๔. จูฬทุกฺขกฺขนฺธสุตฺตวณฺณนา
๑๗๕. เอวํ เม สุตนฺติ จูฬทุกฺขกฺขนฺธสุตฺตํ. ตตฺถ สกฺเกสูติ เอวํนามเก ชนปเท. โส หิ ชนปโท สกฺยานํ ราชกุมารานํ วสนฏฺฐานตฺตา สกฺยาเตฺวว สงฺขฺยํ คโต. สกฺยานํ ปน อุปฺปตฺติ อมฺพฏฺฐสุตฺเต อาคตาว. กปิลวตฺถุสฺมินฺติ เอวํนามเก นคเร. ตญฺหิ กปิลสฺส อิสิโน นิวาสฏฺฐาเน กตตฺตา กปิลวตฺถูติ วุตฺตํ, ตํ โคจรคามํ กตฺวา. นิโคฺรธาราเมติ นิโคฺรโธ นาม สกฺโก, โส ญาติสมาคมกาเล กปิลวตฺถุํ อาคเต ภควติ อตฺตโน อาราเม วิหารํ กาเรตฺวา ภควโต นิยฺยาเตสิ, ตสฺมึ วิหรตีติ อตฺโถ. มหานาโมติ อนุรุทฺธตฺเถรสฺส ภาตา ภควโต จุฬปิตุปุตฺโต. สุทฺโธทโน สุกฺโกทโน สกฺโกทโน โธโตทโน อมิโตทโนติ อิเม ปญฺจ ชนา ภาตโร. อมิตา นาม เทวี เตสํ ภคินี. ติสฺสตฺเถโร ตสฺสา ปุตฺโต. ตถาคโต จ นนฺทตฺเถโร จ สุทฺโธทนสฺส ปุตฺตา, มหานาโม จ อนุรุทฺธตฺเถโร จ สุกฺโกทนสฺส. อานนฺทตฺเถโร อมิโตทนสฺส, โส ภควโต กนิฏฺโฐ. มหานาโม มหลฺลกตโร สกทาคามี อริยสาวโก.
ทีฆรตฺตนฺติ มยฺหํ สกทาคามิผลุปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย จิรรตฺตํ ชานามีติ ทสฺเสติ. โลภธมฺมาติ โลภสงฺขาตา ธมฺมา, นานปฺปการกํ โลภํเยว สนฺธาย วทติ. อิตเรสุปิ ทฺวีสุ เอเสว นโย. ปริยาทาย ติฏฺฐนฺตีติ เขเปตฺวา ติฏฺฐนฺติ. อิทญฺหิ ปริยาทานํ นาม ‘‘สพฺพํ หตฺถิกายํ ปริยาทิยิตฺวา สพฺพํ อสฺสกายํ สพฺพํ รถกายํ สพฺพํ ปตฺติกายํ ปริยาทิยิตฺวา ชีวนฺตํเยว นํ โอสชฺเชยฺย’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๑๒๖) เอตฺถ คหเณ อาคตํ. ‘‘อนิจฺจสญฺญา, ภิกฺขเว, ภาวิตา พหุลีกตา สพฺพํ กามราคํ ปริยาทิยตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๐๒) เอตฺถ เขปเน. อิธาปิ เขปเน อธิปฺเปตํ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปริยาทิยิตฺวาติ เขเปตฺวา’’ติ.
เยน เม เอกทา โลภธมฺมาปีติ เยน มยฺหํ เอเกกสฺมึ กาเล โลภธมฺมาปิ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐนฺตีติ ปุจฺฉติ. อยํ กิร ราชา ‘‘สกทาคามิมคฺเคน โลภโทสโมหา นิรวเสสา ปหียนฺตี’’ติ สญฺญี อโหสิ, อยํ ‘‘อปฺปหีนํ เม อตฺถี’’ติปิ ชานาติ, อปฺปหีนกํ อุปาทาย ปหีนกมฺปิ ปุน ปจฺฉโตวาวตฺตตีติ สญฺญี โหติ. อริยสาวกสฺส เอวํ สนฺเทโห อุปฺปชฺชตีติ? อาม อุปฺปชฺชติ. กสฺมา? ปณฺณตฺติยา อโกวิทตฺตา. ‘‘อยํ กิเลโส อสุกมคฺควชฺโฌ’’ติ อิมิสฺสา ปณฺณตฺติยา อโกวิทสฺส หิ อริยสาวกสฺสปิ เอวํ โหติ. กึ ตสฺส ปจฺจเวกฺขณา นตฺถีติ? อตฺถิ. สา ปน น สพฺเพสํ ปริปุณฺณา โหติ. เอโก หิ ปหีนกิเลสเมว ปจฺจเวกฺขติ. เอโก อวสิฏฺฐกิเลสเมว, เอโก มคฺคเมว, เอโก ผลเมว, เอโก นิพฺพานเมว. อิมาสุ ปน ปญฺจสุ ปจฺจเวกฺขณาสุ เอกํ วา เทฺว วา โน ลทฺธุํ น วฏฺฏติ. อิติ ยสฺส ปจฺจเวกฺขณา น ปริปุณฺณา, ตสฺส มคฺควชฺฌกิเลสปณฺณตฺติยํ อโกวิทตฺตา เอวํ โหติ.
