๑๐. พาหิยสุตฺตวณฺณนา

๑๐. ทสเม พาหิโยติ ตสฺส นามํ. ทารุจีริโยติ ทารุมยจีโร. สุปฺปารเกติ เอวํนามเก ปฏฺฏเน วสติ. โก ปนายํ พาหิโย, กถญฺจ ทารุจีริโย อโหสิ, กถํ สุปฺปารเก ปฏฺฏเน ปฏิวสตีติ?

ตตฺรายํ อนุปุพฺพีกถา – อิโต กิร กปฺปสตสหสฺสมตฺถเก ปทุมุตฺตรสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล เอโก กุลปุตฺโต หํสวตีนคเร ทสพลสฺส ธมฺมเทสนํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ ขิปฺปาภิญฺญานํ เอตทคฺเค ฐเปนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มหา วตายํ ภิกฺขุ, โย สตฺถารา เอวํ เอตทคฺเค ฐปียติ, อโห วตาหมฺปิ อนาคเต เอวรูปสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สาสเน ปพฺพชิตฺวา สตฺถารา เอทิเส ฐาเน เอตทคฺเค ฐเปตพฺโพ ภเวยฺยํ ยถายํ ภิกฺขู’’ติ ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตฺวา ตทนุรูปํ อธิการกมฺมํ กตฺวา ยาวชีวํ ปุญฺญํ กตฺวา สคฺคปรายโณ หุตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปทสพลสฺส สาสเน ปพฺพชิตฺวา ปริปุณฺณสีโล สมณธมฺมํ กโรนฺโตว ชีวิตกฺขยํ ปตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติ. โส เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวโลเก วสิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท พาหิยรฏฺเฐ กุลเคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, ตํ พาหิยรฏฺเฐ ชาตตฺตา พาหิโยติ สญฺชานึสุ. โส วยปฺปตฺโต ฆราวาสํ วสนฺโต วณิชฺชตฺถาย พหูนํ ภณฺฑานํ นาวํ ปูเรตฺวา สมุทฺทํ ปวิสิตฺวา อปราปรํ สญฺจรนฺโต สตฺต วาเร สทฺธึเยว ปริสาย อตฺตโน นครํ อุปคญฺฉิ.

อฏฺฐเม วาเร ปน ‘‘สุวณฺณภูมึ คมิสฺสามี’’ติ อาโรปิตภณฺโฑ นาวํ อภิรุหิ. นาวา มหาสมุทฺทํ อชฺโฌคาเหตฺวา อิจฺฉิตเทสํ อปตฺวาว สมุทฺทมชฺเฌ วิปนฺนา. มหาชโน มจฺฉกจฺฉปภกฺโข อโหสิ. พาหิโย ปน เอกํ นาวาผลกํ คเหตฺวา ตรนฺโต อูมิเวเคน มนฺทมนฺทํ ขิปมาโน ภสฺสิตฺวา สมุทฺเท ปติตตฺตา ชาตรูเปเนว สมุทฺทตีเร นิปนฺโน. ปริสฺสมํ วิโนเทตฺวา อสฺสาสมตฺตํ ลภิตฺวา อุฏฺฐาย ลชฺชาย คุมฺพนฺตรํ ปวิสิตฺวา อจฺฉาทนํ อญฺญํ กิญฺจิ อปสฺสนฺโต อกฺกนาฬานิ ฉินฺทิตฺวา วาเกหิ ปลิเวเฐตฺวา นิวาสนปาวุรณานิ กตฺวา อจฺฉาเทสิ. เกจิ ปน ‘‘ทารุผลกานิ วิชฺฌิตฺวา วาเกน อาวุณิตฺวา นิวาสนปาวุรณํ กตฺวา อจฺฉาเทสี’’ติ วทนฺติ. เอวํ สพฺพถาปิ ทารุมยจีรธาริตาย ‘‘ทารุจีริโย’’ติ ปุริมโวหาเรน ‘‘พาหิโย’’ติ จ ปญฺญายิตฺถ.

ตํ เอกํ กปาลํ คเหตฺวา วุตฺตนิยาเมน สุปฺปารกปฏฺฏเน ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา มนุสฺสา จินฺเตสุํ ‘‘สเจ โลเก อรหนฺโต นาม โหนฺติ, เอวํวิเธหิ ภวิตพฺพํ, กินฺนุ โข อยํ อยฺโย วตฺถํ ทิยฺยมานํ คเณฺหยฺย, อุทาหุ อปฺปิจฺฉตาย น คเณฺหยฺยา’’ติ วีมํสนฺตา นานาทิสาหิ วตฺถานิ อุปเนสุํ. โส จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ อิมินา นิยาเมน นาคมิสฺสํ, นยิเม เอวํ มยิ ปสีเทยฺยุํ, ยํนูนาหํ อิมานิ ปฏิกฺขิปิตฺวา อิมินาว นีหาเรน วิหเรยฺยํ, เอวํ เม ลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ. โส เอวํ จินฺเตตฺวา โกหญฺเญ ฐตฺวา วตฺถานิ น ปฏิคฺคณฺหิ. มนุสฺสา ‘‘อโห อปฺปิจฺโฉ วตายํ อยฺโย’’ติ ภิยฺโยโสมตฺตาย ปสนฺนมานสา มหนฺตํ สกฺการสมฺมานํ กรึสุ.

โสปิ ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา อวิทูรฏฺฐาเน เอกํ เทวายตนํ อคมาสิ. มหาชโน เตน สทฺธึ เอว คนฺตฺวา ตํ เทวายตนํ ปฏิชคฺคิตฺวา อทาสิ. โส ‘‘อิเม มยฺหํ จีรธารณมตฺเต ปสีทิตฺวา เอวํวิธํ สกฺการสมฺมานํ กโรนฺติ, เอเตสํ มยา อุกฺกฏฺฐวุตฺตินา ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ สลฺลหุกปริกฺขาโร อปฺปิจฺโฉว หุตฺวา วิหาสิ. ‘‘อรหา’’ติ ปน เตหิ สมฺภาวียมาโน ‘‘อรหา’’ติ อตฺตานํ อมญฺญิ, อุปรูปริ จสฺส สกฺการครุกาโร อภิวฑฺฒิ, ลาภี จ อโหสิ อุฬารานํ ปจฺจยานํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เตน โข ปน สมเยน พาหิโย ทารุจีริโย สุปฺปารเก ปฏิวสติ สมุทฺทตีเร สกฺกโต ครุกโต’’ติอาทิ.

ตตฺถ สกฺกโตติ สกฺกจฺจํ อาทเรน อุปฏฺฐานวเสน สกฺกโต. ครุกโตติ คุณวิเสเสน ยุตฺโตติ อธิปฺปาเยน ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ครุกรณวเสน ครุกโต. มานิโตติ มนสา สมฺภาวนวเสน มานิโต. ปูชิโตติ ปุปฺผคนฺธาทีหิ ปูชาวเสน ปูชิโต. อปจิโตติ อภิปฺปสนฺนจิตฺเตหิ มคฺคทานอาสนาภิหรณาทิวเสน อปจิโต. ลาภี จีวร…เป… ปริกฺขารานนฺติ ปณีตปณีตานํ อุปรูปริ อุปนียมานานํ จีวราทีนํ จตุนฺนํ ปจฺจยานํ ลภนวเสน ลาภี.

อปโร นโย – สกฺกโตติ สกฺการปฺปตฺโต. ครุกโตติ ครุการปฺปตฺโต. มานิโตติ พหุมานิโต มนสา ปิยายิโต จ. ปูชิโตติ จตุปจฺจยาภิปูชาย ปูชิโต. อปจิโตติ อปจายนปฺปตฺโต. ยสฺส หิ จตฺตาโร ปจฺจเย สกฺกตฺวา สุอภิสงฺขเต ปณีตปณีเต เทนฺติ, โส สกฺกโต. ยสฺมึ ครุภาวํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา เทนฺติ, โส ครุกโต. ยํ มนสา ปิยายนฺติ พหุมญฺญนฺติ จ, โส มานิโต. ยสฺส สพฺพมฺเปตํ ปูชนวเสน กโรนฺติ, โส ปูชิโต. ยสฺส อภิวาทนปจฺจุฏฺฐานญฺชลิกมฺมาทิวเสน ปรมนิปจฺจการํ กโรนฺติ, โส อปจิโต. พาหิยสฺส ปน เต สพฺพเมตํ อกํสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘พาหิโย ทารุจีริโย สุปฺปารเก ปฏิวสติ สกฺกโต’’ติอาทิ. เอตฺถ จ จีวรํ โส อคฺคณฺหนฺโตปิ ‘‘เอหิ, ภนฺเต, อิมํ วตฺถํ ปฏิคฺคณฺหาหี’’ติ อุปนามนวเสน จีวรสฺสาปิ ‘‘ลาภี’’เตฺวว วุตฺโต.

