๑๐. โลกสุตฺตวณฺณนา

๓๐. ทสเม พุทฺธจกฺขุนาติ เอตฺถ อาสยานุสยญาณํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณญฺจ พุทฺธจกฺขุ นาม. ยถาห –

‘‘อทฺทสา โข ภควา พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต สตฺเต อปฺปรชกฺเข มหารชกฺเข ติกฺขินฺทฺริเย มุทินฺทฺริเย’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๒๘๓; ๒.๓๓๙).

โลกนฺติ ตโย โลกา – โอกาสโลโก, สงฺขารโลโก, สตฺตโลโกติ. ตตฺถ –

‘‘ยาวตา จนฺทิมสูริยา ปริหรนฺติ,

ทิสา ภนฺติ วิโรจนา;

ตาว สหสฺสธา โลโก,

เอตฺถ เต วตฺตตี วโส’’ติ. –

อาทีสุ (ม. นิ. ๑.๕๐๓) โอกาสโลโก. ‘‘เอโก โลโก – สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา, เทฺว โลกา – นามญฺจ รูปญฺจ, ตโย โลกา – ติสฺโส เวทนา, จตฺตาโร โลกา – จตฺตาโร อาหารา, ปญฺจ โลกา – ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา, ฉ โลกา – ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ, สตฺต โลกา – สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโย, อฏฺฐ โลกา – อฏฺฐ โลกธมฺมา, นว โลกา – นว สตฺตาวาสา, ทส โลกา – ทสายตนานิ, ทฺวาทส โลกา – ทฺวาทสายตนานิ, อฏฺฐารส โลกา – อฏฺฐารส ธาตุโย’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๒) สงฺขารโลโก. ‘‘สสฺสโต โลโก, อสสฺสโต โลโก’’ติอาทีสุ สตฺตโลโก วุตฺโต. อิธาปิ สตฺตโลโก เวทิตพฺโพ.

ตตฺถ โลกียติ วิจิตฺตาการโต ทิสฺสตีติ จกฺกวาฬสงฺขาโต โลโก โอกาสโลโก, สงฺขาโร ลุชฺชติ ปลุชฺชตีติ โลโก, โลกียติ เอตฺถ ปุญฺญปาปํ ตพฺพิปาโก จาติ สตฺตโลโก. เตสุ ภควา มหากรุณาย อนุกมฺปมาโน สํสารทุกฺขโต โมเจตุกาโม สตฺตโลกํ โอโลเกสิ. กตมสฺส ปน สตฺตาหสฺส อจฺจเยน โอโลเกสิ? ปฐมสฺส สตฺตาหสฺส. ภควา หิ ปลฺลงฺกสตฺตาหสฺส ปริโยสาเน ปจฺฉิมยามาวสาเน ‘‘ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา…เป… สูริโยว โอภาสยมนฺตลิกฺข’’นฺติ (อุทา. ๑-๓; กถา. ๓๒๑; มหาว. ๑-๓) อิมํ อริยมคฺคานุภาวทีปกํ อุทานํ อุทาเนตฺวา, ‘‘อหํ ตาว เอวํ สุทุตฺตรํ สํสารมโหฆํ อิมาย ธมฺมนาวาย สมุตฺตริตฺวา นิพฺพานปาเร ฐิโต, หนฺท ทานิ โลกมฺปิ ตาเรสฺสามิ, กีทิโส นุ โข โลโก’’ติ โลกํ โวโลเกสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อถ โข ภควา ตสฺส สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกสี’’ติ.

