๘. โสณาเถรีคาถาวณฺณนา

ทส ปุตฺเต วิชายิตฺวาติอาทิกา โสณาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา เอกทิวสํ สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุนึ อารทฺธวีริยานํ ภิกฺขุนีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา, อธิการกมฺมํ กตฺวา สยมฺปิ ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตฺวา ยาวชีวํ ปุญฺญานิ กตฺวา, ตโต จุตา กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺตา ปติกุลํ คตา ทส ปุตฺตธีตโร ลภิตฺวา พหุปุตฺติกาติ ปญฺญายิตฺถ. สา สามิเก ปพฺพชิเต วยปฺปตฺเต ปุตฺตธีตโร ฆราวาเส ปติฏฺฐาเปตฺวา สพฺพํ ธนํ ปุตฺตานํ วิภชิตฺวา อทาสิ, น กิญฺจิ อตฺตโน ฐเปสิ. ตํ ปุตฺตา จ ธีตโร จ กติปาหเมว อุปฏฺฐหิตฺวา ปริภวํ อกํสุ. สา ‘‘กึ มยฺหํ อิเมหิ ปริภวาย ฆเร วสนฺติยา’’ติ ภิกฺขุนิโย อุปสงฺกมิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. ตํ ภิกฺขุนิโย ปพฺพาเชสุํ. สา ลทฺธูปสมฺปทา ‘‘อหํ มหลฺลิกากาเล ปพฺพชิตฺวา อปฺปมตฺตาย ภวิตพฺพ’’นฺติ ภิกฺขุนีนํ วตฺตปฏิวตฺตํ กโรนฺตี ‘‘สพฺพรตฺตึ สมณธมฺมํ กริสฺสามี’’ติ เหฏฺฐาปาสาเท เอกถมฺภํ หตฺเถน คเหตฺวา ตํ อวิชหมานา สมณธมฺมํ กโรนฺตี จงฺกมมานาปิ ‘‘อนฺธกาเร ฐาเน รุกฺขาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ เม สีสํ ปฏิหญฺเญยฺยา’’ติ รุกฺขํ หตฺเถน คเหตฺวา ตํ อวิชหมานาว สมณธมฺมํ กโรติ. ตโต ปฏฺฐาย สา อารทฺธวีริยตาย ปากฏา อโหสิ. สตฺถา ตสฺสา ญาณปริปากํ ทิสฺวา คนฺธกุฏิยํ นิสินฺโนว โอภาสํ ผริตฺวา สมฺมุเข นิสินฺโน วิย อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา –

‘‘โย จ วสฺสสตํ ชีเว, อปสฺสํ ธมฺมมุตฺตมํ;

เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, ปสฺสโต ธมฺมมุตฺตม’’นฺติ. (ธ. ป. ๑๑๕) –

คาถํ อภาสิ. สา คาถาปริโยสาเน อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถรี ๒.๓.๒๒๐-๒๔๓) –

‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, สพฺพธมฺมาน ปารคู;

อิโต สตสหสฺสมฺหิ, กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก.

‘‘ตทา เสฏฺฐิกุเล ชาตา, สุขิตา ปูชิตา ปิยา;

อุเปตฺวา ตํ มุนิวรํ, อสฺโสสึ มธุรํ วจํ.

‘‘อารทฺธวีริยานคฺคํ, วณฺเณสิ ภิกฺขุนึ ชิโน;

ตํ สุตฺวา มุทิตา หุตฺวา, การํ กตฺวาน สตฺถุโน.

‘‘อภิวาทิย สมฺพุทฺธํ, ฐานํ ตํ ปตฺถยึ ตทา;

อนุโมทิ มหาวีโร, สิชฺฌตํ ปณิธี ตว.

‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, โอกฺกากกุลสมฺภโว;

โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.

‘‘ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาทา, โอรสา ธมฺมนิมฺมิตา;

โสณาติ นาม นาเมน, เหสฺสติ สตฺถุ สาวิกา.

‘‘ตํ สุตฺวา มุทิตา หุตฺวา, ยาวชีวํ ตทา ชินํ;

เมตฺตจิตฺตา ปริจรึ, ปจฺจเยหิ วินายกํ.

‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.

