๔. รถวินีตสุตฺตวณฺณนา

๒๕๒. เอวํ เม สุตนฺติ รถวินีตสุตฺตํ. ตตฺถ ราชคเหติ เอวํนามเก นคเร, ตญฺหิ มนฺธาตุมหาโควินฺทาทีหิ ปริคฺคหิตตฺตา ราชคหนฺติ วุจฺจติ. อญฺเญเปตฺถ ปกาเร วณฺณยนฺติ. กึ เตหิ? นามเมตํ ตสฺส นครสฺส. ตํ ปเนตํ พุทฺธกาเล จ จกฺกวตฺติกาเล จ นครํ โหติ, เสสกาเล สุญฺญํ โหติ ยกฺขปริคฺคหิตํ, เตสํ วสนฺตวนํ หุตฺวา ติฏฺฐติ. เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเปติ เวฬุวนนฺติ ตสฺส อุยฺยานสฺส นามํ, ตํ กิร เวฬูหิ ปริกฺขิตฺตํ อโหสิ อฏฺฐารสหตฺเถน จ ปากาเรน, โคปุรฏฺฏาลกยุตฺตํ นีโลภาสํ มโนรมํ, เตน เวฬุวนนฺติ วุจฺจติ. กลนฺทกานญฺเจตฺถ นิวาปํ อทํสุ, เตน กลนฺทกนิวาโปติ วุจฺจติ.

ปุพฺเพ กิร อญฺญตโร ราชา ตตฺถ อุยฺยานกีฬนตฺถํ อาคโต สุรามเทน มตฺโต ทิวาเสยฺยํ อุปคโต สุปิ. ปริชโนปิสฺส, ‘‘สุตฺโต ราชา’’ติ ปุปฺผผลาทีหิ ปโลภิยมาโน อิโต จิโต จ ปกฺกามิ, อถ สุราคนฺเธน อญฺญตรสฺมา สุสิรรุกฺขา กณฺหสปฺโป นิกฺขมิตฺวา รญฺญาภิมุโข อาคจฺฉติ. ตํ ทิสฺวา รุกฺขเทวตา, ‘‘รญฺโญ ชีวิตํ ทมฺมี’’ติ กาฬกเวเสน อาคนฺตฺวา กณฺณมูเล สทฺทมกาสิ. ราชา ปฏิพุชฺฌิ, กณฺหสปฺโป นิวตฺโต. โส ตํ ทิสฺวา, ‘‘อิมาย มม ชีวิตํ ทินฺน’’นฺติ กาฬกานํ ตตฺถ นิวาปํ ปฏฺฐเปสิ, อภยโฆสนญฺจ โฆสาเปสิ. ตสฺมา ตํ ตโต ปภุติ กลนฺทกนิวาปนฺติ สงฺขฺยํ คตํ. กลนฺทกาติ กาฬกานํ นามํ.

ชาติภูมิกาติ ชาติภูมิวาสิโน. ตตฺถ ชาติภูมีติ ชาตฏฺฐานํ. ตํ โข ปเนตํ เนว โกสลมหาราชาทีนํ น จงฺกีพฺราหมณาทีนํ น สกฺกสุยามสนฺตุสิตาทีนํ น อสีติมหาสาวกาทีนํ น อญฺเญสํ สตฺตานํ ชาตฏฺฐานํ ‘‘ชาติภูมี’’ติ วุจฺจติ. ยสฺส ปน ชาตทิวเส ทสสหสฺสิโลกธาตุ เอกทฺธชมาลาวิปฺปกิณฺณกุสุมวาสจุณฺณคนฺธสุคนฺธา สพฺพปาลิผุลฺลมิว นนฺทนวนํ วิโรจมานา ปทุมินิปณฺเณ อุทกพินฺทุ วิย อกมฺปิตฺถ, ชจฺจนฺธาทีนญฺจ รูปทสฺสนาทีนิ อเนกานิ ปาฏิหาริยานิ ปวตฺตึสุ, ตสฺส สพฺพญฺญุโพธิสตฺตสฺส ชาตฏฺฐานสากิยชนปโท กปิลวตฺถาหาโร, สา ‘‘ชาติภูมี’’ติ วุจฺจติ.

ธมฺมครุภาววณฺณนา

วสฺสํวุฏฺฐาติ เตมาสํ วสฺสํวุฏฺฐา ปวาริตปวารณา หุตฺวา. ภควา เอตทโวจาติ ‘‘กจฺจิ, ภิกฺขเว, ขมนีย’’นฺติอาทีหิ วจเนหิ อาคนฺตุกปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอตํ, ‘‘โก นุ โข, ภิกฺขเว’’ติอาทิวจนมโวจ. เต กิร ภิกฺขุ, – ‘‘กจฺจิ, ภิกฺขเว, ขมนียํ กจฺจิ ยาปนียํ, กจฺจิตฺถ อปฺปกิลมเถน อทฺธานํ อาคตา, น จ ปิณฺฑเกน กิลมิตฺถ, กุโต จ ตุเมฺห, ภิกฺขเว, อาคจฺฉถา’’ติ ปฏิสนฺถารวเสน ปุจฺฉิตา – ‘‘ภควา สากิยชนปเท กปิลวตฺถาหารโต ชาติภูมิโต อาคจฺฉามา’’ติ อาหํสุ. อถ ภควา เนว สุทฺโธทนมหาราชสฺส, น สกฺโกทนสฺส, น สุกฺโกทนสฺส, น โธโตทนสฺส, น อมิโตทนสฺส, น อมิตฺตาย เทวิยา, น มหาปชาปติยา, น สกลสฺส สากิยมณฺฑลสฺส อาโรคฺยํ ปุจฺฉิ. อถ โข อตฺตนา จ ทสกถาวตฺถุลาภึ ปรญฺจ ตตฺถ สมาทเปตารํ ปฏิปตฺติสมฺปนฺนํ ภิกฺขุํ ปุจฺฉนฺโต อิทํ – ‘‘โก นุ โข, ภิกฺขเว’’ติอาทิวจนํ อโวจ.

กสฺมา ปน ภควา สุทฺโธทนาทีนํ อาโรคฺยํ อปุจฺฉิตฺวา เอวรูปํ ภิกฺขุเมว ปุจฺฉติ? ปิยตาย. พุทฺธานญฺหิ ปฏิปนฺนกา ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย จ ปิยา โหนฺติ มนาปา. กึ การณา? ธมฺมครุตาย. ธมฺมครุโน หิ ตถาคตา, โส จ เนสํ ธมฺมครุภาโว, ‘‘ทุกฺขํ โข อคารโว วิหรติ, อปฺปติสฺโส’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๑) อิมินา อชปาลนิโคฺรธมูเล อุปฺปนฺนชฺฌาสเยน เวทิตพฺโพ. ธมฺมครุตาเยว หิ ภควา มหากสฺสปตฺเถรสฺส อภินิกฺขมนทิวเส ปจฺจุคฺคมนํ กโรนฺโต ติคาวุตํ มคฺคํ อคมาสิ. อติเรกติโยชนสตํ มคฺคํ คนฺตฺวา คงฺคาตีเร ธมฺมํ เทเสตฺวา มหากปฺปินํ สปริสํ อรหตฺเต ปติฏฺฐเปสิ. เอกสฺมึ ปจฺฉาภตฺเต ปญฺจจตฺตาลีสโยชนํ มคฺคํ คนฺตฺวา กุมฺภการสฺส นิเวสเน ติยามรตฺตึ ธมฺมกถํ กตฺวา ปุกฺกุสาติกุลปุตฺตํ อนาคามิผเล ปติฏฺฐเปสิ. วีสโยชนสตํ คนฺตฺวา วนวาสิสามเณรสฺส อนุคฺคหํ อกาสิ. สฏฺฐิโยชนมคฺคํ คนฺตฺวา ขทิรวนิยตฺเถรสฺส ธมฺมํ เทเสสิ. อนุรุทฺธตฺเถโร ปาจีนวํสทาเย นิสินฺโน มหาปุริสวิตกฺกํ วิตกฺเกตีติ ญตฺวา ตตฺถ อากาเสน คนฺตฺวา เถรสฺส ปุรโต โอรุยฺห สาธุการมทาสิ. โกฏิกณฺณโสณตฺเถรสฺส เอกคนฺธกุฏิยํ เสนาสนํ ปญฺญปาเปตฺวา ปจฺจูสกาเล ธมฺมเทสนํ อชฺเฌสิตฺวา สรภญฺญปริโยสาเน สาธุการมทาสิ. ติคาวุตํ มคฺคํ คนฺตฺวา ติณฺณํ กุลปุตฺตานํ วสนฏฺฐาเน โคสิงฺคสาลวเน สามคฺคิรสานิสํสํ กเถสิ. กสฺสโปปิ ภควา – ‘‘อนาคามิผเล ปติฏฺฐิโต อริยสาวโก อย’’นฺติ วิสฺสาสํ อุปฺปาเทตฺวา ฆฏิการสฺส กุมฺภการสฺส นิเวสนํ คนฺตฺวา สหตฺถา อามิสํ คเหตฺวา ปริภุญฺชิ.

อมฺหากํเยว ภควา อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย เชตวนโต ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต จาริกํ นิกฺขมิ. โกสลมหาราชอนาถปิณฺฑิกาทโย นิวตฺเตตุํ นาสกฺขึสุ. อนาถปิณฺฑิโก ฆรํ อาคนฺตฺวา โทมนสฺสปฺปตฺโต นิสีทิ. อถ นํ ปุณฺณา นาม ทาสี โทมนสฺสปฺปตฺโตสิ สามีติ อาห. ‘‘อาม เช, สตฺถารํ นิวตฺเตตุํ นาสกฺขึ, อถ เม อิมํ เตมาสํ ธมฺมํ วา โสตุํ, ยถาธิปฺปายํ วา ทานํ ทาตุํ น ลภิสฺสามี’’ติ จินฺตา อุปฺปนฺนาติ. อหมฺปิ สามิ สตฺถารํ นิวตฺเตสฺสามีติ. สเจ นิวตฺเตตุํ สกฺโกสิ, ภุชิสฺสาเยว ตฺวนฺติ. สา คนฺตฺวา ทสพลสฺส ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ‘‘นิวตฺตถ ภควา’’ติ อาห. ปุณฺเณ ตฺวํ ปรปฏิพทฺธชีวิกา กึ เม กริสฺสสีติ. ภควา มยฺหํ เทยฺยธมฺโม นตฺถีติ ตุเมฺหปิ ชานาถ, ตุมฺหากํ นิวตฺตนปจฺจยา ปนาหํ ตีสุ สรเณสุ ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐหิสฺสามีติ. ภควา สาธุ สาธุ ปุณฺเณติ สาธุการํ กตฺวา นิวตฺเตตฺวา เชตวนเมว ปวิฏฺโฐ. อยํ กถา ปากฏา อโหสิ. เสฏฺฐิ สุตฺวา ปุณฺณาย กิร ภควา นิวตฺติโตติ ตํ ภุชิสฺสํ กตฺวา ธีตุฏฺฐาเน ฐเปสิ. สา ปพฺพชฺชํ ยาจิตฺวา ปพฺพชิ, ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ อารภิ. อถสฺสา สตฺถา อารทฺธวิปสฺสกภาวํ ญตฺวา อิมํ โอภาสคาถํ วิสฺสชฺเชสิ –

‘‘ปุณฺเณ ปูเรสิ สทฺธมฺมํ, จนฺโท ปนฺนรโส ยถา;

ปริปุณฺณาย ปญฺญาย, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสสี’’ติ. (เถรีคา. ๓);

คาถาปริโยสาเน อรหตฺตํ ปตฺวา อภิญฺญาตา สาวิกา อโหสีติ. เอวํ ธมฺมครุโน ตถาคตา.

นนฺทกตฺเถเร อุปฏฺฐานสาลายํ ธมฺมํ เทเสนฺเตปิ ภควา อนหาโตว คนฺตฺวา ติยามรตฺตึ ฐิตโกว ธมฺมกถํ สุตฺวา เทสนาปริโยสาเน สาธุการมทาสิ. เถโร อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘กาย เวลาย, ภนฺเต, อาคตตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ. ตยา สุตฺตนฺเต อารทฺธมตฺเตติ. ทุกฺกรํ กริตฺถ, ภนฺเต, พุทฺธสุขุมาลา ตุเมฺหติ. สเจ ตฺวํ, นนฺท, กปฺปํ เทเสตุํ สกฺกุเณยฺยาสิ, กปฺปมตฺตมฺปาหํ ฐิตโกว สุเณยฺยนฺติ ภควา อโวจ. เอวํ ธมฺมครุโน ตถาคตา. เตสํ ธมฺมครุตาย ปฏิปนฺนกา ปิยา โหนฺติ, ตสฺมา ปฏิปนฺนเก ปุจฺฉิ. ปฏิปนฺนโก จ นาม อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน โน ปรหิตาย, ปรหิตาย ปฏิปนฺโน โน อตฺตหิตาย, โน อตฺตหิตาย จ ปฏิปนฺโน โน ปรหิตาย จ, อตฺตหิตาย จ ปฏิปนฺโน ปรหิตาย จาติ จตุพฺพิโธ โหติ.