ตตฺถ โวโลเกสีติ วิวิเธหิ อากาเรหิ ปสฺสิ, หตฺถตเล ฐปิตอามลกํ วิย อตฺตโน ญาเณน ปจฺจกฺขํ อกาสิ. อเนเกหิ สนฺตาเปหีติอาทิ โวโลกิตาการทสฺสนํ. อเนเกหิ สนฺตาเปหีติ อเนเกหิ ทุกฺเขหิ. ทุกฺขญฺหิ สนฺตาปนปีฬนฏฺเฐน สนฺตาโปติ วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺโฐ สงฺขตฏฺโฐ สนฺตาปฏฺโฐ วิปริณามฏฺโฐ’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๗). ตญฺจ ทุกฺขทุกฺขาทิวเสน เจว ชาติอาทิวเสน จ อเนกปฺปการํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อเนเกหิ สนฺตาเปหี’’ติ. อเนเกหิ ทุกฺเขหิ สนฺตปฺปมาเน ปีฬิยมาเน พาธิยมาเน. ปริฬาเหหีติ ปริทาเหหิ. ปริฑยฺหมาเนติ อินฺธนํ วิย อคฺคินา สมนฺตโต ฑยฺหมาเน. ราคเชหีติ ราคสมฺภูเตหิ. เอส นโย เสเสสุปิ. ราคาทโย หิ ยสฺมึ สนฺตาเน อุปฺปชฺชนฺติ, ตํ นิทฺทหนฺตา วิย วิพาเธนฺติ, เตน วุตฺตํ – ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, อคฺคี – ราคคฺคิ, โทสคฺคิ, โมหคฺคี’’ติ (อิติวุ. ๙๓). ยโต เต จิตฺตํ กายญฺจ กิเลเสนฺตีติ กิเลสาติ วุจฺจนฺติ. เอตฺถ จ ปริฑยฺหมาเนติ เอเตน ภควา ราคาทิกิเลสานํ ปวตฺติทุกฺขตํ, เตน จ สตฺตานํ อภิภูตตํ ทสฺเสติ. สนฺตปฺปมาเนติ อิมินา ปน เตสํ กาลนฺตรทุกฺขตํ, เตน นิรนฺตโรปทฺทวตญฺจ ทสฺเสติ.

ภควา หิ โพธิรุกฺขมูเล อปราชิตปลฺลงฺเก นิสินฺโน ปฐมยาเม ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสริตฺวา มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุํ วิโสเธตฺวา ปจฺฉิมยาเม ปฏิจฺจสมุปฺปาเท ญาณํ โอตาเรตฺวา กิเลสมูลกํ วฏฺฏทุกฺขํ อภิญฺญาย สงฺขาเร ปริคฺคเหตฺวา สมฺมสนฺโต อนุกฺกเมน วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อริยมคฺคาธิคเมน สยํ วิคตวิทฺธสฺตกิเลโส อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ปจฺจเวกฺขณานนฺตรํ อนวเสสานํ กิเลสานํ ปหีนตฺตา อตฺตโน วฏฺฏทุกฺขสฺส ปริกฺขีณภาวทีปกํ สพฺพพุทฺธานํ อวิชหิตํ ‘‘อเนกชาติสํสาร’’นฺติ (ธ. ป. ๑๕๓) อุทานํ อุทาเนตฺวา เตเนว ปลฺลงฺเกน สตฺตาหํ วิมุตฺติสุขปฏิสํเวที นิสินฺโน สตฺตมาย รตฺติยา ตีสุ ยาเมสุ วุตฺตนเยน ตีณิ อุทานานิ อุทาเนตฺวา ตติยอุทานานนฺตรํ พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต ‘‘สกลมิทํ สตฺตานํ วฏฺฏทุกฺขํ กิเลสมูลกํ, กิเลสา นาเมเต ปวตฺติทุกฺขา อายติมฺปิ ทุกฺขเหตุภูตา, เตหิ อิเม สตฺตา สนฺตปฺปนฺติ ปริฑยฺหนฺติ จา’’ติ ปสฺสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อทฺทสา โข ภควา…เป… โมหเชหิปี’’ติ.

เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ โลกสฺส ยถาวุตฺตสนฺตาปปริฬาเหหิ อภิภุยฺยมานตํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ สพฺพสนฺตาปปริฬาหโต ปรินิพฺพานวิภาวนํ มหาอุทานํ อุทาเนสิ.

