๙. ภทฺทากุณฺฑลเกสาเถรีคาถาวณฺณนา

ลูนเกสีติอาทิกา ภทฺทาย กุณฺฑลเกสาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา เอกทิวสํ สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุนึ ขิปฺปาภิญฺญานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา, อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตฺวา ยาวชีวํ ปุญฺญานิ กตฺวา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา กสฺสปพุทฺธกาเล กิกิสฺส กาสิรญฺโญ เคเห สตฺตนฺนํ ภคินีนํ อพฺภนฺตรา หุตฺวา, วีสติ วสฺสสหสฺสานิ ทส สีลานิ สมาทาย โกมาริพฺรหฺมจริยํ จรนฺตี สงฺฆสฺส วสนปริเวณํ กาเรตฺวา, เอกํ พุทฺธนฺตรํ สุคตีสุเยว สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห เสฏฺฐิกุเล นิพฺพตฺติ. ภทฺทาติสฺสา นามํ อโหสิ. สา มหตา ปริวาเรน วฑฺฒมานา วยปฺปตฺตา, ตสฺมึเยว นคเร ปุโรหิตสฺส ปุตฺตํ สตฺตุกํ นาม โจรํ สโหฑฺฒํ คเหตฺวา ราชาณาย นครคุตฺติเกน มาเรตุํ อาฆาตนํ นิยฺยมานํ, สีหปญฺชเรน โอโลเกนฺตี ทิสฺวา ปฏิพทฺธจิตฺตา หุตฺวา สเจ ตํ ลภามิ, ชีวิสฺสามิ; โน เจ, มริสฺสามีติ สยเน อโธมุขี นิปชฺชิ.

อถสฺสา ปิตา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา เอกธีตุตาย พลวสิเนโห สหสฺสลญฺชํ ทตฺวา อุปาเยเนว โจรํ วิสฺสชฺชาเปตฺวา คนฺโธทเกน นฺหาเปตฺวา สพฺพาภรณปฏิมณฺฑิตํ กาเรตฺวา ปาสาทํ เปเสสิ. ภทฺทาปิ ปริปุณฺณมโนรถา อติเรกาลงฺกาเรน อลงฺกริตฺวา ตํ ปริจรติ. สตฺตุโก กติปาหํ วีตินาเมตฺวา ตสฺสา อาภรเณสุ อุปฺปนฺนโลโภ ภทฺเท, อหํ นครคุตฺติเกน คหิตมตฺโตว โจรปปาเต อธิวตฺถาย เทวตาย ‘‘สจาหํ ชีวิตํ ลภามิ, ตุยฺหํ พลิกมฺมํ อุปสํหริสฺสามี’’ติ ปตฺถนํ อายาจึ, ตสฺมา พลิกมฺมํ สชฺชาเปหีติ. สา ‘‘ตสฺส มนํ ปูเรสฺสามี’’ติ พลิกมฺมํ สชฺชาเปตฺวา สพฺพาภรณวิภูสิตา สามิเกน สทฺธึ เอกํ ยานํ อภิรุยฺห ‘‘เทวตาย พลิกมฺมํ กริสฺสามี’’ติ โจรปปาตํ อภิรุหิตุํ อารทฺธา.

