๖. อากงฺเขยฺยสุตฺตวณฺณนา
๖๔. เอวํ เม สุตนฺติ อากงฺเขยฺยสุตฺตํ. ตตฺถ สมฺปนฺนสีลาติ ติวิธํ สมฺปนฺนํ ปริปุณฺณสมงฺคิมธุรวเสน. ตตฺถ –
‘‘สมฺปนฺนํ สาลิเกทารํ, สุวา ภุญฺชนฺติ โกสิย;
ปฏิเวเทมิ เต พฺรเหฺม, น นํ วาเรตุมุสฺสเห’’ติ. (ชา. ๑.๑๔.๑);
อิทํ ปริปุณฺณสมฺปนฺนํ นาม. ‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต อุปาคโต สมุปาคโต อุปปนฺโน สมฺปนฺโน สมนฺนาคโต’’ติ (วิภ. ๕๑๑) อิทํ สมงฺคิสมฺปนฺนํ นาม. ‘‘อิมิสฺสา, ภนฺเต, มหาปถวิยา เหฏฺฐิมตลํ สมฺปนฺนํ, เสยฺยถาปิ ขุทฺทมธุํ อเนฬกํ, เอวมสฺสาท’’นฺติ (ปารา. ๑๗) อิทํ มธุรสมฺปนฺนํ นาม. อิธ ปน ปริปุณฺณสมฺปนฺนมฺปิ สมงฺคิสมฺปนฺนมฺปิ วฏฺฏติ. ตสฺมา สมฺปนฺนสีลาติ ปริปุณฺณสีลา หุตฺวาติปิ สีลสมงฺคิโน หุตฺวาติปิ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิพฺโพ. สีลนฺติ เกนฏฺเฐน สีลํ? สีลนฏฺเฐน สีลํ. ตสฺส วิตฺถารกถา วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตา.
ตตฺถ ‘‘ปริปุณฺณสีลา’’ติ อิมินา อตฺเถน เขตฺตโทสวิคเมน เขตฺตปาริปูรี วิย สีลโทสวิคเมน สีลปาริปูรี วุตฺตา โหติ. ยถา หิ เขตฺตํ พีชขณฺฑํ วปฺปขณฺฑํ อุทกขณฺฑํ อูสขณฺฑนฺติ จตุโทสสมนฺนาคตํ อปริปูรํ โหติ.
ตตฺถ พีชขณฺฑํ นาม ยตฺถ อนฺตรนฺตรา พีชานิ ขณฺฑานิ วา ปูตีนิ วา โหนฺติ, ตานิ ยตฺถ วปนฺติ, ตตฺถ สสฺสํ น อุฏฺเฐติ, เขตฺตํ ขณฺฑํ โหติ. วปฺปขณฺฑํ นาม ยตฺถ อกุสโล พีชานิ วปนฺโต อนฺตรนฺตรา นิปาเตติ. เอวญฺหิ สพฺพตฺถ สสฺสํ น อุฏฺเฐติ, เขตฺตํ ขณฺฑํ โหติ. อุทกขณฺฑํ นาม ยตฺถ กตฺถจิ อุทกํ อติพหุ วา น วา โหติ, ตตฺราปิ หิ สสฺสานิ น อุฏฺเฐนฺติ, เขตฺตํ ขณฺฑํ โหติ. อูสขณฺฑํ นาม ยตฺถ กสฺสโก กิสฺมิญฺจิ ปเทเส นงฺคเลน ภูมึ จตฺตาโร ปญฺจ วาเร กสนฺโต อติคมฺภีรํ กโรติ, ตโต อูสํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺราปิ หิ สสฺสํ น อุฏฺเฐติ, เขตฺตํ ขณฺฑํ โหติ, ตาทิสญฺจ เขตฺตํ น มหปฺผลํ โหติ น มหานิสํสํ, ตตฺราปิ หิ พหุมฺปิ วปิตฺวา อปฺปํ ลภติ. อิเมสํ ปน จตุนฺนํ โทสานํ วิคมา เขตฺตํ ปริปุณฺณํ โหติ. ตาทิสญฺจ เขตฺตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ. เอวเมว ขณฺฑํ ฉิทฺทํ สพลํ กมฺมาสนฺติ จตุโทสสมนฺนาคตํ สีลํ อปริปูรํ โหติ. ตาทิสญฺจ สีลํ น มหปฺผลํ โหติ, น มหานิสํสํ. อิเมสํ ปน จตุนฺนํ โทสานํ วิคมา สีลเขตฺตํ ปริปุณฺณํ โหติ, ตาทิสญฺจ สีลํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ.
‘‘สีลสมงฺคิโน’’ติ อิมินา ปนตฺเถน สีเลน สมงฺคิภูตา สโมธานํ คตา สมนฺนาคตา หุตฺวา วิหรถาติ อิทเมว วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ ทฺวีหิ การเณหิ สมฺปนฺนสีลตา โหติ สีลวิปตฺติยา จ อาทีนวทสฺสเนน สีลสมฺปตฺติยา จ อานิสํสทสฺสเนน. ตทุภยมฺปิ วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตํ.
