๒. มหาสีหนาทสุตฺตวณฺณนา
เวสาลินครวณฺณนา
๑๔๖. เอวํ เม สุตนฺติ มหาสีหนาทสุตฺตํ. ตตฺถ เวสาลิยนฺติ เอวํนามเก นคเร. ตํ กิร อปราปรํ วิสาลีภูตตาย ‘‘เวสาลี’’ติ สงฺขํ คตํ. ตตฺรายํ อนุปุพฺพกถา – พาราณสิรญฺโญ กิร อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ คพฺโภ สณฺฐาสิ. สา ญตฺวา รญฺโญ นิเวเทสิ. ราชา คพฺภปริหารํ อทาสิ. สา สมฺมา ปริหรียมานา คพฺภปริปากกาเล วิชายนฆรํ ปาวิสิ. ปุญฺญวนฺตีนํ ปจฺจูสสมเย คพฺภวุฏฺฐานํ โหติ, สา จ ตาสํ อญฺญตรา, เตน ปจฺจูสสมเย อลตฺตกปฏลพนฺธุชีวกปุปฺผสทิสํ มํสเปสึ วิชายิ. ตโต ‘‘อญฺญา เทวิโย สุวณฺณพิมฺพสทิเส ปุตฺเต วิชายนฺติ, อคฺคมเหสี มํสเปสินฺติ รญฺโญ ปุรโต มม อวณฺโณ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ จินฺเตตฺวา เตน อวณฺณภเยน ตํ มํสเปสึ เอกสฺมึ ภาชเน ปกฺขิปิตฺวา ปฏิกุชฺชิตฺวา ราชมุทฺทิกาย ลญฺเฉตฺวา คงฺคาย โสเต ปกฺขิปาเปสิ. มนุสฺเสหิ ฉฑฺฑิตมตฺเต เทวตา อารกฺขํ สํวิทหึสุ. สุวณฺณปฏฺฏกญฺเจตฺถ ชาติหิงฺคุลเกน ‘‘พาราณสิรญฺโญ อคฺคมเหสิยา ปชา’’ติ ลิขิตฺวา พนฺธึสุ. ตโต ตํ ภาชนํ อูมิภยาทีหิ อนุปทฺทุตํ คงฺคาโสเตน ปายาสิ.
เตน จ สมเยน อญฺญตโร ตาปโส โคปาลกกุลํ นิสฺสาย คงฺคาตีเร วิหรติ. โส ปาโตว คงฺคํ โอติณฺโณ ตํ ภาชนํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปํสุกูลสญฺญาย อคฺคเหสิ. อเถตฺถ ตํ อกฺขรปฏฺฏิกํ ราชมุทฺทิกาลญฺฉนํ จ ทิสฺวา มุญฺจิตฺวา ตํ มํสเปสึ อทฺทส, ทิสฺวานสฺส เอตทโหสิ ‘‘สิยา คพฺโภ, ตถา หิสฺส ทุคฺคนฺธปูติกภาโว นตฺถี’’ติ. อสฺสมํ เนตฺวา สุทฺเธ โอกาเส ฐเปสิ. อถ อฑฺฒมาสจฺจเยน เทฺว มํสเปสิโย อเหสุํ. ตาปโส ทิสฺวา สาธุตรํ ฐเปสิ. ตโต ปุน อฑฺฒมาสจฺจเยน เอกเมกิสฺสา มํสเปสิยา หตฺถปาทสีสานมตฺถาย ปญฺจ ปญฺจ ปิฬกา อุฏฺฐหึสุ. อถ ตโต อฑฺฒมาสจฺจเยน เอกา มํสเปสิ สุวณฺณพิมฺพสทิโส ทารโก, เอกา ทาริกา อโหสิ.
เตสุ ตาปสสฺส ปุตฺตสิเนโห อุปฺปชฺชิ, องฺคุฏฺฐกโต จสฺส ขีรํ นิพฺพตฺติ. ตโต ปภุติ จ ขีรภตฺตํ อลภิตฺถ, โส ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา ขีรํ ทารกานํ มุเข อาสิญฺจติ. เตสํ อุทรํ ยํ ยํ ปวิสติ, ตํ ตํ สพฺพํ มณิภาชนคตํ วิย ทิสฺสติ, เอวํ นิจฺฉวี อเหสุํ. อปเร อาหุ ‘‘สิพฺเพตฺวา ฐปิตา วิย เนสํ อญฺญมญฺญํ ลีนา ฉวิ อโหสี’’ติ. เอวํ เต นิจฺฉวิตาย วา ลีนจฺฉวิตาย วา ลิจฺฉวีติ ปญฺญายึสุ.
ตาปโส ทารเก โปเสนฺโต อุสฺสูเร คามํ สิกฺขาย ปวิสติ, อติทิวา ปฏิกฺกมติ. ตสฺส ตํ พฺยาปารํ ญตฺวา โคปาลกา อาหํสุ – ‘‘ภนฺเต, ปพฺพชิตานํ ทารกโปสนํ ปลิโพโธ, อมฺหากํ ทารเก เทถ, มยํ โปเสสฺสาม, ตุเมฺห อตฺตโน กมฺมํ กโรถา’’ติ. ตาปโส สาธูติ ปฏิสฺสุณิ. โคปาลกา ทุติยทิวเส มคฺคํ สมํ กตฺวา ปุปฺเผหิ โอกิริตฺวา ธชปฏากา อุสฺสาเปตฺวา ตูริเยหิ วชฺชมาเนหิ อสฺสมํ อาคตา. ตาปโส – ‘‘มหาปุญฺญา ทารกา อปฺปมาเทน วฑฺเฒถ, วฑฺเฒตฺวา จ อญฺญมญฺญํ อาวาหวิวาหํ กโรถ, ปญฺจโครเสน ราชานํ โตเสตฺวา ภูมิภาคํ คเหตฺวา นครํ มาเปถ, ตตฺถ กุมารํ อภิสิญฺจถา’’ติ วตฺวา ทารเก อทาสิ. เต สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ทารเก เนตฺวา โปเสสุํ.
ทารกา วุทฺธิมนฺวาย กีฬนฺตา วิวาทฏฺฐาเนสุ อญฺเญ โคปาลกทารเก หตฺเถนปิ ปาเทนปิ ปหรนฺติ. เต โรทนฺติ. ‘‘กิสฺส โรทถา’’ติ จ มาตาปิตูหิ วุตฺตา ‘‘อิเม นิมฺมาตาปิติกา ตาปสโปสิตา อเมฺห อติปหรนฺตี’’ติ วทนฺติ. ตโต เตสํ มาตาปิตโร ‘‘อิเม ทารกา อญฺเญ ทารเก วินาเสนฺติ ทุกฺขาเปนฺติ, น อิเม สงฺคเหตพฺพา, วชฺเชตพฺพา อิเม’’ติ อาหํสุ. ตโต ปภุติ กิร โส ปเทโส วชฺชีติ วุจฺจติ โยชนสติโก ปริมาเณน. อถ ตํ ปเทสํ โคปาลกา ราชานํ โตเสตฺวา อคฺคเหสุํ. ตตฺถ จ นครํ มาเปตฺวา โสฬสวสฺสุทฺเทสิกํ กุมารํ อภิสิญฺจิตฺวา ราชานํ อกํสุ. ตาย จสฺส ทาริกาย สทฺธึ วิวาหํ กตฺวา กติกํ อกํสุ ‘‘พาหิรกทาริกา น อาเนตพฺพา, อิโต ทาริกา น กสฺสจิ ทาตพฺพา’’ติ. เตสํ ปฐมสํวาเสน เทฺว ทารกา ชาตา ธีตา จ ปุตฺโต จ. เอวํ โสฬสกฺขตฺตุํ เทฺว เทฺว ชาตา. ตโต เตสํ ทารกานํ ยถากฺกมํ วฑฺฒนฺตานํ อารามุยฺยานนิวาสฏฺฐานปริวารสมฺปตฺตึ คเหตุํ อปฺปโหนฺตา นครํ ติกฺขตฺตุํ คาวุตนฺตเรน คาวุตนฺตเรน ปริกฺขิปึสุ. ตสฺส ปุนปฺปุนํ วิสาลีกตตฺตา เวสาลีเตฺวว นามํ ชาตํ. เตน วุตฺตํ ‘‘เวสาลิยนฺติ เอวํ นามเก นคเร’’ติ.
๐๑. พหินคเรติ นครสฺส พหิ, น อมฺพปาลิวนํ วิย อนฺโตนครสฺมึ. อยํ ปน ชีวกมฺพวนํ วิย นครสฺส พหิทฺธา วนสณฺโฑ. เตน วุตฺตํ ‘‘พหินคเร’’ติ. อปรปุเรติ ปุรสฺส อปเร, ปจฺฉิมทิสายนฺติ อตฺโถ. วนสณฺเฑติ โส กิร วนสณฺโฑ นครสฺส ปจฺฉิมทิสายํ คาวุตมตฺเต ฐาเน. ตตฺถ มนุสฺสา ภควโต คนฺธกุฏึ กตฺวา ตํ ปริวาเรตฺวา ภิกฺขูนํ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานจงฺกมเลณกุฏิมณฺฑปาทีนิ ปติฏฺฐเปสุํ, ภควา ตตฺถ วิหรติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อปรปุเร วนสณฺเฑ’’ติ. สุนกฺขตฺโตติ ตสฺส นามํ. ลิจฺฉวีนํ ปน ปุตฺตตฺตา ลิจฺฉวิปุตฺโตติ วุตฺโต. อจิรปกฺกนฺโตติ วิพฺภมิตฺวา คิหิภาวูปคมเนน อธุนาปกฺกนฺโต. ปริสตีติ ปริสมชฺเฌ. อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาติ เอตฺถ มนุสฺสธมฺมา นาม ทสกุสลกมฺมปถา. เต ปฏิเสเธตุํ น สกฺโกติ. กสฺมา? อุปารมฺภภยา. เวสาลิยญฺหิ พหู มนุสฺสา รตนตฺตเย ปสนฺนา พุทฺธมามกา ธมฺมมามกา สงฺฆมามกา. เต ทสกุสลกมฺมปถมตฺตมฺปิ นตฺถิ สมณสฺส โคตมสฺสาติ วุตฺเต ตฺวํ กตฺถ ภควนฺตํ ปาณํ หนนฺตํ อทฺทส, กตฺถ อทินฺนํ อาทิยนฺตนฺติอาทีนิ วตฺวา อตฺตโน ปมาณํ น ชานาสิ? กึ ทนฺตา เม อตฺถีติ ปาสาณสกฺขรา ขาทสิ, อหินงฺคุฏฺเฐ คณฺหิตุํ วายมสิ, กกจทนฺเตสุ ปุปฺผาวฬิกํ กีฬิตุํ อิจฺฉสิ? มุขโต เต ทนฺเต ปาเตสฺสามาติ วเทยฺยุํ. โส เตสํ อุปารมฺภภยา เอวํ วตฺตุํ น สกฺโกติ.
เวสาลินครวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาทิวณฺณนา
ตโต อุตฺตรึ ปน วิเสสาธิคมํ ปฏิเสเธนฺโต อุตฺตริ มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสโสติ อาห.
ตตฺถ อลมริยํ ญาตุนฺติ อลมริโย, อริยภาวาย สมตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. ญาณทสฺสนเมว ญาณทสฺสนวิเสโส. อลมริโย จ โส ญาณทสฺสนวิเสโส จาติ อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส. ญาณทสฺสนนฺติ ทิพฺพจกฺขุปิ วิปสฺสนาปิ มคฺโคปิ ผลมฺปิ ปจฺจเวกฺขณญาณมฺปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณมฺปิ วุจฺจติ. ‘‘อปฺปมตฺโต สมาโน ญาณทสฺสนํ อาราเธตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๑๑) หิ เอตฺถ ทิพฺพจกฺขุ ญาณทสฺสนํ นาม. ‘‘ญาณทสฺสนาย จิตฺตํ อภินีหรติ อภินินฺนาเมตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๓๕) เอตฺถ วิปสฺสนาญาณํ. ‘‘อภพฺพา เต ญาณทสฺสนาย อนุตฺตราย สมฺโพธายา’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๙๖) เอตฺถ มคฺโค. ‘‘อยมญฺโญ อุตฺตริ มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส อธิคโต ผาสุ วิหาโร’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๒๘) เอตฺถ ผลํ. ‘‘ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ, อกุปฺปา เม เจโตวิมุตฺติ, อยมนฺติมา ชาติ, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ (มหาว. ๑๖) เอตฺถ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. ‘‘ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ สตฺตาหกาลงฺกโต อาฬาโร กาฬาโม’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๔๐) เอตฺถ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ. อิธ ปน โลกุตฺตรมคฺโค อธิปฺเปโต. ตญฺหิ โส ภควโต ปฏิเสเธติ.
ตกฺกปริยาหตนฺติ อิมินา อาจริยํ ปฏิพาหติ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – สมเณน โคตเมน อาจริเย อุปสงฺกมิตฺวา สุขุมํ ธมฺมนฺตรํ คหิตํ นาม นตฺถิ, ตกฺกปริยาหตํ ปน ตกฺเกตฺวา เอวํ ภวิสฺสติ เอวํ ภวิสฺสตีติ ตกฺกปริยาหตํ ธมฺมํ เทเสตีติ. วีมํสานุจริตนฺติ อิมินา จสฺส โลกิยปญฺญํ อนุชานาติ. สมโณ โคตโม ปญฺญวา, โส ตํ ปญฺญาสงฺขาตํ อินฺทวชิรูปมํ วีมํสํ เอวํ วฏฺฏิสฺสติ, เอวํ วฏฺฏิสฺสตีติ อิโต จิโต จ อนุจราเปตฺวา วีมํสาย อนุจริตํ ธมฺมํ เทเสติ. สยํปฏิภานนฺติ อิมินาสฺส ธมฺเมสุ ปจฺจกฺขภาวํ ปฏิพาหติ. เอวํ หิสฺส อโหสิ – สมณสฺส โคตมสฺส สุขุมํ ธมฺมนฺตรํ วิปสฺสนา วา มคฺโค วา ผลํ วา ปจฺจเวกฺขณา วา นตฺถิ, อยํ ปน ลทฺธปริโส, ราชานํ จกฺกวตฺตึ วิย นํ จตฺตาโร วณฺณา ปริวาเรนฺติ, สุผุสิตํ ปนสฺส ทนฺตาวรณํ, มุทุกา ชิวฺหา, มธุโร สโร, อเนลคฬา วาจา, โส ยํ ยเทวสฺส อุปฏฺฐาติ, ตํ ตํ คเหตฺวา สยํปฏิภานํ กเถนฺโต มหาชนํ รญฺเชตีติ.
ยสฺส จ ขฺวาสฺส อตฺถาย ธมฺโม เทสิโตติ ยสฺส จ โข อตฺถาย อสฺส ธมฺโม เทสิโต. เสยฺยถิทํ, ราคปฏิฆาตตฺถาย อสุภกมฺมฏฺฐานํ, โทสปฺปฏิฆาตตฺถาย เมตฺตาภาวนา, โมหปฏิฆาตตฺถาย ปญฺจ ธมฺมา, วิตกฺกูปจฺเฉทาย อานาปานสฺสติ.
โส นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายาติ โส ธมฺโม โย ตํ ยถาเทสิตํ กโรติ, ตสฺส ตกฺกรสฺส สมฺมา เหตุนา นเยน การเณน วฏฺฏทุกฺขกฺขยาย นิยฺยาติ คจฺฉติ ตมตฺถํ สาเธตีติ ทีเปติ. อิทํ ปเนส น อตฺตโน อชฺฌาสเยน วทติ. พุทฺธานญฺหิ ธมฺโม อนิยฺยานิโกติ เอวเมวํ ปเวเทยฺย, น ปน สกฺโกติ วตฺตุํ. กสฺมา? อุปารมฺภภยา. เวสาลิยญฺหิ พหู โสตาปนฺน-สกทาคามิ-อนาคามิอุปาสกา. เต เอวํ วเทยฺยุํ ‘‘สุนกฺขตฺต ตฺวํ ภควตา เทสิตธมฺโม อนิยฺยานิโกติ วทสิ, ยทิ อยํ ธมฺโม อนิยฺยานิโก, อิมสฺมึ นคเร อิเม กสฺมา เอตฺตกา โสตาปนฺนา ชาตา, เอตฺตกา สกทาคามี, เอตฺตกา อนาคามีติ ปุพฺเพ วุตฺตนเยน อุปารมฺภํ กเรยฺยุ’’นฺติ. โส อิมินา อุปารมฺภภเยน อนิยฺยานิโกติ วตฺตุํ อสกฺโกนฺโต อชฺชุเนน วิสฺสฏฺฐกณฺฑํ วิย อสฺส ธมฺโม อโมโฆ นิยฺยาติ, อพฺภนฺตเร ปนสฺส กิญฺจิ นตฺถีติ วทติ.
