๕. จุนฺทสุตฺตวณฺณนา
๗๕. ปญฺจเม มลฺเลสูติ เอวํนามเก ชนปเท. มหตา ภิกฺขุสงฺเฆนาติ คุณมหตฺตสงฺขฺยามหตฺเตหิ มหตา. โส หิ ภิกฺขุสงฺโฆ สีลาทิคุณวิเสสโยเคนปิ มหา ตตฺถ สพฺพปจฺฉิมกสฺส โสตาปนฺนภาวโต, สงฺขฺยามหตฺเตนปิ มหา อปริจฺฉินฺนคณนตฺตา. อายุสงฺขาโรสฺสชฺชนโต ปฏฺฐาย หิ อาคตาคตา ภิกฺขู น ปกฺกมึสุ. จุนฺทสฺสาติ เอวํนามกสฺส. กมฺมารปุตฺตสฺสาติ สุวณฺณการปุตฺตสฺส. โส กิร อฑฺโฒ มหากุฏุมฺพิโก ภควโต ปฐมทสฺสเนเนว โสตาปนฺโน หุตฺวา อตฺตโน อมฺพวเน สตฺถุวสนานุจฺฉวิกํ คนฺธกุฏึ, ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานอุปฏฺฐานสาลากุฏิมณฺฑปจงฺกมนาทิเก จ สมฺปาเทตฺวา ปาการปริกฺขิตฺตํ ทฺวารโกฏฺฐกยุตฺตํ วิหารํ กตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส นิยฺยาเทสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ตตฺร สุทํ ภควา ปาวายํ วิหรติ จุนฺทสฺส กมฺมารปุตฺตสฺส อมฺพวเน’’ติ.
ปฏิยาทาเปตฺวาติ สมฺปาเทตฺวา. ‘‘สูกรมทฺทวนฺติ สูกรสฺส มุทุสินิทฺธํ ปวตฺตมํส’’นฺติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘สูกรมทฺทวนฺติ น สูกรมํสํ, สูกเรหิ มทฺทิตวํสกฬีโร’’ติ วทนฺติ. อญฺเญ ‘‘สูกเรหิ มทฺทิตปฺปเทเส ชาตํ อหิฉตฺตก’’นฺติ. อปเร ปน ‘‘สูกรมทฺทวํ นาม เอกํ รสายน’’นฺติ ภณึสุ. ตญฺหิ จุนฺโท กมฺมารปุตฺโต ‘‘อชฺช ภควา ปรินิพฺพายิสฺสตี’’ติ สุตฺวา ‘‘อปฺเปว นาม นํ ปริภุญฺชิตฺวา จิรตรํ ติฏฺเฐยฺยา’’ติ สตฺถุ จิรชีวิตุกมฺยตาย อทาสีติ วทนฺติ.
เตน มํ ปริวิสาติ เตน มมํ โภเชหิ. กสฺมา ภควา เอวมาห? ปรานุทฺทยตาย. ตญฺจ การณํ ปาฬิยํ วุตฺตเมว. เตน อภิหฏภิกฺขาย ปเรสํ อปริโภคารหโต จ ตถา วตฺตุํ วฏฺฏตีติ ทสฺสิตํ โหติ. ตสฺมึ กิร สูกรมทฺทเว ทฺวิสหสฺสทีปปริวาเรสุ จตูสุ มหาทีเปสุ เทวตา โอชํ ปกฺขิปึสุ. ตสฺมา ตํ อญฺโญ โกจิ สมฺมา ชีราเปตุํ น สกฺโกติ, ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา ปรูปวาทโมจนตฺถํ ‘‘นาหํ ตํ, จุนฺท, ปสฺสามี’’ติอาทินา สีหนาทํ นทิ. เย หิ ปเร อุปวเทยฺยุํ ‘‘อตฺตนา ปริภุตฺตาวเสสํ เนว ภิกฺขูนํ, น อญฺเญสํ มนุสฺสานํ อทาสิ, อาวาเฏ นิขณาเปตฺวา วินาเสสี’’ติ, ‘‘เตสํ วจโนกาโส มา โหตู’’ติ ปรูปวาทโมจนตฺถํ สีหนาทํ นทิ.