ตตฺถ โย สยํ ทสนฺนํ กถาวตฺถูนํ ลาภี โหติ, ปรํ ตตฺถ น โอวทติ น อนุสาสติ อายสฺมา พากุโล วิย. อยํ อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน นาม โน ปรหิตาย ปฏิปนฺโน, เอวรูปํ ภิกฺขุํ ภควา น ปุจฺฉติ. กสฺมา? น มยฺหํ สาสนสฺส วฑฺฒิปกฺเข ฐิโตติ.

โย ปน ทสนฺนํ กถาวตฺถูนํ อลาภี, ปรํ เตหิ โอวทติ เตน กตวตฺตสาทิยนตฺถํ อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต วิย, อยํ ปรหิตาย ปฏิปนฺโน นาม โน อตฺตหิตาย, เอวรูปมฺปิ น ปุจฺฉติ. กสฺมา? อสฺส ตณฺหา มหาปจฺฉิ วิย อปฺปหีนาติ.

โย อตฺตนาปิ ทสนฺนํ กถาวตฺถูนํ อลาภี, ปรมฺปิ เตหิ น โอวทติ, ลาฬุทายี วิย, อยํ เนว อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน น ปรหิตาย, เอวรูปมฺปิ น ปุจฺฉติ. กสฺมา? อสฺส อนฺโต กิเลสา ผรสุเฉชฺชา วิย มหนฺตาติ.

โย ปน สยํ ทสนฺนํ กถาวตฺถูนํ ลาภี, ปรมฺปิ เตหิ โอวทติ, อยํ อตฺตหิตาย เจว ปรหิตาย จ ปฏิปนฺโน นาม สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานมหากสฺสปาทโย อสีติมหาเถรา วิย, เอวรูปํ ภิกฺขุํ ปุจฺฉติ. กสฺมา? มยฺหํ สาสนสฺส วุฑฺฒิปกฺเข ฐิโตติ. อิธาปิ เอวรูปเมว ปุจฺฉนฺโต – ‘‘โก นุ โข, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห.

เอวํ ภควตา ปุฏฺฐานํ ปน เตสํ ภิกฺขูนํ ภควา อตฺตโน ชาติภูมิยํ อุภยหิตาย ปฏิปนฺนํ ทสกถาวตฺถุลาภึ ภิกฺขุํ ปุจฺฉติ, โก นุ โข ตตฺถ เอวรูโปติ น อญฺญมญฺญํ จินฺตนา วา สมนฺตนา วา อโหสิ. กสฺมา? อายสฺมา หิ มนฺตาณิปุตฺโต ตสฺมึ ชนปเท อากาสมชฺเฌ ฐิโต จนฺโท วิย สูริโย วิย จ ปากโฏ ปญฺญาโต. ตสฺมา เต ภิกฺขู เมฆสทฺทํ สุตฺวา เอกชฺฌํ สนฺนิปติตโมรฆฏา วิย ฆนสชฺฌายํ กาตุํ, อารทฺธภิกฺขู วิย จ อตฺตโน อาจริยํ ปุณฺณตฺเถรํ ภควโต อาโรเจนฺตา เถรสฺส จ คุณํ ภาสิตุํ อปฺปโหนฺเตหิ มุเขหิ เอกปฺปหาเรเนว ปุณฺโณ นาม, ภนฺเต, อายสฺมาติอาทิมาหํสุ. ตตฺถ ปุณฺโณติ ตสฺส เถรสฺส นามํ. มนฺตาณิยา ปน โส ปุตฺโต, ตสฺมา มนฺตาณิปุตฺโตติ วุจฺจติ. สมฺภาวิโตติ คุณสมฺภาวนาย สมฺภาวิโต.

อปฺปิจฺฉตาทิวณฺณนา

อปฺปิจฺโฉติ อิจฺฉาวิรหิโต นิอิจฺโฉ นิตฺตโณฺห. เอตฺถ หิ พฺยญฺชนํ สาวเสสํ วิย, อตฺโถ ปน นิรวเสโส. น หิ ตสฺส อนฺโต อณุมตฺตาปิ ปาปิกา อิจฺฉา นาม อตฺถิ. ขีณาสโว เหส สพฺพโส ปหีนตโณฺห. อปิเจตฺถ อตฺริจฺฉตา ปาปิจฺฉตา มหิจฺฉตา อปฺปิจฺฉตาติ อยํ เภโท เวทิตพฺโพ.

ตตฺถ สกลาเภ อติตฺตสฺส ปรลาเภ ปตฺถนา อตฺริจฺฉตา นาม. ตาย สมนฺนาคตสฺส เอกภาเชน ปกฺกปูโวปิ อตฺตโน ปตฺเต ปติโต น สุปกฺโก วิย ขุทฺทโก วิย จ ขายติ. เสฺวว ปรสฺส ปตฺเต ปกฺขิตฺโต สุปกฺโก วิย มหนฺโต วิย จ ขายติ. อสนฺตคุณสมฺภาวนตา ปน ปฏิคฺคหเณ จ อมตฺตญฺญุตา ปาปิจฺฉตา นาม, สา, ‘‘อิเธกจฺโจ อสฺสทฺโธ สมาโน สทฺโธติ มํ ชโน ชานาตู’’ติอาทินา นเยน อภิธมฺเม อาคตาเยว, ตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล โกหญฺเญ ปติฏฺฐาติ. สนฺตคุณสมฺภาวนา ปน ปฏิคฺคหเณ จ อมตฺตญฺญุตา มหิจฺฉตา นาม. สาปิ, ‘‘อิเธกจฺโจ สทฺโธ สมาโน สทฺโธติ มํ ชโน ชานาตูติ อิจฺฉติ, สีลวา สมาโน สีลวาติ มํ ชโน ชานาตู’’ติ (วิภ. ๘๕๑) อิมินา นเยน อาคตาเยว, ตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ทุสฺสนฺตปฺปโย โหติ, วิชาตมาตาปิสฺส จิตฺตํ คเหตุํ น สกฺโกติ. เตเนตํ วุจฺจติ –

‘‘อคฺคิกฺขนฺโธ สมุทฺโท จ, มหิจฺโฉ จาปิ ปุคฺคโล;

สกเฏน ปจฺจยํ เทตุ, ตโยเปเต อตปฺปยา’’ติ.

สนฺตคุณนิคูหนตา ปน ปฏิคฺคหเณ จ มตฺตญฺญุตา อปฺปิจฺฉตา นาม, ตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล อตฺตนิ วิชฺชมานมฺปิ คุณํ ปฏิจฺฉาเทตุกามตาย, ‘‘สทฺโธ สมาโน สทฺโธติ มํ ชโน ชานาตูติ น อิจฺฉติ. สีลวา, ปวิวิตฺโต, พหุสฺสุโต, อารทฺธวีริโย, สมาธิสมฺปนฺโน, ปญฺญวา, ขีณาสโว สมาโน ขีณาสโวติ มํ ชโน ชานาตู’’ติ น อิจฺฉติ, เสยฺยถาปิ มชฺฌนฺติกตฺเถโร.

เถโร กิร มหาขีณาสโว อโหสิ, ปตฺตจีวรํ ปนสฺส ปาทมตฺตเมว อคฺฆติ, โส อโสกสฺส ธมฺมรญฺโญ วิหารมหทิวเส สงฺฆตฺเถโร อโหสิ. อถสฺส อติลูขภาวํ ทิสฺวา มนุสฺสา, ‘‘ภนฺเต, โถกํ พหิ โหถา’’ติ อาหํสุ. เถโร, ‘‘มาทิเส ขีณาสเว รญฺโญ สงฺคหํ อกโรนฺเต อญฺโญ โก กริสฺสตี’’ติ ปถวิยํ นิมุชฺชิตฺวา สงฺฆตฺเถรสฺส อุกฺขิตฺตปิณฺฑํ คณฺหนฺโตเยว อุมฺมุชฺชิ. เอวํ ขีณาสโว สมาโน, ‘‘ขีณาสโวติ มํ ชโน ชานาตู’’ติ น อิจฺฉติ. เอวํ อปฺปิจฺโฉ ปน ภิกฺขุ อนุปฺปนฺนํ ลาภํ อุปฺปาเทติ, อุปฺปนฺนํ ลาภํ ถาวรํ กโรติ, ทายกานํ จิตฺตํ อาราเธติ, ยถา ยถา หิ โส อตฺตโน อปฺปิจฺฉตาย อปฺปํ คณฺหาติ, ตถา ตถา ตสฺส วตฺเต ปสนฺนา มนุสฺสา พหู เทนฺติ.

อปโรปิ จตุพฺพิโธ อปฺปิจฺโฉ – ปจฺจยอปฺปิจฺโฉ ธุตงฺคอปฺปิจฺโฉ ปริยตฺติอปฺปิจฺโฉ อธิคมอปฺปิจฺโฉติ. ตตฺถ จตูสุ ปจฺจเยสุ อปฺปิจฺโฉ ปจฺจยอปฺปิจฺโฉ นาม, โส ทายกสฺส วสํ ชานาติ, เทยฺยธมฺมสฺส วสํ ชานาติ, อตฺตโน ถามํ ชานาติ. ยทิ หิ เทยฺยธมฺโม พหุ โหติ, ทายโก อปฺปํ ทาตุกาโม, ทายกสฺส วเสน อปฺปํ คณฺหาติ. เทยฺยธมฺโม อปฺโป, ทายโก พหุํ ทาตุกาโม, เทยฺยธมฺมสฺส วเสน อปฺปํ คณฺหาติ. เทยฺยธมฺโมปิ พหุ, ทายโกปิ พหุํ ทาตุกาโม, อตฺตโน ถามํ ญตฺวา ปมาเณเนว คณฺหาติ.

ธุตงฺคสมาทานสฺส อตฺตนิ อตฺถิภาวํ นชานาเปตุกาโม ธุตงฺคอปฺปิจฺโฉ นาม. ตสฺส วิภาวนตฺถํ อิมานิ วตฺถูนิ – โสสานิกมหาสุมนตฺเถโร กิร สฏฺฐิ วสฺสานิ สุสาเน วสิ, อญฺโญ เอกภิกฺขุปิ น อญฺญาสิ, เตเนวาห –

‘‘สุสาเน สฏฺฐิ วสฺสานิ, อพฺโพกิณฺณํ วสามหํ;

ทุติโย มํ น ชาเนยฺย, อโห โสสานิกุตฺตโม’’ติ.

เจติยปพฺพเต เทฺวภาติยตฺเถรา วสึสุ. เตสุ กนิฏฺโฐ อุปฏฺฐาเกน เปสิตา อุจฺฉุขณฺฑิกา คเหตฺวา เชฏฺฐสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. ปริโภคํ, ภนฺเต, กโรถาติ. เถรสฺส จ ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา มุขํ วิกฺขาลนกาโล อโหสิ. โส อลํ, อาวุโสติ อาห. กจฺจิ, ภนฺเต, เอกาสนิกตฺถาติ. อาหราวุโส, อุจฺฉุขณฺฑิกาติ ปญฺญาส วสฺสานิ เอกาสนิโก สมาโนปิ ธุตงฺคํ นิคูหมาโน ปริโภคํ กตฺวา มุขํ วิกฺขาเลตฺวา ปุน ธุตงฺคํ อธิฏฺฐาย คโต.

โย ปน สาเกตกติสฺสตฺเถโร วิย พหุสฺสุตภาวํ ชานาเปตุํ น อิจฺฉติ, อยํ ปริยตฺติอปฺปิจฺโฉ นาม. เถโร กิร ขโณ นตฺถีติ อุทฺเทสปริปุจฺฉาสุ โอกาสํ อกโรนฺโต มรณกฺขยํ, ภนฺเต, ลภิสฺสถาติ โจทิโต คณํ วิสฺสชฺเชตฺวา กณิการวาลิกสมุทฺทวิหารํ คโต. ตตฺถ อนฺโตวสฺสํ เถรนวมชฺฌิมานํ อุปกาโร หุตฺวา มหาปวารณาย อุโปสถทิวเส ธมฺมกถาย ชนตํ โขเภตฺวา คโต.