อสฺโสสิ โขติ เวสาลิยํ พฺราหฺมณกุลเสฏฺฐิกุลาทีสุ ตตฺถ ตตฺถ ปริสมชฺเฌ เอวํ ภาสมานสฺส ตํ วจนํ สุณิ, น ปน ปฏิเสเธสิ. กสฺมา? การุญฺญตาย. เอวํ กิรสฺส อโหสิ อยํ กุทฺโธ ฌายมานํ เวฬุวนํ วิย ปกฺขิตฺตโลณํ อุทฺธนํ วิย จ โกธวเสน ปฏปฏายติ, มยา ปฏิพาหิโต ปน มยิปิ อาฆาตํ พนฺธิสฺสติ, เอวมสฺส ตถาคเต จ มยิ จาติ ทฺวีสุ ชเนสุ อาฆาโต อติภาริโย ภวิสฺสตีติ การุญฺญตาย น ปฏิเสเธสิ. อปิ จสฺส เอวํ อโหสิ, พุทฺธานํ อวณฺณกถนํ นาม ปุณฺณจนฺเท โทสาโรปนสทิสํ, โก อิมสฺส กถํ คณฺหิสฺสติ? สยเมว เขเฬ ปจฺฉินฺเน มุเข สุกฺเข โอรมิสฺสตีติ อิมินา การเณน น ปฏิเสเธสิ. ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโตติ ปิณฺฑปาตปริเยสนโต อปคโต.
๑๔๗. โกธโนติ จณฺโฑ ผรุโส. โมฆปุริโสติ ตุจฺฉปุริโส. ยสฺส หิ ตสฺมึ อตฺตภาเว มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย นตฺถิ, ตํ พุทฺธา ‘‘โมฆปุริโส’’ติ วทนฺติ. อุปนิสฺสเย สติปิ ตสฺมึ ขเณ มคฺเค วา ผเล วา อสติ ‘‘โมฆปุริโส’’ติ วทนฺติเยว. อิมสฺส ปน ตสฺมึ อตฺตภาเว มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย สมุจฺฉินฺโนเยว, เตน ตํ ‘‘โมฆปุริโส’’ติ อาห. โกธา จ ปนสฺส เอสา วาจา ภาสิตาติ เอสา จ ปนสฺส วาจา โกเธน ภาสิตา.
กสฺมา ปเนส ภควโต กุทฺโธติ? อยญฺหิ ปุพฺเพ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ทิพฺพจกฺขุปริกมฺมํ ปุจฺฉิ. อถสฺส ภควา กเถสิ. โส ทิพฺพจกฺขุํ นิพฺพตฺเตตฺวา อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา เทวโลเก โอโลเกนฺโต นนฺทนวนจิตฺตลตาวนผารุสกวนมิสฺสกวเนสุ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวมาเน เทวปุตฺเต จ เทวธีตโร จ ทิสฺวา เอเตสํ เอวรูปาย อตฺตภาวสมฺปตฺติยา ฐิตานํ กีวมธุโร นุ โข สทฺโท ภวิสฺสตีติ สทฺทํ โสตุกาโม หุตฺวา ทสพลํ อุปสงฺกมิตฺวา ทิพฺพโสตธาตุปริกมฺมํ ปุจฺฉิ. ภควา ปนสฺส ทิพฺพโสตธาตุยา อุปนิสฺสโย นตฺถีติ ญตฺวา ปริกมฺมํ น กเถสิ. น หิ พุทฺธา อุปนิสฺสยวิรหิต ตสฺส ปริกมฺมํ กเถนฺติ. โส ภควติ อาฆาตํ พนฺธิตฺวา จินฺเตสิ ‘‘อหํ สมณํ โคตมํ ปฐมํ ทิพฺพจกฺขุปริกมฺมํ ปุจฺฉึ, โส ‘มยฺหํ ตํ สมฺปชฺชตุ วา มา วา สมฺปชฺชตู’ติ กเถสิ. อหํ ปน ปจฺจตฺตปุริสกาเรน ตํ นิพฺพตฺเตตฺวา ทิพฺพโสตธาตุปริกมฺมํ ปุจฺฉึ, ตํ เม น กเถสิ. อทฺธาสฺส เอวํ โหติ ‘อยํ ราชปพฺพชิโต ทิพฺพจกฺขุญาณํ นิพฺพตฺเตตฺวา ทิพฺพโสตธาตุญาณํ นิพฺพตฺเตตฺวา เจโตปริยญาณํ นิพฺพตฺเตตฺวา อาสวานํ ขยญาณํ นิพฺพตฺเตตฺวา มยา สมสโม ภวิสฺสตี’ติ อิสฺสามจฺฉริยวเสน มยฺหํ น กเถตี’’ติ. ภิยฺโยโส อาฆาตํ พนฺธิตฺวา กาสายานิ ฉฑฺเฑตฺวา คิหิภาวํ ปตฺวาปิ น ตุณฺหีภูโต วิจรติ. ทสพลํ ปน อสตา ตุจฺเฉน อพฺภาจิกฺขนฺโต วิจรติ. เตนาห ภควา ‘‘โกธา จ ปนสฺส เอสา วาจา ภาสิตา’’ติ.
วณฺโณ เหโส, สาริปุตฺตาติ, สาริปุตฺต, ตถาคเตน สตสหสฺสกปฺปาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ ปารมิโย ปูเรนฺเตน เอตทตฺถเมว วายาโม กโต ‘‘เทสนาธมฺโม เม นิยฺยานิโก ภวิสฺสตี’’ติ. ตสฺมา โย เอวํ วเทยฺย, โส วณฺณํเยว ตถาคตสฺส ภาสติ. วณฺโณ เหโส, สาริปุตฺต, ตถาคตสฺส คุโณ เอโส ตถาคตสฺส, น อคุโณติ ทสฺเสติ.
อยมฺปิ หิ นาม สาริปุตฺตาติอาทินา กึ ทสฺเสติ? สุนกฺขตฺเตน ปฏิสิทฺธสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส อตฺตนิ อตฺถิตํ ทสฺเสติ. ภควา กิร อยํ, สาริปุตฺต, สุนกฺขตฺโต โมฆปุริโส นตฺถิ ตถาคตสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺโมติ วทติ. มยฺหญฺจ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ นาม อตฺถิ, อิทฺธิวิธญาณํ นาม อตฺถิ, ทิพฺพโสตธาตุญาณํ นาม อตฺถิ, เจโตปริยญาณํ นาม อตฺถิ, ทสพลญาณํ นาม อตฺถิ, จตุเวสารชฺชญาณํ นาม อตฺถิ, อฏฺฐสุ ปริสาสุ อกมฺปนญาณํ นาม อตฺถิ, จตุโยนิปริจฺเฉทกญาณํ นาม อตฺถิ, ปญฺจคติปริจฺเฉทกญาณํ นาม อตฺถิ, สพฺเพปิ เจเต อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาเยว. เอวรูเปสุ อุตฺตริมนุสฺสธมฺเมสุ เอกสฺสาปิ วิชานนสมตฺถํ ธมฺมนฺวยมตฺตมฺปิ นาม เอตสฺส โมฆปุริสสฺส น ภวิสฺสตีติ เอตมตฺถํ ทสฺเสตุํ อยมฺปิ หิ นาม สาริปุตฺตาติอาทินา นเยน อิมํ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ อเนฺวตีติ อนฺวโย, ชานาติ, อนุพุชฺฌตีติ อตฺโถ. ธมฺมสฺส อนฺวโย ธมฺมนฺวโย, ตํ ตํ สพฺพญฺญุตญฺญาณาทิธมฺมํ ชานนปญฺญาเยตํ อธิวจนํ. ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทีหิ เอวรูปมฺปิ นาม มยฺหํ สพฺพญฺญุตญฺญาณสงฺขาตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ วิชฺชมานเมว อตฺถีติ ชานิตุํ ตสฺส โมฆปุริสสฺส ธมฺมนฺวโยปิ น ภวิสฺสตีติ ทสฺเสติ. อิทฺธิวิธญาณาทีสุปิ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา.
อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทสพลญาณาทิวณฺณนา
๑๔๘. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ เจโตปริยญาณานนฺตรํ ติสฺโส วิชฺชา วตฺตพฺพา สิยุํ, ยสฺมา ปน ตาสุ วุตฺตาสุ อุปริ ทสพลญาณํ น ปริปูรติ, ตสฺมา ตา อวตฺวา ตถาคตสฺส ทสพลญาณํ ปริปูรํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ทส โข ปนิมานิ สาริปุตฺตาติอาทิมาห. ตตฺถ ตถาคตพลานีติ อญฺเญหิ อสาธารณานิ ตถาคตสฺเสว พลานิ. ยถา วา ปุพฺพพุทฺธานํ พลานิ ปุญฺญุสฺสยสมฺปตฺติยา อาคตานิ, ตถา อาคตพลานีติปิ อตฺโถ. ตตฺถ ทุวิธํ ตถาคตพลํ กายพลญฺจ ญาณพลญฺจ. เตสุ กายพลํ หตฺถิกุลานุสาเรน เวทิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ โปราเณหิ –
‘‘กาลาวกญฺจ คงฺเคยฺยํ, ปณฺฑรํ ตมฺพปิงฺคลํ;
คนฺธมงฺคลเหมญฺจ, อุโปสถฉทฺทนฺติเม ทสา’’ติ.
อิมานิ หิ ทส หตฺถิกุลานิ. ตตฺถ กาลาวกนฺติ ปกติหตฺถิกุลํ ทฏฺฐพฺพํ. ยํ ทสนฺนํ ปุริสานํ กายพลํ, ตํ เอกสฺส กาลาวกหตฺถิโน. ยํ ทสนฺนํ กาลาวกานํ พลํ, ตํ เอกสฺส คงฺเคยฺยสฺส. ยํ ทสนฺนํ คงฺเคยฺยานํ, ตํ เอกสฺส ปณฺฑรสฺส. ยํ ทสนฺนํ ปณฺฑรานํ, ตํ เอกสฺส ตมฺพสฺส. ยํ ทสนฺนํ ตมฺพานํ, ตํ เอกสฺส ปิงฺคลสฺส. ยํ ทสนฺนํ ปิงฺคลานํ, ตํ เอกสฺส คนฺธหตฺถิโน. ยํ ทสนฺนํ คนฺธหตฺถีนํ, ตํ เอกสฺส มงฺคลสฺส. ยํ ทสนฺนํ มงฺคลานํ, ตํ เอกสฺส เหมวตสฺส. ยํ ทสนฺนํ เหมวตานํ, ตํ เอกสฺส อุโปสถสฺส. ยํ ทสนฺนํ อุโปสถานํ, ตํ เอกสฺส ฉทฺทนฺตสฺส. ยํ ทสนฺนํ ฉทฺทนฺตานํ ตํ เอกสฺส ตถาคตสฺส. นารายนสงฺฆาตพลนฺติปิ อิทเมว วุจฺจติ. ตเทตํ ปกติหตฺถิคณนาย หตฺถีนํ โกฏิสหสฺสานํ ปุริสคณนาย ทสนฺนํ ปุริสโกฏิสหสฺสานํ พลํ โหติ. อิทํ ตาว ตถาคตสฺส กายพลํ.
ญาณพลํ ปน ปาฬิยํ ตาว อาคตเมว. ทสพลญาณํ, จตุเวสารชฺชญาณํ, อฏฺฐสุ ปริสาสุ อกมฺปนญาณํ, จตุโยนิปริจฺเฉทกญาณํ, ปญฺจคติปริจฺเฉทกญาณํ. สํยุตฺตเก (สํ. นิ. ๒.๓๔) อาคตานิ เตสตฺตติ ญาณานิ สตฺตสตฺตติ ญาณานีติ เอวํ อญฺญานิปิ อเนกานิ ญาณสหสฺสานิ, เอตํ ญาณพลํ นาม. อิธาปิ ญาณพลเมว อธิปฺเปตํ. ญาณญฺหิ อกมฺปิยฏฺเฐน อุปตฺถมฺภนฏฺเฐน จ พลนฺติ วุตฺตํ.
เยหิ พเลหิ สมนฺนาคโตติ เยหิ ทสหิ ญาณพเลหิ อุเปโต สมุเปโต. อาสภํ ฐานนฺติ เสฏฺฐฏฺฐานํ อุตฺตมฏฺฐานํ. อาสภา วา ปุพฺพพุทฺธา, เตสํ ฐานนฺติ อตฺโถ. อปิจ ควสตเชฏฺฐโก อุสโภ, ควสหสฺสเชฏฺฐโก วสโภ. วชสตเชฏฺฐโก วา อุสโภ, วชสหสฺสเชฏฺฐโก วสโภ. สพฺพควเสฏฺโฐ สพฺพปริสฺสยสโห เสโต ปาสาทิโก มหาภารวโห อสนิสตสทฺเทหิปิ อกมฺปนิโย นิสโภ, โส อิธ อุสโภติ อธิปฺเปโต. อิทมฺปิ หิ ตสฺส ปริยายวจนํ. อุสภสฺส อิทนฺติ อาสภํ. ฐานนฺติ จตูหิ ปาเทหิ ปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา อจลฏฺฐานํ. อิทํ ปน อาสภํ วิยาติ อาสภํ. ยเถว หิ นิสภสงฺขาโต อุสโภ อุสภพเลน สมนฺนาคโต จตูหิ ปาเทหิ ปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา อจลฏฺฐาเนน ติฏฺฐติ, เอวํ ตถาคโตปิ ทสหิ ตถาคตพเลหิ สมนฺนาคโต จตูหิ เวสารชฺชปาเทหิ อฏฺฐปริสปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา สเทวเก โลเก เกนจิ ปจฺจตฺถิเกน ปจฺจามิตฺเตน อกมฺปิโย อจลฏฺฐาเนน ติฏฺฐติ. เอวํ ติฏฺฐมาโนว ตํ อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ, อุปคจฺฉติ น ปจฺจกฺขาติ อตฺตนิ อาโรเปติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาตี’’ติ.
ปริสาสูติ อฏฺฐสุ ปริสาสุ. สีหนาทํ นทตีติ เสฏฺฐนาทํ อภีตนาทํ นทติ, สีหนาทสทิสํ วา นาทํ นทติ. อยมตฺโถ สีหนาทสุตฺเตน ทีเปตพฺโพ. ยถา วา สีโห สหนโต หนนโต จ สีโหติ วุจฺจติ, เอวํ ตถาคโต โลกธมฺมานํ สหนโต ปรปฺปวาทานญฺจ หนนโต สีโหติ วุจฺจติ. เอวํ วุตฺตสฺส สีหสฺส นาทํ สีหนาทํ. ตตฺถ ยถา สีโห สีหพเลน สมนฺนาคโต สพฺพตฺถ วิสารโท วิคตโลมหํโส สีหนาทํ นทติ, เอวํ ตถาคตสีโหปิ ตถาคตพเลหิ สมนฺนาคโต อฏฺฐสุ ปริสาสุ วิสารโท วิคตโลมหํโส อิติ รูปนฺติอาทินา นเยน นานาวิธเทสนาวิลาสสมฺปนฺนํ สีหนาทํ นทติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปริสาสุ สีหนาทํ นทตี’’ติ. พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺเตตีติ เอตฺถ พฺรหฺมนฺติ เสฏฺฐํ อุตฺตมํ วิสิฏฺฐํ. จกฺก-สทฺโท ปนายํ –
สมฺปตฺติยํ ลกฺขเณ จ, รถงฺเค อิริยาปเถ;
ทาเน รตนธมฺมูร-จกฺกาทีสุ จ ทิสฺสติ;
ธมฺมจกฺเก อิธ มโต, ตญฺจ เทฺวธา วิภาวเย.
‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, จกฺกานิ, เยหิ สมนฺนาคตานํ เทวมนุสฺสาน’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๓๑) หิ อยํ สมฺปตฺติยํ ทิสฺสติ. ‘‘ปาทตเลสุ จกฺกานิ ชาตานี’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๕) เอตฺถ ลกฺขเณ. ‘‘จกฺกํว วหโต ปท’’นฺติ (ธ. ป. ๑) เอตฺถ รถงฺเค. ‘‘จตุจกฺกํ นวทฺวาร’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๙) เอตฺถ อิริยาปเถ. ‘‘ททํ ภุญฺช มา จ ปมาโท, จกฺกํ ปวตฺตย สพฺพปาณิน’’นฺติ (ชา. ๑.๗.๑๔๙) เอตฺถ ทาเน. ‘‘ทิพฺพํ จกฺกรตนํ ปาตุรโหสี’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๔๓) เอตฺถ รตนจกฺเก. ‘‘มยา ปวตฺติตํ จกฺก’’นฺติ (สุ. นิ. ๕๖๒) เอตฺถ ธมฺมจกฺเก. ‘‘อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส, จกฺกํ ภมติ มตฺถเก’’ติ (ชา. ๑.๑.๑๐๔; ๑.๕.๑๐๓) เอตฺถ อุรจกฺเก. ‘‘ขุรปริยนฺเตน เจปิ จกฺเกนา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๖) เอตฺถ ปหรณจกฺเก. ‘‘อสนิวิจกฺก’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๖๑; สํ. นิ. ๒.๑๖๒) เอตฺถ อสนิมณฺฑเล. อิธ ปนายํ ธมฺมจกฺเก อธิปฺเปโต.