๑๗๖. โส เอว โข เตติ โสเยว โลโภ โทโส โมโห จ ตว สนฺตาเน อปฺปหีโน, ตฺวํ ปน ปหีนสญฺญี อโหสีติ ทสฺเสติ. โส จ หิ เตติ โส ตุยฺหํ โลภโทสโมหธมฺโม. กาเมติ ทุวิเธ กาเม. น ปริภุญฺเชยฺยาสีติ มยํ วิย ปพฺพเชยฺยาสีติ ทสฺเสติ.
๑๗๗. อปฺปสฺสาทาติ ปริตฺตสุขา. พหุทุกฺขาติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกทุกฺขเมเวตฺถ พหุกํ. พหุปายาสาติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิโก อุปายาสกิเลโสเยเวตฺถ พหุ. อาทีนโวติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิโก อุปทฺทโว. เอตฺถ ภิยฺโยติ เอเตสุ กาเมสุ อยํ อาทีนโวเยว พหุ. อสฺสาโท ปน หิมวนฺตํ อุปนิธาย สาสโป วิย อปฺโป, ปริตฺตโก. อิติ เจปิ มหานามาติ มหานาม เอวํ เจปิ อริยสาวกสฺส. ยถาภูตนฺติ ยถาสภาวํ. สมฺมา นเยน การเณน ปญฺญาย สุฏฺฐุ ทิฏฺฐํ โหตีติ ทสฺเสติ. ตตฺถ ปญฺญายาติ วิปสฺสนาปญฺญาย, เหฏฺฐามคฺคทฺวยญาเณนาติ อตฺโถ. โส จาติ โส เอว มคฺคทฺวเยน ทิฏฺฐกามาทีนโว อริยสาวโก. ปีติสุขนฺติ อิมินา สปฺปีติกานิ เทฺว ฌานานิ ทสฺเสติ. อญฺญํ วา ตโต สนฺตตรนฺติ ตโต ฌานทฺวยโต สนฺตตรํ อญฺญํ อุปริฌานทฺวยญฺเจว มคฺคทฺวยญฺจ. เนว ตาว อนาวฏฺฏี กาเมสุ โหตีติ อถ โข โส เทฺว มคฺเค ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิโตปิ อริยสาวโก อุปริ ฌานานํ วา มคฺคานํ วา อนธิคตตฺตา เนว ตาว กาเมสุ อนาวฏฺฏี โหติ, อนาวฏฺฏิโน อนาโภโค น โหติ. อาวฏฺฏิโน สาโภโคเยว โหติ. กสฺมา? จตูหิ ฌาเนหิ วิกฺขมฺภนปฺปหานสฺส, ทฺวีหิ มคฺเคหิ สมุจฺเฉทปฺปหานสฺส อภาวา.
มยฺหมฺปิ โขติ น เกวลํ ตุเยฺหว, อถ โข มยฺหมฺปิ. ปุพฺเพว สมฺโพธาติ มคฺคสมฺโพธิโต ปฐมตรเมว. ปญฺญาย สุทิฏฺฐํ โหตีติ เอตฺถ โอโรธนาฏกา ปชหนปญฺญา อธิปฺเปตา. ปีติสุขํ นาชฺฌคมนฺติ สปฺปีติกานิ เทฺว ฌานานิ น ปฏิลภึ. อญฺญํ วา ตโต สนฺตตรนฺติ อิธ อุปริ ฌานทฺวยํ เจว จตฺตาโร จ มคฺคา อธิปฺเปตา. ปจฺจญฺญาสินฺติ ปฏิอญฺญาสึ.