สตฺตุโก จินฺเตสิ – ‘‘สพฺเพสุ อภิรุหนฺเตสุ อิมิสฺสา อาภรณํ คเหตุํ น สกฺกา’’ติ ปริวารชนํ ตตฺเถว ฐเปตฺวา ตเมว พลิภาชนํ คาหาเปตฺวา ปพฺพตํ อภิรุหนฺโต ตาย สทฺธึ ปิยกถํ น กเถสิ. สา อิงฺคิเตเนว ตสฺสาธิปฺปายํ อญฺญาสิ. สตฺตุโก, ‘‘ภทฺเท, ตว อุตฺตรสาฏกํ โอมุญฺจิตฺวา กายารูฬฺหปสาธนํ ภณฺฑิกํ กโรหี’’ติ. สา, ‘‘สามิ, มยฺหํ โก อปราโธ’’ติ? ‘‘กึ นุ มํ, พาเล,‘พลิกมฺมตฺถํ อาคโต’ติ สญฺญํ กโรสิ? พลิกมฺมาปเทเสน ปน ตว อาภรณํ คเหตุํ อาคโต’’ติ. ‘‘กสฺส ปน, อยฺย, ปสาธนํ, กสฺส อห’’นฺติ? ‘‘นาหํ เอตํ วิภาคํ ชานามี’’ติ. ‘‘โหตุ, อยฺย, เอกํ ปน เม อธิปฺปายํ ปูเรหิ, อลงฺกตนิยาเมน จ อาลิงฺคิตุํ เทหี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. สา เตน สมฺปฏิจฺฉิตภาวํ ญตฺวา ปุรโต อาลิงฺคิตฺวา ปจฺฉโต อาลิงฺคนฺตี วิย ปพฺพตปปาเต ปาเตสิ. โส ปติตฺวา จุณฺณวิจุณฺณํ อโหสิ. ตาย กตํ อจฺฉริยํ ทิสฺวา ปพฺพเต อธิวตฺถา เทวตา โกสลฺลํ วิภาเวนฺตี อิมา คาถา อภาสิ –

‘‘น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ, ปุริโส โหติ ปณฺฑิโต;

อิตฺถีปิ ปณฺฑิตา โหติ, ตตฺถ ตตฺถ วิจกฺขณา.

‘‘น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ, ปุริโส โหติ ปณฺฑิโต;

อิตฺถีปิ ปณฺฑิตา โหติ, ลหุํ อตฺถวิจินฺติกา’’ติ. (อป. เถรี. ๒.๓.๓๑-๓๒);

ตโต ภทฺทา จินฺเตสิ – ‘‘น สกฺกา มยา อิมินา นิยาเมน เคหํ คนฺตุํ, อิโตว คนฺตฺวา เอกํ ปพฺพชฺชํ ปพฺพชิสฺสามี’’ติ นิคณฺฐารามํ คนฺตฺวา นิคณฺเฐ ปพฺพชฺชํ ยาจิ. อถ นํ เต อาหํสุ – ‘‘เกน นิยาเมน ปพฺพชฺชา โหตู’’ติ? ‘‘ยํ ตุมฺหากํ ปพฺพชฺชาย อุตฺตมํ, ตเทว กโรถา’’ติ. เต ‘‘สาธู’’ติ ตสฺสา ตาลฏฺฐินา เกเส ลุญฺจิตฺวา ปพฺพาเชสุํ. ปุน เกสา วฑฺฒนฺตา กุณฺฑลาวฏฺฏา หุตฺวา วฑฺเฒสุํ. ตโต ปฏฺฐาย สา กุณฺฑลเกสาติ นาม ชาตา. สา ตตฺถ อุคฺคเหตพฺพํ สมยํ วาทมคฺคญฺจ อุคฺคเหตฺวา ‘‘เอตฺตกํ นาม อิเม ชานนฺติ, อิโต อุตฺตริ วิเสโส นตฺถี’’ติ ญตฺวา ตโต อปกฺกมิตฺวา ยตฺถ ยตฺถ ปณฺฑิตา อตฺถิ, ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา เตสํ ชานนสิปฺปํ อุคฺคเหตฺวา อตฺตนา สทฺธึ กเถตุํ สมตฺถํ อทิสฺวา ยํ ยํ คามํ วา นิคมํ วา ปวิสติ, ตสฺส ทฺวาเร วาลุการาสึ กตฺวา ตตฺถ ชมฺพุสาขํ ฐเปตฺวา ‘‘โย มม วาทํ อาโรเปตุํ สกฺโกติ, โส อิมํ สาขํ มทฺทตู’’ติ สมีเป ฐิตทารกานํ สญฺญํ ทตฺวา วสนฏฺฐานํ คจฺฉติ. สตฺตาหมฺปิ ชมฺพุสาขาย ตเถว ฐิตาย ตํ คเหตฺวา ปกฺกมติ.

