๑๐. ปฏาจาราเถรีคาถาวณฺณนา
นงฺคเลหิ กสํ เขตฺตนฺติอาทิกา ปฏาจาราย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา, เอกทิวสํ สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุนึ วินยธรานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา, อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. สา ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี กสฺสปพุทฺธกาเล กิกิสฺส กาสิรญฺโญ เคเห ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา สตฺตนฺนํ ภคินีนํ อพฺภนฺตรา หุตฺวา วีสติ วสฺสสหสฺสานิ พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปริเวณํ อกาสิ. สา ตโต จุตา เทวโลเก นิพฺพตฺตา, เอกํ พุทฺธนฺตรํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ เสฏฺฐิเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺตา อตฺตโน เคเห เอเกน กมฺมกาเรน สทฺธึ กิเลสสนฺถวํ อกาสิ. ตํ มาตาปิตโร สมชาติกสฺส กุมารสฺส ทาตุํ ทิวสํ สณฺฐเปสุํ. ตํ ญตฺวา สา หตฺถสารํ คเหตฺวา เตน กตสนฺถเวน ปุริเสน สทฺธึ อคฺคทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา เอกสฺมึ คามเก วสนฺตี คพฺภินี อโหสิ. สา ปริปกฺเก คพฺเภ ‘‘กึ อิธ อนาถวาเสน, กุลเคหํ คจฺฉาม, สามี’’ติ วตฺวา ตสฺมึ ‘‘อชฺช คจฺฉาม, เสฺว คจฺฉามา’’ติ กาลกฺเขปํ กโรนฺเต ‘‘นายํ พาโล มํ เนสฺสตี’’ติ ตสฺมึ พหิ คเต เคเห ปฏิสาเมตพฺพํ ปฏิสาเมตฺวา ‘‘กุลฆรํ คตาติ มยฺหํ สามิกสฺส กเถถา’’ติ ปฏิวิสฺสกฆรวาสีนํ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘เอกิกาว กุลฆรํ คมิสฺสามี’’ติ มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. โส อาคนฺตฺวา เคเห ตํ อปสฺสนฺโต ปฏิวิสฺสเก ปุจฺฉิตฺวา ‘‘กุลฆรํ คตา’’ติ สุตฺวา ‘‘มํ นิสฺสาย กุลธีตา อนาถา ชาตา’’ติ ปทานุปทํ คนฺตฺวา สมฺปาปุณิ. ตสฺสา อนฺตรามคฺเค เอว คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสิ. สา ปสุตกาลโต ปฏฺฐาย ปฏิปฺปสฺสทฺธคมนุสฺสุกฺกา สามิกํ คเหตฺวา นิวตฺติ. ทุติยวารมฺปิ คพฺภินี อโหสีติอาทิ สพฺพํ ปุริมนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ.