รโหคตสฺสาติ รหสิ คตสฺส. ปฏิสลฺลีนสฺสาติ เอกีภูตสฺส พหูหิ มนุสฺเสหิ ‘‘อรหา’’ติ วุจฺจมานสฺส ตสฺส อิทานิ วุจฺจมานากาเรน เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ จิตฺตสฺส มิจฺฉาสงฺกปฺโป อุปฺปชฺชิ. กถํ? เย โข เกจิ โลเก อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนา, อหํ เตสํ อญฺญตโรติ. ตสฺสตฺโถ – เย อิมสฺมึ สตฺตโลเก กิเลสารีนํ หตตฺตา ปูชาสกฺการาทีนญฺจ อรหภาเวน อรหนฺโต, เย กิเลสารีนํ หนเนน อรหตฺตมคฺคํ สมาปนฺนา, เตสุ อหํ เอโกติ.

ปุราณสาโลหิตาติ ปุริมสฺมึ ภเวสาโลหิตา พนฺธุสทิสา เอกโต กตสมณธมฺมา เทวตา. เกจิ ปน ‘‘ปุราณสาโลหิตาติ ปุราณกาเล ภวนฺตเร สาโลหิตา มาตุภูตา เอกา เทวตา’’ติ วทนฺติ, ตํ อฏฺฐกถายํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ปุริโมเยวตฺโถ คหิโต.

ปุพฺเพ กิร กสฺสปทสพลสฺส สาสเน โอสกฺกมาเน สามเณราทีนํ วิปฺปการํ ทิสฺวา สตฺต ภิกฺขู สํเวคปฺปตฺตา ‘‘ยาว สาสนํ น อนฺตรธายติ, ตาว อตฺตโน ปติฏฺฐํ กริสฺสามา’’ติ สุวณฺณเจติยํ วนฺทิตฺวา อรญฺญํ ปวิฏฺฐา เอกํ ปพฺพตํ ทิสฺวา ‘‘ชีวิเต สาลยา นิวตฺตนฺตุ, นิราลยา อิมํ ปพฺพตํ อภิรุหนฺตู’’ติ วตฺวา นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา สพฺเพ ตํ ปพฺพตํ อภิรุยฺห นิสฺเสณึ ปาเตตฺวา สมณธมฺมํ กรึสุ. เตสุ สงฺฆตฺเถโร เอกรตฺตาติกฺกเมเนว อรหตฺตํ ปาปุณิ. โส อุตฺตรกุรุโต ปิณฺฑปาตํ อาเนตฺวา เต ภิกฺขู, ‘‘อาวุโส, อิโต ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชถา’’ติ อาห. เต ‘‘ตุเมฺห, ภนฺเต, อตฺตโน อานุภาเวน เอวํ อกตฺถ, มยมฺปิ สเจ ตุเมฺห วิย วิเสสํ นิพฺพตฺเตสฺสาม, สยเมว อาหริตฺวา ภุญฺชิสฺสามา’’ติ ภุญฺชิตุํ น อิจฺฉึสุ. ตโต ทุติยทิวเส ทุติยตฺเถโร อนาคามิผลํ ปาปุณิ, โสปิ ตเถว ปิณฺฑปาตํ อาทาย ตตฺถ คนฺตฺวา อิตเร นิมนฺเตสิ, เตปิ ตเถว ปฏิกฺขิปึสุ. เตสุ อรหตฺตปฺปตฺโต ปรินิพฺพายิ, อนาคามี สุทฺธาวาสภูมิยํ นิพฺพตฺติ. อิตเร ปน ปญฺจ ชนา ฆเฏนฺตา วายมนฺตาปิ วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ นาสกฺขึสุ. เต อสกฺโกนฺตา ตตฺเถว ปริสุสฺสิตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺตา. เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทเวสุเยว สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เทวโลกโต จวิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ กุลฆเร นิพฺพตฺตึสุ. เตสุ หิ เอโก ปกฺกุสาติ ราชา อโหสิ, เอโก กุมารกสฺสโป, เอโก ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต, เอโก สภิโย ปริพฺพาชโก, เอโก พาหิโย ทารุจีริโย. ตตฺถ โย โส อนาคามี พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ‘‘ปุราณสาโลหิตา เทวตา’’ติ. เทวปุตฺโตปิ หิ เทวธีตา วิย เทโว เอว เทวตาติ กตฺวา เทวตาติ วุจฺจติ ‘‘อถ โข อญฺญตรา เทวตา’’ติอาทีสุ วิย. อิธ ปน พฺรหฺมา เทวตาติ อธิปฺเปโต.

ตสฺส หิ พฺรหฺมุโน ตตฺถ นิพฺพตฺตสมนนฺตรเมว อตฺตโน พฺรหฺมสมฺปตฺตึ โอโลเกตฺวา อาคตฏฺฐานํ อาวชฺเชนฺตสฺส สตฺตนฺนํ ชนานํ ปพฺพตํ อารุยฺห สมณธมฺมกรณํ, ตตฺเถกสฺส ปรินิพฺพุตภาโว, อนาคามิผลํ ปตฺวา อตฺตโน จ เอตฺถ นิพฺพตฺตภาโว อุปฏฺฐาสิ. โส ‘‘กตฺถ นุ โข อิตเร ปญฺจ ชนา’’ติ อาวชฺเชนฺโต กามาวจรเทวโลเก เตสํ นิพฺพตฺตภาวํ ญตฺวา อปรภาเค กาลานุกาลํ ‘‘กินฺนุ โข กโรนฺตี’’ติ เตสํ ปวตฺตึ โอโลเกติเยว. อิมสฺมึ ปน กาเล ‘‘กหํ นุ โข’’ติ อาวชฺเชนฺโต พาหิยํ สุปฺปารกปฏฺฏนํ อุปนิสฺสาย ทารุจีรธารึ โกหญฺเญน ชีวิกํ กปฺเปนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ มยา สทฺธึ ปุพฺเพ นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา ปพฺพตํ อภิรุหิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺโต อติสลฺเลขวุตฺติยา ชีวิเต อนเปกฺโข อรหตาปิ อาภตํ ปิณฺฑปาตํ อปริภุญฺชิตฺวา อิทานิ สมฺภาวนาธิปฺปาโย อนรหาว อรหตฺตํ ปฏิชานิตฺวา วิจรติ ลาภสกฺการสิโลกํ นิกามยมาโน, ทสพลสฺส จ นิพฺพตฺตภาวํ น ชานาติ, หนฺท นํ สํเวเชตฺวา พุทฺธุปฺปาทํ ชานาเปสฺสามี’’ติ ตาวเทว พฺรหฺมโลกโต โอตริตฺวา รตฺติภาเค สุปฺปารกปฏฺฏเน ทารุจีริยสฺส สมฺมุเข ปาตุรโหสิ. พาหิโย อตฺตโน วสนฏฺฐาเน อุฬารํ โอภาสํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข เอต’’นฺติ พหิ นิกฺขมิตฺวา โอโลเกนฺโต อากาเส ฐิตํ มหาพฺรหฺมานํ ทิสฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห ‘‘เก ตุเมฺห’’ติ ปุจฺฉิ. อถสฺส โส พฺรหฺมา ‘‘อหํ เต โปราณกสหาโย ตทา อนาคามิผลํ ปตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต, ตฺวํ ปน กิญฺจิ วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ อสกฺโกนฺโต ตทา ปุถุชฺชนกาลกิริยํ กตฺวา สํสรนฺโต อิทานิ ติตฺถิยเวสธารี อนรหาว สมาโน ‘อรหา อห’นฺติ อิมํ ลทฺธึ คเหตฺวา วิจรสีติ ญตฺวา อาคโต, เนว โข ตฺวํ, พาหิย, อรหา, ปฏินิสฺสชฺเชตํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ, มา เต อโหสิ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย, สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน. โส หิ ภควา อรหา, คจฺฉ นํ ปยิรุปาสสฺสู’’ติ อาห. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข พาหิยสฺส ทารุจีริยสฺส ปุราณสาโลหิตา เทวตา’’ติอาทิ.

ตตฺถ อนุกมฺปิกาติ อนุคฺคหสีลา กรุณาธิกา. อตฺถกามาติ หิตกามา เมตฺตาธิกา. ปุริมปเทน เจตฺถ พาหิยสฺส ทุกฺขาปนยนกามตํ ตสฺสา เทวตาย ทสฺเสติ, ปจฺฉิเมน หิตูปสํหารํ. เจตสาติ อตฺตโน จิตฺเตน, เจโตสีเสน เจตฺถ เจโตปริยญาณํ คหิตนฺติ เวทิตพฺพํ. เจโตปริวิตกฺกนฺติ ตสฺส จิตฺตปฺปวตฺตึ. อญฺญายาติ ชานิตฺวา. เตนุปสงฺกมีติ เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย, ปสาริตํ วา พาหํ สมิญฺเชยฺย, เอวเมว พฺรหฺมโลเก อนฺตรหิโต พาหิยสฺส ปุรโต ปาตุภวนวเสน อุปสงฺกมิ. เอตทโวจาติ ‘‘เย โข เกจิ โลเก อรหนฺโต วา’’ติอาทิปวตฺตมิจฺฉาปริวิตกฺกํ พาหิยํ สโหฒํ โจรํ คณฺหนฺโต วิย ‘‘เนว โข ตฺวํ, พาหิย, อรหา’’ติอาทิกํ เอตํ อิทานิ วุจฺจมานวจนํ พฺรหฺมา อโวจ. เนว โข ตฺวํ, พาหิย, อรหาติ เอเตน ตทา พาหิยสฺส อเสกฺขภาวํ ปฏิกฺขิปติ, นาปิ อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโนติ เอเตน เสกฺขภาวํ, อุภเยนปิสฺส อนริยภาวเมว ทีเปติ. สาปิ เต ปฏิปทา นตฺถิ, ยาย ตฺวํ อรหา วา อสฺส อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺโนติ อิมินา ปนสฺส กลฺยาณปุถุชฺชนภาวมฺปิ ปฏิกฺขิปติ. ตตฺถ ปฏิปทาติ สีลวิสุทฺธิอาทโย ฉ วิสุทฺธิโย. ปฏิปชฺชติ เอตาย อริยมคฺเคติ ปฏิปทา. อสฺสาติ ภเวยฺยาสิ.