เตน จ สมเยน อมฺหากํ ภควา โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ อุปนิสฺสาย เชตวเน วิหรติ. กุณฺฑลเกสาปิ วุตฺตนเยน คามนิคมราชธานีสุ วิจรนฺตี สาวตฺถึ ปตฺวา นครทฺวาเร วาลุการาสิมฺหิ ชมฺพุสาขํ ฐเปตฺวา ทารกานํ สญฺญํ ทตฺวา สาวตฺถึ ปาวิสิ.

อถายสฺมา ธมฺมเสนาปติ เอกโกว นครํ ปวิสนฺโต ตํ สาขํ ทิสฺวา ตํ ทเมตุกาโม ทารเก ปุจฺฉิ – ‘‘กสฺมายํ สาขา เอวํ ฐปิตา’’ติ? ทารกา ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. เถโร ‘‘ยทิ เอวํ อิมํ สาขํ มทฺทถา’’ติ อาห. ทารกา ตํ มทฺทึสุ. กุณฺฑลเกสา กตภตฺตกิจฺจา นครโต นิกฺขมนฺตี ตํ สาขํ มทฺทิตํ ทิสฺวา ‘‘เกนิทํ มทฺทิต’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา เถเรน มทฺทาปิตภาวํ ญตฺวา ‘‘อปกฺขิโก วาโท น โสภตี’’ติ สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา วีถิโต วีถึ วิจรนฺตี ‘‘ปสฺเสยฺยาถ สมเณหิ สกฺยปุตฺติเยหิ สทฺธึ มยฺหํ วาท’’นฺติ อุคฺโฆเสตฺวา มหาชนปริวุตา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ ธมฺมเสนาปตึ อุปสงฺกมิตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอกมนฺตํ ฐิตา ‘‘กึ ตุเมฺหหิ มม ชมฺพุสาขา มทฺทาปิตา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, มยา มทฺทาปิตา’’ติ. ‘‘เอวํ สนฺเต ตุเมฺหหิ สทฺธึ มยฺหํ วาโท โหตู’’ติ. ‘‘โหตุ, ภทฺเท’’ติ. ‘‘กสฺส ปุจฺฉา, กสฺส วิสฺสชฺชนา’’ติ? ‘‘ปุจฺฉา นาม อมฺหากํ ปตฺตา, ตฺวํ ยํ อตฺตโน ชานนกํ ปุจฺฉา’’ติ. สา สพฺพเมว อตฺตโน ชานนกํ วาทํ ปุจฺฉิ. เถโร ตํ สพฺพํ วิสฺสชฺเชสิ. สา อุปริ ปุจฺฉิตพฺพํ อชานนฺตี ตุณฺหี อโหสิ. อถ นํ เถโร อาห – ‘‘ตยา พหุํ ปุจฺฉิตํ, มยมฺปิ ตํ เอกํ ปญฺหํ ปุจฺฉามา’’ติ. ‘‘ปุจฺฉถ, ภนฺเต’’ติ. เถโร ‘‘เอกํ นาม กิ’’นฺติ อิมํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ. กุณฺฑลเกสา เนว อนฺตํ น โกฏึ ปสฺสนฺตี อนฺธการํ ปวิฏฺฐา วิย หุตฺวา ‘‘น ชานามิ, ภนฺเต’’ติ อาห. ‘‘ตฺวํ เอตฺตกมฺปิ อชานนฺตี อญฺญํ กึ ชานิสฺสสี’’ติ วตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. สา เถรสฺส ปาเทสุ ปติตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห สรณํ คจฺฉามี’’ติ อาห. ‘‘มา มํ ตฺวํ, ภทฺเท, สรณํ คจฺฉ, สเทวเก โลเก อคฺคปุคฺคลํ ภควนฺตเมว สรณํ คจฺฉา’’ติ. ‘‘เอวํ กริสฺสามิ, ภนฺเต’’ติ สา สายนฺหสมเย ธมฺมเทสนาเวลายํ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. สตฺถา ตสฺสา ญาณปริปากํ ญตฺวา –

‘‘สหสฺสมปิ เจ คาถา, อนตฺถปทสํหิตา;

เอกํ คาถาปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา สุปสมฺมตี’’ติ. –

อิมํ คาถมาห. คาถาปริโยสาเน ยถาฐิตาว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถรี ๒.๓.๑-๕๔) –

‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, สพฺพธมฺมาน ปารคู;

อิโต สตสหสฺสมฺหิ, กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก.