ตตฺถ สเทวเกติอาทีสุ สห เทเวหีติ สเทวโก, สห มาเรนาติ สมารโก, สห พฺรหฺมุนาติ สพฺรหฺมโก, สห สมณพฺราหฺมเณหีติ สสฺสมณพฺราหฺมณี, ปชาตตฺตา ปชา, สห เทวมนุสฺเสหีติ สเทวมนุสฺสา. ตสฺมึ สเทวเก โลเก…เป… สเทวมนุสฺสาย. ตตฺถ สเทวกวจเนน ปญฺจกามาวจรเทวคฺคหณํ, สมารกวจเนน ฉฏฺฐกามาวจรเทวคฺคหณํ, สพฺรหฺมกวจเนน พฺรหฺมกายิกาทิพฺรหฺมคฺคหณํ, สสฺสมณพฺราหฺมณีวจเนน สาสนสฺส ปจฺจตฺถิกปจฺจามิตฺตสมณพฺราหฺมณคฺคหณํ สมิตปาปพาหิตปาปสมณพฺราหฺมณคฺคหณญฺจ, ปชาวจเนน สตฺตโลกคฺคหณํ, สเทวมนุสฺสวจเนน สมฺมุติเทวอวเสสมนุสฺสคฺคหณํ. เอวเมตฺถ ตีหิ ปเทหิ โอกาสโลกวเสน, ทฺวีหิ ปชาวเสน สตฺตโลโก คหิโตติ เวทิตพฺโพ. อปโร นโย – สเทวกวจเนน อรูปาวจรโลโก คหิโต, สมารกวจเนน ฉกามาวจรเทวโลโก, สพฺรหฺมกวจเนน รูปี พฺรหฺมโลโก, สสฺสมณพฺราหฺมณวจเนน จตุปริสวเสน สมฺมุติเทเวหิ สห มนุสฺสโลโก, อวเสสสตฺตโลโก วา คหิโตติ เวทิตพฺโพ.
ภุตฺตาวิสฺสาติ ภุตฺตวโต. ขโรติ ผรุโส. อาพาโธติ วิสภาคโรโค. ปพาฬฺหาติ พลวติโย. มารณนฺติกาติ มรณนฺตา มรณสมีปปาปนสมตฺถา. สโต สมฺปชาโน อธิวาเสสีติ สตึ อุปฏฺฐิตํ กตฺวา ญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา อธิวาเสสิ. อวิหญฺญมาโนติ เวทนานุวตฺตนวเสน อสลฺลกฺขิตธมฺโม วิย อปราปรํ ปริวตฺตนํ อกโรนฺโต อปีฬิยมาโน อทุกฺขิยมาโน วิย อธิวาเสสิ. ภควโต หิ เวฬุวคามเกเยว ตา เวทนา อุปฺปนฺนา, สมาปตฺติพเลน ปน วิกฺขมฺภิตา ยาว ปรินิพฺพานทิวสา น อุปฺปชฺชึสุ ทิวเส ทิวเส สมาปตฺตีหิ ปฏิปณามนโต. ตํ ทิวสํ ปน ปรินิพฺพายิตุกาโม ‘‘โกฏิสหสฺสหตฺถีนํ พลํ ธาเรนฺตานํ วชิรสงฺฆาตสมานกายานํ อปริมิตกาลํ อุปจิตปุญฺญสมฺภารานมฺปิ ภเว สติ เอวรูปา เวทนา ปวตฺตนฺติ, กิมงฺคํ ปน อญฺเญส’’นฺติ สตฺตานํ สํเวคชนนตฺถํ สมาปตฺตึ น สมาปชฺชิ, เตน เวทนา ขรา วตฺตึสุ. อายามาติ เอหิ ยาม.
จุนฺทสฺส ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวาติอาทิกา อปรภาเค ธมฺมสงฺคาหเกหิ ฐปิตา คาถา. ตตฺถ ภุตฺตสฺส จ สูกรมทฺทเวนาติ ภุตฺตสฺส อุทปาทิ, น ปน ภุตฺตปจฺจยา. ยทิ หิ อภุตฺตสฺส อุปฺปชฺชิสฺสา, อติขโร อภวิสฺสา, สินิทฺธโภชนํ ปน ภุตฺตตฺตา ตนุกา เวทนา อโหสิ, เตเนว ปทสา คนฺตุํ อสกฺขิ. เอเตน ยฺวายํ ‘‘ยสฺส ตํ ปริภุตฺตํ สมฺมา ปริณามํ คจฺเฉยฺย อญฺญตฺร ตถาคตสฺสา’’ติ สีหนาโท นทิโต, ตสฺส สาตฺถกตา ทสฺสิตา. พุทฺธานญฺหิ อฏฺฐาเน คชฺชิตํ นาม นตฺถิ. ยสฺมา ตํ ปริภุตฺตํ ภควโต น กิญฺจิ วิการํ อุปฺปาเทสิ, กมฺเมน ปน ลทฺโธกาเสน อุปฺปาทิยมานํ วิการํ อปฺปมตฺตตาย อุปสเมนฺโต สรีเร พลํ อุปฺปาเทสิ, เยน ยถา วกฺขมานํ ติวิธํ ปโยชนํ สมฺปาเทสิ, ตสฺมา สมฺมเทว ตํ ปริณามํ คตํ, มารณนฺติกตฺตา ปน เวทนานํ อวิญฺญาตํ อปากฏํ อโหสีติ. วิริจฺจมาโนติ อภิณฺหํ ปวตฺตโลหิตวิเรจโนว สมาโน. อโวจาติ อตฺตนา อิจฺฉิตฏฺฐาเน ปรินิพฺพานตฺถาย เอวมาห.
