๙. ชฏิลสุตฺตวณฺณนา

๙. นวเม คยายนฺติ เอตฺถ คยาติ คาโมปิ ติตฺถมฺปิ วุจฺจติ. คยาคามสฺส หิ อวิทูเร วิหรนฺโต ภควา ‘‘คยายํ วิหรตี’’ติ วุจฺจติ, ตถา คยาติตฺถสฺส. คยาติตฺถนฺติ หิ คยาคามสฺส อวิทูเร เอกา โปกฺขรณี อตฺถิ นทีปิ, ตทุภยํ ‘‘ปาปปวาหนติตฺถ’’นฺติ โลกิยมหาชโน สมุทาจรติ. คยาสีเสติ คชสีสสทิสสิขโร ตตฺถ เอโก ปพฺพโต คยาสีสนามโก, ยตฺถ หตฺถิกุมฺภสทิโส ปิฏฺฐิปาสาโณ ภิกฺขุสหสฺสสฺส โอกาโส ปโหติ, ตตฺร ภควา วิหรติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘คยายํ วิหรติ คยาสีเส’’ติ.

ชฏิลาติ ตาปสา. เต หิ ชฏาธาริตาย อิธ ‘‘ชฏิลา’’ติ วุตฺตา. อนฺตรฏฺฐเก หิมปาตสมเยติ เหมนฺตสฺส อุตุโน อพฺภนฺตรภูเต มาฆมาสสฺส อวสาเน จตฺตาโร ผคฺคุณมาสสฺส อาทิมฺหิ จตฺตาโรติ อฏฺฐทิวสปริมาเณ หิมสฺส ปตนกาเล. คยายํ อุมฺมุชฺชนฺตีติ เกจิ ตสฺมึ ติตฺถสมฺมเต อุทเก ปฐมํ นิมุคฺคสกลสรีรา ตโต อุมฺมุชฺชนฺติ วุฏฺฐหนฺติ อุปฺปิลวนฺติ. นิมุชฺชนฺตีติ สสีสํ อุทเก โอสีทนฺติ. อุมฺมุชฺชนิมุชฺชมฺปิ กโรนฺตีติ ปุนปฺปุนํ อุมฺมุชฺชนนิมุชฺชนานิปิ กโรนฺติ.

ตตฺถ หิ เกจิ ‘‘เอกุมฺมุชฺชเนเนว ปาปสุทฺธิ โหตี’’ติ เอวํทิฏฺฐิกา, เต อุมฺมุชฺชนเมว กตฺวา คจฺฉนฺติ. อุมฺมุชฺชนํ ปน นิมุชฺชนมนฺตเรน นตฺถีติ อวินาภาวโต นิมุชฺชนมฺปิ เต กโรนฺติเยว. เยปิ ‘‘เอกนิมุชฺชเนเนว ปาปสุทฺธิ โหตี’’ติ เอวํทิฏฺฐิกา, เตปิ เอกวารเมว นิมุชฺชิตฺวา วุตฺตนเยน อวินาภาวโต อุมฺมุชฺชนมฺปิ กตฺวา ปกฺกมนฺติ. เย ปน ‘‘ตสฺมึ ติตฺเถ นิมุชฺชเนเนว ปาปสุทฺธิ โหตี’’ติ เอวํทิฏฺฐิกา, เต ตตฺถ นิมุชฺชิตฺวา อสฺสาเส สนฺนิรุมฺภิตฺวา มรุปฺปปาตปติตา วิย ตตฺเถว ชีวิตกฺขยํ ปาปุณนฺติ. อปเร ‘‘ปุนปฺปุนํ อุมฺมุชฺชนนิมุชฺชนานิ กตฺวา นฺหาเต ปาปสุทฺธิ โหตี’’ติ เอวํทิฏฺฐิกา, เต กาเลน กาลํ อุมฺมุชฺชนนิมุชฺชนานิ กโรนฺติ. เต สพฺเพปิ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อุมฺมุชฺชนฺติปิ นิมุชฺชนฺติปิ อุมฺมุชฺชนิมุชฺชมฺปิ กโรนฺตี’’ติ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ นิมุชฺชนปุพฺพกํ อุมฺมุชฺชนํ, นิมุชฺชนเมว ปน กโรนฺตา กติปยา, อุมฺมุชฺชนํ ตทุภยญฺจ กโรนฺตา พหูติ เตสํ เยภุยฺยภาวทสฺสนตฺถํ อุมฺมุชฺชนํ ปฐมํ วุตฺตํ. ตถา สมฺพหุลา ชฏิลาติ ชฏิลานํ เยภุยฺยตาย วุตฺตํ, มุณฺฑสิขณฺฑิโนปิ จ พฺราหฺมณา อุทกสุทฺธิกา ตสฺมึ กาเล ตตฺถ ตถา กโรนฺติ.