อยญฺจสฺส อรหตฺตาธิมาโน กึ นิสฺสาย อุปฺปนฺโนติ? ‘‘อปฺปิจฺฉตาย สนฺตุฏฺฐิตาย สลฺเลขตาย ทีฆรตฺตํ กตาธิการตฺตา ตทงฺคปฺปหานวเสน กิเลสานํ วิหตตฺตา อรหตฺตาธิมาโน อุปฺปนฺโน’’ติ เกจิ วทนฺติ. อปเร ปนาหุ ‘‘พาหิโย ปฐมาทิฌานจตุกฺกลาภี, ตสฺมาสฺส วิกฺขมฺภนปฺปหาเนน กิเลสานํ อสมุทาจารโต อรหตฺตาธิมาโน อุปฺปชฺชตี’’ติ. ตทุภยมฺปิ เตสํ มติมตฺตเมว ‘‘สมฺภาวนาธิปฺปาโย ลาภสกฺการสิโลกํ นิกามยมาโน’’ติ จ อฏฺฐกถายํ อาคตตฺตา. ตสฺมา วุตฺตนเยเนเวตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อถ พาหิโย อากาเส ฐตฺวา กเถนฺตํ มหาพฺรหฺมานํ โอโลเกตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อโห ภาริยํ วต กมฺมํ, ยมหํ อรหาติ จินฺเตสึ, อยญฺจ ‘อรหตฺตคามินี ปฏิปทาปิ เต นตฺถี’ติ วทติ, อตฺถิ นุ โข โลเก โกจิ อรหา’’ติ? อถ นํ ปุจฺฉิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ เก จรหิ เทวเต โลเก อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนา’’ติ.

ตตฺถ อถาติ ปุจฺฉารมฺเภ นิปาโต. เก จรหีติ เก เอตรหิ. โลเกติ โอกาสโลเก. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – ภาชนโลกภูเต สกลสฺมึ ชมฺพุทีปตเล กสฺมึ ฐาเน อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนา เอตรหิ วิหรนฺติ, ยตฺถ มยํ เต อุปสงฺกมิตฺวา เตสํ โอวาเท ฐตฺวา วฏฺฏทุกฺขโต มุจฺจิสฺสามาติ. อุตฺตเรสูติ สุปฺปารกปฏฺฏนโต ปุพฺพุตฺตรทิสาภาคํ สนฺธาย วุตฺตํ.

อรหนฺติ อารกตฺตา อรหํ. อารกา หิ โส สพฺพกิเลเสหิ สุวิทูรวิทูเร ฐิโต มคฺเคน สวาสนานํ กิเลสานํ วิทฺธํสิตตฺตา. อรีนํ วา หตตฺตา อรหํ. ภควตา หิ กิเลสารโย อนวเสสโต อริยมคฺเคน หตา สมุจฺฉินฺนาติ. อรานํ วา หตตฺตา อรหํ. ยญฺจ อวิชฺชาภวตณฺหามยนาภิ ปุญฺญาทิอภิสงฺขารารํ ชรามรณเนมิ อาสวสมุทยมเยน อกฺเขน วิชฺฌิตฺวา ติภวรเถ สมาโยชิตํ อนาทิกาลปฺปวตฺตํ สํสารจกฺกํ. ตสฺสาเนน โพธิมณฺเฑ วีริยปาเทหิ สีลปถวิยํ ปติฏฺฐาย สทฺธาหตฺเถน กมฺมกฺขยกรญาณผรสุํ คเหตฺวา สพฺเพปิ อรา หตา วิหตา วิทฺธํสิตาติ. อรหตีติ วา อรหํ. ภควา หิ สเทวเก โลเก อคฺคทกฺขิเณยฺยตฺตา อุฬาเร จีวราทิปจฺจเย ปูชาวิเสสญฺจ อรหติ. รหาภาวโต วา อรหํ. ตถาคโต หิ สพฺพโส สมุจฺฉินฺนราคาทิกิเลสตฺตา ปาปกิเลสสฺสาปิ อสมฺภวโต ปาปกรเณ รหาภาวโตปิ อรหนฺติ วุจฺจติ.

สมฺมา สามญฺจ สพฺพธมฺมานํ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺโธ. ภควา หิ อภิญฺเญยฺเย ธมฺเม อภิญฺเญยฺยโต, ปริญฺเญยฺเย ธมฺเม ปริญฺเญยฺยโต, ปหาตพฺเพ ธมฺเม ปหาตพฺพโต, สจฺฉิกาตพฺเพ ธมฺเม สจฺฉิกาตพฺพโต, ภาเวตพฺเพ ธมฺเม ภาเวตพฺพโต อภิสมฺพุชฺฌิ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘อภิญฺเญยฺยํ อภิญฺญาตํ, ภาเวตพฺพญฺจ ภาวิตํ;

ปหาตพฺพํ ปหีนํ เม, ตสฺมา พุทฺโธสฺมิ พฺราหฺมณา’’ติ. (สุ. นิ. ๕๖๓; ม. นิ. ๒.๓๙๙; วิสุทฺธิ. ๑.๑๓๑);

อปิจ กุสเล ธมฺเม อนวชฺชสุขวิปากโต, อกุสเล ธมฺเม สาวชฺชทุกฺขวิปากโตติอาทินา สพฺพตฺติกทุกาทิวเสน อยมตฺโถ เนตพฺโพ. อิติ อวิปรีตํ สยมฺภุญาเณน สพฺพาการโต สพฺพธมฺมานํ อภิสมฺพุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺโธติ อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๙-๑๓๑) อาคตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อรหตฺตายาติ อคฺคผลปฺปฏิลาภาย. ธมฺมํ เทเสตีติ อาทิกลฺยาณาทิคุณวิเสสยุตฺตํ สีลาทิปฏิปทาธมฺมํ สมถวิปสฺสนาธมฺมเมว วา เวเนยฺยชฺฌาสยานุรูปํ อุปทิสติ กเถติ.

สํเวชิโตติ ‘‘ธิรตฺถุ วต, โภ, ปุถุชฺชนภาวสฺส, เยนาหํ อนรหาว สมาโน อรหาติ อมญฺญึ, สมฺมาสมฺพุทฺธญฺจ โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺตํ น ชานึ, ทุชฺชานํ โข ปนิทํ ชีวิตํ, ทุชฺชานํ มรณ’’นฺติ สํเวคมาปาทิโต, เทวตาวจเนน ยถาวุตฺเตนากาเรน สํวิคฺคมานโสติ อตฺโถ. ตาวเทวาติ ตสฺมึเยว ขเณ. สุปฺปารกา ปกฺกามีติ พุทฺโธติ นามมปิ สวเนน อุปฺปนฺนาย พุทฺธารมฺมณาย ปีติยา สํเวเคน จ โจทิยมานหทโย สุปฺปารกปฏฺฏนโต สาวตฺถึ อุทฺทิสฺส ปกฺกนฺโต. สพฺพตฺถ เอกรตฺติปริวาเสนาติ สพฺพสฺมึ มคฺเค เอกรตฺติวาเสเนว อคมาสิ. สุปฺปารกปฏฺฏนโต หิ สาวตฺถิ วีสโยชนสเต โหติ, ตญฺจายํ เอตฺตกํ อทฺธานํ เอกรตฺติวาเสน อคมาสิ. ยทา สุปฺปารกโต นิกฺขนฺโต, ตทเหว สาวตฺถึ สมฺปตฺโตติ.

กถํ ปนายํ เอวํ อคมาสีติ? เทวตานุภาเวน, ‘‘พุทฺธานุภาเวนา’’ติปิ วทนฺติ. ‘‘สพฺพตฺถ เอกรตฺติปริวาเสนา’’ติ ปน วุตฺตตฺตา มคฺคสฺส จ วีสโยชนสติกตฺตา อนฺตรามคฺเค คามนิคมราชธานีสุ ยตฺถ ยตฺถ รตฺติยํ วสติ, ตตฺถ ตตฺถ ทุติยํ อรุณํ อนุฏฺฐาเปตฺวา สพฺพตฺถ เอกรตฺติวาเสเนว สาวตฺถึ อุปสงฺกมีติ อยมตฺโถ ทีปิโต โหตีติ. นยิทํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ. สพฺพสฺมึ วีสโยชนสติเก มคฺเค เอกรตฺติวาเสนาติ อิมสฺส อตฺถสฺส อธิปฺเปตตฺตา. เอกรตฺติมตฺตํ โส สกลสฺมึ ตสฺมึ มคฺเค วสิตฺวา ปจฺฉิมทิวเส ปุพฺพณฺหสมเย สาวตฺถึ อนุปฺปตฺโตติ.