๑๗๙. เอกมิทาหํ มหานาม สมยนฺติ กสฺมา อารทฺธํ? อยํ ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธิ. เหฏฺฐา กามานํ อสฺสาโทปิ อาทีนโวปิ กถิโต, นิสฺสรณํ น กถิตํ, ตํ กเถตุํ อยํ เทสนา อารทฺธา. กามสุขลฺลิกานุโยโค หิ เอโก อนฺโต อตฺตกิลมถานุโยโค เอโกติ อิเมหิ อนฺเตหิ มุตฺตํ มม สาสนนฺติ อุปริ ผลสมาปตฺติสีเสน สกลสาสนํ ทสฺเสตุมฺปิ อยํ เทสนา อารทฺธา.
คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเตติ ตสฺส ปพฺพตสฺส คิชฺฌสทิสํ กูฏํ อตฺถิ, ตสฺมา คิชฺฌกูโฏติ วุจฺจติ. คิชฺฌา วา ตสฺส กูเฏสุ นิวสนฺตีติปิ คิชฺฌกูโฏติ วุจฺจติ. อิสิคิลิปสฺเสติ อิสิคิลิปพฺพตสฺส ปสฺเส. กาฬสิลายนฺติ กาฬวณฺเณ ปิฏฺฐิปาสาเณ. อุพฺภฏฺฐกา โหนฺตีติ อุทฺธํเยว ฐิตกา โหนฺติ อนิสินฺนา. โอปกฺกมิกาติ อุพฺภฏฺฐกาทินา อตฺตโน อุปกฺกเมน นิพฺพตฺติตา. นิคณฺโฐ, อาวุโสติ อญฺญํ การณํ วตฺตุํ อสกฺโกนฺตา นิคณฺฐสฺส อุปริ ปกฺขิปึสุ. สพฺพญฺญู สพฺพทสฺสาวีติ โส อมฺหากํ สตฺถา อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ สพฺพํ ชานาติ ปสฺสตีติ ทสฺเสติ. อปริเสสํ ญาณทสฺสนํ ปฏิชานาตีติ โส อมฺหากํ สตฺถา อปริเสสํ ธมฺมํ ชานนฺโต อปริเสสสงฺขาตํ ญาณทสฺสนํ ปฏิชานาติ, ปฏิชานนฺโต จ เอวํ ปฏิชานาติ ‘‘จรโต จ เม ติฏฺฐโต จ…เป… ปจฺจุปฏฺฐิต’’นฺติ. ตตฺถ สตตนฺติ นิจฺจํ. สมิตนฺติ ตสฺเสว เววจนํ.
๑๘๐. กึ ปน ตุเมฺห, อาวุโส, นิคณฺฐา ชานาถ เอตฺตกํ วา ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณนฺติ อิทํ ภควา ปุริโส นาม ยํ กโรติ, ตํ ชานาติ. วีสติกหาปเณ อิณํ คเหตฺวา ทส ทตฺวา ‘‘ทส เม ทินฺนา ทส อวสิฏฺฐา’’ติ ชานาติ, เตปิ ทตฺวา ‘‘สพฺพํ ทินฺน’’นฺติ ชานาติ. เขตฺตสฺส ตติยภาคํ ลายิตฺวา ‘‘เอโก ภาโค ลายิโต, เทฺว อวสิฏฺฐา’’ติ ชานาติ. ปุน เอกํ ลายิตฺวา ‘‘เทฺว ลายิตา, เอโก อวสิฏฺโฐ’’ติ ชานาติ. ตสฺมิมฺปิ ลายิเต ‘‘สพฺพํ นิฏฺฐิต’’นฺติ ชานาติ, เอวํ สพฺพกิจฺเจสุ กตญฺจ อกตญฺจ ชานาติ, ตุเมฺหหิปิ ตถา ญาตพฺพํ สิยาติ ทสฺเสติ. อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานนฺติ อิมินา อกุสลํ ปหาย กุสลํ ภาเวตฺวา สุทฺธนฺตํ ปตฺโต นิคณฺโฐ นาม ตุมฺหากํ สาสเน อตฺถีติ ปุจฺฉติ.
เอวํ สนฺเตติ ตุมฺหากํ เอวํ อชานนภาเว สติ. ลุทฺทาติ ลุทฺทาจารา. โลหิตปาณิโนติ ปาเณ ชีวิตา โวโรเปนฺตา โลหิเตน มกฺขิตปาณิโน. ปาณํ หิ หนนฺตสฺสปิ ยสฺส โลหิเตน ปาณิ น มกฺขิยติ, โสปิ โลหิตปาณีเตฺวว วุจฺจติ. กุรูรกมฺมนฺตาติ ทารุณกมฺมา. มาตริ ปิตริ ธมฺมิกสมณพฺราหฺมณาทีสุ จ กตาปราธา. มาควิกาทโย วา กกฺขฬกมฺมา.
น โข, อาวุโส, โคตมาติ อิทํ นิคณฺฐา ‘‘อยํ อมฺหากํ วาเท โทสํ เทติ, มยมฺปิสฺส โทสํ อาโรเปมา’’ติ มญฺญมานา อารภึสุ. ตสฺสตฺโถ, ‘‘อาวุโส, โคตม ยถา ตุเมฺห ปณีตจีวรานิ ธาเรนฺตา สาลิมํโสทนํ ภุญฺชนฺตา เทววิมานวณฺณาย คนฺธกุฏิยา วสมานา สุเขน สุขํ อธิคจฺฉถ, น เอวํ สุเขน สุขํ อธิคนฺตพฺพํ. ยถา ปน มยํ อุกฺกุฏิกปฺปธานาทีหิ นานปฺปการณํ ทุกฺขํ อนุภวาม, เอวํ ทุกฺเขน สุขํ อธิคนฺตพฺพ’’นฺติ. สุเขน จ หาวุโสติ อิทํ สเจ สุเขน จ สุขํ อธิคนฺตพฺพํ สิยา. ราชา อธิคจฺเฉยฺยาติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตตฺถ มาคโธติ มคธรฏฺฐสฺส อิสฺสโร. เสนิโยติ ตสฺส นามํ. พิมฺพีติ อตฺตภาวสฺส นามํ. โส ตสฺส สารภูโต ทสฺสนีโย ปาสาทิโก อตฺตภาวสมิทฺธิยา พิมฺพิสาโรติ วุจฺจติ. สุขวิหาริตโรติ อิทํ เต นิคณฺฐา รญฺโญ ตีสุ ปาสาเทสุ ติวิธวเยหิ นาฏเกหิ สทฺธึ สมฺปตฺติอนุภวนํ สนฺธาย วทนฺติ. อทฺธาติ เอกํเสน. สหสา อปฺปฏิสงฺขาติ สาหสํ กตฺวา, อปฺปจฺจเวกฺขิตฺวาว ยถา รตฺโต ราควเสน ทุฏฺโฐ โทสวเสน มูโฬฺห โมหวเสน ภาสติ, เอวเมวํ วาจา ภาสิตาติ ทสฺเสติ.
ตตฺถ ปฏิปุจฺฉิสฺสามีติ ตสฺมึ อตฺเถ ปุจฺฉิสฺสามิ. ยถา โว ขเมยฺยาติ ยถา ตุมฺหากํ รุจฺเจยฺย. ปโหตีติ สกฺโกติ.
อนิญฺชมาโนติ อจลมาโน. เอกนฺตสุขํ ปฏิสํเวทีติ นิรนฺตรสุขํ ปฏิสํเวที. ‘‘อหํ โข, อาวุโส, นิคณฺฐา ปโหมิ…เป… เอกนฺตสุขํ ปฏิสํเวที’’ติ อิทํ อตฺตโน ผลสมาปตฺติสุขํ ทสฺเสนฺโต อาห. เอตฺถ จ กถาปติฏฺฐาปนตฺถํ ราชวาเร สตฺต อาทึ กตฺวา ปุจฺฉา กตา. สตฺต รตฺตินฺทิวานิ นปฺปโหตีติ หิ วุตฺเต ฉ ปญฺจ จตฺตารีติ สุขํ ปุจฺฉิตุํ โหติ. สุทฺธวาเร ปน สตฺตาติ วุตฺเต ปุน ฉ ปญฺจ จตฺตารีติ วุจฺจมานํ อนจฺฉริยํ โหติ, ตสฺมา เอกํ อาทึ กตฺวา เทสนา กตา. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
จูฬทุกฺขกฺขนฺธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.