อยํ ปน วิเสโส – ยทา ตสฺสา อนฺตรามคฺเค กมฺมชวาตา จลึสุ, ตทา มหาอกาลเมโฆ อุทปาทิ. สมนฺตโต วิชฺชุลตาหิ อาทิตฺตํ วิย เมฆถนิเตหิ ภิชฺชมานํ วิย จ อุทกธารานิปาตนิรนฺตรํ นภํ อโหสิ. สา ตํ ทิสฺวา, ‘‘สามิ, เม อโนวสฺสกํ ฐานํ ชานาหี’’ติ อาห. โส อิโต จิโต จ โอโลเกนฺโต เอกํ ติณสญฺฉนฺนํ คุมฺพํ ทิสฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา หตฺถคตาย วาสิยา ตสฺมึ คุมฺเพ ทณฺฑเก ฉินฺทิตุกาโม ติเณหิ สญฺฉาทิตวมฺมิกสีสนฺเต อุฏฺฐิตรุกฺขทณฺฑกํ ฉินฺทิ. ตาวเทว จ นํ ตโต วมฺมิกโต นิกฺขมิตฺวา โฆรวิโส อาสีวิโส ฑํสิ. โส ตตฺเถว ปติตฺวา กาลมกาสิ. สา มหาทุกฺขํ อนุภวนฺตี ตสฺส อาคมนํ โอโลเกนฺตี เทฺวปิ ทารเก วาตวุฏฺฐึ อสหมาเน วิรวนฺเต อุรนฺตเร กตฺวา, ทฺวีหิ ชาณุเกหิ ทฺวีหิ หตฺเถหิ จ ภูมึ อุปฺปีเฬตฺวา ยถาฐิตาว รตฺตึ วีตินาเมตฺวา วิภาตาย รตฺติยา มํสเปสิวณฺณํ เอกํ ปุตฺตํ ปิโลติกจุมฺพฏเก นิปชฺชาเปตฺวา หตฺเถหิ อุเรหิ จ ปริคฺคเหตฺวา, อิตรํ ‘‘เอหิ, ตาต, ปิตา เต อิโต คโต’’ติ วตฺวา สามิเกน คตมคฺเคน คจฺฉนฺตี ตํ วมฺมิกสมีเป กาลงฺกตํ นิสินฺนํ ทิสฺวา ‘‘มํ นิสฺสาย มม สามิโก มโต’’ติ โรทนฺตี ปริเทวนฺตี สกลรตฺตึ เทเวน วุฏฺฐตฺตา ชณฺณุกปฺปมาณํ ถนปฺปมาณํ อุทกํ สวนฺตึ อนฺตรามคฺเค นทึ ปตฺวา, อตฺตโน มนฺทพุทฺธิตาย ทุพฺพลตาย จ ทฺวีหิ ทารเกหิ สทฺธึ อุทกํ โอตริตุํ อวิสหนฺตี เชฏฺฐปุตฺตํ โอริมตีเร ฐเปตฺวา อิตรํ อาทาย ปรตีรํ คนฺตฺวา สาขาภงฺคํ อตฺถริตฺวา ตตฺถ ปิโลติกจุมฺพฏเก นิปชฺชาเปตฺวา ‘‘อิตรสฺส สนฺติกํ คมิสฺสามี’’ติ พาลปุตฺตกํ ปหาตุํ อสกฺโกนฺตี ปุนปฺปุนํ นิวตฺติตฺวา โอโลกยมานา นทึ โอตรติ.
อถสฺสา นทีมชฺฌํ คตกาเล เอโก เสโน ตํ ทารกํ ทิสฺวา ‘‘มํสเปสี’’ติ สญฺญาย อากาสโต ภสฺสิ. สา ตํ ทิสฺวา อุโภ หตฺเถ อุกฺขิปิตฺวา ‘‘สูสู’’ติ ติกฺขตฺตุํ มหาสทฺทํ นิจฺฉาเรสิ. เสโน ทูรภาเวน ตํ อนาทิยนฺโต กุมารํ คเหตฺวา เวหาสํ อุปฺปติ. โอริมตีเร ฐิโต ปุตฺโต อุโภ หตฺเถ อุกฺขิปิตฺวา มหาสทฺทํ นิจฺฉารยมานํ ทิสฺวา ‘‘มํ สนฺธาย วทตี’’ติ สญฺญาย เวเคน อุทเก ปติ. อิติ พาลปุตฺตโก เสเนน, เชฏฺฐปุตฺตโก อุทเกน หโต. สา ‘‘เอโก เม ปุตฺโต เสเนน คหิโต, เอโก อุทเกน วูโฬฺห, ปนฺเถ เม ปติ มโต’’ติ โรทนฺตี