ภควาปิ พาหิยสฺส อาคมนํ ญตฺวา ‘‘น ตาวสฺส อินฺทฺริยานิ ปริปากํ คตานิ, ขณนฺตเร ปน ปริปากํ คมิสฺสนฺตี’’ติ ตสฺส อินฺทฺริยานํ ปริปากํ อาคมยมาโน มหาภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ตสฺมึ ขเณ สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. โส จ เชตวนํ ปวิสิตฺวา ภุตฺตปาตราเส กายาลสิยวิโมจนตฺถํ อพฺโภกาเส จงฺกมนฺเต สมฺพหุเล ภิกฺขู ปสฺสิตฺวา ‘‘กหํ นุ โข เอตรหิ ภควา’’ติ ปุจฺฉิ. ภิกฺขู ‘‘ภควา สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ’’ติ วตฺวา ปุจฺฉึสุ ‘‘ตฺวํ ปน กุโต อาคโต’’ติ? ‘‘สุปฺปารกปฏฺฏนโต อาคโตมฺหี’’ติ. ‘‘ทูรโต อาคโตสิ, นิสีท, ตาว ปาเท โธวิตฺวา มกฺเขตฺวา โถกํ วิสฺสมาหิ, อาคตกาเล สตฺถารํ ทกฺขสี’’ติ. ‘‘อหํ, ภนฺเต, อตฺตโน ชีวิตนฺตรายํ น ชานามิ, เอกรตฺเตเนวมฺหิ กตฺถจิปิ จิรํ อฏฺฐตฺวา อนิสีทิตฺวา วีสโยชนสติกํ มคฺคํ อาคโต, สตฺถารํ ปสฺสิตฺวาว วิสฺสมิสฺสามี’’ติ วตฺวา ตรมานรูโป สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา อโนปมาย พุทฺธสิริยา วิโรจมานํ ภควนฺตํ ปสฺสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู อพฺโภกาเส จงฺกมนฺติ. อถ โข พาหิโย ทารุจีริโย เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมี’’ติอาทิ.

ตตฺถ กหนฺติ กตฺถ. นูติ สํสเย, โขติ ปทปูรเณ, กสฺมึ นุ โข ปเทเสติ อตฺโถ. ทสฺสนกามมฺหาติ ทฏฺฐุกามา อมฺห. มยญฺหิ ตํ ภควนฺตํ อนฺโธ วิย จกฺขุํ, พธิโร วิย โสตํ, มูโค วิย กลฺยาณวากฺกรณํ, หตฺถปาทวิกโล วิย หตฺถปาเท, ทลิทฺโท วิย ธนสมฺปทํ, กนฺตารทฺธานปฺปฏิปนฺโน วิย เขมนฺตภูมึ, โรคาภิภูโต วิย อาโรคฺยํ, มหาสมุทฺเท ภินฺนนาโว วิย มหากุลฺลํ ปสฺสิตุํ อุปสงฺกมิตุญฺจ อิจฺฉามาติ ทสฺเสติ. ตรมานรูโปติ ตรมานากาโร.

ปาสาทิกนฺติ พาตฺตึสมหาปุริสลกฺขณอสีติอนุพฺยญฺชนพฺยามปฺปภาเกตุมาลาลงฺกตาย สมนฺตปาสาทิกาย อตฺตโน สรีรโสภาสมฺปตฺติยา รูปกายทสฺสนพฺยาวฏสฺส ชนสฺส สพฺพภาคโต ปสาทาวหํ. ปสาทนียนฺติ ทสพลจตุเวสารชฺชฉอสาธารณญาณอฏฺฐารสาเวณิก- พุทฺธธมฺมปฺปภุติอปริมาณคุณคณสมนฺนาคตาย ธมฺมกายสมฺปตฺติยา สริกฺขกชนสฺส ปสาทนียํ ปสีทิตพฺพยุตฺตํ ปสาทารหํ วา. สนฺตินฺทฺริยนฺติ จกฺขาทิปญฺจินฺทฺริยโลลภาวาปคมเนน วูปสนฺตปญฺจินฺทฺริยํ. สนฺตมานสนฺติ ฉฏฺฐสฺส มนินฺทฺริยสฺส นิพฺพิเสวนภาวูปคมเนน วูปสนฺตมานสํ. อุตฺตมทมถสมถมนุปฺปตฺตนฺติ โลกุตฺตรปญฺญาวิมุตฺติเจโตวิมุตฺติสงฺขาตํ อุตฺตมํ ทมถํ สมถญฺจ อนุปฺปตฺวา อธิคนฺตฺวา ฐิตํ. ทนฺตนฺติ สุปริสุทฺธกายสมาจารตาย เจว หตฺถปาทกุกฺกุจฺจาภาวโต ทวาทิอภาวโต จ กาเยน ทนฺตํ. คุตฺตนฺติ สุปริสุทฺธวจีสมาจารตาย เจว นิรตฺถกวาจาภาวโต ทวาทิอภาวโต จ วาจาย คุตฺตํ. ยตินฺทฺริยนฺติ สุปริสุทฺธมโนสมาจารตาย อริยิทฺธิโยเคน อพฺยาวฏอปฺปฏิสงฺขานุเปกฺขาภาวโต จ มนินฺทฺริยวเสน ยตินฺทฺริยํ. นาคนฺติ ฉนฺทาทิวเสน อคมนโต, ปหีนานํ ราคาทิกิเลสานํ ปุนานาคมนโต, กสฺสจิปิ อาคุสฺส สพฺพถาปิ อกรณโต, ปุนพฺภวสฺส จ อคมนโตติ อิเมหิ การเณหิ นาคํ. เอตฺถ จ ปาสาทิกนฺติ อิมินา รูปกาเยน ภควโต ปมาณภูตตํ ทีเปติ, ปสาทนียนฺติ อิมินา ธมฺมกาเยน, สนฺตินฺทฺริยนฺติอาทินา เสเสหิ ปมาณภูตตํ ทีเปติ. เตน จตุปฺปมาณิเก โลกสนฺนิวาเส อนวเสสโต สตฺตานํ ภควโต ปมาณภาโว ปกาสิโตติ เวทิตพฺโพ.

เอวํภูตญฺจ ภควนฺตํ อนฺตรวีถิยํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘จิรสฺสํ วต เม สมฺมาสมฺพุทฺโธ ทิฏฺโฐ’’ติ หฏฺฐตุฏฺโฐ ปญฺจวณฺณาย ปีติยา นิรนฺตรํ ผุฏสรีโร ปีติวิปฺผาริตวิวฏนิจฺจลโลจโน ทิฏฺฐฏฺฐานโต ปฏฺฐาย โอณตสรีโร ภควโต สรีรปฺปภาเวมชฺฌํ อชฺโฌคาเหตฺวา ตตฺถ นิมุชฺชนฺโต ภควโต สมีปํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา ภควโต ปาเท สมฺพาหนฺโต ปริจุมฺพนฺโต ‘‘เทเสตุ เม, ภนฺเต, ภควา ธมฺม’’นฺติ อาห. เตน วุตฺตํ – ‘‘ภควโต ปาเท สิรสา นิปติตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘เทเสตุ เม, ภนฺเต, ภควา ธมฺมํ, เทเสตุ สุคโต ธมฺมํ, ยํ มมสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’’ติ.

ตตฺถ สุคโตติ โสภนคมนตฺตา, สุนฺทรํ ฐานํ คตตฺตา, สมฺมา คตตฺตา, สมฺมา คทตฺตา สุคโต. คมนมฺปิ หิ คตนฺติ วุจฺจติ, ตญฺจ ภควโต โสภนํ ปริสุทฺธํ อนวชฺชํ. กึ ปน ตนฺติ? อริยมคฺโค. เตน เหส คมเนน เขมํ ทิสํ อสชฺชมาโน คโต, อญฺเญปิ คเมตีติ โสภนคมนตฺตา สุคโต. สุนฺทรญฺเจส ฐานํ อมตํ นิพฺพานํ คโตติ สุนฺทรํ ฐานํ คตตฺตา สุคโต. สมฺมา จ คตตฺตา สุคโต เตน เตน มคฺเคน ปหีเน กิเลเส ปุน อปจฺจาคมนโต. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘โสตาปตฺติมคฺเคน เย กิเลสา ปหีนา, เต กิเลเส น ปุเนติ น ปจฺเจติ น ปจฺจาคจฺฉตีติ สุคโต. สกทาคามิ…เป… อรหตฺตมคฺเคน…เป… น ปจฺจาคจฺฉตีติ สุคโต’’ติ (จูฬนิ. เมตฺตคูมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๒๗).

