๖. คพฺภินีสุตฺตวณฺณนา
๑๖. ฉฏฺเฐ อญฺญตรสฺส ปริพฺพาชกสฺสาติ เอกสฺส กุฏุมฺพิกสฺส ปริพฺพาชกสฺส. ทหราติ ตรุณี. มาณวิกาติ พฺราหฺมณธีตาย โวหาโร. ปชาปตีติ ภริยา. คพฺภินีติ อาปนฺนสตฺตา. อุปวิชญฺญาติ อชฺช สุเวติ ปจฺจุปฏฺฐิตวิชายนกาลา โหตีติ สมฺพนฺโธ. โส กิร พฺราหฺมณชาติโก สภริโย วาทปตฺถสฺสเม ฐิโต, เตน นํ สปชาปติกํ ปริพฺพาชกโวหาเรน สมุทาจรนฺติ. ภริยา ปนสฺส พฺราหฺมณชาติกตฺตา พฺราหฺมณาติ อาลปติ. เตลนฺติ ติลเตลํ. เตลสีเสน เจตฺถ ยํ ยํ วิชาตาย ปสวทุกฺขปฺปฏิการตฺถํ อิจฺฉิตพฺพํ, ตํ สพฺพํ สปฺปิโลณาทึ อาหราติ อาณาเปติ. ยํ เม วิชาตาย ภวิสฺสตีติ ยํ เตลาทิ มยฺหํ วิชาตาย พหินิกฺขนฺตคพฺภาย อุปการาย ภวิสฺสติ. ‘‘ปริพฺพาชิกายา’’ติปิ ปาโฐ. กุโตติ กสฺมา ฐานา, ยโต ญาติกุลา วา มิตฺตกุลา วา เตลาทึ อาหเรยฺยํ, ตํ ฐานํ เม นตฺถีติ อธิปฺปาโย. เตลํ อาหรามีติ วตฺตมานสมีปตาย วตฺตมานํ กตฺวา วุตฺตํ, เตลํ อาหริสฺสามีติ อตฺโถ. สมณสฺส วา พฺราหฺมณสฺส วา สปฺปิสฺส วา เตลสฺส วาติ จ สมุจฺจยตฺโถ วา-สทฺโท ‘‘อคฺคิโต วา อุทกโต วา มิถุเภทา วา’’ติอาทีสุ (มหาว. ๒๘๖; ที. นิ. ๒.๑๕๒; อุทา. ๗๖) วิย. สปฺปิสฺส วา เตลสฺส วาติ ปจฺจตฺเต สามิวจนํ, สปฺปิ จ เตลญฺจ ยาวทตฺถํ ปาตุํ ปิวิตุํ ทียตีติ อตฺโถ. อปเร ปน ‘‘สปฺปิสฺส วา เตลสฺส วาติ อวยวสมฺพนฺเธ สามิวจนํ. สปฺปิเตลสมุทายสฺส หิ อวยโว อิธ ยาวทตฺถสทฺเทน วุจฺจตี’’ติ วทนฺติ. โน นีหริตุนฺติ ภาชเนน วา หตฺเถน วา พหิ เนตุํ โน ทียติ, อุจฺฉทฺทิตฺวานาติ วมิตฺวา, ยํนูน ทเทยฺยนฺติ สมฺพนฺโธ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ ‘‘อหํ รญฺโญ โกฏฺฐาคารํ คนฺตฺวา เตลํ กณฺฐมตฺตํ ปิวิตฺวา ตาวเทว ฆรํ อาคนฺตฺวา เอกสฺมึ ภาชเน ยถาปีตํ วมิตฺวา อุทฺธนํ อาโรเปตฺวา ปจิสฺสามิ, ยํ ปิตฺตเสมฺหาทิมิสฺสิตํ, ตํ อคฺคินา ฌายิสฺสติ, เตลํ ปน คเหตฺวา อิมิสฺสา ปริพฺพาชิกาย กมฺเม อุปเนสฺสามี’’ติ.
อุทฺธํ กาตุนฺติ วมนวเสน อุทฺธํ นีหริตุํ. น ปน อโธติ วิริญฺจนวเสน เหฏฺฐา นีหริตุํ น ปน สกฺโกติ. โส หิ ‘‘อธิกํ ปีตํ สยเมว มุขโต นิคฺคมิสฺสตี’’ติ ปิวิตฺวา อาสยสฺส อริตฺตตาย อนิคฺคเต วมนวิเรจนโยคํ อชานนฺโต อลภนฺโต วา เกวลํ ทุกฺขาหิ เวทนาหิ ผุฏฺโฐ อาวฏฺฏติ จ ปริวฏฺฏติ จ. ทุกฺขาหีติ ทุกฺขมาหิ. ติพฺพาหีติ พหลาหิ ติขิณาหิ วา. ขราหีติ กกฺขฬาหิ. กฏุกาหีติ อติวิย อนิฏฺฐภาเวน ทารุณาหิ. อาวฏฺฏตีติ เอกสฺมึเยว ฐาเน อนิปชฺชิตฺวา อตฺตโน สรีรํ อิโต จิโต อากฑฺฒนฺโต อาวฏฺฏติ. ปริวฏฺฏตีติ เอกสฺมึ ปเทเส นิปนฺโนปิ องฺคปจฺจงฺคานิ ปริโต ขิปนฺโต วฏฺฏติ, อภิมุขํ วา วฏฺฏนฺโต อาวฏฺฏติ, สมนฺตโต วฏฺฏนฺโต ปริวฏฺฏติ.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ ‘‘สกิญฺจนสฺส อปฺปฏิสงฺขาปริโภคเหตุกา อยํ ทุกฺขุปฺปตฺติ, อกิญฺจนสฺส ปน สพฺพโส อยํ นตฺถี’’ติ เอตมตฺถํ สพฺพาการโต ชานิตฺวา ตทตฺถปฺปกาสนํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ สุขิโน วตาติ สุขิโน วต สปฺปุริสา. เก ปน เตติ? เย อกิญฺจนา, เย ราคาทิกิญฺจนสฺส ปริคฺคหกิญฺจนสฺส จ อภาเวน อกิญฺจนา, เกสํ ปนิทํ กิญฺจนํ นตฺถีติ อาห – ‘‘เวทคุโน หิ ชนา อกิญฺจนา’’ติ, เย อริยมคฺคญาณสงฺขาตํ เวทํ คตา อธิคตา, เตน วา เวเทน นิพฺพานํ คตาติ เวทคุโน, เต อริยชนา ขีณาสวปุคฺคลา อนวเสสราคาทิกิญฺจนานํ อคฺคมคฺเคน สมุจฺฉินฺนตฺตา อกิญฺจนา นาม. อสติ หิ ราคาทิกิญฺจเน กุโต ปริคฺคหกิญฺจนสฺส สมฺภโว. เอวํ คาถาย ปุริมภาเคน อรหนฺเต ปสํสิตฺวา อปรภาเคน อนฺธปุถุชฺชเน ครหนฺโต ‘‘สกิญฺจนํ ปสฺสา’’ติอาทิมาห. ตํ ปุริมสุตฺเต วุตฺตตฺถเมว. เอวํ อิมายปิ คาถาย วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตํ.
ฉฏฺฐสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.