ปริเทวนฺตี คจฺฉนฺตี สาวตฺถิโต อาคจฺฉนฺตํ เอกํ ปุริสํ ทิสฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘กตฺถ วาสิโกสิ, ตาตา’’ติ? ‘‘สาวตฺถิวาสิโกมฺหิ, อมฺมา’’ติ. ‘‘สาวตฺถิยํ อสุกวีถิยํ อสุกกุลํ นาม อตฺถิ, ตํ ชานาสิ, ตาตา’’ติ? ‘‘ชานามิ, อมฺม, ตํ ปน มา ปุจฺฉิ, อญฺญํ ปุจฺฉา’’ติ. ‘‘อญฺเญน เม ปโยชนํ นตฺถิ, ตเทว ปุจฺฉามิ, ตาตา’’ติ. ‘‘อมฺม, ตฺวํ อตฺตโน อนาจิกฺขิตุํ น เทสิ, อชฺช เต สพฺพรตฺตึ เทโว วสฺสนฺโต ทิฏฺโฐ’’ติ? ‘‘ทิฏฺโฐ เม, ตาต, มยฺหเมว โส สพฺพรตฺตึ วุฏฺโฐ, ตํ การณํ ปจฺฉา กเถสฺสามิ, เอตสฺมึ ตาว เม เสฏฺฐิเคเห ปวตฺตึ กเถหี’’ติ. ‘‘อมฺม, อชฺช รตฺติยํ เสฏฺฐิ จ ภริยา จ เสฏฺฐิปุตฺโต จาติ ตโยปิ ชเน อวตฺถรมานํ เคหํ ปติ, เต เอกจิตกายํ ฌายนฺติ, สฺวายํ ธูโม ปญฺญายติ, อมฺมา’’ติ. สา ตสฺมึ ขเณ นิวตฺถวตฺถมฺปิ ปตมานํ น สญฺชานิ. โสกุมฺมตฺตตฺตํ ปตฺวา ชาตรูเปเนว –
‘‘อุโภ ปุตฺตา กาลงฺกตา, ปนฺเถ มยฺหํ ปตี มโต;
มาตา ปิตา จ ภาตา จ, เอกจิตมฺหิ ฑยฺหเร’’ติ. (อป. เถรี ๒.๒.๔๙๘) –
วิลปนฺตี ปริพฺภมติ.
ตโต ปฏฺฐาย ตสฺสา นิวาสนมตฺเตนปิ ปเฏน อจรณโต ปติตาจารตฺตา ปฏาจาราเตฺวว สมญฺญา อโหสิ. ตํ ทิสฺวา มนุสฺสา ‘‘คจฺฉ, อุมฺมตฺติเก’’ติ เกจิ กจวรํ มตฺถเก ขิปนฺติ, อญฺเญ ปํสุํ โอกิรนฺติ, อปเร เลฑฺฑุํ ขิปนฺติ. สตฺถา เชตวเน มหาปริสามชฺเฌ นิสีทิตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต ตํ ตถา ปริพฺภมนฺตึ ทิสฺวา ญาณปริปากญฺจ โอโลเกตฺวา ยถา วิหาราภิมุขี อาคจฺฉติ, ตถา อกาสิ. ปริสา ตํ ทิสฺวา ‘‘อิมิสฺสา อุมฺมตฺติกาย อิโต อาคนฺตุํ มาทตฺถา’’ติ อาห. ‘‘ภควา มา นํ วารยิตฺถา’’ติ วตฺวา อวิทูรฏฺฐานํ อาคตกาเล ‘‘สตึ ปฏิลภ ภคินี’’ติ อาห. สา ตาวเทว พุทฺธานุภาเวน สตึ ปฏิลภิตฺวา นิวตฺถวตฺถสฺส ปติตภาวํ สลฺลกฺเขตฺวา หิโรตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา อุกฺกุฏิกํ อุปนิสชฺชาย นิสีทิ. เอโก ปุริโส อุตฺตรสาฏกํ ขิปิ. สา ตํ นิวาเสตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อวสฺสโย เม โหถ, เอกํ เม ปุตฺตํ เสโน คณฺหิ, เอโก อุทเกน วูโฬฺห, ปนฺเถ ปติ มโต, มาตาปิตโร ภาตา จ เคเหน อวตฺถฏา มตา เอกจิตกสฺมึ ฌายนฺตี’’ติ สา โสกการณํ อาจิกฺขิ. สตฺถา ‘‘ปฏาจาเร, มา จินฺตยิ, ตว อวสฺสโย ภวิตุํ สมตฺถสฺเสว สนฺติกํ อาคตาสิ. ยถา หิ ตฺวํ อิทานิ ปุตฺตาทีนํ มรณนิมิตฺตํ อสฺสูนิ ปวตฺเตสิ, เอวํ อนมตคฺเค สํสาเร ปุตฺตาทีนํ มรณเหตุ ปวตฺติตํ อสฺสุ จตุนฺนํ มหาสมุทฺทานํ อุทกโต พหุตร’’นฺติ ทสฺเสนฺโต –
