺจ ยาตี’’ติ เอวํ เอกเมว อนฺตราสทฺทํ ปยุชฺชนฺติ. โส ทุติยปเทนปิ โยเชตพฺโพ โหติ. อโยชิยมาเน อุปโยควจนํ น ปาปุณาติ. อิธ ปน โยเชตฺวา เอว วุตฺโตติ. อทฺธานมคฺคปฏิปนฺนนฺติ อทฺธานสงฺขาตํ มคฺคํ ปฏิปนฺนํ, ทีฆมคฺคปฏิปนฺนนฺติ อตฺโถ. อทฺธานมคฺคคมนสมยสฺส หิ วิภงฺเค ‘‘อทฺธโยชนํ คจฺฉิสฺสามีติ ภุญฺชิตพฺพ’’นฺติอาทิวจนโต (ปาจิ. ๒๑๘) อทฺธโยชนมฺปิ อทฺธานมคฺโค โหติ. โพธิมณฺฑโต ปน คยา ติคาวุตํ.

สพฺพาภิภูติ สพฺพํ เตภูมกธมฺมํ อภิภวิตฺวา ฐิโต. สพฺพวิทูติ สพฺพํ จตุภูมกธมฺมํ อเวทึ อญฺญาสึ. สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนุปลิตฺโตติ สพฺเพสุ เตภูมกธมฺเมสุ กิเลสเลปเนน อนุปลิตฺโต. สพฺพํ ชโหติ สพฺพํ เตภูมกธมฺมํ ชหิตฺวา ฐิโต. ตณฺหากฺขเย วิมุตฺโตติ ตณฺหากฺขเย นิพฺพาเน อารมฺมณโต วิมุตฺโต. สยํ อภิญฺญายาติ สพฺพํ จตุภูมกธมฺมํ อตฺตนาว ชานิตฺวา. กมุทฺทิเสยฺยนฺติ กํ อญฺญํ ‘‘อยํ เม อาจริโย’’ติ อุทฺทิเสยฺยํ.

น เม อาจริโย อตฺถีติ โลกุตฺตรธมฺเม มยฺหํ อาจริโย นาม นตฺถิ. นตฺถิ เม ปฏิปุคฺคโลติ มยฺหํ ปฏิภาคปุคฺคโล นาม นตฺถิ. สมฺมาสมฺพุทฺโธติ สเหตุนา นเยน จตฺตาริ สจฺจานิ สยํ พุทฺโธ. สีติภูโตติ สพฺพกิเลสคฺคินิพฺพาปเนน สีติภูโต. กิเลสานํเยว นิพฺพุตตฺตา นิพฺพุโต. กาสินํ ปุรนฺติ กาสิรฏฺเฐ นครํ. อาหญฺฉํ อมตทุนฺทุภินฺติ ธมฺมจกฺกปฏิลาภาย อมตเภรึ ปหริสฺสามีติ คจฺฉามิ. อรหสิ อนนฺตชิโนติ อนนฺตชิโนติ ภวิตุํ ยุตฺโต. หุเปยฺย ปาวุโสติ, อาวุโส, เอวมฺปิ นาม ภเวยฺย. ปกฺกามีติ วงฺกหารชนปทํ นาม อคมาสิ.

ตตฺเถกํ มิคลุทฺทกคามกํ นิสฺสาย วาสํ กปฺเปสิ. เชฏฺฐกลุทฺทโก ตํ อุปฏฺฐาสิ. ตสฺมิญฺจ ชนปเท จณฺฑา มกฺขิกา โหนฺติ. อถ นํ เอกาย จาฏิยา วสาเปสุํ, มิคลุทฺทโก ทูเร มิควํ คจฺฉนฺโต ‘‘อมฺหากํ อรหนฺเต มา ปมชฺชี’’ติ ฉาวํ นาม ธีตรํ อาณาเปตฺวา อคมาสิ สทฺธึ ปุตฺตภาตุเกหิ. สา จสฺส ธีตา ทสฺสนียา โหติ โกฏฺฐาสสมฺปนฺนา. ทุติยทิวเส อุปโก ฆรํ อาคโต ตํ ทาริกํ สพฺพํ อุปจารํ กตฺวา ปริวิสิตุํ อุปคตํ ทิสฺวา ราเคน อภิภูโต ภุญฺชิตุมฺปิ อสกฺโกนฺโต ภาชเนน ภตฺตํ อาทาย วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ภตฺตํ เอกมนฺเต นิกฺขิปิตฺวา สเจ ฉาวํ ลภามิ, ชีวามิ, โน เจ, มรามีติ นิราหาโร สยิ. สตฺตเม ทิวเส มาควิโก อาคนฺตฺวา ธีตรํ อุปกสฺส ปวตฺตึ ปุจฺฉิ. สา ‘‘เอกทิวสเมว อาคนฺตฺวา ปุน นาคตปุพฺโพ’’ติ อาห. มาควิโก อาคตเวเสเนว นํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิสฺสามีติ ตํขณํเยว คนฺตฺวา ‘‘กึ, ภนฺเต, อปฺผาสุก’’นฺติ ปาเท ปรามสนฺโต ปุจฺฉิ. อุปโก นิตฺถุนนฺโต ปริวตฺตติเยว. โส ‘‘วทถ ภนฺเต, ยํ มยา สกฺกา กาตุํ, ตํ สพฺพํ กริสฺสามี’’ติ อาห. อุปโก, ‘‘สเจ ฉาวํ ลภามิ, ชีวามิ, โน เจ, อิเธว มรณํ เสยฺโย’’ติ อาห. ชานาสิ ปน, ภนฺเต, กิญฺจิ สิปฺปนฺติ. น ชานามีติ. น, ภนฺเต, กิญฺจิ สิปฺปํ อชานนฺเตน สกฺกา ฆราวาสํ อธิฏฺฐาตุนฺติ.

