๗. ทฺวิธาปถสุตฺตวณฺณนา

๗๗. สตฺตเม อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโนติ อทฺธานสงฺขาตํ ทีฆมคฺคํ ปฏิปนฺโน คจฺฉนฺโต โหติ. นาคสมาเลนาติ เอวํนามเกน เถเรน. ปจฺฉาสมเณนาติ อยํ ตทา ภควโต อุปฏฺฐาโก อโหสิ. เตน นํ ปจฺฉาสมณํ กตฺวา มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. ภควโต หิ ปฐมโพธิยํ วีสติวสฺสานิ อนิพทฺธา อุปฏฺฐากา อเหสุํ, ตโต ปรํ ยาว ปรินิพฺพานา ปญฺจวีสติวสฺสานิ อายสฺมา อานนฺโท ฉายาว อุปฏฺฐาสิ. อยํ ปน อนิพทฺธุปฏฺฐากกาโล. เตน วุตฺตํ – ‘‘อายสฺมตา นาคสมาเลน ปจฺฉาสมเณนา’’ติ. ทฺวิธาปถนฺติ ทฺวิธาภูตํ มคฺคํ. ‘‘เทฺวธาปถ’’นฺติปิ ปฐนฺติ อายสฺมา นาคสมาโล อตฺตนา ปุพฺเพ ตตฺถ กตปริจยตฺตา อุชุภาวญฺจสฺส สนฺธาย วทติ ‘‘อยํ, ภนฺเต ภควา, ปนฺโถ’’ติ.

ภควา ปน ตทา ตสฺส สปริสฺสยภาวํ ญตฺวา ตโต อญฺญํ มคฺคํ คนฺตุกาโม ‘‘อยํ, นาคสมาล, ปนฺโถ’’ติ อาห. ‘‘สปริสฺสโย’’ติ จ วุตฺเต อสทฺทหิตฺวา ‘‘ภควา น ตตฺถ ปริสฺสโย’’ติ วเทยฺย, ตทสฺส ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายาติ ‘‘สปริสฺสโย’’ติ น กเถสิ. ติกฺขตฺตุํ ‘‘อยํ ปนฺโถ, อิมินา คจฺฉามา’’ติ วตฺวา จตุตฺถวาเร ‘‘น ภควา อิมินา มคฺเคน คนฺตุํ อิจฺฉติ, อยเมว จ อุชุมคฺโค, หนฺทาหํ ภควโต ปตฺตจีวรํ ทตฺวา อิมินา มคฺเคน คมิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา สตฺถุ ปตฺตจีวรํ ทาตุํ อสกฺโกนฺโต ภูมิยํ ฐเปตฺวา ปจฺจุปฏฺฐิเตน ทุกฺขสํวตฺตนิเกน กมฺมุนา โจทิยมาโน ภควโต วจนํ อนาทิยิตฺวาว ปกฺกามิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อายสฺมา นาคสมาโล ภควโต ปตฺตจีวรํ ตตฺเถว ฉมายํ นิกฺขิปิตฺวา ปกฺกามี’’ติ. ตตฺถ ภควโต ปตฺตจีวรนฺติ อตฺตโน หตฺถคตํ ภควโต ปตฺตจีวรํ. ตตฺเถวาติ ตสฺมึเยว มคฺเค ฉมายํ ปถวิยํ นิกฺขิปิตฺวา ปกฺกามิ. อิทํ โว ภควา ปตฺตจีวรํ, สเจ อิจฺฉถ, คณฺหถ, ยทิ อตฺตนา อิจฺฉิตมคฺคํเยว คนฺตุกามตฺถาติ อธิปฺปาโย. ภควาปิ อตฺตโน ปตฺตจีวรํ สยเมว คเหตฺวา ยถาธิปฺเปตํ มคฺคํ ปฏิปชฺชิ.