ตตฺถ อยํ โลโก สนฺตาปชาโตติ อยํ สพฺโพปิ โลโก ชราโรคมรเณหิ เจว นานาวิธพฺยสเนหิ จ กิเลสปริยุฏฺฐาเนหิ จ ชาตสนฺตาโป, อุปฺปนฺนกายิกเจตสิกทุกฺขาภิภโวติ อตฺโถ. ผสฺสปเรโตติ ตโต เอว อเนเกหิ ทุกฺขสมฺผสฺเสหิ ปริหโต อุปทฺทุโต. อถ วา ผสฺสปเรโตติ สุขาทิสงฺขาตานํ ติสฺสนฺนํ ทุกฺขตานํ ปจฺจยภูเตหิ ฉหิ ผสฺเสหิ อภิภูโต, ตโต ตโต ทฺวารโต ตสฺมึ ตสฺมึ อารมฺมเณ ปวตฺติวเสน อุปสฺสฏฺโฐ. โรคํ วทติ อตฺตโตติ ผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชมานํ เวทนาสงฺขาตํ โรคํ ทุกฺขํ, ขนฺธปญฺจกเมว วา ยถาภูตํ อชานนฺโต ‘‘อห’’นฺติ สญฺญาย ทิฏฺฐิคาหวเสน ‘‘อหํ สุขิโต ทุกฺขิโต’’ติ อตฺตโต วทติ. ‘‘อตฺตโน’’ติปิ ปฐนฺติ. ตสฺสตฺโถ – ยฺวายํ โลโก เกนจิ ทุกฺขธมฺเมน ผุฏฺโฐ อภาวิตตฺตตาย อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘อโห ทุกฺขํ, อีทิสํ ทุกฺขํ มยฺหํ อตฺตโนปิ มา โหตู’’ติอาทินา วิปฺปลปนฺโต เกวลํ อตฺตโน โรคํ วทติ, ตสฺส ปน ปหานาย น ปฏิปชฺชตีติ อธิปฺปาโย. อถ วา ตํ ยถาวุตฺตํ ทุกฺขํ ยถาภูตํ อชานนฺโต ตณฺหาคาหวเสน ‘‘มม’’นฺติ สญฺญาย อตฺตโต วทติ, ‘‘มม อิท’’นฺติ วาจํ นิจฺฉาเรติ.

เยน เยน หิ มญฺญตีติ เอวมิมํ โรคภูตํ ขนฺธปญฺจกํ อตฺตโต อตฺตโน วา วทนฺโต โลโก เยน เยน รูปเวทนาทินา การณภูเตน, เยน วา สสฺสตาทินา ปกาเรน ทิฏฺฐิมานตณฺหามญฺญนาหิ มญฺญติ. ตโต ตํ โหติ อญฺญถาติ ตโต อตฺตนา ปริกปฺปิตาการโต ตํ มญฺญนาย วตฺถุภูตํ ขนฺธปญฺจกํ อญฺญถา อนตฺตานตฺตนิยเมว โหติ. วเส วตฺเตตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อหงฺการมมงฺการตฺตํ น นิปฺผาเทตีติ อตฺโถ. อถ วา ตโตติ ตสฺมา มญฺญนามตฺตภาวโต ตํ ขนฺธปญฺจกํ นิจฺจาทิวเสน มญฺญิตํ อญฺญถา อนิจฺจาทิสภาวเมว โหติ. น หิ มญฺญนา ภาวญฺญถตฺตํ วา ลกฺขณญฺญถตฺตํ วา กาตุํ สกฺโกติ.

อญฺญถาภาวี ภวสตฺโตติ อสมฺภเว วฑฺฒิยํ หิตสุเข สตฺโต ลคฺโค สตฺตโลโก มญฺญนาย ยถารุจิ จินฺติยมาโนปิ วิปรีตปฺปฏิปตฺติยา ตโต อญฺญถาภาวี อหิตทุกฺขภาวี วิฆาตํเยว ปาปุณาติ. ภวเมวาภินนฺทตีติ เอวํ สนฺเตปิ ตํ มญฺญนาปริกปฺปิตํ อวิชฺชมานํ ภวํ วฑฺฒึ อภินนฺทติ เอว อภิกงฺขติ เอว. อถ วา อญฺญถาภาวีติ ‘‘นิจฺโจ เม อตฺตา’’ติอาทินา มญฺญนาย ปริกปฺปิตาการโต สยํ อญฺญถาภาวี สมาโน อนิจฺโจ อธุโวติ อตฺโถ. ภวสตฺโตติ กามาทิภเวสุ ภวตณฺหาย สตฺโต ลคฺโค คธิโต. ภวเมวาภินนฺทตีติ อนิจฺจาทิสภาวํ ภวเมว นิจฺจาทิวเสน ปรามสิตฺวา, ตตฺถ วา อธิมุตฺติสญฺญํ ตณฺหาทิฏฺฐาภินนฺทนาหิ อภินนฺทติ, น ตตฺถ นิพฺพินฺทติ. ยทภินนฺทติ ตํ ภยนฺติ ยํ วฑฺฒิสงฺขาตํ ภวํ กามาทิภวํ วา อภินนฺทติ, ตํ อนิจฺจาทิวิปริณามสภาวตฺตา อเนกพฺยสนานุพนฺธตฺตา จ ภวเหตุภาวโต อติวิย ภยานกฏฺเฐน ภยํ. ยสฺส ภายตีติ ยโต ชรามรณาทิโต ภายติ, ตํ ชรามรณาทิ ทุกฺขาธิฏฺฐานภาวโต ทุกฺขทุกฺขภาวโต จ ทุกฺขํ. อถ วา ยสฺส ภายตีติ ภวาภินนฺทเนน ยสฺส วิภวสฺส ภายติ, โส อุจฺเฉทสงฺขาโต วิภโว, ตโต ภายนญฺจ ทุกฺขวตฺถุภาวโต ชาติอาทิทุกฺขสฺส อนติวตฺตนโต จ ทุกฺขํ ทุกฺขสภาวเมวาติ อตฺโถ. อถ วา ยสฺส ภายติ ตํ ทุกฺขนฺติ ยสฺส อนิจฺจาทิกสฺส ภายติ ตํ นิสฺสรณํ อชานนฺโต, ตํ ภยํ ตสฺส ทุกฺขํ โหติ, ทุกฺขํ อาวหตีติ อตฺโถ.

