๔. สุนฺทรีนนฺทาเถรีคาถาวณฺณนา

อาตุรํ อสุจินฺติอาทิกา สุนฺทรีนนฺทาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา, สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุณนฺตี สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุนึ ฌายินีนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตฺวา กุสลํ อุปจินนฺตี กปฺปสตสหสฺสํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สกฺยราชกุเล นิพฺพตฺติ. นนฺทาติสฺสา นามํ อกํสุ. อปรภาเค รูปสมฺปตฺติยา สุนฺทรีนนฺทา, ชนปทกลฺยาณีติ จ ปญฺญายิตฺถ. สา อมฺหากํ ภควติ สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา อนุปุพฺเพน กปิลวตฺถุํ คนฺตฺวา นนฺทกุมารญฺจ ราหุลกุมารญฺจ ปพฺพาเชตฺวา คเต สุทฺโธทนมหาราเช จ ปรินิพฺพุเต มหาปชาปติโคตมิยา ราหุลมาตาย จ ปพฺพชิตาย จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ เชฏฺฐภาตา จกฺกวตฺติรชฺชํ ปหาย ปพฺพชิตฺวา โลเก อคฺคปุคฺคโล พุทฺโธ ชาโต, ปุตฺโตปิสฺส ราหุลกุมาโร ปพฺพชิ, ภตฺตาปิ เม นนฺทราชา, มาตาปิ มหาปชาปติโคตมี, ภคินีปิ ราหุลมาตา ปพฺพชิตา, อิทานาหํ เคเห กึ กริสฺสามิ, ปพฺพชิสฺสามี’’ติ ภิกฺขุนุปสฺสยํ คนฺตฺวา ญาติสิเนเหน ปพฺพชิ, โน สทฺธาย. ตสฺมา ปพฺพชิตฺวาปิ รูปํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนมทา. ‘‘สตฺถา รูปํ วิวณฺเณติ ครหติ, อเนกปริยาเยน รูเป อาทีนวํ ทสฺเสตี’’ติ พุทฺธุปฏฺฐานํ น คจฺฉตีติอาทิ สพฺพํ เหฏฺฐา อภิรูปนนฺทาย วตฺถุสฺมึ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อยํ ปน วิเสโส – สตฺถารา นิมฺมิตํ อิตฺถิรูปํ อนุกฺกเมน ชราภิภูตํ ทิสฺวา อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต มนสิกโรนฺติยา เถริยา กมฺมฏฺฐานาภิมุขํ จิตฺตํ อโหสิ. ตํ ทิสฺวา สตฺถา ตสฺสา สปฺปายวเสน ธมฺมํ เทเสนฺโต –

๘๒. ‘‘อาตุรํ อสุจึ ปูตึ, ปสฺส นนฺเท สมุสฺสยํ;

อสุภาย จิตฺตํ ภาเวหิ, เอกคฺคํ สุสมาหิตํ.

๘๓. ‘‘ยถา อิทํ ตถา เอตํ, ยถา เอตํ ตถา อิทํ;

ทุคฺคนฺธํ ปูติกํ วาติ, พาลานํ อภินนฺทิตํ.

๘๔. ‘‘เอวเมตํ อเวกฺขนฺตี, รตฺตินฺทิวมตนฺทิตา;

ตโต สกาย ปญฺญาย, อภินิพฺพิชฺฌ ทกฺขิส’’นฺติ. –

อิมา ติสฺโส คาถา อภาสิ.

สา เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ตสฺสา อุปริมคฺคตฺถาย กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขนฺโต ‘‘นนฺเท, อิมสฺมึ สรีเร อปฺปมตฺตโกปิ สาโร นตฺถิ, มํสโลหิตเลปโน ชราทีนํ วาสภูโต, อฏฺฐิปุญฺชมตฺโต เอวาย’’นฺติ ทสฺเสตุํ –

‘‘อฏฺฐินํ นครํ กตํ, มํสโลหิตเลปนํ;

ยตฺถ ชรา จ มจฺจุ จ, มาโน มกฺโข จ โอหิโต’’ติ. (ธ. ป. ๑๕๐) –

ธมฺมปเท อิมํ คาถมาห.