กสฺมา ปน ภควา เอวํ โรเค อุปฺปนฺเน กุสินารํ อคมาสิ, กึ อญฺญตฺถ น สกฺกา ปรินิพฺพายิตุนฺติ? ปรินิพฺพายิตุํ นาม น กตฺถจิ น สกฺกา, เอวํ ปน จินฺเตสิ – มยิ กุสินารํ คเต มหาสุทสฺสนสุตฺตเทสนาย (ที. นิ. ๒.๒๔๑) อฏฺฐุปฺปตฺติ ภวิสฺสติ, ตาย ยา เทวโลเก อนุภวิตพฺพสทิสา สมฺปตฺติ มนุสฺสโลเก มยา อนุภูตา, ตํ ทฺวีหิ ภาณวาเรหิ ปฏิมณฺเฑตฺวา เทเสสฺสามิ, ตํ สุตฺวา พหู ชนา กุสลํ กตฺตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ. สุภทฺโทปิ กตฺถ มํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺชนปริโยสาเน สรเณสุ ปติฏฺฐาย ปพฺพชิตฺวา ลทฺธูปสมฺปโท กมฺมฏฺฐานํ ภาเวตฺวา มยิ ธรนฺเตเยว อรหตฺตํ ปตฺวา ปจฺฉิมสาวโก นาม ภวิสฺสติ. อญฺญตฺถ มยิ ปรินิพฺพุเต ธาตุนิมิตฺตํ มหากลโห ภวิสฺสติ, โลหิตํ นที วิย สนฺทิสฺสติ. กุสินารายํ ปน ปรินิพฺพุเต โทณพฺราหฺมโณ ตํ วิวาทํ วูปสเมตฺวา ธาตุโย วิภชิตฺวา ทสฺสตีติ อิมานิ ตีณิ การณานิ ปสฺสนฺโต ภควา มหตา อุสฺสาเหน กุสินารํ อคมาสิ.
อิงฺฆาติ โจทนตฺเถ นิปาโต. กิลนฺโตสฺมีติ ปริสฺสนฺโต อสฺมิ. เตน ยถาวุตฺตเวทนานํ พลวภาวํ เอว ทสฺเสติ. ภควา หิ อตฺตโน อานุภาเวน ตทา ปทสา อคมาสิ, อญฺเญสํ ปน ยถา ปทุทฺธารมฺปิ กาตุํ น สกฺกา, ตถา เวทนา ติขิณา ขรา กฏุกา วตฺตึสุ. เตเนวาห ‘‘นิสีทิสฺสามี’’ติ.
อิทานีติ อธุนา. ลุฬิตนฺติ มทฺทิตํ วิย อากุลํ. อาวิลนฺติ อาลุลํ. อจฺโฉทกาติ ตนุปสนฺนสลิลา. สาโตทกาติ มธุรโตยา. สีโตทกาติ สีตลชลา. เสโตทกาติ นิกฺกทฺทมา. อุทกญฺหิ สภาวโต เสตวณฺณํ, ภูมิวเสน กทฺทมาวิลตาย จ อญฺญาทิสํ โหติ, กกุธาปิ นที วิมลวาลิกา สโมกิณฺณา เสตวณฺณา สนฺทติ. เตน วุตฺตํ ‘‘เสโตทกา’’ติ. สุปติตฺถาติ สุนฺทรติตฺถา. รมณียาติ มโนหรภูมิภาคตาย รมิตพฺพา ยถาวุตฺตอุทกสมฺปตฺติยา จ มโนรมา.
