๙. ทีปวิมานวณฺณนา
อภิกฺกนฺเตน วณฺเณนาติ ทีปวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควติ สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต อุโปสถทิวเส สมฺพหุลา อุปาสกา อุโปสถิกา หุตฺวา ปุเรภตฺตํ ยถาวิภวํ ทานํ ทตฺวา กาลสฺเสว ภุญฺชิตฺวา สุทฺธวตฺถนิวตฺถา สุทฺธุตฺตราสงฺคา คนฺธมาลาทิหตฺถา ปจฺฉาภตฺตํ วิหารํ คนฺตฺวา มโนภาวนีเย ภิกฺขู ปยิรุปาสิตฺวา สายเนฺห ธมฺมํ สุณนฺติ. วิหาเรเยว วสิตุกามานํ เตสํ ธมฺมํ สุณนฺตานํเยว สูริโย อตฺถงฺคโต, อนฺธกาโร ชาโต. ตตฺเถกา อญฺญตรา อิตฺถี ‘‘อิทานิ ทีปาโลกํ กาตุํ ยุตฺต’’นฺติ จินฺเตตฺวา อตฺตโน เคหโต ปทีเปยฺยํ อาหราเปตฺวา ปทีปํ อุชฺชาเลตฺวา ธมฺมาสนสฺส ปุรโต ฐเปตฺวา ธมฺมํ สุณิ. สา เตน ปทีปทาเนน อตฺตมนา ปีติโสมนสฺสชาตา หุตฺวา วนฺทิตฺวา อตฺตโน เคหํ คตา. สา อปรภาเค กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน โชติรสวิมาเน นิพฺพตฺติ. สรีรโสภา ปนสฺสา อติวิย ปภสฺสรา อญฺเญ เทเว อภิภวิตฺวา ทส ทิสา โอภาสยมานา ติฏฺฐติ. อเถกทิวสํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เทวจาริกํ จรนฺโตติ สพฺพํ เหฏฺฐา อาคตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อิธ ปน –
๗๕. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต;
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา.
๗๖. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๗๗. ‘‘เกน ตฺวํ วิมโลภาสา, อติโรจสิ เทวตา;
เกน เต สพฺพคตฺเตหิ, สพฺพา โอภาสเต ทิสา.
๗๘. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;
เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –
จตูหิ คาถาหิ ปุจฺฉิ.
๗๙. ‘‘สา เทวตา อตฺตมนา, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา;
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.
๘๐. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา, ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก;
ตมนฺธการมฺหิ ติมีสิกายํ, ปทีปกาลมฺหิ อทาสิ ทีปํ.
๘๑. ‘‘โย อนฺธการมฺหิ ติมีสิกายํ, ปทีปกาลมฺหิ ททาติ ทีปํ;
อุปฺปชฺชติ โชติรสํ วิมานํ, ปหูตมลฺยํ พหุปุณฺฑรีกํ.
๘๒. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ, เตน เม อิธ มิชฺฌติ;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.
๘๓. ‘‘เตนาหํ วิมโลภาสา, อติโรจามิ เทวตา;
เตน เม สพฺพคตฺเตหิ, สพฺพา โอภาสเต ทิสา.
๘๔. ‘‘อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว, มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ;
เตนมฺหิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –
วิสฺสชฺเชสิ.
๗๕. ตตฺถ อภิกฺกนฺเตน วณฺเณนาติ เอตฺถ อภิกฺกนฺต-สทฺโท ‘‘อภิกฺกนฺตา, ภนฺเต, รตฺติ, นิกฺขนฺโต ปฐโม ยาโม’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๒๐; อุทา. ๔๕; จูฬว. ๓๘๓) ขเย อาคโต. ‘‘อยํ อิเมสํ จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๑๐๐) สุนฺทเร. ‘‘อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต, อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๕๐; ปารา. ๑๕) อพฺภนุโมทเน. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, สพฺพา โอภาสยํ ทิสา’’ติอาทีสุ (วิ. ว. ๘๕๗) อภิรูเป. อิธาปิ อภิรูเป เอว ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺมา อภิกฺกนฺเตนาติ อติกนฺเตน อติมนาเปน, อภิรูเปนาติ อตฺโถ. วณฺเณนาติ ฉวิวณฺเณน. โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพาติ สพฺพาปิ ทส ทิสา โชเตนฺตี เอกาโลกํ กโรนฺตี. กึ วิยาติ อาห ‘‘โอสธี วิย ตารกา’’ติ. อุสฺสนฺนา ปภา เอตาย ธียติ, โอสธีนํ วา อนุพลปฺปทายิกาติ กตฺวา ‘‘โอสธี’’ติ ลทฺธนามา ตารกา ยถา สมนฺตโต อาโลกํ กุรุมานา ติฏฺฐติ, เอวเมว ตฺวํ สพฺพา ทิสา โอภาสยนฺตี ติฏฺฐสีติ.
๗๗. สพฺพคตฺเตหีติ สพฺเพหิ สรีราวยเวหิ, สกเลหิ องฺคปจฺจงฺเคหิ โอภาสตีติ อธิปฺปาโย, เหตุมฺหิ เจตํ กรณวจนํ. สพฺพา โอภาสเต ทิสาติ สพฺพาปิ ทสทิสา วิชฺโชตติ. ‘‘โอภาสเร’’ติปิ ปฐนฺติ, เตสํ สพฺพา ทิสาติ พหุวจนเมว ทฏฺฐพฺพํ.
๘๑. ปทีปกาลมฺหีติ ปทีปกรณกาเล, ปทีปุชฺชลนโยคฺเค อนฺธกาเรติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘โย อนฺธการมฺหิ ติมีสิกาย’’นฺติ, พหเล มหนฺธกาเรติ อตฺโถ. ททาติ ทีปนฺติ ปทีปํ อุชฺชาเลนฺโต วา อนุชฺชาเลนฺโต วา ปทีปทานํ ททาติ, ปทีโปปกรณานิ ทกฺขิเณยฺเย อุทฺทิสฺส ปริจฺจชติ. อุปปชฺชติ โชติรสํ วิมานนฺติ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน โชติรสํ วิมานํ อุปคจฺฉตีติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
อถ ยถาปุจฺฉิเต อตฺเถ เทวตาย กถิเต เถโร ตเมว กถํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา ทานาทิกถาย ตสฺสา กลฺลจิตฺตาทิภาวํ ญตฺวา สจฺจานิ ปกาเสสิ, สจฺจปริโยสาเน สปริวารา สา เทวตา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. เถโร ตโต อาคนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ ภควโต อาโรเจสิ, ภควา ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ สมฺปตฺตปริสาย วิตฺถาเรน ธมฺมํ เทเสสิ. สา เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา ชาตา, มหาชโน วิเสสโต ทีปทาเน สกฺกจฺจการี อโหสีติ.
ทีปวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.