เอตฺตเกน วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิวฏฺฏํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ภววิปฺปหานาย โข ปนิทํ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตี’’ติ อาห. ตตฺถ ภววิปฺปหานายาติ กามาทิภวสฺส ปชหนตฺถาย. โขติ อวธารเณ, ปนาติ ปทปูรเณ นิปาโต. อิทนฺติ อาสนฺนปจฺจกฺขวจนํ. พฺรหฺมจริยนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยํ. วุสฺสตีติ ปูเรสฺสติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เอกนฺเตเนว กามาทิภวสฺส สมุทยปฺปหาเนน อนวเสสปชหนตฺถาย อิทํ มยา สตสหสฺสกปฺปาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ อติทุกฺกรานิ อาจริตฺวา ปารมิโย ปูเรตฺวา โพธิมณฺเฑ ติณฺณํ มารานํ มตฺถกํ มทฺทิตฺวา อธิคตํ สีลาทิกฺขนฺธตฺตยสงฺคหํ อฏฺฐงฺคิกมคฺคพฺรหฺมจริยํ จริยติ ภาวิยตีติ.

เอวํ อริยมคฺคสฺส เอกํเสเนว นิยฺยานิกภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อญฺญมคฺคสฺส ตทภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เย หิ เกจี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เยติ อนิยมนิทฺเทโส. หีติ นิปาตมตฺตํ. เกจีติ เอกจฺเจ. ปททฺวเยนาปิ ตถาวาทิโน ทิฏฺฐิคติเก อนิยมโต ปริยาทิยติ. สมณาติ ปพฺพชฺชูปคมนมตฺเตน สมณา, น สมิตปาปา. พฺราหฺมณาติ ชาติมตฺเตน พฺราหฺมณา, น พาหิตปาปา. วาสทฺโท วิกปฺปตฺโถ. ภเวน ภวสฺส วิปฺปโมกฺขมาหํสูติ เอกจฺเจ กามภเวน รูปภเวน วา สพฺพภวโต วิมุตฺตึ สํสารสุทฺธึ กถยึสุ.

เก ปเนวํ วทนฺตีติ? ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทิโน เตสุ หิ เกจิ ‘‘อุฬาเรหิ ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิโต อตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปรมํ นิพฺพุตึ ปตฺโต โหตี’’ติ วทนฺติ. เกจิ ‘‘รูปาวจรชฺฌาเนสุ ปฐมชฺฌานสมงฺคี…เป… เกจิ ‘‘ทุติยตติยจตุตฺถชฺฌานสมงฺคี อตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปรมํ นิพฺพุตึ ปตฺโต โหตี’’ติ วทนฺติ. ยถาห –

‘‘อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เอวํวาที โหติ เอวํทิฏฺฐิ ‘ยโต โข โภ อยํ อตฺตา ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิโต’’’ติ (ที. นิ. ๑.๙๔) วิตฺถาโร.