‘‘จตูสุ สมุทฺเทสุ ชลํ ปริตฺตกํ, ตโต พหุํ อสฺสุชลํ อนปฺปกํ;
ทุกฺเขน ผุฏฺฐสฺส นรสฺส โสจนา, กึ การณา อมฺม ตุวํ ปมชฺชสี’’ติ. (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๑๑๒ ปฏาจาราเถรีวตฺถุ) –
คาถํ อภาสิ.
เอวํ สตฺถริ อนมตคฺคปริยายกถํ (สํ. นิ. ๒.๑๒๕-๑๒๖) กเถนฺเต ตสฺสา โสโก ตนุตรภาวํ อคมาสิ. อถ นํ ตนุภูตโสกํ ญตฺวา ‘‘ปฏาจาเร, ปุตฺตาทโย นาม ปรโลกํ คจฺฉนฺตสฺส ตาณํ วา เลณํ วา สรณํ วา ภวิตุํ น สกฺโกนฺตี’’ติ วิชฺชมานาปิ เต น สนฺติ เอว, ตสฺมา ปณฺฑิเตน อตฺตโน สีลํ วิโสเธตฺวา นิพฺพานคามิมคฺโคเยว สาเธตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต –
‘‘น สนฺติ ปุตฺตา ตาณาย, น ปิตา นาปิ พนฺธวา;
อนฺตเกนาธิปนฺนสฺส, นตฺถิ ญาตีสุ ตาณตา.
‘‘เอตมตฺถวสํ ญตฺวา, ปณฺฑิโต สีลสํวุโต;
นิพฺพานคมนํ มคฺคํ, ขิปฺปเมว วิโสธเย’’ติ. (ธ. ป. ๒๘๘-๒๘๙) –
อิมาหิ คาถาหิ ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาวสาเน ปฏาจารา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิตฺวา สตฺถารํ ปพฺพชฺชํ ยาจิ. สตฺถา ตํ ภิกฺขุนีนํ สนฺติกํ เนตฺวา ปพฺพาเชสิ. สา ลทฺธูปสมฺปทา อุปริมคฺคตฺถาย วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺตี เอกทิวสํ ฆเฏน อุทกํ อาทาย ปาเท โธวนฺตี อุทกํ อาสิญฺจิ. ตํ โถกํ ฐานํ คนฺตฺวา ปจฺฉิชฺชิ, ทุติยวารํ อาสิตฺตํ ตโต ทูรํ อคมาสิ, ตติยวารํ อาสิตฺตํ ตโตปิ ทูรตรํ อคมาสิ. สา ตเทว อารมฺมณํ คเหตฺวา ตโย วเย ปริจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘มยา ปฐมํ อาสิตฺตอุทกํ วิย อิเม สตฺตา ปฐมวเยปิ มรนฺติ, ตโต ทูรํ คตํ ทุติยวารํ อาสิตฺตํ อุทกํ วิย มชฺฌิมวเยปิ, ตโต ทูรตรํ คตํ ตติยวารํ อาสิตฺตํ อุทกํ วิย ปจฺฉิมวเยปิ มรนฺติเยวา’’ติ จินฺเตสิ. สตฺถา คนฺธกุฏิยํ นิสินฺโนว โอภาสํ ผริตฺวา ตสฺสา สมฺมุเข ฐตฺวา กเถนฺโต วิย ‘‘เอวเมตํ, ปฏาจาเร, สพฺเพปิเม สตฺตา มรณธมฺมา, ตสฺมา ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ อปสฺสนฺตสฺส วสฺสสตํ ชีวโต ตํ ปสฺสนฺตสฺส เอกาหมฺปิ เอกกฺขณมฺปิ ชีวิตํ เสยฺโย’’ติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต –
‘‘โย จ วสฺสสตํ ชีเว, อปสฺสํ อุทยพฺพยํ;
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, ปสฺสโต อุทยพฺพย’’นฺติ. (ธ. ป. ๑๑๓) –
คาถมาห. คาถาปริโยสาเน ปฏาจารา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถรี ๒.๒.๔๖๘-๕๑๑) –
‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, สพฺพธมฺมาน ปารคู;
อิโต สตสหสฺสมฺหิ, กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก.
‘‘ตทาหํ หํสวติยํ, ชาตา เสฏฺฐิกุเล อหุํ;
นานารตนปชฺโชเต, มหาสุขสมปฺปิตา.
‘‘อุเปตฺวา ตํ มหาวีรํ, อสฺโสสึ ธมฺมเทสนํ;
ตโต ชาตปสาทาหํ, อุเปสึ สรณํ ชินํ.
‘‘ตโต วินยธารีนํ, อคฺคํ วณฺเณสิ นายโก;
ภิกฺขุนึ ลชฺชินึ ตาทึ, กปฺปากปฺปวิสารทํ.
‘‘ตทา มุทิตจิตฺตาหํ, ตํ ฐานมภิกงฺขินี;
นิมนฺเตตฺวา ทสพลํ, สสงฺฆํ โลกนายกํ.
‘‘โภชยิตฺวาน สตฺตาหํ, ททิตฺวาว ติจีวรํ;
นิปจฺจ สิรสา ปาเท, อิทํ วจนมพฺรวึ.
‘‘ยา ตยา วณฺณิตา วีร, อิโต อฏฺฐมเก มุนิ;
ตาทิสาหํ ภวิสฺสามิ, ยทิ สิชฺฌติ นายก.
‘‘ตทา อโวจ มํ สตฺถา, ภทฺเท มา ภายิ อสฺสส;
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน, ลจฺฉเส ตํ มโนรถํ.
‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, โอกฺกากกุลสมฺภโว;
โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาทา, โอรสา ธมฺมนิมฺมิตา;
ปฏาจาราติ นาเมน, เหสฺสติ สตฺถุ สาวิกา.
‘‘ตทาหํ มุทิตา หุตฺวา, ยาวชีวํ ตทา ชินํ;
เมตฺตจิตฺตา ปริจรึ, สสงฺฆํ โลกนายกํ.
‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.
‘‘อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป, พฺรหฺมพนฺธุ มหายโส;
กสฺสโป นาม โคตฺเตน, อุปฺปชฺชิ วทตํ วโร.
‘‘อุปฏฺฐาโก มเหสิสฺส, ตทา อาสิ นริสฺสโร;
กาสิราชา กิกี นาม, พาราณสิปุรุตฺตเม.
‘‘ตสฺสาสึ ตติยา ธีตา, ภิกฺขุนี อิติ วิสฺสุตา;
ธมฺมํ สุตฺวา ชินคฺคสฺส, ปพฺพชฺชํ สมโรจยึ.
‘‘อนุชานิ น โน ตาโต, อคาเรว ตทา มยํ;
วีสวสฺสสหสฺสานิ, วิจริมฺห อตนฺทิตา.