ตตฺถ ‘‘สมฺปนฺนสีลา’’ติ เอตฺตาวตา กิร ภควา จตุปาริสุทฺธิสีลํ อุทฺทิสิตฺวา ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุตา’’ติ อิมินา ตตฺถ เชฏฺฐกสีลํ วิตฺถาเรตฺวา ทสฺเสสีติ ทีปวิหารวาสี สุมนตฺเถโร อาห. อนฺเตวาสิโก ปนสฺส เตปิฏกจูฬนาคตฺเถโร อาห – อุภยตฺถาปิ ปาติโมกฺขสํวโร ภควตา วุตฺโต, ปาติโมกฺขสํวโรเยว หิ สีลํ. อิตรานิ ปน ตีณิ สีลนฺติ วุตฺตฏฺฐานํ นาม อตฺถีติ อนนุชานนฺโต วตฺวา อาห – ‘‘อินฺทฺริยสํวโร นาม ฉทฺวารรกฺขามตฺตกเมว, อาชีวปาริสุทฺธิ ธมฺเมน สเมน ปจฺจยุปฺปตฺติมตฺตกํ, ปจฺจยนิสฺสิตํ ปฏิลทฺธปจฺจเย อิทมตฺถนฺติ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชนมตฺตกํ. นิปฺปริยาเยน ปาติโมกฺขสํวโรว สีลํ. ยสฺส โส ภินฺโน, อยํ ฉินฺนสีโส วิย ปุริโส หตฺถปาเท เสสานิ รกฺขิสฺสตีติ น วตฺตพฺโพ. ยสฺส ปน โส อโรโค, อยํ อจฺฉินฺนสีโส วิย ปุริโส ชีวิตํ เสสานิ ปุน ปากติกานิ กตฺวา รกฺขิตุํ สกฺโกติ. ตสฺมา ‘สมฺปนฺนสีลา’ติ อิมินา ปาติโมกฺขสํวรํ อุทฺทิสิตฺวา ‘สมฺปนฺนปาติโมกฺขา’ติ ตสฺเสว เววจนํ วตฺวา ตํ วิตฺถาเรตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุตา’ติอาทิมาหา’’ติ.
ตตฺถ ปาติโมกฺขสํวรสํวุตาติ ปาติโมกฺขสํวเรน สมนฺนาคตา. อาจารโคจรสมฺปนฺนาติ อาจาเรน จ โคจเรน จ สมฺปนฺนา. อณุมตฺเตสูติ อปฺปมตฺตเกสุ. วชฺเชสูติ อกุสลธมฺเมสุ. ภยทสฺสาวีติ ภยทสฺสิโน. สมาทายาติ สมฺมา อาทิยิตฺวา. สิกฺขถ สิกฺขาปเทสูติ สิกฺขาปเทสุ ตํ ตํ สิกฺขาปทํ สมาทิยิตฺวา สิกฺขถ. อปิจ สมาทาย สิกฺขถ สิกฺขาปเทสูติ ยํกิญฺจิ สิกฺขาโกฏฺฐาเสสุ สิกฺขิตพฺพํ กายิกํ วาจสิกญฺจ, ตํ สพฺพํ สมาทาย สิกฺขถาติ อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปน สพฺพาเนตานิ ปาติโมกฺขสํวราทีนิ ปทานิ วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตานิ.
๖๕. อากงฺเขยฺย เจติ อิทํ กสฺมา อารทฺธํ? สีลานิสํสทสฺสนตฺถํ. สเจปิ อจิรปพฺพชิตานํ วา ทุปฺปญฺญานํ วา เอวมสฺส ‘‘ภควา สีลํ ปูเรถาติ วทติ, โก นุ โข สีลปูรเณ อานิสํโส, โก วิเสโส, กา วฑฺฒี’’ติ? เตสํ สตฺตรส อานิสํเส ทสฺเสตุํ เอวมาห. อปฺเปว นาม เอตํ สพฺรหฺมจารีนํ ปิยมนาปตาทิอาสวกฺขยปริโยสานํ อานิสํสํ สุตฺวาปิ สีลํ ปริปูเรยฺยุนฺติ. วิสกณฺฏกวาณิโช วิย. วิสกณฺฏกวาณิโช นาม คุฬวาณิโช วุจฺจติ.
โส กิร คุฬผาณิตขณฺฑสกฺขราทีนิ สกเฏนาทาย ปจฺจนฺตคามํ คนฺตฺวา ‘‘วิสกณฺฏกํ คณฺหถ, วิสกณฺฏกํ คณฺหถา’’ติ อุคฺโฆเสสิ. ตํ สุตฺวา คามิกา ‘‘วิสํ นาม กกฺขฬํ, โย นํ ขาทติ, โส มรติ, กณฺฏกมฺปิ วิชฺฌิตฺวา มาเรติ, อุโภเปเต กกฺขฬา, โก เอตฺถ อานิสํโส’’ติ เคหทฺวารานิ ถเกสุํ, ทารเก จ ปลาเปสุํ. ตํ ทิสฺวา วาณิโช ‘‘อโวหารกุสลา อิเม คามิกา, หนฺท เน อุปาเยน คณฺหาเปมี’’ติ ‘‘อติมธุรํ คณฺหถ, อติสาทุํ คณฺหถ, คุฬํ ผาณิตํ สกฺขรํ สมคฺฆํ ลพฺภติ, กูฏมาสกกูฏกหาปณาทีหิปิ ลพฺภตี’’ติ อุคฺโฆเสสิ. ตํ สุตฺวา คามิกา หฏฺฐตุฏฺฐา อาคนฺตฺวา พหุมฺปิ มูลํ ทตฺวา คเหสุํ. ตตฺถ วาณิชสฺส ‘‘วิสกณฺฏกํ คณฺหถา’’ติ อุคฺโฆสนํ วิย ภควโต ‘‘สมฺปนฺนสีลา, ภิกฺขเว, วิหรถ…เป… สมาทาย สิกฺขถ สิกฺขาปเทสู’’ติ วจนํ. ‘‘อุโภเปเต กกฺขฬา, โก เอตฺถ อานิสํโส’’ติ คามิกานํ จินฺตนํ วิย ภควา ‘‘สมฺปนฺนสีลา วิหรถา’’ติ อาห, ‘‘สีลญฺจ นาเมตํ กกฺขฬํ ผรุสํ ขิฑฺฑาทิปจฺจนีกํ, โก นุ โข สมฺปนฺนสีลานํ อานิสํโส’’ติ ภิกฺขูนํ จินฺตนํ. อถ ตสฺส วาณิชสฺส ‘‘อติมธุรํ คณฺหถา’’ติอาทิวจนํ วิย ภควโต ปิยมนาปตาทิอาสวกฺขยปริโยสานํ สตฺตรสอานิสํสปฺปกาสนตฺถํ ‘‘อากงฺเขยฺย เจ’’ติอาทิวจนํ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ อากงฺเขยฺย เจติ ยทิ อากงฺเขยฺย ยทิ อิจฺเฉยฺย. ปิโย จ อสฺสนฺติ ปิยจกฺขูหิ สมฺปสฺสิตพฺโพ, สิเนหุปฺปตฺติยา ปทฏฺฐานภูโต ภเวยฺยนฺติ วุตฺตํ โหติ. มนาโปติ เตสํ มนวฑฺฒนโก, เตสํ วา มเนน ปตฺตพฺโพ, เมตฺตจิตฺเตน ผริตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ. ครูติ เตสํ ครุฏฺฐานิโย ปาสาณจฺฉตฺตสทิโส. ภาวนีโยติ ‘‘อทฺธา อยมายสฺมา ชานํ ชานาติ ปสฺสํ ปสฺสตี’’ติ เอวํ สมฺภาวนีโย. สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการีติ จตุปาริสุทฺธิสีเลสุเยว ปริปูรการี อสฺส, อนูเนน ปริปูริตากาเรน สมนฺนาคโต ภเวยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. อชฺฌตฺตํ เจโตสมถมนุยุตฺโตติ อตฺตโน จิตฺตสมเถ ยุตฺโต, เอตฺถ หิ อชฺฌตฺตนฺติ วา อตฺตโนติ วา เอตํ เอกตฺถํ, พฺยญฺชนเมว นานํ. ภุมฺมตฺเถ ปเนตํ สมถนฺติ อุปโยควจนํ. อนูติ อิมินา อุปสคฺเคน โยเค สิทฺธํ. อนิรากตชฺฌาโนติ พหิ อนีหฏชฺฌาโน, อวินาสิตชฺฌาโน วา, นีหรณวินาสตฺถญฺหิ อิทํ นิรากรณํ นาม. ถมฺภํ นิรํกตฺวา นิวาตวุตฺตีติอาทีสุ จสฺส ปโยโค ทฏฺฐพฺโพ.
วิปสฺสนาย สมนฺนาคโตติ สตฺตวิธาย อนุปสฺสนาย ยุตฺโต, สตฺตวิธา อนุปสฺสนา นาม อนิจฺจานุปสฺสนา ทุกฺขานุปสฺสนา อนตฺตานุปสฺสนา นิพฺพิทานุปสฺสนา วิราคานุปสฺสนา นิโรธานุปสฺสนา ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนาติ. ตา วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตา. พฺรูเหตา สุญฺญาคารานนฺติ วฑฺเฒตา สุญฺญาคารานํ, เอตฺถ จ สมถวิปสฺสนาวเสน กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา รตฺตินฺทิวํ สุญฺญาคารํ ปวิสิตฺวา นิสีทมาโน ภิกฺขุ ‘‘พฺรูเหตา สุญฺญาคาราน’’นฺติ เวทิตพฺโพ. เอกภูมกาทิปาสาเท กุรุมาโนปิ ปน เนว สุญฺญาคารานํ พฺรูเหตาติ ทฏฺฐพฺโพติ.
เอตฺตาวตา จ ยถา ตณฺหาวิจริตเทสนา ปฐมํ ตณฺหาวเสน อารทฺธาปิ ตณฺหาปทฏฺฐานตฺตา มานทิฏฺฐีนํ มานทิฏฺฐิโย โอสริตฺวา กเมน ปปญฺจตฺตยเทสนา ชาตา, เอวมยํ เทสนา ปฐมํ อธิสีลสิกฺขาวเสน อารทฺธาปิ สีลปทฏฺฐานตฺตา สมถวิปสฺสนานํ สมถวิปสฺสนาโย โอสริตฺวา กเมน สิกฺขตฺตยเทสนา ชาตาติ เวทิตพฺพา.
เอตฺถ หิ ‘‘สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี’’ติ เอตฺตาวตา อธิสีลสิกฺขา วุตฺตา. ‘‘อชฺฌตฺตํ เจโตสมถมนุยุตฺโต อนิรากตชฺฌาโน’’ติ เอตฺตาวตา อธิจิตฺตสิกฺขา, ‘‘วิปสฺสนาย สมนฺนาคโต’’ติ เอตฺตาวตา อธิปญฺญาสิกฺขา, ‘‘พฺรูเหตา สุญฺญาคาราน’’นฺติ อิมินา ปน สมถวเสน สุญฺญาคารวฑฺฒเน อธิจิตฺตสิกฺขา, วิปสฺสนาวเสน อธิปญฺญาสิกฺขาติ เอวํ เทฺวปิ สิกฺขา สงฺคเหตฺวา วุตฺตา. เอตฺถ จ ‘‘อชฺฌตฺตํ เจโตสมถมนุยุตฺโต อนิรากตชฺฌาโน’’ติ อิเมหิ ปเทหิ สีลานุรกฺขิกา เอว จิตฺเตกคฺคตา กถิตา. ‘‘วิปสฺสนายา’’ติ อิมินา ปเทน สีลานุรกฺขิโก สงฺขารปริคฺคโห.
กถํ จิตฺเตกคฺคตา สีลมนุรกฺขติ? ยสฺส หิ จิตฺเตกคฺคตา นตฺถิ, โส พฺยาธิมฺหิ อุปฺปนฺเน วิหญฺญติ, โส พฺยาธิวิหโต วิกฺขิตฺตจิตฺโต สีลํ วินาเสตฺวาปิ พฺยาธิวูปสมํ กตฺตา โหติ. ยสฺส ปน จิตฺเตกคฺคตา อตฺถิ, โส ตํ พฺยาธิทุกฺขํ วิกฺขมฺเภตฺวา สมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, สมาปนฺนกฺขเณ ทุกฺขํ ทูราปกตํ โหติ, พลวตรสุขมุปฺปชฺชติ. เอวํ จิตฺเตกคฺคตา สีลํ อนุรกฺขติ.