โย ปน โสตาปนฺนาทีสุ อญฺญตโร หุตฺวา โสตาปนฺนาทิภาวํ ชานาเปตุํ น อิจฺฉติ, อยํ อธิคมอปฺปิจฺโฉ นาม, ตโย กุลปุตฺตา วิย ฆฏิการกุมฺภกาโร วิย จ.

อายสฺมา ปน ปุณฺโณ อตฺริจฺฉตํ ปาปิจฺฉตํ มหิจฺฉตญฺจ ปหาย สพฺพโส อิจฺฉาปฏิปกฺขภูตาย อโลภสงฺขาตาย ปริสุทฺธาย อปฺปิจฺฉตาย สมนฺนาคตตฺตา อปฺปิจฺโฉ นาม อโหสิ. ภิกฺขูนมฺปิ, ‘‘อาวุโส, อตฺริจฺฉตา ปาปิจฺฉตา มหิจฺฉตาติ อิเม ธมฺมา ปหาตพฺพา’’ติ เตสุ อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา เอวรูปํ อปฺปิจฺฉตํ สมาทาย วตฺติตพฺพนฺติ อปฺปิจฺฉกถํ กเถสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อตฺตนา จ อปฺปิจฺโฉ อปฺปิจฺฉกถญฺจ ภิกฺขูนํ กตฺตา’’ติ.

ทฺวาทสวิธสนฺโตสวณฺณนา

อิทานิ อตฺตนา จ สนฺตุฏฺโฐติอาทีสุ วิเสสตฺถเมว ทีปยิสฺสาม. โยชนา ปน วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. สนฺตุฏฺโฐติ อิตรีตรปจฺจยสนฺโตเสน สมนฺนาคโต. โส ปเนส สนฺโตโส ทฺวาทสวิโธ โหติ. เสยฺยถิทํ, จีวเร ยถาลาภสนฺโตโส ยถาพลสนฺโตโส ยถสารุปฺปสนฺโตโสติ ติวิโธ, เอวํ ปิณฺฑปาตาทีสุ. ตสฺสายํ ปเภทสํวณฺณนา.

อิธ ภิกฺขุ จีวรํ ลภติ สุนฺทรํ วา อสุนฺทรํ วา. โส เตเนว ยาเปติ อญฺญํ น ปตฺเถติ, ลภนฺโตปิ น คณฺหาติ, อยมสฺส จีวเร ยถาลาภสนฺโตโส. อถ โย ปกติทุพฺพโล วา โหติ อาพาธชราภิภูโต วา, ครุจีวรํ ปารุปนฺโต กิลมติ, โส สภาเคน ภิกฺขุนา สทฺธึ ตํ ปริวตฺเตตฺวา ลหุเกน ยาเปนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส จีวเร ยถาพลสนฺโตโส. อปโร ปณีตปจฺจยลาภี โหติ, โส ปฏฺฏจีวราทีนํ อญฺญตรํ มหคฺฆจีวรํ พหูนิ วา ปน จีวรานิ ลภิตฺวา อิทํ เถรานํ จิรปพฺพชิตานํ อิทํ พหุสฺสุตานํ อนุรูปํ, อิทํ คิลานานํ อิทํ อปฺปลาภานํ โหตูติ ทตฺวา เตสํ ปุราณจีวรํ วา สงฺการกูฏาทิโต วา นนฺตกานิ อุจฺจินิตฺวา เตหิ สงฺฆาฏึ กตฺวา ธาเรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส จีวเร ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.

อิธ ปน ภิกฺขุ ปิณฺฑปาตํ ลภติ ลูขํ วา ปณีตํ วา, โส เตเนว ยาเปติ, อญฺญํ น ปตฺเถติ, ลภนฺโตปิ น คณฺหาติ, อยมสฺส ปิณฺฑปาเต ยถาลาภสนฺโตโส. โย ปน อตฺตโน ปกติวิรุทฺธํ วา พฺยาธิวิรุทฺธํ วา ปิณฺฑปาตํ ลภติ, เยนสฺส ปริภุตฺเตน อผาสุ โหติ, โส สภาคสฺส ภิกฺขุโน ตํ ทตฺวา ตสฺส หตฺถโต สปฺปายโภชนํ ภุญฺชิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส ปิณฺฑปาเต ยถาพลสนฺโตโส. อปโร พหุํ ปณีตํ ปิณฺฑปาตํ ลภติ, โส ตํ จีวรํ วิย จิรปพฺพชิตพหุสฺสุตอปฺปลาภิคิลานานํ ทตฺวา เตสํ วา เสสกํ ปิณฺฑาย วา จริตฺวา มิสฺสกาหารํ ภุญฺชนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส ปิณฺฑปาเต ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.

อิธ ปน ภิกฺขุ เสนาสนํ ลภติ มนาปํ วา อมนาปํ วา, โส เตน เนว โสมนสฺสํ น ปฏิฆํ อุปฺปาเทติ, อนฺตมโส ติณสนฺถารเกนาปิ ยถาลทฺเธเนว ตุสฺสติ, อยมสฺส เสนาสเน ยถาลาภสนฺโตโส. โย ปน อตฺตโน ปกติวิรุทฺธํ วา พฺยาธิวิรุทฺธํ วา เสนาสนํ ลภติ, ยตฺถสฺส วสโต อผาสุ โหติ, โส ตํ สภาคสฺส ภิกฺขุโน ทตฺวา ตสฺส สนฺตเก สปฺปายเสนาสเน วสนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส เสนาสเน ยถาพลสนฺโตโส. อปโร มหาปุญฺโญ เลณมณฺฑปกูฏาคาราทีนิ พหูนิ ปณีตเสนาสนานิ ลภติ, โส ตานิ จีวราทีนิ วิย จิรปพฺพชิตพหุสฺสุตอปฺปลาภิคิลานานํ ทตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ วสนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส เสนาสเน ยถาสารุปฺปสนฺโตโส. โยปิ, ‘‘อุตฺตมเสนาสนํ นาม ปมาทฏฺฐานํ, ตตฺถ นิสินฺนสฺส ถินมิทฺธํ โอกฺกมติ, นิทฺทาภิภูตสฺส ปุน ปฏิพุชฺฌโต ปาปวิตกฺกา ปาตุภวนฺตี’’ติ ปฏิสญฺจิกฺขิตฺวา ตาทิสํ เสนาสนํ ปตฺตมฺปิ น สมฺปฏิจฺฉติ, โส ตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อพฺโภกาสรุกฺขมูลาทีสุ วสนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมฺปิสฺส เสนาสเน ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.

อิธ ปน ภิกฺขุ เภสชฺชํ ลภติ ลูขํ วา ปณีตํ วา, โส ยํ ลภติ, เตเนว สนฺตุสฺสติ, อญฺญํ น ปตฺเถติ, ลภนฺโตปิ น คณฺหาติ, อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาลาภสนฺโตโส. โย ปน เตเลน อตฺถิโก ผาณิตํ ลภติ, โส ตํ สภาคสฺส ภิกฺขุโน ทตฺวา ตสฺส หตฺถโต เตลํ คเหตฺวา อญฺญเทว วา ปริเยสิตฺวา เตหิ เภสชฺชํ กโรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาพลสนฺโตโส. อปโร มหาปุญฺโญ พหุํ เตลมธุผาณิตาทิปณีตเภสชฺชํ ลภติ, โส ตํ จีวรํ วิย จิรปพฺพชิตพหุสฺสุตอปฺปลาภิคิลานานํ ทตฺวา เตสํ อาภตเกน เยน เกนจิ ยาเปนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. โย ปน เอกสฺมึ ภาชเน มุตฺตหรีตกํ ฐเปตฺวา เอกสฺมึ จตุมธุรํ, ‘‘คณฺห, ภนฺเต, ยทิจฺฉสี’’ติ วุจฺจมาโน สจสฺส เตสุ อญฺญตเรนปิ โรโค วูปสมฺมติ, อถ มุตฺตหรีตกํ นาม พุทฺธาทีหิ วณฺณิตนฺติ จตุมธุรํ ปฏิกฺขิปิตฺวา มุตฺตหรีตเกเนว เภสชฺชํ กโรนฺโต ปรมสนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.

อิเมสํ ปน ปจฺเจกํ ปจฺจเยสุ ติณฺณํ ติณฺณํ สนฺโตสานํ ยถาสารุปฺปสนฺโตโสว อคฺโค. อายสฺมา ปุณฺโณ เอเกกสฺมึ ปจฺจเย อิเมหิ ตีหิ สนฺโตเสหิ สนฺตุฏฺโฐ อโหสิ. สนฺตุฏฺฐิกถญฺจาติ ภิกฺขูนมฺปิ จ อิมํ สนฺตุฏฺฐิกถํ กตฺตาว อโหสิ.

ติวิธปวิเวกวณฺณนา

ปวิวิตฺโตติ กายปวิเวโก จิตฺตปวิเวโก อุปธิปวิเวโกติ อิเมหิ ตีหิ ปวิเวเกหิ สมนฺนาคโต. ตตฺถ เอโก คจฺฉติ, เอโก ติฏฺฐติ, เอโก นิสีทติ, เอโก เสยฺยํ กปฺเปติ, เอโก คามํ ปิณฺฑาย ปวิสติ, เอโก ปฏิกฺกมติ, เอโก จงฺกมมธิฏฺฐาติ, เอโก จรติ, เอโก วิหรตีติ อยํ กายปวิเวโก นาม. อฏฺฐ สมาปตฺติโย ปน จิตฺตปวิเวโก นาม. นิพฺพานํ อุปธิปวิเวโก นาม. วุตฺตมฺปิ เหตํ – ‘‘กายปวิเวโก จ วิเวกฏฺฐกายานํ เนกฺขมฺมาภิรตานํ. จิตฺตปวิเวโก จ ปริสุทฺธจิตฺตานํ ปรมโวทานปฺปตฺตานํ. อุปธิวิเวโก จ นิรุปธีนํ ปุคฺคลานํ วิสงฺขารคตาน’’นฺติ (มหานิ. ๕๗). ปวิเวกกถนฺติ ภิกฺขูนมฺปิ จ อิมํ ปวิเวกกถํ กตฺตา.

ปญฺจวิธสํสคฺควณฺณนา

อสํสฏฺโฐติ ปญฺจวิเธน สํสคฺเคน วิรหิโต. สวนสํสคฺโค ทสฺสนสํสคฺโค สมุลฺลปนสํสคฺโค สมฺโภคสํสคฺโค กายสํสคฺโคติ ปญฺจวิโธ สํสคฺโค. เตสุ อิธ ภิกฺขุ สุณาติ, ‘‘อสุกสฺมึ คาเม วา นิคเม วา อิตฺถี วา กุมาริกา วา อภิรูปา ทสฺสนียา ปาสาทิกา ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคตา’’ติ. โส ตํ สุตฺวา สํสีทติ วิสีทติ น สกฺโกติ พฺรหฺมจริยํ สนฺธาเรตุํ, สิกฺขาทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา หีนายาวตฺตตีติ เอวํ ปเรหิ วา กถียมานํ รูปาทิสมฺปตฺตึ อตฺตนา วา หสิตลปิตคีตสทฺทํ สุณนฺตสฺส โสตวิญฺญาณวีถิวเสน อุปฺปนฺโน ราโค สวนสํสคฺโค นาม. โส อนิตฺถิคนฺธปจฺเจกโพธิสตฺตสฺส จ ปญฺจคฺคฬเลณวาสีติสฺสทหรสฺส จ วเสน เวทิตพฺโพ –

ทหโร กิร อากาเสน คจฺฉนฺโต คิริคามวาสิกมฺมารธีตาย ปญฺจหิ กุมารีหิ สทฺธึ ปทุมสรํ คนฺตฺวา นฺหตฺวา ปทุมานิ จ ปิลนฺธิตฺวา มธุรสฺสเรน คายนฺติยา สทฺทํ สุตฺวา กามราเคน วิทฺโธ วิเสสา ปริหายิตฺวา อนยพฺยสนํ ปาปุณิ. อิธ ภิกฺขุ น เหว โข สุณาติ, อปิจ โข สามํ ปสฺสติ อิตฺถึ วา กุมารึ วา อภิรูปํ ทสฺสนียํ ปาสาทิกํ ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคตํ. โส ตํ ทิสฺวา สํสีทติ วิสีทติ น สกฺโกติ พฺรหฺมจริยํ สนฺธาเรตุํ, สิกฺขาทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา หีนายาวตฺตตีติ เอวํ วิสภาครูปํ โอโลเกนฺตสฺส ปน จกฺขุวิญฺญาณวีถิวเสน อุปฺปนฺนราโค ทสฺสนสํสคฺโค นาม. โส เอวํ เวทิตพฺโพ –

