๘. สุปฺปวาสาสุตฺตวณฺณนา
๑๘. อฏฺฐเม กุณฺฑิกายนฺติ เอวํนามเก โกลิยานํ นคเร. กุณฺฑธานวเนติ ตสฺส นครสฺส อวิทูเร กุณฺฑธานสงฺขาเต วเน.
ปุพฺเพ กิร กุณฺโฑ นาม เอโก ยกฺโข ตสฺมึ วนสณฺเฑ วาสํ กปฺเปสิ, กุณฺฑธานมิสฺสเกน จ พลิกมฺเมน ตุสฺสตีติ ตสฺส ตถา ตตฺถ พลึ อุปหรนฺติ, เตเนตํ วนสณฺฑํ กุณฺฑธานวนนฺเตฺวว ปญฺญายิตฺถ. ตสฺส อวิทูเร เอกา คามปติกา อโหสิ, สาปิ ตสฺส ยกฺขสฺส อาณาปวตฺติฏฺฐาเน นิวิฏฺฐตฺตา เตเนว ปริปาลิตตฺตา กุณฺฑิกาติ โวหรียิตฺถ. อปรภาเค ตตฺถ โกลิยราชาโน นครํ กาเรสุํ, ตมฺปิ ปุริมโวหาเรน กุณฺฑิกาเตฺวว วุจฺจติ. ตสฺมิญฺจ วนสณฺเฑ โกลิยราชาโน ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ วสนตฺถาย วิหารํ ปติฏฺฐาเปสุํ, ตมฺปิ กุณฺฑธานวนนฺเตฺวว ปญฺญายิตฺถ. อถ ภควา ชนปทจาริกํ จรนฺโต อนุกฺกเมน ตํ วิหารํ ปตฺวา ตตฺถ วิหาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เอกํ สมยํ ภควา กุณฺฑิกายํ วิหรติ กุณฺฑธานวเน’’ติ.
สุปฺปวาสาติ ตสฺสา อุปาสิกาย นามํ. โกลิยธีตาติ โกลิยราชปุตฺตี. สา หิ ภควโต อคฺคุปฏฺฐายิกา ปณีตทายิกานํ สาวิกานํ เอตทคฺเค ฐปิตา โสตาปนฺนา อริยสาวิกา. ยญฺหิ กิญฺจิ ภควโต ยุตฺตรูปํ ขาทนียํ โภชนียํ เภสชฺชํ วา น ตตฺถ อญฺญาหิ สํวิธาตพฺพํ อตฺถิ, สพฺพํ ตํ สยเมว อตฺตโน ปญฺญาย วิจาเรตฺวา สกฺกจฺจํ สมฺปาเทตฺวา อุปเนติ. เทวสิกญฺจ อฏฺฐสตํ สงฺฆภตฺตปาฏิปุคฺคลิกภตฺตานิ เทติ. โย โกจิ ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา ตํ กุลํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ ริตฺตหตฺโถ น คจฺฉติ. เอวํ มุตฺตจาคา ปยตปาณี โวสฺสคฺครตา ยาจโยคา ทานสํวิภาครตา. อสฺสา กุจฺฉิยํ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ปจฺฉิมภวิโก สาวกโพธิสตฺโต ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. สา ตํ คพฺภํ เกนจิเทว ปาปกมฺเมน สตฺต วสฺสานิ กุจฺฉินา ปริหริ, สตฺตาหญฺจ มูฬฺหคพฺภา อโหสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สตฺต วสฺสานิ คพฺภํ ธาเรติ สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภา’’ติ.
ตตฺถ สตฺต วสฺสานีติ สตฺต สํวจฺฉรานิ, อจฺจนฺตสํโยเค จ อิทํ อุปโยควจนํ. คพฺภํ ธาเรตีติ คพฺภํ วหติ, คพฺภินี โหตีติ อตฺโถ. สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภาติ สตฺต อหานิ พฺยากุลคพฺภา. คพฺโภ หิ ปริปกฺโก สมฺปชฺชมาโน วิชายนกาเล กมฺมชวาเตหิ สญฺจาเลตฺวา ปริวตฺติโต อุทฺธํปาโท อโธสิโร หุตฺวา โยนิมุขาภิมุโข โหติ, เอวํ โส กตฺถจิ อลคฺโค พหิ นิกฺขมติ. วิปชฺชมาโน ปน วิปริวตฺตนวเสน โยนิมคฺคํ ปิทหิตฺวา ติริยํ นิปชฺชติ, สยเมว วา โยนิมคฺโค ปิทหติ, โส ตตฺถ กมฺมชวาเตหิ อปราปรํ ปริวตฺตมาโน พฺยากุโล มูฬฺหคพฺโภติ วุจฺจติ. ตสฺสาปิ สตฺต ทิวเส เอวํ อโหสิ, เตน วุตฺตํ ‘‘สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภา’’ติ.
อยญฺจ คพฺโภ สีวลิตฺเถโร. ตสฺส กถํ สตฺต วสฺสานิ คพฺภวาสทุกฺขํ, สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภภาวปฺปตฺติ, มาตุ จสฺสาปิ โสตาปนฺนาย อริยสาวิกาย ตถา ทุกฺขานุภวนํ ชาตนฺติ? วุจฺจเต – อตีเต กาสิกราเช พาราณสิยํ รชฺชํ กาเรนฺเต เอโก โกสลราชา มหนฺเตน พเลนาคนฺตฺวา พาราณสึ คเหตฺวา ตํ ราชานํ มาเรตฺวา ตสฺส อคฺคมเหสึ อตฺตโน อคฺคมเหสึ อกาสิ. พาราณสิรญฺโญ ปน ปุตฺโต ปิตุ มรณกาเล นิทฺธมนทฺวาเรน ปลายิตฺวา อตฺตโน ญาติมิตฺตพนฺธเว เอกชฺฌํ กตฺวา อนุกฺกเมน พลํ สํหริตฺวา พาราณสึ อาคนฺตฺวา อวิทูเร มหนฺตํ ขนฺธาวารํ พนฺธิตฺวา ตสฺส รญฺโญ ปณฺณํ เปเสสิ ‘‘รชฺชํ วา เทตุ, ยุทฺธํ วา’’ติ. ราชกุมารสฺส มาตา สาสนํ สุตฺวา ‘‘ยุทฺเธน กมฺมํ นตฺถิ, สพฺพทิสาสุ สญฺจารํ ปจฺฉินฺทิตฺวา พาราณสินครํ ปริวาเรตุ, ตโต ทารูทกภตฺตปริกฺขเยน กิลนฺตา นคเร มนุสฺสา วินาว ยุทฺเธน ราชานํ คเหตฺวา ทสฺสนฺตี’’ติ ปณฺณํ เปเสสิ. โส มาตุ สาสนํ สุตฺวา จตฺตาริ มหาทฺวารานิ รกฺขนฺโต สตฺต วสฺสานิ นครํ อุปรุนฺธิ, นคเร มนุสฺสา จูฬทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา ทารูทกานิ อาหรนฺติ, สพฺพกิจฺจานิ กโรนฺติ.
อถ ราชกุมารสฺส มาตา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ‘‘พาโล มม ปุตฺโต อุปายํ น ชานาติ, คจฺฉถ, อสฺส จูฬทฺวารานิ ปิธาย นครํ อุปรุนฺธตูติ วเทถา’’ติ ปุตฺตสฺส คูฬฺหสาสนํ ปหิณิ. โส มาตุ สาสนํ สุตฺวา สตฺต ทิวเส ตถา อกาสิ. นาครา พหิ นิกฺขมิตุํ อลภนฺตา สตฺตเม ทิวเส ตสฺส รญฺโญ สีสํ คเหตฺวา กุมารสฺส อทํสุ. กุมาโร นครํ ปวิสิตฺวา รชฺชํ อคฺคเหสิ. โส ตทา สตฺต วสฺสานิ นครรุนฺธนกมฺมนิสฺสนฺเทน เอตรหิ สตฺต วสฺสานิ มาตุกุจฺฉิสงฺขาตาย โลหิตกุมฺภิยา วสิ, อวเสสโต ปน สตฺตาหํ นครูปรุนฺธเนน สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภภาวํ อาปชฺชิ. ชาตกฏฺฐกถายํ ปน ‘‘สตฺต ทิวสานิ นครํ รุนฺธิตฺวา คหิตกมฺมนิสฺสนฺเทน สตฺตวสฺสานิ โลหิตกุมฺภิยํ วสิตฺวา สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภภาวํ อาปชฺชี’’ติ วุตฺตํ. ยํ ปน โส ปทุมุตฺตรสมฺมาสมฺพุทฺธปาทมูเล ‘‘ลาภีนํ อคฺโค ภเวยฺย’’นฺติ มหาทานํ ทตฺวา ปตฺถนํ อกาสิ, ยญฺจ วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล นาคเรหิ สทฺธึ สหสฺสคฺฆนิกํ คุฬทธึ ทตฺวา ปตฺถนํ อกาสิ, ตสฺสานุภาเวน ลาภีนํ อคฺโค ชาโต. สุปฺปวาสาปิ ‘‘นครํ รุนฺธิตฺวา คณฺห, ตาตา’’ติ เปสิตภาเวน สตฺต วสฺสานิ กุจฺฉินา คพฺภํ ปริหริตฺวา สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภาชาตา. เอวํ เต มาตาปุตฺตา อตฺตโน กมฺมสฺส อนุรูปํ อีทิสํ ทุกฺขํ ปฏิสํเวทึสุ.
ตีหิ วิตกฺเกหีติ รตนตฺตยคุณานุสฺสติปฏิสํยุตฺเตหิ ตีหิ สมฺมาวิตกฺเกหิ. อธิวาเสตีติ มูฬฺหคพฺภตาย อุปฺปนฺนทุกฺขํ สหติ. สา หิ ภควโต สมฺพุทฺธภาวํ, อริยสงฺฆสฺส สุปฺปฏิปตฺตึ, นิพฺพานสฺส จ ทุกฺขนิสฺสรณภาวํ อนุสฺสรนฺตี อตฺตโน อุปฺปชฺชมานทุกฺขํ อมนสิกรเณเนว อภิภวิตฺวา ขมติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตีหิ วิตกฺเกหิ อธิวาเสตี’’ติ.
สมฺมาสมฺพุทฺโธ วตาติอาทิ เตสํ วิตกฺกานํ ปวตฺติอาการทสฺสนํ. ตสฺสตฺโถ – โย ภคฺยวนฺตตาทีหิ การเณหิ ภควา โลกนาโถ สมฺมา อวิปรีตํ สามํ สยเมว สพฺพธมฺเม อโห วต พุทฺโธ, โส ภควา เอวรูปสฺส เอตรหิ มยา อนุภวิยมานสฺส อญฺญสฺส จ เอวํชาติกสฺส สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส ปหานาย อจฺจนฺตํ อนุปฺปาทนิโรธาย ธมฺมํ กเถติ, อวิปรีตธมฺมํ กเถติ. อวิปรีตธมฺมเทสนตาย หิ สตฺถุ สมฺมาสมฺโพธิสิทฺธิ. ตสฺส ยถาวุตฺตคุณสฺส ภควโต ธมฺมสฺสวนนฺเต ชาตตฺตา สีลทิฏฺฐิสามญฺเญน สํหตตฺตา จ สาวกสงฺโฆติ ลทฺธนาโม อฏฺฐอริยปุคฺคลสมูโห สุปฺปฏิปนฺโน วต อโห วต สมฺมา ปฏิปนฺโน, โย อริยสงฺโฆ เอวรูปสฺส อีทิสสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส ปหานาย อนุปฺปาทนิโรธาย อนิวตฺติปฏิปทํ ปฏิปนฺโน. สุสุขํ วต อโห วต สุฏฺฐุ สุขํ สพฺพสงฺขตนิสฺสฏํ นิพฺพานํ, ยสฺมึ นิพฺพาเน อีทิสํ วฏฺฏทุกฺขํ น อุปลพฺภตีติ. เอตฺถ จ ปฏิปชฺชมานาปิ ปฏิปนฺนา อิจฺเจว วุตฺตา ปฏิปตฺติยา อนิวตฺติภาวโต. อถ วา อุปฺปนฺนสทฺโท วิย ปฏิปนฺนสทฺโท วตฺตมานตฺโถปิ เวทิตพฺโพ. เตเนวาห ‘‘โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน’’ติ.