เต ปน ยสฺมา ยาวทตฺถํ ปีตตฺตา สุหิตาย ชลูกาย วิย รุหิรปิปาสา กามาทิสุเขหิ สมปฺปิตสฺส ตสฺส อตฺตโน กาเมสนาทโย น ภวิสฺสนฺติ, ตทภาเว จ ภวสฺส อภาโวเยว, ยสฺมึ ยสฺมิญฺจ ภเว ฐิตสฺส อยํ นโย ลพฺภติ, เตน เตน ภเวน สพฺพภวโต วิมุตฺติ โหตีติ วทนฺติ, ตสฺมา ‘‘ภเวน ภวสฺส วิปฺปโมกฺขมาหํสู’’ติ วุตฺตา. เยสญฺจ ‘‘เอตฺตกํ นาม กาลํ สํสริตฺวา พาลา จ ปณฺฑิตา จ ปริโยสานภเว ฐตฺวา สํสารโต วิมุจฺจนฺตี’’ติ ลทฺธิ, เตปิ ภเวน ภวสฺส วิปฺปโมกฺขํ วทนฺติ นาม. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘จุลฺลาสีติ มหากปฺปิโน สตสหสฺสานิ ยานิ พาเล จ ปณฺฑิเต จ สนฺธาวิตฺวา สํสริตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๘).

อถ วา ภเวนาติ ภวทิฏฺฐิยา. ภวติ สสฺสตํ ติฏฺฐตีติ ปวตฺตนโต สสฺสตทิฏฺฐิ ภวทิฏฺฐีติ วุจฺจติ, ภวทิฏฺฐิ เอเวตฺถ อุตฺตรปทโลเปน ภวตณฺหาติอาทีสุ วิย ภโวติ วุตฺโต. ภวทิฏฺฐิวเสน จ เอกจฺเจ ภววิเสสํเยว กิเลสานํ วูปสนฺตวุตฺติยา อายุโน จ ทีฆาวาสตาย นิจฺจาทิสภาวํ ภววิโมกฺขํ มญฺญนฺติ, เสยฺยถาปิ พโก พฺรหฺมา ‘‘อิทํ นิจฺจํ, อิทํ ธุวํ, อิทํ สสฺสตํ, อิทํ อวิปริณามธมฺม’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๕๐๑) อโวจ. เตสเมวํ วิปรีตคาหีนํ อนิสฺสรเณ นิสฺสรณทิฏฺฐีนํ กุโต ภววิโมกฺโข. เตนาห ภควา – ‘‘สพฺเพ เต ‘อวิปฺปมุตฺตา ภวสฺมา’ติ วทามี’’ติ.

วิภเวนาติ อุจฺเฉเทน. ภวสฺส นิสฺสรณมาหํสูติ สพฺพภวโต นิคฺคมนํ นิกฺขนฺตึ สํสารสุทฺธึ วทึสุ. เต หิ ‘‘ภเวน ภวสฺส วิปฺปโมกฺโข’’ติ วทนฺตานํ วาทํ อนนุชานนฺตา ภวูปจฺเฉเทน นิสฺสรณํ ปฏิชานึสุ. วิภเวนาติ วา อุจฺเฉททิฏฺฐิยา. วิภวติ วินสฺสติ อุจฺฉิชฺชติ อตฺตา จ โลโก จาติ ปวตฺตนโต อุจฺเฉททิฏฺฐิ วุตฺตนเยน ‘‘วิภโว’’ติ วุจฺจติ. อุจฺเฉททิฏฺฐิวเสน หิ สตฺตา อธิมุจฺจิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ อุปฺปนฺนา อุจฺฉิชฺชนฺติ, สา เอว สํสารสุทฺธีติ อุจฺเฉทวาทิโน. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘ยโต โข โภ อยํ อตฺตา รูปี จาตุมหาภูติโก…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ, เอตฺตาวตา โข โภ อยํ อตฺตา สมฺมา สมุจฺฉินฺโน โหตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๘๕).

ตถา –

‘‘นตฺถิ, มหาราช, ทินฺนํ, นตฺถิ ยิฏฺฐํ นตฺถิ หุตํ…เป… พาเล จ ปณฺฑิเต จ กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชนฺติ วินสฺสนฺติ น โหนฺติ ปรํ มรณา’’ติ จ (ที. นิ. ๑.๑๗๑).