สา เทสนาวสาเน อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถรี ๒.๓.๑๖๖-๒๑๙) –

‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, สพฺพธมฺมาน ปารคู;

อิโต สตสหสฺสมฺหิ, กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก.

‘‘โอวาทโก วิญฺญาปโก, ตารโก สพฺพปาณินํ;

เทสนากุสโล พุทฺโธ, ตาเรสิ ชนตํ พหุํ.

‘‘อนุกมฺปโก การุณิโก, หิเตสี สพฺพปาณินํ;

สมฺปตฺเต ติตฺถิเย สพฺเพ, ปญฺจสีเล ปติฏฺฐปิ.

‘‘เอวํ นิรากุลํ อาสิ, สุญฺญตํ ติตฺถิเยหิ จ;

วิจิตฺตํ อรหนฺเตหิ, วสีภูเตหิ ตาทิภิ.

‘‘รตนานฏฺฐปญฺญาสํ, อุคฺคโตว มหามุนิ;

กญฺจนคฺฆิยสงฺกาโส, พาตฺตึสวรลกฺขโณ.

‘‘วสฺสสตสหสฺสานิ, อายุ วิชฺชติ ตาวเท;

ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส, ตาเรสิ ชนตํ พหุํ.

‘‘ตทาหํ หํสวติยํ, ชาตา เสฏฺฐิกุเล อหุํ;

นานารตนปชฺโชเต, มหาสุขสมปฺปิตา.

‘‘อุเปตฺวา ตํ มหาวีรํ, อสฺโสสึ ธมฺมเทสนํ;

อมตํ ปรมสฺสาทํ, ปรมตฺถนิเวทกํ.

‘‘ตทา นิมนฺตยิตฺวาน, สสงฺฆํ โลกนายกํ;

ทตฺวา ตสฺส มหาทานํ, ปสนฺนา เสหิ ปาณิภิ.

‘‘ฌายินีนํ ภิกฺขุนีนํ, อคฺคฏฺฐานมปตฺถยึ;

นิปจฺจ สิรสา ธีรํ, สสงฺฆํ โลกนายกํ.

‘‘ตทา อทนฺตทมโก, ติโลกสรโณ ปภู;

พฺยากาสิ นรสารถิ, ลจฺฉเส ตํ สุปตฺถิตํ.

‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, โอกฺกากกุลสมฺภโว;

โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.

‘‘ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาทา, โอรสา ธมฺมนิมฺมิตา;

นนฺทาติ นาม นาเมน, เหสฺสติ สตฺถุ สาวิกา.

‘‘ตํ สุตฺวา มุทิตา หุตฺวา, ยาวชีวํ ตทา ชินํ;

เมตฺตจิตฺตา ปริจรึ, ปจฺจเยหิ วินายกํ.

‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.

‘‘ตโต จุตา ยามมคํ, ตโตหํ ตุสิตํ คตา;

ตโต จ นิมฺมานรตึ, วสวตฺติปุรํ ตโต.

‘‘ยตฺถ ยตฺถูปปชฺชามิ, ตสฺส กมฺมสฺส วาหสา;

ตตฺถ ตตฺเถว ราชูนํ, มเหสิตฺตมการยึ.

‘‘ตโต จุตา มนุสฺสตฺเต, ราชานํ จกฺกวตฺตินํ;

มณฺฑลีนญฺจ ราชูนํ, มเหสิตฺตมการยึ.

‘‘สมฺปตฺตึ อนุโภตฺวาน, เทเวสุ มนุเชสุ จ;

สพฺพตฺถ สุขิตา หุตฺวา, เนกกปฺเปสุ สํสรึ.