‘‘ตทาหํ หํสวติยํ, ชาตา เสฏฺฐิกุเล อหุํ;

นานารตนปชฺโชเต, มหาสุขสมปฺปิตา.

‘‘อุเปตฺวา ตํ มหาวีรํ, อสฺโสสึ ธมฺมเทสนํ;

ตโต ชาตปฺปสาทาหํ, อุเปสึ สรณํ ชินํ.

‘‘ตทา มหาการุณิโก, ปทุมุตฺตรนามโก;

ขิปฺปาภิญฺญานมคฺคนฺติ, ฐเปสิ ภิกฺขุนึ สุภํ.

‘‘ตํ สุตฺวา มุทิตา หุตฺวา, ทานํ ทตฺวา มเหสิโน;

นิปจฺจ สิรสา ปาเท, ตํ ฐานมภิปตฺถยึ.

‘‘อนุโมทิ มหาวีโร, ภทฺเท ยํ เตภิปตฺถิตํ;

สมิชฺฌิสฺสติ ตํ สพฺพํ, สุขินี โหหิ นิพฺพุตา.

‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, โอกฺกากกุลสมฺภโว;

โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.

‘‘ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาทา, โอรสา ธมฺมนิมฺมิตา;

ภทฺทากุณฺฑลเกสาติ, เหสฺสติ สตฺถุ สาวิกา.

‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.

‘‘ตโต จุตา ยามมคํ, ตโตหํ ตุสิตํ คตา;

ตโต จ นิมฺมานรตึ, วสวตฺติปุรํ ตโต.

‘‘ยตฺถ ยตฺถูปปชฺชามิ, ตสฺส กมฺมสฺส วาหสา;

ตตฺถ ตตฺเถว ราชูนํ, มเหสิตฺตมการยึ.

‘‘ตโต จุตา มนุสฺเสสุ, ราชูนํ จกฺกวตฺตินํ;

มณฺฑลีนญฺจ ราชูนํ, มเหสิตฺตมการยึ.

‘‘สมฺปตฺตึ อนุโภตฺวาน, เทเวสุ มานุเสสุ จ;

สพฺพตฺถ สุขิตา หุตฺวา, เนกกปฺเปสุ สํสรึ.

‘‘อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป, พฺรหฺมพนฺธุ มหายโส;

กสฺสโป นาม โคตฺเตน, อุปฺปชฺชิ วทตํ วโร.

‘‘อุปฏฺฐาโก มเหสิสฺส, ตทา อาสิ นริสฺสโร;

กาสิราชา กิกี นาม, พาราณสิปุรุตฺตเม.

‘‘ตสฺส ธีตา จตุตฺถาสึ, ภิกฺขุทายีติ วิสฺสุตา;

ธมฺมํ สุตฺวา ชินคฺคสฺส, ปพฺพชฺชํ สมโรจยึ.

‘‘อนุชานิ น โน ตาโต, อคาเรว ตทา มยํ;

วีสวสฺสสหสฺสานิ, วิจริมฺห อตนฺทิตา.

‘‘โกมาริพฺรหฺมจริยํ, ราชกญฺญา สุเขธิตา;

พุทฺโธปฏฺฐานนิรตา, มุทิตา สตฺต ธีตโร.

‘‘สมณี สมณคุตฺตา จ, ภิกฺขุนี ภิกฺขุทายิกา;

ธมฺมา เจว สุธมฺมา จ, สตฺตมี สงฺฆทายิกา.