โส อาห – ‘‘นาหํ กิญฺจิ สิปฺปํ ชานามิ, อปิจ ตุมฺหากํ มํสหารโก ภวิสฺสามิ, มํสญฺจ วิกฺกีณิสฺสามี’’ติ. มาควิโก, ‘‘อมฺหากมฺปิ เอตเทว รุจฺจตี’’ติ อุตฺตรสาฏกํ ทตฺวา ฆรํ อาเนตฺวา ธีตรํ อทาสิ. เตสํ สํวาสมนฺวาย ปุตฺโต วิชายิ. สุภทฺโทติสฺส นามํ อกํสุ. ฉาวา ตสฺส โรทนกาเล ‘‘มํสหารกสฺส ปุตฺต, มิคลุทฺทกสฺส ปุตฺต มา โรที’’ติอาทีนิ วทมานา ปุตฺตโตสนคีเตน อุปกํ อุปฺปณฺเฑสิ. ภทฺเท ตฺวํ มํ อนาโถติ มญฺญสิ. อตฺถิ เม อนนฺตชิโน นาม สหาโย. ตสฺสาหํ สนฺติเก คมิสฺสามีติ อาห. ฉาวา เอวมยํ อฏฺฏียตีติ ญตฺวา ปุนปฺปุนํ กเถติ. โส เอกทิวสํ อนาโรเจตฺวาว มชฺฌิมเทสาภิมุโข ปกฺกามิ.

ภควา จ เตน สมเยน สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน มหาวิหาเร. อถ โข ภควา ปฏิกจฺเจว ภิกฺขู อาณาเปสิ – ‘‘โย, ภิกฺขเว, ‘อนนฺตชิโน’ติ ปุจฺฉมาโน อาคจฺฉติ, ตสฺส มํ ทสฺเสยฺยาถา’’ติ. อุปโกปิ โข ‘‘กุหึ อนนฺตชิโน วสตี’’ติ ปุจฺฉนฺโต อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ อาคนฺตฺวา วิหารมชฺเฌ ฐตฺวา กุหึ อนนฺตชิโนติ ปุจฺฉิ. ตํ ภิกฺขู ภควโต สนฺติกํ นยึสุ. โส ภควนฺตํ ทิสฺวา – ‘‘สญฺชานาถ มํ ภควา’’ติ อาห. อาม, อุปก, สญฺชานามิ, กุหึ ปน ตฺวํ วสิตฺถาติ. วงฺกหารชนปเท, ภนฺเตติ. อุปก, มหลฺลโกสิ ชาโต ปพฺพชิตุํ สกฺขิสฺสสีติ. ปพฺพชิสฺสามิ, ภนฺเตติ. ภควา ปพฺพาเชตฺวา ตสฺส กมฺมฏฺฐานํ อทาสิ. โส กมฺมฏฺฐาเน กมฺมํ กโรนฺโต อนาคามิผเล ปติฏฺฐาย กาลํ กตฺวา อวิเหสุ นิพฺพตฺโต. นิพฺพตฺตกฺขเณเยว อรหตฺตํ ปาปุณีติ. อวิเหสุ นิพฺพตฺตมตฺตา หิ สตฺต ชนา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ, เตสํ โส อญฺญตโร.

วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘อวิหํ อุปปนฺนาเส, วิมุตฺตา สตฺต ภิกฺขโว;

ราคโทสปริกฺขีณา, ติณฺณา โลเก วิสตฺติกํ.