เอโก กิร ทหโร กาลทีฆวาปิทฺวารวิหารํ อุทฺเทสตฺถาย คโต. อาจริโย ตสฺส อนฺตรายํ ทิสฺวา โอกาสํ น กโรติ. โส ปุนปฺปุนฺนํ อนุพนฺธติ. อาจริโย สเจ อนฺโตคาเม น จริสฺสสิ. ทสฺสามิ เต อุทฺเทสนฺติ อาห. โส สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อุทฺเทเส นิฏฺฐิเต อาจริยํ วนฺทิตฺวา คจฺฉนฺโต อาจริโย เม อิมสฺมึ คาเม จริตุํ น เทติ, กึ นุ โข การณนฺติ จีวรํ ปารุปิตฺวา คามํ ปาวิสิ, เอกา กุลธีตา ปีตกวตฺถํ นิวาเสตฺวา เคเห ฐิตา ทหรํ ทิสฺวา สญฺชาตราคา อุฬุงฺเกน ยาคุํ อาหริตฺวา ตสฺส ปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา นิวตฺติตฺวา มญฺจเก นิปชฺชิ. อถ นํ มาตาปิตโร กึ อมฺมาติ ปุจฺฉึสุ, ทฺวาเรน คตํ ทหรํ ลภมานา ชีวิสฺสามิ, อลภมานา มริสฺสามีติ. มาตาปิตโร เวเคน คนฺตฺวา คามทฺวาเร ทหรํ ปตฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘นิวตฺตถ, ภนฺเต, ภิกฺขํ คณฺหาหี’’ติ อาหํสุ. ทหโร อลํ คจฺฉามีติ. เต, ‘‘อิทํ นาม, ภนฺเต, การณ’’นฺติ ยาจิตฺวา – ‘‘อมฺหากํ, ภนฺเต, เคเห เอตฺตกํ นาม ธนํ อตฺถิ, เอกาเยว โน ธีตา, ตฺวํ โน เชฏฺฐปุตฺตฏฺฐาเน ฐสฺสสิ, สุเขน สกฺกา ชีวิตุ’’นฺติ อาหํสุ. ทหโร, ‘‘น มยฺหํ อิมินา ปลิโพเธน อตฺโถ’’ติ อนาทิยิตฺวาว ปกฺกนฺโต.

มาตาปิตโร คนฺตฺวา, ‘‘อมฺม, นาสกฺขิมฺหา ทหรํ นิวตฺเตตุํ, ยํ อญฺญํ สามิกํ อิจฺฉสิ, ตํ ลภิสฺสสิ, อุฏฺเฐหิ ขาท จ ปิว จา’’ติ อาหํสุ. สา อนิจฺฉนฺตี สตฺตาหํ นิราหารา หุตฺวา กาลมกาสิ. มาตาปิตโร ตสฺสา สรีรกิจฺจํ กตฺวา ตํ ปีตกวตฺถํ ธุรวิหาเร ภิกฺขุสงฺฆสฺส อทํสุ, ภิกฺขู วตฺถํ ขณฺฑาขณฺฑํ กตฺวา ภาชยึสุ. เอโก มหลฺลโก อตฺตโน โกฏฺฐาสํ คเหตฺวา กลฺยาณีวิหารํ อาคโต. โสปิ ทหโร เจติยํ วนฺทิสฺสามีติ ตตฺเถว คนฺตฺวา ทิวาฏฺฐาเน นิสีทิ. มหลฺลโก ตํ วตฺถขณฺฑํ คเหตฺวา, ‘‘อิมินา เม ปริสฺสาวนํ วิจาเรถา’’ติ ทหรํ อโวจ. ทหโร มหาเถร ‘‘กุหึ ลทฺธ’’นฺติ อาห. โส สพฺพํ ปวตฺตึ กเถสิ. โส ตํ สุตฺวาว, ‘‘เอวรูปาย นาม สทฺธึ สํวาสํ นาลตฺถ’’นฺติ ราคคฺคินา ทฑฺโฒ ตตฺเถว กาลมกาสิ.

อญฺญมญฺญํ อาลาปสลฺลาปวเสน อุปฺปนฺนราโค ปน สมุลฺลปนสํสคฺโค นาม. ภิกฺขุโน ภิกฺขุนิยา สนฺตกํ, ภิกฺขุนิยา วา ภิกฺขุสฺส สนฺตกํ คเหตฺวา ปริโภคกรณวเสน อุปฺปนฺนราโค สมฺโภคสํสคฺโค นาม. โส เอวํ เวทิตพฺโพ – มริจวฏฺฏิวิหารมเห กิร ภิกฺขูนํ สตสหสฺสํ ภิกฺขุนีนํ นวุติสหสฺสานิ เอว อเหสุํ. เอโก สามเณโร อุณฺหยาคุํ คเหตฺวา คจฺฉนฺโต สกึ จีวรกณฺเณ ฐเปสิ, สกึ ภูมิยํ. เอกา สามเณรี ทิสฺวา เอตฺถ ปตฺตํ ฐเปตฺวา ยาหีติ ถาลกํ อทาสิ. เต อปรภาเค เอกสฺมึ ภเย อุปฺปนฺเน ปรสมุทฺทํ อคมํสุ. เตสุ ภิกฺขุนี ปุเรตรํ อคมาสิ. สา, ‘‘เอโก กิร สีหฬภิกฺขุ อาคโต’’ติ สุตฺวา เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา นิสินฺนา, – ‘‘ภนฺเต, มริจวฏฺฏิวิหารมหกาเล ตุเมฺห กติวสฺสา’’ติ ปุจฺฉิ. ตทาหํ สตฺตวสฺสิกสามเณโร. ตฺวํ ปน กติวสฺสาติ? อหํ สตฺตวสฺสิกสามเณรีเยว เอกสฺส สามเณรสฺส อุณฺหยาคุํ คเหตฺวา คจฺฉนฺตสฺส ปตฺตฐปนตฺถํ ถาลกมทาสินฺติ. เถโร, ‘‘อหํ โส’’ติ วตฺวา ถาลกํ นีหริตฺวา ทสฺเสสิ. เต เอตฺตเกเนว สํสคฺเคน พฺรหฺมจริยํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺตา เทฺวปิ สฏฺฐิวสฺสกาเล วิพฺภมึสุ.

หตฺถคาหาทิวเสน ปน อุปฺปนฺนราโค กายสํสคฺโค นาม. ตตฺริทํ วตฺถุ – มหาเจติยงฺคเณ กิร ทหรภิกฺขู สชฺฌายํ คณฺหนฺติ. เตสํ ปิฏฺฐิปสฺเส ทหรภิกฺขุนิโย ธมฺมํ สุณนฺติ. ตเตฺรโก ทหโร หตฺถํ ปสาเรนฺโต เอกิสฺสา ทหรภิกฺขุนิยา กายํ ฉุปิ. สา ตํ หตฺถํ คเหตฺวา อตฺตโน อุรสฺมึ ฐเปสิ, เอตฺตเกน สํสคฺเคน เทฺวปิ วิพฺภมิตฺวา คิหิภาวํ ปตฺตา.

คาหคาหกาทิวณฺณนา

อิเมสุ ปน ปญฺจสุ สํสคฺเคสุ ภิกฺขุโน ภิกฺขูหิ สทฺธึ สวนทสฺสนสมุลฺลปนสมฺโภคกายปรามาสา นิจฺจมฺปิ โหนฺติเยว, ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ ฐเปตฺวา กายสํสคฺคํ เสสา กาเลน กาลํ โหนฺติ; ตถา อุปาสกอุปาสิกาหิ สทฺธึ สพฺเพปิ กาเลน กาลํ โหนฺติ. เตสุ หิ กิเลสุปฺปตฺติโต จิตฺตํ รกฺขิตพฺพํ. เอโก หิ ภิกฺขุ คาหคาหโก โหติ, เอโก คาหมุตฺตโก, เอโก มุตฺตคาหโก, เอโก มุตฺตมุตฺตโก.

ตตฺถ ยํ ภิกฺขุํ มนุสฺสาปิ อามิเสน อุปลาเปตฺวา คหณวเสน อุปสงฺกมนฺติ, ภิกฺขุปิ ปุปฺผผลาทีหิ อุปลาเปตฺวา คหณวเสน อุปสงฺกมติ, อยํ คาหคาหโก นาม. ยํ ปน มนุสฺสา วุตฺตนเยน อุปสงฺกมนฺติ, ภิกฺขุ ทกฺขิเณยฺยวเสน อุปสงฺกมติ, อยํ คาหมุตฺตโก นาม. ยสฺส มนุสฺสา ทกฺขิเณยฺยวเสน จตฺตาโร ปจฺจเย เทนฺติ, ภิกฺขุ ปุปฺผผลาทีหิ อุปลาเปตฺวา คหณวเสน อุปสงฺกมติ, อยํ มุตฺตคาหโก นาม. ยสฺส มนุสฺสาปิ ทกฺขิเณยฺยวเสน จตฺตาโร ปจฺจเย เทนฺติ, ภิกฺขุปิ จูฬปิณฺฑปาติยติสฺสตฺเถโร วิย ทกฺขิเณยฺยวเสน ปริภุญฺชติ, อยํ มุตฺตมุตฺตโก นาม.

เถรํ กิร เอกา อุปาสิกา ทฺวาทส วสฺสานิ อุปฏฺฐหิ. เอกทิวสํ ตสฺมึ คาเม อคฺคิ อุฏฺฐหิตฺวา เคหานิ ฌาเปสิ. อญฺเญสํ กุลูปกภิกฺขู อาคนฺตฺวา – ‘‘กึ อุปาสิเก, อปิ กิญฺจิ ภณฺฑกํ อโรคํ กาตุํ อสกฺขิตฺถา’’ติ ปฏิสนฺถารํ อกํสุ. มนุสฺสา, ‘‘อมฺหากํ มาตุ กุลูปกตฺเถโร ภุญฺชนเวลายเมว อาคมิสฺสตี’’ติ อาหํสุ. เถโรปิ ปุนทิวเส ภิกฺขาจารเวลํ สลฺลกฺเขตฺวาว อาคโต. อุปาสิกา โกฏฺฐจฺฉายาย นิสีทาเปตฺวา ภิกฺขํ สมฺปาเทตฺวา อทาสิ. เถเร ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา ปกฺกนฺเต มนุสฺสา อาหํสุ – ‘‘อมฺหากํ มาตุ กุลูปกตฺเถโร ภุญฺชนเวลายเมว อาคโต’’ติ. อุปาสิกา, ‘‘ตุมฺหากํ กุลูปกา ตุมฺหากํเยว อนุจฺฉวิกา, มยฺหํ เถโร มเยฺหว อนุจฺฉวิโก’’ติ อาห. อายสฺมา ปน มนฺตาณิปุตฺโต อิเมหิ ปญฺจหิ สํสคฺเคหิ จตูหิปิ ปริสาหิ สทฺธึ อสํสฏฺโฐ คาหมุตฺตโก เจว มุตฺตมุตฺตโก จ อโหสิ. ยถา จ สยํ อสํสฏฺโฐ, เอวํ ภิกฺขูนมฺปิ ตํ อสํสคฺคกถํ กตฺตา อโหสิ.

อารทฺธวีริโยติ ปคฺคหิตวีริโย, ปริปุณฺณกายิกเจตสิกวีริโยติ อตฺโถ. โย หิ ภิกฺขุ คมเน อุปฺปนฺนกิเลสํ ฐานํ ปาปุณิตุํ น เทติ, ฐาเน อุปฺปนฺนกิเลสํ นิสชฺชํ, นิสชฺชาย อุปฺปนฺนกิเลสํ สยนํ ปาปุณิตุํ น เทติ, มนฺเตน กณฺหสปฺปํ อุปฺปีเฬตฺวา คณฺหนฺโต วิย, อมิตฺตํ คีวาย อกฺกมนฺโต วิย จ วิจรติ, อยํ อารทฺธวีริโย นาม. เถโร จ ตาทิโส อโหสิ. ภิกฺขูนมฺปิ ตเถว วีริยารมฺภกถํ กตฺตา อโหสิ.