ตํ ปน ธมฺมจกฺกํ ทุวิธํ โหติ ปฏิเวธญาณญฺเจว เทสนาญาณญฺจ. ตตฺถ ปญฺญาปภาวิตํ อตฺตโน อริยพลาวหํ ปฏิเวธญาณํ. กรุณาปภาวิตํ สาวกานํ อริยพลาวหํ เทสนาญาณํ. ตตฺถ ปฏิเวธญาณํ อุปฺปชฺชมานํ อุปฺปนฺนนฺติ ทุวิธํ. ตญฺหิ อภินิกฺขมนโต ยาว อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. ตุสิตภวนโต วา ยาว มหาโพธิปลฺลงฺเก อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. ทีปงฺกรทสพลโต ปฏฺฐาย วา ยาว อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. เทสนาญาณมฺปิ ปวตฺตมานํ ปวตฺตนฺติ ทุวิธํ. ตญฺหิ ยาว อญฺญาตโกณฺฑญฺญสฺส โสตาปตฺติมคฺคา ปวตฺตมานํ, ผลกฺขเณ ปวตฺตํ นาม. เตสุ ปฏิเวธญาณํ โลกุตฺตรํ, เทสนาญาณํ โลกิยํ. อุภยมฺปิ ปเนตํ อญฺเญหิ อสาธารณํ, พุทฺธานํเยว โอรสญาณํ.
อิทานิ เยหิ พเลหิ สมนฺนาคโต ตถาคโต อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ, ยานิ อาทิโตว ‘‘ทส โข ปนิมานิ, สาริปุตฺต, ตถาคตสฺส ตถาคตพลานี’’ติ นิกฺขิตฺตานิ, ตานิ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ กตมานิ ทส? อิธ, สาริปุตฺต, ตถาคโต ฐานญฺจ ฐานโตติอาทิมาห. ตตฺถ ฐานญฺจ ฐานโตติ การณญฺจ การณโต. การณญฺหิ ยสฺมา ตตฺถ ผลํ ติฏฺฐติ ตทายตฺตวุตฺติยาย อุปฺปชฺชติ เจว ปวตฺตติ จ, ตสฺมา ฐานนฺติ วุจฺจติ. ตํ ภควา ‘‘เย เย ธมฺมา เยสํ เยสํ ธมฺมานํ เหตู ปจฺจยา อุปฺปาทาย, ตํ ตํ ฐานํ. เย เย ธมฺมา เยสํ เยสํ ธมฺมานํ น เหตู น ปจฺจยา อุปฺปาทาย, ตํ ตํ อฏฺฐาน’’นฺติ ปชานนฺโต ฐานญฺจ ฐานโต อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ปชานาติ. อภิธมฺเม ปเนตํ, ‘‘ตตฺถ กตมํ ตถาคตสฺส ฐานญฺจ ฐานโต อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ญาณ’’นฺติอาทินา (วิภ. ๘๐๙) นเยน วิตฺถาริตเมว. ยมฺปีติ เยน ญาเณน. อิทมฺปิ, สาริปุตฺต, ตถาคตสฺสาติ อิทมฺปิ ฐานาฏฺฐานญาณํ ตถาคตสฺส ตถาคตพลํ นาม โหตีติ อตฺโถ. เอวํ สพฺพปเทสุ โยชนา เวทิตพฺพา.
กมฺมสมาทานานนฺติ สมาทิยิตฺวา กตานํ กุสลากุสลกมฺมานํ, กมฺมเมว วา กมฺมสมาทานํ. ฐานโส เหตุโสติ ปจฺจยโต เจว เหตุโต จ. ตตฺถ คติอุปธิกาลปโยคา วิปากสฺส ฐานํ. กมฺมํ เหตุ. อิมสฺส ปน ญาณสฺส วิตฺถารกถา ‘‘อตฺเถกจฺจานิ ปาปกานิ กมฺมสมาทานานิ คติสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺตี’’ติอาทินา (วิภ. ๘๑๐) นเยน อภิธมฺเม อาคตาเยว.
สพฺพตฺถคามินินฺติ สพฺพคติคามินึ อคติคามินิญฺจ. ปฏิปทนฺติ มคฺคํ. ยถาภูตํ ปชานาตีติ พหูสุปิ มนุสฺเสสุ เอกเมว ปาณํ ฆาเตนฺเตสุ อิมสฺส เจตนา นิรยคามินี ภวิสฺสติ, อิมสฺส เจตนา ติรจฺฉานโยนิคามินีติ อิมินา นเยน เอกวตฺถุสฺมิมฺปิ กุสลากุสลเจตนาสงฺขาตานํ ปฏิปตฺตีนํ อวิปรีตโต สภาวํ ชานาติ. อิมสฺส จ ญาณสฺส วิตฺถารกถา ‘‘ตตฺถ กตมํ ตถาคตสฺส สพฺพตฺถคามินึ ปฏิปทํ ยถาภูตํ ญาณํ? อิธ ตถาคโต อยํ มคฺโค อยํ ปฏิปทา นิรยคามีติ ปชานาตี’’ติอาทินา (วิภ. ๘๑๑) นเยน อภิธมฺเม อาคตาเยว.
อเนกธาตุนฺติ จกฺขุธาตุอาทีหิ กามธาตุอาทีหิ วา ธาตูหิ พหุธาตุํ. นานาธาตุนฺติ ตาสํเยว ธาตูนํ วิลกฺขณตาย นานปฺปการธาตุํ. โลกนฺติ ขนฺธายตนธาตุโลกํ. ยถาภูตํ ปชานาตีติ ตาสํ ตาสํ ธาตูนํ อวิปรีตโต สภาวํ ปฏิวิชฺฌติ. อิทมฺปิ ญาณํ ‘‘ตตฺถ กตมํ ตถาคตสฺส อเนกธาตุนานาธาตุโลกํ ยถาภูตํ ญาณํ, อิธ ตถาคโต ขนฺธนานตฺตํ ปชานาตี’’ติอาทินา นเยน อภิธมฺเม วิตฺถาริตเมว.
นานาธิมุตฺติกตนฺติ หีนาทีหิ อธิมุตฺตีหิ นานาธิมุตฺติกภาวํ. อิทมฺปิ ญาณํ, ‘‘ตตฺถ กตมํ ตถาคตสฺส สตฺตานํ นานาธิมุตฺติกตํ ยถาภูตํ ญาณํ, อิธ ตถาคโต ปชานาติ สนฺติ สตฺตา หีนาธิมุตฺติกา’’ติ อาทินา นเยน อภิธมฺเม วิตฺถาริตเมว.
ปรสตฺตานนฺติ ปธานสตฺตานํ. ปรปุคฺคลานนฺติ ตโต ปเรสํ หีนสตฺตานํ. เอกตฺถเมว วา เอตํ ปททฺวยํ. เวเนยฺยวเสน ปน เทฺวธา วุตฺตํ. อินฺทฺริยปโรปริยตฺตนฺติ สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ ปรภาวํ อปรภาวญฺจ, วุทฺธิญฺจ หานิญฺจาติ อตฺโถ. อิมสฺสปิ ญาณสฺส วิตฺถารกถา – ‘‘ตตฺถ กตมํ ตถาคตสฺส ปรสตฺตานํ ปรปุคฺคลานํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ ยถาภูตํ ญาณํ, อิธ ตถาคโต สตฺตานํ อาสยํ ปชานาติ อนุสยํ ปชานาตี’’ติอาทินา (วิภ. ๘๑๔) นเยน อภิธมฺเม อาคตาเยว.
ฌานวิโมกฺขสมาธิสมาปตฺตีนนฺติ ปฐมาทีนํ จตุนฺนํ ฌานานํ รูปี รูปานิ ปสฺสตีติอาทีนํ อฏฺฐนฺนํ วิโมกฺขานํ สวิตกฺกสวิจาราทีนํ ติณฺณํ สมาธีนํ ปฐมชฺฌานสมาปตฺติอาทีนญฺจ นวนฺนํ อนุปุพฺพสมาปตฺตีนํ. สํกิเลสนฺติ หานภาคิยธมฺมํ. โวทานนฺติ วิเสสภาคิยธมฺมํ. วุฏฺฐานนฺติ ‘‘โวทานมฺปิ วุฏฺฐานํ. ตมฺหา ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐานมฺปิ วุฏฺฐาน’’นฺติ (วิภ. ๘๒๘) เอวํ วุตฺตปคุณชฺฌานญฺเจว ภวงฺคผลสมาปตฺติโย จ. เหฏฺฐิมํ เหฏฺฐิมญฺหิ ปคุณชฺฌานํ อุปริมสฺส อุปริมสฺส ปทฏฺฐานํ โหติ. ตสฺมา ‘‘โวทานมฺปิ วุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. ภวงฺเคน ปน สพฺพชฺฌาเนหิ วุฏฺฐานํ โหติ. ผลสมาปตฺติยา นิโรธสมาปตฺติโต วุฏฺฐานํ โหติ. ตํ สนฺธาย ‘‘ตมฺหา ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐานมฺปิ วุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. อิทมฺปิ ญาณํ ‘‘ตตฺถ กตมํ ตถาคตสฺส ฌานวิโมกฺขสมาธิสมาปตฺตีนํ สํกิเลสํ โวทานํ วุฏฺฐานํ ยถาภูตํ ญาณํ, ฌายีติ จตฺตาโร ฌายี, อตฺเถกจฺโจ ฌายี สมฺปตฺตึเยว สมานํ วิปตฺตีติ ปจฺเจตี’’ติอาทินา (วิภ. ๘๒๘) นเยน อภิธมฺเม วิตฺถาริตํ. สตฺตนฺนํ ญาณานํ วิตฺถารกถาวินิจฺฉโย สมฺโมหวิโนทนิยํ วิภงฺคฏฺฐกถายํ วุตฺโต. ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติทิพฺพจกฺขุญาณกถา วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตา. อาสวกฺขยกถา ภยเภรเว.
๑๔๙. อิมานิ โข สาริปุตฺตาติ ยานิ ปุพฺเพ ‘‘ทส โข ปนิมานิ, สาริปุตฺต, ตถาคตสฺส ตถาคตพลานี’’ติ อโวจํ, อิมานิ ตานีติ อปฺปนํ กโรติ. ตตฺถ ปรวาทีกถา โหติ – ทสพลญาณํ นาม ปาฏิเยกฺกํ นตฺถิ, สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺเสวายํ ปเภโทติ. ตํ น ตถา ทฏฺฐพฺพํ. อญฺญเมว หิ ทสพลญาณํ, อญฺญํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ. ทสพลญาณญฺหิ สกสกกิจฺจเมว ชานาติ. สพฺพญฺญุตญาณํ ตมฺปิ ตโต อวเสสมฺปิ ปชานาติ. ทสพลญาเณสุ หิ ปฐมํ การณาการณเมว ชานาติ. ทุติยํ กมฺมนฺตรวิปากนฺตรเมว. ตติยํ กมฺมปริจฺเฉทเมว. จตุตฺถํ ธาตุนานตฺตการณเมว. ปญฺจมํ สตฺตานํ อชฺฌาสยาธิมุตฺติเมว. ฉฏฺฐํ อินฺทฺริยานํ ติกฺขมุทุภาวเมว. สตฺตมํ ฌานาทีหิ สทฺธึ เตสํ สํกิเลสาทิเมว. อฏฺฐมํ ปุพฺเพนิวุตฺถขนฺธสนฺตติเมว. นวมํ สตฺตานํ จุติปฏิสนฺธิเมว. ทสมํ สจฺจปริจฺเฉทเมว. สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปน เอเตหิ ชานิตพฺพญฺจ ตโต อุตฺตริญฺจ ปชานาติ. เอเตสํ ปน กิจฺจํ น สพฺพํ กโรติ. ตญฺหิ ฌานํ หุตฺวา อปฺเปตุํ น สกฺโกติ, อิทฺธิ หุตฺวา วิกุพฺพิตุํ น สกฺโกติ, มคฺโค หุตฺวา กิเลเส เขเปตุํ น สกฺโกติ. อปิจ ปรวาที เอวํ ปุจฺฉิตพฺโพ – ‘‘ทสพลญาณํ นาม เอตํ สวิตกฺกสวิจารํ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ อวิตกฺกอวิจารํ กามาวจรํ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ โลกิยํ โลกุตฺตร’’นฺติ? ชานนฺโต ปฏิปาฏิยา สตฺต ญาณานิ สวิตกฺกสวิจารานีติ วกฺขติ. ตโต ปรานิ เทฺว อวิตกฺกอวิจารานีติ วกฺขติ. อาสวกฺขยญาณํ สิยา สวิตกฺกสวิจารํ, สิยา อวิตกฺกวิจารมตฺตํ, สิยา อวิตกฺกอวิจารนฺติ วกฺขติ. ตถา ปฏิปาฏิยา สตฺต กามาวจรานิ, ตโต ปรานิ เทฺว รูปาวจรานิ, อวสาเน เอกํ โลกุตฺตรนฺติ วกฺขติ, สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปน สวิตกฺกสวิจารเมว กามาวจรเมว โลกิยเมวาติ วกฺขติ.
เอวเมตฺถ อนุปทวณฺณนํ กตฺวา อิทานิ ยสฺมา ตถาคโต ปฐมํเยว ฐานาฏฺฐานญาเณน เวเนยฺยสตฺตานํ อาสวกฺขยาธิคมสฺส เจว อนธิคมสฺส จ ฐานาฏฺฐานภูตํ กิเลสาวรณาภาวํ ปสฺสติ, โลกิยสมฺมาทิฏฺฐิฏฺฐานทสฺสนโต นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิฏฺฐานาภาวทสฺสนโต จ. อถ เนสํ กมฺมวิปากญาเณน วิปากาวรณาภาวํ ปสฺสติ, ติเหตุกปฏิสนฺธิทสฺสนโต. สพฺพตฺถคามินีปฏิปทาญาเณน กมฺมาวรณาภาวํ ปสฺสติ, อนนฺตริยกมฺมาภาวทสฺสนโต. เอวํ อนาวรณานํ อเนกธาตุนานาธาตุญาเณน อนุกูลธมฺมเทสนตฺถํ จริยวิเสสํ ปสฺสติ, ธาตุเวมตฺตทสฺสนโต. อถ เนสํ นานาธิมุตฺติกตาญาเณน อธิมุตฺตึ ปสฺสติ, ปโยคํ อนาทิยิตฺวาปิ อธิมุตฺติวเสน ธมฺมเทสนตฺถํ. อเถวํ ทิฏฺฐาธิมุตฺตีนํ ยถาสตฺติ ยถาพลํ ธมฺมํ เทเสตุํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาเณน อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ ปสฺสติ, สทฺธาทีนํ ติกฺขมุทุภาวทสฺสนโต. เอวํ ปริญฺญาตินฺทฺริยปโรปริยตฺตา ปน เต สเจ ทูเร โหนฺติ, ปฐมชฺฌานาทีสุ วสีภูตตฺตา อิทฺธิวิเสเสน เต ขิปฺปํ อุปคจฺฉติ. อุปคนฺตฺวา จ เนสํ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาเณน ปุพฺพชาติภาวนํ, ทิพฺพจกฺขุญาณานุภาวโต ปตฺตพฺเพน เจโตปริยญาเณน สมฺปติ จิตฺตวิเสสํ ปสฺสนฺโต อาสวกฺขยญาณานุภาเวน อาสวกฺขยคามินิยา ปฏิปทาย วิคตสมฺโมหตฺตา อาสวกฺขยาย ธมฺมํ เทเสติ. ตสฺมา อิมินา อนุกฺกเมน อิมานิ ทสพลานิ วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ.