กิลนฺโตสฺมิ จุนฺทก, นิปชฺชิสฺสามีติ ตถาคตสฺส หิ –
‘‘กาฬาวกญฺจ คงฺเคยฺยํ, ปณฺฑรํ ตมฺพปิงฺคลํ;
คนฺธมงฺคลเหมญฺจ, อุโปสถฉทฺทนฺติเม ทสา’’ติ. –
เอวํ วุตฺเตสุ ทสสุ หตฺถิกุเลสุ กาฬาวกสงฺขาตานํ ยํ ทสนฺนํ ปกติหตฺถีนํ พลํ, ตํ เอกสฺส คงฺเคยฺยสฺสาติ เอวํ ทสคุณิตาย คณนาย ปกติหตฺถีนํ โกฏิสหสฺสพลปฺปมาณํ สรีรพลํ. ตํ สพฺพมฺปิ ตสฺมึ ทิวเส ปจฺฉาภตฺตโต ปฏฺฐาย จงฺควาเร ปกฺขิตฺตอุทกํ วิย ปริกฺขยํ คตํ. ปาวาย ติคาวุเต กุสินารา. เอตสฺมึ อนฺตเร ปญฺจวีสติยา ฐาเนสุ นิสีทิตฺวา มหนฺตํ อุสฺสาหํ กตฺวา อาคจฺฉนฺโต สูริยตฺถงฺคมนเวลาย ภควา กุสินารํ ปาปุณีติ เอวํ ‘‘โรโค นาม สพฺพํ อาโรคฺยํ มทฺทนฺโต อาคจฺฉตี’’ติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต สเทวกสฺส โลกสฺส สํเวคกรํ วาจํ ภาสนฺโต ‘‘กิลนฺโตสฺมิ, จุนฺทก, นิปชฺชิสฺสามี’’ติ อาห.
สีหเสยฺยนฺติ เอตฺถ กามโภคีเสยฺยา เปตเสยฺยา ตถาคตเสยฺยา สีหเสยฺยาติ จตสฺโส เสยฺยา. ตตฺถ ‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, กามโภคี วาเมน ปสฺเสน เสยฺยํ กปฺเปนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๖) อยํ กามโภคีเสยฺยา. ‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, เปตา อุตฺตานา เสนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๖) อยํ เปตเสยฺยา. จตุตฺถชฺฌานํ ตถาคตเสยฺยา. ‘‘สีโห, ภิกฺขเว, มิคราชา ทกฺขิเณน ปสฺเสน เสยฺยํ กปฺเปตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๖) อยํ สีหเสยฺยา. อยญฺหิ เตชุสฺสทอิริยาปถตฺตา อุตฺตมเสยฺยา นาม. เตน วุตฺตํ – ‘‘ทกฺขิเณน ปสฺเสน สีหเสยฺยํ กปฺเปสี’’ติ. ปาเท ปาทนฺติ ทกฺขิณปาเท วามปาทํ. อจฺจาธายาติ อติอาธาย, โคปฺผกํ อติกฺกมฺม ฐเปตฺวา. โคปฺผเกน หิ โคปฺผเก, ชาณุนา ชาณุมฺหิ สงฺฆฏฺฏิยมาเน อภิณฺหํ เวทนา อุปฺปชฺชนฺติ, เสยฺยา ผาสุกา น โหติ. ยถา ปน น สงฺฆฏฺเฏติ, เอวํ อติกฺกมฺม ฐปิเต เวทนา นุปฺปชฺชนฺติ, เสยฺยา ผาสุกา โหติ. ตสฺมา เอวํ นิปชฺชิ.