อถ วา สมฺมา คตตฺตาติ ตีสุปิ อวตฺถาสุ สมฺมาปฏิปตฺติยา คตตฺตา, สุปฺปฏิปนฺนตฺตาติ อตฺโถ. ทีปงฺกรปาทมูลโต หิ ปฏฺฐาย ยาว มหาโพธิมณฺฑา ตาว สมตึสปารมิปูริตาย สมฺมาปฏิปตฺติยา ญาตตฺถจริยาย โลกตฺถจริยาย พุทฺธตฺถจริยาย โกฏึ ปาปุณิตฺวา สพฺพโลกสฺส หิตสุขเมว ปริพฺรูหนฺโต สสฺสตํ อุจฺเฉทํ กามสุขํ อตฺตกิลมถนฺติ อิเม อนฺเต อนุปคจฺฉนฺติยา อนุตฺตราย โพชฺฌงฺคภาวนาสงฺขาตาย มชฺฌิมาย ปฏิปทาย อริยสจฺเจสุ ตโต ปรํ สมธิคตธมฺมาธิปเตยฺโย สพฺพสตฺเตสุ อวิสยาย สมฺมาปฏิปตฺติยา จ คโต ปฏิปนฺโนติ เอวมฺปิ สมฺมา คตตฺตา สุคโต. สมฺมา เจส คทติ ยุตฺตฏฺฐาเน ยุตฺตเมว วาจํ ภาสตีติ สุคโต. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘กาลวาที, ภูตวาที, อตฺถวาที, ธมฺมวาที, วินยวาที, นิธานวตึ วาจํ ภาสิตา กาเลน สาปเทสํ ปริยนฺตวตึ อตฺถสํหิต’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๙; ม. นิ. ๓.๑๔).

อปรมฺปิ วุตฺตํ –

‘‘ยา สา วาจา อภูตา อตจฺฉา อนตฺถสํหิตา, ยา จ ปเรสํ อปฺปิยา อมนาปา, น ตํ ตถาคโต วาจํ ภาสตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๒.๘๖).

เอวํ สมฺมา คทตฺตาปิ สุคโต.

ยํ มมสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายาติ ยํ ธมฺมสฺส อุปทิสนํ จิรกาลํ มม ฌานวิโมกฺขาทิหิตาย ตทธิคนฺตพฺพสุขาย จ สิยา. อกาโล โข ตาว พาหิยาติ ตว ธมฺมเทสนาย น ตาว กาโลติ อตฺโถ. กึ ปน ภควโต สตฺตหิตปฏิปตฺติยา อกาโลปิ นาม อตฺถิ, ยโต ภควา กาลวาทีติ? วุจฺจเต – กาโลติ เจตฺถ เวเนยฺยานํ อินฺทฺริยปริปากกาโล อธิปฺเปโต. ยสฺมา ปน ตทา พาหิยสฺส อตฺตโน อินฺทฺริยานํ ปริปกฺกาปริปกฺกภาโว ทุพฺพิญฺเญยฺโย, ตสฺมา ภควา ตํ อวตฺวา อตฺตโน อนฺตรวีถิยํ ฐิตภาวมสฺส การณํ อปทิสนฺโต อาห ‘‘อนฺตรฆรํ ปวิฏฺฐมฺหา’’ติ. ทุชฺชานนฺติ ทุพฺพิญฺเญยฺยํ. ชีวิตนฺตรายานนฺติ ชีวิตสฺส อนฺตรายกรธมฺมานํ วตฺตนํ อวตฺตนํ วาติ วตฺตุกาโม สมฺภมวเสน ‘‘ชีวิตนฺตรายาน’’นฺติ อาห. ตถา หิ อเนกปจฺจยปฺปฏิพทฺธวุตฺติชีวิตํ อเนกรูปา จ ตทนฺตรายา. วุตฺตญฺหิ –

‘‘อชฺเชว กิจฺจมาตปฺปํ, โก ชญฺญา มรณํ สุเว;

น หิ โน สงฺครํ เตน, มหาเสเนน มจฺจุนา’’ติ. (ม. นิ. ๓.๒๗๒; เนตฺติ. ๑๐๓);

กสฺมา ปนายํ ชีวิตนฺตรายเมว ตาว ปุรกฺขโรติ? ‘‘นิมิตฺตญฺญุตาย อทิฏฺฐโกสลฺเลน วา’’ติ เกจิ. อปเร ‘‘เทวตาย สนฺติเก ชีวิตนฺตรายสฺส สุตตฺตา’’ติ วทนฺติ. อนฺติมภวิกตฺตา ปน อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา โจทิยมาโน เอวมาห. น หิ เตสํ อปฺปตฺตอรหตฺตานํ ชีวิตกฺขโย โหติ. กึ ปน การณา ภควา ตสฺส ธมฺมํ เทเสตุกาโมว ทฺวิกฺขตฺตุํ ปฏิกฺขิปิ? เอวํ กิรสฺส อโหสิ ‘‘อิมสฺส มํ ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย สกลสรีรํ ปีติยา นิรนฺตรํ ผุฏํ, อติพลวา ปีติเวโค, ธมฺมํ สุตฺวาปิ น ตาว สกฺขิสฺสติ ปฏิวิชฺฌิตุํ. ยาว ปน มชฺฌตฺตุเปกฺขา สณฺฐาติ, ตาว ติฏฺฐตุ, วีสโยชนสตํ มคฺคํ อาคตตฺตา ทรโถปิสฺส กาเย พลวา, โสปิ ตาว ปฏิปฺปสฺสมฺภตู’’ติ. ตสฺมา ทฺวิกฺขตฺตุํ ปฏิกฺขิปิ. เกจิ ปน ‘‘ธมฺมสฺสวเน อาทรชนนตฺถํ ภควา เอวมกาสี’’ติ วทนฺติ. ตติยวารํ ยาจิโต ปน มชฺฌตฺตุเปกฺขํ ทรถปฺปฏิปสฺสทฺธึ ปจฺจุปฏฺฐิตญฺจสฺส ชีวิตนฺตรายํ ทิสฺวา ‘‘อิทานิ ธมฺมเทสนาย กาโล’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘ตสฺมา ติหา’’ติอาทินา ธมฺมเทสนํ อารภิ.

ตตฺถ ตสฺมาติ ยสฺมา ตฺวํ อุสฺสุกฺกชาโต หุตฺวา อติวิย มํ ยาจสิ, ยสฺมา วา ชีวิตนฺตรายานํ ทุชฺชานตํ วทสิ, อินฺทฺริยานิ จ เต ปริปากํ คตานิ, ตสฺมา. ติหาติ นิปาตมตฺตํ. เตติ ตยา เอวนฺติ อิทานิ วตฺตพฺพาการํ วทติ.

สิกฺขิตพฺพนฺติ อธิสีลสิกฺขาทีนํ ติสฺสนฺนมฺปิ สิกฺขานํ วเสน สิกฺขนํ กาตพฺพํ. ยถา ปน สิกฺขิตพฺพํ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสตี’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตนฺติ รูปายตเน จกฺขุวิญฺญาเณน ทิฏฺฐมตฺตํ. ยถา หิ จกฺขุวิญฺญาณํ รูเป รูปมตฺตเมว ปสฺสติ, น อนิจฺจาทิสภาวํ, เอวเมว เสสํ. จกฺขุทฺวาริกวิญฺญาเณน หิ เม ทิฏฺฐมตฺตเมว ภวิสฺสตีติ สิกฺขิตพฺพนฺติ อตฺโถ. อถ วา ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐํ นาม จกฺขุวิญฺญาเณน รูปวิชานนนฺติ อตฺโถ. มตฺตนฺติ ปมาณํ. ทิฏฺฐา มตฺตา เอตสฺสาติ ทิฏฺฐมตฺตํ, จกฺขุวิญฺญาณมตฺตเมว จิตฺตํ ภวิสฺสตีติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา อาปาถคเต รูเป จกฺขุวิญฺญาณํ น รชฺชติ, น ทุสฺสติ, น มุยฺหติ, เอวํ ราคาทิวิรเหน จกฺขุวิญฺญาณมตฺตเมว เม ชวนํ ภวิสฺสติ, จกฺขุวิญฺญาณปฺปมาเณเนว ชวนํ ฐเปสฺสามีติ.