‘‘โกมาริพฺรหฺมจริยํ, ราชกญฺญา สุเขธิตา;
พุทฺโธปฏฺฐานนิรตา, มุทิตา สตฺตธีตโร.
‘‘สมณี สมณคุตฺตา จ, ภิกฺขุนี ภิกฺขุทายิกา;
ธมฺมา เจว สุธมฺมา จ, สตฺตมี สงฺฆทายิกา.
‘‘อหํ อุปฺปลวณฺณา จ, เขมา ภทฺทา จ ภิกฺขุนี;
กิสาโคตมี ธมฺมทินฺนา, วิสาขา โหติ สตฺตมี.
‘‘เตหิ กมฺเมหิ สุกเตหิ, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.
‘‘ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ, ชาตา เสฏฺฐิกุเล อหํ;
สาวตฺถิยํ ปุรวเร, อิทฺเธ ผีเต มหทฺธเน.
‘‘ยทา จ โยพฺพนูเปตา, วิตกฺกวสคา อหํ;
นรํ ชารปตึ ทิสฺวา, เตน สทฺธึ อคจฺฉหํ.
‘‘เอกปุตฺตปสูตาหํ, ทุติโย กุจฺฉิยา มม;
ตทาหํ มาตาปิตโร, โอกฺขามีติ สุนิจฺฉิตา.
‘‘นาโรเจสึ ปตึ มยฺหํ, ตทา ตมฺหิ ปวาสิเต;
เอกิกา นิคฺคตา เคหา, คนฺตุํ สาวตฺถิมุตฺตมํ.
‘‘ตโต เม สามิ อาคนฺตฺวา, สมฺภาเวสิ ปเถ มมํ;
ตทา เม กมฺมชา วาตา, อุปฺปนฺนา อติทารุณา.
‘‘อุฏฺฐิโต จ มหาเมโฆ, ปสูติสมเย มม;
ทพฺพตฺถาย ตทา คนฺตฺวา, สามิ สปฺเปน มาริโต.
‘‘ตทา วิชาตทุกฺเขน, อนาถา กปณา อหํ;
กุนฺนทึ ปูริตํ ทิสฺวา, คจฺฉนฺตี สกุลาลยํ.
‘‘พาลํ อาทาย อตรึ, ปารกูเล จ เอกกํ;
สาเยตฺวา พาลกํ ปุตฺตํ, อิตรํ ตรณายหํ.
‘‘นิวตฺตา อุกฺกุโส หาสิ, ตรุณํ วิลปนฺตกํ;
อิตรญฺจ วหี โสโต, สาหํ โสกสมปฺปิตา.
‘‘สาวตฺถินครํ คนฺตฺวา, อสฺโสสึ สชเน มเต;
ตทา อโวจํ โสกฏฺฏา, มหาโสกสมปฺปิตา.
‘‘อุโภ ปุตฺตา กาลงฺกตา, ปนฺเถ มยฺหํ ปตี มโต;
มาตา ปิตา จ ภาตา จ, เอกจิตมฺหิ ฑยฺหเร.
‘‘ตทา กิสา จ ปณฺฑุ จ, อนาถา ทีนมานสา;
อิโต ตโต ภมนฺตีหํ, อทฺทสํ นรสารถึ.
‘‘ตโต อโวจ มํ สตฺถา, ปุตฺเต มา โสจิ อสฺสส;
อตฺตานํ เต คเวสสฺสุ, กึ นิรตฺถํ วิหญฺญสิ.
‘‘น สนฺติ ปุตฺตา ตาณาย, น ญาตี นาปิ พนฺธวา;
อนฺตเกนาธิปนฺนสฺส, นตฺถิ ญาตีสุ ตาณตา.
‘‘ตํ สุตฺวา มุนิโน วากฺยํ, ปฐมํ ผลมชฺฌคํ;
ปพฺพชิตฺวาน นจิรํ, อรหตฺตมปาปุณึ.