กถํ สงฺขารปริคฺคโห สีลมนุรกฺขติ? ยสฺส หิ สงฺขารปริคฺคโห นตฺถิ, ตสฺส ‘‘มม รูปํ มม วิญฺญาณ’’นฺติ อตฺตภาเว พลวมมตฺตํ โหติ, โส ตถารูเปสุ ทุพฺภิกฺขพฺยาธิภยาทีสุ สมฺปตฺเตสุ สีลํ วินาเสตฺวาปิ อตฺตภาวํ โปเสตา โหติ. ยสฺส ปน สงฺขารปริคฺคโห อตฺถิ, ตสฺส อตฺตภาเว พลวมมตฺตํ วา สิเนโห วา น โหติ, โส ตถารูเปสุ ทุพฺภิกฺขพฺยาธิภยาทีสุ สมฺปตฺเตสุ สเจปิสฺส อนฺตานิ พหิ นิกฺขมนฺติ, สเจปิ อุสฺสุสฺสติ วิสุสฺสติ, ขณฺฑาขณฺฑิโก วา โหติ สตธาปิ สหสฺสธาปิ, เนว สีลํ วินาเสตฺวา อตฺตภาวํ โปเสตา โหติ. เอวํ สงฺขารปริคฺคโห สีลมนุรกฺขติ. ‘‘พฺรูเหตา สุญฺญาคาราน’’นฺติ อิมินา ปน ตสฺเสว อุภยสฺส พฺรูหนา วฑฺฒนา สาตจฺจกิริยา ทสฺสิตา.
เอวํ ภควา ยสฺมา ‘‘สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จสฺสํ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จา’’ติ อิเม จตฺตาโร ธมฺเม อากงฺขนฺเตน นตฺถญฺญํ กิญฺจิ กาตพฺพํ, อญฺญทตฺถุ สีลาทิคุณสมนฺนาคเตน ภวิตพฺพํ, อิทิโส หิ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย โหติ มนาโป ครุ ภาวนีโย. วุตฺตมฺปิ เหตํ –
‘‘สีลทสฺสนสมฺปนฺนํ, ธมฺมฏฺฐํ สจฺจวาทินํ;
อตฺตโน กมฺม กุพฺพานํ, ตํ ชโน กุรุเต ปิย’’นฺติ. (ธ. ป. ๒๑๗);
ตสฺมา ‘‘อากงฺเขยฺย เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จสฺสํ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จาติ สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี…เป… สุญฺญาคาราน’’นฺติ วตฺวา อิทานิ ยสฺมา ปจฺจยลาภาทึ ปตฺถยนฺเตนาปิ อิทเมว กรณียํ, น อญฺญํ กิญฺจิ, ตสฺมา ‘‘อากงฺเขยฺย เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ลาภี อสฺส’’นฺติอาทิมาห. น เจตฺถ ภควา ลาภนิมิตฺตํ สีลาทิปริปูรณํ กเถตีติ เวทิตพฺโพ. ภควา หิ ฆาเสสนํ ฉินฺนกโถ น วาจํ ปยุตฺตํ ภเณติ, เอวํ สาวเก โอวทติ, โส กถํ ลาภนิมิตฺตํ สีลาทิปริปูรณํ กเถสฺสติ, ปุคฺคลชฺฌาสยวเสน ปเนตํ วุตฺตํ. เยสญฺหิ เอวํ อชฺฌาสโย ภเวยฺย ‘‘สเจ มยํ จตูหิ ปจฺจเยหิ น กิลเมยฺยาม, สีลาทึ ปูเรตุํ สกฺกุเณยฺยามา’’ติ, เตสํ อชฺฌาสยวเสน ภควา เอวมาห. อปิจ รสานิสํโส เอส สีลสฺส, ยทิทํ จตฺตาโร ปจฺจยา นาม. ตถา หิ ปณฺฑิตมนุสฺสา โกฏฺฐาทีสุ ฐปิตํ นีหริตฺวา ปุตฺตาทีนมฺปิ อทตฺวา อตฺตนาปิ อปริภุญฺชิตฺวา สีลวนฺตานํ เทนฺตีติ สีลสฺส สรสานิสํสทสฺสนตฺถํ เปตํ วุตฺตํ.
ตติยวาเร เยสาหนฺติ เยสํ อหํ. เตสํ เต การาติ เตสํ เทวานํ วา มนุสฺสานํ วา เต มยิ กตา ปจฺจยทานการา. เทวาปิ หิ สีลาทิคุณยุตฺตานํ ปจฺจเย เทนฺติ, น เกวลํ มนุสฺสาเยว, สกฺโก วิย อายสฺมโต มหากสฺสปสฺส. มหปฺผลา มหานิสํสาติ อุภยเมตํ อตฺถโต เอกํ, พฺยญฺชนเมว นานํ. มหนฺตํ วา โลกิยสุขํ ผลนฺตีติ มหปฺผลา. มหโต โลกุตฺตรสุขสฺส จ ปจฺจยา โหนฺตีติ มหานิสํสา. สีลาทิคุณยุตฺตสฺส หิ กฏจฺฉุภิกฺขาปิ ปญฺจรตนมตฺตาย ภูมิยา ปณฺณสาลาปิ กตฺวา ทินฺนา อเนกานิ กปฺปสหสฺสานิ ทุคฺคติวินิปาตโต รกฺขติ, ปริโยสาเน จ อมตาย ปรินิพฺพานธาตุยาปจฺจโย โหติ. ‘‘ขีโรทนํ อหมทาสิ’’นฺติอาทีนิ (วิ. ว. ๔๑๓) เจตฺถ วตฺถูนิ, สกลเมว วา เปตวตฺถุ วิมานวตฺถุ จ สาธกํ. ตสฺมา ปจฺจยทายเกหิ อตฺตนิ กตานํ การานํ มหปฺผลตํ อิจฺฉนฺเตนาปิ สีลาทิคุณยุตฺเตเนว ภวิตพฺพนฺติ ทสฺเสติ.