อถ วา ทิฏฺฐํ นาม จกฺขุวิญฺญาเณน ทิฏฺฐํ รูปํ, ทิฏฺฐมตฺตํ นาม ตตฺเถว อุปฺปนฺนํ สมฺปฏิจฺฉนสนฺตีรณโวฏฺฐพฺพนสงฺขาตํ จิตฺตตฺตยํ. ยถา ตํ น รชฺชติ, น ทุสฺสติ, น มุยฺหติ, เอวํ อาปาถคเต รูเป เตเนว สมฺปฏิจฺฉนาทิปฺปมาเณน ชวนํ อุปฺปาเทสฺสามิ, นาหํ ตํ ปมาณํ อติกฺกมิตฺวา รชฺชนาทิวเสน อุปฺปชฺชิตุํ ทสฺสามีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอเสว นโย สุตมุเต. มุตนฺติ ตทารมฺมณวิญฺญาเณหิ สทฺธึ คนฺธรสโผฏฺฐพฺพายตนํ เวทิตพฺพํ. วิญฺญาเต วิญฺญาตมตฺตนฺติ เอตฺถ ปน วิญฺญาตํ นาม มโนทฺวาราวชฺชเนน วิญฺญาตารมฺมณํ. ตสฺมึ วิญฺญาเต วิญฺญาตมตฺตนฺติ อาวชฺชนปฺปมาณํ. ยถา อาวชฺชนํ น รชฺชติ, น ทุสฺสติ, น มุยฺหติ, เอวํ รชฺชนาทิวเสน จ อุปฺปชฺชิตุํ อทตฺวา อาวชฺชนปฺปมาเณเนว จิตฺตํ ฐเปสฺสามีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. เอวญฺหิ เต, พาหิย, สิกฺขิตพฺพนฺติ เอวํ อิมาย ปฏิปทาย ตยา, พาหิย, ติสฺสนฺนํ สิกฺขานํ อนุวตฺตนวเสน สิกฺขิตพฺพํ.

อิติ ภควา พาหิยสฺส สํขิตฺตรุจิตาย ฉหิ วิญฺญาณกาเยหิ สทฺธึ ฉฬารมฺมณเภทภินฺนํ วิปสฺสนาย วิสยํ ทิฏฺฐาทีหิ จตูหิ โกฏฺฐาเสหิ วิภชิตฺวา ตตฺถสฺส ญาตตีรณปริญฺญํ ทสฺเสติ. กถํ? เอตฺถ หิ รูปายตนํ ปสฺสิตพฺพฏฺเฐน ทิฏฺฐํ นาม, จกฺขุวิญฺญาณํ ปน สทฺธึ ตํทฺวาริกวิญฺญาเณหิ ทสฺสนฏฺเฐน, ตทุภยมฺปิ ยถาปจฺจยํ ปวตฺตมานํ ธมฺมมตฺตเมว, น เอตฺถ โกจิ กตฺตา วา กาเรตา วา, ยโต ตํ หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจํ, อุทยพฺพยปฺปฏิปีฬนฏฺเฐน ทุกฺขํ, อวสวตฺตนฏฺเฐน อนตฺตาติ กุโต ตตฺถ ปณฺฑิตสฺส รชฺชนาทีนํ โอกาโสติ? อยเมตฺถ อธิปฺปาโย สุตาทีสุปิ.

อิทานิ ญาตตีรณปริญฺญาสุ ปติฏฺฐิตสฺส อุปริ สห มคฺคผเลน ปหานปริญฺญํ ทสฺเสตุํ, ‘‘ยโต โข เต, พาหิยา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ยโตติ ยทา, ยสฺมา วา. เตติ ตว. ตโตติ ตทา, ตสฺมา วา. เตนาติ เตน ทิฏฺฐาทินา, ทิฏฺฐาทิปฏิพทฺเธน ราคาทินา วา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – พาหิย, ตว ยสฺมึ กาเล เยน วา การเณน ทิฏฺฐาทีสุ มยา วุตฺตวิธึ ปฏิปชฺชนฺตสฺส อวิปรีตสภาวาวโพเธน ทิฏฺฐาทิมตฺตํ ภวิสฺสติ, ตสฺมึ กาเล เตน วา การเณน ทิฏฺฐาทิปฏิพทฺเธน ราคาทินา สห น ภวิสฺสสิ, รตฺโต วา ทุฏฺโฐ วา มูโฬฺห วา น ภวิสฺสสิ, ปหีนราคาทิกตฺตา เตน วา ทิฏฺฐาทินา สห ปฏิพทฺโธ น ภวิสฺสสีติ. ตโต ตฺวํ, พาหิย, น ตตฺถาติ ยทา ยสฺมา วา ตฺวํ เตน ราเคน วา รตฺโต โทเสน วา ทุฏฺโฐ โมเหน วา มูโฬฺห น ภวิสฺสสิ, ตทา ตสฺมา วา ตฺวํ ตตฺถ ทิฏฺฐาทิเก น ภวิสฺสสิ, ตสฺมึ ทิฏฺเฐ วา สุตมุตวิญฺญาเต วา ‘‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’ติ ตณฺหามานทิฏฺฐีหิ อลฺลีโน ปติฏฺฐิโต น ภวิสฺสสิ. เอตฺตาวตา ปหานปริญฺญํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ขีณาสวภูมิ ทสฺสิตา.

ตโต ตฺวํ, พาหิย, เนวิธ น หุรํ น อุภยมนฺตเรนาติ ยทา ตฺวํ, พาหิย, เตน ราคาทินา ตตฺถ ทิฏฺฐาทีสุ ปฏิพทฺโธ น ภวิสฺสสิ, ตทา ตฺวํ เนว อิธโลเก น ปรโลเก น อุภยตฺถาปิ. เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสาติ กิเลสทุกฺขสฺส จ วฏฺฏทุกฺขสฺส จ อยเมว หิ อนฺโต อยํ ปริวฏุมภาโวติ อยเมว หิ เอตฺถ อตฺโถ. เย ปน ‘‘อุภยมนฺตเรนา’’ติ ปทํ คเหตฺวา อนฺตราภวํ นาม อิจฺฉนฺติ, เตสํ ตํ มิจฺฉา. อนฺตราภวสฺส หิ ภาโว อภิธมฺเม ปฏิกฺขิตฺโตเยว. อนฺตเรนาติ วจนํ ปน วิกปฺปนฺตรทีปนํ, ตสฺมา อยเมตฺถ อตฺโถ – ‘‘เนว อิธ น หุรํ, อปโร วิกปฺโป น อุภย’’นฺติ.

อถ วา อนฺตเรนาติ วจนํ ปน วิกปฺปนฺตราภาวทีปนํ. ตสฺสตฺโถ – ‘‘เนว อิธ น หุรํ, อุภยมนฺตเร ปน น อญฺญฏฺฐานํ อตฺถี’’ติ. เยปิ จ ‘‘อนฺตราปรินิพฺพายี สมฺภเวสี’’ติ จ อิเมสํ สุตฺตปทานํ อตฺถํ อโยนิโส คเหตฺวา ‘‘อตฺถิเยว อนฺตราภโว’’ติ วทนฺติ, เตปิ ยสฺมา อวิหาทีสุ ตตฺถ ตตฺถ อายุเวมชฺฌํ อนติกฺกมิตฺวา อนฺตรา อคฺคมคฺคาธิคเมน อนวเสสกิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพายตีติ อนฺตราปรินิพฺพายี, น อนฺตราภวภูโตติ ปุริมสฺส สุตฺตปทสฺส อตฺโถ. ปจฺฉิมสฺส จ เย ภูตา เอว, น ภวิสฺสนฺติ, เต ขีณาสวา ปุริมปเท ภูตาติ วุตฺตา. ตพฺพิรุทฺธตาย สมฺภวเมสนฺตีติ สมฺภเวสิโน, อปฺปหีนภวสํโยชนตฺตา เสขา ปุถุชฺชนา จ. จตูสุ วา โยนีสุ อณฺฑชชลาพุชสตฺตา ยาว อณฺฑโกสํ วตฺถิโกสญฺจ น ภินฺทนฺติ, ตาว สมฺภเวสี นาม, อณฺฑโกสโต วตฺถิโกสโต จ พหิ นิกฺขนฺตา ภูตา นาม. สํเสทชา โอปปาติกา จ ปฐมจิตฺตกฺขเณ สมฺภเวสี นาม, ทุติยจิตฺตกฺขณโต ปฏฺฐาย ภูตา นาม. เยน วา อิริยาปเถน ชายนฺติ, ยาว ตโต อญฺญํ น ปาปุณนฺติ, ตาว สมฺภเวสิโน, ตโต ปรํ ภูตาติ อตฺโถ. ตสฺมา นตฺถีติ ปฏิกฺขิปิตพฺพา. สติ หิ อุชุเก ปาฬิอนุคเต อตฺเถ กึ อนิทฺธาริตสามตฺถิเยน อนฺตราภเวน ปริกปฺปิเตน ปโยชนนฺติ.