สีลสมฺปนฺโนติอาทีสุ สีลนฺติ จตุปาริสุทฺธิสีลํ. สมาธีติ วิปสฺสนาปาทกา อฏฺฐ สมาปตฺติโย. ปญฺญาติ โลกิยโลกุตฺตรญาณํ. วิมุตฺตีติ อริยผลํ. วิมุตฺติญาณทสฺสนนฺติ เอกูนวีสติวิธํ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. เถโร สยมฺปิ สีลาทีหิ สมฺปนฺโน อโหสิ ภิกฺขูนมฺปิ สีลาทิกถํ กตฺตา. สฺวายํ ทสหิ กถาวตฺถูหิ โอวทตีติ โอวาทโก. ยถา ปน เอโก โอวทติเยว, สุขุมํ อตฺถํ ปริวตฺเตตฺวา ชานาเปตุํ น สกฺโกติ. น เอวํ เถโร. เถโร ปน ตานิ ทส กถาวตฺถูนิ วิญฺญาเปตีติ วิญฺญาปโก. เอโก วิญฺญาเปตุํ สกฺโกติ, การณํ ทสฺเสตุํ น สกฺโกติ. เถโร การณมฺปิ สนฺทสฺเสตีติ สนฺทสฺสโก. เอโก วิชฺชมานํ การณํ ทสฺเสติ, คาเหตุํ ปน น สกฺโกติ. เถโร คาเหตุมฺปิ สกฺโกตีติ สมาทปโก. เอวํ สมาทเปตฺวา ปน เตสุ กถาวตฺถูสุ อุสฺสาหชนนวเสน ภิกฺขู สมุตฺเตเชตีติ สมุตฺเตชโก. อุสฺสาหชาเต วณฺณํ วตฺวา สมฺปหํเสตีติ สมฺปหํสโก.

ปญฺจลาภวณฺณนา

๒๕๓. สุลทฺธลาภาติ อญฺเญสมฺปิ มนุสฺสตฺตภาวปพฺพชฺชาทิคุณลาภา นาม โหนฺติ. อายสฺมโต ปน ปุณฺณสฺส สุลทฺธลาภา เอเต, ยสฺส สตฺถุ สมฺมุขา เอวํ วณฺโณ อพฺภุคฺคโตติ อตฺโถ. อปิจ อปณฺฑิเตหิ วณฺณกถนํ นาม น ตถา ลาโภ, ปณฺฑิเตหิ วณฺณกถนํ ปน ลาโภ. คิหี หิ วา วณฺณกถนํ น ตถา ลาโภ, คิหี หิ ‘‘วณฺณํ กเถสฺสามี’’ติ, ‘‘อมฺหากํ อยฺโย สโณฺห สขิโล สุขสมฺภาโส, วิหารํ อาคตานํ ยาคุภตฺตผาณิตาทีหิ สงฺคหํ กโรตี’’ติ กเถนฺโต อวณฺณเมว กเถติ. ‘‘อวณฺณํ กเถสฺสามี’’ติ ‘‘อยํ เถโร มนฺทมนฺโท วิย อพลพโล วิย ภากุฏิกภากุฏิโก วิย นตฺถิ อิมินา สทฺธึ วิสฺสาโส’’ติ กเถนฺโต วณฺณเมว กเถติ. สพฺรหฺมจารีหิปิ สตฺถุ ปรมฺมุขา วณฺณกถนํ น ตถา ลาโภ, สตฺถุ สมฺมุขา ปน อติลาโภติ อิมมฺปิ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘‘สุลทฺธลาภา’’ติ อาห. อนุมสฺส อนุมสฺสาติ ทส กถาวตฺถูนิ อนุปวิสิตฺวา อนุปวิสิตฺวา. ตญฺจ สตฺถา อพฺภนุโมทตีติ ตญฺจสฺส วณฺณํ เอวเมตํ อปฺปิจฺโฉ จ โส ภิกฺขุ สนฺตุฏฺโฐ จ โส ภิกฺขูติ อนุโมทติ. อิติ วิญฺญูหิ วณฺณภาสนํ เอโก ลาโภ, สพฺรหฺมจารีหิ เอโก, สตฺถุ สมฺมุขา เอโก, อนุมสฺส อนุมสฺส เอโก, สตฺถารา อพฺภนุโมทนํ เอโกติ อิเม ปญฺจ ลาเภ สนฺธาย ‘‘สุลทฺธลาภา’’ติ อาห. กทาจีติ กิสฺมิญฺจิเทว กาเล. กรหจีติ ตสฺเสว เววจนํ. อปฺเปว นาม สิยา โกจิเทว กถาสลฺลาโปติ อปิ นาม โกจิ กถาสมุทาจาโรปิ ภเวยฺย. เถเรน กิร อายสฺมา ปุณฺโณ เนว ทิฏฺฐปุพฺโพ, นสฺส ธมฺมกถา สุตปุพฺพา. อิติ โส ตสฺส ทสฺสนมฺปิ ธมฺมกถมฺปิ ปตฺถยมาโน เอวมาห.

จาริกาทิวณฺณนา

๒๕๔. ยถาภิรนฺตนฺติ ยถาอชฺฌาสยํ วิหริตฺวา. พุทฺธานญฺหิ เอกสฺมึ ฐาเน วสนฺตานํ ฉายูทกาทิวิปตฺตึ วา อปฺผาสุกเสนาสนํ วา, มนุสฺสานํ อสฺสทฺธาทิภาวํ วา อาคมฺม อนภิรติ นาม นตฺถิ. เตสํ สมฺปตฺติยา ‘‘อิธ ผาสุ วิหรามา’’ติ อภิรมิตฺวา จิรวิหาโรปิ นตฺถิ. ยตฺถ ปน ตถาคเต วิหรนฺเต สตฺตา สรเณสุ วา ปติฏฺฐหนฺติ, สีลานิ วา สมาทิยนฺติ, ปพฺพชนฺติ วา, ตโต โสตาปตฺติมคฺคาทีนํ วา ปน เตสํ อุปนิสฺสโย โหติ. ตตฺถ พุทฺธา สตฺเต ตาสุ สมฺปตฺตีสุ ปติฏฺฐาปนอชฺฌาสเยน วสนฺติ; ตาสํ อภาเว ปกฺกมนฺติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ยถาอชฺฌาสยํ วิหริตฺวา’’ติ. จาริกํ จรมาโนติ อทฺธานคมนํ คจฺฉนฺโต. จาริกา จ นาเมสา ภควโต ทุวิธา โหติ ตุริตจาริกา จ, อตุริตจาริกา จ.

ตตฺถ ทูเรปิ โพธเนยฺยปุคฺคลํ ทิสฺวา ตสฺส โพธนตฺถาย สหสา คมนํ ตุริตจาริกา นาม. สา มหากสฺสปปจฺจุคฺคมนาทีสุ ทฏฺฐพฺพา. ภควา หิ มหากสฺสปํ ปจฺจุคฺคจฺฉนฺโต มุหุตฺเตน ติคาวุตํ มคฺคํ อคมาสิ, อาฬวกสฺสตฺถาย ตึสโยชนํ, ตถา องฺคุลิมาลสฺส. ปุกฺกุสาติสฺส ปน ปญฺจจตฺตาลีสโยชนํ, มหากปฺปินสฺส วีสโยชนสตํ, ขทิรวนิยสฺสตฺถาย สตฺต โยชนสตานิ อคมาสิ; ธมฺมเสนาปติโน สทฺธิวิหาริกสฺส วนวาสีติสฺสสามเณรสฺส ติคาวุตาธิกํ วีสโยชนสตํ.

เอกทิวสํ กิร เถโร, ‘‘ติสฺสสามเณรสฺส สนฺติกํ, ภนฺเต, คจฺฉามี’’ติ อาห. ภควา, ‘‘อหมฺปิ คมิสฺสามี’’ติ วตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ – ‘‘อานนฺท, วีสติสหสฺสานํ ฉฬภิญฺญานํ อาโรเจหิ – ‘ภควา วนวาสีติสฺสสามเณรสฺส สนฺติกํ คมิสฺสตี’’’ติ. ตโต ทุติยทิวเส วีสติสหสฺสขีณาสวปริวุโต อากาเส อุปฺปติตฺวา วีสโยชนสตมตฺถเก ตสฺส โคจรคามทฺวาเร โอตริตฺวา จีวรํ ปารุปิ. กมฺมนฺตํ คจฺฉมานา มนุสฺสา ทิสฺวา, ‘‘สตฺถา, โภ, อาคโต, มา กมฺมนฺตํ อคมิตฺถา’’ติ วตฺวา อาสนานิ ปญฺญเปตฺวา ยาคุํ ทตฺวา ปานวตฺตํ กโรนฺตา, ‘‘กุหึ, ภนฺเต, ภควา คจฺฉตี’’ติ ทหรภิกฺขู ปุจฺฉึสุ. อุปาสกา, น ภควา อญฺญตฺถ คจฺฉติ, อิเธว ติสฺสสามเณรสฺส ทสฺสนตฺถาย อาคโตติ. เต ‘‘อมฺหากํ กิร กุลูปกตฺเถรสฺส ทสฺสนตฺถาย สตฺถา อาคโต, โน วต โน เถโร โอรมตฺตโก’’ติ โสมนสฺสชาตา อเหสุํ.

อถ ภควโต ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน สามเณโร คามํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ‘‘อุปาสกา มหา ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติ ปุจฺฉิ. อถสฺส เต, ‘‘สตฺถา, ภนฺเต, อาคโต’’ติ อาโรเจสุํ, โส ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปิณฺฑปาเตน อาปุจฺฉิ. สตฺถา ตสฺส ปตฺตํ หตฺเถน คเหตฺวา, ‘‘อลํ, ติสฺส, นิฏฺฐิตํ ภตฺตกิจฺจ’’นฺติ อาห. ตโต อุปชฺฌายํ อาปุจฺฉิตฺวา อตฺตโน ปตฺตาสเน นิสีทิตฺวา ภตฺตกิจฺจมกาสิ. อถสฺส ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน สตฺถา มงฺคลํ วตฺวา นิกฺขมิตฺวา คามทฺวาเร ฐตฺวา, ‘‘กตโร เต, ติสฺส, วสนฏฺฐานํ คมนมคฺโค’’ติ อาห. ‘‘อยํ ภควา’’ติ. มคฺคํ เทสยมาโน ปุรโต ยาหิ ติสฺสาติ. ภควา กิร สเทวกสฺส โลกสฺส มคฺคเทสโก สมาโนปิ ‘‘สกลติคาวุเต มคฺเค สามเณรํ ทฏฺฐุํ ลจฺฉามี’’ติ ตํ มคฺคเทสกมกาสิ.

โส อตฺตโน วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ภควโต วตฺตมกาสิ. อถ นํ ภควา, ‘‘กตโร เต, ติสฺส, จงฺกโม’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา สามเณรสฺส นิสีทนปาสาเณ นิสีทิตฺวา, ‘‘ติสฺส, อิมสฺมึ ฐาเน สุขํ วสสี’’ติ ปุจฺฉิ. โส อาห – ‘‘อาม, ภนฺเต, อิมสฺมึ เม ฐาเน วสนฺตสฺส สีหพฺยคฺฆหตฺถิมิคโมราทีนํ สทฺทํ สุณโต อรญฺญสญฺญา อุปฺปชฺชติ, ตาย สุขํ วสามี’’ติ. อถ นํ ภควา, ‘‘ติสฺส, ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาเตหิ, พุทฺธทายชฺชํ เต ทสฺสามี’’ติ วตฺวา สนฺนิปติเต ภิกฺขุสงฺเฆ อุปสมฺปาเทตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว อคมาสีติ. อยํ ตุริตจาริกา นาม.