คนฺตฺวาน พุทฺโธติ อิมา คาถา อปรภาเค ธมฺมสงฺคาหเกหิ ฐปิตา. ตตฺถ นทิกนฺติ นทึ. อปฺปฏิโมธ โลเกติ อปฺปฏิโม อิธ อิมสฺมึ สเทวเก โลเก. นฺหตฺวา จ ปิวิตฺวา จุทตารีติ คตฺตานํ สีติกรณวเสน นฺหตฺวา จ ปานียํ ปิวิตฺวา จ นทิโต อุตฺตริ. ตทา กิร ภควติ นฺหายนฺเต อนฺโตนทิยํ มจฺฉกจฺฉปา, อุทกํ, อุโภสุ ตีเรสุ วนสณฺโฑ, สพฺโพ จ โส ภูมิภาโคติ สพฺพํ สุวณฺณวณฺณเมว อโหสิ. ปุรกฺขโตติ คุณวิสิฏฺฐสตฺตุตฺตมครุภาวโต สเทวเกน โลเกน ปูชาสมฺมานวเสน ปุรกฺขโต. ภิกฺขุคณสฺส มชฺเฌติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส มชฺเฌ. ตทา ภิกฺขู ภควโต เวทนานํ อธิมตฺตภาวํ วิทิตฺวา อาสนฺนา หุตฺวา สมนฺตโต ปริวาเรตฺวาว คจฺฉนฺติ. สตฺถาติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ สตฺตานํ อนุสาสนโต สตฺถา. ปวตฺตา ภควา อิธ ธมฺเมติ ภาคฺยวนฺตตาทีหิ ภควา อิธ สีลาทิสาสนธมฺเม ปวตฺตา, ธมฺเม วา จตุราสีติธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานิ ปวตฺตา ปวตฺเตตา. อมฺพวนนฺติ ตสฺสา เอว นทิยา ตีเร อมฺพวนํ. อามนฺตยิ จุนฺทกนฺติ ตสฺมึ กิร ขเณ อายสฺมา อานนฺโท อุทกสาฏิกํ ปีเฬนฺโต โอหียิ, จุนฺทกตฺเถโร สมีเป อโหสิ. ตสฺมา ตํ ภควา อามนฺตยิ. ปมุเข นิสีทีติ วตฺตสีเสน สตฺถุ ปุรโต นิสีทิ ‘‘กึ นุ โข สตฺถา อาณาเปตี’’ติ. เอตฺตาวตา ธมฺมภณฺฑาคาริโก อนุปฺปตฺโต. เอวํ อนุปฺปตฺตํ อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ.
อุปทเหยฺยาติ อุปฺปาเทยฺย, วิปฺปฏิสารสฺส อุปฺปาทโก โกจิ ปุริโส สิยา อปิ ภเวยฺย. อลาภาติ เย อญฺเญสํ ทานํ ททนฺตานํ ทานานิสํสสงฺขาตา ลาภา โหนฺติ, เต อลาภา. ทุลฺลทฺธนฺติ ปุญฺญวิเสเสน ลทฺธมฺปิ มนุสฺสตฺตํ ทุลฺลทฺธํ. ยสฺส เตติ ยสฺส ตว. อุตฺตณฺฑุลํ วา อติกิลินฺนํ วา โก ตํ ชานาติ, กีทิสมฺปิ ปจฺฉิมํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิตฺวา ตถาคโต ปรินิพฺพุโต, อทฺธา เตน ยํ วา ตํ วา ทินฺนํ ภวิสฺสตีติ. ลาภาติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกา ทานานิสํสสงฺขาตา ลาภา. สุลทฺธนฺติ ตุยฺหํ มนุสฺสตฺตํ สุลทฺธํ. สมฺมุขาติ สมฺมุขโต, น อนุสฺสเวน น ปรมฺปรายาติ อตฺโถ. เมตนฺติ เม เอตํ มยา เอตํ. เทฺวเมติ เทฺว อิเม. สมสมผลาติ สพฺพากาเรน สมานผลา.
นนุ จ ยํ สุชาตาย ทินฺนํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิตฺวา ตถาคโต อภิสมฺพุทฺโธ, ตํ กิเลสานํ อปฺปหีนกาเล ทานํ, อิทํ ปน จุนฺทสฺส ทานํ ขีณาสวกาเล, กสฺมา เอตานิ สมผลานีติ? ปรินิพฺพานสมตาย สมาปตฺติสมตาย อนุสฺสรณสมตาย จ. ภควา หิ สุชาตาย ทินฺนํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิตฺวา สอุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโต, จุนฺเทน ทินฺนํ ภุญฺชิตฺวา อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโตติ เอวํ ปรินิพฺพานสมตายปิ สมผลานิ. อภิสมฺพุชฺฌนทิวเส จ อคฺคมคฺคสฺส เหตุภูตา จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสงฺขา สมาปตฺติโย สมาปชฺชิ, ปรินิพฺพานทิวเสปิ สพฺพา ตา สมาปชฺชิ. เอวํ สมาปตฺติสมตายปิ สมผลานิ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘ยสฺส เจตํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา อนุตฺตรํ อปฺปมาณํ เจโตสมาธึ อุปสมฺปชฺช วิหรติ, อปฺปมาโณ ตสฺส ปุญฺญาภิสนฺโท กุสลาภิสนฺโท’’ติอาทิ. –
สุชาตา จ อปรภาเค อสฺโสสิ ‘‘น กิร สา รุกฺขเทวตา, โพธิสตฺโต กิเรส, ตํ กิร ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ, สตฺตสตฺตาหํ กิรสฺส เตน ยาปนา อโหสี’’ติ. ตสฺสา อิทํ สุตฺวา ‘‘ลาภา วต เม’’ติ อนุสฺสรนฺติยา พลวปีติโสมนสฺสํ อุทปาทิ. จุนฺทสฺสปิ อปรภาเค ‘‘อวสานปิณฺฑปาโต กิร มยา ทินฺโน, ธมฺมสีสํ กิร มยา คหิตํ, มยฺหํ กิร ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา สตฺถา อตฺตนา จิรกาลาภิปตฺถิตาย อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโต’’ติ สุตฺวา ‘‘ลาภา วต เม’’ติ อนุสฺสรโต พลวปีติโสมนสฺสํ อุทปาทิ. เอวํ อนุสฺสรณสมตายปิ สมผลานิ เทฺวปิ ปิณฺฑปาตทานานีติ เวทิตพฺพานิ.