สามิกนฺติ อตฺตโน ปตึ โกลิยราชปุตฺตํ. อามนฺเตสีติ อภาสิ. มม วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทาหีติ มยฺหํ วจเนน จกฺกลกฺขณปฺปฏิมณฺฑิตานิ วิกสิตปทุมสสฺสิรีกานิ ภควโต จรณานิ ตว สิรสา วนฺทาหิ, อุตฺตมงฺเคน อภิวาทนํ กโรหีติ อตฺโถ. อปฺปาพาธนฺติอาทีสุ อาพาโธติ วิสภาคเวทนา วุจฺจติ, ยา เอกเทเส อุปฺปชฺชิตฺวาปิ สกลสรีรํ อยปฏฺเฏน อาพนฺธิตฺวา วิย คณฺหติ. อาตงฺโกติ กิจฺฉชีวิตกโร โรโค. อถ วา ยาเปตพฺพโรโค อาตงฺโก, อิตโร อาพาโธ. ขุทฺทโก วา โรโค อาตงฺโก, พลวา อาพาโธ. เกจิ ปน ‘‘อชฺฌตฺตสมุฏฺฐาโน อาพาโธ, พหิทฺธาสมุฏฺฐาโน อาตงฺโก’’ติ วทนฺติ. ตทุภยสฺสาปิ อภาวํ ปุจฺฉาติ วทติ. คิลานสฺเสว จ อุฏฺฐานํ นาม ครุกํ โหติ, กาเย พลํ น โหติ, ตสฺมา นิคฺเคลญฺญตาย ลหุปริวตฺติสงฺขาตํ กายสฺส ลหุฏฺฐานํ สรีรพลญฺจ ปุจฺฉาติ วทติ. ผาสุวิหารนฺติ ฐานนิสินฺนคมนสยนสงฺขาเตสุ จตูสุ อิริยาปเถสุ สุขวิหารญฺจ ปุจฺฉาติ วทติ. อถสฺส ปุจฺฉิตพฺพาการํ ทสฺเสนฺตี ‘‘สุปฺปวาสา, ภนฺเต’’ติอาทิมาห. เอวญฺจ วเทหีติ อิทานิ วตฺตพฺพาการํ นิทสฺเสติ.
ปรมนฺติ วจนสมฺปฏิจฺฉนํ. เตน สาธุ, ภทฺเท, ยถา วุตฺตํ, ตถา ปฏิปชฺชามีติ ทสฺเสติ. โกลิยปุตฺโตติ สุปฺปวาสาย สามิโก โกลิยราชปุตฺโต. สุขินี โหตูติ สเทวเก โลเก อคฺคทกฺขิเณยฺโย สตฺถา สุปฺปวาสาย เปสิตวนฺทนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตทนนฺตรํ อตฺตโน เมตฺตาวิหารสํสูจกํ พุทฺธาจิณฺณํ สุขูปสํหารํ ตสฺสา สามญฺญโต ปกาเสตฺวา ปุน ตสฺสา ปุตฺตสฺส จ คพฺภวิปตฺติมูลกทุกฺขุปฺปตฺติปฏิกฺเขปมุเขน สุขูปสํหารํ นิทสฺเสนฺโต ‘‘สุขินี…เป… อโรคา, อโรคํ ปุตฺตํ วิชายตู’’ติ อาห.
สห วจนาติ ภควโต วจเนน สเหว. ยสฺมึ กาเล ภควา ตถา อโวจ, ตสฺมึเยว กาเล ตมฺปิ กมฺมํ ปริกฺขยํ อคมาสิ. ตสฺส ปริกฺขีณภาวํ โอโลเกตฺวา สตฺถา ตถา อภาสิ. อปเร ปน วทนฺติ – สเจ ตถา สตฺถา นาจิกฺขิสฺสา, ตโต ปรมฺปิ กิญฺจิ กาลํ ตสฺสา ตํ ทุกฺขํ อนุพนฺธิสฺสา. ยสฺมา ปน ภควตา ‘‘สุขินี อโรคา อโรคญฺจ ปุตฺตํ วิชายตู’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ตสฺส วจนสมกาลเมว โส คพฺโภ พฺยากุลภาวํ วิชหิตฺวา สุเขเนว พหิ นิกฺขมิ, เอวํ เตสํ มาตาปุตฺตานํ โสตฺถิ อโหสิ. อจินฺเตยฺโย หิ พุทฺธานํ พุทฺธานุภาโว. ยถา หิ ปฏาจาราย ปิยวิปฺปโยคสมฺภูเตน โสเกน อุมฺมาทํ ปตฺวา –
‘‘อุโภ ปุตฺตา กาลกตา, ปนฺเถ มยฺหํ ปตี มโต;
มาตา ปิตา จ ภาตา จ, เอกจิตกมฺหิ ฌายเร’’ติ. (อป. เถรี ๒.๒.๔๙๘) –
วตฺวา ชาตรูเปเนว จรนฺติยา ‘‘สตึ ปฏิลภาหิ ภคินี’’ติ ภควโต วจนสมนนฺตรเมว อุมฺมาโท วูปสมิ, ตถา สุปฺปิยาปิ อุปาสิกา อตฺตนาว อตฺตโน อูรุยํ กเตน มหาวเณน วุฏฺฐาตุํ อสกฺโกนฺตี สยนปิฏฺเฐ นิปนฺนา ‘‘อาคนฺตฺวา มํ วนฺทตู’’ติ วจนสมนนฺตรเมว วเณ ปากติเก ชาเต สยเมว คนฺตฺวา ภควนฺตํ วนฺทีติ เอวมาทีนิ วตฺถูนิ อิธ อุทาหริตพฺพานีติ.
เอวํ, ภนฺเตติ, ภนฺเต, ยถา ภควา สปุตฺตาย มาตุยา อโรคภาวํ อาสีสนฺโต อาห – ‘‘สุขินี อโรคา อโรคํ ปุตฺตํ วิชายตู’’ติ, ตํ เอวเมว. น หิ กทาจิ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ วจนสฺส อญฺญถาภาโวติ อธิปฺปาโย. เกจิ ปน ‘‘เอวมตฺถู’’ติ วทนฺติ, อปเร ‘‘โหตู’’ติ ปทสฺส อตฺถํ อาเนตฺวา วณฺณยนฺติ. อภินนฺทิตฺวาติ กรวีกรุตมญฺชุนา พฺรหฺมสฺสเรน ภควตา วุจฺจมาเน ตสฺมึ วจเน ปีติโสมนสฺสปฏิลาภโต อภิมุขภาเวน นนฺทิตฺวา. อนุโมทิตฺวาติ ตโต ปจฺฉาปิ สมฺโมทนํ อุปฺปาเทตฺวา, จิตฺเตน วา อภินนฺทิตฺวา วาจาย อนุโมทิตฺวา, วจนสมฺปตฺติยา วา อภินนฺทิตฺวา อตฺถสมฺปตฺติยา อนุโมทิตฺวา. สกํ ฆรํ ปจฺจายาสีติ อตฺตโน ฆรํ ปฏิคจฺฉิ. เย ปน ‘‘เยน สกํ ฆร’’นฺติ ปฐนฺติ, เตสํ ยทิปิ ย-ต-สทฺทานํ สมฺพนฺธภาวโต ‘‘เตนา’’ติ ปทํ วุตฺตเมว โหติ, ตถาปิ ‘‘ปฏิยายิตฺวา’’ติ ปาฐเสโส โยเชตพฺโพ โหติ.
วิชาตนฺติ ปชาตํ, ปสุตนฺติ อตฺโถ. อจฺฉริยนฺติ อนฺธสฺส ปพฺพตาโรหนํ วิย นิจฺจํ น โหตีติ อจฺฉริยํ, อยํ ตาว สทฺทนโย. อฏฺฐกถาสุ ปน ‘‘อจฺฉราโยคฺคํ อจฺฉริย’’นฺติ วุตฺตํ, อจฺฉรํ ปหริตุํ ยุตฺตนฺติ อตฺโถ. วตาติ สมฺภาวเน, อโห อจฺฉริยนฺติ อตฺโถ. โภติ ธมฺมาลปนํ. อภูตปุพฺพํ ภูตนฺติ อพฺภุตํ.
ตถาคตสฺสาติ อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ตถาคโต – ตถา อาคโตติ ตถาคโต, ตถา คโตติ ตถาคโต, ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต, ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต, ตถทสฺสิตาย ตถาคโต, ตถวาทิตาย ตถาคโต, ตถาการิตาย ตถาคโต, อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโต.
กถํ ภควา ตถา อาคโตติ ตถาคโต? ยถา สพฺพโลกหิตาย อุสฺสุกฺกมาปนฺนา ปุริมกา สมฺมาสมฺพุทฺธา อาคตาติ. กึ วุตฺตํ โหติ? เยน อภินีหาเรน เต ภควนฺโต อาคตา, เตน อฏฺฐคุณสมนฺนาคเตน อยมฺปิ ภควา อาคโต. ยถา จ เต ภควนฺโต ทานปารมึ ปูเรตฺวา สีลเนกฺขมฺมปญฺญาวีริยขนฺติสจฺจอธิฏฺฐานเมตฺตาอุเปกฺขาปารมีติ อิมา ทส ปารมิโย, ทส อุปปารมิโย, ทส ปรมตฺถปารมิโยติ สมตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา ปญฺจ มหาปริจฺจาเค ปริจฺจชิตฺวา ปุพฺพโยคปุพฺพจริยธมฺมกฺขานญาตตฺถจริยาทโย ปูเรตฺวา พุทฺธิจริยาย โกฏึ ปตฺวา อาคตา, ตถา อยมฺปิ ภควา อาคโต. ยถา จ เต ภควนฺโต จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน…เป… อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวตฺวา พฺรูเหตฺวา อาคตา, ตถา อยมฺปิ ภควา อาคโต. เอวํ ตถา อาคโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถา คโตติ ตถาคโต? ยถา สมฺปติชาตา เต ภควนฺโต สเมหิ ปาเทหิ ปถวิยํ ปติฏฺฐาย อุตฺตราภิมุขา สตฺตปทวีติหาเรน คตา, เสตจฺฉตฺเต ธาริยมาเน สพฺพาว ทิสา อนุวิโลเกสุํ, อาสภิญฺจ วาจํ ภาสึสุ โลเก อตฺตโน เชฏฺฐเสฏฺฐภาวํ ปกาเสนฺตา, ตญฺจ เนสํ คมนํ ตถํ อโหสิ อวิตถํ อเนเกสํ วิเสสาธิคมานํ ปุพฺพนิมิตฺตภาเวน, ตถา อยมฺปิ ภควา คโต, ตญฺจสฺส คมนํ กถํ อโหสิ อวิตถํ เตสญฺเญว วิเสสาธิคมานํ ปุพฺพนิมิตฺตภาเวน. เอวํ ตถา คโตติ ตถาคโต.
ยถา วา เต ภควนฺโต เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทํ ปหาย คตา, อพฺยาปาเทน พฺยาปาทํ, อาโลกสญฺญาย ถินมิทฺธํ, อวิกฺเขเปน อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ, ธมฺมววตฺถาเนน วิจิกิจฺฉํ ปหาย คตา, ญาเณน อวิชฺชํ ปทาเลตฺวา, ปาโมชฺเชน อรตึ วิโนเทตฺวา, อฏฺฐสมาปตฺตีหิ อฏฺฐารสหิ มหาวิปสฺสนาหิ จตูหิ จ อริยมคฺเคหิ ตํ ตํ ปฏิปกฺขํ ปหาย คตา, เอวํ อยมฺปิ ภควา คโต. เอวมฺปิ ตถา คโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต? ปถวีธาตุยา กกฺขฬลกฺขณํ, อาโปธาตุยา ปคฺฆรณลกฺขณํ, เตโชธาตุยา อุณฺหตฺตลกฺขณํ, วาโยธาตุยา วิตฺถมฺภนลกฺขณํ, อากาสธาตุยา อสมฺผุฏฺฐลกฺขณํ, รูปสฺส รุปฺปนลกฺขณํ, เวทนาย เวทยิตลกฺขณํ, สญฺญาย สญฺชานนลกฺขณํ, สงฺขารานํ อภิสงฺขรณลกฺขณํ, วิญฺญาณสฺส วิชานนลกฺขณนฺติ เอวํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ, ทฺวาทสนฺนํ อายตนานํ, อฏฺฐารสนฺนํ ธาตูนํ, พาวีสติยา อินฺทฺริยานํ, จตุนฺนํ สจฺจานํ, ทฺวาทสปทิกสฺส ปจฺจยาการสฺส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ, จตุนฺนํ สมฺมปฺปธานานํ, จตุนฺนํ อิทฺธิปาทานํ, ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ, ปญฺจนฺนํ พลานํ, สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ, อริยสฺส อฏฺฐงฺคิกสฺส มคฺคสฺส, สตฺตนฺนํ วิสุทฺธีนํ, อมโตคธสฺส นิพฺพานสฺสาติ เอวํ ตสฺส ตสฺส ธมฺมสฺส ยํ สภาวสรสลกฺขณํ, ตํ ตถํ อวิตถํ อนญฺญถํ ลกฺขณํ ญาณคติยา อาคโต อวิรชฺฌิตฺวา ปตฺโต อธิคโตติ ตถาคโต. เอวํ ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต? ตถธมฺมา นาม จตฺตาริ อริยสจฺจานิ. ยถาห – ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. กตมานิ จตฺตาริ? อิทํ ทุกฺขนฺติ, ภิกฺขเว, ตถเมตํ อวิตถเมตํ อนญฺญถเมต’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๐) วิตฺถาโร. ตานิ จ ภควา อภิสมฺพุทฺโธ, ตสฺมา ตถานํ อภิสมฺพุทฺธตฺตา ตถาคโต.