ยํ ปน คามนิคมปฏิปาฏิยา เทวสิกํ โยชนฑฺฒโยชนวเสน ปิณฺฑปาตจริยาทีหิ โลกํ อนุคฺคณฺหนฺตสฺส คมนํ, อยํ อตุริตจาริกา นาม. อิมํ ปน จาริกํ จรนฺโต ภควา มหามณฺฑลํ มชฺฌิมมณฺฑลํ อนฺติมมณฺฑลนฺติ อิเมสํ ติณฺณํ มณฺฑลานํ อญฺญตรสฺมึ จรติ. ตตฺถ มหามณฺฑลํ นวโยชนสติกํ, มชฺฌิมมณฺฑลํ ฉโยชนสติกํ, อนฺติมมณฺฑลํ ติโยชนสติกํ. ยทา มหามณฺฑเล จาริกํ จริตุกาโม โหติ, มหาปวารณาย ปวาเรตฺวา ปาฏิปททิวเส มหาภิกฺขุสงฺฆปริวาโร นิกฺขมติ. สมนฺตา โยชนสตํ เอกโกลาหลํ อโหสิ, ปุริมํ ปุริมํ อาคตา นิมนฺเตตุํ ลภนฺติ; อิตเรสุ ทฺวีสุ มณฺฑเลสุ สกฺกาโร มหามณฺฑเล โอสรติ. ตตฺร ภควา เตสุ เตสุ คามนิคเมสุ เอกาหํ ทฺวีหํ วสนฺโต มหาชนํ อามิสปฏิคฺคเหน อนุคฺคณฺหนฺโต ธมฺมทาเนน จสฺส วิวฏฺฏูปนิสฺสิตํ กุสลํ วฑฺเฒนฺโต นวหิ มาเสหิ จาริกํ ปริโยสาเปติ.

สเจ ปน อนฺโตวสฺเส ภิกฺขูนํ สมถวิปสฺสนา ตรุณา โหติ, มหาปวารณาย อปวาเรตฺวา ปวารณาสงฺคหํ ทตฺวา กตฺติกปุณฺณมาย ปวาเรตฺวา มิคสิรสฺส ปฐมทิวเส มหาภิกฺขุสงฺฆปริวาโร นิกฺขมิตฺวา มชฺฌิมมณฺฑลํ โอสรติ. อญฺเญนปิ การเณน มชฺฌิมมณฺฑเล จาริกํ จริตุกาโม จตุมาสํ วสิตฺวาว นิกฺขมติ. วุตฺตนเยเนว อิตเรสุ ทฺวีสุ มณฺฑเลสุ สกฺกาโร มชฺฌิมมณฺฑเล โอสรติ. ภควา ปุริมนเยเนว โลกํ อนุคฺคณฺหนฺโต อฏฺฐหิ มาเสหิ จาริกํ ปริโยสาเปติ.

สเจ ปน จตุมาสํ วุฏฺฐวสฺสสฺสาปิ ภควโต เวเนยฺยสตฺตา อปริปกฺกินฺทฺริยา โหนฺติ, เตสํ อินฺทฺริยปริปากํ อาคมยมาโน อปรมฺปิ เอกํ มาสํ วา ทฺวิติจตุมาสํ วา ตตฺเถว วสิตฺวา มหาภิกฺขุสงฺฆปริวาโร นิกฺขมติ. วุตฺตนเยเนว อิตเรสุ ทฺวีสุ มณฺฑเลสุ สกฺกาโร อนฺโตมณฺฑเล โอสรติ. ภควา ปุริมนเยเนว โลกํ อนุคฺคณฺหนฺโต สตฺตหิ วา ฉหิ วา ปญฺจหิ วา จตูหิ วา มาเสหิ จาริกํ ปริโยสาเปติ. อิติ อิเมสุ ตีสุ มณฺฑเลสุ ยตฺถ กตฺถจิ จาริกํ จรนฺโต น จีวราทิเหตุ จรติ. อถ โข เย ทุคฺคตา พาลา ชิณฺณา พฺยาธิตา, เต กทา ตถาคตํ อาคนฺตฺวา ปสฺสิสฺสนฺติ? มยิ ปน จาริกํ จรนฺเต มหาชโน ตถาคตทสฺสนํ ลภิสฺสติ, ตตฺถ เกจิ จิตฺตานิ ปสาเทสฺสนฺติ, เกจิ มาลาทีหิ ปูเชสฺสนฺติ, เกจิ กฏจฺฉุภิกฺขํ ทสฺสนฺติ, เกจิ มิจฺฉาทสฺสนํ ปหาย สมฺมาทิฏฺฐิกา ภวิสฺสนฺติ, ตํ เตสํ ภวิสฺสติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายาติ เอวํ โลกานุกมฺปาย จาริกํ จรติ.

อปิจ จตูหิ การเณหิ พุทฺธา ภควนฺโต จาริกํ จรนฺติ – ชงฺฆาวิหารวเสน สรีรผาสุกตฺถาย, อตฺถุปฺปตฺติกาลํ อภิกงฺขนตฺถาย, ภิขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญาปนตฺถาย, ตตฺถ ตตฺถ ปริปากคตินฺทฺริเย โพธเนยฺยสตฺเต โพธนตฺถายาติ. อปเรหิปิ จตูหิ การเณหิ พุทฺธา ภควนฺโต จาริกํ จรนฺติ – พุทฺธํ สรณํ คจฺฉิสฺสนฺตีติ วา, ธมฺมํ สรณํ คจฺฉิสฺสนฺตีติ วา, สงฺฆํ สรณํ คจฺฉิสฺสนฺตีติ วา, มหตา ธมฺมวสฺเสน จตสฺโส ปริสา สนฺตปฺเปสฺสามีติ วาติ. อปเรหิ ปญฺจหิ การเณหิ พุทฺธา ภควนฺโต จาริกํ จรนฺติ – ปาณาติปาตา วิรมิสฺสนฺตีติ วา, อทินฺนาทานา… กาเมสุมิจฺฉาจารา… มุสาวาทา… สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา วิรมิสฺสนฺตีติ วาติ. อปเรหิ อฏฺฐหิ การเณหิ พุทฺธา ภควนฺโต จาริกํ จรนฺติ – ปฐมชฺฌานํ ปฏิลภิสฺสนฺตีติ วา, ทุติยํ…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺตึ ปฏิลภิสฺสนฺตีติ วาติ. อปเรหิ อฏฺฐหิ การเณหิ พุทฺธา ภควนฺโต จาริกํ จรนฺติ – โสตาปตฺติมคฺคํ อธิคมิสฺสนฺตีติ วา, โสตาปตฺติผลํ…เป… อรหตฺตผลํ สจฺฉิกริสฺสนฺตีติ วาติ. อยํ อตุริตจาริกา, สา อิธ อธิปฺเปตา. สา ปเนสา ทุวิธา โหติ นิพทฺธจาริกา, อนิพทฺธจาริกา จ. ตตฺถ ยํ เอกสฺเสว โพธเนยฺยสตฺตสฺส อตฺถาย คจฺฉติ, อยํ นิพทฺธจาริกา นาม. ยํ ปน คามนิคมนครปฏิปาฏิวเสน จรติ, อยํ อนิพทฺธจาริกา นาม. เอสา อิธ อธิปฺเปตา.

เสนาสนํ สํสาเมตฺวาติ เสนาสนํ ปฏิสาเมตฺวา. ตํ ปน ปฏิสาเมนฺโต เถโร น จูฬปตฺตมหาปตฺต-จูฬถาลกมหาถาลก-ปฏฺฏุณฺณจีวร-ทุกูลจีวราทีนํ ภณฺฑิกํ กตฺวา สปฺปิเตลาทีนํ วา ปน ฆเฏ ปูราเปตฺวา คพฺเภ นิทหิตฺวา ทฺวารํ ปิธาย กุญฺจิกมุทฺทิกาทีนิ โยชาเปสิ. ‘‘สเจ น โหติ ภิกฺขุ วา สามเณโร วา อารามิโก วา อุปาสโก วา, จตูสุ ปาสาเณสุ มญฺเจ มญฺจํ อาโรเปตฺวา ปีเฐ ปีฐํ อาโรเปตฺวา จีวรวํเส วา จีวรรชฺชุยา วา อุปริ ปุญฺชํ กตฺวา ทฺวารวาตปานํ ถเกตฺวา ปกฺกมิตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. ๓๖๑) วจนโต ปน เนวาสิกํ ภิกฺขุํ อาปุจฺฉนมตฺตเกเนว ปฏิสาเมสิ.

เยน สาวตฺถิ เตน จาริกํ ปกฺกามีติ สตฺถุ ทสฺสนกาโม หุตฺวา เยน ทิสาภาเคน สาวตฺถิ เตน ปกฺกามิ. ปกฺกมนฺโต จ น สุทฺโธทนมหาราชสฺส อาโรจาเปตฺวา สปฺปิเตลมธุผาณิตาทีนิ คาหาเปตฺวา ปกฺกนฺโต. ยูถํ ปหาย นิกฺขนฺโต ปน มตฺตหตฺถี วิย, อสหายกิจฺโจ สีโห วิย, ปตฺตจีวรมตฺตํ อาทาย เอกโกว ปกฺกามิ. กสฺมา ปเนส ปญฺจสเตหิ อตฺตโน อนฺเตวาสิเกหิ สทฺธึ ราชคหํ อคนฺตฺวา อิทานิ นิกฺขนฺโตติ? ราชคหํ กปิลวตฺถุโต ทูรํ สฏฺฐิโยชนานิ, สาวตฺถิ ปน ปญฺจทส. สตฺถา ราชคหโต ปญฺจจตฺตาลีสโยชนํ อาคนฺตฺวา สาวตฺถิยํ วิหรติ, อิทานิ อาสนฺโน ชาโตติ สุตฺวา นิกฺขมีติ อการณเมตํ. พุทฺธานํ สนฺติกํ คจฺฉนฺโต หิ เอส โยชนสหสฺสมฺปิ คจฺเฉยฺย, ตทา ปน กายวิเวโก น สกฺกา ลทฺธุนฺติ. พหูหิ สทฺธึ คมนกาเล หิ เอกสฺมึ คจฺฉามาติ วทนฺเต เอโก อิเธว วสามาติ วทติ. เอกสฺมึ วสามาติ วทนฺเต เอโก คจฺฉามาติ วทติ. ตสฺมา อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิสีทิตุํ วา ผาสุกเสนาสเน กายวิเวกํ ลทฺธุํ วา น สกฺกา โหติ, เอกกสฺส ปน ตํ สพฺพํ สุลภํ โหตีติ ตทา อคนฺตฺวา อิทานิ ปกฺกามิ.

จาริกํ จรมาโนติ เอตฺถ กิญฺจาปิ อยํ จาริกา นาม มหาชนสงฺคหตฺถํ พุทฺธานํเยว ลพฺภติ, พุทฺเธ อุปาทาย ปน รุฬฺหีสทฺเทน สาวกานมฺปิ วุจฺจติ กิลญฺชาทีหิ กตํ พีชนมฺปิ ตาลวณฺฏํ วิย. เยน ภควาติ สาวตฺถิยา อวิทูเร เอกสฺมึ คามเก ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ เชตวนํ ปวิสิตฺวา สาริปุตฺตตฺเถรสฺส วา มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส วา วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ปาเท โธวิตฺวา มกฺเขตฺวา ปานียํ วา ปานกํ วา ปิวิตฺวา โถกํ วิสฺสมิตฺวา สตฺถารํ ปสฺสิสฺสามีติ จิตฺตมฺปิ อนุปฺปาเทตฺวา อุชุกํ คนฺธกุฏิปริเวณเมว อคมาสิ. เถรสฺส หิ สตฺถารํ ทฏฺฐุกามสฺส อญฺเญน ภิกฺขุนา กิจฺจํ นตฺถิ. ตสฺมา ราหุลํ วา อานนฺทํ วา คเหตฺวา โอกาสํ กาเรตฺวา สตฺถารํ ปสฺสิสฺสามีติ เอวมฺปิ จิตฺตํ น อุปฺปาเทสิ.