‘‘เขมา อุปฺปลวณฺณา จ, ปฏาจารา อหํ ตทา;

กิสาโคตมี ธมฺมทินฺนา, วิสาขา โหติ สตฺตมี.

‘‘เตหิ กมฺเมหิ สุกเตหิ, เจตนาปณิธีหิ จ;

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.

‘‘ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ, คิริพฺพชปุรุตฺตเม;

ชาตา เสฏฺฐิกุเล ผีเต, ยทาหํ โยพฺพเน ฐิตา.

‘‘โจรํ วธตฺถํ นียนฺตํ, ทิสฺวา รตฺตา ตหึ อหํ;

ปิตา เม ตํ สหสฺเสน, โมจยิตฺวา วธา ตโต.

‘‘อทาสิ ตสฺส มํ ตาโต, วิทิตฺวาน มนํ มม;

ตสฺสาหมาสึ วิสฏฺฐา, อตีว ทยิตา หิตา.

‘‘โส เม ภูสนโลเภน, พลิมชฺฌาสโย ทิโส;

โจรปฺปปาตํ เนตฺวาน, ปพฺพตํ เจตยี วธํ.

‘‘ตทาหํ ปณมิตฺวาน, สตฺตุกํ สุกตญฺชลี;

รกฺขนฺตี อตฺตโน ปาณํ, อิทํ วจนมพฺรวึ.

‘‘อิทํ สุวณฺณเกยูรํ, มุตฺตา เวฬุริยา พหู;

สพฺพํ หรสฺสุ ภทฺทนฺเต, มญฺจ ทาสีติ สาวย.

‘‘โอโรปยสฺสุ กลฺยาณี, มา พาฬฺหํ ปริเทวสิ;

น จาหํ อภิชานามิ, อหนฺตฺวา ธนมาภตํ.

‘‘ยโต สรามิ อตฺตานํ, ยโต ปตฺโตสฺมิ วิญฺญุตํ;

น จาหํ อภิชานามิ, อญฺญํ ปิยตรํ ตยา.

‘‘เอหิ ตํ อุปคูหิสฺสํ, กตฺวาน ตํ ปทกฺขิณํ;

น จ ทานิ ปุโน อตฺถิ, มม ตุยฺหญฺจ สงฺคโม.

‘‘น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ, ปุริโส โหติ ปณฺฑิโต;

อิตฺถีปิ ปณฺฑิตา โหติ, ตตฺถ ตตฺถ วิจกฺขณา.

‘‘น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ, ปุริโส โหติ ปณฺฑิโต;

อิตฺถีปิ ปณฺฑิตา โหติ, ลหุํ อตฺถวิจินฺติกา.

‘‘ลหุญฺจ วต ขิปฺปญฺจ, นิกฏฺเฐ สมเจตยึ;

มิคํ อุณฺณา ยถา เอวํ, ตทาหํ สตฺตุกํ วธึ.

‘‘โย จ อุปฺปติตํ อตฺถํ, น ขิปฺปมนุพุชฺฌติ;

โส หญฺญเต มนฺทมติ, โจโรว คิริคพฺภเร.

‘‘โย จ อุปฺปติตํ อตฺถํ, ขิปฺปเมว นิโพธติ;

มุจฺจเต สตฺตุสมฺพาธา, ตทาหํ สตฺตุกา ยถา.

‘‘ตทาหํ ปาตยิตฺวาน, คิริทุคฺคมฺหิ สตฺตุกํ;

สนฺติกํ เสตวตฺถานํ, อุเปตฺวา ปพฺพชึ อหํ.

‘‘สณฺฑาเสน จ เกเส เม, ลุญฺจิตฺวา สพฺพโส ตทา;

ปพฺพชิตฺวาน สมยํ, อาจิกฺขึสุ นิรนฺตรํ.

‘‘ตโต ตํ อุคฺคเหตฺวาหํ, นิสีทิตฺวาน เอกิกา;

สมยํ ตํ วิจินฺเตสึ, สุวาโน มานุสํ กรํ.