อปิจ ชรามรณสฺส ชาติปจฺจยสมฺภูตสมุทาคตฏฺโฐ ตโถ อวิตโถ อนญฺญโถ…เป… สงฺขารานํ อวิชฺชาปจฺจยสมฺภูตสมุทาคตฏฺโฐ ตโถ อวิตโถ อนญฺญโถ, ตถา อวิชฺชาย สงฺขารานํ ปจฺจยฏฺโฐ…เป... ชาติยา ชรามรณสฺส ปจฺจยฏฺโฐ ตโถ อวิตโถ อนญฺญโถ, ตํ สพฺพํ ภควา อภิสมฺพุทฺโธ, ตสฺมาปิ ตถานํ อภิสมฺพุทฺธตฺตา ตถาคโต. อภิสมฺพุทฺธตฺโถ หิ เอตฺถ คตสทฺโทติ. เอวํ ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต.
กถํ ตถทสฺสิตาย ตถาคโต? ยํ สเทวเก…เป… สเทวมนุสฺสาย ปชาย อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ จกฺขุทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉนฺตํ รูปารมฺมณํ นาม อตฺถิ, ตํ ภควา สพฺพาการโต ชานาติ ปสฺสติ. เอวํ ชานตา ปสฺสตา จ เตน ตํ อิฏฺฐานิฏฺฐาทิวเสน วา ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาเตสุ ลพฺภมานกปทวเสน วา ‘‘กตมํ ตํ รูปํ รูปายตนํ, ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ นีลํ ปีตก’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๖๑๖) นเยน อเนเกหิ นาเมหิ เตรสหิ วาเรหิ ทฺวิปญฺญาสาย นเยหิ วิภชฺชมานํ ตถเมว โหติ, วิตถํ นตฺถิ. เอส นโย โสตทฺวาราทีสุ อาปาถมาคจฺฉนฺเตสุ สทฺทาทีสุ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘ยํ, ภิกฺขเว, สเทวกสฺส โลกสฺส…เป… สเทวมนุสฺสาย ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา, ตมหํ ชานามิ, ตมหํ อพฺภญฺญาสึ, ตํ ตถาคตสฺส วิทิตํ, ตํ ตถาคโต น อุปฏฺฐาสี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔).
เอวํ ตถทสฺสิตาย ตถาคโต. ตตฺถ ตถทสฺสีอตฺเถ ตถาคโตติ ปทสมฺภโว เวทิตพฺโพ.
กถํ ตถวาทิตาย ตถาคโต? ยํ รตฺตึ ภควา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ, ยญฺจ รตฺตึ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ, เอตฺถนฺตเร ปญฺจจตฺตาลีสวสฺสปริมาณกาลํ ยํ ภควตา ภาสิตํ ลปิตํ สุตฺตเคยฺยาทิ, สพฺพํ ตํ ปริสุทฺธํ ปริปุณฺณํ ราคมทาทินิมฺมถนํ เอกสทิสํ ตถํ อวิตถํ. เตนาห –
‘‘ยญฺจ, จุนฺท, รตฺตึ ตถาคโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌติ, ยญฺจ รตฺตึ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายติ, ยํ เอตสฺมึ อนฺตเร ภาสติ ลปติ นิทฺทิสติ, สพฺพํ ตํ ตเถว โหติ, โน อญฺญถา, ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๘๘).
คทอตฺโถ เอตฺถ คตสทฺโท. เอวํ ตถวาทิตาย ตถาคโต.
อปิจ อาคทนํ อาคโท, วจนนฺติ อตฺโถ. ตโถ อวิตโถ อวิปรีโต อาคโท อสฺสาติ ทการสฺส ตการํ กตฺวา ตถาคโตติ เอวเมตฺถ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา.
กถํ ตถาการิตาย ตถาคโต? ภควโต หิ วาจาย กาโย อนุโลเมติ, กายสฺสปิ วาจา, ตสฺมา ยถาวาที ตถาการี, ยถาการี ตถาวาที จ โหติ. เอวํภูตสฺส จสฺส ยถาวาจา, กาโยปิ ตถา คโต ปวตฺโตติ อตฺโถ. ยถา จ กาโย, วาจาปิ ตถา คตา ปวตฺตาติ ตถาคโต. เตนาห –
‘‘ยถาวาที, ภิกฺขเว, ตถาคโต ตถาการี, ยถาการี ตถาวาที. อิติ ยถาวาที ตถาการี, ยถาการี ตถาวาที. ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๓).
เอวํ ตถาการิตาย ตถาคโต.
กถํ อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโต? ยสฺมา อุปริ ภวคฺคํ เหฏฺฐา อวีจึ ปริยนฺตํ กริตฺวา ติริยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ สพฺพสตฺเต อภิภวติ สีเลนปิ สมาธินาปิ ปญฺญายปิ วิมุตฺติยาปิ วิมุตฺติญาณทสฺสเนนปิ, น ตสฺส ตุลา วา ปมาณํ วา อตฺถิ, อถ โข อตุโล อปฺปเมยฺโย อนุตฺตโร เทวเทโว สกฺกานํ อติสกฺโก, พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา สพฺพสตฺตุตฺตโม, ตสฺมา ตถาคโต. เตนาห –
‘‘สเทวเก, ภิกฺขเว, โลเก…เป… สเทวมนุสฺสาย ตถาคโต อภิภู อนภิภูโต อญฺญทตฺถุทโส วสวตฺติ, ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๓).
ตตฺรายํ ปทสิทฺธิ – อคโท วิย อคโท, เทสนาวิลาโส เจว ปุญฺญุสฺสโย จ. เตน โส มหานุภาโว ภิสกฺโก วิย ทิพฺพาคเทน สปฺเป สพฺพปรปฺปวาทิโน สเทวกญฺจ โลกํ อภิภวติ. อิติ สพฺพโลกาภิภวเน ตโถ อวิตโถ อวิปรีโต ยถาวุตฺโตว อคโท เอตสฺสาติ ทการสฺส ตการํ กตฺวา ตถาคโตติ เวทิตพฺโพ. เอวํ อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโต.
อปิจ ตถาย คโตติ ตถาคโต, ตถํ คโตติ ตถาคโต. ตตฺถ สกลโลกํ ตีรณปริญฺญาย ตถาย คโต อวคโตติ ตถาคโต. โลกสมุทยํ ปหานปริญฺญาย ตถาย คโต อตีโตติ ตถาคโต. โลกนิโรธํ สจฺฉิกิริยาย ตถาย คโต อธิคโตติ ตถาคโต. โลกนิโรธคามินึ ปฏิปทํ ตถํ คโต ปฏิปนฺโนติ ตถาคโต. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘โลโก, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ, โลกสฺมา ตถาคโต วิสํยุตฺโต. โลกสมุทโย, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ, โลกสมุทโย ตถาคตสฺส ปหีโน, โลกนิโรโธ, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ, โลกนิโรโธ ตถาคตสฺส สจฺฉิกโต. โลกนิโรธคามินี ปฏิปทา, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธา, โลกนิโรธคามินี ปฏิปทา ตถาคตสฺส ภาวิตา. ยํ, ภิกฺขเว, สเทวกสฺส โลกสฺส…เป… สพฺพํ ตํ ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธํ. ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๓).
อปเรหิปิ อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ตถาคโต – ตถาย อาคโตติ ตถาคโต, ตถาย คโตติ ตถาคโต, ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต, ตถา คโตติ ตถาคโต, ตถาวิโธติ ตถาคโต, ตถา ปวตฺติโตติ ตถาคโต, ตเถหิ อคโตติ ตถาคโต, ตถา คตภาเวน ตถาคโต.
กถํ ตถาย อาคโตติ ตถาคโต? ยา สา ภควตา สุเมธภูเตน ทีปงฺกรทสพลสฺส ปาทมูเล –
‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ, เหตุ สตฺถารทสฺสนํ,
ปพฺพชฺชา คุณสมฺปตฺติ, อธิกาโร จ ฉนฺทตา;
อฏฺฐธมฺมสโมธานา, อภินีหาโร สมิชฺฌตี’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๕๙) –
เอวํ วุตฺตํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อภินีหารํ สมฺปาเทนฺเตน ‘‘อหํ สเทวกํ โลกํ ติณฺโณ ตาเรสฺสามิ, มุตฺโต โมเจสฺสามิ, ทนฺโต ทเมสฺสามิ, สนฺโต สเมสฺสามิ, อสฺสตฺโถ อสฺสาเสสฺสามิ, ปรินิพฺพุโต ปรินิพฺพาเปสฺสามิ, พุทฺโธ โพเธสฺสามี’’ติ มหาปฏิญฺญา ปวตฺติตา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘กึ เม เอเกน ติณฺเณน, ปุริเสน ถามทสฺสินา;
สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตฺวา, สนฺตาเรสฺสํ สเทวกํ.
‘‘อิมินา เม อธิกาเรน, กเตน ปุริสุตฺตเม;
สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตฺวา, ตาเรมิ ชนตํ พหุํ.
‘‘สํสารโสตํ ฉินฺทิตฺวา, วิทฺธํเสตฺวา ตโย ภเว;
ธมฺมนาวํ สมารุยฺห, สนฺตาเรสฺสํ สเทวกํ.