เย ปน ‘‘สนฺตานวเสน ปวตฺตมานานํ ธมฺมานํ อวิจฺเฉเทน เทสนฺตเรสุ ปาตุภาโว ทิฏฺโฐ, ยถา ตํ วีหิอาทิอวิญฺญาณกสนฺตาเน, เอวํ สวิญฺญาณกสนฺตาเนปิ อวิจฺเฉเทน เทสนฺตเรสุ ปาตุภาเวน ภวิตพฺพํ. อยญฺจ นโย สติ อนฺตราภเว ยุชฺชติ, น อญฺญถา’’ติ ยุตฺตึ วทนฺติ. เตน หิ อิทฺธิมโต เจโตวสิปฺปตฺตสฺส จิตฺตานุคติกํ กายํ อธิฏฺฐหนฺตสฺส ขเณน พฺรหฺมโลกโต อิธูปสงฺกมเน อิโต วา พฺรหฺมโลกคมเน ยุตฺติ วตฺตพฺพา. ยทิ สพฺพตฺเถว อวิจฺฉินฺนเทเส ธมฺมานํ ปวตฺติ อิจฺฉิตา, ยทิปิ สิยา อิทฺธิมนฺตานํ อิทฺธิวิสโย อจินฺเตยฺโยติ. ตํ อิธาปิ สมานํ ‘‘กมฺมวิปาโก อจินฺเตยฺโย’’ติ วจนโต. ตสฺมา ตํ เตสํ มติมตฺตเมว. อจินฺเตยฺยสภาวา หิ สภาวธมฺมา, เต กตฺถจิ ปจฺจยวเสน วิจฺฉินฺนเทเส ปาตุภวนฺติ, กตฺถจิ อวิจฺฉินฺนเทเส. ตถา หิ มุขโฆสาทีหิ ปจฺจเยหิ อญฺญสฺมึ เทเส อาทาสปพฺพตปฺปเทสาทิเก ปฏิพิมฺพปฏิโฆสาทิกํ ปจฺจยุปฺปนฺนํ นิพฺพตฺตมานํ ทิสฺสติ, ตสฺมา น สพฺพํ สพฺพตฺถ อุปเนตพฺพนฺติ อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน ปฏิพิมฺพสฺส อุทาหรณภาวสาธนาทิโก อนฺตราภวกถาวิจาโร กถาวตฺถุปกรณสฺส (กถา. ๕๐๕; กถา. อฏฺฐ. ๕๐๕) ฏีกายํ คเหตพฺโพ.

อปเร ปน ‘‘อิธาติ กามภโว, หุรนฺติ อรูปภโว, อุภยมนฺตเรนาติ รูปภโว วุตฺโต’’ติ. อญฺเญ ‘‘อิธาติ อชฺฌตฺติกายตนานิ, หุรนฺติ พาหิรายตนานิ, อุภยมนฺตเรนาติ จิตฺตเจตสิกา’’ติ. ‘‘อิธาติ วา ปจฺจยธมฺมา, หุรนฺติ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมา, อุภยมนฺตเรนาติ ปณฺณตฺติธมฺมา วุตฺตา’’ติ วทนฺติ. ตํ สพฺพํ อฏฺฐกถาสุ นตฺถิ. เอวํ ตาว ‘‘ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสตี’’ติอาทินา ทิฏฺฐาทิวเสน จตุธา เตภูมกธมฺมา สงฺคเหตพฺพา. ตตฺถ สุภสุขนิจฺจอตฺตคฺคาหปริวชฺชนมุเขน อสุภทุกฺขานิจฺจานตฺตานุปสฺสนา ทสฺสิตาติ เหฏฺฐิมาหิ วิสุทฺธีหิ สทฺธึ สงฺเขเปเนว วิปสฺสนา กถิตา. ‘‘ตโต ตฺวํ, พาหิย, น เตนา’’ติ อิมินา ราคาทีนํ สมุจฺเฉทสฺส อธิปฺเปตตฺตา มคฺโค. ‘‘ตโต ตฺวํ, พาหิย, น ตตฺถา’’ติ อิมินา ผลํ. ‘‘เนวิธา’’ติอาทินา อนุปาทิเสสา ปรินิพฺพานธาตุ กถิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข พาหิยสฺส…เป… อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจี’’ติ.

อิมาย สํขิตฺตปทาย เทสนาย ตาวเทวาติ ตสฺมึเยว ขเณ, น กาลนฺตเร. อนุปาทายาติ อคฺคเหตฺวา. อาสเวหีติ อาภวคฺคํ อาโคตฺรภุํ สวนโต ปวตฺตนโต จิรปาริวาสิยฏฺเฐน มทิราทิอาสวสทิสตาย จ ‘‘อาสวา’’ติ ลทฺธนาเมหิ กามราคาทีหิ. วิมุจฺจีติ สมุจฺเฉทวิมุตฺติยา ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิมุตฺติยา จ วิมุจฺจิ นิสฺสชฺชิ. โส หิ สตฺถุ ธมฺมํ สุณนฺโต เอว สีลานิ โสเธตฺวา ยถาลทฺธํ จิตฺตสมาธึ นิสฺสาย วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ขิปฺปาภิญฺญตาย ตาวเทว สพฺพาสเว เขเปตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. โส สํสารโสตํ ฉินฺทิตฺวา กตวฏฺฏปริยนฺโต อนฺติมเทหธโร หุตฺวา เอกูนวีสติยา ปจฺจเวกฺขณาสุ ปวตฺตาสุ ธมฺมตาย โจทิยมาโน ภควนฺตํ ปพฺพชฺชํ ยาจิ. ‘‘ปริปุณฺณํ เต ปตฺตจีวร’’นฺติ ปุฏฺโฐ ‘‘น ปริปุณฺณ’’นฺติ อาห. อถ นํ สตฺถา ‘‘เตน หิ ปตฺตจีวรํ ปริเยสา’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข ภควา…เป… ปกฺกามี’’ติ.

โส กิร กสฺสปทสพลสฺส สาสเน วีสวสฺสสหสฺสานิ สมณธมฺมํ กโรนฺโต ‘‘ภิกฺขุนา นาม อตฺตนา ปจฺจเย ลภิตฺวา ยถาทานํ กโรนฺเตน อตฺตนาว ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ เอกสฺส ภิกฺขุสฺสปิ ปตฺเตน วา จีวเรน วา สงฺคหํ นากาสิ, เตนสฺส เอหิภิกฺขุอุปสมฺปทาย อุปนิสฺสโย นาโหสิ. เกจิ ปนาหุ – ‘‘โส กิร พุทฺธสุญฺเญ โลเก โจโร หุตฺวา ธนุกลาปํ สนฺนยฺหิตฺวา อรญฺเญ โจริกํ กโรนฺโต เอกํ ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา ปตฺตจีวรโลเภน ตํ อุสุนา วิชฺฌิตฺวา ปตฺตจีวรํ คณฺหิ, เตนสฺส อิทฺธิมยปตฺตจีวรํ น อุปฺปชฺชิสฺสตีติ, สตฺถา ตํ ญตฺวา เอหิภิกฺขุภาเวน ปพฺพชฺชํ น อทาสี’’ติ. ตมฺปิ ปตฺตจีวรปริเยสนํ จรมานํ เอกา เธนุ เวเคน อาปตนฺตี ปหริตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อถ โข อจิรปกฺกนฺตสฺส ภควโต พาหิยํ ทารุจีริยํ คาวี ตรุณวจฺฉา อธิปติตฺวา ชีวิตา โวโรเปสี’’ติ.

ตตฺถ อจิรปกฺกนฺตสฺสาติ น จิรํ ปกฺกนฺตสฺส ภควโต. คาวี ตรุณวจฺฉาติ เอกา ยกฺขินี ตรุณวจฺฉเธนุรูปา. อธิปติตฺวาติ อภิภวิตฺวา มทฺทิตฺวา. ชีวิตา โวโรเปสีติ ปุริมสฺมึ อตฺตภาเว ลทฺธาฆาตตาย ทิฏฺฐมตฺเตเนว เวริจิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา สิงฺเคน ปหริตฺวา ชีวิตา โวโรเปสิ.

สตฺถา ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ นครโต นิกฺขมนฺโต พาหิยสฺส สรีรํ สงฺการฏฺฐาเน ปติตํ ทิสฺวา ภิกฺขู อาณาเปสิ – ‘‘ภิกฺขเว, เอกสฺมึ ฆรทฺวาเร ฐตฺวา มญฺจกํ อาหราเปตฺวา อิทํ สรีรํ นครโต นีหริตฺวา ฌาเปตฺวา ถูปํ กโรถา’’ติ, ภิกฺขู ตถา อกํสุ. กตฺวา จ ปน วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา อตฺตนา กตกิจฺจํ อาโรเจตฺวา ตสฺส อภิสมฺปรายํ ปุจฺฉึสุ. อถ เนสํ ภควา ตสฺส ปรินิพฺพุตภาวํ อาจิกฺขิ. ภิกฺขู ‘‘ตุเมฺห, ภนฺเต, ‘พาหิโย ทารุจีริโย อรหตฺตํ ปตฺโต’ติ วทถ, กทา โส อรหตฺตํ ปตฺโต’’ติ ปุจฺฉึสุ. ‘‘มม ธมฺมํ สุตกาเล’’ติ จ วุตฺเต ‘‘กทา ปนสฺส ตุเมฺหหิ ธมฺโม กถิโต’’ติ? ‘‘ปิณฺฑาย จรนฺเตน อชฺเชว อนฺตรวีถิยํ ฐตฺวา’’ติ. ‘‘อปฺปมตฺตโก โส, ภนฺเต, ตุเมฺหหิ อนฺตรวีถิยํ ฐตฺวา กถิตธมฺโม, กถํ โส ตาวตเกน วิเสสํ นิพฺพตฺเตสี’’ติ? ‘‘กึ, ภิกฺขเว, มม ธมฺมํ ‘อปฺปํ วา พหุํ วา’ติ ปมิณถ, อเนกานิ คาถาสหสฺสานิปิ อนตฺถสํหิตานิ น เสยฺโย, อตฺถนิสฺสิตํ ปน เอกมฺปิ คาถาปทํ เสยฺโย’’ติ ทสฺเสนฺโต –

‘‘สหสฺสมปิ เจ คาถา, อนตฺถปทสญฺหิตา;

เอกํ คาถาปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมตี’’ติ. (ธ. ป. ๑๐๑) –

ธมฺมปเท อิมํ คาถํ วตฺวา ‘‘น เกวลํ โส ปรินิพฺพานมตฺเตน, อถ โข มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ขิปฺปาภิญฺญานํ อคฺคภาเวนปิ ปูชารโห’’ติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ขิปฺปาภิญฺญานํ, ยทิทํ พาหิโย ทารุจีริโย’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๑๖) ตํ อายสฺมนฺตํ เอตทคฺเค ฐเปสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อถ โข ภควา สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา…เป… ปรินิพฺพุโต, ภิกฺขเว, พาหิโย ทารุจีริโย’’ติ.