อุปโก ปลคณฺโฑ จ, ปุกฺกุสาติ จ เต ตโย;

ภทฺทิโย ขณฺฑเทโว จ, พหุรคฺคิ จ สงฺคิโย;

เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ, ทิพฺพโยคํ อุปชฺฌคุ’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๑๐๕);

๒๘๖. สณฺฐเปสุนฺติ กติกํ อกํสุ. พาหุลฺลิโกติ จีวรพาหุลฺลาทีนํ อตฺถาย ปฏิปนฺโน. ปธานวิพฺภนฺโตติ ปธานโต วิพฺภนฺโต ภฏฺโฐ ปริหีโน. อาวตฺโต พาหุลฺลายาติ จีวราทีนํ พหุลภาวตฺถาย อาวตฺโต. อปิจ โข อาสนํ ฐเปตพฺพนฺติ อปิจ โข ปนสฺส อุจฺจกุเล นิพฺพตฺตสฺส อาสนมตฺตํ ฐเปตพฺพนฺติ วทึสุ. นาสกฺขึสูติ พุทฺธานุภาเวน พุทฺธเตชสา อภิภูตา อตฺตโน กติกาย ฐาตุํ นาสกฺขึสุ. นาเมน จ อาวุโสวาเทน จ สมุทาจรนฺตีติ โคตมาติ, อาวุโสติ จ วทนฺติ. อาวุโส โคตม, มยํ อุรุเวลายํ ปธานกาเล ตุยฺหํ ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา วิจริมฺหา, มุโขทกํ ทนฺตกฏฺฐํ อทมฺหา, วุตฺถปริเวณํ สมฺมชฺชิมฺหา, ปจฺฉา โก เต วตฺตปฺปฏิปตฺติมกาสิ, กจฺจิ อเมฺหสุ ปกฺกนฺเตสุ น จินฺตยิตฺถาติ เอวรูปึ กถํ กเถนฺตีติ อตฺโถ. อิริยายาติ ทุกฺกรอิริยาย. ปฏิปทายาติ ทุกฺกรปฏิปตฺติยา. ทุกฺกรการิกายาติ ปสตปสต-มุคฺคยูสาทิอาหรกรณาทินา ทุกฺกรกรเณน. อภิชานาถ เม โนติ อภิชานาถ นุ มม. เอวรูปํ ปภาวิตเมตนฺติ เอตํ เอวรูปํ วากฺยเภทนฺติ อตฺโถ. อปิ นุ อหํ อุรุเวลาย ปธาเน ตุมฺหากํ สงฺคณฺหนตฺถํ อนุกฺกณฺฐนตฺถํ รตฺตึ วา ทิวา วา อาคนฺตฺวา, – ‘‘อาวุโส, มา วิตกฺกยิตฺถ, มยฺหํ โอภาโส วา นิมิตฺตํ วา ปญฺญายตี’’ติ เอวรูปํ กญฺจิ วจนเภทํ อกาสินฺติ อธิปฺปาโย. เต เอกปเทเนว สตึ ลภิตฺวา อุปฺปนฺนคารวา, ‘‘หนฺท อทฺธา เอส พุทฺโธ ชาโต’’ติ สทฺทหิตฺวา โน เหตํ, ภนฺเตติ อาหํสุ. อสกฺขึ โข อหํ, ภิกฺขเว, ปญฺจวคฺคิเย ภิกฺขู สญฺญาเปตุนฺติ อหํ, ภิกฺขเว, ปญฺจวคฺคิเย ภิกฺขู พุทฺโธ อหนฺติ ชานาเปตุํ อสกฺขึ. ตทา ปน ภควา อุโปสถทิวเสเยว อาคจฺฉิ. อตฺตโน พุทฺธภาวํ ชานาเปตฺวา โกณฺฑญฺญตฺเถรํ กายสกฺขึ กตฺวา ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตํ กเถสิ. สุตฺตปริโยสาเน เถโร อฏฺฐารสหิ พฺรหฺมโกฏีหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. สูริเย ธรมาเนเยว เทสนา นิฏฺฐาสิ. ภควา ตตฺเถว วสฺสํ อุปคจฺฉิ.