ตํ, สาริปุตฺต, วาจํ อปฺปหายาติอาทีสุ ปุน เอวรูปึ วาจํ น วกฺขามีติ วทนฺโต ตํ วาจํ ปชหติ นาม. ปุน เอวรูปํ จิตฺตํ น อุปฺปาเทสฺสามีติ จินฺเตนฺโต จิตฺตํ ปชหติ นาม. ปุน เอวรูปํ ทิฏฺฐึ น คณฺหิสฺสามีติ ปชหนฺโต ทิฏฺฐึ ปฏินิสฺสชฺชติ นาม, ตถา อกโรนฺโต เนว ปชหติ, น ปฏินิสฺสชฺชติ. โส ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเยติ ยถา นิรยปาเลหิ อาหริตฺวา นิรเย ฐปิโต, เอวํ นิรเย ฐปิโตเยวาติ เวทิตพฺโพ.
อิทานิสฺส อตฺถสาธกํ อุปมํ ทสฺเสนฺโต เสยฺยถาปีติอาทิมาห. ตตฺถ สีลสมฺปนฺโนติอาทีสุ โลกิยโลกุตฺตรา สีลสมาธิปญฺญา เวทิตพฺพา. โลกุตฺตรวเสเนว วินิวตฺเตตุมฺปิ วฏฺฏติ. อยญฺหิ สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีเวหิ สีลสมฺปนฺโน, สมฺมาวายามสติสมาธีหิ สมาธิสมฺปนฺโน, สมฺมาทิฏฺฐิสงฺกปฺเปหิ ปญฺญาสมฺปนฺโน, โส เอวํ สีลาทิสมฺปนฺโน ภิกฺขุ ยถา ทิฏฺเฐว ธมฺเม อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว อญฺญํ อาราเธติ อรหตฺตํ ปาปุณาติ, เอวํสมฺปทมิทํ, สาริปุตฺต, วทามิ อิมมฺปิ การณํ เอวรูปเมว. ยถา หิ มคฺคานนฺตรํ อวิรชฺฌิตฺวาว ผลํ นิพฺพตฺตติ, เอวเมว อิมสฺสาปิ ปุคฺคลสฺส จุติอนนฺตรํ อวิรชฺฌิตฺวาว นิรเย ปฏิสนฺธิ โหตีติ ทสฺเสติ. สกลสฺมิญฺหิ พุทฺธวจเน อิมาย อุปมาย คาฬฺหตรํ กตฺวา วุตฺตอุปมา นาม นตฺถิ.
๑๕๐. เวสารชฺชานีติ เอตฺถ สารชฺชปฏิปกฺโข เวสารชฺชํ, จตูสุ ฐาเนสุ สารชฺชาภาวํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส อุปฺปนฺนโสมนสฺสมยญาณสฺเสตํ นามํ. สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโตติ อหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, สพฺเพ ธมฺมา มยา อภิสมฺพุทฺธาติ เอวํ ปฏิชานโต ตว. อนภิสมฺพุทฺธาติ อิเม นาม ธมฺมา ตยา อนภิสมฺพุทฺธา. ตตฺร วตาติ เตสุ วต อนภิสมฺพุทฺธาติ เอวํ ทสฺสิตธมฺเมสุ. สหธมฺเมนาติ สเหตุนา สการเณน วจเนน สุนกฺขตฺโต วิย วิปฺปลปนฺโต อปฺปมาณํ. นิมิตฺตเมตนฺติ เอตฺถ ปุคฺคโลปิ ธมฺโมปิ นิมิตฺตนฺติ อธิปฺเปโต. ตํ ปุคฺคลํ น ปสฺสามิ, โย มํ ปฏิโจเทสฺสติ, ตํ ธมฺมํ น ปสฺสามิ, ยํ ทสฺเสตฺวา อยํ นาม ธมฺโม ตยา อนภิสมฺพุทฺโธติ มํ ปฏิโจเทสฺสตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. เขมปฺปตฺโตติ เขมํ ปตฺโต, เสสปททฺวยํ อิมสฺเสว เววจนํ. สพฺพเญฺหตํ เวสารชฺชญาณเมว สนฺธาย วุตฺตํ. ทสพลสฺส หิ อยํ นาม ธมฺโม ตยา อนภิสมฺพุทฺโธติ โจทกํ ปุคฺคลํ วา โจทนาการณํ อนภิสมฺพุทฺธธมฺมํ วา อปสฺสโต สภาวพุทฺโธเยว วา สมาโน อหํ พุทฺโธสฺมีติ วทามีติ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส พลวตรํ โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. เตน สมฺปยุตฺตํ ญาณํ เวสารชฺชํ นาม. ตํ สนฺธาย ‘‘เขมปฺปตฺโต’’ติอาทิมาห. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อนฺตรายิกา ธมฺมาติ เอตฺถ ปน อนฺตรายํ กโรนฺตีติ อนฺตรายิกา, เต อตฺถโต สญฺจิจฺจ วีติกฺกนฺตา สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา. สญฺจิจฺจ วีติกฺกนฺตญฺหิ อนฺตมโส ทุกฺกฏ-ทุพฺภาสิตมฺปิ มคฺคผลานํ อนฺตรายํ กโรติ. อิธ ปน เมถุนธมฺโม อธิปฺเปโต. เมถุนํ เสวโต หิ ยสฺส กสฺสจิ นิสฺสํสยเมว มคฺคผลานํ อนฺตราโย โหติ. ยสฺส โข ปน เตสุ อตฺถายาติ ราคกฺขยาทีสุ ยสฺส อตฺถาย. ธมฺโม เทสิโตติ อสุภภาวนาทิธมฺโม กถิโต. ตตฺร วต มนฺติ ตสฺมึ อนิยฺยานิกธมฺเม มํ. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
ทสพลญาณาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อฏฺฐปริสวณฺณนา
๑๕๑. ‘‘อฏฺฐ โข อิมา สาริปุตฺตา’’ติ อิทํ กสฺมา อารทฺธํ? เวสารชฺชญาณสฺส พลทสฺสนตฺถํ. ยถา หิ พฺยตฺตํ ปริสํ อชฺโฌคาเหตฺวา วิญฺญูนํ จิตฺตํ อาราธนสมตฺถาย กถาย ธมฺมกถิกสฺส เฉกภาโว ปญฺญายติ, เอวํ อิมา อฏฺฐ ปริสา ปตฺวา เวสารชฺชญาณสฺส เวสารชฺชภาโว สกฺกา ญาตุนฺติ เวสารชฺชญาณสฺส พลํ ทสฺเสนฺโต, อฏฺฐ โข อิมา สาริปุตฺตาติอาทิมาห.
ตตฺถ ขตฺติยปริสาติ ขตฺติยานํ สนฺนิปติตฺวา นิสินฺนฏฺฐานํ, เอส นโย สพฺพตฺถ. มารกายิกานํ ปน สนฺนิปติตฺวา นิสินฺนฏฺฐานํ มารปริสา เวทิตพฺพา, น มารานํ. สพฺพาปิ เจตา ปริสา อุคฺคฏฺฐานทสฺสนวเสน คหิตา. มนุสฺสา หิ ‘‘เอตฺถ ราชา นิสินฺโน’’ติ ปกติวจนมฺปิ วตฺตุํ น สกฺโกนฺติ, กจฺเฉหิ เสทา มุจฺจนฺติ. เอวํ อุคฺคา ขตฺติยปริสา. พฺราหฺมณา ตีสุ เวเทสุ กุสลา โหนฺติ, คหปตโย นานาโวหาเรสุ เจว อกฺขรจินฺตาย จ. สมณา สกวาทปรวาเทสุ กุสลา โหนฺติ. เตสํ มชฺเฌ ธมฺมกถากถนํ นาม อติวิย ภาโร. อมนุสฺสาปิ อุคฺคา โหนฺติ. อมนุสฺโสติ หิ วุตฺตมตฺเตปิ มนุสฺสานํ สกลสรีรํ สงฺกมฺปติ, เตสํ รูปํ วา ทิสฺวา สทฺทํ วา สุตฺวา สตฺตา วิสญฺญิโน โหนฺติ. เอวํ อมนุสฺสปริสา อุคฺคา. ตาสุปิ ธมฺมกถากถนํ นาม อติวิย ภาโร. อิติ อุคฺคฏฺฐานทสฺสนวเสน ตา คหิตาติ เวทิตพฺพา.
อชฺโฌคาหตีติ อนุปวิสติ. อเนกสตํ ขตฺติยปริสนฺติ พิมฺพิสารสมาคม ญาติสมาคม ลิจฺฉวีสมาคมสทิสํ. อญฺเญสุปิ จกฺกวาเฬสุ ลพฺภติเยว. กึ ปน ภควา อญฺญานิ จกฺกวาฬานิปิ คจฺฉตีติ? อาม คจฺฉติ. กีทิโส หุตฺวา? ยาทิสา เต, ตาทิโสเยว. เตเนวาห ‘‘อภิชานามิ โข ปนาหํ, อานนฺท, อเนกสตํ ขตฺติยปริสํ อุปสงฺกมิตา, ตตฺถ ยาทิสโก เตสํ วณฺโณ โหติ, ตาทิสโก มยฺหํ วณฺโณ โหติ. ยาทิสโก เตสํ สโร โหติ, ตาทิสโก มยฺหํ สโร โหติ. ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสมิ สมาทเปมิ สมุตฺเตเชมิ สมฺปหํเสมิ. ภาสมานญฺจ มํ น ชานนฺติ ‘โก นุ โข อยํ ภาสติ เทโว วา มนุสฺโส วา’ติ. ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตฺวา สมาทเปตฺวา สมุตฺเตเชตฺวา สมฺปหํเสตฺวา อนฺตรธายามิ. อนฺตรหิตญฺจ มํ น ชานนฺติ ‘โก นุ โข อยํ อนฺตรหิโต เทโว วา มนุสฺโส วา’’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๗๒).
ขตฺติยา เกยูรงฺคทมาลาคนฺธาทิวิภูสิตา นานาวิราควสนา อามุกฺกมณิกุณฺฑลา โมฬิธรา โหนฺติ. กึ ภควาปิ เอวํ อตฺตานํ มณฺเฑติ? เต จ โอทาตาปิ โหนฺติ กาฬาปิ มํคุลจฺฉวีปิ. กึ สตฺถาปิ เอวรูโป โหตีติ? สตฺถา อตฺตโน ปพฺพชิตวเสเนว คจฺฉติ, เตสํ ปน ตาทิโส หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, คนฺตฺวา ราชาสเน นิสินฺนํ อตฺตานํ ทสฺเสติ, เตสํ ‘‘อชฺช อมฺหากํ ราชา อติวิย วิโรจตี’’ติ โหติ. เต จ ภินฺนสฺสราปิ โหนฺติ คคฺคสฺสราปิ กากสฺสราปิ. สตฺถา พฺรหฺมสฺสเรเนว ธมฺมํ กเถติ. ตาทิสโก มยฺหํ สโร โหตีติ อิทํ ปน ภาสนฺตรํ สนฺธาย กถิตํ. มนุสฺสานํ ปน ตํ สุตฺวา ‘‘อชฺช ราชา มธุเรน สเรน กเถตี’’ติ โหติ. กเถตฺวา ปกฺกนฺเต จ ภควติ ปุน ราชานํ อาคตํ ทิสฺวา ‘‘โก นุ โข อย’’นฺติ วีมํสา อุปฺปชฺชติ.
อิทํ วุตฺตํ โหติ – โก นุ โข อยํ อิมสฺมึ ฐาเน อิทาเนว มาคธภาสาย สีหฬภาสาย มธุเรน สเรน กเถนฺโต อนฺตรหิโต, กึ เทโว, อุทาหุ มนุสฺโสติ? กิมตฺถํ ปเนวํ อชานนฺตานํ ธมฺมํ เทเสตีติ? วาสนตฺถาย. เอวํ สุโตปิ หิ ธมฺโม อนาคเต ปจฺจโย โหติเยวาติ อนาคตํ ปฏิจฺจ เทเสตีติ.
สนฺนิสินฺนปุพฺพนฺติ สงฺคมฺม นิสินฺนปุพฺพํ. สลฺลปิตปุพฺพนฺติ อาลาปสลฺลาโป กตปุพฺโพ. สากจฺฉาติ ธมฺมสากจฺฉาปิ สมาปชฺชิตปุพฺพา. อเนกสตํ พฺราหฺมณปริสนฺติอาทีนมฺปิ โสณทณฺฑสมาคมาทิวเสน เจว อญฺญจกฺกวาฬวเสน จ สมฺภโว เวทิตพฺโพ.
อฏฺฐปริสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จตุโยนิวณฺณนา
๑๕๒. จตสฺโส โข อิมา, สาริปุตฺต, โยนิโยติ เอตฺถ โยนีติ ขนฺธโกฏฺฐาสสฺสปิ การณสฺสปิ ปสฺสาวมคฺคสฺสปิ นามํ. ‘‘จตสฺโส นาคโยนิโย จตสฺโส สุปณฺณโยนิโย’’ติ (สํ. นิ. ๓.๓๔๒, ๓๙๒) เอตฺถ หิ ขนฺธโกฏฺฐาโส โยนิ นาม. ‘‘โยนิ เหสา ภูมิช ผลสฺส อธิคมายา’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๒๗) เอตฺถ การณํ. ‘‘น จาหํ พฺราหฺมณํ พฺรูมิ, โยนิชํ มตฺติสมฺภว’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๔๕๗; ธ. ป. ๓๙๖) เอตฺถ ปสฺสาวมคฺโค. อิธ ปน ขนฺธโกฏฺฐาโส โยนีติ อธิปฺเปโต. ตตฺถ อณฺเฑ ชาตา อณฺฑชา. ชลาพุมฺหิ ชาตา ชลาพุชา. สํเสเท ชาตา สํเสทชา. วินา เอเตหิ การเณหิ อุปฺปติตฺวา วิย นิพฺพตฺตา อภินิพฺพตฺตาติ โอปปาติกา. อภินิพฺภิชฺช ชายนฺตีติ ภินฺทิตฺวา นิกฺขมนวเสน ชายนฺติ. ปูติกุณเป วาติอาทีหิ อนิฏฺฐฏฺฐานาเนว ทสฺสิตานิ. อิฏฺเฐสุปิ สปฺปิเตลมธุผาณิตาทีสุ สตฺตา ชายนฺติ เอว. เทวาติอาทีสุ จาตุมหาราชิกโต ปฏฺฐาย อุปริเทวา โอปปาติกาว โหนฺติ. ภูมเทวา ปน จตุโยนิกา. เอกจฺเจ จ มนุสฺสาติ มนุสฺเสสุ เกจิ เทวา วิย โอปปาติกา จ โหนฺติ. เยภุยฺเยน ปเนเต ชลาพุชาว, อณฺฑชาปิ เอตฺถ โกนฺตปุตฺตา เทฺวภาติยตฺเถรา วิย, สํเสทชาปิ ปทุมคพฺเภ นิพฺพตฺตโปกฺขรสาติพฺราหฺมณปทุมวติเทวีอาทโย วิย, เอวํ วินิปาติเกสุ นิชฺฌามตณฺหิกเปตา เนรยิกา วิย โอปปาติกาเยว, อวเสสา จตุโยนิกาปิ โหนฺติ. ยถา เต เอวํ ยกฺขาปิ สพฺพจตุปฺปทปกฺขิชาติทีฆชาติอาทโยปิ สพฺเพ จตุโยนิกาเยว.
จตุโยนิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปญฺจคติวณฺณนา
๑๕๓. ปญฺจ โข อิมา, สาริปุตฺต, คติโยติ เอตฺถ สุกตทุกฺกฏกมฺมวเสน คนฺตพฺพาติ คติโย. อปิจ คติคติ นิพฺพตฺติคติ อชฺฌาสยคติ วิภวคติ นิปฺผตฺติคตีติ พหุวิธา คติ นาม. ตตฺถ ‘‘ตํ คตึ เปจฺจ คจฺฉามี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๘๔) จ, ‘‘ยสฺส คตึ น ชานนฺติ, เทวา คนฺธพฺพมานุสา’’ติ (ธ. ป. ๔๒๐) จ อยํ คติคติ นาม. ‘‘อิเมสํ โข อหํ ภิกฺขูนํ สีลวนฺตานํ เนว ชานามิ คตึ วา อคตึ วา’’ติ (ม. นิ. ๑.๕๐๘) อยํ นิพฺพตฺติคติ นาม. ‘‘เอวมฺปิ โข เต อหํ พฺรเหฺม คตึ จ ปชานามิ ชุติญฺจ ปชานามี’’ติ (ม. นิ. ๑.๕๐๓) อยํ อชฺฌาสยคติ นาม. ‘‘วิภโว คติ ธมฺมานํ, นิพฺพานํ อรหโต คตี’’ติ (ปริ. ๓๓๙) อยํ วิภวคติ นาม. ‘‘เทฺวเยว คติโย ภวนฺติ อนญฺญา’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๕๘; ๒.๓๔) อยํ นิปฺผตฺติคติ นาม. ตาสุ อิธ คติคติ อธิปฺเปตา.