ตตฺถ ปจฺฉาภตฺตนฺติ ภตฺตกิจฺจโต ปจฺฉา. ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโตติ ปิณฺฑปาตปริเยสนโต ปฏินิวตฺโต. ปททฺวเยนาปิ กตภตฺตกิจฺโจติ วุตฺตํ โหติ. นีหริตฺวาติ นครโต พหิ เนตฺวา. ฌาเปถาติ ทหถ. ถูปญฺจสฺส กโรถาติ อสฺส พาหิยสฺส สรีรธาตุโย คเหตฺวา เจติยญฺจ กโรถ. ตตฺถ การณมาห – ‘‘สพฺรหฺมจารี โว, ภิกฺขเว, กาลกโต’’ติ. ตสฺสตฺโถ – ยํ ตุเมฺห เสฏฺฐฏฺเฐน พฺรหฺมํ อธิสีลาทิปฏิปตฺติธมฺมํ สนฺทิฏฺฐํ จรถ, ตํ โส ตุเมฺหหิ สมานํ พฺรหฺมํ อจรีติ สพฺรหฺมจารี มรณกาลสฺส ปตฺติยาว กาลกโต, ตสฺมา ตํ มญฺจเกน นีหริตฺวา ฌาเปถ, ถูปญฺจสฺส กโรถาติ.

ตสฺส กา คตีติ ปญฺจสุ คตีสุ ตสฺส กตมา คติ อุปปตฺติ ภวภูตา, คตีติ นิปฺผตฺติ, อริโย ปุถุชฺชโน วาติ กา นิฏฺฐาติ อตฺโถ. อภิสมฺปราโยติ เปจฺจ ภวุปฺปตฺติ ภวนิโรโธ วา. กิญฺจาปิ ตสฺส ถูปกรณาณตฺติยาว ปรินิพฺพุตภาโว อตฺถโต ปกาสิโต โหติ, เย ปน ภิกฺขู ตตฺตเกน น ชานึสุ, เต ‘‘ตสฺส กา คตี’’ติ ปุจฺฉึสุ. ปากฏตรํ วา การาเปตุกามา ตถา ภควนฺตํ ปุจฺฉึสุ.

ปณฺฑิโตติ อคฺคมคฺคปญฺญาย อธิคตตฺตา ปณฺเฑน อิโต คโต ปวตฺโตติ ปณฺฑิโต. ปจฺจปาทีติ ปฏิปชฺชิ. ธมฺมสฺสาติ โลกุตฺตรธมฺมสฺส. อนุธมฺมนฺติ สีลวิสุทฺธิอาทิปฏิปทาธมฺมํ. อถ วา ธมฺมสฺสาติ นิพฺพานธมฺมสฺส. อนุธมฺมนฺติ อริยมคฺคผลธมฺมํ. น จ มํ ธมฺมาธิกรณนฺติ ธมฺมเทสนาเหตุ น จ มํ วิเหเสสิ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปนฺนตฺตา. โย หิ สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา กมฺมฏฺฐานํ วา คเหตฺวา ยถานุสิฏฺฐํ น ปฏิปชฺชติ, โส สตฺถารํ วิเหเสติ นาม. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘วิหึสสญฺญี ปคุณํ น ภาสึ, ธมฺมํ ปณีตํ มนุเชสุ พฺรเหฺม’’ติ (มหาว. ๙; ม. นิ. ๑.๒๘๓; ๒.๓๓๙). อถ วา น จ มํ ธมฺมาธิกรณนฺติ น จ อิมํ ธมฺมาธิกรณํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – วฏฺฏทุกฺขโต นิยฺยานเหตุภูตํ อิมํ มม สาสนธมฺมํ สุปฺปฏิปนฺนตฺตา น วิเหเสติ. ทุปฺปฏิปนฺโน หิ สาสนํ ภินฺทนฺโต สตฺถุ ธมฺมสรีเร ปหารํ เทติ นาม. อยํ ปน สมฺมาปฏิปตฺตึ มตฺถกํ ปาเปตฺวา อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปรินิพฺพุโต, ภิกฺขเว, พาหิโย ทารุจีริโย’’ติ.

เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ เถรสฺส พาหิยสฺส อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุตภาวํ, ตถา ปรินิพฺพุตานญฺจ ขีณาสวานํ คติยา ปจุรชเนหิ ทุพฺพิญฺเญยฺยภาวํ สพฺพาการโต วิทิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ อปฺปติฏฺฐิตปรินิพฺพานานุภาวทีปกํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ตตฺถ ยตฺถาติ ยสฺมึ นิพฺพาเน อาโป จ น คาธติ, ปถวี จ เตโช จ วาโย จ น คาธติ, น ปติฏฺฐาติ. กสฺมา? นิพฺพานสฺส อสงฺขตสภาวตฺตา. น หิ ตตฺถ สงฺขตธมฺมานํ เลโสปิ สมฺภวติ. สุกฺกาติ สุกฺกวณฺณตาย สุกฺกาติ ลทฺธนามา คหนกฺขตฺตตารกา. น โชตนฺตีติ น ภาสนฺติ. อาทิจฺโจ นปฺปกาสตีติ ตีสุ ทีเปสุ เอกสฺมึ ขเณ อาโลกผรณสมตฺโถ อาทิจฺโจปิ อาภาวเสน น ทิพฺพติ. น ตตฺถ จนฺทิมา ภาตีติ สติปิ ภาสุรภาเว กนฺตสีตลกิรโณ จนฺโทปิ ตสฺมึ นิพฺพาเน อภาวโต เอว อตฺตโน ชุณฺหาวิภาสเนน น วิโรจติ. ยทิ ตตฺถ จนฺทิมสูริยาทโย นตฺถิ, โลกนฺตโร วิย นิจฺจนฺธการเมว ตํ ภเวยฺยาติ อาสงฺกํ สนฺธายาห ‘‘ตโม ตตฺถ น วิชฺชตี’’ติ. สติ หิ รูปาภาเว ตโม นาม น สิยา.

ยทา จ อตฺตนา เวทิ, มุนิ โมเนน พฺราหฺมโณติ จตุสจฺจมุนนโต โมนนฺติ ลทฺธนาเมน มคฺคญาเณน กายโมเนยฺยาทีหิ จ สมนฺนาคตตฺตา ‘‘มุนี’’ติ ลทฺธนาโม อริยสาวกพฺราหฺมโณ เตเนว โมนสงฺขาเตน ปฏิเวธญาเณน ยทา ยสฺมึ กาเล อคฺคมคฺคกฺขเณ อตฺตนา สยเมว อนุสฺสวาทิเก ปหาย อตฺตปจฺจกฺขํ กตฺวา นิพฺพานํ เวทิ ปฏิวิชฺฌิ. ‘‘อเวที’’ติปิ ปาโฐ, อญฺญาสีติ อตฺโถ. อถ รูปา อรูปา จ, สุขทุกฺขา ปมุจฺจตีติ อถาติ ตสฺส นิพฺพานสฺส ชานนโต ปจฺฉา. รูปาติ รูปธมฺมา, เตน ปญฺจโวการภโว เอกโวการภโว จ คหิโต โหติ. อรูปาติ อรูปธมฺมา, เตน รูเปนามิสฺสีกโต อรูปภโว คหิโต โหติ. โส ‘‘จตุโวการภโว’’ติปิ วุจฺจติ. สุขทุกฺขาติ สพฺพตฺถ อุปฺปชฺชนกสุขทุกฺขโตปิ วฏฺฏโต. อถ วา รูปาติ รูปโลกปฏิสนฺธิโต. อรูปาติ อรูปโลกปฏิสนฺธิโต. สุขทุกฺขาติ กามาวจรปฏิสนฺธิโต. กามภโว หิ พฺยามิสฺสสุขทุกฺโข. เอวเมตสฺมา สกลโตปิ วฏฺฏโต อจฺจนฺตเมว มุจฺจตีติ คาถาทฺวเยนปิ ภควา ‘‘มยฺหํ ปุตฺตสฺส พาหิยสฺส เอวรูปา นิพฺพานคตี’’ติ ทสฺเสติ.

ทสมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิฏฺฐิตา จ โพธิวคฺควณฺณนา.