อนฺตรามคฺเค โจรา นิกฺขมิตฺวาติ ตทา กิร ปญฺจสตา ปุริสา ลุทฺทา โลหิตปาณิโน ราชาปราธิโน หุตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา โจริกาย ชีวิกํ กปฺเปนฺตา ‘‘ปาริปนฺถิกภาเวน รญฺโญ อายปถํ ปจฺฉินฺทิสฺสามา’’ติ มคฺคสมีเป อรญฺเญ ติฏฺฐนฺติ. เต เถรํ เตน มคฺเคน คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ สมโณ อิมินา มคฺเคน อาคจฺฉติ, อวฬญฺชิตพฺพํ มคฺคํ วฬญฺเชติ, อมฺหากํ อตฺถิภาวํ น ชานาติ, หนฺท นํ ชานาเปสฺสามา’’ติ กุชฺฌิตฺวา คหนฏฺฐานโต เวเคน นิกฺขมิตฺวา สหสา เถรํ ภูมิยํ ปาเตตฺวา หตฺถปาเทหิ โกฏฺเฏตฺวา มตฺติกาปตฺตญฺจสฺส ภินฺทิตฺวา จีวรํ ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺทิตฺวา ปพฺพชิตตฺตา ‘‘ตํ น หนาม, อิโต ปฏฺฐาย อิมสฺส มคฺคสฺส ปริสฺสยภาวํ ชานาหี’’ติ วิสฺสชฺเชสุํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อายสฺมโต…เป… วิปฺผาเลสุ’’นฺติ.

ภควาปิ ‘‘อยํ เตน มคฺเคน คโต โจเรหิ พาธิโต มํ ปริเยสิตฺวา อิทาเนว อาคมิสฺสตี’’ติ ญตฺวา โถกํ คนฺตฺวา มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ. อายสฺมาปิ โข นาคสมาโล ปจฺจาคนฺตฺวา สตฺถารา คตมคฺคเมว คเหตฺวา คจฺฉนฺโต ตสฺมึ รุกฺขมูเล ภควนฺตํ ปสฺสิตฺวา อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ตํ ปวตฺตึ สพฺพํ อาโรเจสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อายสฺมา นาคสมาโล…เป… สงฺฆาฏิญฺจ วิปฺผาเลสุ’’นฺติ.

เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ อายสฺมโต นาคสมาลสฺส อตฺตโน วจนํ อนาทิยิตฺวา อเขมนฺตมคฺคคมนํ, อตฺตโน จ เขมนฺตมคฺคคมนํ วิทิตฺวา ตทตฺถทีปนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ตตฺถ สทฺธึ จรนฺติ สห จรนฺโต. เอกโต วสนฺติ อิทํ ตสฺเสว เววจนํ, สห วสนฺโตติ อตฺโถ. มิสฺโส อญฺญชเนน เวทคูติ เวทิตพฺพฏฺเฐน เวทสงฺขาเตน จตุสจฺจอริยมคฺคญาเณน คตตฺตา อธิคตตฺตา, เวทสฺส วา สกลสฺส เญยฺยสฺส ปารํ คตตฺตา เวทคู. อตฺตโน หิตาหิตํ น ชานาตีติ อญฺโญ, อวิทฺวา พาโลติ อตฺโถ. เตน อญฺเญน ชเนน มิสฺโส สหจรณมตฺเตน มิสฺโส. วิทฺวา ปชหาติ ปาปกนฺติ เตน เวทคูภาเวน วิทฺวา ชานนฺโต ปาปกํ อภทฺทกํ อตฺตโน ทุกฺขาวหํ ปชหาติ, ปาปกํ วา อกลฺยาณปุคฺคลํ ปชหาติ. ยถา กึ? โกญฺโจ ขีรปโกว นินฺนคนฺติ ยถา โกญฺจสกุโณ อุทกมิสฺสิเต ขีเร อุปนีเต วินา โตยํ ขีรมตฺตสฺเสว ปิวนโต ขีรปโก นินฺนฏฺฐานคมเนน นินฺนคสงฺขาตํ อุทกํ ปชหาติ วชฺเชติ, เอวํ ปณฺฑิโต กิร ทุปฺปญฺญปุคฺคเลหิ ฐานนิสชฺชาทีสุ สหภูโตปิ อาจาเรน เต ปชหาติ, น กทาจิปิ สมฺมิสฺโส โหติ.

สตฺตมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.