โอสิญฺจนฺตีติ เกจิ คยาย อุทกํ หตฺเถน คเหตฺวา อตฺตโน สีเส จ สรีเร จ โอสิญฺจนฺติ, อปเร ฆเฏหิ อุทกํ คเหตฺวา ตีเร ฐตฺวา ตถา กโรนฺติ. อคฺคึ ชุหนฺตีติ เกจิ คยาตีเร เวทึ สชฺเชตฺวา ธูมทพฺภิปูชาทิเก อุปกรเณ อุปเนตฺวา อคฺคิหุตํ ชุหนฺติ อคฺคิหุตํ ปริจรนฺติ. อิมินา สุทฺธีติ อิมินา คยายํ อุมฺมุชฺชนาทินา อคฺคิปริจรเณน จ ปาปมลโต สุทฺธิ ปาปปวาหนา สํสารสุทฺธิ เอว วา โหตีติ เอวํทิฏฺฐิกา หุตฺวาติ อตฺโถ.

อุมฺมุชฺชนาทิ เจตฺถ นิทสฺสนมตฺตํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เตสุ หิ เกจิ อุทกวาสํ วสนฺติ, เกจิ อุทกสฺสญฺชลึ เทนฺติ, เกจิ ตสฺมึ อุทเก ฐตฺวา จนฺทิมสูริเย อนุปริวตฺตนฺติ, เกจิ อเนกสหสฺสวารํ สาวิตฺติอาทิเก ชปนฺติ, เกจิ ‘‘อินฺท อาคจฺฉา’’ติอาทินา วิชฺชาชปํ อวฺหายนฺติ, เกจิ มหตุปฏฺฐานํ กโรนฺติ, เอวญฺจ กโรนฺตา เกจิ โอตรนฺติ, เกจิ อุตฺตรนฺติ เกจิ อุตฺตริตฺวา สุทฺธิกอาจมนํ กโรนฺติ, เกจิ อนฺโตอุทเก ฐิตา ตนฺตี วาเทนฺติ, วีณํ วาเทนฺตีติ เอวมาทิกา นานปฺปการกิริยา ทสฺเสนฺติ. ยสฺมา วา เต เอวรูปา วิการกิริยา กโรนฺตาปิ ตสฺมึ อุทเก นิมุชฺชนอุมฺมุชฺชนปุพฺพกเมว กโรนฺติ, ตสฺมา ตํ สพฺพํ นิมุชฺชนุมฺมุชฺชนนฺโตคธเมว กตฺวา ‘‘อุมฺมุชฺชนฺตี’’ติปิอาทิ วุตฺตํ. เอวํ ตตฺถ อากุลพฺยากุเล วตฺตมาเน อุปริปพฺพเต ฐิโต ภควา เตสํ ตํ โกลาหลํ สุตฺวา ‘‘กินฺนุ โข เอต’’นฺติ โอโลเกนฺโต ตํ กิริยวิการํ อทฺทส, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อทฺทสา โข ภควา…เป… อิมินา สุทฺธี’’ติ, ตํ วุตฺตตฺถเมว.

เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ อตฺถํ อุทโกโรหนาทิอสุทฺธิมคฺเค เตสํ สุทฺธิมคฺคปรามสนํ สจฺจาทิเก จ สุทฺธิมคฺเค อตฺตโน อวิปรีตาวโพธํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ อุทกสุทฺธิยา อสุทฺธิมคฺคภาวทีปกํ สจฺจาทิธมฺมานญฺจ ยาถาวโต สุทฺธิมคฺคภาวทีปกํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ตตฺถ น อุทเกน สุจี โหตีติ เอตฺถ อุทเกนาติ อุทกุมฺมุชฺชนาทินา. อุทกุมฺมุชฺชนาทิ หิ อิธ อุตฺตรปทโลเปน ‘‘อุทก’’นฺติ วุตฺตํ ยถา รูปภโว รูปนฺติ. อถ วา อุทเกนาติ อุมฺมุชฺชนาทิกิริยาย สาธนภูเตน อุทเกน สุจิ สตฺตสฺส สุทฺธิ นาม น โหติ, นตฺถีติ อตฺโถ. อถ วา สุจีติ เตน ยถาวุตฺเตน อุทเกน สุจิ ปาปมลโต สุทฺโธ นาม สตฺโต น โหติ. กสฺมา? พเหฺวตฺถ นฺหายตี ชโน. ยทิ หิ อุทโกโรหนาทินา ยถาวุตฺเตน ปาปสุทฺธิ นาม สิยา, พหุ เอตฺถ อุทเก ชโน นฺหายติ, มาตุฆาตาทิปาปกมฺมการี อญฺโญ จ โคมหึสาทิโก อนฺตมโส มจฺฉกจฺฉเป อุปาทาย, ตสฺส สพฺพสฺสาปิ ปาปสุทฺธิ สิยา, น ปเนวํ โหติ. กสฺมา? นฺหานสฺส ปาปเหตูนํ อปฺปฏิปกฺขภาวโต. ยญฺหิ ยํ วินาเสติ, โส ตสฺส ปฏิปกฺโข ยถา อาโลโก อนฺธการสฺส, วิชฺชา จ อวิชฺชาย, น เอวํ นฺหานํ ปาปสฺส. ตสฺมา นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ ‘‘น อุทเกน สุจิ โหตี’’ติ.

เยน ปน สุจิ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยมฺหิ สจฺจญฺจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยมฺหีติ ยสฺมึ ปุคฺคเล. สจฺจนฺติ วจีสจฺจญฺเจว วิรติสจฺจญฺจ. อถ วา สจฺจนฺติ ญาณสจฺจญฺเจว ปรมตฺถสจฺจญฺจ. ธมฺโมติ อริยมคฺคธมฺโม, ผลธมฺโม จ, โส สพฺโพปิ ยสฺมึ ปุคฺคเล อุปลพฺภติ, โส สุจี โส จ พฺราหฺมโณติ โส อริยปุคฺคโล วิเสสโต ขีณาสโว อจฺจนฺตสุทฺธิยา สุจิ จ พฺราหฺมโณ จาติ. กสฺมา ปเนตฺถ สจฺจํ ธมฺมโต วิสุํ กตฺวา คหิตํ? สจฺจสฺส พหูปการตฺตา. ตถา หิ ‘‘สจฺจํ เว อมตา วาจา (สุ. นิ. ๔๕๕), สจฺจํ หเว สาทุตรํ รสานํ (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๘๔), สจฺเจ อตฺเถ จ ธมฺเม จ, อาหุ สนฺโต ปติฏฺฐิตา (สุ. นิ. ๔๕๕), สจฺเจ ฐิตา สมณพฺราหฺมณา จา’’ติอาทินา (ชา. ๒.๒๑.๔๓๓) อเนเกสุ สุตฺตปเทสุ สจฺจคุณา ปกาสิตา. สจฺจวิปริยสฺส จ ‘‘เอกํ ธมฺมํ อตีตสฺส, มุสาวาทิสฺส ชนฺตุโน (ธ. ป. ๑๗๖), อภูตวาที นิรยํ อุเปตี’’ติ (ธ. ป. ๓๐๖) จ อาทินา ปกาสิตาติ.

นวมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.