เตสมฺปิ เอวํ วิปรีตคาหีนํ กุโต ภวนิสฺสรณํ. เตนาห ภควา – ‘‘สพฺเพ เต ‘อนิสฺสฏา ภวสฺมา’ติ วทามี’’ติ. น หิ อริยมคฺคภาวนาย อนวเสสกิเลสํ อสมุคฺฆาเตตฺวา กทาจิปิ ภวโต นิสฺสรณวิมุตฺติ สมฺภวติ. ตถา หิ เตสํ สมณพฺราหฺมณานํ ยถาภูตาวโพธาภาวโต ‘‘อตฺถิ นตฺถี’’ติ อนฺตทฺวยนิปติตานํ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน สมฺปริตสิตวิปฺผนฺทิตมตฺตํ, ยโต เต ทิฏฺฐิคติกา ปวตฺติเหตูสุปิ สมฺมูฬฺหา สกฺกายภูมิยํ สุนิขาเต วิปรีตทสฺสนถมฺเภ ตณฺหาพนฺธเนน พทฺธา คทฺทูลพนฺธนา วิย สา น วิชหนฺติ พนฺธนฏฺฐานํ, กุโต เนสํ วิโมกฺโข?

เย ปน จตุสจฺจวิภาวเนน ปวตฺติอาทีสุ อสมฺโมหโต ตํ อนฺตทฺวยํ อนุปคมฺม มชฺฌิมํ ปฏิปทํ สมารุฬฺหา, เตสํเยว ภววิปฺปโมกฺโข นิสฺสรณญฺจาติ ทสฺเสนฺโต สตฺถา ‘‘อุปธึ หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อุปธินฺติ ขนฺธาทิอุปธึ. หีติ นิปาตมตฺตํ. ปฏิจฺจาติ นิสฺสาย, ปจฺจยํ กตฺวา. ทุกฺขนฺติ ชาติอาทิ ทุกฺขํ. กึ วุตฺตํ โหติ? ยตฺถิเม ทิฏฺฐิคติกา วิโมกฺขสญฺญิโน, ตตฺถ ขนฺธกิเลสาภิสงฺขารูปธโย อธิคตา, กุโต ตตฺถ ทุกฺขนิสฺสรณํ? ยตฺร หิ กิเลสา, ตตฺราภิสงฺขารสมฺภวโต ภวปพนฺธสฺส อวิจฺเฉโทเยวาติ วฏฺฏทุกฺขสฺส อนิวตฺติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อุปธิญฺหิ ปฏิจฺจ ทุกฺขมิทํ สมฺโภตี’’ติ.

อิทานิ ยํ ปรมตฺถโต ทุกฺขสฺส นิสฺสรณํ, ตํ ทสฺเสตุํ, ‘‘สพฺพุปาทานกฺขยา นตฺถิ ทุกฺขสฺส สมฺภโว’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ สพฺพุปาทานกฺขยาติ กามุปาทานํ ทิฏฺฐุปาทานํ สีลพฺพตุปาทานํ อตฺตวาทุปาทานนฺติ สพฺเพสํ อิเมสํ จตุนฺนมฺปิ อุปาทานานํ อริยมคฺคาธิคเมน อนวเสสปฺปหานโต. ตตฺถ ทิฏฺฐุปาทานํ สีลพฺพตุปาทานํ อตฺตวาทุปาทานนฺติ อิมานิ ตีณิ อุปาทานานิ โสตาปตฺติมคฺเคน ขียนฺติ, อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปชฺชนฺติ. กามุปาทานํ อปายคมนียํ ปฐเมน, กามราคภูตํ พหลํ ทุติเยน, สุขุมํ ตติเยน, รูปราคารูปราคปฺปหานํ จตุตฺเถนาติ จตูหิปิ มคฺเคหิ ขียติ, อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปชฺชตีติ เวทิตพฺพํ. นตฺถิ ทุกฺขสฺส สมฺภโวติ เอวํ สพฺพโส อุปาทานกฺขยา ตเทกฏฺฐตาย สพฺพสฺสปิ กิเลสคณสฺส อนุปฺปาทนโต อปฺปมตฺตกสฺสปิ วฏฺฏทุกฺขสฺส สมฺภโว ปาตุภาโว นตฺถิ.