‘‘อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ, ทิพฺพาย โสตธาตุยา;
ปรจิตฺตานิ ชานามิ, สตฺถุสาสนการิกา.
‘‘ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ, ทิพฺพจกฺขุ วิโสธิตํ;
เขเปตฺวา อาสเว สพฺเพ, วิสุทฺธาสึ สุนิมฺมลา.
‘‘ตโตหํ วินยํ สพฺพํ, สนฺติเก สพฺพทสฺสิโน;
อุคฺคหึ สพฺพวิตฺถารํ, พฺยาหริญฺจ ยถาตถํ.
‘‘ชิโน ตสฺมึ คุเณ ตุฏฺโฐ, เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ;
อคฺคา วินยธารีนํ, ปฏาจาราว เอกิกา.
‘‘ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ;
โอหิโต ครุโก ภาโร, ภวเนตฺติ สมูหตา.
‘‘ยสฺสตฺถาย ปพฺพชิตา, อคารสฺมานคาริยํ;
โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต, สพฺพสํโยชนกฺขโย.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา เสกฺขกาเล อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุปริวิเสสสฺส นิพฺพตฺติตาการํ วิภาเวนฺตี อุทานวเสน –
๑๑๒. ‘‘นงฺคเลหิ กสํ เขตฺตํ, พีชานิ ปวปํ ฉมา;
ปุตฺตทารานิ โปเสนฺตา, ธนํ วินฺทนฺติ มาณวา.
๑๑๓. ‘‘กิมหํ สีลสมฺปนฺนา, สตฺถุสาสนการิกา;
นิพฺพานํ นาธิคจฺฉามิ, อกุสีตา อนุทฺธตา.
๑๑๔. ‘‘ปาเท ปกฺขาลยิตฺวาน, อุทเกสุ กโรมหํ;
ปาโททกญฺจ ทิสฺวาน, ถลโต นินฺนมาคตํ.
๑๑๕. ‘‘ตโต จิตฺตํ สมาเธสึ, อสฺสํ ภทฺรํวชานิยํ;
ตโต ทีปํ คเหตฺวาน, วิหารํ ปาวิสึ อหํ;
เสยฺยํ โอโลกยิตฺวาน, มญฺจกมฺหิ อุปาวิสึ.
๑๑๖. ‘‘ตโต สูจึ คเหตฺวาน, วฏฺฏึ โอกสฺสยามหํ;
ปทีปสฺเสว นิพฺพานํ, วิโมกฺโข อหุ เจตโส’’ติ. – อิมา คาถา อภาสิ;
ตตฺถ กสนฺติ กสนฺตา กสิกมฺมํ กโรนฺตา. พหุตฺเถ หิ อิทํ เอกวจนํ. ปวปนฺติ พีชานิ วปนฺตา. ฉมาติ ฉมายํ. ภุมฺมตฺเถ หิ อิทํ ปจฺจตฺตวจนํ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – อิเม มาณวา สตฺตา นงฺคเลหิ ผาเลหิ เขตฺตํ กสนฺตา ยถาธิปฺปายํ เขตฺตภูมิยํ ปุพฺพณฺณาปรณฺณเภทานิ พีชานิ วปนฺตา ตํเหตุ ตํนิมิตฺตํ อตฺตานํ ปุตฺตทาราทีนิ โปเสนฺตา หุตฺวา ธนํ ปฏิลภนฺติ. เอวํ อิมสฺมึ โลเก โยนิโส ปยุตฺโต ปจฺจตฺตปุริสกาโร นาม สผโล สอุทโย.