นิรโยติอาทีสุ นิรติอตฺเถน นิรสฺสาทฏฺเฐน นิรโย. ติริยํ อญฺฉิตาติ ติรจฺฉานา. เตสํ โยนิ ติรจฺฉานโยนิ. เปจฺจภาวํ ปตฺตานํ วิสโยติ เปตฺติวิสโย. มนโส อุสฺสนฺนตฺตา มนุสฺสา. ปญฺจหิ กามคุเณหิ อตฺตโน อตฺตโน อานุภาเวหิ จ ทิพฺพนฺตีติ เทวา. นิรยญฺจาหํ, สาริปุตฺตาติอาทีสุ นิรโยติ สทฺธึ โอกาเสน ขนฺธา. ติรจฺฉานโยนึ จาติอาทีสุปิ เอเสว นโย. มคฺคํ ปฏิปทนฺติ อุภเยนาปิ วุตฺตคติสํวตฺตนิก กมฺมเมว ทสฺเสติ. ยถา จ ปฏิปนฺโนติ เยน มคฺเคน ยาย ปฏิปทาย ปฏิปนฺโนติ อุภยมฺปิ เอกโต กตฺวา นิทฺทิสติ. อปายนฺติอาทีสุ วฑฺฒิสงฺขาตา สุขสงฺขาตา วา อยา อเปตตฺตา อปาโย. ทุกฺขสฺส คติ ปฏิสรณนฺติ ทุคฺคติ. ทุกฺกฏการิโน เอตฺถ วินิปตนฺตีติ วินิปาโต. นิพฺพานญฺจาหนฺติ อิทํ ปน น เกวลํ คติคติเมว, คตินิสฺสรณํ นิพฺพานมฺปิ ชานามีติ ทสฺสนตฺถมาห. อิธ มคฺโค ปฏิปทาติ อุภเยนาปิ อริยมคฺโคว วุตฺโต.
ปญฺจคติวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ญาณปฺปวตฺตาการวณฺณนา
๑๕๔. อิทานิ ยถาวุตฺเตสุ สตฺตสุ ฐาเนสุ อฏฺฐสุ ฐาเนสุ อตฺตโน ญาณปฺปวตฺตาการํ ทสฺเสนฺโต อิธาหํ, สาริปุตฺตาติอาทิมาห.
ตตฺถ เอกนฺตทุกฺขาติ นิจฺจทุกฺขา นิรนฺตรทุกฺขา. ติพฺพาติ พหลา. กฏุกาติ ขรา. เสยฺยถาปีติอาทีนิ โอปมฺมทสฺสนตฺถํ วุตฺตานิ. ตตฺถ กาสูติ อาวาโฏปิ วุจฺจติ ราสิปิ.
‘‘กินฺนุ สนฺตรมาโนว, กาสุํ ขณสิ สารถิ;
ปุฏฺโฐ เม สมฺม อกฺขาหิ, กึ กาสุยา กริสฺสสี’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๓) –
เอตฺถ หิ อาวาโฏ กาสุ นาม.
‘‘องฺคารกาสุํ อปเร ผุนนฺติ, นรา รุทนฺตา ปริทฑฺฒคตฺตา’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๔๖๒) –
เอตฺถ ราสิ. อิธ ปน อาวาโฏ อธิปฺเปโต. เตเนวาห ‘‘สาธิกโปริสา’’ติ. ตตฺถ สาธิกํ โปริสํ ปมาณํ อสฺสาติ สาธิกโปริสา, อติเรกปญฺจรตนาติ อตฺโถ. วีตจฺจิกานํ วีตธูมานนฺติ เอตํ ปริฬาหสฺส พลวภาวทีปนตฺถํ วุตฺตํ, อจฺจิยา วา สติ ธูเม วา สติ, วาโต สมุฏฺฐาติ, เตน ปริฬาโห น พลวา โหติ. ฆมฺมปเรโตติ ฆมฺมานุคโต. ตสิโตติ ชาตตโณฺห. ปิปาสิโตติ อุทกํ ปาตุกาโม. เอกายเนน มคฺเคนาติ เอกปเถเนว มคฺเคน, อนุกฺกมนิเยน อุโภสุ ปสฺเสสุ นิรนฺตรกณฺฏกรุกฺขคหเนน. ปณิธายาติ องฺคารกาสุยํ ปตฺถนา นาม นตฺถิ, องฺคารกาสุํ อารพฺภ ปน อิริยาปถสฺส ฐปิตตฺตา เอวํ วุตฺตํ.
เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – องฺคารกาสุ วิย หิ นิรโย ทฏฺฐพฺโพ. องฺคารกาสุมคฺโค วิย นิรยูปคํ กมฺมํ. มคฺคารุโฬฺห วิย กมฺมสมงฺคี ปุคฺคโล. จกฺขุมา ปุริโส วิย ทิพฺพจกฺขุโก ภควา. ยถา โส ปุริโส มคฺคารุฬฺหํ ทิสฺวา วิชานาติ ‘‘อยํ อิมินา มคฺเคน คนฺตฺวา องฺคารกาสุยํ ปติสฺสตี’’ติ, เอวเมวํ ภควา ปาณาติปาตาทีสุ ยํกิญฺจิ กมฺมํ อายูหนฺตํ เอวํ ชานาติ ‘‘อยํ อิมํ กมฺมํ กตฺวา นิรเย นิพฺพตฺติสฺสตฺตี’’ติ. ยถา โส ปุริโส อปรภาเค ตํ องฺคารกาสุยา ปติตํ ปสฺสติ, เอวเมว ภควา อปรภาเค ‘‘โส ปุริโส ตํ กมฺมํ กตฺวา กุหึ นิพฺพตฺโต’’ติ อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา ทิพฺพจกฺขุนา โอโลเกนฺโต นิรเย นิพฺพตฺตํ ปสฺสติ ปญฺจวิธพนฺธนาทิมหาทุกฺขํ อนุภวนฺตํ. ตตฺถ กิญฺจาปิ ตสฺส กมฺมายูหนกาเล อญฺโญ วณฺโณ, นิรเย นิพฺพตฺตสฺส อญฺโญ. อถาปิ ‘‘โส สตฺโต ตํ กมฺมํ กตฺวา กตฺถ นิพฺพตฺโต’’ติ โอโลเกนฺตสฺส อเนกสหสฺสานํ สตฺตานํ มชฺเฌ ฐิโตปิ ‘‘อยํ โส’’ติ โสเยว สตฺโต อาปาถํ อาคจฺฉติ, ‘‘ทิพฺพจกฺขุพลํ นาม เอต’’นฺติ วทนฺติ.
ทุติยอุปมายํ ยสฺมา องฺคารกาสุยํ วิย คูถกูเป ปริฬาโห นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘เอกนฺตทุกฺขา’’ติ อวตฺวา ‘‘ทุกฺขา’’ติอาทิมาห. เอตฺถาปิ ปุริมนเยเนว โอปมฺมสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ. อิมมฺปิ หิ ปุคฺคลํ ภควา หตฺถิโยนิอาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ นิพฺพตฺตํ วธพนฺธนอากฑฺฒนวิกฑฺฒนาทีหิ มหาทุกฺขํ อนุภวมานํ ปสฺสติเยว.
ตติยอุปมายํ ตนุปตฺตปลาโสติ น อพฺภปฏลํ วิย ตนุปณฺโณ, วิรฬปณฺณตฺตํ ปนสฺส สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ. กพรจฺฉาโยติ วิรฬจฺฉาโย. ทุกฺขพหุลาติ เปตฺติวิสยสฺมิญฺหิ ทุกฺขเมว พหุลํ, สุขํ ปริตฺตํ กทาจิ อนุภวิตพฺพํ โหติ, ตสฺมา เอวมาห. เอตฺถาปิ ปุริมนเยเนว โอปมฺมสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ.
จตุตฺถอุปมายํ พหลปตฺตปลาโสติ นิรนฺตรปณฺโณ ปตฺตสญฺฉนฺโน. สนฺตจฺฉาโยติ ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ฆนจฺฉาโย. สุขพหุลา เวทนาติ มนุสฺสโลเก ขตฺติยกุลาทีสุ สุขพหุลา เวทนา เวทยิตพฺพา โหติ, ตา เวทยมานํ นิปนฺนํ วา นิสินฺนํ วา ปสฺสามีติ ทสฺเสติ. อิธาปิ โอปมฺมสํสนฺทนํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ.
ปญฺจมอุปมายํ ปาสาโทติ ทีฆปาสาโท. อุลฺลิตฺตาวลิตฺตนฺติ อนฺโต เจว อุลฺลิตฺตํ พหิ จ อวลิตฺตํ. ผุสิตคฺคฬนฺติ ทฺวารพาหาหิ สทฺธึ สุปิหิตกวาฏํ. โคนกตฺถโตติ จตุรงฺคุลาธิกโลเมน กาฬโกชเวน อตฺถโต. ปฏิกตฺถโตติ อุณฺณามเยน เสตอตฺถรเณน อตฺถโต. ปฏลิกตฺถโตติ ฆนปุปฺผเกน อุณฺณามยอตฺถรเณน อตฺถโต. กทลิมิคปวรปจฺจตฺถรโณติ กทลิมิคจมฺมมเยน อุตฺตมปจฺจตฺถรเณน อตฺถโต. ตํ กิร ปจฺจตฺถรณํ เสตวตฺถสฺส อุปริ กทลิมิคจมฺมํ อตฺถริตฺวา สิพฺเพตฺวา กโรนฺติ. สอุตฺตรจฺฉโทติ สห อุตฺตรจฺฉเทน, อุตฺตริพทฺเธน รตฺตวิตาเนน สทฺธินฺติ อตฺโถ. อุภโตโลหิตกูปธาโนติ สีสูปธานญฺจ ปาทูปธานญฺจาติ ปลฺลงฺกสฺส อุภโต ฐปิตโลหิตกูปธาโน. อิธาปิ อุปมาสํสนฺทนํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ.
อยํ ปเนตฺถ อปรภาคโยชนา, ยถา โส ปุริโส มคฺคารุฬฺหเมว ชานาติ ‘‘อยํ เอเตน มคฺเคน คนฺตฺวา ปาสาทํ อารุยฺห กูฏาคารํ ปวิสิตฺวา ปลฺลงฺเก นิสีทิสฺสติ วา นิปชฺชิสฺสติ วา’’ติ, เอวเมวํ ภควา ทานาทีสุ ปุญฺญกิริยวตฺถูสุ ยํกิญฺจิ กุสลกมฺมํ อายูหนฺตํเยว ปุคฺคลํ ทิสฺวา ‘‘อยํ อิมํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติสฺสตี’’ติ ชานาติ. ยถา โส ปุริโส อปรภาเค ตํ ปาสาทํ อารุยฺห กูฏาคารํ ปวิสิตฺวา ปลฺลงฺเก นิสินฺนํ วา นิปนฺนํ วา เอกนฺตสุขํ นิรนฺตรสุขํ เวทนํ เวทยมานํ ปสฺสติ, เอวเมวํ ภควา อปรภาเค ‘‘โส ตํ กลฺยาณํ กตฺวา กุหึ นิพฺพตฺโต’’ติ อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา ทิพฺพจกฺขุนา โอโลเกนฺโต เทวโลเก นิพฺพตฺตํ ปสฺสติ, นนฺทนวนาทีสุ อจฺฉราสงฺฆปริวุตํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวมานํ.
ญาณปฺปวตฺตาการวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อาสวกฺขยวารวณฺณนา
อาสวกฺขยวาเร ‘‘ทิพฺเพน จกฺขุนา’’ติ อวตฺวา ‘‘ตเมนํ ปสฺสามี’’ติ วุตฺตํ. ตํ กสฺมาติ เจ? นิยมาภาวา. อิมญฺหิ ปุคฺคลํ ทิพฺพจกฺขุนาปิ ปสฺสิสฺสติ, เจโตปริยญาเณนาปิ ชานิสฺสติ, สพฺพญฺญุตญฺญาเณนปิ ชานิสฺสติเยว. เอกนฺตสุขา เวทนาติ อิทํ กิญฺจาปิ เทวโลกสุเขน สทฺธึ พฺยญฺชนโต เอกํ, อตฺถโต ปน นานา โหติ. เทวโลกสุขญฺหิ ราคปริฬาหาทีนํ อตฺถิตาย น เอกนฺเตเนว สุขํ. นิพฺพานสุขํ ปน สพฺพปริฬาหานํ วูปสมาย สพฺพากาเรน เอกนฺตสุขํ. อุปมายมฺปิ ‘‘ยถา ปาสาเท เอกนฺตสุขา’’ติ วุตฺตํ. ตํ มคฺคปริฬาหสฺส อวูปสนฺตตาย ฉาตชฺฌตฺตตาย ปิปาสาภิภูตตาย จ น เอกนฺตเมว สุขํ. วนสณฺเฑ ปน โปกฺขรณิยํ โอรุยฺห รโชชลฺลสฺส ปวาหิตตฺตา มคฺคทรถสฺส วูปสนฺตตาย ภิสมูลขาทเนน เจว มธุโรทกปาเนน จ ขุปฺปิปาสานํ วินีตตาย อุทกสาฏกํ ปริวตฺเตตฺวา มฏฺฐทุกูลํ นิวาเสตฺวา ตณฺฑุลตฺถวิกํ อุสฺสีสเก กตฺวา อุทกสาฏกํ ปีเฬตฺวา หทเย ฐเปตฺวา มนฺทมนฺเทน จ วาเตน พีชยมานสฺส นิปนฺนตฺตา สพฺพากาเรน เอกนฺตสุขํ โหติ.
เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – โปกฺขรณี วิย หิ อริยมคฺโค ทฏฺฐพฺโพ. โปกฺขรณิมคฺโค วิย ปุพฺพภาคปฏิปทา. มคฺคารุโฬฺห วิย ปฏิปทาสมงฺคีปุคฺคโล. จกฺขุมา ปุริโส วิย ทิพฺพจกฺขุ ภควา. วนสณฺโฑ วิย นิพฺพานํ. ยถา โส ปุริโส มคฺคารุฬฺหํ ทิสฺวาว ชานาติ ‘‘อยํ อิมินา มคฺเคน คนฺตฺวา โปกฺขรณิยํ นฺหตฺวา รมณีเย วนสณฺเฑ รุกฺขมูเล นิสีทิสฺสติ วา นิปชฺชิสฺสติ วา’’ติ, เอวเมวํ ภควา ปฏิปทํ ปูเรนฺตเมว นามรูปํ ปริจฺฉินฺทนฺตเมว ปจฺจยปริคฺคหํ กโรนฺตเมว ลกฺขณารมฺมณาย วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺตเมว ชานาติ ‘‘อยํ อิมํ ปฏิปทํ ปูเรตฺวา สพฺพอาสเว เขเปตฺวา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตินฺติ เอวํ วุตฺตํ ผลสมาปตฺตึ อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสตี’’ติ. ยถา โส ปุริโส อปรภาเค ตายํ โปกฺขรณิยํ นฺหตฺวา วนสณฺฑํ ปวิสิตฺวา นิสินฺนํ วา นิปนฺนํ วา เอกนฺตสุขํ เวทนํ เวทยมานํ ปสฺสติ, เอวเมว ภควา อปรภาเค ตํ ปุคฺคลํ ปฏิปทํ ปูเรตฺวา มคฺคํ ภาเวตฺวา ผลํ สจฺฉิกตฺวา นิโรธสยนวรคตํ นิพฺพานารมฺมณํ ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา เอกนฺตสุขํ เวทนํ เวทยมานํ ปสฺสติ.
อาสวกฺขยวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทุกฺกรการิกาทิสุทฺธิวณฺณนา
๑๕๕. ‘‘อภิชานามิ โข ปนาหํ, สาริปุตฺต, จตุรงฺคสมนฺนาคต’’นฺติ อิทํ กสฺมา อารทฺธํ? ปาฏิเยกฺกํ อนุสนฺธิวเสน อารทฺธํ. อยํ กิร สุนกฺขตฺโต ทุกฺกรการิกาย สุทฺธิ โหตีติ เอวํ ลทฺธิโก. อถสฺส ภควา มยา เอกสฺมึ อตฺตภาเว ฐตฺวา จตุรงฺคสมนฺนาคตํ ทุกฺกรํ กตํ, ทุกฺกรการโก นาม มยา สทิโส นตฺถิ. ทุกฺกรกาเรน สุทฺธิยา สติ อหเมว สุทฺโธ ภเวยฺยนฺติ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. อปิจ อยํ สุนกฺขตฺโต ทุกฺกรการิกาย ปสนฺโน, โส จสฺส ปสนฺนภาโว, ‘‘อทฺทสา โข, ภคฺคว, สุนกฺขตฺโต ลิจฺฉวิปุตฺโต อเจลํ โกรกฺขตฺติยํ จตุกฺกุณฺฑิกํ ฉมานิกิณฺณํ ภกฺขสํ มุเขน ขาทนฺตํ มุเขน ภุญฺชนฺตํ. ทิสฺวานสฺส เอตทโหสิ ‘สาธุ รูโป วต, โภ, อยํ สมโณ จตุกฺกุณฺฑิโก ฉมานิกิณฺณํ ภกฺขสํ มุเขเนว ขาทติ, มุเขเนว ภุญฺชตี’’’ติ เอวมาทินา ปาถิกสุตฺเต (ที. นิ. ๓.๗) อาคตนเยน เวทิตพฺโพ.