เอวํ ภควา เหตุนา สทฺธึ ปวตฺตึ นิวตฺติญฺจ ทสฺเสตฺวา ‘‘อิมํ นยํ อชานนฺโต อยํ สตฺตโลโก วฏฺฏโตปิ สีสํ น อุกฺขิปตี’’ติ ทสฺเสนฺโต ‘‘โลกมิมํ ปสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ โลกมิมํ ปสฺสาติ อตฺตโน พุทฺธจกฺขุนา ปจฺจกฺขโต วิสยภาวสฺส อุปคตตฺตา ‘‘โลกมิมํ ปสฺสา’’ติ ภควาทสฺสนกิริยาย นิโยเชนฺโต อตฺตานเมวาลปติ. ปุถูติ พหู, วิสุํ วิสุํ วา. อวิชฺชาย ปเรตาติ ‘‘ทุกฺเข อญฺญาณ’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๑๑๐๖; วิภ. ๒๒๖) นเยน วุตฺตาย จตุสจฺจปฏิจฺฉาทิกาย อวิชฺชาย อภิภูตา. ภูตาติ กมฺมกิเลเสหิ ชาตา นิพฺพตฺตา. ภูตรตาติ ภูเตสุ มาตาปิตุปุตฺตทาราทิสญฺญาย อญฺญสตฺเตสุ ตณฺหาย รตา, ภูเต วา ขนฺธปญฺจเก อนิจฺจาสุภทุกฺขานตฺตสภาเว ตํสภาวานวโพธโต อิตฺถิปุริสาทิปริกปฺปวเสน นิจฺจาทิวเสน อตฺตตฺตนิยคาหวเสน จ อภิรตา. ภวา อปริมุตฺตาติ ยถาวุตฺเตน ตณฺหาทิฏฺฐิคาเหน ภวโต สํสารโต น ปริมุตฺตา.

เอตฺถ จ ‘‘โลกมิม’’นฺติ ปฐมํ ตาว สกลมฺปิ สตฺตนิกายํ สามญฺญโต เอกตฺตํ อุปเนนฺโต เอกวจเนน อโนธิโส คหณํ ทีเปตฺวา ‘‘สฺวายํ โลโก ภวโยนิคติฐิติสตฺตาวาสาทิวเสน เจว ตตฺถาปิ ตํตํสตฺตนิกายาทิวเสน จ อเนกเภทภินฺโน ปจฺเจกํ มยา โวโลกิโต’’ติ อตฺตโน พุทฺธจกฺขุญาณานุภาวํ ปกาเสนฺโต สตฺถา ปุน วจนเภทํ กตฺวา พหุวจเนน โอธิโส คหณํ ทีเปติ ‘‘ปุถู อวิชฺชาย ปเรตา ภูตา’’ติอาทินา. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘โลกมิม’’นฺติ อุปโยควจนํ กตฺวา ‘‘อวิชฺชาย ปเรตา’’ติอาทินา ปจฺจตฺตพหุวจนนิทฺเทโสปิ อวิรุทฺโธ โหติ ภินฺนวากฺยตฺตา. เกจิ ปน เอกวากฺยตาธิปฺปาเยน ‘‘อวิชฺชาย ปเรตํ ภูตํ ภูตรตํ ภวา อปริมุตฺต’’นฺติ ปฐนฺติ, วิภตฺติเภทวเสเนว ปน ปุราณปาโฐ.

อิทานิ เยน อุปาเยน ภววิปฺปโมกฺโข โหติ, ตํ สพฺพํ ติตฺถิยานํ อวิสยภูตํ พุทฺธโคจรํ วิปสฺสนาวีถึ ทสฺเสนฺโต ‘‘เย หิ เกจี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เย หิ เกจิ ภวาติ กามภวาทิ สญฺญีภวาทิ เอกโวการภวาทิวิภาเคน นานาเภทภินฺนา สาตวนฺโต วา อสาตวนฺโต วา ทีฆายุกา วา อิตฺตรกฺขณา วา เย หิ เกจิ ภวา. สพฺพธีติ อุทฺธํ อโธ ติริยนฺติ อาทิวิภาเคน สพฺพตฺถ. สพฺพตฺถตายาติ สคฺคาปายมนุสฺสาทิวิภาเคน. สพฺเพ เตติอาทีสุ สพฺเพปิ เต ภวา รูปเวทนาทิธมฺมา หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจา, อุทยพฺพยปฏิปีฬิตตฺตา ทุกฺขา, ชราย มรเณน จาติ ทฺวิธา วิปริณาเมตพฺพตาย วิปริณามธมฺมา. อิติสทฺโท อาทิอตฺโถ ปการตฺโถ วา, เตน อนตฺตลกฺขณมฺปิ สงฺคเหตฺวา อวสวตฺตนฏฺเฐน อนตฺตา, วิปริณามธมฺมตาย วา อวสวตฺตนฏฺเฐน อนตฺตาติ วุตฺตา.