เถโร หิ สยเมว พุทฺธสาสเน วลฺลโภ รญฺโญ สงฺคามวิชยมหาโยโธ วิย. ยถา หิ ตาทิสสฺส โยธสฺส ราชานํ ทฏฺฐุกามสฺส อญฺญํ เสวิตฺวา ทสฺสนกมฺมํ นาม นตฺถิ; วลฺลภตาย สยเมว ปสฺสติ. เอวํ เถโรปิ พุทฺธสาสเน วลฺลโภ, ตสฺส อญฺญํ เสวิตฺวา สตฺถุทสฺสนกิจฺจํ นตฺถีติ ปาเท โธวิตฺวา ปาทปุญฺฉนมฺหิ ปุญฺฉิตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ. ภควาปิ ‘‘ปจฺจูสกาเลเยว มนฺตาณิปุตฺโต อาคมิสฺสตี’’ติ อทฺทส. ตสฺมา คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา สูจิฆฏิกํ อทตฺวาว ทรถํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตฺวา อุฏฺฐาย นิสีทิ. เถโร กวาฏํ ปณาเมตฺวา คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. ธมฺมิยา กถายาติ ภควา ธมฺมึ กถํ กเถนฺโต จูฬโคสิงฺคสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๓๒๕ อาทโย) ติณฺณํ กุลปุตฺตานํ สามคฺคิรสานิสํสํ กเถสิ; เสกฺขสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๒๒ อาทโย) อาวสถานิสํสํ, ฆฏิการสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๒๘๒ อาทโย) สติปฏิลาภิกํ ปุพฺเพนิวาสปฺปฏิสํยุตฺตกถํ; รฏฺฐปาลสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๓๐๔) จตฺตาโร ธมฺมุทฺเทเส, เสลสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๓๙๖ อาทโย) ปานกานิสํสกถํ, อุปกฺกิเลสสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๒๓๖ อาทโย) ภคุตฺเถรสฺส ธมฺมกถํ กเถนฺโต เอกีภาเว อานิสํสํ กเถสิ. อิมสฺมึ ปน รถวินีเต อายสฺมโต ปุณฺณสฺส กเถนฺโต ทสกถาวตฺถุนิสฺสยํ อนนฺตนยํ นาม ทสฺเสสิ ปุณฺณ, อยมฺปิ อปฺปิจฺฉกถาเยว สนฺโตสกถาเยวาติ. ปฏิสมฺภิทาปตฺตสฺส สาวกสฺส เวลนฺเต ฐตฺวา มหาสมุทฺเท หตฺถปฺปสารณํ วิย อโหสิ.

เยน อนฺธวนนฺติ ตทา กิร ปจฺฉาภตฺเต เชตวนํ อากิณฺณํ โหติ, พหู ขตฺติยพฺราหฺมณาทโย เชตวนํ โอสรนฺติ; รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ขนฺธาวารฏฺฐานํ วิย โหติ, น สกฺกา ปวิเวกํ ลภิตุํ. อนฺธวนํ ปน ปธานฆรสทิสํ ปวิวิตฺตํ, ตสฺมา เยนนฺธวนํ เตนุปสงฺกมิ. กสฺมา ปน มหาเถเร น อทฺทส? เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘สายนฺหสมเย อาคนฺตฺวา มหาเถเร ทิสฺวา ปุน ทสพลํ ปสฺสิสฺสามิ, เอวํ มหาเถรานํ เอกํ อุปฏฺฐานํ ภวิสฺสติ, สตฺถุ เทฺว ภวิสฺสนฺติ, ตโต สตฺถารํ วนฺทิตฺวา มม วสนฏฺฐานเมว คมิสฺสามี’’ติ.

สตฺตวิสุทฺธิปญฺหวณฺณนา

๒๕๖. อภิณฺหํ กิตฺตยมาโน อโหสีติ ปุนปฺปุนํ วณฺณํ กิตฺตยมาโน วิหาสิ. เถโร กิร ตโต ปฏฺฐาย ทิวเส ทิวเส สงฺฆมชฺเฌ ‘‘ปุณฺโณ กิร นาม มนฺตาณิปุตฺโต จตูหิ ปริสาหิ สทฺธึ อสํสฏฺโฐ, โส ทสพลสฺส ทสฺสนตฺถาย อาคมิสฺสติ; กจฺจิ นุ โข มํ อทิสฺวาว คมิสฺสตี’’ติ เถรนวมชฺฌิมานํ สติกรณตฺถํ อายสฺมโต ปุณฺณสฺส คุณํ ภาสติ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘มหลฺลกภิกฺขู นาม น สพฺพกาลํ อนฺโตวิหาเร โหนฺติ; คุณกถาย ปนสฺส กถิตาย โย จ นํ ภิกฺขุํ ปสฺสิสฺสติ; โส อาคนฺตฺวา อาโรเจสฺสตี’’ติ. อถายํ เถรสฺเสว สทฺธิวิหาริโก ตํ อายสฺมนฺตํ มนฺตาณิปุตฺตํ ปตฺตจีวรมาทาย คนฺธกุฏึ ปวิสนฺตํ อทฺทส. กถํ ปน นํ เอส อญฺญาสีติ? ปุณฺณ, ปุณฺณาติ วตฺวา กเถนฺตสฺส ภควโต ธมฺมกถาย อญฺญาสิ – ‘‘อยํ โส เถโร, ยสฺส เม อุปชฺฌาโย อภิณฺหํ กิตฺตยมาโน โหตี’’ติ. อิติ โส อาคนฺตฺวา เถรสฺส อาโรเจสิ. นิสีทนํ อาทายาติ นิสีทนํ นาม สทสํ วุจฺจติ อวายิมํ. เถโร ปน จมฺมขณฺฑํ คเหตฺวา อคมาสิ. ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโตติ ปจฺฉโต ปจฺฉโต. สีสานุโลกีติ โย อุนฺนตฏฺฐาเน ปิฏฺฐึ ปสฺสนฺโต นินฺนฏฺฐาเน สีสํ ปสฺสนฺโต คจฺฉติ, อยมฺปิ สีสานุโลกีติ วุจฺจติ. ตาทิโส หุตฺวา อนุพนฺธิ. เถโร หิ กิญฺจาปิ สํยตปทสทฺทตาย อจฺจาสนฺโน หุตฺวา คจฺฉนฺโตปิ ปทสทฺเทน น พาธติ, ‘‘นายํ สมฺโมทนกาโล’’ติ ญตฺวา ปน น อจฺจาสนฺโน, อนฺธวนํ นาม มหนฺตํ, เอกสฺมึ ฐาเน นิลีนํ อปสฺสนฺเตน, อาวุโส ปุณฺณ, ปุณฺณาติ อผาสุกสทฺโท กาตพฺโพ โหตีติ นิสินฺนฏฺฐานชานนตฺถํ นาติทูเร หุตฺวา สีสานุโลกี อคมาสิ. ทิวาวิหารํ นิสีทีติ ทิวาวิหารตฺถาย นิสีทิ.

ตตฺถ อายสฺมาปิ ปุณฺโณ อุทิจฺจพฺราหฺมณชจฺโจ, สาริปุตฺตตฺเถโรปิ. ปุณฺณตฺเถโรปิ สุวณฺณวณฺโณ, สาริปุตฺตตฺเถโรปิ. ปุณฺณตฺเถโรปิ อรหตฺตผลสมาปตฺติสมาปนฺโน, สาริปุตฺตตฺเถโรปิ. ปุณฺณตฺเถโรปิ กปฺปสตสหสฺสํ อภินีหารสมฺปนฺโน, สาริปุตฺตตฺเถโรปิ กปฺปสตสหสฺสาธิกํ เอกมสงฺเขฺยยฺยํ. ปุณฺณตฺเถโรปิ ปฏิสมฺภิทาปตฺโต มหาขีณาสโว, สาริปุตฺตตฺเถโรปิ. อิติ เอกํ กนกคุหํ ปวิฏฺฐา เทฺว สีหา วิย, เอกํ วิชมฺภนภูมึ โอติณฺณา เทฺว พฺยคฺฆา วิย, เอกํ สุปุปฺผิตสาลวนํ ปวิฏฺฐา เทฺว ฉทฺทนฺตนาคราชาโน วิย, เอกํ สิมฺพลิวนํ ปวิฏฺฐา เทฺว สุปณฺณราชาโน วิย, เอกํ นรวาหนยานํ อภิรุฬฺหา เทฺว เวสฺสวณา วิย, เอกํ ปณฺฑุกมฺพลสิลํ อภินิสินฺนา เทฺว สกฺกา วิย, เอกวิมานพฺภนฺตรคตา เทฺว หาริตมหาพฺรหฺมาโน วิย จ เต เทฺวปิ พฺราหฺมณชจฺจา เทฺวปิ สุวณฺณวณฺณา เทฺวปิ สมาปตฺติลาภิโน เทฺวปิ อภินีหารสมฺปนฺนา เทฺวปิ ปฏิสมฺภิทาปตฺตา มหาขีณาสวา เอกํ วนสณฺฑํ อนุปวิฏฺฐา ตํ วนฏฺฐานํ โสภยึสุ.

ภควติ โน, อาวุโส, พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ, อาวุโส, กึ อมฺหากํ ภควโต สนฺติเก อายสฺมตา พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ? อิทํ อายสฺมา สาริปุตฺโต ตสฺส ภควติ พฺรหฺมจริยวาสํ ชานนฺโตปิ กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ ปุจฺฉิ. ปุริมกถาย หิ อปฺปติฏฺฐิตาย ปจฺฉิมกถา น ชายติ, ตสฺมา เอวํ ปุจฺฉิ. เถโร อนุชานนฺโต ‘‘เอวมาวุโส’’ติ อาห. อถสฺส ปญฺหวิสฺสชฺชนํ โสตุกาโม อายสฺมา สาริปุตฺโต ‘‘กึ นุ โข อาวุโส สีลวิสุทฺธตฺถํ ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตี’’ติ ปฏิปาฏิยา สตฺต วิสุทฺธิโย ปุจฺฉิ. ตาสํ วิตฺถารกถา วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตา. อายสฺมา ปน ปุณฺโณ ยสฺมา จตุปาริสุทฺธิสีลาทีสุ ฐิตสฺสาปิ พฺรหฺมจริยวาโส มตฺถกํ น ปาปุณาติ, ตสฺมา, ‘‘โน หิทํ, อาวุโส’’ติ สพฺพํ ปฏิกฺขิปิ.

กิมตฺถํ จรหาวุโสติ ยทิ สีลวิสุทฺธิอาทีนํ อตฺถาย พฺรหฺมจริยํ น วุสฺสติ, อถ กิมตฺถํ วุสฺสตีติ ปุจฺฉิ. อนุปาทาปรินิพฺพานตฺถํ โข, อาวุโสติ เอตฺถ อนุปาทาปรินิพฺพานํ นาม อปฺปจฺจยปรินิพฺพานํ. เทฺวธา อุปาทานานิ คหณูปาทานญฺจ ปจฺจยูปาทานญฺจ. คหณูปาทานํ นาม กามุปาทานาทิกํ จตุพฺพิธํ, ปจฺจยูปาทานํ นาม อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ เอวํ วุตฺตปจฺจยา. ตตฺถ คหณูปาทานวาทิโน อาจริยา อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ จตูสุ อุปาทาเนสุ อญฺญตเรนาปิ กญฺจิ ธมฺมํ อคฺคเหตฺวา ปวตฺตํ อรหตฺตผลํ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ กเถนฺติ. ตญฺหิ น จ อุปาทานสมฺปยุตฺตํ หุตฺวา กญฺจิ ธมฺมํ อุปาทิยติ, กิเลสานญฺจ ปรินิพฺพุตนฺเต ชาตตฺตา ปรินิพฺพานนฺติ วุจฺจติ. ปจฺจยูปาทานวาทิโน ปน อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ อปฺปจฺจยปรินิพฺพานํ. ปจฺจยวเสน อนุปฺปนฺนํ อสงฺขตํ อมตธาตุเมว อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ กเถนฺติ. อยํ อนฺโต, อยํ โกฏิ, อยํ นิฏฺฐา. อปฺปจฺจยปรินิพฺพานํ ปตฺตสฺส หิ พฺรหฺมจริยวาโส มตฺถกํ ปตฺโต นาม โหติ, ตสฺมา เถโร ‘‘อนุปาทาปรินิพฺพานตฺถ’’นฺติ อาห. อถ นํ อนุยุญฺชนฺโต อายสฺมา สาริปุตฺโต ‘‘กึ นุ โข, อาวุโส, สีลวิสุทฺธิ อนุปาทาปรินิพฺพาน’’นฺติ ปุน ปุจฺฉํ อารภิ.

๒๕๘. เถโรปิ สพฺพปริวตฺเตสุ ตเถว ปฏิกฺขิปิตฺวา ปริโยสาเน โทสํ ทสฺเสนฺโต สีลวิสุทฺธึ เจ, อาวุโสติอาทิมาห. ตตฺถ ปญฺญเปยฺยาติ ยทิ ปญฺญเปยฺย. สอุปาทานํเยว สมานํ อนุปาทาปรินิพฺพานํ ปญฺญเปยฺยาติ สงฺคหณธมฺมเมว นิคฺคหณธมฺมํ สปฺปจฺจยธมฺมเมว อปฺปจฺจยธมฺมํ สงฺขตธมฺมเมว อสงฺขตธมฺมนฺติ ปญฺญเปยฺยาติ อตฺโถ. ญาณทสฺสนวิสุทฺธิยํ ปน สปฺปจฺจยธมฺมเมว อปฺปจฺจยธมฺมํ สงฺขตธมฺมเมว อสงฺขตธมฺมนฺติ ปญฺญเปยฺยาติ อยเมว อตฺโถ คเหตพฺโพ. ปุถุชฺชโน หิ, อาวุโสติ เอตฺถ วฏฺฏานุคโต โลกิยพาลปุถุชฺชโน ทฏฺฐพฺโพ. โส หิ จตุปาริสุทฺธิสีลมตฺตสฺสาปิ อภาวโต สพฺพโส อญฺญตฺร อิเมหิ ธมฺเมหิ. เตน หีติ เยน การเณน เอกจฺเจ ปณฺฑิตา อุปมาย อตฺถํ ชานนฺติ, เตน การเณน อุปมํ เต กริสฺสามีติ อตฺโถ.