อถ ภควา อยํ ทุกฺกรการิกาย ปสนฺโน, มยา จ เอตสฺมึ อตฺตภาเว ฐตฺวา จตุรงฺคสมนฺนาคตํ ทุกฺกรํ กตํ, ทุกฺกรกาเร ปสีทนฺเตนาปิ อเนน มยิ ปสีทิตพฺพํ สิยา, โสปิสฺส ปสาโท มยิ นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต อิมํ เทสนํ อารภิ.
ตตฺร พฺรหฺมจริยนฺติ ทานมฺปิ เวยฺยาวจฺจมฺปิ สิกฺขาปทมฺปิ พฺรหฺมวิหาราปิ ธมฺมเทสนาปิ เมถุนวิรติปิ สทารสนฺโตโสปิ อุโปสโถปิ อริยมคฺโคปิ สกลสาสนมฺปิ อชฺฌาสโยปิ วีริยมฺปิ วุจฺจติ.
‘‘กึ เต วตํ กึ ปน พฺรหฺมจริยํ,
กิสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก;
อิทฺธี ชุตี พลวีริยูปปตฺติ,
อิทญฺจ เต นาค มหาวิมานํ.
อหญฺจ ภริยา จ มนุสฺสโลเก,
สทฺธา อุโภ ทานปตี อหุมฺหา;
โอปานภูตํ เม ฆรํ ตทาสิ,
สนฺตปฺปิตา สมณพฺราหฺมณา จ.
ตํ เม วตํ ตํ ปน พฺรหฺมจริยํ,
ตสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก;
อิทฺธี ชุตี พลวีริยูปปตฺติ,
อิทญฺจ เม ธีร มหาวิมาน’’นฺติ. (ชา. ๒.๒๒.๑๕๙๒, ๑๕๙๓, ๑๕๙๕) –
อิมสฺมิญฺหิ ปุณฺณกชาตเก ทานํ พฺรหฺมจริยนฺติ วุตฺตํ.
‘‘เกน ปาณิ กามทโท, เกน ปาณิ มธุสฺสโว;
เกน เต พฺรหฺมจริเยน, ปุญฺญํ ปาณิมฺหิ อิชฺฌติ.
เตน ปาณิ กามทโท, เตน ปาณิ มธุสฺสโว;
เตน เม พฺรหฺมจริเยน, ปุญฺญํ ปาณิมฺหิ อิชฺฌตี’’ติ. (เป. ว. ๒๗๕) –
อิมสฺมึ องฺกุรเปตวตฺถุสฺมึ เวยฺยาวจฺจํ พฺรหฺมจริยนฺติ วุตฺตํ. ‘‘เอวํ โข ตํ, ภิกฺขเว, ติตฺติริยํ นาม พฺรหฺมจริยํ อโหสี’’ติ (จูฬว. ๓๑๑) อิมสฺมึ ติตฺติรชาตเก ปญฺจสิกฺขาปทํ พฺรหฺมจริยนฺติ วุตฺตํ. ‘‘ตํ โข ปน เม ปญฺจสิข พฺรหฺมจริยํ เนว นิพฺพิทาย น วิราคาย น นิโรธาย, ยาวเทว พฺรหฺมโลกูปปตฺติยา’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๒๙) อิมสฺมึ มหาโควินฺทสุตฺเต พฺรหฺมวิหารา พฺรหฺมจริยนฺติ วุตฺตํ. ‘‘เอกสฺมึ พฺรหฺมจริยสฺมึ, สหสฺสํ มจฺจุหายิน’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๑๘๔) เอตฺถ ธมฺมเทสนา พฺรหฺมจริยนฺติ วุตฺตา. ‘‘ปเร อพฺรหฺมจารี ภวิสฺสนฺติ, มยเมตฺถ พฺรหฺมจารี ภวิสฺสามา’’ติ (ม. นิ. ๑.๘๓) สลฺเลขสุตฺเต เมถุนวิรติ พฺรหฺมจริยนฺติ วุตฺตา.
‘‘มยญฺจ ภริยา นาติกฺกมาม,
อเมฺห จ ภริยา นาติกฺกมนฺติ;
อญฺญตฺร ตาหิ พฺรหฺมจริยํ จราม,
ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา น มียเร’’ติ. (ชา. ๑.๑๐.๙๗) –
มหาธมฺมปาลชาตเก สทารสนฺโตโส พฺรหฺมจริยนฺติ วุตฺโต.
‘‘หีเนน พฺรหฺมจริเยน, ขตฺติเย อุปปชฺชติ;
มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ, อุตฺตเมน วิสุชฺฌตี’’ติ. (ชา. ๑.๘.๗๕) –
เอวํ นิมิชาตเก อตฺตทมนวเสน กโต อฏฺฐงฺคิโก อุโปสโถ พฺรหฺมจริยนฺติ วุตฺโต. ‘‘อิทํ โข ปน เม, ปญฺจสิข, พฺรหฺมจริยํ เอกนฺตนิพฺพิทาย วิราคาย…เป… อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๒๙) มหาโควินฺทสุตฺตสฺมิญฺเญว อริยมคฺโค พฺรหฺมจริยนฺติ วุตฺโต. ‘‘ตยิทํ พฺรหฺมจริยํ อิทฺธญฺเจว ผีตญฺจ วิตฺถาริกํ พาหุชญฺญํ ปุถุภูตํ ยาว เทวมนุสฺเสหิ สุปฺปกาสิต’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๑๗๔) ปาสาทิกสุตฺเต สิกฺขตฺตยสงฺคหํ สาสนํ พฺรหฺมจริยนฺติ วุตฺตํ.
‘‘อปิ อตรมานานํ, ผลาสาว สมิชฺฌติ;
วิปกฺกพฺรหฺมจริโยสฺมิ, เอวํ ชานาหิ คามณี’’ติ. (ชา. ๑.๑.๘) –
เอตฺถ อชฺฌาสโย พฺรหฺมจริยนฺติ วุตฺโต. อิธ ปน วีริยํ พฺรหฺมจริยนฺติ อธิปฺเปตํ. วีริยพฺรหฺมจริยสฺส หิ อิทเมว สุตฺตํ. ตเทตํ เอกสฺมึ อตฺตภาเว จตุพฺพิธสฺส ทุกฺกรสฺส กตตฺตา จตุรงฺคสมนฺนาคตนฺติ วุตฺตํ.
ตปสฺสี สุทํ โหมีติ สุทนฺติ นิปาตมตฺตํ, ตปนิสฺสิตโก โหมีติ อตฺโถ. ปรมตปสฺสีติ ปรโม ตปสฺสี, ตปนิสฺสิตกานํ อุตฺตโม. ลูโข สุทํ โหมีติ ลูโข โหมิ. เชคุจฺฉีติ ปาปเชคุจฺฉิโก. ปวิวิตฺโต สุทํ โหมีติ ปวิวิตฺโต อหํ โหมิ. ตตฺราสฺสุ เม อิทํ, สาริปุตฺตาติ ตตฺร จตุรงฺเค พฺรหฺมจริเย อิทํ มม ตปสฺสิตาย โหติ, ตปนิสฺสิตกภาเว มยฺหํ อิทํ อเจลกาทิตปสฺสิตกตฺตํ โหตีติ ทสฺเสติ.
ตตฺถ อเจลโกติ นิจฺเจโล นคฺโค. มุตฺตาจาโรติ วิสฏฺฐาจาโร, อุจฺจารกมฺมาทีสุ โลกิยกุลปุตฺตาจาเรน วิรหิโต, ฐิตโกว อุจฺจารํ กโรมิ, ปสฺสาวํ กโรมิ, ขาทามิ ภุญฺชามิ จ. หตฺถาปเลขโนติ หตฺเถ ปิณฺฑมฺหิ ฐิเต ชิวฺหาย หตฺถํ อปลิขามิ, อุจฺจารํ วา กตฺวา หตฺถสฺมิญฺเญว ทณฺฑกสญฺญี หุตฺวา หตฺเถน อปลิขามีติ ทสฺเสติ. เต กิร ทณฺฑกํ สตฺโตติ ปญฺญเปนฺติ, ตสฺมา เตสํ ปฏิปทํ ปูเรนฺโต เอวมกาสิ. ภิกฺขาคหณตฺถํ เอหิ ภทฺทนฺเตติ วุตฺโต น เอตีติ น เอหิภทฺทนฺติโก. เตน หิ ติฏฺฐ ภทฺทนฺเตติ วุตฺโตปิ น ติฏฺฐตีติ น ติฏฺฐภทฺทนฺติโก. ตทุภยมฺปิ ติตฺถิยา เอวํ เอตสฺส วจนํ กตํ ภวิสฺสตีติ น กโรนฺติ. อหมฺปิ เอวํ อกาสินฺติ ทสฺเสติ. อภิหฏนฺติ ปุเรตรํ คเหตฺวา อาหฏํ ภิกฺขํ. อุทฺทิสฺสกตนฺติ อิทํ ตุเมฺห อุทฺทิสฺส กตนฺติ เอวํ อาโรจิตภิกฺขํ. น นิมนฺตนนฺติ อสุกํ นาม กุลํ วา วีถึ วา คามํ วา ปวิเสยฺยาถาติ เอวํ นิมนฺติตภิกฺขมฺปิ น สาทิยามิ น คณฺหามิ.
น กุมฺภิมุขาติ กุมฺภิโต อุทฺธริตฺวา ทิยฺยมานํ ภิกฺขํ น คณฺหามิ. น กโฬปิมุขาติ กโฬปีติ อุกฺขลิ วา ปจฺฉิ วา. ตโตปิ น คณฺหามิ. กสฺมา? กุมฺภิกโฬปิโย มํ นิสฺสาย กฏจฺฉุนา ปหารํ ลภนฺตีติ. น เอฬกมนฺตรนฺติ อุมฺมารํ อนฺตรํ กตฺวา ทิยฺยมานํ น คณฺหามิ. กสฺมา? อยํ มํ นิสฺสาย อนฺตรกรณํ ลภตีติ. ทณฺฑมุสเลสุปิ เอเสว นโย. น ทฺวินฺนนฺติ ทฺวีสุ ภุญฺชมาเนสุ เอกสฺมึ อุฏฺฐาย เทนฺเต น คณฺหามิ. กสฺมา? กพฬนฺตราโย โหตีติ. น คพฺภินิยาติอาทีสุ ปน คพฺภินิยา กุจฺฉิยํ ทารโก กิลมติ, ปายนฺติยา ทารกสฺส ขีรนฺตราโย โหติ, ปุริสนฺตรคตาย รติอนฺตราโย โหตีติ น คณฺหามิ. น สํกิตฺตีสูติ สํกิตฺเตตฺวา กตภตฺเตสุ. ทุพฺภิกฺขสมเย กิร อเจลกสาวกา อเจลกานํ อตฺถาย ตโต ตโต ตณฺฑุลาทีนิ สมาทเปตฺวา ภตฺตํ ปจนฺติ. อุกฺกฏฺฐาเจลโก ตโตปิ น ปฏิคฺคณฺหาติ.
น ยตฺถ สาติ ยตฺถ สุนโข ปิณฺฑํ ลภิสฺสามีติ อุปฏฺฐิโต โหติ, ตตฺถ ตสฺส อทตฺวา อาหฏํ น คณฺหามิ. กสฺมา? เอตสฺส ปิณฺฑนฺตราโย โหตีติ. สณฺฑสณฺฑจารินีติ สมูหสมูหจารินี, สเจ หิ อเจลกํ ทิสฺวา อิมสฺส ภิกฺขํ ทสฺสามาติ มานุสกา ภตฺตเคหํ ปวิสนฺติ. เตสุ จ ปวิสนฺเตสุ กโฬปิมุขาทีสุ นิลีนา มกฺขิกา อุปฺปติตฺวา สณฺฑสณฺฑา จรนฺติ. ตโต อาหฏํ ภิกฺขํ น คณฺหามิ. กสฺมา? มํ นิสฺสาย มกฺขิกานํ โคจรนฺตราโย ชาโตติ, อหมฺปิ ตถา อกาสึ. น ถุโสทกนฺติ สพฺพสสฺสสมฺภาเรหิ กตํ โลณโสวีรกํ. เอตฺถ จ สุราปานเมว สาวชฺชํ, อยํ ปน สพฺเพสุปิ สาวชฺชสญฺญี.
เอกาคาริโกติ โย เอกสฺมิญฺเญว เคเห ภิกฺขํ ลภิตฺวา นิวตฺตติ. เอกาโลปิโกติ โย เอเกเนว อาโลเปน ยาเปติ. ทฺวาคาริกาทีสุปิ เอเสว นโย. เอกิสฺสาปิ ทตฺติยาติ เอกาย ทตฺติยา. ทตฺติ นาม เอกา ขุทฺทกปาติ โหติ, ยตฺถ อคฺคภิกฺขํ ปกฺขิปิตฺวา ฐเปนฺติ. เอกาหิกนฺติ เอกทิวสนฺตริกํ. อทฺธมาสิกนฺติ อทฺธมาสนฺตริกํ. ปริยายภตฺตโภชนนฺติ วารภตฺตโภชนํ. เอกาหวาเรน ทฺวีหวาเรน สตฺตาหวาเรน อฑฺฒมาสวาเรนาติ เอวํ ทิวสวาเรน อาภตํ ภตฺตโภชนํ.
สากภกฺโขติ อลฺลสากภกฺโข. สามากภกฺโขติ สามากตณฺฑุลภกฺโข. นีวาราทีสุ นีวารา นาม ตาว อรญฺเญ สยํชาตวีหิชาติ. ททฺทุลนฺติ จมฺมกาเรหิ จมฺมํ ลิขิตฺวา ฉฑฺฑิตกสฏํ. หฏํ วุจฺจติ สิเลโสปิ เสวาโลปิ กณิการาทิรุกฺขนิยฺยาโสปิ. กณนฺติ กุณฺฑกํ. อาจาโมติ ภตฺตอุกฺขลิกาย ลคฺโค ฌามโอทโน, ตํ ฉฑฺฑิตฏฺฐาเน คเหตฺวา ขาทติ. ‘‘โอทนกญฺชิย’’นฺติปิ วทนฺติ. ปิญฺญากาทโย ปากฏา เอว. ปวตฺตผลโภชีติ ปติตผลโภชี.
สาณานีติ สาณวากโจฬานิ. มสาณานีติ มิสฺสกโจฬานิ. ฉวทุสฺสานีติ มตสรีรโต ฉฑฺฑิตวตฺถานิ. เอรกติณาทีนิ วา คนฺเถตฺวา กตนิวาสนานิ. ปํสุกูลานีติ ปถวิยํ ฉฑฺฑิตนนฺตกานิ. ติริตานีติ รุกฺขตฺตจวตฺถานิ. อชินนฺติ อชินมิคจมฺมํ. อชินกฺขิปนฺติ ตเทว มชฺเฌ ผาลิตํ. สขุรกนฺติปิ วทนฺติ. กุสจีรนฺติ กุสติณํ คนฺเถตฺวา กตจีรํ. วากจีรผลกจีเรสุปิ เอเสว นโย. เกสกมฺพลนฺติ มนุสฺสเกเสหิ กตกมฺพลํ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ยานิ กานิจิ, ภิกฺขเว, ตนฺตาวุตานํ วตฺถานํ, เกสกมฺพโล เตสํ ปฏิกุฏฺโฐ อกฺขายติ. เกสกมฺพโล, ภิกฺขเว, สีเต สีโต, อุเณฺห อุโณฺห, ทุพฺพณฺโณ ทุคฺคนฺโธ ทุกฺขสมฺผโส’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๓๘). วาลกมฺพลนฺติ อสฺสวาลาทีหิ กตกมฺพลํ. อุลูกปกฺขกนฺติ อุลูกปตฺตานิ คนฺเถตฺวา กตนิวาสนํ. อุพฺภฏฺฐโกติ อุทฺธํ ฐิตโก. อุกฺกุฏิกปฺปธานมนุยุตฺโตติ อุกฺกุฏิกวีริยํ อนุยุตฺโต, คจฺฉนฺโตปิ อุกฺกุฏิโกว หุตฺวา อุปฺปติตฺวา อุปฺปติตฺวา คจฺฉติ. กณฺฏกาปสฺสยิโกติ อยกณฺฏเก วา ปกติกณฺฏเก วา ภูมิยํ โกฏฺเฏตฺวา ตตฺถ จมฺมํ อตฺถริตฺวา ฐานจงฺกมาทีนิ กโรมีติ ทสฺเสติ. เสยฺยนฺติ สยนฺโตปิ ตตฺเถว เสยฺยํ กปฺเปมิ. สายํ ตติยมสฺสาติ สายตติยกํ. ปาโต มชฺฌนฺหิเก สายนฺติ ทิวสสฺส ติกฺขตฺตุํ ปาปํ ปวาเหสฺสามีติ อุทโกโรหนานุโยคํ อนุยุตฺโต วิหรามีติ ทสฺเสติ.