‘‘ฉินฺนํ คยฺห สมีเป เม, ปาตยิตฺวา อปกฺกมิ;

ทิสฺวา นิมิตฺตมลภึ, หตฺถํ ตํ ปุฬวากุลํ.

‘‘ตโต อุฏฺฐาย สํวิคฺคา, อปุจฺฉึ สหธมฺมิเก;

เต อโวจุํ วิชานนฺติ, ตํ อตฺถํ สกฺยภิกฺขโว.

‘‘สาหํ ตมตฺถํ ปุจฺฉิสฺสํ, อุเปตฺวา พุทฺธสาวเก;

เต มมาทาย คจฺฉึสุ, พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติกํ.

‘‘โส เม ธมฺมมเทเสสิ, ขนฺธายตนธาตุโย;

อสุภานิจฺจทุกฺขาติ, อนตฺตาติ จ นายโก.

‘‘ตสฺส ธมฺมํ สุณิตฺวาหํ, ธมฺมจกฺขุํ วิโสธยึ;

ตโต วิญฺญาตสทฺธมฺมา, ปพฺพชฺชํ อุปสมฺปทํ.

‘‘อายาจิโต ตทา อาห, เอหิ ภทฺเทติ นายโก;

ตทาหํ อุปสมฺปนฺนา, ปริตฺตํ โตยมทฺทสํ.

‘‘ปาทปกฺขาลเนนาหํ, ญตฺวา สอุทยพฺพยํ;

ตถา สพฺเพปิ สงฺขาเร, อีทิสํ จินฺตยึ ตทา.

‘‘ตโต จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม, อนุปาทาย สพฺพโส;

ขิปฺปาภิญฺญานมคฺคํ เม, ตทา ปญฺญาปยี ชิโน.

‘‘อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ, ทิพฺพาย โสตธาตุยา;

ปรจิตฺตานิ ชานามิ, สตฺถุสาสนการิกา.

‘‘ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ, ทิพฺพจกฺขุ วิโสธิตํ;

เขเปตฺวา อาสเว สพฺเพ, วิสุทฺธาสึ สุนิมฺมลา.

‘‘ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ;

โอหิโต ครุโก ภาโร, ภวเนตฺติ สมูหตา.

‘‘ยสฺสตฺถาย ปพฺพชิตา, อคารสฺมานคาริยํ;

โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต, สพฺพสํโยชนกฺขโย.

‘‘อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ, ปฏิภาเน ตเถว จ;

ญาณํ เม วิมลํ สุทฺธํ, พุทฺธเสฏฺฐสฺส สาสเน.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ตาวเทว ปพฺพชฺชํ ยาจิ. สตฺถา ตสฺสา ปพฺพชฺชํ อนุชานิ. สา ภิกฺขุนุปสฺสยํ คนฺตฺวาน ปพฺพชิตฺวา ผลสุเขน นิพฺพานสุเขน จ วีตินาเมนฺตี อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุทานวเสน –

๑๐๗. ‘‘ลูนเกสี ปงฺกธรี, เอกสาฏี ปุเร จรึ;

อวชฺเช วชฺชมตินี, วชฺเช จาวชฺชทสฺสินี.

๑๐๘. ‘‘ทิวาวิหารา นิกฺขมฺม, คิชฺฌกูฏมฺหิ ปพฺพเต;

อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขตํ.

๑๐๙. ‘‘นิหจฺจ ชาณุํ วนฺทิตฺวา, สมฺมุขา อญฺชลึ อกํ;

เอหิ ภทฺเทติ มํ อวจ, สา เม อาสูปสมฺปทา.

๑๑๐. ‘‘จิณฺณา องฺคา จ มคธา, วชฺชี กาสี จ โกสลา;

อนกา ปณฺณาส วสฺสานิ, รฏฺฐปิณฺฑํ อภุญฺชหํ.

๑๑๑. ‘‘ปุญฺญํ วต ปสวิ พหุํ, สปฺปญฺโญ วตายํ อุปาสโก;

โย ภทฺทาย จีวรํ อทาสิ, วิปฺปมุตฺตาย สพฺพคนฺเถหี’’ติ. –

อิมา คาถา อภาสิ.