‘‘กึ เม อญฺญาตเวเสน, ธมฺมํ สจฺฉิกเตนิธ;
สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตฺวา, พุทฺโธ เหสฺสํ สเทวเก’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๕๕-๕๘);
ตํ ปเนตํ มหาปฏิญฺญํ สกลสฺสาปิ พุทฺธกรธมฺมสมุทายสฺส ปวิจย ปจฺจเวกฺขณสมาทานานํ การณภูตํ อวิสํวาเทตฺวา โลกนายโก ยสฺมา มหากปฺปานํ สตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ สกฺกจฺจํ นิรนฺตรํ นิรวเสสโต ทานปารมิอาทโย สมตึสปารมิโย ปูเรตฺวา, องฺคปริจฺจาคาทโย ปญฺจ มหาปริจฺจาเค ปริจฺจชิตฺวา, สจฺจาธิฏฺฐานาทีนิ จตฺตาริ อธิฏฺฐานานิ ปริพฺรูเหตฺวา, ปุญฺญญาณสมฺภาเร สมฺภริตฺวา, ปุพฺพโยคปุพฺพจริยธมฺมกฺขานญาตตฺถจริยาทโย อุกฺกํสาเปตฺวา, พุทฺธิจริยํ ปรมโกฏึ ปาเปตฺวา, อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌิ, ตสฺมา ตสฺเสว สา มหาปฏิญฺญา ตถา อวิตถา อนญฺญถา, น ตสฺส วาลคฺคมตฺตมฺปิ วิตถํ อตฺถิ. ตถา หิ ทีปงฺกรทสพโล โกณฺฑญฺโญ มงฺคโล…เป… กสฺสโป ภควาติ อิเม จตุวีสติ สมฺมาสมฺพุทฺธา ปฏิปาฏิยา อุปฺปนฺนา ‘‘พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ พฺยากรึสุ. เอวํ จตุวีสติยา พุทฺธานํ สนฺติเก ลทฺธพฺยากรโณ เย เต กตาภินีหาเรหิ โพธิสตฺเตหิ ลทฺธพฺพา อานิสํสา, เต ลภิตฺวาว อาคโตติ ตาย ยถาวุตฺตาย มหาปฏิญฺญาย ตถาย อภิสมฺพุทฺธภาวํ อาคโต อธิคโตติ ตถาคโต. เอวํ ตถาย อาคโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถาย คโตติ ตถาคโต? ยาย มหากรุณาย โลกนาโถ มหาทุกฺขสมฺพาธปฺปฏิปนฺนํ สตฺตนิกายํ ทิสฺวา ‘‘ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ ปฏิสฺสรณํ, อหเมว นมิโต สํสารทุกฺขโต มุตฺโต โมเจสฺสามี’’ติ สมุสฺสาหิตมานโส มหาภินีหารมกาสิ. กตฺวา จ ยถาปณิธานํ สกลโลกหิตสมฺปาทนาย อุสฺสุกฺกมาปนฺโน อตฺตโน กายชีวิตนิรเปกฺโข ปเรสํ โสตปถาคมนมตฺเตนปิ จิตฺตุตฺราสสมุปฺปาทิกา อติทุกฺกรา ทุกฺกรจริยา สมาจรนฺโต ยถา มหาโพธิยา ปฏิปตฺติ หานภาคิยา สํกิเลสภาคิยา ฐิติภาคิยา วา น โหติ, อถ โข อุตฺตรุตฺตริ วิเสสภาคิยาว โหติ, ตถา ปฏิปชฺชมาโน อนุปุพฺเพน นิรวเสเส โพธิสมฺภาเร สมฺปาเทตฺวา อภิสมฺโพธึ ปาปุณิ. ตโต ปรญฺจ ตาเยว มหากรุณาย สญฺโจทิตมานโส ปวิเวกรตึ ปรมญฺจ สนฺตํ วิโมกฺขสุขํ ปหาย พาลชนพหุเล โลเก เตหิ สมุปฺปาทิตํ สมฺมานาวมานวิปฺปการํ อคเณตฺวา วิเนยฺยชนสฺส วินยเนน นิรวเสสํ พุทฺธกิจฺจํ นิฏฺฐเปสิ. ตตฺถ โย ภควโต สตฺเตสุ มหากรุณาย สโมกฺกมนากาโร, โส ปรโต อาวิภวิสฺสติ. ยถา จ พุทฺธภูตสฺส โลกนาถสฺส สตฺเตสุ มหากรุณา, เอวํ โพธิสตฺตภูตสฺสปิ มหาภินีหารกาลาทีสูติ สพฺพตฺถ สพฺพทา จ เอกสทิสตาย ตถา อวิตถา อนญฺญถา, ตสฺมา ตีสุปิ อวตฺถาสุ สพฺพสตฺเตสุ สมานรสาย ตถาย มหากรุณาย สกลโลกหิตาย คโต ปฏิปนฺโนติ ตถาคโต. เอวํ ตถาย คโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต? ตถานิ นาม จตฺตาริ อริยมคฺคญาณานิ. ตานิ หิ อิทํ ทุกฺขํ, อยํ ทุกฺขสมุทโย, อยํ ทุกฺขนิโรโธ, อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ เอวํ สพฺพเญยฺยธมฺมสงฺคาหกานํ ปวตฺตินิวตฺติตทุภยเหตุภูตานํ จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺโฐ สงฺขตฏฺโฐ สนฺตาปฏฺโฐ วิปริณามฏฺโฐ, สมุทยสฺส อายูหนฏฺโฐ นิทานฏฺโฐ สํโยคฏฺโฐ ปลิโพธฏฺโฐ, นิโรธสฺส นิสฺสรณฏฺโฐ วิเวกฏฺโฐ อสงฺขตฏฺโฐ อมตฏฺโฐ, มคฺคสฺส นิยฺยานฏฺโฐ เหตฺวฏฺโฐ ทสฺสนฏฺโฐ อาธิปเตยฺยฏฺโฐติอาทีนํ ตพฺพิภาคานญฺจ ยถาภูตสภาวาวโพธวิพนฺธกสฺส สํกิเลสปกฺขสฺส สมุจฺฉินฺทเนน ปฏิลทฺธาย ตตฺถ อสมฺโมหาภิสมยสงฺขาตาย อวิปรีตาการปฺปวตฺติยา ธมฺมานํ สภาวสรสลกฺขณสฺส อวิสํวาทนโต ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ, ตานิ ภควา อนญฺญเนยฺโย สยเมว อาคโต อธิคโต, ตสฺมา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ยถา จ มคฺคญาณานิ, เอวํ ภควโต ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณานิ จตุปฏิสมฺภิทาญาณานิ จตุเวสารชฺชญาณานิ ปญฺจคติปริจฺเฉทญาณานิ ฉอสาธารณญาณานิ สตฺตโพชฺฌงฺควิภาวนญาณานิ อฏฺฐมคฺคงฺควิภาวนญาณานิ นวานุปุพฺพวิหารสมาปตฺติญาณานิ ทสพลญาณานิ จ ตถภาเว เวทิตพฺพานิ.
ตตฺรายํ วิภาวนา – ยญฺหิ กิญฺจิ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ หีนาทิเภทภินฺนาสุ อตีตาสุ ขนฺธายตนธาตูสุ สภาวกิจฺจาทิ อวตฺถาวิเสสาทิ ขนฺธปฺปฏิพทฺธนามโคตฺตาทิ จ ชานิตพฺพํ. อนินฺทฺริยพทฺเธสุ จ อติสุขุมติโรหิตวิทูรเทเสสุปิ รูปธมฺเมสุ โย ตํตํปจฺจยวิเสเสหิ สทฺธึ ปจฺจยุปฺปนฺนานํ วณฺณสณฺฐานคนฺธรสผสฺสาทิวิเสโส, ตตฺถ สพฺพตฺเถว หตฺถตเล ฐปิตอามลเก วิย ปจฺจกฺขโต อปฺปฏิหตํ ภควโต ญาณํ ปวตฺตติ, ตถา อนาคตาสุ ปจฺจุปฺปนฺนาสุ จาติ อิมานิ ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณานิ นาม. ยถาห –
‘‘อตีตํเส พุทฺธสฺส ภควโต อปฺปฏิหตํ ญาณํ, อนาคตํเส พุทฺธสฺส ภควโต อปฺปฏิหตํ ญาณํ, ปจฺจุปฺปนฺนํเส พุทฺธสฺส ภควโต อปฺปฏิหตํ ญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๓.๕).
ตานิ ปเนตานิ ตตฺถ ตตฺถ ธมฺมานํ สภาวสรสลกฺขณสฺส อวิสํวาทนโต ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ, ตานิ ภควา สยมฺภูญาเณน อธิคญฺฉีติ. เอวมฺปิ ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ตถา อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา นิรุตฺติปฺปฏิสมฺภิทา ปฏิภานปฺปฏิสมฺภิทาติ จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา. ตตฺถ อตฺถปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ อตฺถปฺปเภทคตํ ญาณํ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา. ธมฺมปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ ธมฺมปฺปเภทคตํ ญาณํ ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา. นิรุตฺติปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ นิรุตฺตาภิลาเป ปเภทคตํ ญาณํ นิรุตฺติปฺปฏิสมฺภิทา. ปฏิภานปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ ปฏิภานปฺปเภทคตํ ญาณํ ปฏิภานปฺปฏิสมฺภิทา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อตฺเถ ญาณํ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา, ธมฺเม ญาณํ ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา, ตตฺร ธมฺมนิรุตฺตาภิลาเป ญาณํ นิรุตฺติปฺปฏิสมฺภิทา, ญาเณสุ ญาณํ ปฏิภานปฺปฏิสมฺภิทา’’ติ (วิภ. ๗๑๘-๗๒๑).
เอตฺถ จ เหตุอนุสาเรน อรณียโต อธิคนฺตพฺพโต จ สงฺเขปโต เหตุผลํ อตฺโถ นาม. ปเภทโต ปน ยํ กิญฺจิ ปจฺจยุปฺปนฺนํ, นิพฺพานํ, ภาสิตตฺโถ, วิปาโก, กิริยาติ อิเม ปญฺจ ธมฺมา อตฺโถ. ตํ อตฺถํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตสฺมึ อตฺเถ ปเภทคตํ ญาณํ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา. ธมฺโมติ สงฺเขปโต ปจฺจโย. โส หิ ยสฺมา ตํ ตํ อตฺถํ วิทหติ ปวตฺเตติ เจว ปาเปติ จ, ตสฺมา ธมฺโมติ วุจฺจติ, ปเภทโต ปน โย โกจิ ผลนิพฺพตฺตนโก เหตุ อริยมคฺโค ภาสิตํ กุสลํ อกุสลนฺติ อิเม ปญฺจ ธมฺมา ธมฺโม, ตํ ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตสฺมึ ธมฺเม ปเภทคตํ ญาณํ ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘ทุกฺเข ญาณํ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา, ทุกฺขสมุทเย ญาณํ ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา, ทุกฺขนิโรเธ ญาณํ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา, ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ญาณํ ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา’’ติ (วิภ. ๗๑๙).
อถ วา เหตุมฺหิ ญาณํ ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา, เหตุผเล ญาณํ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา. เย ธมฺมา ชาตา ภูตา สญฺชาตา นิพฺพตฺตา อภินิพฺพตฺตา ปาตุภูตา, อิเมสุ ธมฺเมสุ ญาณํ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา. ยมฺหา ธมฺมา เต ธมฺมา ชาตา ภูตา สญฺชาตา นิพฺพตฺตา อภินิพฺพตฺตา ปาตุภูตา, เตสุ ธมฺเมสุ ญาณํ ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา. ชรามรเณ ญาณํ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา, ชรามรณสมุทเย ญาณํ ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา. ชรามรณนิโรเธ ญาณํ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา, ชรามรณนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ญาณํ ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา. ชาติยา, ภเว, อุปาทาเน, ตณฺหาย, เวทนาย, ผสฺเส, สฬายตเน, นามรูเป, วิญฺญาเณ, สงฺขาเรสุ ญาณํ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา, สงฺขารสมุทเย ญาณํ ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา. สงฺขารนิโรเธ ญาณํ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา, สงฺขารนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ญาณํ ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา.
‘‘อิธ ภิกฺขุ ธมฺมํ ชานาติ สุตฺตํ เคยฺยํ…เป… เวทลฺลํ, อยํ วุจฺจติ ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา. โส ตสฺส ตสฺเสว ภาสิตสฺส อตฺถํ ชานาติ ‘อยํ อิมสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถ, อยํ อิมสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถ’ติ, อยํ วุจฺจติ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา.
‘‘กตเม ธมฺมา กุสลา? ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ โสมนสฺสสหคตํ ญาณสมฺปยุตฺตํ รูปารมฺมณํ วา…เป… ธมฺมารมฺมณํ วา ยํ ยํ วา ปนารพฺภ, ตสฺมึ สมเย ผสฺโส โหติ…เป… อวิกฺเขโป โหติ…เป… อิเม ธมฺมา กุสลา. อิเมสุ ธมฺเมสุ ญาณํ ธมฺมปฺปฏิสมฺภิทา, เตสํ วิปาเก ญาณํ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา’’ติอาทิ (วิภ. ๗๒๔-๗๒๕) วิตฺถาโร.
ยา ปเนตสฺมึ อตฺเถ จ ธมฺเม จ สภาวนิรุตฺติ อพฺยภิจารโวหาโร อภิลาโป, ตสฺมึ สภาวนิรุตฺตาภิลาเป มาคธิกาย สพฺพสตฺตานํ มูลภาสาย ‘‘อยํ สภาวนิรุตฺติ, อยํ อสภาวนิรุตฺตี’’ติ ปเภทคตํ ญาณํ นิรุตฺติปฺปฏิสมฺภิทา. ยถาวุตฺเตสุ เตสุ ญาเณสุ โคจรกิจฺจโต วิตฺถารโต ปวตฺตํ สพฺพมฺปิ ตํ ญาณํ อารมฺมณํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตสฺมึ ญาเณ ปเภทคตํ ญาณํ ปฏิภานปฺปฏิสมฺภิทา. อิติ อิมานิ จตฺตาริ ปฏิสมฺภิทาญาณานิ สยเมว ภควตา อธิคตานิ อตฺถธมฺมาทิเก ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺตโน วิสเย อวิสํวาทนวเสน อวิปรีตาการปฺปวตฺติยา ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. เอวมฺปิ ภควา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ตถา ยํกิญฺจิ เญยฺยํ นาม, สพฺพํ ตํ ภควตา สพฺพากาเรน ญาตํ ทิฏฺฐํ อธิคตํ อภิสมฺพุทฺธํ. ตถา หิสฺส อภิญฺเญยฺยา ธมฺมา อภิญฺเญยฺยโต พุทฺธา, ปริญฺเญยฺยา ธมฺมา ปริญฺเญยฺยโต, ปหาตพฺพา ธมฺมา ปหาตพฺพโต, สจฺฉิกาตพฺพา ธมฺมา สจฺฉิกาตพฺพโต, ภาเวตพฺพา ธมฺมา ภาเวตพฺพโต, ยโต นํ โกจิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา ‘‘อิเม นาม เต ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธา’’ติ สห ธมฺเมน อนุยุญฺชิตุํ สมตฺโถ นตฺถิ.