๑๕๖. เนกวสฺสคณิกนฺติ เนกวสฺสคณสญฺชาตํ. รโชชลฺลนฺติ รชมลํ, อิทํ อตฺตโน รโชชลฺลกวตสมาทานกาลํ สนฺธาย วทติ. เชคุจฺฉิสฺมินฺติ ปาปชิคุจฺฉนภาเว. ยาว อุทกพินฺทุมฺหิปีติ ยาว อุทกเถวเกปิ มม ทยา ปจฺจุปฏฺฐิตา โหติ, โก ปน วาโท อญฺเญสุ สกฺขรกฐลทณฺฑกวาลิกาทีสุ. เต กิร อุทกพินฺทุํ จ เอเต จ สกฺขรกฐลาทโย ขุทฺทกปาณาติ ปญฺญเปนฺติ. เตนาห ‘‘ยาว อุทกพินฺทุมฺหิปิ เม ทยา ปจฺจุปฏฺฐิตา โหตี’’ติ. อุทกพินฺทุมฺปิ น หนามิ น วินาเสมิ, กึ การณา. มาหํ ขุทฺทเก ปาเณ วิสมคเต สงฺฆาตํ อาปาเทสินฺติ. นินฺนถลติณคฺครุกฺขสาขาทีสุ วิสมฏฺฐาเน คเต อุทกพินฺทุสงฺขาเต ขุทฺทกปาเณ สงฺฆาตํ วธํ มา อาปาเทสินฺติ. เอตมตฺถํ ‘‘สโตว อภิกฺกมามี’’ติ ทสฺเสติ. อเจลเกสุ กิร ภูมึ อกฺกนฺตกาลโต ปภุติ สีลวา นาม นตฺถิ. ภิกฺขาจารํ คจฺฉนฺตาปิ ทุสฺสีลาว หุตฺวา คจฺฉนฺติ, อุปฏฺฐากานํ เคเห ภุญฺชนฺตาปิ ทุสฺสีลาว หุตฺวา ภุญฺชนฺติ. อาคจฺฉนฺตาปิ ทุสฺสีลาว หุตฺวา อาคจฺฉนฺติ. ยทา ปน โมรปิญฺเฉน ผลกํ สมฺมชฺชิตฺวา สีลํ อธิฏฺฐาย นิสีทนฺติ, ตทา สีลวนฺตา นาม โหนฺติ.
วนกมฺมิกนฺติ กนฺทมูลผลาผลาทีนํ อตฺถาย วเน วิจรนฺตํ. วเนน วนนฺติ วนโต วนํ, เอส นโย สพฺพตฺถ. สํปตามีติ คจฺฉามิ. อารญฺญโกติ อรญฺเญ ชาตวุทฺโธ, อิทํ อตฺตโน อาชีวกกาลํ สนฺธาย วทติ. โพธิสตฺโต กิร ปาสณฺฑปริคฺคณฺหณตฺถาย ตํ ปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ, นิรตฺถกภาวํ ปน ญตฺวาปิ น อุปฺปพฺพชฺชิโต, โพธิสตฺตา หิ ยํ ยํ ฐานํ อุเปนฺติ, ตโต อนิวตฺติตธมฺมา โหนฺติ, ปพฺพชิตฺวา ปน มา มํ โกจิ อทฺทสาติ ตโตว อรญฺญํ ปวิฏฺโฐ. เตเนวาห ‘‘มา มํ เต อทฺทสํสุ อหญฺจ มา เต อทฺทส’’นฺติ.
โคฏฺฐาติ โควชา. ปฏฺฐิตคาโวติ นิกฺขนฺตคาโว. ตตฺถ จตุกฺกุณฺฑิโกติ วนนฺเตเยว ฐิโต โคปาลกานํ คาวีหิ สทฺธึ อปคตภาวํ ทิสฺวา เทฺว หตฺเถ เทฺว จ ชณฺณุกานิ ภูมิยํ ฐเปตฺวา เอวํ จตุกฺกุณฺฑิโก อุปสงฺกมิตฺวาติ อตฺโถ. ตานิ สุทํ อาหาเรมีติ มหลฺลกวจฺฉกานํ โคมยานิ กสฏานิ นิโรชานิ โหนฺติ, ตสฺมา ตานิ วชฺเชตฺวา ยานิ ตรุณวจฺฉกานํ ขีรปาเนเนว วฑฺฒนฺตานํ สโอชานิ โคมยานิ ตานิ กุจฺฉิปูรํ ขาทิตฺวา ปุน วนสณฺฑเมว ปวิสติ. ตํ สนฺธายาห ‘‘ตานิ สุทํ อาหาเรมี’’ติ. ยาวกีวญฺจ เมติ ยตฺตกํ กาลํ มม สกํ มุตฺตกรีสํ อปริกฺขีณํ โหติ. ยาว เม ทฺวารวฬญฺโช ปวตฺติตฺถ, ตาว ตเทว อาหาเรมีติ อตฺโถ. กาเล ปน คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต ปริกฺขีณมํสโลหิโต อุปจฺฉินฺนทฺวารวฬญฺโช วจฺฉกานํ โคมยานิ อาหาเรมิ. มหาวิกฏโภชนสฺมินฺติ มหนฺเต วิกฏโภชเน, อปกติโภชเนติ อตฺโถ.
๑๕๗. ตตฺราสฺสุทํ, สาริปุตฺต, ภึสนกสฺส วนสณฺฑสฺส ภึสนกตสฺมึ โหตีติ. ตตฺราติ ปุริมวจนาเปกฺขนํ. สุทนฺติ ปทปูรณมตฺเต นิปาโต. สาริปุตฺตาติ อาลปนํ. อยํ ปเนตฺถ อตฺถโยชนา – ตตฺราติ ยํ วุตฺตํ อญฺญตรํ ภึสนกํ วนสณฺฑนฺติ, ตตฺร โย โส ภึสนโก วนสณฺโฑ วุตฺโต, ตสฺส ภึสนกสฺส วนสณฺฑสฺส ภึสนกตสฺมึ โหติ, ภึสนกกิริยาย โหตีติ อตฺโถ. กึ โหติ? อิทํ โหติ, โย โกจิ อวีตราโค…เป… โลมานิ หํสนฺตีติ.
อถ วา ตตฺราติ สามิอตฺเถ ภุมฺมํ. สุ อิติ นิปาโต. กึ สุ นาม เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณาติอาทีสุ วิย. อิทนฺติ อธิปฺเปตมตฺถํ ปจฺจกฺขํ วิย กตฺวา ทสฺสนวจนํ. สุทนฺติ สุ อิทํ, สนฺธิวเสน อิการโลโป เวทิตพฺโพ. จกฺขุนฺทฺริยํ อิตฺถินฺทฺริยํ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ กึ สูธวิตฺตนฺติอาทีสุ วิย. อยํ ปเนตฺถ อตฺถโยชนา, ตสฺส, สาริปุตฺต, ภึสนกสฺส วนสณฺฑสฺส ภึสนกตสฺมึ อิทํสุ โหตีติ. ภึสนกตสฺมินฺติ ภึสนกภาเวติ อตฺโถ. เอกสฺส ตการสฺส โลโป ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘ภึสนกตฺตสฺมิ’’นฺติเยว วา ปาโฐ, ภึสนกตาย อิติ วา วตฺตพฺเพ ลิงฺควิปลฺลาโส กโต, นิมิตฺตตฺเถ เจตํ ภุมฺมวจนํ. ตสฺมา เอวํ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ, ภึสนกภาเว อิทํสุ โหติ, ภึสนกภาวนิมิตฺตํ ภึสนกภาวเหตุ, ภึสนกภาวปจฺจยา อิทํสุ โหติ. โย โกจิ อวีตราโค ตํ วนสณฺฑํ ปวิสติ. เยภุยฺเยน โลมานิ หํสนฺติ พหุตรานิ โลมานิ หํสนฺติ, อุทฺธํ มุขานิ สูจิสทิสานิ กณฺฏกสทิสานิ จ หุตฺวา ติฏฺฐนฺติ, อปฺปานิ น หํสนฺติ, พหุตรานํ วา สตฺตานํ หํสนฺติ, อปฺปกานํ อติสูรปุริสานํ น หํสนฺตีติ.
อนฺตรฏฺฐกาติ มาฆมาสสฺส อวสาเน จตสฺโส, ผคฺคุณมาสสฺส อาทิมฺหิ จตสฺโสติ เอวํ อุภินฺนํ อนฺตเร อฏฺฐรตฺติ. อพฺโภกาเสติ มหาสตฺโต หิมปาตสมเย รตฺตึ อพฺโภกาเส วิหรติ, อถสฺส โลมกูเปสุ อาวุตมุตฺตา วิย หิมพินฺทูนิ ติฏฺฐนฺติ, สรีรํ เสตทุกูลปารุตํ วิย โหติ. ทิวา วนสณฺเฑติ ทิวา หิมพินฺทูสุ สูริยาตปสมฺผสฺเสน วิคเตสุ อสฺสาโสปิ ภเวยฺย, อยํ ปน สูริเย อุคฺคจฺฉนฺเตเยว วนสณฺฑํ ปวิสติ, ตตฺราปิสฺส สูริยาตเปน ปคฺฆรนฺตํ หิมํ สรีเรเยว ปตติ. ทิวา อพฺโภกาเส วิหรามิ รตฺตึ วนสณฺเฑติ คิมฺหกาเล กิเรส ทิวา อพฺโภกาเส วิหาสิ, เตนสฺส กจฺเฉหิ เสทธารา มุจฺจึสุ, รตฺตึ อสฺสาโส ภเวยฺย, อยํ ปน สูริเย อตฺถํ คจฺฉนฺเตเยว วนสณฺฑํ ปวิสติ. อถสฺส ทิวา คหิตอุเสฺม วนสณฺเฑ องฺคารกาสุยํ ปกฺขิตฺโต วิย อตฺตภาโว ปริทยฺหิตฺถ. อนจฺฉริยาติ อนุอจฺฉริยา. ปฏิภาสีติ อุปฏฺฐาสิ.
โสตตฺโตติ ทิวา อาตเปน รตฺตึ วนอุสฺมาย สุตตฺโต. โสสินฺโนติ รตฺตึ หิเมน ทิวา หิโมทเกน สุฏฺฐุ ตินฺโต. ภึสนเกติ ภยชนเก. นคฺโคติ นิจฺเจโล. นิวาสนปารุปเน หิ สติ สีตํ วา อุณฺหํ วา น อติพาเธยฺย, ตมฺปิ เม นตฺถีติ ทสฺเสติ. น จคฺคิมาสิโนติ อคฺคิมฺปิ น อุปคโต. เอสนาปสุโตติ สุทฺธิเอสนตฺถาย ปสุโต, ปยุตฺโต. มุนีติ, ตทา อตฺตานํ มุนีติ กตฺวา กเถติ.
ฉวฏฺฐิกานีติ อุปฑฺฒทฑฺฒานิ อฏฺฐีนิ. อุปธายาติ ยถา สีสูปธานญฺจ ปาทูปธานญฺจ ปญฺญายติ, เอวํ สนฺถริตฺวา ตตฺถ เสยฺยํ กปฺเปมีติ ทสฺเสติ. คามณฺฑลาติ โคปาลทารกา. เต กิร โพธิสตฺตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา, สุเมธ, ตฺวํ อิมสฺมึ ฐาเน กสฺมา นิสินฺโน, กเถหีติ วทนฺติ. โพธิสตฺโต อโธมุโข นิสีทติ, น กเถติ. อถ นํ เต อกเถตุํ น ทสฺสามาติ ปริวาเรตฺวา โอฏฺฐุภนฺติ สรีเร เขฬํ ปาเตนฺติ. โพธิสตฺโต เอวมฺปิ น กเถติ. อถ นํ ตฺวํ น กเถสีติ โอมุตฺเตนฺติ ปสฺสาวมสฺส อุปริ วิสฺสชฺเชนฺติ. โพธิสตฺโต เอวมฺปิ น กเถติเยว. ตโต นํ กเถหิ กเถหีติ ปํสุเกน โอกิรนฺติ. โพธิสตฺโต เอวมฺปิ น กเถติเยว. อถสฺส น กเถสีติ ทณฺฑกสลากา คเหตฺวา กณฺณโสเตสุ ปเวเสนฺติ. โพธิสตฺโต ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา อธิวาเสนฺโต กสฺสจิ กิญฺจิ น กริสฺสามีติ มตโก วิย อจฺฉติ. เตนาห ‘‘น โข ปนาหํ, สาริปุตฺต, อภิชานามิ เตสุ ปาปกํ จิตฺตํ อุปฺปาเทตา’’ติ. น มยา เตสุ ปาปกํ จิตฺตมฺปิ อุปฺปาทิตนฺติ อตฺโถ. อุเปกฺขาวิหารสฺมึ โหตีติ อุเปกฺขาวิหาโร โหติ. วิหาโร เอว หิ วิหารสฺมินฺติ วุตฺโต. เตเนว จ ‘‘อิทํสุ เม’’ติ เอตฺถาปิ อยํสุ เมติ เอวํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิมินา นเยน อญฺญานิปิ เอวรูปานิ ปทานิ เวทิตพฺพานิ. อิมินา อิโต เอกนวุติกปฺเป ปูริตํ อุเปกฺขาวิหารํ ทสฺเสติ. ยํ สนฺธายาห –
‘‘สุขปตฺโต น รชฺชามิ, ทุกฺเข น โหมิ ทุมฺมโน;
สพฺพตฺถ ตุลิโต โหมิ, เอสา เม อุเปกฺขาปารมี’’ติ.
ทุกฺกรการิกาทิสุทฺธิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อาหารสุทฺธิวณฺณนา
๑๕๘. อาหาเรน สุทฺธีติ โกลาทินา เอกจฺเจน ปริตฺตกอาหาเรน สกฺกา สุชฺฌิตุนฺติ เอวํทิฏฺฐิโน โหนฺติ. เอวมาหํสูติ เอวํ วทนฺติ. โกเลหีติ ปทเรหิ. โกโลทกนฺติ โกลานิ มทฺทิตฺวา กตปานกํ. โกลวิกตินฺติ โกลสาฬวโกลปูวโกลคุฬาทิโกลวิการํ. เอตปรโมติ เอตํ ปมาณํ ปรมํ อสฺสาติ เอตปรโม. ตทา เอกนวุติกปฺปมตฺถเก ปน น เพลุวปกฺกตาลปกฺกปมาโณ โกโล โหติ, ยํ เอตรหิ โกลสฺส ปมาณํ, เอตฺตโกว โหตีติ อตฺโถ.
๑๕๙. อธิมตฺตกสิมานนฺติ อติวิย กิสภาวํ. อาสีติกปพฺพานิ วา กาฬปพฺพานิ วาติ ยถา อาสีติกวลฺลิยา วา กาฬวลฺลิยา วา สนฺธิฏฺฐาเนสุ มิลายิตฺวา มชฺเฌ อุนฺนตุนฺนตานิ โหนฺติ, เอวํ มยฺหํ องฺคปจฺจงฺคานิ โหนฺตีติ ทสฺเสติ. โอฏฺฐปทนฺติ ยถา โอฏฺฐสฺส ปทํ มชฺเฌ คมฺภีรํ โหติ, เอวเมวํ โพธิสตฺตสฺส มิลาเต มํสโลหิเต วจฺจทฺวารสฺส อนฺโตปวิฏฺฐตฺตา อานิสทํ มชฺเฌ คมฺภีรํ โหติ. อถสฺส ภูมิยํ นิสินฺนฏฺฐานํ สรโปงฺเขน อกฺกนฺตํ วิย มชฺเฌ อุนฺนตํ โหติ. วฏฺฏนาวฬีติ ยถา รชฺชุยา อาวุนิตฺวา กตา วฏฺฏนาวฬี วฏฺฏนานํ อนฺตรนฺตรา นินฺนา โหติ, วฏฺฏนฏฺฐาเนสุ อุนฺนตา, เอวํ ปิฏฺฐิกณฺฏโก อุนฺนตาวนโต โหติ, ชรสาลาย โคปานสิโยติ ชิณฺณสาลาย โคปานสิโย, ตา วํสโต มุจฺจิตฺวา มณฺฑเล ปติฏฺฐหนฺติ, มณฺฑลโต มุจฺจิตฺวา ภูมิยนฺติ; เอวํ เอกา อุปริ โหติ, เอกา เหฏฺฐาติ โอลุคฺควิลุคฺคา ภวนฺติ. โพธิสตฺตสฺส ปน น เอวํ ผาสุฬิโย, ตสฺส หิ โลหิเต ฉินฺเน มํเส มิลาเต ผาสุฬนฺตเรหิ จมฺมานิ เหฏฺฐา โอติณฺณานิ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.