จตุตฺถวาเร ญาตีติ สสฺสุสสุรปกฺขิกา. สาโลหิตาติ เอกโลหิตสมฺพทฺธา ปีติปิตามหาทโย. เปตาติ เปจฺจภาวํ คตา. กาลงฺกตาติ มตา. เตสํ ตนฺติ เตสํ ตํ มยิ ปสนฺนจิตฺตตํ วา ปสนฺเนน จิตฺเตน อนุสฺสรณํ วา. ยสฺส หิ ภิกฺขุโน กาลงฺกโต ปิตา วา มาตา วา ‘‘อมฺหากํ ญาตโก เถโร สีลวา กลฺยาณธมฺโม’’ติ ปสนฺนจิตฺโต หุตฺวา ตํ ภิกฺขุํ อนุสฺสรติ, ตสฺส โส จิตฺตปฺปสาโทปิ ตํ อนุสฺสรณมตฺตมฺปิ มหปฺผลํ มหานิสํสเมว โหติ, อเนกานิ กปฺปสตสหสฺสานิ ทุคฺคติโต วาเรตุํ อนฺเต จ อมตํ ปาเปตุํ สมตฺถเมว โหติ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา ‘‘เย เต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู สีลสมฺปนฺนา สมาธิสมฺปนฺนา ปญฺญา, วิมุตฺติ, วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺนา, ทสฺสนํปาหํ, ภิกฺขเว, เตสํ ภิกฺขูนํ พหุการํ วทามิ. สวนํ, อนุสฺสตึ, อนุปพฺพชฺชํ, อุปสงฺกมนํ, ปยิรุปาสนํปาหํ, ภิกฺขเว, เตสํ ภิกฺขูนํ พหุการํ วทามี’’ติ (อิติวุ. ๑๐๔). ตสฺมา ญาติสาโลหิตานํ อตฺตนิ จิตฺตปฺปสาทสฺส อนุสฺสติยา จ มหปฺผลตํ อิจฺฉนฺเตนาปิ สีลาทิคุณยุตฺเตเนว, ภวิตพฺพนฺติ ทสฺเสติ.
๖๖. ปญฺจมวาเร อรติรติสโห อสฺสนฺติ อรติยา รติยา จ สโห อภิภวิตา อชฺโฌตฺถริตา ภเวยฺยํ. เอตฺถ จ อรตีติ อธิกุสเลสุ ธมฺเมสุ ปนฺตเสนาสเนสุ จ อุกฺกณฺฐา. รตีติ ปญฺจกามคุณรติ. น จ มํ อรติ สเหยฺยาติ มญฺจ อรติ น อภิภเวยฺย น มทฺเทยฺย น อชฺโฌตฺถเรยฺย. อุปฺปนฺนนฺติ ชาตํ นิพฺพตฺตํ. สีลาทิคุณยุตฺโต หิ อรติญฺจ รติญฺจ สหติ อชฺโฌตฺถรติ มทฺทิตฺวา ติฏฺฐติ. ตสฺมา อีทิสํ อตฺตานํ อิจฺฉนฺเตนาปิ สีลาทิคุณยุตฺเตเนว ภวิตพฺพนฺติ ทสฺเสติ.
ฉฏฺฐวาเร ภยํ จิตฺตุตฺราโสปิ อารมฺมณมฺปิ. เภรวํ อารมฺมณเมว. เสสํ ปญฺจมวาเร วุตฺตนยเมว. สีลาทิคุณยุตฺโต หิ ภยเภรวํ สหติ อชฺโฌตฺถรติ มทฺทิตฺวา ติฏฺฐติ อริยโกฏิยวาสีมหาทตฺตตฺเถโร วิย.
เถโร กิร มคฺคํ ปฏิปนฺโน อญฺญตรํ ปาสาทิกํ อรญฺญํ ทิสฺวา ‘‘อิเธวชฺช สมณธมฺมํ กตฺวา คมิสฺสามี’’ติ มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล สงฺฆาฏึ ปญฺญเปตฺวา ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสีทิ. รุกฺขเทวตาย ทารกา เถรสฺส สีลเตเชน สกภาเวน สณฺฐาตุํ อสกฺโกนฺตา วิสฺสรมกํสุ. เทวตาปิ รุกฺขํ จาเลสิ. เถโร อจโลว นิสีทิ. สา เทวตา ธูมายิ, ปชฺชลิ, เนว สกฺขิ เถรํ จาเลตุํ, ตโต อุปาสกวณฺเณนาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. ‘‘โก เอโส’’ติ วุตฺตา ‘‘อหํ, ภนฺเต, เอตสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา’’ติ อโวจ. ตฺวํ เอเต วิกาเร อกาสีติ. อาม ภนฺเตติ. กสฺมาติ จ วุตฺตา อาห – ‘‘ตุมฺหากํ, ภนฺเต, สีลเตเชน ทารกา สกภาเวน สณฺฐาตุํ อสกฺโกนฺตา วิสฺสรมกํสุ, สาหํ ตุเมฺห ปลาเปตุํ เอวมกาสิ’’นฺติ. เถโร อาห – ‘‘อถ กสฺมา อิธ, ภนฺเต, มา วสถ, มยฺหํ อผาสูติ ปฏิกจฺเจว นาวจาสิ. อิทานิ ปน มา กิญฺจิ อวจ, อริยโกฏิยมหาทตฺโต อมนุสฺสภเยน คโตติ วจนโต ลชฺชามิ, เตนาหํ อิเธว วสิสฺสํ, ตฺวํ ปน อชฺเชกทิวสํ ยตฺถ กตฺถจิ วสาหี’’ติ. เอวํ สีลาทิคุณยุตฺโต ภยเภรวสโห โหติ. ตสฺมา อีทิสมตฺตานํ อิจฺฉนฺเตนาปิ สีลาทิคุณยุตฺเตเนว ภวิตพฺพนฺติ ทสฺเสติ.