สตฺตรถวินีตวณฺณนา

๒๕๙. สตฺต รถวินีตานีติ วินีตอสฺสาชานิยยุตฺเต สตฺต รเถ. ยาวเทว, จิตฺตวิสุทฺธตฺถาติ, อาวุโส, อยํ สีลวิสุทฺธิ นาม, ยาวเทว, จิตฺตวิสุทฺธตฺถา. จิตฺตวิสุทฺธตฺถาติ นิสฺสกฺกวจนเมตํ. อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ, ยาวเทว, จิตฺตวิสุทฺธิสงฺขาตา อตฺถา, ตาว อยํ สีลวิสุทฺธิ นาม อิจฺฉิตพฺพา. ยา ปน อยํ จิตฺตวิสุทฺธิ, เอสา สีลวิสุทฺธิยา อตฺโถ, อยํ โกฏิ, อิทํ ปริโยสานํ, จิตฺตวิสุทฺธิยํ ฐิตสฺส หิ สีลวิสุทฺธิกิจฺจํ กตํ นาม โหตีติ. เอส นโย สพฺพปเทสุ.

อิทํ ปเนตฺถ โอปมฺมสํสนฺทนํ – ราชา ปเสนทิ โกสโล วิย หิ ชรามรณภีรุโก โยคาวจโร ทฏฺฐพฺโพ. สาวตฺถินครํ วิย สกฺกายนครํ, สาเกตนครํ วิย นิพฺพานนครํ, รญฺโญ สาเกเต วฑฺฒิอาวหสฺส สีฆํ คนฺตฺวา ปาปุณิตพฺพสฺส อจฺจายิกสฺส กิจฺจสฺส อุปฺปาทกาโล วิย โยคิโน อนภิสเมตานํ จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ อภิสมยกิจฺจสฺส อุปฺปาทกาโล. สตฺต รถวินีตานิ วิย สตฺต วิสุทฺธิโย, ปฐมํ รถวินีตํ อารุฬฺหกาโล วิย สีลวิสุทฺธิยํ ฐิตกาโล, ปฐมรถวินีตาทีหิ ทุติยาทีนิ อารุฬฺหกาโล วิย สีลวิสุทฺธิอาทีหิ จิตฺตวิสุทฺธิอาทีสุ ฐิตกาโล. สตฺตเมน รถวินีเตน สาเกเต อนฺเตปุรทฺวาเร โอรุยฺห อุปริปาสาเท ญาติมิตฺตคณปริวุตสฺส สุรสโภชนปริโภคกาโล วิย โยคิโน ญาณทสฺสนวิสุทฺธิยา สพฺพกิเลเส เขเปตฺวา ธมฺมวรปาสาทํ อารุยฺห ปโรปณฺณาสกุสลธมฺมปริวารสฺส นิพฺพานารมฺมณํ ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิโรธสยเน นิสินฺนสฺส โลกุตฺตรสุขานุภวนกาโล ทฏฺฐพฺโพ.

อิติ อายสฺมนฺตํ ปุณฺณํ ทสกถาวตฺถุลาภึ ธมฺมเสนาปติสาริปุตฺตตฺเถโร สตฺต วิสุทฺธิโย ปุจฺฉิ. อายสฺมา ปุณฺโณ ทส กถาวตฺถูนิ วิสฺสชฺเชสิ. เอวํ ปุจฺฉนฺโต ปน ธมฺมเสนาปติ กึ ชานิตฺวา ปุจฺฉิ, อุทาหุ อชานิตฺวา? ติตฺถกุสโล วา ปน หุตฺวา วิสยสฺมึ ปุจฺฉิ, อุทาหุ อติตฺถกุสโล หุตฺวา อวิสยสฺมึ? ปุณฺณตฺเถโรปิ จ กึ ชานิตฺวา วิสฺสชฺเชสิ, อุทาหุ อชานิตฺวา? ติตฺถกุสโล วา ปน หุตฺวา วิสยสฺมึ วิสฺสชฺเชสิ, อุทาหุ อติตฺถกุสโล หุตฺวา อวิสเยติ? ชานิตฺวา ติตฺถกุสโล หุตฺวา วิสเย ปุจฺฉีติ หิ วทมาโน ธมฺมเสนาปตึเยว วเทยฺย. ชานิตฺวา ติตฺถกุสโล หุตฺวา วิสเย วิสฺสชฺเชสีติ วทมาโน ปุณฺณตฺเถรํเยว วเทยฺย. ยญฺหิ วิสุทฺธีสุ สํขิตฺตํ, ตํ กถาวตฺถูสุ วิตฺถิณฺณํ. ยํ กถาวตฺถูสุ สํขิตฺตํ, ตํ วิสุทฺธีสุ วิตฺถิณฺณํ. ตทมินา นเยน เวทิตพฺพํ.

วิสุทฺธีสุ หิ เอกา สีลวิสุทฺธิ จตฺตาริ กถาวตฺถูนิ หุตฺวา อาคตา อปฺปิจฺฉกถา สนฺตุฏฺฐิกถา อสํสคฺคกถา, สีลกถาติ. เอกา จิตฺตวิสุทฺธิ ตีณิ กถาวตฺถูนิ หุตฺวา อาคตา – ปวิเวกกถา, วีริยารมฺภกถา, สมาธิกถาติ, เอวํ ตาว ยํ วิสุทฺธีสุ สํขิตฺตํ, ตํ กถาวตฺถูสุ วิตฺถิณฺณํ. กถาวตฺถูสุ ปน เอกา ปญฺญากถา ปญฺจ วิสุทฺธิโย หุตฺวา อาคตา – ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ, กงฺขาวิตรณวิสุทฺธิ, มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิ, ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิ, ญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ, เอวํ ยํ กถาวตฺถูสุ สํขิตฺตํ, ตํ วิสุทฺธีสุ วิตฺถิณฺณํ. ตสฺมา สาริปุตฺตตฺเถโร สตฺต วิสุทฺธิโย ปุจฺฉนฺโต น อญฺญํ ปุจฺฉิ, ทส กถาวตฺถูนิเยว ปุจฺฉิ. ปุณฺณตฺเถโรปิ สตฺต วิสุทฺธิโย วิสฺสชฺเชนฺโต น อญฺญํ วิสฺสชฺเชสิ, ทส กถาวตฺถูนิเยว วิสฺสชฺเชสีติ. อิติ อุโภเปเต ชานิตฺวา ติตฺถกุสลา หุตฺวา วิสเยว ปญฺหํ ปุจฺฉึสุ เจว วิสฺสชฺเชสุํ จาติ เวทิตพฺโพ.

๒๖๐. โก นาโม อายสฺมาติ น เถโร ตสฺส นามํ น ชานาติ. ชานนฺโตเยว ปน สมฺโมทิตุํ ลภิสฺสามีติ ปุจฺฉิ. กถญฺจ ปนายสฺมนฺตนฺติ อิทํ ปน เถโร สมฺโมทมาโน อาห. มนฺตาณิปุตฺโตติ มนฺตาณิยา พฺราหฺมณิยา ปุตฺโต. ยถา ตนฺติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ, ยถา สุตวตา สาวเกน พฺยากาตพฺพา, เอวเมว พฺยากตาติ อยเมตฺถ สงฺเขปตฺโถ. อนุมสฺส อนุมสฺสาติ ทส กถาวตฺถูนิ โอคาเหตฺวา อนุปวิสิตฺวา. เจลณฺฑุปเกนาติ เอตฺถ เจลํ วุจฺจติ วตฺถํ, อณฺฑุปกํ จุมฺพฏกํ. วตฺถจุมฺพฏกํ สีเส กตฺวา อายสฺมนฺตํ ตตฺถ นิสีทาเปตฺวา ปริหรนฺตาปิ สพฺรหฺมจารี ทสฺสนาย ลเภยฺยุํ, เอวํ ลทฺธทสฺสนมฺปิ เตสํ ลาภาเยวาติ อฏฺฐานปริกปฺเปน อภิณฺหทสฺสนสฺส อุปายํ ทสฺเสสิ. เอวํ อปริหรนฺเตน หิ ปญฺหํ วา ปุจฺฉิตุกาเมน ธมฺมํ วา โสตุกาเมน ‘‘เถโร กตฺถ ฐิโต กตฺถ นิสินฺโน’’ติ ปริเยสนฺเตน จริตพฺพํ โหติ. เอวํ ปริหรนฺตา ปน อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณเยว สีสโต โอโรเปตฺวา มหารเห อาสเน นิสีทาเปตฺวา สกฺกา โหนฺติ ปญฺหํ วา ปุจฺฉิตุํ ธมฺมํ วา โสตุํ. อิติ อฏฺฐานปริกปฺเปน อภิณฺหทสฺสนสฺส อุปายํ ทสฺเสสิ.

สาริปุตฺโตติ จ ปน มนฺติ สาริยา พฺราหฺมณิยา ปุตฺโตติ จ ปน เอวํ มํ สพฺรหฺมจารี ชานนฺติ. สตฺถุกปฺเปนาติ สตฺถุสทิเสน. อิติ เอกปเทเนว อายสฺมา ปุณฺโณ สาริปุตฺตตฺเถรํ จนฺทมณฺฑลํ อาหจฺจ ฐเปนฺโต วิย อุกฺขิปิ. เถรสฺส หิ อิมสฺมึ ฐาเน เอกนฺตธมฺมกถิกภาโว ปากโฏ อโหสิ. อมจฺจญฺหิ ปุโรหิตํ มหนฺโตติ วทมาโน ราชสทิโสติ วเทยฺย, โคณํ หตฺถิปฺปมาโณติ, วาปึ สมุทฺทปฺปมาโณติ, อาโลกํ จนฺทิมสูริยาโลกปฺปมาโณติ, อิโต ปรํ เอเตสํ มหนฺตภาวกถา นาม นตฺถิ. สาวกมฺปิ มหาติ วทนฺโต สตฺถุปฏิภาโคติ วเทยฺย, อิโต ปรํ ตสฺส มหนฺตภาวกถา นาม นตฺถิ. อิจฺจายสฺมา ปุณฺโณ เอกปเทเนว เถรํ จนฺทมณฺฑลํ อาหจฺจ ฐเปนฺโต วิย อุกฺขิปิ.

เอตฺตกมฺปิ โน นปฺปฏิภาเสยฺยาติ ปฏิสมฺภิทาปตฺตสฺส อปฺปฏิภานํ นาม นตฺถิ. ยา ปนายํ อุปมา อาหฏา, ตํ น อาหเรยฺยาม, อตฺถเมว กเถยฺยาม. อุปมา หิ อชานนฺตานํ อาหรียตีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. อฏฺฐกถายํ ปน อิทมฺปิ ปฏิกฺขิปิตฺวา อุปมา นาม พุทฺธานมฺปิ สนฺติเก อาหรียติ, เถรํ ปเนส อปจายมาโน เอวมาหาติ.

อนุมสฺส อนุมสฺส ปุจฺฉิตาติ ทส กถาวตฺถูนิ โอคาเหตฺวา โอคาเหตฺวา ปุจฺฉิตา. กึ ปน ปญฺหสฺส ปุจฺฉนํ ภาริยํ, อุทาหุ วิสฺสชฺชนนฺติ? อุคฺคเหตฺวา ปุจฺฉนํ โน ภาริยํ, วิสฺสชฺชนํ ปน ภาริยํ. สเหตุกํ วา สการณํ กตฺวา ปุจฺฉนมฺปิ วิสฺสชฺชนมฺปิ ภาริยเมว. สมนุโมทึสูติ สมจิตฺตา หุตฺวา อนุโมทึสุ. อิติ ยถานุสนฺธินาว เทสนา นิฏฺฐิตาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

รถวินีตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.