โอกฺขายิกาติ เหฏฺฐา อนุปวิฏฺฐา. ตสฺส กิร โลหิเต ฉินฺเน มํเส มิลาเต อกฺขิอาวาฏกา มตฺถลุงฺคํ อาหจฺจ อฏฺฐํสุ, เตนสฺส เอวรูปา อกฺขิตารกา อเหสุํ. อามกจฺฉินฺโนติ อติตรุณกาเล ฉินฺโน, โส หิ วาตาตเปน สํผุสติ เจว มิลายติ จ. ยาวสฺสุ เม, สาริปุตฺตาติ, สาริปุตฺต, มยฺหํ อุทรจฺฉวิ ยาว ปิฏฺฐิกณฺฏกํ อลฺลีนา โหติ. อถ วา ยาวสฺสุ เม, สาริปุตฺต, ภาริยภาริยา อโหสิ ทุกฺกรการิกา, มยฺหํ อุทรจฺฉวิ ยาว ปิฏฺฐิกณฺฏกํ อลฺลีนา อโหสีติ เอวเมตฺถ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ปิฏฺฐิกณฺฏกํเยว ปริคฺคณฺหามีติ สหอุทรจฺฉวึ คณฺหามิ. อุทรจฺฉวึเยว ปริคฺคณฺหามีติ สหปิฏฺฐิกณฺฏกํ คณฺหามิ. อวกุชฺโช ปปตามีติ ตสฺส หิ อุจฺจารปสฺสาวตฺถาย นิสินฺนสฺส ปสฺสาโว เนว นิกฺขมติ, วจฺจํ ปน เอกํ เทฺว กฏกฏฺฐิมตฺตํ นิกฺขมติ. พลวทุกฺขํ อุปฺปาเทติ. สรีรโต เสทา มุจฺจนฺติ, ตตฺเถว อวกุชฺโช ภูมิยํ ปตติ. เตนาห ‘‘อวกุชฺโช ปปตามี’’ติ. ตเมว กายนฺติ ตํ เอกนวุติกปฺปมตฺถเก กายํ. มหาสจฺจกสุตฺเต ปน ปจฺฉิมภวิกกายํ สนฺธาย อิมเมว กายนฺติ อาห. ปูติมูลานีติ มํเส วา โลหิเต วา สติ ติฏฺฐนฺติ. ตสฺส ปน อภาเว จมฺมขณฺเฑ โลมานิ วิย หตฺเถเยว ลคฺคนฺติ, ตํ สนฺธายาห ‘‘ปูติมูลานิ โลมานิ กายสฺมา ปตนฺตี’’ติ.
อลมริยญาณทสฺสนวิเสสนฺติ อริยภาวํ กาตุํ สมตฺถํ โลกุตฺตรมคฺคํ. อิมิสฺสาเยว อริยาย ปญฺญายาติ วิปสฺสนาปญฺญาย อนธิคมา. ยายํ อริยาติ ยา อยํ มคฺคปญฺญา อธิคตา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา เอตรหิ วิปสฺสนาปญฺญาย อธิคตตฺตา มคฺคปญฺญา อธิคตา, เอวํ เอกนวุติกปฺปมตฺถเก วิปสฺสนาปญฺญาย อนธิคตตฺตา โลกุตฺตรมคฺคปญฺญํ นาธิคโตสฺมีติ, มชฺฌิมภาณกตฺเถรา ปนาหุ, อิมิสฺสาเยวาติ วุตฺตปญฺญาปิ ยายํ อริยาติ วุตฺตปญฺญาปิ มคฺคปญฺญาเยว. อถ เน ภิกฺขู อาหํสุ ‘‘เอวํ สนฺเต มคฺคสฺส อนธิคตตฺตา มคฺคํ นาธิคโตสฺมีติ อิทํ วุตฺตํ โหติ, ภนฺเต’’ติ. อาวุโส, กิญฺจาปิ ทีเปตุํ น สกฺโกมิ, เทฺวปิ ปน มคฺคปญฺญาเยวาติ, เอตเทว เจตฺถ ยุตฺตํ. อิตรถา หิ ยา อยนฺติ นิทฺเทโส อนนุรูโป สิยา.
อาหารสุทฺธิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สํสารสุทฺธิอาทิวณฺณนา
๑๖๐. สํสาเรน สุทฺธีติ พหุกํ สํสริตฺวา สุชฺฌนฺตีติ วทนฺติ. อุปปตฺติยา สุทฺธีติ พหุกํ อุปปชฺชิตฺวา สุชฺฌนฺตีติ วทนฺติ. อาวาเสน สุทฺธีติ พหูสุ ฐาเนสุ วสิตฺวา สุชฺฌนฺตีติ วทนฺติ. ตีสุปิ ฐาเนสุ สํสรณกวเสน สํสาโร. อุปปชฺชนกวเสน อุปปตฺติ. วสนกวเสน อาวาโสติ ขนฺธาเยว วุตฺตา. ยญฺเญนาติ พหุยาเค ยชิตฺวา สุชฺฌนฺตีติ วทนฺติ. มุทฺธาวสิตฺเตนาติ ตีหิ สงฺเขหิ ขตฺติยาภิเสเกน มุทฺธนิ อภิสิตฺเตน. อคฺคิปาริจริยายาติ พหุอคฺคิปริจรเณน สุชฺฌนฺตีติ วทนฺติ.
๑๖๑. ทหโรติ ตรุโณ. ยุวาติ โยพฺพเนน สมนฺนาคโต. สุสุกาฬเกโสติ สุฏฺฐุ กาฬเกโส. ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโตติ อิมินาสฺส เยน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต ยุวา, ตํ โยพฺพนํ ภทฺทํ ลทฺธกนฺติ ทสฺเสติ. ปฐเมน วยสาติ ปฐมวโย นาม เตตฺตึส วสฺสานิ, เตน สมนฺนาคโตติ อตฺโถ, ปญฺญาเวยฺยตฺติเยนาติ ปญฺญาเวยฺยตฺติภาเวน. ชิณฺโณติ ชราชิณฺโณ. วุทฺโธติ วฑฺฒิตฺวา ฐิตองฺคปจฺจงฺโค. มหลฺลโกติ ชาติมหลฺลโก. อทฺธคโตติ พหุอทฺธานํ คโต จิรกาลาติกฺกนฺโต. วโย อนุปฺปตฺโตติ วสฺสสตสฺส ตติยโกฏฺฐาสํ ปจฺฉิมวยํ อนุปฺปตฺโต. อาสีติโก เม วโย วตฺตตีติ อิมํ กิร สุตฺตํ ภควา ปรินิพฺพานสํวจฺฉเร กเถสิ. ตสฺมา เอวมาห. ปรมายาติ อุตฺตมาย. สติยาติอาทีสุ ปทสตมฺปิ ปทสหสฺสมฺปิ วทนฺตสฺเสว คหณสมตฺถตา สติ นาม. ตเทว อาธารณอุปนิพนฺธนสมตฺถตา คติ นาม. เอวํ คหิตํ ธาริตํ สชฺฌายํ กาตุํ สมตฺถวีริยํ ธิติ นาม. ตสฺส อตฺถญฺจ การณญฺจ ทสฺสนสมตฺถตา ปญฺญาเวยฺยตฺติยํ นาม.
ทฬฺหธมฺมา ธนุคฺคโหติ ทฬฺหํ ธนุํ คเหตฺวา ฐิโต อิสฺสาโส. ทฬฺหธนุ นาม ทฺวิสหสฺสถามํ วุจฺจติ, ทฺวิสหสฺสถามํ นาม ยสฺส อาโรปิตสฺส ชิยาพทฺโธ โลหสีสาทีนํ ภาโร ทณฺเฑ คเหตฺวา ยาว กณฺฑปฺปมาณา อุกฺขิตฺตสฺส ปถวิโต มุจฺจติ. สิกฺขิโตติ ทส ทฺวาทส วสฺสานิ อาจริยกุเล อุคฺคหิตสิปฺโป. กตหตฺโถติ โกจิ สิปฺปเมว อุคฺคณฺหาติ. กตหตฺโถ น โหติ, อยํ ปน กตหตฺโถ จิณฺณวสีภาโว. กตูปาสโนติ ราชกุลาทีสุ ทสฺสิตสิปฺโป. ลหุเกน อสเนนาติ อนฺโต สุสิรํ กตฺวา ตูลาทีนิ ปูเรตฺวา กตลาขาปริกมฺเมน สลฺลหุกกณฺเฑน. เอวํ กตญฺหิ เอกอุสภคามี เทฺว อุสภานิ คจฺฉติ, อฏฺฐอุสภคามี โสฬสอุสภานิ คจฺฉติ. อปฺปกสิเรนาติ นิทุกฺเขน. อติปาเตยฺยาติ อติกฺกเมยฺย. เอวํ อธิมตฺตสติมนฺโตติ ยถา โส ธนุคฺคโห ตํ วิทตฺถิจตุรงฺคุลฉายํ สีฆํ เอว อติกฺกเมติ, เอวํ ปทสตมฺปิ ปทสหสฺสมฺปิ อุคฺคเหตุํ อุปธาเรตุํ สชฺฌายิตุํ อตฺถการณานิ จ อุปปริกฺขิตุํ สมตฺถาติ อตฺโถ. อญฺญตฺร อสิตปีตขายิตสายิตาติ อสิตปีตาทีนิ หิ ภควตาปิ กาตพฺพานิ โหนฺติ, ภิกฺขูหิปิ. ตสฺมา เตสํ กรณมตฺตกาลํ ฐเปตฺวาติ ทสฺเสติ.
อปริยาทินฺนาเยวาติ อปริกฺขีณาเยว. สเจ หิ เอโก ภิกฺขุ กายานุปสฺสนํ ปุจฺฉติ, อญฺโญ เวทนานุปสฺสนํ, อญฺโญ จิตฺตานุปสฺสนํ, อยฺโย ธมฺมานุปสฺสนํ. อิมินา ปุฏฺฐํ อหํ ปุจฺฉิสฺสามีติ เอโก เอกํ น โอโลเกติ. เอวํ สนฺเตปิ เตสํ วาโร ปญฺญายติ. เอวํ พุทฺธานํ ปน วาโร น ปญฺญายติ, วิทตฺถิจตุรงฺคุลฉายํ อติกฺกมโต ปุเรตรํเยว ภควา จุทฺทสวิเธน กายานุปสฺสนํ, นววิเธน เวทนานุปสฺสนํ, โสฬสวิเธน จิตฺตานุปสฺสนํ, ปญฺจวิเธน ธมฺมานุปสฺสนํ กเถติ. ติฏฺฐนฺตุ วา ตาว เอเต จตฺตาโร. สเจ หิ อญฺเญ จตฺตาโร สมฺมปฺปธาเนสุ, อญฺเญ อิทฺธิปาเทสุ, อญฺเญ ปญฺจ อินฺทฺริเยสุ, อญฺเญ ปญฺจ พเลสุ, อญฺเญ สตฺต โพชฺฌงฺเคสุ, อญฺเญ อฏฺฐ มคฺคงฺเคสุ ปญฺหํ ปุจฺเฉยฺยุํ, ตมฺปิ ภควา กเถยฺย. ติฏฺฐนฺตุ วา เอเต อฏฺฐ. สเจ อญฺเญ สตฺตตึส ชนา โพธิปกฺขิเยสุ ปญฺหํ ปุจฺเฉยฺยุํ, ตมฺปิ ภควา ตาวเทว กเถยฺย. กสฺมา? ยาวตา หิ โลกิยมหาชนา เอกํ ปทํ กเถนฺติ. ตาว อานนฺทตฺเถโร อฏฺฐ ปทานิ กเถติ. อานนฺทตฺเถเร ปน เอกํ ปทํ กเถนฺเตเยว ภควา โสฬสปทานิ กเถติ. กสฺมา? ภควโต หิ ชิวฺหา มุทุกา ทนฺตาวรณํ สุผุสิตํ วจนํ อคลิตํ ภวงฺคปริวาโส ลหุโก. เตนาห ‘‘อปริยาทินฺนาเยวสฺส, สาริปุตฺต, ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนา’’ติ.
ตตฺถ ธมฺมทเสนาติ ตนฺติฐปนา. ธมฺมปทพฺยญฺชนนฺติ ปาฬิยา ปทพฺยญฺชนํ, ตสฺส ตสฺส อตฺถสฺส พฺยญฺชนกํ อกฺขรํ. ปญฺหปฏิภานนฺติ ปญฺหพฺยากรณํ. อิมินา กึ ทสฺเสติ? ตถาคโต ปุพฺเพ ทหรกาเล อกฺขรานิ สมฺปิณฺเฑตฺวา ปทํ วตฺตุํ สกฺโกติ, ปทานิ สมฺปิณฺเฑตฺวา คาถํ วตฺตุํ สกฺโกติ, จตุอกฺขเรหิ วา อฏฺฐอกฺขเรหิ วา โสฬสอกฺขเรหิ วา ปเทหิ ยุตฺตาย คาถาย อตฺถํ วตฺตุํ สกฺโกติ. อิทานิ ปน มหลฺลกกาเล อกฺขรานิ สมฺปิณฺเฑตฺวา ปทํ วา, ปทานิ สมฺปิณฺเฑตฺวา คาถํ วา, คาถาย อตฺถํ วา วตฺตุํ น สกฺโกตีติ เอวํ นตฺถิ. ทหรกาเล จ มหลฺลกกาเล จ สพฺพเมตํ ตถาคตสฺส อปริยาทินฺนเมวาติ อิมํ ทสฺเสติ. มญฺจเกน เจปิ มนฺติ อิทํ พุทฺธพลทีปนตฺถเมว ปริกปฺเปตฺวา อาห. ทสพลํ ปน มญฺจเก อาโรเปตฺวา คามนิคมราชธานิโย ปริหรณกาโล นาม นตฺถิ. ตถาคตา หิ ปญฺจเม อายุโกฏฺฐาเส ขณฺฑิจฺจาทีหิ อนภิภูตา สุวณฺณวณฺณสรีรสฺส เววณฺณิเย อนนุปฺปตฺเต เทวมนุสฺสานํ ปิยมนาปกาเลเยว ปรินิพฺพายนฺติ.
๑๖๒. นาคสมาโลติ ตสฺส เถรสฺส นามํ. ปฐมโพธิยญฺหิ วีสติวสฺสพฺภนฺตเร อุปวานนาคิตเมฆิยตฺเถรา วิย อยมฺปิ ภควโต อุปฏฺฐาโก อโหสิ. พีชยมาโนติ มนฺทมนฺเทน ตาลวณฺฏวาเตน ภควโต อุตุสุขํ สมุฏฺฐาปยมาโน. เอตทโวจาติ สกลสุตฺตนฺตํ สุตฺวา ภควโต ปุพฺพจริตํ ทุกฺกรการกํ อาคมฺม ปสนฺโน เอตํ ‘‘อจฺฉริยํ ภนฺเต’’ติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ อจฺฉรํ ปหริตุํ ยุตฺตนฺติ อจฺฉริยํ. อภูตปุพฺพํ ภูตนฺติ อพฺภุตํ. อุภเยนปิ อตฺตโน วิมฺหยเมว ทีเปติ. โก นาโม อยํ ภนฺเตติ อิทํ ภทฺทโก วตายํ ธมฺมปริยาโย, หนฺทสฺส ภควนฺตํ อายาจิตฺวา นามํ คณฺหาเปมีติ อธิปฺปาเยน อาห. อถสฺส ภควา นามํ คณฺหนฺโต ตสฺมา ติห ตฺวนฺติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ, ยสฺมา อิทํ สุตฺตํ สุตฺวา ตว โลมานิ หฏฺฐานิ, ตสฺมา ติห ตฺวํ, นาคสมาล, อิมํ ธมฺมปริยายํ ‘‘โลมหํสน ปริยาโย’’เตฺวว นํ ธาเรหีติ.
สํสารสุทฺธิอาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
มหาสีหนาทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.