ตตฺถ ลูนเกสีติ ลูนา ลุญฺจิตา เกสา มยฺหนฺติ ลูนเกสี, นิคณฺเฐสุ ปพฺพชฺชาย ตาลฏฺฐินา ลุญฺจิตเกสา, ตํ สนฺธาย วทติ. ปงฺกธรีติ ทนฺตกฏฺฐสฺส อขาทเนน ทนฺเตสุ มลปงฺกธารณโต ปงฺกธรี. เอกสาฏีติ นิคณฺฐจาริตฺตวเสน เอกสาฏิกา. ปุเร จรินฺติ ปุพฺเพ นิคณฺฐี หุตฺวา เอวํ วิจรึ. อวชฺเช วชฺชมตินีติ นฺหานุจฺฉาทนทนฺตกฏฺฐขาทนาทิเก อนวชฺเช สาวชฺชสญฺญี. วชฺเช จาวชฺชทสฺสินีติ มานมกฺขปลาสวิปลฺลาสาทิเก สาวชฺเช อนวชฺชทิฏฺฐี.

ทิวาวิหารา นิกฺขมฺมาติ อตฺตโน ทิวาวิหารฏฺฐานโต นิกฺขมิตฺวา. อยมฺปิ ฐิตมชฺฌนฺหิกเวลายํ เถเรน สมาคตา ตสฺส ปญฺหสฺส วิสฺสชฺชเนน ธมฺมเทสนาย จ นิหตมานทพฺพา ปสนฺนมานสา หุตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อุปสงฺกมิตุกามาว อตฺตโน วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ทิวาฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา สายนฺหสมเย สตฺถุ สนฺติกํ อุปสงฺกมิตฺวา.

นิหจฺจ ชาณุํ วนฺทิตฺวาติ ชาณุทฺวยํ ปถวิยํ นิหนฺตฺวา ปติฏฺฐเปตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา. สมฺมุขา อญฺชลึ อกนฺติ สตฺถุ สมฺมุขา ทสนขสโมธานสมุชฺชลํ อญฺชลึ อกาสึ. เอหิ, ภทฺเทติ มํ อวจ, สา เม อาสูปสมฺปทาติ ยํ มํ ภควา อรหตฺตํ ปตฺวา ปพฺพชฺชญฺจ อุปสมฺปทญฺจ ยาจิตฺวา ฐิตํ ‘‘เอหิ, ภทฺเท, ภิกฺขุนุปสฺสยํ คนฺตฺวา ภิกฺขุนีนํ สนฺติเก ปพฺพช อุปสมฺปชฺชสฺสู’’ติ อวจ อาณาเปสิ. สา สตฺถุ อาณา มยฺหํ อุปสมฺปทาย การณตฺตา อุปสมฺปทา อาสิ อโหสิ.

จิณฺณาติอาทิกา เทฺว คาถา อญฺญาพฺยากรณคาถา. ตตฺถ จิณฺณา องฺคา จ มคธาติ เย อิเม องฺคา จ มคธา จ วชฺชี จ กาสี จ โกสลา จ ชนปทา ปุพฺเพ สาณาย มยา รฏฺฐปิณฺฑํ ภุญฺชนฺติยา จิณฺณา จริตา, เตสุเยว สตฺถารา สมาคมโต ปฏฺฐาย อนณา นิทฺโทสา อปคตกิเลสา หุตฺวา ปญฺญาส สํวจฺฉรานิ รฏฺฐปิณฺฑํ อภุญฺชึ อหํ.

เยน อภิปฺปสนฺนมานเสน อุปาสเกน อตฺตโน จีวรํ ทินฺนํ, ตสฺส ปุญฺญวิเสสกิตฺตนมุเขน อญฺญํ พฺยากโรนฺตี ‘‘ปุญฺญํ วต ปสวี พหุ’’นฺติ โอสานคาถมาห. สา สุวิญฺเญยฺยาว.

ภทฺทากุณฺฑลเกสาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.