‘‘ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ, ชาตา เสฏฺฐิกุเล อหํ;

สาวตฺถิยํ ปุรวเร, อิทฺเธ ผีเต มหทฺธเน.

‘‘ยทา จ โยพฺพนปฺปตฺตา, คนฺตฺวา ปติกุลํ อหํ;

ทส ปุตฺตานิ อชนึ, สุรูปานิ วิเสสโต.

‘‘สุเขธิตา จ เต สพฺเพ, ชนเนตฺตมโนหรา;

อมิตฺตานมฺปิ รุจิตา, มม ปเคว เต สิยา.

‘‘ตโต มยฺหํ อกามาย, ทสปุตฺตปุรกฺขโต;

ปพฺพชิตฺถ ส เม ภตฺตา, เทวเทวสฺส สาสเน.

‘‘ตเทกิกา วิจินฺเตสึ, ชีวิเตนาลมตฺถุ เม;

จตฺตาย ปติปุตฺเตหิ, วุฑฺฒาย จ วรากิยา.

‘‘อหมฺปิ ตตฺถ คจฺฉิสฺสํ, สมฺปตฺโต ยตฺถ เม ปติ;

เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน, ปพฺพชึ อนคาริยํ.

‘‘ตโต จ มํ ภิกฺขุนิโย, เอกํ ภิกฺขุนุปสฺสเย;

วิหาย คจฺฉุโมวาทํ, ตาเปหิ อุทกํ อิติ.

‘‘ตทา อุทกมาหิตฺวา, โอกิริตฺวาน กุมฺภิยา;

จุลฺเล ฐเปตฺวา อาสีนา, ตโต จิตฺตํ สมาทหึ.

‘‘ขนฺเธ อนิจฺจโต ทิสฺวา, ทุกฺขโต จ อนตฺตโต;

เขเปตฺวา อาสเว สพฺเพ, อรหตฺตมปาปุณึ.

‘‘ตทาคนฺตฺวา ภิกฺขุนิโย, อุโณฺหทกมปุจฺฉิสุํ;

เตโชธาตุมธิฏฺฐาย, ขิปฺปํ สนฺตาปยึ ชลํ.

‘‘วิมฺหิตา ตา ชินวรํ, เอตมตฺถมสาวยุํ;

ตํ สุตฺวา มุทิโต นาโถ, อิมํ คาถํ อภาสถ.

‘‘โย จ วสฺสสตํ ชีเว, กุสีโต หีนวีริโย;

เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, วีริยมารภโต ทฬฺหํ.

‘‘อาราธิโต มหาวีโร, มยา สุปฺปฏิปตฺติยา;

อารทฺธวีริยานคฺคํ, มมาห ส มหามุนิ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อถ นํ ภควา ภิกฺขุนิโย ปฏิปาฏิยา ฐานนฺตเร ฐเปนฺโต อารทฺธวีริยานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ. สา เอกทิวสํ อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุทานวเสน –

๑๐๒. ‘‘ทส ปุตฺเต วิชายิตฺวา, อสฺมึ รูปสมุสฺสเย;

ตโตหํ ทุพฺพลา ชิณฺณา, ภิกฺขุนึ อุปสงฺกมึ.

๑๐๓. ‘‘สา เม ธมฺมมเทเสสิ, ขนฺธายตนธาตุโย;

ตสฺสา ธมฺมํ สุณิตฺวาน, เกเส เฉตฺวาน ปพฺพชึ.

๑๐๔. ‘‘ตสฺสา เม สิกฺขมานาย, ทิพฺพจกฺขุ วิโสธิตํ;

ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ, ยตฺถ เม วุสิตํ ปุเร.

๑๐๕. ‘‘อนิมิตฺตญฺจ ภาเวมิ, เอกคฺคา สุสมาหิตา;

อนนฺตราวิโมกฺขาสึ, อนุปาทาย นิพฺพุตา.