อายุสํวตฺตนิกนฺติ ทีฆายุกสํวตฺตนิกํ. อุปจิตนฺติ ปสุตํ อุปฺปาทิตํ. ยสสํวตฺตนิกนฺติ ปริวารสํวตฺตนิกํ. อาธิปเตยฺยสํวตฺตนิกนฺติ เสฏฺฐภาวสํวตฺตนิกํ.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ ทานสฺส มหปฺผลตญฺเจว สีลาทิคุเณหิ อตฺตโน จ อนุตฺตรทกฺขิเณยฺยภาวํ อนุปาทาปรินิพฺพานญฺจาติ ติวิธมฺปิ อตฺถํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา ตทตฺถทีปนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ ทานํ เทนฺตสฺส จิตฺตสมฺปตฺติยา จ ทกฺขิเณยฺยสมฺปตฺติยา จ ทานมยํ ปุญฺญํ อุปจียติ, มหปฺผลตรญฺจ มหานิสํสตรญฺจ โหตีติ อตฺโถ. อถ วา ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ เทยฺยธมฺมํ ปริจฺจชนฺโต ปริจฺจาคเจตนาย พหุลีกตาย อนุกฺกเมน สพฺพตฺถ อนาปตฺติพหุโล สุวิสุทฺธสีลํ รกฺขิตฺวา สมถวิปสฺสนญฺจ ภาเวตุํ สกฺโกตีติ ตสฺส ทานาทิวเสน ติวิธมฺปิ ปุญฺญํ อภิวฑฺฒตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สํยมโตติ สีลสํยเมน สํยมนฺตสฺส, สํวเร ฐิตสฺสาติ อตฺโถ. เวรํ น จียตีติ ปญฺจวิธเวรํ น ปวฑฺฒติ, อโทสปธานตฺตา วา อธิสีลสฺส กายวาจาจิตฺเตหิ สยํมนฺโต สุวิสุทฺธสีโล ขนฺติพหุลตาย เกนจิ เวรํ น กโรติ, กุโต ตสฺส อุปจโย. ตสฺมา ตสฺส สํยมโต สํยมนฺตสฺส, สํยมเหตุ วา เวรํ น จียติ. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ กุสโล ปน ญาณสมฺปนฺโน สุวิสุทฺธสีเล ปติฏฺฐิโต อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ อตฺตโน อนุรูปํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อุปจารปฺปนาเภทํ ฌานํ สมฺปาเทนฺโต ปาปกํ ลามกํ กามจฺฉนฺทาทิอกุสลํ วิกฺขมฺภนวเสน ชหาติ ปริจฺจชติ. โส ตเมว ฌานํ ปาทกํ กตฺวา สงฺขาเรสุ ขยวยํ ปฏฺฐเปตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อริยมคฺเคน อนวเสสํ ปาปกํ ลามกํ อกุสลํ สมุจฺเฉทวเสน ชหาติ. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ โส เอวํ ปาปกํ ปชหิตฺวา ราคาทีนํ ขยา อนวเสสกิเลสนิพฺพาเนน, ตโต ปรํ ขนฺธนิพฺพาเนน จ นิพฺพุโต โหตีติ เอวํ ภควา จุนฺทสฺส จ ทกฺขิณสมฺปตฺตึ, อตฺตโน จ ทกฺขิเณยฺยสมฺปตฺตึ นิสฺสาย ปีติเวควิสฺสฏฺฐํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ปญฺจมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.