สตฺตมวาเร อาภิเจตสิกานนฺติ อภิเจโตติ อภิกฺกนฺตํ วิสุทฺธจิตฺตํ วุจฺจติ, อธิจิตฺตํ วา, อภิเจตสิ ชาตานิ อาภิเจตสิกานิ, อภิเจโต สนฺนิสฺสิตานีติ วา อาภิเจตสิกานิ. ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานนฺติ ทิฏฺฐธมฺเม สุขวิหารานํ. ทิฏฺฐธมฺโมติ ปจฺจกฺโข อตฺตภาโว วุจฺจติ, ตตฺถ สุขวิหารภูตานนฺติ อตฺโถ, รูปาวจรชฺฌานานเมตํ อธิวจนํ. ตานิ หิ อปฺเปตฺวา นิสินฺนา ฌายิโน อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว อสํกิลิฏฺฐํ เนกฺขมฺมสุขํ วินฺทนฺติ, ตสฺมา ‘‘ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานี’’ติ วุจฺจนฺติ. นิกามลาภีติ นิกาเมน ลาภี อตฺตโน อิจฺฉาวเสน ลาภี, อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สมาปชฺชิตุํ สมตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. อกิจฺฉลาภีติ สุเขเนว ปจฺจนีกธมฺเม วิกฺขมฺเภตฺวา สมาปชฺชิตุํ สมตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. อกสิรลาภีติ อกสิรานํ วิปุลานํ ลาภี, ยถาปริจฺเฉเทเยว วุฏฺฐาตุํ สมตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. เอกจฺโจ หิ ลาภีเยว โหติ, น ปน สกฺโกติ อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สมาปชฺชิตุํ. เอกจฺโจ สกฺโกติ ตถา สมาปชฺชิตุํ, ปาริพนฺธิเก ปน กิจฺเฉน วิกฺขมฺเภติ. เอกจฺโจ ตถา สมาปชฺชติ, ปาริพนฺธิเก จ อกิจฺเฉเนว วิกฺขมฺเภติ, น สกฺโกติ นาฬิกายนฺตํ วิย ยถาปริจฺเฉเทเยว จ วุฏฺฐาตุํ. โย ปน อิมํ ติวิธมฺปิ สมฺปทํ อิจฺฉติ, โสปิ สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการีติ.
เอวํ อภิญฺญาปาทเก ฌาเน วุตฺเต กิญฺจาปิ อภิญฺญานํ วาโร อาคโต, อถ โข นํ ภควา อคฺคเหตฺวาว ยสฺมา น เกวลํ อภิญฺญาปาทกชฺฌานานิ จ อภิญฺญาโยเยว จ สีลานํ อานิสํโส, อปิจ โข จตฺตาริ อารุปฺปฌานานิปิ ตโย จ เหฏฺฐิมา อริยมคฺคา, ตสฺมา ตํ สพฺพํ ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสตุํ อากงฺเขยฺย เจ…เป… เย เต สนฺตาติ เอวมาทิมาห.
ตตฺถ สนฺตาติ องฺคสนฺตตาย เจว อารมฺมณสนฺตตาย จ. วิโมกฺขาติ ปจฺจนีกธมฺเมหิ วิมุตฺตตฺตา อารมฺมเณ จ อธิมุตฺตตฺตา. อติกฺกมฺม รูเปติ รูปาวจรชฺฌาเน อติกฺกมิตฺวา, เย เต วิโมกฺขา อติกฺกมฺม รูเป สนฺตาติ ปทสมฺพนฺโธ, อิตรถา หิ อติกฺกมฺม รูเป กึ กโรตีติ น ปญฺญาเยยฺยุํ. อารุปฺปาติ อารมฺมณโต จ วิปากโต จ รูปวิรหิตา. กาเยน ผุสิตฺวาติ นามกาเยน ผุสิตฺวา ปาปุณิตฺวา, อธิคนฺตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ วุตฺตานเมว. อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘โยปิ ภิกฺขุ อิเม วิโมกฺเข ผุสิตฺวา วิหริตุกาโม, โสปิ สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี’’ติ.