ตตฺถ กิมหํ สีลสมฺปนฺนา, สตฺถุสาสนการิกา. นิพฺพานํ นาธิคจฺฉามิ, อกุสีตา อนุทฺธตาติ อหํ สุวิสุทฺธสีลา อารทฺธวีริยตาย อกุสีตา อชฺฌตฺตํ สุสมาหิตจิตฺตตาย อนุทฺธตา จ หุตฺวา จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานภาวนาสงฺขาตํ สตฺถุ สาสนํ กโรนฺตี กสฺมา นิพฺพานํ นาธิคจฺฉามิ, อธิคมิสฺสามิ เอวาติ.
เอวํ ปน จินฺเตตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺตี เอกทิวสํ ปาทโธวนอุทเก นิมิตฺตํ คณฺหิ. เตนาห ‘‘ปาเท ปกฺขาลยิตฺวานา’’ติอาทิ. ตสฺสตฺโถ – อหํ ปาเท โธวนฺตี ปาทปกฺขาลนเหตุ ติกฺขตฺตุํ อาสิตฺเตสุ อุทเกสุ ถลโต นินฺนมาคตํ ปาโททกํ ทิสฺวา นิมิตฺตํ กโรมิ.
‘‘ยถา อิทํ อุทกํ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ, เอวํ สตฺตานํ อายุสงฺขารา’’ติ เอวํ อนิจฺจลกฺขณํ, ตทนุสาเรน ทุกฺขลกฺขณํ, อนตฺตลกฺขณญฺจ อุปธาเรตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺตี ตโต จิตฺตํ สมาเธสึ, อสฺสํ ภทฺรํวชานิยนฺติ ยถา อสฺสํ ภทฺรํ อาชานิยํ กุสโล สารถิ สุเขน สาเรติ, เอวํ มยฺหํ จิตฺตํ สุเขเนว สมาเธสึ, วิปสฺสนาสมาธินา สมาหิตํ อกาสึ. เอวํ ปน วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺตี อุตุสปฺปายนิชิคิสาย โอวรกํ ปวิสนฺตี อนฺธการวิธมนตฺถํ ทีปํ คเหตฺวา คพฺภํ ปวิสิตฺวา ทีปํ ฐเปตฺวา มญฺจเก นิสินฺนมตฺตาว ทีปํ วิชฺฌาเปตุํ อคฺคฬสูจิยา ทีปวฏฺฏึ อากฑฺฒึ, ตาวเทว อุตุสปฺปายลาเภน ตสฺสา จิตฺตํ สมาหิตํ อโหสิ, วิปสฺสนาวีถึ โอตริ, มคฺเคน ฆฏฺเฏสิ. ตโต มคฺคปฏิปาฏิยา สพฺพโส อาสวานํ ขโย อโหสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตโต ทีปํ คเหตฺวาน…เป… วิโมกฺโข อหุ เจตโส’’ติ. ตตฺถ เสยฺยํ โอโลกยิตฺวานาติ ทีปาโลเกน เสยฺยํ ปสฺสิตฺวา.
สูจินฺติ อคฺคฬสูจึ. วฏฺฏึ โอกสฺสยามีติ ทีปํ วิชฺฌาเปตุํ เตลาภิมุขํ ทีปวฏฺฏึ อากฑฺเฒมิ. วิโมกฺโขติ กิเลเสหิ วิโมกฺโข. โส ปน ยสฺมา ปรมตฺถโต จิตฺตสฺส สนฺตติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เจตโส’’ติ. ยถา ปน วฏฺฏิเตลาทิเก ปจฺจเย สติ อุปฺปชฺชนารโห ปทีโป ตทภาเว อนุปฺปชฺชนโต นิพฺพุโตติ วุจฺจติ, เอวํ กิเลสาทิปจฺจเย สติ อุปฺปชฺชนารหํ จิตฺตํ ตทภาเว อนุปฺปชฺชนโต วิมุตฺตนฺติ วุจฺจตีติ อาห – ‘‘ปทีปสฺเสว นิพฺพานํ, วิโมกฺโข อหุ เจตโส’’ติ.
ปฏาจาราเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.