ยํกิญฺจิ ปหาตพฺพํ นาม, สพฺพํ ตํ ภควโต อนวเสสโต โพธิมูเลเยว ปหีนํ อนุปฺปตฺติธมฺมํ, น ตสฺส ปหานาย อุตฺตริ กรณียํ อตฺถิ. ตถา หิสฺส โลภโทสโมหวิปรีตมนสิการอหิริกาโนตฺตปฺปถินมิทฺธโกธูปนาห- มกฺขปลาสอิสฺสามจฺฉริยมายาสาเฐยฺยถมฺภสารมฺภมานาติมานมทปฺปมาทติวิธา- กุสลมูลทุจฺจริตวิสมวิปรีตสญฺญา- มลวิตกฺกปปญฺจเอสนาตณฺหาจตุพฺพิธวิปริเยสอาสวคนฺถ- โอฆโยคาคติตณฺหุปาทานปญฺจาภินนฺทนนีวรณเจโตขิลเจตโสวินิพนฺธ- ฉวิวาทมูลสตฺตานุสยอฏฺฐมิจฺฉตฺตนวอาฆาตวตฺถุตณฺหา- มูลกทสอกุสลกมฺมปถเอกวีสติ อเนสนทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตอฏฺฐสตตณฺหาวิจริตาทิปฺปเภทํ ทิยฑฺฒกิเลสสหสฺสํ สห วาสนาย ปหีนํ สมุจฺฉินฺนํ สมูหตํ, ยโต นํ โกจิ สมโณ วา…เป… พฺรหฺมา วา ‘‘อิเม นาม เต กิเลสา อปฺปหีนา’’ติ สห ธมฺเมน อนุยุญฺชิตุํ สมตฺโถ นตฺถิ.
เย จิเม ภควตา กมฺมวิปากกิเลสูปวาทอาณาวีติกฺกมปฺปเภทา อนฺตรายิกา วุตฺตา, อลเมว เต ปฏิเสวโต เอกนฺเตน อนฺตรายาย. ยโต นํ โกจิ สมโณ วา…เป… พฺรหฺมา วา ‘‘นาลํ เต ปฏิเสวโต อนฺตรายายา’’ติ สห ธมฺเมน อนุยุญฺชิตุํ สมตฺโถ นตฺถิ.
โย จ ภควตา นิรวเสสวฏฺฏทุกฺขนิสฺสรณาย สีลสมาธิปญฺญาย สงฺคโห สตฺตโกฏฺฐาสิโก สตฺตตึสปฺปเภโท อริยมคฺคปุพฺพงฺคโม อนุตฺตโร นิยฺยานิโก ธมฺโม เทสิโต, โส เอกนฺเตเนว นิยฺยาติ, ปฏิปนฺนสฺส วฏฺฏทุกฺขโต โมกฺขาย โหติ, ยโต นํ โกจิ สมโณ วา…เป… พฺรหฺมา วา ‘‘นิยฺยานิโก ธมฺโมติ ตยา เทสิโต น นิยฺยาตี’’ติ สห ธมฺเมน อนุยุญฺชิตุํ สมตฺโถ นตฺถีติ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโต อิเม ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธา’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๕๐) วิตฺถาโร. เอวเมตานิ อตฺตโน ญาณปฺปหานเทสนาวิเสสานํ อวิตถภาวาวโพธนโต อวิปรีตาการปฺปวตฺติตานิ ภควโต จตุเวสารชฺชญาณานิ ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. เอวมฺปิ ภควา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ตถา นิรยคติ, ติรจฺฉานคติ, เปตคติ, มนุสฺสคติ, เทวคตีติ ปญฺจ คติโย, ตาสุ สญฺชีวาทโย อฏฺฐ มหานิรยา, กุกฺกุฬาทโย โสฬส อุสฺสทนิรยา, โลกนฺตริกนิรโยติ สพฺเพปิเม เอกนฺตทุกฺขตาย นิรสฺสาทฏฺเฐน นิรยา, ยถากมฺมุนา คนฺตพฺพโต คติ จาติ นิรยคติ, ติพฺพนฺธการสีตนรกาปิ เอเตเสฺวว อนฺโตคธา. กิมิกีฏสรีสปปกฺขิโสณสิงฺคาลาทโย ติริยํ อญฺฉิตภาเวน ติรจฺฉานา, เต เอว คตีติ ติรจฺฉานคติ. ขุปฺปิปาสิตตฺตา ปรทตฺตูปชีวินิชฺฌามตณฺหิกาทโย ทุกฺขพหุลตาย ปากฏสุขโต อิตา วิคตาติ เปตา, เต เอว คตีติ เปตคติ, กาลกญฺจิกาทิอสุราปิ เอเตเสฺววนฺโตคธา. ปริตฺตทีปวาสีหิ สทฺธึ ชมฺพุทีปาทิจตุมหาทีปวาสิโน มนโส อุสฺสนฺนตาย มนุสฺสา, เต เอว คตีติ มนุสฺสคติ. จาตุมหาราชิกโต ปฏฺฐาย ยาว เนวสญฺญานาสญฺญายตนูปคาติ อิเม ฉพฺพีสติ เทวนิกายา ทิพฺพนฺติ อตฺตโน อิทฺธานุภาเวน กีฬนฺติ โชตนฺติ จาติ เทวา, เต เอว คตีติ เทวคติ.
ตา ปเนตา คติโย ยสฺมา ตํตํกมฺมนิพฺพตฺโต อุปปตฺติภววิเสโส, ตสฺมา อตฺถโต วิปากกฺขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ. ตตฺถ ‘‘อยํ นาม คติ อิมินา นาม กมฺมุนา ชายติ, ตสฺส จ กมฺมสฺส ปจฺจยวิเสเสหิ เอวํ วิภาคภินฺนตฺตา วิสุํ เอเต สตฺตนิกายา เอวํ วิภาคภินฺนา’’ติ ยถาสกํ เหตุผลวิภาคปริจฺฉินฺทนวเสน ฐานโส เหตุโส ภควโต ญาณํ ปวตฺตติ. เตนาห ภควา –
‘‘ปญฺจ โข อิมา, สาริปุตฺต, คติโย. กตมา ปญฺจ? นิรโย, ติรจฺฉานโยนิ, เปตฺติวิสโย, มนุสฺสา, เทวา. นิรยญฺจาหํ, สาริปุตฺต, ปชานามิ นิรยคามิญฺจ มคฺคํ นิรยคามินิญฺจ ปฏิปทํ, ยถา ปฏิปนฺโน จ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ, ตญฺจ ปชานามี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๑๕๓).
ตานิ ปเนตานิ ภควโต ญาณานิ ตสฺมึ ตสฺมึ วิสเย อวิปรีตาการปฺปวตฺติยา อวิสํวาทนโต ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. เอวมฺปิ ภควา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ตถา ยํ สตฺตานํ สทฺธาทิโยควิกลาวิกลภาวาวโพธเนน อปฺปรชกฺขมหารชกฺขตาทิวิเสสวิภาวนํ ปญฺญาสาย อากาเรหิ ปวตฺตํ ภควโต อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘สทฺโธ ปุคฺคโล อปฺปรชกฺโข, อสฺสทฺโธ ปุคฺคโล มหารชกฺโข’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๑) วิตฺถาโร.
ยญฺจ ‘‘อยํ ปุคฺคโล อปฺปรชกฺโข, อยํ สสฺสตทิฏฺฐิโก, อยํ อุจฺเฉททิฏฺฐิโก, อยํ อนุโลมิกายํ ขนฺติยํ ฐิโต, อยํ ยถาภูตญาเณ ฐิโต, อยํ กามาสโย, น เนกฺขมฺมาทิอาสโย, อยํ เนกฺขมฺมาสโย, น กามาทิอาสโย’’ติอาทินา ‘‘อิมสฺส กามราโค อติวิย ถามคโต, น ปฏิฆาทิโก, อิมสฺส ปฏิโฆ อติวิย ถามคโต, น กามราคาทิโก’’ติอาทินา ‘‘อิมสฺส ปุญฺญาภิสงฺขาโร อธิโก, น อปุญฺญาภิสงฺขาโร น อาเนญฺชาภิสงฺขาโร, อิมสฺส อปุญฺญาภิสงฺขาโร อธิโก, น ปุญฺญาภิสงฺขาโร น อาเนญฺชาภิสงฺขาโร, อิมสฺส อาเนญฺชาภิสงฺขาโร อธิโก, น ปุญฺญาภิสงฺขาโร น อปุญฺญาภิสงฺขาโร. อิมสฺส กายสุจริตํ อธิกํ, อิมสฺส วจีสุจริตํ, อิมสฺส มโนสุจริตํ, อยํ หีนาธิมุตฺติโก, อยํ ปณีตาธิมุตฺติโก, อยํ กมฺมาวรเณน สมนฺนาคโต, อยํ กิเลสาวรเณน สมนฺนาคโต, อยํ วิปากาวรเณน สมนฺนาคโต, อยํ น กมฺมาวรเณน สมนฺนาคโต, น กิเลสาวรเณน สมนฺนาคโต, น วิปากาวรเณน สมนฺนาคโต’’ติอาทินา จ สตฺตานํ อาสยาทีนํ ยถาภูตํ วิภาวนาการปฺปวตฺตํ ภควโต อาสยานุสยญาณํ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘อิธ ตถาคโต สตฺตานํ อาสยํ ชานาติ, อนุสยํ ชานาติ, จริตํ ชานาติ, อธิมุตฺตึ ชานาติ, ภพฺพาภพฺเพ สตฺเต ชานาตี’’ติอาทิ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๓).
ยญฺจ อุปริมเหฏฺฐิมปุริมปจฺฉิมกาเยหิ ทกฺขิณวามอกฺขิกณฺณโสตนาสิกโสตอํสกูฏหตฺถปาเทหิ องฺคุลิองฺคุลนฺตเรหิ โลมกูเปหิ จ อคฺคิกฺขนฺธูทกธาราปวตฺตนํ อนญฺญสาธารณํ วิวิธวิกุพฺพนิทฺธินิมฺมาปนกํ ภควโต ยมกปาฏิหาริยญาณํ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘อิธ ตถาคโต ยมกปาฏิหาริยํ กโรติ อสาธารณํ สาวเกหิ, อุปริมกายโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, เหฏฺฐิมกายโต อุทกธารา ปวตฺตติ. เหฏฺฐิมกายโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, อุปริมกายโต อุทกธารา ปวตฺตตี’’ติอาทิ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๖).
ยญฺจ ราคาทีหิ ชาติอาทีหิ จ อเนเกหิ ทุกฺขธมฺเมหิ อุปทฺทุตํ สตฺตนิกายํ ตโต นีหริตุกามตาวเสน นานานเยหิ ปวตฺตสฺส ภควโต มหากรุโณกฺกมนสฺส ปจฺจยภูตํ มหากรุณาสมาปตฺติญาณํ. ยถาห (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๗-๑๑๘) –
‘‘กตมํ ตถาคตสฺส มหากรุณาสมาปตฺติยา ญาณํ? พหุเกหิ อากาเรหิ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมติ, อาทิตฺโต โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมติ. อุยฺยุตฺโต, ปยาโต, กุมฺมคฺคปฺปฏิปนฺโน, อุปนียติ โลโก อทฺธุโว, อตาโณ โลโก อนภิสฺสโร, อสฺสโก โลโก, สพฺพํ ปหาย คมนียํ, อูโน โลโก อติตฺโต ตณฺหาทาโสติ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมติ.
‘‘อตายโน โลกสนฺนิวาโส, อเลโณ, อสรโณ, อสรณีภูโต. อุทฺธโต โลโก อวูปสนฺโต, สสลฺโล โลกสนฺนิวาโส วิทฺโธ ปุถุสลฺเลหิ, อวิชฺชนฺธการาวรโณ กิเลสปญฺชรปกฺขิตฺโต, อวิชฺชาคโต โลกสนฺนิวาโส อณฺฑภูโต ปริโยนทฺโธ ตนฺตากุลกชาโต กุลคุณฺฑิกชาโต มุญฺชปพฺพชภูโต อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ สํสารํ นาติวตฺตติ, อวิชฺชาวิสโทสสํลิตฺโต, กิเลสกลลีภูโต, ราคโทสโมหชฏาชฏิโต.
‘‘ตณฺหาสงฺฆาฏปฏิมุกฺโก, ตณฺหาชาเลน โอตฺถโฏ, ตณฺหาโสเตน วุยฺหติ, ตณฺหาสญฺโญชเนน สํยุตฺโต, ตณฺหานุสเยน อนุสโฏ, ตณฺหาสนฺตาเปน สนฺตปฺปติ, ตณฺหาปริฬาเหน ปริฑยฺหติ.
‘‘ทิฏฺฐิสงฺฆาฏปฏิมุกฺโก, ทิฏฺฐิชาเลน โอตฺถโฏ, ทิฏฺฐิโสเตน วุยฺหติ, ทิฏฺฐิสญฺโญชเนน สํยุตฺโต, ทิฏฺฐานุสเยน อนุสโฏ, ทิฏฺฐิสนฺตาเปน สนฺตปฺปติ, ทิฏฺฐิปริฬาเหน ปริฑยฺหติ.
‘‘ชาติยา อนุคโต, ชราย อนุสโฏ, พฺยาธินา อภิภูโต, มรเณน อพฺภาหโต, ทุกฺเข ปติฏฺฐิโต.