เอวํ ลกฺขณตฺตยปฏิวิชฺฌนากาเรน เอตํ ภวสงฺขาตํ ขนฺธปญฺจกํ ยถาภูตํ อวิปรีตํ สมฺมปฺปญฺญาย สมฺมา ญาเยน วิปสฺสนาสหิตาย มคฺคปญฺญาย ปสฺสโต ปริญฺญาภิสมยาทิวเสน ปฏิวิชฺฌโต ‘‘ภโว นิจฺโจ’’ติ อาทินยปฺปวตฺตา ภเวสุ ตณฺหา ปหียติ, อคฺคมคฺคปฺปตฺติสมกาลเมว อนวเสสํ นิรุชฺฌติ, อุจฺเฉททิฏฺฐิยา สพฺพโส ปหีนตฺตา วิภวํ วิจฺเฉทํ นาภินนฺทติ น ปตฺเถติ. เอวํภูตสฺส ตสฺส ยา กามตณฺหาทิวเสน อฏฺฐสตเภทา อวตฺถาทิวิภาเคน อนนฺตเภทา จ, ตาสํ สพฺพโส สพฺพปฺปกาเรน ตณฺหานํ ขยา ปหานา, ตเทกฏฺฐตาย สพฺพสฺสปิ สํกิเลสปกฺขสฺส อเสสํ นิสฺเสสํ วิราเคน อริยมคฺเคน โย อนุปฺปาทนิโรโธ, ตํ นิพฺพานนฺติ.

เอวํ ตณฺหาย ปหานมุเขน สอุปาทิเสสนิพฺพานํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อนุปาทิเสสนิพฺพานํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตสฺส นิพฺพุตสฺสา’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – โย โส สพฺพโส ตณฺหานํ ขยา กิเลสปรินิพฺพาเนน นิพฺพุโต วุตฺตนเยน ภินฺนกิเลโส ขีณาสวภิกฺขุ, ตสฺส นิพฺพุตสฺส ภิกฺขุโน อนุปาทา อุปาทานาภาวโต กิเลสาภิสงฺขารมารานํ วา อคฺคหณโต ปุนพฺภโว น โหติ, อายตึ ปฏิสนฺธิวเสน อุปปตฺติภโว นตฺถิ. เอวํภูเตน จ เตน อภิภูโต มาโร, อริยมคฺคกฺขเณ กิเลสมาโร อภิสงฺขารมาโร เทวปุตฺตมาโร จ จริมกจิตฺตกฺขเณ ขนฺธมาโร มจฺจุมาโร จาติ ปญฺจวิโธ มาโร อภิภูโต ปราชิโต, ปุน สีสํ อุกฺขิปิตุํ อปฺปทาเนน นิพฺพิเสวโน กโต, ยโต เตน วิชิโต สงฺคาโม มาเรหิ ตตฺถ ตตฺถ ปวตฺติโต. เอวํ วิชิตสงฺคาโม ปน อิฏฺฐาทีสุ สพฺเพสุ วิการาภาเวน ตาทิลกฺขณปฺปตฺติยา ตาที อรหา สพฺพภวานิ ยถาวุตฺตเภเท สพฺเพปิ ภเว อุปจฺจคา สมติกฺกนฺโต, น ยตฺถ กตฺถจิ สงฺขํ อุเปติ, อญฺญทตฺถุ อนุปาทาโน วิย ชาตเวโท ปรินิพฺพานโต อุทฺธํ อปญฺญตฺติโกว โหตีติ. อิติ ภควา อิมํ มหาอุทานํ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา กูฏํ คเหตฺวา นิฏฺฐเปสิ.

ทสมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิฏฺฐิตา จ นนฺทวคฺควณฺณนา.