๑๐๖. ‘‘ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา, ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา;

ธิ ตวตฺถุ ชเร ชมฺเม, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ. – อิมา คาถา อภาสิ;

ตตฺถ รูปสมุสฺสเยติ รูปสงฺขาเต สมุสฺสเย. อยญฺหิ รูปสทฺโท ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๖๐) รูปายตเน อาคโต. ‘‘ยํกิญฺจิ รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺน’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๑๘๑) รูปกฺขนฺเธ. ‘‘ปิยรูเป สาตรูเป รชฺชตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๐๙) สภาเว. ‘‘พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๓๘; อ. นิ. ๑.๔๒๗-๔๓๔) กสิณายตเน. ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๓๙; อ. นิ. ๑.๔๓๕-๔๔๒) รูปฌาเน. ‘‘อฏฺฐิญฺจ ปฏิจฺจ นฺหารุญฺจ ปฏิจฺจ มํสญฺจ ปฏิจฺจ จมฺมญฺจ ปฏิจฺจ อากาโส ปริวาริโต รูปนฺเตฺวว สงฺขํ คจฺฉตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๐๖) รูปกาเย. อิธาปิ รูปกาเยว ทฏฺฐพฺโพ. สมุสฺสยสทฺโทปิ อฏฺฐีนํ สรีรสฺส ปริยาโย. ‘‘สตนฺติ สมุสฺสยา’’ติอาทีสุ อฏฺฐิสรีรปริยาเย. ‘‘อาตุรํ อสุจึ ปูตึ, ปสฺส นนฺเท สมุสฺสย’’นฺติอาทีสุ (เถรคา. ๑๙) สรีเร. อิธาปิ สรีเร เอว ทฏฺฐพฺโพ. เตน วุตฺตํ – ‘‘รูปสมุสฺสเย’’ติ, รูปสงฺขาเต สมุสฺสเย สรีเรติ อตฺโถ. ฐตฺวาติ วจนเสโส. อสฺมึ รูปสมุสฺสเยติ หิ อิมสฺมึ รูปสมุสฺสเย ฐตฺวา อิมํ รูปกายํ นิสฺสาย ทส ปุตฺเต วิชายิตฺวาติ โยชนา. ตโตติ ตสฺมา ทสปุตฺตวิชายนเหตุ. สา หิ ปฐมวยํ อติกฺกมิตฺวา ปุตฺตเก วิชายนฺตี อนุกฺกเมน ทุพฺพลสรีรา ชราชิณฺณา จ อโหสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตโตหํ ทุพฺพลา ชิณฺณา’’ติ.

ตสฺสาติ ตโต, ตสฺสาติ วา ตสฺสา สนฺติเก. ปุน ตสฺสาติ กรเณ สามิวจนํ, ตายาติ อตฺโถ. สิกฺขมานายาติ ติสฺโสปิ สิกฺขา สิกฺขมานา.

อนนฺตราวิโมกฺขาสินฺติ อคฺคมคฺคสฺส อนนฺตรา อุปฺปนฺนวิโมกฺขา อาสึ. รูปี รูปานิ ปสฺสตีติอาทโย หิ อฏฺฐปิ วิโมกฺขา อนนฺตรวิโมกฺขา นาม น โหนฺติ. มคฺคานนฺตรํ อนุปฺปตฺตา หิ ผลวิโมกฺขา ผลสมาปตฺติกาเล ปวตฺตมานาปิ ปฐมมคฺคานนฺตรเมว สมุปฺปตฺติโต ตํ อุปาทาย อนนฺตรวิโมกฺขา นาม, ยถา มคฺคสมาธิ อานนฺตริกสมาธีติ วุจฺจติ. อนุปาทาย นิพฺพุตาติ รูปาทีสุ กิญฺจิปิ อคฺคเหตฺวา กิเลสปรินิพฺพาเนน นิพฺพุตา อาสึ.

เอวํ วิชฺชาตฺตยํ วิภาเวตฺวา อรหตฺตผเลน กูฏํ คณฺหนฺตี อุทาเนตฺวา, อิทานิ ชราย จิรกาลํ อุปทฺทุตสรีรํ วิครหนฺตี สห วตฺถุนา ตสฺส สมติกฺกนฺตภาวํ วิภาเวตุํ ‘‘ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา’’ติ โอสานคาถมาห. ตตฺถ ธิ ตวตฺถุ ชเร ชมฺเมติ องฺคานํ สิถิลภาวกรณาทินา ชเร ชมฺเม ลามเก หีเน ตว ตุยฺหํ ธิ อตฺถุ ธิกาโร โหตุ. นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโวติ ตสฺมา ตฺวํ มยา อติกฺกนฺตา อภิภูตาสีติ อธิปฺปาโย.

โสณาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.