‘‘ตณฺหาย อุฑฺฑิโต, ชราปาการปริกฺขิตฺโต, มจฺจุปาเสน ปริกฺขิตฺโต, มหาพนฺธนพทฺโธ, ราคพนฺธเนน โทสโมหมานทิฏฺฐิกิเลสทุจฺจริตพนฺธเนน พทฺโธ, มหาสมฺพาธปฺปฏิปนฺโน, มหาปลิโพเธน ปลิพุทฺโธ, มหาปปาเต ปติโต, มหากนฺตารปฺปฏิปนฺโน, มหาสํสารปฺปฏิปนฺโน, มหาวิทุคฺเค สมฺปริวตฺตติ, มหาปลิเป ปลิปนฺโน.
‘‘อพฺภาหโต โลกสนฺนิวาโส, อาทิตฺโต โลกสนฺนิวาโส ราคคฺคินา โทสคฺคินา โมหคฺคินา ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ, อุนฺนีตโก โลกสนฺนิวาโส หญฺญติ นิจฺจมตาโณ ปตฺตทณฺโฑ ตกฺกโร, วชฺชพนฺธนพทฺโธ อาฆาตนปจฺจุปฏฺฐิโต, อนาโถ โลกสนฺนิวาโส ปรมการุญฺญปฺปตฺโต, ทุกฺขาภิตุนฺโน จิรรตฺตํ ปีฬิโต, คธิโต นิจฺจํ ปิปาสิโต.
‘‘อนฺโธ อจกฺขุโก, หตเนตฺโต อปริณายโก, วิปถปกฺขนฺโท อญฺชสาปรทฺโธ, มโหฆปกฺขนฺโท.
‘‘ทฺวีหิ ทิฏฺฐิคเตหิ ปริยุฏฺฐิโต, ตีหิ ทุจฺจริเตหิ วิปฺปฏิปนฺโน, จตูหิ โยเคหิ โยชิโต, จตูหิ คนฺเถหิ คนฺถิโต, จตูหิ อุปาทาเนหิ อุปาทิยติ, ปญฺจคติสมารุโฬฺห, ปญฺจหิ กามคุเณหิ รชฺชติ, ปญฺจหิ นีวรเณหิ โอตฺถโฏ, ฉหิ วิวาทมูเลหิ วิวทติ, ฉหิ ตณฺหากาเยหิ รชฺชติ, ฉหิ ทิฏฺฐิคเตหิ ปริยุฏฺฐิโต, สตฺตหิ อนุสเยหิ อนุสโฏ, สตฺตหิ สญฺโญชเนหิ สํยุตฺโต, สตฺตหิ มาเนหิ อุนฺนโต, อฏฺฐหิ โลกธมฺเมหิ สมฺปริวตฺตติ, อฏฺฐหิ มิจฺฉตฺเตหิ นิยฺยาโต, อฏฺฐหิ ปุริสโทเสหิ ทุสฺสติ, นวหิ อาฆาตวตฺถูหิ อาฆาติโต, นววิธมาเนหิ อุนฺนโต, นวหิ ตณฺหามูลเกหิ ธมฺเมหิ รชฺชติ, ทสหิ กิเลสวตฺถูหิ กิลิสฺสติ, ทสหิ อาฆาตวตฺถูหิ อาฆาติโต, ทสหิ อกุสลกมฺมปเถหิ สมนฺนาคโต, ทสหิ สํโยชเนหิ สํยุตฺโต, ทสหิ มิจฺฉตฺเตหิ นิยฺยาโต, ทสวตฺถุกาย มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สมนฺนาคโต, ทสวตฺถุกาย อนฺตคฺคาหิกาย ทิฏฺฐิยา สมนฺนาคโต, อฏฺฐสตตณฺหาปปญฺเจหิ ปปญฺจิโต, ทฺวาสฏฺฐิยา ทิฏฺฐิคเตหิ ปริยุฏฺฐิโต, โลกสนฺนิวาโสติ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมติ.
‘‘อหญฺจมฺหิ ติณฺโณ, โลโก จ อติณฺโณ. อหญฺจมฺหิ มุตฺโต, โลโก จ อมุตฺโต. อหญฺจมฺหิ ทนฺโต, โลโก จ อทนฺโต. อหญฺจมฺหิ สนฺโต, โลโก จ อสนฺโต. อหญฺจมฺหิ อสฺสตฺโถ, โลโก จ อนสฺสตฺโถ. อหญฺจมฺหิ ปรินิพฺพุโต, โลโก จ อปรินิพฺพุโต. ปโหมิ ขฺวาหํ ติณฺโณ ตาเรตุํ, มุตฺโต โมเจตุํ, ทนฺโต ทเมตุํ, สนฺโต สเมตุํ, อสฺสตฺโถ อสฺสาเสตุํ, ปรินิพฺพุโต ปรินิพฺพาเปตุนฺติ ปสฺสนฺตานํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สตฺเตสุ มหากรุณา โอกฺกมตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๗-๑๑๘).
เอวํ เอกูนนวุติยา อากาเรหิ วิภชนํ กตํ.
ยํ ปน ยาวตา ธมฺมธาตุยา ยตฺตกํ ญาตพฺพํ สงฺขตาสงฺขตาทิกสฺส สพฺพสฺส ปโรปเทสนิรเปกฺขํ สพฺพากาเรน ปฏิวิชฺฌนสมตฺถํ อากงฺขมตฺตปฺปฏิพทฺธวุตฺติอนญฺญสาธารณํ ภควโต ญาณํ สพฺพถา อนวเสสสงฺขตาสงฺขตสมฺมุติสจฺจาวโพธโต สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ตตฺถาวรณาภาวโต นิสฺสงฺคปฺปวตฺติมุปาทาย อนาวรณญาณนฺติ วุจฺจติ. เอกเมว หิ ตํ ญาณํ วิสยปฺปวตฺติมุเขน อญฺเญหิ อสาธารณภาวทสฺสนตฺถํ ทุวิเธน อุทฺทิฏฺฐํ. อญฺญถา สพฺพญฺญุตานาวรณญาณานํ สาธารณตา สพฺพวิสยตา อาปชฺเชยฺยุํ, น จ ตํ ยุตฺตํ กิญฺจาปิ อิมาย ยุตฺติยา. อยเญฺหตฺถ ปาฬิ –
‘‘สพฺพํ สงฺขตมสงฺขตํ อนวเสสํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณญาณํ. อตีตํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณญาณํ. อนาคตํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณญาณํ. ปจฺจุปฺปนฺนํ สพฺพํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๙-๑๒๐) วิตฺถาโร.
เอวเมตานิ ภควโต ฉอสาธารณญาณานิ อวิปรีตาการปฺปวตฺติยา ยถาสกวิสยสฺส อวิสํวาทนโต ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. เอวมฺปิ ภควา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ตถา –
‘‘สตฺติเม, ภิกฺขเว, โพชฺฌงฺคา – สติสมฺโพชฺฌงฺโค, ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค, วีริยสมฺโพชฺฌงฺโค, ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค, ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค, สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค, อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค’’ติ (ปฏิ. ม. ๒.๑๗; สํ. นิ. ๕.๑๘๕) เอวํ สรูปโต, ‘‘ยายํ โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ อุปฺปชฺชมานา ลีนุทฺธจฺจปติฏฺฐานายูหนกามสุขลฺลิกตฺตกิลมถานุโยคอุจฺเฉทสสฺสตาภินิเวสาทีนํ อเนเกสํ อุปทฺทวานํ ปฏิปกฺขภูตา สติอาทิเภทา ธมฺมสามคฺคี, ยาย อริยสาวโก พุชฺฌติ กิเลสนิทฺทาย อุฏฺฐหติ, จตฺตาริ วา อริยสจฺจานิ ปฏิวิชฺฌติ, นิพฺพานเมว วา สจฺฉิกโรตีติ, สา ธมฺมสามคฺคี โพธีติ วุจฺจติ. ตสฺสา ‘โพธิยา องฺคาติ โพชฺฌงฺคา, อริยสาวโก วา ยถาวุตฺตาย ธมฺมสามคฺคิยา พุชฺฌตีติ กตฺวา โพธีติ วุจฺจติ, ตสฺส โพธิสฺส องฺคาติปิ โพชฺฌงฺคา’’ติ เอวํ สามญฺญลกฺขณโต. ‘‘อุปฏฺฐานลกฺขโณ สติสมฺโพชฺฌงฺโค, ปวิจยลกฺขโณ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค, ปคฺคหลกฺขโณ วีริยสมฺโพชฺฌงฺโค, ผรณลกฺขโณ ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค, อุปสมลกฺขโณ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค, อวิกฺเขปลกฺขโณ สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค, ปฏิสงฺขานลกฺขโณ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค’’ติ เอวํ วิเสสลกฺขณโต.
‘‘ตตฺถ กตโม สติสมฺโพชฺฌงฺโค? อิธ, ภิกฺขุ, สติมา โหติ ปรเมน สติเนปกฺเกน สมนฺนาคโต, จิรกตมฺปิ จิรภาสิตมฺปิ สริตา โหติ อนุสฺสริตา’’ติอาทินา (วิภ. ๔๖๗) สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ อญฺญมญฺโญปการวเสน เอกกฺขเณ ปวตฺติทสฺสนโต, ‘‘ตตฺถ กตโม สติสมฺโพชฺฌงฺโค? อตฺถิ อชฺฌตฺตํ, ภิกฺขเว, ธมฺเมสุ สติ, อตฺถิ พหิทฺธา ธมฺเมสุ สตี’’ติอาทินา เตสํ วิสยวิภาเคน ปวตฺติทสฺสนโต. ‘‘ตตฺถ กตโม สติสมฺโพชฺฌงฺโค? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามิ’’นฺติอาทินา (วิภ. ๔๗๑) ภาวนาวิธิทสฺสนโต. ‘‘ตตฺถ กตเม สตฺต โพชฺฌงฺคา? อิธ ภิกฺขุ ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวติ…เป… ตสฺมึ สมเย สตฺต โพชฺฌงฺคา โหนฺติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค…เป… อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค. ตตฺถ กตโม สติสมฺโพชฺฌงฺโค? ยา สติ…เป… อนุสฺสตี’’ติอาทินา (วิภ. ๔๗๘-๔๗๙) ฉนฺนวุติยา นยสหสฺสวิภาเคหีติ เอวํ นานาการโต ปวตฺตานิ ภควโต สมฺโพชฺฌงฺควิภาวนญาณานิ ตสฺส ตสฺส อตฺถสฺส อวิสํวาทนโต ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. เอวมฺปิ ภควา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ตถา –
‘‘ตตฺถ กตมํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจํ? อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค. เสยฺยถิทํ, สมฺมาทิฏฺฐิ…เป… สมฺมาสมาธี’’ติ (วิภ. ๒๐๕) เอวํ สรูปโต. สพฺพกิเลเสหิ อารกตฺตา อริยภาวกรตฺตา อริยผลปฺปฏิลาภกรตฺตา จ อริโย, อฏฺฐวิธตฺตา นิพฺพานาธิคมาย เอกนฺตการณตฺตา จ อฏฺฐงฺคิโก. กิเลเส มาเรนฺโต คจฺฉติ, นิพฺพานตฺถิเกหิ มคฺคียติ, สยํ วา นิพฺพานํ มคฺคตีติ มคฺโคติ เอวํ สามญฺญลกฺขณโต. ‘‘สมฺมา ทสฺสนลกฺขณา สมฺมาทิฏฺฐิ, สมฺมา อภินิโรปนลกฺขโณ สมฺมาสงฺกปฺโป, สมฺมา ปริคฺคหณลกฺขณา สมฺมาวาจา, สมฺมา สมุฏฺฐานลกฺขโณ สมฺมากมฺมนฺโต, สมฺมา โวทานลกฺขโณ สมฺมาอาชีโว, สมฺมา ปคฺคหลกฺขโณ สมฺมาวายาโม, สมฺมา อุปฏฺฐานลกฺขณา สมฺมาสติ, สมฺมา อวิกฺเขปลกฺขโณ สมฺมาสมาธี’’ติ เอวํ วิเสสลกฺขณโต. สมฺมาทิฏฺฐิ อญฺเญหิปิ อตฺตโน ปจฺจนีกกิเลเสหิ สทฺธึ มิจฺฉาทิฏฺฐึ ปชหติ, นิพฺพานํ อารมฺมณํ กโรติ, ตปฺปฏิจฺฉาทกโมหวิธมเนน อสมฺโมหโต สมฺปยุตฺตธมฺเม จ ปสฺสติ. ตถา สมฺมาสงฺกปฺปาทโยปิ มิจฺฉาสงฺกปฺปาทีนิ ปชหนฺติ, นิพฺพานญฺจ อารมฺมณํ กโรนฺติ, สหชาตธมฺมานํ สมฺมาอภินิโรปนปริคฺคหณสมุฏฺฐานโวทานปคฺคหอุปฏฺฐานสมาทหนานิ จ กโรนฺตีติ เอวํ กิจฺจวิภาคโต. สมฺมาทิฏฺฐิ ปุพฺพภาเค นานกฺขณา วิสุํ วิสุํ ทุกฺขาทิอารมฺมณา หุตฺวา มคฺคกาเล เอกกฺขณา นิพฺพานเมว อารมฺมณํ กตฺวา กิจฺจโต ‘‘ทุกฺเข ญาณ’’นฺติอาทีนิ จตฺตาริ นามานิ ลภติ, สมฺมาสงฺกปฺปาทโยปิ ปุพฺพภาเค นานกฺขณา นานารมฺมณา มคฺคกาเล เอกกฺขณา เอการมฺมณา.
