๗. คุตฺตาเถรีคาถาวณฺณนา
คุตฺเต ยทตฺถํ ปพฺพชฺชาติอาทิกา คุตฺตาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺตี อนุกฺกเมน สมฺภตวิโมกฺขสมฺภารา หุตฺวา, ปริปกฺกกุสลมูลา สุคตีสุเยว สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺตา, คุตฺตาติสฺสา นามํ อโหสิ. สา วิญฺญุตํ ปตฺวา อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา โจทิยมานา ฆราวาสํ ชิคุจฺฉนฺตี มาตาปิตโร อนุชานาเปตฺวา มหาปชาปติโคตมิยา สนฺติเก ปพฺพชิ. ปพฺพชิตฺวา จ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ภาวนํ อนุยุญฺชนฺติยา ตสฺสา จิตฺตํ จิรกาลปริจเยน พหิทฺธารมฺมเณ วิธาวติ, เอกคฺคํ นาโหสิ. สตฺถา ทิสฺวา ตํ อนุคฺคณฺหนฺโต, คนฺธกุฏิยํ ยถานิสินฺโนว โอภาสํ ผริตฺวา ตสฺสา อาสนฺเน อากาเส นิสินฺนํ วิย อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา โอวทนฺโต –
๑๖๓. ‘‘คุตฺเต ยทตฺถํ ปพฺพชฺชา, หิตฺวา ปุตฺตํ วสุํ ปิยํ;
ตเมว อนุพฺรูเหหิ, มา จิตฺตสฺส วสํ คมิ.
๑๖๔. ‘‘จิตฺเตน วญฺจิตา สตฺตา, มารสฺส วิสเย รตา;
อเนกชาติสํสารํ, สนฺธาวนฺติ อวิทฺทสู.
๑๖๕. ‘‘กามาจฺฉนฺทญฺจ พฺยาปาทํ, สกฺกายทิฏฺฐิเมว จ;
สีลพฺพตปรามาสํ, วิจิกิจฺฉํ จ ปญฺจมํ.
๑๖๖. ‘‘สํโยชนานิ เอตานิ, ปชหิตฺวาน ภิกฺขุนี;
โอรมฺภาคมนียานิ, นยิทํ ปุนเรหิสิ.
๑๖๗. ‘‘ราคํ มานํ อวิชฺชญฺจ, อุทฺธจฺจญฺจ วิวชฺชิย;
สํโยชนานิ เฉตฺวาน, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสสิ.
๑๖๘. ‘‘เขเปตฺวา ชาติสํสารํ, ปริญฺญาย ปุนพฺภวํ;
ทิฏฺเฐว ธมฺเม นิจฺฉาตา, อุปสนฺตา จริสฺสสี’’ติ. – อิมา คาถา อาภาสิ;
ตตฺถ ตเมว อนุพฺรูเหหีติ ยทตฺถํ ยสฺส กิเลสปรินิพฺพานสฺส ขนฺธปรินิพฺพานสฺส จ อตฺถาย. หิตฺวา ปุตฺตํ วสุํ ปิยนฺติ ปิยายิตพฺพํ ญาติปริวฏฺฏํ โภคกฺขนฺธญฺจ หิตฺวา มม สาสเน ปพฺพชฺชา พฺรหฺมจริยวาโส อิจฺฉิโต, ตเมว วฑฺเฒยฺยาสิ สมฺปาเทยฺยาสิ. มา จิตฺตสฺส วสํ คมีติ ทีฆรตฺตํ รูปาทิอารมฺมณวเสน วฑฺฒิตสฺส กูฏจิตฺตสฺส วสํ มา คจฺฉิ.
ยสฺมา จิตฺตํ นาเมตํ มายูปมํ, เยน วญฺจิตา อนฺธปุถุชฺชนา มารวสานุคา สํสารํ นาติวตฺตนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘จิตฺเตน วญฺจิตา’’ติอาทิ.
สํโยชนานิ เอตานีติ เอตานิ ‘‘กามจฺฉนฺทญฺจ พฺยาปาท’’นฺติอาทินา ยถาวุตฺตานิ ปญฺจ พนฺธนฏฺเฐน สํโยชนานิ. ปชหิตฺวานาติ อนาคามิมคฺเคน สมุจฺฉินฺทิตฺวา. ภิกฺขุนีติ ตสฺสา อาลปนํ. โอรมฺภาคมนียานีติ รูปารูปธาตุโต เหฏฺฐาภาเค กามธาตุยํ มนุสฺสชีวสฺส หิตานิ อุปการานิ ตตฺถ ปฏิสนฺธิยา ปจฺจยภาวโต. ม-กาโร ปทสนฺธิกโร. ‘‘โอรมาคมนียานี’’ติ ปาฬิ, โส เอวตฺโถ. นยิทํ ปุนเรหิสีติ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปหาเนน อิทํ กามฏฺฐานํ กามภวํ ปฏิสนฺธิวเสน ปุน นาคมิสฺสสิ. ร-กาโร ปทสนฺธิกโร. ‘‘อิตฺถ’’นฺติ วา ปาฬิ, อิตฺถตฺตํ กามภวมิจฺเจว อตฺโถ.
ราคนฺติ รูปราคญฺจ อรูปราคญฺจ. มานนฺติ อคฺคมคฺควชฺฌํ มานํ. อวิชฺชญฺจ อุทฺธจฺจญฺจาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. วิวชฺชิยาติ วิปสฺสนาย วิกฺขมฺเภตฺวา. สํโยชนานิ เฉตฺวานาติ เอตานิ รูปราคาทีนิ ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ อรหตฺตมคฺเคน สมุจฺฉินฺทิตฺวา. ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสสีติ สพฺพสฺสาปิ วฏฺฏทุกฺขสฺส ปริยนฺตํ ปริโยสานํ ปาปุณิสฺสสิ.
เขเปตฺวา ชาติสํสารนฺติ ชาติ สมูลิกสํสารปวตฺตึ ปริโยสาเปตฺวา. นิจฺฉาตาติ นิตฺตณฺหา. อุปสนฺตาติ สพฺพโส กิเลสานํ วูปสเมน อุปสนฺตา. เสสํ วุตฺตนยเมว.
เอวํ สตฺถารา อิมาสุ คาถาสุ ภาสิตาสุ คาถาปริโยสาเน เถรี สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา อุทานวเสน ภควตา ภาสิตนิยาเมเนว อิมา คาถา อภาสิ. เตเนว ตา เถริยา คาถา นาม ชาตา.
คุตฺตาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.