๑๑. ตึสมตฺตาเถรีคาถาวณฺณนา
มุสลานิ คเหตฺวานาติอาทิกา ตึสมตฺตานํ เถรีนํ คาถา. ตาปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺติโย อนุกฺกเมน อุปจิตวิโมกฺขสมฺภารา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สกกมฺมสญฺโจทิตา ตตฺถ ตตฺถ กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา ปฏาจาราย เถริยา สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺธา ปพฺพชิตฺวา ปริสุทฺธสีลา วตฺตปฏิวตฺตํ ปริปูเรนฺติโย วิหรนฺติ. อเถกทิวสํ ปฏาจาราเถรี ตาสํ โอวาทํ เทนฺตี –
๑๑๗. ‘‘มุสลานิ คเหตฺวาน, ธญฺญํ โกฏฺเฏนฺติ มาณวา;
ปุตฺตทารานิ โปเสนฺตา, ธนํ วินฺทนฺติ มาณวา.
๑๑๘. ‘‘กโรถ พุทฺธสาสนํ, ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ;
ขิปฺปํ ปาทานิ โธวิตฺวา, เอกมนฺเต นิสีทถ;
เจโตสมถมนุยุตฺตา, กโรถ พุทฺธสาสน’’นฺติ. – อิมา เทฺว คาถา อภาสิ;
ตตฺถายํ สงฺเขปตฺโถ – อิเม สตฺตา ชีวิตเหตุ มุสลานิ คเหตฺวา ปเรสํ ธญฺญํ โกฏฺเฏนฺติ, อุทุกฺขลกมฺมํ กโรนฺติ. อญฺญมฺปิ เอทิสํ นิหีนกมฺมํ กตฺวา ปุตฺตทารํ โปเสนฺตา ยถารหํ ธนมฺปิ สํหรนฺติ. ตํ ปน เนสํ กมฺมํ นิหีนํ คมฺมํ โปถุชฺชนิกํ ทุกฺขํ อนตฺถสญฺหิตญฺจ. ตสฺมา เอทิสํ สํกิเลสิกปปญฺจํ วชฺเชตฺวา กโรถ พุทฺธสาสนํ สิกฺขตฺตยสงฺขาตํ สมฺมาสมฺพุทฺธสาสนํ กโรถ สมฺปาเทถ อตฺตโน สนฺตาเน นิพฺพตฺเตถ. ตตฺถ การณมาห – ‘‘ยํ กตฺวา นานุตปฺปตี’’ติ, ยสฺส กรณเหตุ เอตรหิ อายติญฺจ อนุตาปํ นาปชฺชติ. อิทานิ ตสฺส กรเณ ปุพฺพกิจฺจํ อนุโยควิธิญฺจ ทสฺเสตุํ, ‘‘ขิปฺปํ ปาทานิ โธวิตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยสฺมา อโธวิตปาทสฺส อวิกฺขาลิตมุขสฺส จ นิสชฺชสุขํ อุตุสปฺปายลาโภ จ น โหติ, ปาเท ปน โธวิตฺวา มุขญฺจ วิกฺขาเลตฺวา เอกมนฺเต นิสินฺนสฺส ตทุภยํ ลภติ, ตสฺมา ขิปฺปํ อิมํ ยถาลทฺธํ ขณํ อวิราเธนฺติโย ปาทานิ อตฺตโน ปาเท โธวิตฺวา เอกมนฺเต วิวิตฺเต โอกาเส นิสีทถ นิสชฺชถ. อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ ยตฺถ กตฺถจิ จิตฺตรุจิเก อารมฺมเณ อตฺตโน จิตฺตํ อุปนิพนฺธิตฺวา เจโตสมถมนุยุตฺตา สมาหิเตน จิตฺเตน จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานภาวนาวเสน พุทฺธสฺส ภควโต สาสนํ โอวาทํ อนุสิฏฺฐึ กโรถ สมฺปาเทถาติ.
อถ ตา ภิกฺขุนิโย ตสฺสา เถริยา โอวาเท ฐตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ภาวนาย กมฺมํ กโรนฺติโย ญาณสฺส ปริปากํ คตตฺตา เหตุสมฺปนฺนตาย จ สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา โอวาทคาถาหิ สทฺธึ –
๑๑๙. ‘‘ตสฺสา ตา วจนํ สุตฺวา, ปฏาจาราย สาสนํ;
ปาเท ปกฺขาลยิตฺวาน, เอกมนฺตํ อุปาวิสุํ;
เจโตสมถมนุยุตฺตา, อกํสุ พุทฺธสาสนํ.
๑๒๐. ‘‘รตฺติยา ปุริเม ยาเม, ปุพฺพชาติมนุสฺสรุํ;
รตฺติยา มชฺฌิเม ยาเม, ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธยุํ;
รตฺติยา ปจฺฉิเม ยาเม, ตโมขนฺธํ ปทาลยุํ.
๑๒๑. ‘‘อุฏฺฐาย ปาเท วนฺทึสุ, กตา เต อนุสาสนี;
อินฺทํว เทวา ติทสา, สงฺคาเม อปราชิตํ;
ปุรกฺขตฺวา วิหสฺสาม, เตวิชฺชามฺห อนาสวา’’ติ. –
อิมา คาถา อภาสึสุ.
ตตฺถ ตสฺสา ตา วจนํ สุตฺวา, ปฏาจาราย สาสนนฺติ ตสฺสา ปฏาจาราย เถริยา กิเลสปฏิสตฺตุสาสนฏฺเฐน สาสนภูตํ โอวาทวจนํ, ตา ตึสมตฺตา ภิกฺขุนิโย สุตฺวา ปฏิสฺสุตฺวา สิรสา สมฺปฏิจฺฉิตฺวา.
อุฏฺฐาย ปาเท วนฺทึสุ, กตา เต อนุสาสนีติ ยถาสมฺปฏิจฺฉิตํ ตสฺสา สาสนํ อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กตฺวา ยถาผาสุกฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา ภาเวนฺติโย ภาวนํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา อตฺตนา อธิคตวิเสสํ อาโรเจตุํ นิสินฺนาสนโต อุฏฺฐาย ตสฺสา สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘มหาเถริ ตวานุสาสนี ยถานุสิฏฺฐํ อเมฺหหิ กตา’’ติ วตฺวา ตสฺสา ปาเท ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทึสุ. อินฺทํว เทวา ติทสา, สงฺคาเม อปราชิตนฺติ เทวาสุรสงฺคาเม อปราชิตํ วิชิตาวึ อินฺทํ ตาวตึสา เทวา วิย มหาเถริ, มยํ ตํ ปุรกฺขตฺวา วิหริสฺสาม อญฺญสฺส กตฺตพฺพสฺส อภาวโต. ตสฺมา ‘‘เตวิชฺชามฺห อนาสวา’’ติ อตฺตโน กตญฺญุภาวํ ปเวเทนฺตี อิทเมว ตาสํ อญฺญาพฺยากรณํ อโหสิ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
ตึสมตฺตาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.