เตสุ สมฺมาสงฺกปฺโป กิจฺจโต เนกฺขมฺมสงฺกปฺโปติอาทีนิ ตีณิ นามานิ ลภติ, สมฺมาวาจาทโย ตโย ปุพฺพภาเค มุสาวาทาเวรมณีติอาทิวิภาคา วิรติโยปิ เจตนาโยปิ หุตฺวา มคฺคกฺขเณ วิรติโยว, สมฺมาวายามสติโย กิจฺจโต สมฺมปฺปธานสติปฏฺฐานวเสน จตฺตาริ นามานิ ลภนฺติ. สมฺมาสมาธิ ปน มคฺคกฺขเณปิ ปฐมชฺฌานาทิวเสน นานา เอวาติ เอวํ ปุพฺพภาคปรภาเคสุ ปวตฺติวิภาคโต, ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิต’’นฺติอาทินา (วิภ. ๔๘๙) ภาวนาวิธิโต, ‘‘ตตฺถ กตโม อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค? อิธ, ภิกฺขุ, ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวติ…เป… ทุกฺขาปฏิปทํ ทนฺธาภิญฺญํ, ตสฺมึ สมเย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค โหติ สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป’’ติอาทินา (วิภ. ๔๙๙) จตุราสีติยา นยสหสฺสวิภาเคหีติ เอวํ อเนกาการโต ปวตฺตานิ ภควโต อริยมคฺควิภาวนญาณานิ อตฺถสฺส อวิสํวาทนโต สพฺพานิปิ ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. เอวมฺปิ ภควา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ตถา ปฐมชฺฌานสมาปตฺติ ยา จ นิโรธสมาปตฺตีติ เอตาสุ อนุปฏิปาฏิยา วิหริตพฺพฏฺเฐน สมาปชฺชิตพฺพฏฺเฐน จ อนุปุพฺพวิหารสมาปตฺตีสุ สมฺปาทนปจฺจเวกฺขณาทิวเสน ยถารหํ สมฺปโยควเสน จ ปวตฺตานิ ภควโต ญาณานิ ตทตฺถสิทฺธิยา ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. ตถา ‘‘อิทํ อิมสฺส ฐานํ, อิทํ อฏฺฐาน’’นฺติ อวิปรีตํ ตสฺส ตสฺส ผลสฺส การณาการณชานนํ, เตสํ เตสํ สตฺตานํ อตีตาทิเภทภินฺนสฺส กมฺมสมาทานสฺส อนวเสสโต ยถาภูตํ วิปากนฺตรชานนํ, อายูหนกฺขเณเยว ตสฺส ตสฺส สตฺตสฺส ‘‘อยํ นิรยคามินี ปฏิปทา…เป… อยํ นิพฺพานคามินี ปฏิปทา’’ติ ยาถาวโต สาสวานาสวกมฺมวิภาคชานนํ, ๐.ขนฺธายตนาทีนํ อุปาทินฺนานุปาทินฺนาทิอเนกสภาวํ นานาสภาวญฺจ ตสฺส โลกสฺส ‘‘อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนตฺตา อิมสฺมึ ธมฺมปฺปพนฺเธ อยํ วิเสโส ชายตี’’ติอาทินา นเยน ยถาภูตํ ธาตุนานตฺตชานนํ, อนวเสสโต สตฺตานํ หีนาทิอชฺฌาสยาธิมุตฺติชานนํ, สทฺธาทิอินฺทฺริยานํ ติกฺขมุทุตาชานนํ, สํกิเลสาทีหิ สทฺธึ ฌานวิโมกฺขาทิวิเสสชานนํ, สตฺตานํ อปริมาณาสุ ชาตีสุ ตปฺปฏิพนฺเธน สทฺธึ อนวเสสโต ปุพฺเพนิวุตฺถกฺขนฺธสนฺตติชานนํ, หีนาทิวิภาเคหิ สทฺธึ จุติปฏิสนฺธิชานนํ, ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว จตุสจฺจชานนนฺติ อิมานิ ภควโต ทสพลญาณานิ อวิรชฺฌิตฺวา ยถาสกํ วิสยาวคาหนโต ยถาธิปฺเปตตฺถสาธนโต จ ยถาภูตวุตฺติยา ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อิธ ตถาคโต ฐานญฺจ ฐานโต อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติอาทิ (วิภ. ๘๐๙; อ. นิ. ๑๐.๒๑).
เอวมฺปิ ภควา ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
ยถา เจเตสํ ญาณานํ วเสน, เอวํ ยถาวุตฺตานํ สติปฏฺฐานสมฺมปฺปธานวิภาวนญาณาทีนํ อนนฺตาปริเมยฺยเภทานํ อนญฺญสาธารณานํ ปญฺญาวิเสสานํ วเสน ภควา ตถานิ ญาณานิ อาคโต อธิคโตติ ตถาคโต. เอวมฺปิ ตถานิ อาคโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถา คโตติ ตถาคโต? ยา สา ภควโต อภิชาติ อภิสมฺโพธิ ธมฺมวินยปญฺญาปนา อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุ, สา ตถา. กึ วุตฺตํ โหติ? ยทตฺถํ โลกนาเถน อภิสมฺโพธิ ปตฺถิตา ปวตฺติตา จ, ตทตฺถสฺส เอกนฺตสิทฺธิยา อวิสํวาทนโต อวิปรีตตฺถวุตฺติยา ตถา อวิตถา อนญฺญถา. ตถา หิ อยํ ภควา โพธิสตฺตภูโต สมตึสปารมิปริปูรณาทิกํ วุตฺตปฺปเภทํ สพฺพํ พุทฺธตฺตเหตุํ สมฺปาเทตฺวา ตุสิตปุเร ฐิโตว พุทฺธโกลาหลํ สุตฺวา ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตาหิ เอกโต สนฺนิปติตาหิ อุปสงฺกมิตฺวา –
‘‘กาโล เทว มหาวีร, อุปฺปชฺช มาตุกุจฺฉิยํ;
สเทวกํ ตารยนฺโต, พุชฺฌสฺสุ อมตํ ปท’’นฺติ. (พุ. วํ. ๑.๖๗) –
อายาจิโต อุปฺปนฺนปุพฺพนิมิตฺโต ปญฺจ มหาวิโลกนานิ วิโลเกตฺวา ‘‘อิทานาหํ มนุสฺสโยนิยํ อุปฺปชฺชิตฺวา อภิสมฺพุชฺฌิสฺสามี’’ติ อาสาฬฺหิปุณฺณมาย สกฺยราชกุเล มหามายาย เทวิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา ทส มาเส เทวมนุสฺเสหิ มหตา ปริหาเรน ปริหริยมาโน วิสาขปุณฺณมาย ปจฺจูสสมเย อภิชาตึ ปาปุณิ.
อภิชาติกฺขเณ ปนสฺส ปฏิสนฺธิคฺคหณกฺขเณ วิย ทฺวตฺตึสปุพฺพนิมิตฺตานิ ปาตุรเหสุํ. อยญฺหิ ทสสหสฺสี โลกธาตุ กมฺปิ สงฺกมฺปิ สมฺปกมฺปิ สมฺปเวธิ, ทสสุ จกฺกวาฬสหสฺเสสุ อปฺปมาโณ โอภาโส ผริ, ตสฺส ตํ สิรึ ทฏฺฐุกามา วิย ชจฺจนฺธา จกฺขูนิ ปฏิลภึสุ, พธิรา สทฺทํ สุณึสุ. มูคา สมาลปึสุ, ขุชฺชา อุชุคตฺตา อเหสุํ, ปงฺคุลา ปทสา คมนํ ปฏิลภึสุ, พนฺธนคตา สพฺพสตฺตา อนฺทุพนฺธนาทีหิ มุจฺจึสุ, สพฺพนิรเยสุ อคฺคิ นิพฺพายิ, เปตฺติวิสเย ขุปฺปิปาสา วูปสมิ, ติรจฺฉานานํ ภยํ นาโหสิ, สพฺพสตฺตานํ โรโค วูปสมิ, สพฺพสตฺตา ปิยํวทา อเหสุํ, มธุเรนากาเรน อสฺสา หสึสุ, วารณา คชฺชึสุ, สพฺพตูริยานิ สกํ สกํ นินฺนาทํ มุญฺจึสุ, อฆฏฺฏิตานิ เอว มนุสฺสานํ หตฺถูปคาทีนิ อาภรณานิ มธุเรนากาเรน รวึสุ, สพฺพทิสา วิปฺปสนฺนา อเหสุํ, สตฺตานํ สุขํ อุปฺปาทยมาโน มุทุสีตลวาโต วายิ, อกาลเมโฆ วสฺสิ, ปถวิโตปิ อุทกํ อุพฺภิชฺชิตฺวา วิสฺสนฺทิ, ปกฺขิโน อากาสคมนํ วิชหึสุ, นทิโย อสนฺทมานา อฏฺฐํสุ, มหาสมุทฺเท มธุรํ อุทกํ อโหสิ, อุปกฺกิเลสวิมุตฺเต สูริเย ทิสฺสมาเน เอว อากาสคตา สพฺพา โชติโย ชลึสุ, ฐเปตฺวา อรูปาวจเร เทเว อวเสสา สพฺเพ เทวา สพฺเพปิ เนรยิกา ทิสฺสมานรูปา อเหสุํ, ตรุกุฏฺฏกวาฏเสลาทโย อนาวรณภูตา อเหสุํ, สตฺตานํ จุตูปปาตา นาเหสุํ, สพฺพํ อนิฏฺฐคนฺธํ อภิภวิตฺวา ทิพฺพคนฺโธ วายิ, สพฺเพ ผลูปคา รุกฺขา ผลธรา สมฺปชฺชึสุ, มหาสมุทฺโท สพฺพตฺถกเมว ปญฺจวณฺเณหิ ปทุเมหิ สญฺฉนฺนตโล อโหสิ, ถลชชลชาทีนิ สพฺพปุปฺผานิ ปุปฺผึสุ, รุกฺขานํ ขนฺเธสุ ขนฺธปทุมานิ, สาขาสุ สาขปทุมานิ, ลตาสุ ลตาปทุมานิ ปุปฺผึสุ, มหีตเล สิลาตลานิ ภินฺทิตฺวา อุปรูปริ สตฺต สตฺต หุตฺวา ทณฺฑปทุมานิ นาม นิกฺขมึสุ, อากาเส โอลมฺพกปทุมานิ นิพฺพตฺตึสุ, สมนฺตโต ปุปฺผวสฺสํ วสฺสิ, อากาเส ทิพฺพตูริยานิ วชฺชึสุ, สกลทสสหสฺสี โลกธาตุ วฏฺเฏตฺวา วิสฺสฏฺฐมาลาคุฬํ วิย อุปฺปีเฬตฺวา พทฺธมาลากลาโป วิย อลงฺกตปฺปฏิยตฺตํ มาลาสนํ วิย จ เอกมาลามาลินี วิปฺผุรนฺตวาฬพีชนี ปุปฺผธูปคนฺธปริวาสิตา ปรมโสภคฺคปฺปตฺตา อโหสิ, ตานิ จ ปุพฺพนิมิตฺตานิ อุปริ อธิคตานํ อเนเกสํ วิเสสาธิคมานํ นิมิตฺตภูตานิ เอว อเหสุํ. เอวํ อเนกจฺฉริยปาตุภาวปฺปฏิมณฺฑิตา จายํ อภิชาติ ยทตฺถํ อเนน อภิสมฺโพธิ ปตฺถิตา, ตสฺสา อภิสมฺโพธิยา เอกนฺตสิทฺธิยา ตถาว อโหสิ อวิตถา อนญฺญถา.
ตถา เย พุทฺธเวเนยฺยา โพธเนยฺยพนฺธวา, เต สพฺเพปิ อนวเสสโต สยเมว ภควตา วินีตา. เย จ สาวกเวเนยฺยา ธมฺมเวเนยฺยา จ, เตปิ สาวกาทีหิ วินีตา วินยํ คจฺฉนฺติ คมิสฺสนฺติ จาติ ยทตฺถํ ภควตา อภิสมฺโพธิ อภิปตฺถิตา, ตทตฺถสฺส เอกนฺตสิทฺธิยา อภิสมฺโพธิ ตถา อวิตถา อนญฺญถา.