๖๗. นวมวาเร ติณฺณํ สํโยชนานนฺติ สกฺกายทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสีลพฺพตปรามาสสงฺขาตานํ ติณฺณํ พนฺธนานํ. ตานิ หิ สํโยเชนฺติ ขนฺธคติภวาทีหิ ขนฺธคติภวาทโย, กมฺมํ วา ผเลน, ตสฺมา สํโยชนานีติ วุจฺจนฺติ, พนฺธนานีติ อตฺโถ. ปริกฺขยาติ ปริกฺขเยน. โสตาปนฺโนติ โสตํ อาปนฺโน. โสโตติ จ มคฺคสฺเสตํ อธิวจนํ. โสตาปนฺโนติ ตํสมงฺคิปุคฺคลสฺส. ยถาห ‘‘โสโต โสโตติ หิทํ, สาริปุตฺต, วุจฺจติ. กตโม นุ โข, สาริปุตฺต, โสโตติ? อยเมว หิ, ภนฺเต, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค. เสยฺยถิทํ, สมฺมาทิฏฺฐิ…เป… สมฺมาสมาธีติ. โสตาปนฺโน โสตาปนฺโนติ หิทํ, สาริปุตฺต, วุจฺจติ. กตโม นุ โข, สาริปุตฺต, โสตาปนฺโนติ? โย หิ, ภนฺเต, อิมินา อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน สมนฺนาคโต, อยํ วุจฺจติ โสตาปนฺโน, โยยํ อายสฺมา เอวํนาโม เอวํโคตฺโต’’ติ. อิธ ปน มคฺเคน ผลสฺส นามํ ทินฺนํ, ตสฺมา ผลฏฺโฐ ‘‘โสตาปนฺโน’’ติ เวทิตพฺโพ. อวินิปาตธมฺโมติ วินิปาเตตีติ วินิปาโต, นาสฺส วินิปาโต ธมฺโมติ อวินิปาตธมฺโม, น อตฺตานํ อปาเย วินิปาตสภาโวติ วุตฺตํ โหติ. กสฺมา? เย ธมฺมา อปายคมนิยา, เตสํ ปหีนตฺตา. สมฺโพธิ ปรํ อยนํ คติ อสฺสาติ สมฺโพธิปรายโณ, อุปริมคฺคตฺตยํ อวสฺสํ สมฺปาปโกติ อตฺโถ. กสฺมา? ปฏิลทฺธปฐมมคฺคตฺตา. สีเลเสฺววาติ อีทิโส โหตุกาโมปิ สีเลเสฺววสฺส ปริปูรณารีติ.
ทสมวาเร ปฐมมคฺเคน ปริกฺขีณานิปิ ตีณิ สํโยชนานิ สกทาคามิมคฺคสฺส วณฺณภณนตฺถํ วุตฺตานิ. ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตาติ เอเตสํ ตนุภาเวน, ตนุตฺตกรเณนาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ ทฺวีหิ การเณหิ ตนุตฺตํ เวทิตพฺพํ อธิจฺจุปฺปตฺติยา จ ปริยุฏฺฐานมนฺทตาย จ. สกทาคามิสฺส หิ วฏฺฏานุสาริมหาชนสฺเสว กิเลสา อภิณฺหํ น อุปฺปชฺชนฺติ, กทาจิ กรหจิ อุปฺปชฺชนฺติ วิรฬาการา หุตฺวา, วิรฬวาปิเต เขตฺเต องฺกุรา วิย. อุปฺปชฺชมานาปิ จ วฏฺฏานุสาริมหาชนสฺเสว มทฺทนฺตา ผรนฺตา ฉาเทนฺตา อนฺธการํ กโรนฺตา น อุปฺปชฺชนฺติ, มนฺทมนฺทา อุปฺปชฺชนฺติ ตนุกาการา หุตฺวา, อพฺภปฏลมิว มกฺขิกาปตฺตมิว จ.
ตตฺถ เกจิ เถรา ภณนฺติ ‘‘สกทาคามิสฺส กิเลสา กิญฺจาปิ จิเรน อุปฺปชฺชนฺติ, พหลาว อุปฺปชฺชนฺติ, ตถา หิสฺส ปุตฺตา จ ธีตโร จ ทิสฺสนฺตี’’ติ, เอตํ ปน อปฺปมาณํ. ปุตฺตธีตโร หิ องฺคปจฺจงฺคปรามสนมตฺเตนปิ โหนฺตีติ. ทฺวีหิเยว การเณหิสฺส กิเลสานํ ตนุตฺตํ เวทิตพฺพํ อธิจฺจุปฺปตฺติยา จ ปริยุฏฺฐานมนฺทตาย จาติ.
สกทาคามีติ สกึ อาคมนธมฺโม. สกิเทว อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวาติ เอกวารํเยว อิมํ มนุสฺสโลกํ ปฏิสนฺธิวเสน อาคนฺตฺวา. โยปิ หิ อิธ สกทาคามิมคฺคํ ภาเวตฺวา อิเธว ปรินิพฺพาติ, โสปิ อิธ น คหิโต. โยปิ อิธ มคฺคํ ภาเวตฺวา เทเวสุ อุปปชฺชิตฺวา ตตฺเถว ปรินิพฺพาติ. โยปิ เทวโลเก มคฺคํ ภาเวตฺวา ตตฺเถว ปรินิพฺพาติ. โยปิ เทวโลเก มคฺคํ ภาเวตฺวา อิเธว มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺติตฺวา ปรินิพฺพาติ. โย ปน อิธ มคฺคํ ภาเวตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺโต, ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ปุน อิเธว อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพาติ, อยมิธ คหิโตติ เวทิตพฺโพ. ทุกฺขสฺสนฺตํ กเรยฺยนฺติ วฏฺฏทุกฺขสฺส ปริจฺเฉทํ กเรยฺยํ. สีเลเสฺววาติ อีทิโส โหตุกาโมปิ สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการีติ.
เอกาทสมวาเร ปญฺจนฺนนฺติ คณนปริจฺเฉโท. โอรมฺภาคิยานนฺติ โอรํ วุจฺจติ เหฏฺฐา, เหฏฺฐาภาคิยานนฺติ อตฺโถ, กามาวจรโลเก อุปฺปตฺติปจฺจยานนฺติ อธิปฺปาโย. สํโยชนานนฺติ พนฺธนานํ, ตานิ กามราคพฺยาปาทสํโยชเนหิ สทฺธึ ปุพฺเพ วุตฺตสํโยชนาเนว เวทิตพฺพานิ. ยสฺส หิ เอตานิ อปฺปหีนานิ, โส กิญฺจาปิ ภวคฺเค อุปฺปนฺโน โหติ, อถ โข อายุปริกฺขยา กามาวจเร นิพฺพตฺตติเยว, คิลิตพลิสมจฺฉูปโม สฺวายํ ปุคฺคโล ทีฆสุตฺตเกน ปาเท พทฺธวิหงฺคูปโม จาติ เวทิตพฺโพ. ปุพฺเพ วุตฺตานมฺปิ เจตฺถ วจนํ วณฺณภณนตฺถเมวาติ เวทิตพฺพํ. โอปปาติโกติ เสสโยนิปฏิกฺเขปวจนเมตํ. ตตฺถปรินิพฺพายีติ ตตฺเถว พฺรหฺมโลเก ปรินิพฺพายี. อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกาติ ตโต พฺรหฺมโลกา ปฏิสนฺธิวเสน ปุน อนาวตฺติสภาโว. สีเลเสฺววาติ อีทิโส โหตุกาโมปิ สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการีติ.