เทฺวปิ สุทํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู โอวทามีติอาทิ ปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐาย ปิณฺฑปาตตฺถายปิ คามํ อปฺปวิสนทีปนตฺถํ วุตฺตํ. เตสญฺหิ ภิกฺขูนํ กมฺมฏฺฐาเนสุ อุปฺปนฺนมลวิโสธนตฺถํ ภควา อนฺโตวิหาเรเยว อโหสิ. อุปฺปนฺเน อุปฺปนฺเน กมฺมฏฺฐานมเล เตปิ ภิกฺขู ภควโต สนฺติกํ คนฺตฺวา ปุจฺฉนฺติ. ภควาปิ เตสํ นิสินฺนฏฺฐานํ คนฺตฺวา มลํ วิโนเทติ. อถ เนสํ ภควตา เอวํ นีหฏภตฺเตน โอวทิยมานานํ วปฺปตฺเถโร ปาฏิปททิวเส โสตาปนฺโน อโหสิ. ภทฺทิยตฺเถโร ทุติยายํ, มหานามตฺเถโร ตติยายํ, อสฺสชิตฺเถโร จตุตฺถิยํ. ปกฺขสฺส ปน ปญฺจมิยํ สพฺเพว เต เอกโต สนฺนิปาเตตฺวา อนตฺตลกฺขณสุตฺตํ กเถสิ, สุตฺตปริโยสาเน สพฺเพปิ อรหตฺตผเล ปติฏฺฐหึสุ. เตนาห – ‘‘อถ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจวคฺคิยา ภิกฺขู มยา เอวํ โอวทิยมานา…เป… อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ นิพฺพานํ อชฺฌคมํสุ…เป… นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ. เอตฺตกํ กถามคฺคํ ภควา ยํ ปุพฺเพ อวจ – ‘‘ตุเมฺหปิ มมญฺเจว ปญฺจวคฺคิยานญฺจ มคฺคํ อารุฬฺหา, อริยปริเยสนา ตุมฺหากํ ปริเยสนา’’ติ อิมํ เอกเมว อนุสนฺธึ ทสฺเสนฺโต อาหริ.

๒๘๗. อิทานิ ยสฺมา น อคาริยานํเยว ปญฺจกามคุณปริเยสนา โหติ, อนคาริยานมฺปิ จตฺตาโร ปจฺจเย อปฺปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชนฺตานํ ปญฺจกามคุณวเสน อนริยปริเยสนา โหติ, ตสฺมา ตํ ทสฺเสตุํ ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, กามคุณาติอาทิมาห. ตตฺถ นวรตฺเตสุ ปตฺตจีวราทีสุ จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปาติอาทโย จตฺตาโร กามคุณา ลพฺภนฺติ. รโส ปเนตฺถ ปริโภครโส โหติ. มนุญฺเญ ปิณฺฑปาเต เภสชฺเช จ ปญฺจปิ ลพฺภนฺติ. เสนาสนมฺหิ จีวเร วิย จตฺตาโร. รโส ปน เอตฺถาปิ ปริโภครโสว. เย หิ เกจิ, ภิกฺขเวติ กสฺมา อารภิ? เอวํ ปญฺจ กามคุเณ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เย เอวํ วเทยฺยุํ, ‘‘ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย อนริยปริเยสนา นาม กุโต, อริยปริเยสนาว ปพฺพชิตาน’’นฺติ, เตสํ ปฏิเสธนตฺถาย ‘‘ปพฺพชิตานมฺปิ จตูสุ ปจฺจเยสุ อปฺปจฺจเวกฺขณปริโภโค อนริยปริเยสนา เอวา’’ติ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ คธิตาติ ตณฺหาเคเธน คธิตา. มุจฺฉิตาติ ตณฺหามุจฺฉาย มุจฺฉิตา. อชฺโฌปนฺนาติ ตณฺหาย อชฺโฌคาฬฺหา. อนาทีนวทสฺสาวิโนติ อาทีนวํ อปสฺสนฺตา. อนิสฺสรณปญฺญาติ นิสฺสรณํ วุจฺจติ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. เต เตน วิรหิตา.

อิทานิ ตสฺสตฺถสฺส สาธกํ อุปมํ ทสฺเสนฺโต เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตเตฺรวํ โอปมฺมสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ – อารญฺญกมโค วิย หิ สมณพฺราหฺมณา, ลุทฺทเกน อรญฺเญ ฐปิตปาโส วิย จตฺตาโร ปจฺจยา, ตสฺส ลุทฺทสฺส ปาสราสึ อชฺโฌตฺถริตฺวา สยนกาโล วิย เตสํ จตฺตาโร ปจฺจเย อปฺปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริโภคกาโล. ลุทฺทเก อาคจฺฉนฺเต มคสฺส เยน กามํ อคมนกาโล วิย สมณพฺราหฺมณานํ มารสฺส ยถากามกรณียกาโล, มารวสํ อุปคตภาโวติ อตฺโถ. มคสฺส ปน อพทฺธสฺส ปาสราสึ อธิสยิตกาโล วิย สมณพฺราหฺมณานํ จตูสุ ปจฺจเยสุ ปจฺจเวกฺขณปริโภโค, ลุทฺทเก อาคจฺฉนฺเต มคสฺส เยน กามํ คมนํ วิย สมณพฺราหฺมณานํ มารวสํ อนุปคมนํ เวทิตพฺพํ. วิสฺสตฺโถติ นิพฺภโย นิราสงฺโก. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

ปาสราสิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อริยปริเยสนาติปิ เอตสฺเสว นามํ.