อปิจ ยสฺส ยสฺส เญยฺยธมฺมสฺส โย โย สภาโว พุชฺฌิตพฺโพ, โส โส หตฺถตเล ฐปิตอามลกํ วิย อาวชฺชนมตฺตปฺปฏิพทฺเธน อตฺตโน ญาเณน อวิปรีตํ อนวเสสโต ภควตา อภิสมฺพุทฺโธติ เอวมฺปิ อภิสมฺโพธิ ตถา อวิตถา อนญฺญถา.
ตถา เตสํ เตสํ ธมฺมานํ ตถา ตถา เทเสตพฺพปฺปการํ เตสํ เตสญฺจ สตฺตานํ อาสยานุสยจริตาธิมุตฺตึ สมฺมเทว โอโลเกตฺวา ธมฺมตํ อวิชหนฺเตเนว ปญฺญตฺตินยโวหารมคฺคํ อนติธาวนฺเตเนว จ ธมฺมตํ วิภาวนฺเตน ยถาปราธํ ยถาชฺฌาสยํ ยถาธมฺมญฺจ อนุสาสนฺเตน ภควตา เวเนยฺยา วินีตา อริยภูมึ สมฺปาปิตาติ ธมฺมวินยปญฺญาปนาปิสฺส ตทตฺถสิทฺธิยา ยถาภูตวุตฺติยา จ ตถา อวิตถา อนญฺญถา.
ตถา ยา สา ภควตา อนุปฺปตฺตา ปถวิยาทิผสฺสเวทนาทิรูปารูปสภาววินิมุตฺตา ลุชฺชนภาวาภาวโต โลกสภาวาตีตา ตมสา วิสํสฏฺฐตฺตา เกนจิ อโนภาสนียา โลกสภาวาภาวโต เอว คติอาทิภาวรหิตา อปฺปติฏฺฐา อนารมฺมณา อมตมหานิพฺพานธาตุ ขนฺธสงฺขาตานํ อุปาทีนํ เลสมตฺตสฺสปิ อภาวโต อนุปาทิเสสาติ วุจฺจติ, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, ตทายตนํ, ยตฺถ เนว ปถวี น อาโป น เตโช น วาโย น อากาสานญฺจายตนํ น วิญฺญาณญฺจายตนํ น อากิญฺจญฺญายตนํ น เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ นายํ โลโก น ปโร โลโก น จ อุโภ จนฺทิมสูริยา, ตตฺราปาหํ, ภิกฺขเว, เนว อาคตึ วทามิ น คตึ น ฐิตึ น จุตึ น อุปปตฺตึ, อปฺปติฏฺฐํ อปฺปวตฺตํ อนารมฺมณเมเวตํ, เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสา’’ติ (อุทา. ๗๑).
สา สพฺเพสมฺปิ อุปาทานกฺขนฺธานํ อตฺถงฺคโม, สพฺพสงฺขารานํ สมโถ, สพฺพูปธีนํ ปฏินิสฺสคฺโค, สพฺพทุกฺขานํ วูปสโม, สพฺพาลยานํ สมุคฺฆาโต, สพฺพวฏฺฏานํ อุปจฺเฉโท, อจฺจนฺตสนฺติลกฺขโณติ ยถาวุตฺตสภาวสฺส กทาจิปิ อวิสํวาทนโต ตถา อวิตถา อนญฺญถา. เอวเมตา อภิชาติอาทิกา ตถา คโต อุปคโต อธิคโต ปฏิปนฺโน ปตฺโตติ ตถาคโต. เอวํ ภควา ตถา คโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถาวิโธติ ตถาคโต? ยถาวิธา ปุริมกา สมฺมาสมฺพุทฺธา, อยมฺปิ ภควา ตถาวิโธ. กึ วุตฺตํ โหติ? ยถาวิธา เต ภควนฺโต มคฺคสีเลน ผลสีเลน สพฺเพนปิ โลกิยโลกุตฺตรสีเลน, มคฺคสมาธินา ผลสมาธินา สพฺเพนปิ โลกิยโลกุตฺตรสมาธินา, มคฺคปญฺญาย ผลปญฺญาย สพฺพายปิ โลกิยโลกุตฺตรปญฺญาย, เทวสิกํ วลญฺชิตพฺเพหิ จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสมาปตฺติวิหาเรหิ, ตทงฺควิมุตฺติยา, วิกฺขมฺภนวิมุตฺติยา, สมุจฺเฉทวิมุตฺติยา, ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิมุตฺติยา, นิสฺสรณวิมุตฺติยาติ สงฺเขปโต. วิตฺถารโต ปน อนนฺตาปริมาณเภเทหิ อจินฺเตยฺยานุภาเวหิ สกลสพฺพญฺญุคุเณหิ, อยมฺปิ อมฺหากํ ภควา ตถาวิโธ. สพฺเพสญฺหิ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ อายุเวมตฺตํ, สรีรปฺปมาณเวมตฺตํ, กุลเวมตฺตํ, ทุกฺกรจริยาเวมตฺตํ, รสฺมิเวมตฺตนฺติ, อิเมหิ ปญฺจหิ เวมตฺเตหิ สิยา เวมตฺตํ, น ปน สีลวิสุทฺธิยาทีสุ วิสุทฺธีสุ สมถวิปสฺสนาปฏิปตฺติยํ อตฺตนา ปฏิลทฺธคุเณสุ จ กิญฺจิ นานากรณํ อตฺถิ. อถ โข มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณํ วิย อญฺญมญฺญํ นิพฺพิเสสา เต พุทฺธา ภควนฺโต. ตสฺมา ยถาวิธา ปุริมกา สมฺมาสมฺพุทฺธา, อยมฺปิ ภควา ตถาวิโธ. เอวํ ตถาวิโธติ ตถาคโต. วิธตฺโถ เจตฺถ คตสทฺโท, ตถา หิ โลกิยา วิธยุตฺตคตสทฺเท ปการตฺเถ วทนฺติ.
กถํ ตถา ปวตฺติโตติ ตถาคโต? อนญฺญสาธารเณน อิทฺธานุภาเวน สมนฺนาคตตฺตา อตฺถปฺปฏิสมฺภิทาทีนํ อุกฺกํสปารมิปฺปตฺติยา อนาวรณญาณปฺปฏิลาเภน จ ภควโต กายปฺปวตฺติยาทีนํ กตฺถจิ ปฏิฆาตาภาวโต ยถา รุจิ ตถา คตํ คติ คมนํ กายวจีจิตฺตปฺปวตฺติ เอตสฺสาติ ตถาคโต. เอวํ ตถา ปวตฺติโตติ ตถาคโต.
กถํ ตเถหิ อคโตติ ตถาคโต? โพธิสมฺภารสมฺภรเณ ตปฺปฏิปกฺขปฺปวตฺติสงฺขาตํ นตฺถิ เอตสฺส คตนฺติ อคโต. โส ปนสฺส อคตภาโว มจฺเฉรทานปารมิอาทีสุ อวิปรีตํ อาทีนวานิสํสปจฺจเวกฺขณาทินยปฺปวตฺเตหิ ญาเณหีติ ตเถหิ ญาเณหิ อคโตติ ตถาคโต.
อถ วา กิเลสาภิสงฺขารปฺปวตฺติสงฺขาตํ ขนฺธปฺปวตฺติสงฺขาตเมว วา ปญฺจสุปิ คตีสุ คตํ คมนํ เอตสฺส นตฺถีติ อคโต. สอุปาทิเสสอนุปาทิเสสนิพฺพานปฺปตฺติยา สฺวายมสฺส อคตภาโว ตเถหิ อริยมคฺคญาเณหีติ เอวมฺปิ ภควา ตเถหิ อคโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถา คตภาเวน ตถาคโต? ตถา คตภาเวนาติ จ ตถาคตสฺส สพฺภาเวน อตฺถิตายาติ อตฺโถ. โก ปเนส ตถาคโต, ยสฺส อตฺถิตาย ภควา ตถาคโตติ วุจฺจตีติ? สทฺธมฺโม. สทฺธมฺโม หิ อริยมคฺโค ตาว ยถา ยุคนทฺธสมถวิปสฺสนาพเลน อนวเสสโต กิเลสปกฺขํ สมูหนนฺเตน สมุจฺเฉทปฺปหานวเสน คนฺตพฺพํ, ตถา คโต. ผลธมฺโม ยถา อตฺตโน มคฺคานุรูปํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปหานวเสน คนฺตพฺพํ, ตถา คโต ปวตฺโต. นิพฺพานธมฺโม ปน ยถา คโต ปญฺญาย ปฏิวิทฺโธ สกลวฏฺฏทุกฺขวูปสมาย สมฺปชฺชติ, พุทฺธาทีหิ ตถา คโต สจฺฉิกโตติ ตถาคโต. ปริยตฺติธมฺโมปิ ยถา ปุริมพุทฺเธหิ สุตฺตเคยฺยาทิวเสน ปวตฺติอาทิปฺปกาสนวเสน จ เวเนยฺยานํ อาสยาทิอนุรูปํ ปวตฺติโต, อมฺหากมฺปิ ภควตา ตถา คโต คทิโต ปวตฺติโตติ วา ตถาคโต. ยถา ภควตา เทสิโต, ตถา ภควโต สาวเกหิ คโต อวคโตติ ตถาคโต. เอวํ สพฺโพปิ สทฺธมฺโม ตถาคโต. เตนาห สกฺโก เทวานมินฺโท – ‘‘ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ, ธมฺมํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตู’’ติ (ขุ. ปา. ๖.๑๗; สุ. นิ. ๒๔๐). สฺวาสฺส อตฺถีติ ภควา ตถาคโต.
ยถา จ ธมฺโม, เอวํ อริยสงฺโฆปิ ยถา อตฺตหิตาย ปรหิตาย จ ปฏิปนฺเนหิ สุวิสุทฺธํ ปุพฺพภาคสมถวิปสฺสนาปฏิปทํ ปุรกฺขตฺวา เตน เตน มคฺเคน คนฺตพฺพํ, ตํ ตํ ตถา คโตติ ตถาคโต. ยถา วา ภควตา สจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทโย เทสิตา, ตถาว พุทฺธตฺตา ตถา คทนโต จ ตถาคโต. เตนาห สกฺโก เทวราชา – ‘‘ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ, สงฺฆํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตู’’ติ. สฺวาสฺส สาวกภูโต อตฺถีติ ภควา ตถาคโต. เอวํ ตถาคตภาเวน ตถาคโตติ.
อิทมฺปิ จ ตถาคตสฺส ตถาคตภาวทีปเน มุขมตฺตกเมว, สพฺพากาเรน ปน ตถาคโตว ตถาคตสฺส ตถาคตภาวํ วณฺเณยฺย. อิทญฺหิ ตถาคตปทํ มหตฺถํ มหาคติกํ มหาวิสยํ, ตสฺส อปฺปมาทปทสฺส วิย เตปิฏกมฺปิ พุทฺธวจนํ ยุตฺติโต อตฺถภาเวน อาหรนฺโต ‘‘อติตฺเถน ธมฺมกถิโก ปกฺขนฺโท’’ติ น วตฺตพฺโพติ.
ตตฺเถตํ วุจฺจติ –
‘‘ยเถว โลเก ปุริมา มเหสิโน,
สพฺพญฺญุภาวํ มุนโย อิธาคตา;
ตถา อยํ สกฺยมุนีปิ อาคโต,
ตถาคโต วุจฺจติ เตน จกฺขุมา.
‘‘ปหาย กามาทิมเล อเสสโต,
สมาธิญาเณหิ ยถา คตา ชินา;
ปุราตนา สกฺยมุนี ชุตินฺธโร,
ตถา คโต เตน ตถาคโต มโต.
‘‘ตถญฺจ ธาตายตนาทิลกฺขณํ,
สภาวสามญฺญวิภาคเภทโต;
สยมฺภุญาเณน ชิโนยมาคโต,
ตถาคโต วุจฺจติ สกฺยปุงฺคโว.
‘‘ตถานิ สจฺจานิ สมนฺตจกฺขุนา,
ตถา อิทปฺปจฺจยตา จ สพฺพโส;
อนญฺญเนยฺยา นยโต วิภาวิตา,
ตถา คโต เตน ชิโน ตถาคโต.
‘‘อเนกเภทาสุปิ โลกธาตุสุ,
ชินสฺส รูปายตนาทิโคจเร;
วิจิตฺตเภเท ตถเมว ทสฺสนํ,
ตถาคโต เตน สมนฺตโลจโน.
‘‘ยโต จ ธมฺมํ ตถเมว ภาสติ,
กโรติ วาจาย นุรูปมตฺตโน;
คุเณหิ โลกํ อภิภุยฺยิรียติ,
ตถาคโต เตนปิ โลกนายโก.
‘‘ตถา ปริญฺญาย ตถาย สพฺพโส,