๖๘. เอวํ อนาคามิมคฺเค วุตฺเต กิญฺจาปิ จตุตฺถมคฺคสฺส วาโร อาคโต, อถ โข นํ ภควา อคฺคเหตฺวาว ยสฺมา น เกวลา อาสวกฺขยาภิญฺญา เอว สีลานํ อานิสํโส, อปิจ โข โลกิยปญฺจาภิญฺญาโยปิ, ตสฺมา ตาปิ ทสฺเสตุํ, ยสฺมา จ อาสวกฺขเย กถิเต เทสนา นิฏฺฐิตา โหติ, เอวญฺจ สติ อิเมสํ คุณานํ อกถิตตฺตา อยํ กถา มุณฺฑาภิญฺญากถา นาม ภเวยฺย, ตสฺมา จ อภิญฺญาปาริปูรึ กตฺวา ทสฺเสตุมฺปิ, ยสฺมา จ อนาคามิมคฺเค ฐิตสฺส สุเขน อิทฺธิวิกุปฺปนา อิชฺฌติ, สมาธิปริพนฺธานํ กามราคพฺยาปาทานํ สมูหตตฺตา, อนาคามี หิ สีเลสุ จ สมาธิมฺหิ จ ปริปูรการี, ตสฺมา ยุตฺตฏฺฐาเนเยว โลกิยาภิญฺญาโย ทสฺเสตุมฺปิ ‘‘อากงฺเขยฺย เจ…เป… อเนกวิหิต’’นฺติ เอวมาทิมาหาติ อยมนุสนฺธิ.
ตตฺถ ‘‘อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธ’’นฺติอาทินา นเยน อาคตานํ ปญฺจนฺนมฺปิ โลกิยาภิญฺญานํ ปาฬิวณฺณนา สทฺธึ ภาวนานเยน วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตา.
๖๙. ฉฏฺฐาภิญฺญาย อาสวานํ ขยาติ อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลสานํ ขยา. อนาสวนฺติ อาสววิรหิตํ. เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตินฺติ เอตฺถ เจโตวจเนน อรหตฺตผลสมฺปยุตฺโตว สมาธิ, ปญฺญาวจเนน ตํสมฺปยุตฺตา ปญฺญาว วุตฺตา. ตตฺถ จ สมาธิ ราคโต วิมุตฺตตฺตา เจโตวิมุตฺติ, ปญฺญา อวิชฺชาย วิมุตฺตตฺตา ปญฺญาวิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา. วุตฺตญฺเจตํ ภควตา ‘‘โย หิสฺส, ภิกฺขเว, สมาธิ, ตทสฺส สมาธินฺทฺริยํ. ยา หิสฺส, ภิกฺขเว, ปญฺญา, ตทสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ. อิติ โข, ภิกฺขเว, ราควิราคา เจโตวิมุตฺติ, อวิชฺชาวิราคา ปญฺญาวิมุตฺตี’’ติ, อปิเจตฺถ สมถผลํ เจโตวิมุตฺติ, วิปสฺสนาผลํ ปญฺญาวิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา.
ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว. สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวาติ อตฺตโนเยว ปญฺญาย ปจฺจกฺขํ กตฺวา, อปรปจฺจเยน ญตฺวาติ อตฺโถ. อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺยนฺติ ปาปุณิตฺวา สมฺปาเทตฺวา วิหเรยฺยํ. สีเลเสฺววาติ เอวํ สพฺพาสเว นิทฺธุนิตฺวา เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ อธิคนฺตุกาโมปิ สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการีติ.
เอวํ ภควา สีลานิสํสกถํ ยาว อรหตฺตา กเถตฺวา อิทานิ สพฺพมฺปิ ตํ สีลานิสํสํ สมฺปิณฺเฑตฺวา ทสฺเสนฺโต นิคมนํ อาห ‘‘สมฺปนฺนสีลา, ภิกฺขเว…เป… อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺต’’นฺติ. ตสฺสายํ สงฺเขปตฺโถ, ‘‘สมฺปนฺนสีลา, ภิกฺขเว, วิหรถ…เป… สมาทาย สิกฺขถ สิกฺขาปเทสู’’ติ อิติ ยํ ตํ มยา ปุพฺเพ เอวํ วุตฺตํ, อิทํ สพฺพมฺปิ สมฺปนฺนสีโล ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย โหติ มนาโป, ครุ ภาวนีโย ปจฺจยานํ ลาภี, ปจฺจยทายกานํ มหปฺผลกโร, ปุพฺพญาตีนํ อนุสฺสรณเจตนาย ผลมหตฺตกโร, อรติรติสโห, ภยเภรวสโห, รูปาวจรชฺฌานานํ อรูปาวจรชฺฌานานญฺจ ลาภี, เหฏฺฐิมานิ ตีณิ สามญฺญผลานิ ปญฺจ โลกิยาภิญฺญา อาสวกฺขยญาณนฺติ จ อิเม จ คุเณ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺตา โหติ, เอตํ ปฏิจฺจ อิทํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ. อิทมโวจ ภควา, อตฺตมนา เต ภิกฺขุ ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุนฺติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
อากงฺเขยฺยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.