‘‘ปจฺฉิเม ภเว สมฺปตฺเต, สุรมฺเม กปิลวฺหเย;

รญฺโญ สุทฺโธทนสฺสาหํ, ธีตา อาสึ อนินฺทิตา.

‘‘สิริยา รูปินึ ทิสฺวา, นนฺทิตํ อาสิ ตํ กุลํ;

เตน นนฺทาติ เม นามํ, สุนฺทรํ ปวรํ อหุ.

‘‘ยุวตีนญฺจ สพฺพาสํ, กลฺยาณีติ จ วิสฺสุตา;

ตสฺมิมฺปิ นคเร รมฺเม, ฐเปตฺวา ตํ ยโสธรํ.

‘‘เชฏฺโฐ ภาตา ติโลกคฺโค, ปจฺฉิโม อรหา ตถา;

เอกากินี คหฏฺฐาหํ, มาตรา ปริโจทิตา.

‘‘สากิยมฺหิ กุเล ชาตา, ปุตฺเต พุทฺธานุชา ตุวํ;

นนฺเทนปิ วินา ภูตา, อคาเร กินฺนุ อจฺฉสิ.

‘‘ชราวสานํ โยพฺพญฺญํ, รูปํ อสุจิสมฺมตํ;

โรคนฺตมปิจาโรคฺยํ, ชีวิตํ มรณนฺติกํ.

‘‘อิทมฺปิ เต สุภํ รูปํ, สสีกนฺตํ มโนหรํ;

ภูสนานํ อลงฺการํ, สิริสงฺฆาฏสํนิภํ.

‘‘ปุญฺชิตํ โลกสารํว, นยนานํ รสายนํ;

ปุญฺญานํ กิตฺติชนนํ, อุกฺกากกุลนนฺทนํ.

‘‘น จิเรเนว กาเลน, ชรา สมธิเสสฺสติ;

วิหาย เคหํ การุญฺเญ, จร ธมฺมมนินฺทิเต.

‘‘สุตฺวาหํ มาตุ วจนํ, ปพฺพชึ อนคาริยํ;

เทเหน นตุ จิตฺเตน, รูปโยพฺพนลาฬิตา.

‘‘มหตา จ ปยตฺเตน, ฌานชฺเฌน ปรํ มม;

กาตุญฺจ วทเต มาตา, น จาหํ ตตฺถ อุสฺสุกา.

‘‘ตโต มหาการุณิโก, ทิสฺวา มํ กามลาลสํ;

นิพฺพนฺทนตฺถํ รูปสฺมึ, มม จกฺขุปเถ ชิโน.

‘‘สเกน อานุภาเวน, อิตฺถึ มาเปสิ โสภินึ;

ทสฺสนียํ สุรุจิรํ, มมโตปิ สุรูปินึ.

‘‘ตมหํ วิมฺหิตา ทิสฺวา, อติวิมฺหิตเทหินึ;

จินฺตยึ สผลํ เมติ, เนตฺตลาภญฺจ มานุสํ.

‘‘ตมหํ เอหิ สุภเค, เยนตฺโถ ตํ วเทหิ เม;

กุลํ เต นามโคตฺตญฺจ, วท เม ยทิ เต ปิยํ.

‘‘น วญฺจกาโล สุภเค, อุจฺฉงฺเค มํ นิวาสย;

สีทนฺตีว มมงฺคานิ, ปสุปฺปยมุหุตฺตกํ.

‘‘ตโต สีสํ มมงฺเค สา, กตฺวา สยิ สุโลจนา;

ตสฺสา นลาเฏ ปติตา, ลุทฺธา ปรมทารุณา.

‘‘สห ตสฺสา นิปาเตน, ปิฬกา อุปปชฺชถ;

ปคฺฆรึสุ ปภินฺนา จ, กุณปา ปุพฺพโลหิตา.

‘‘ปภินฺนํ วทนญฺจาปิ, กุณปํ ปูติคนฺธนํ;

อุทฺธุมาตํ วินิลญฺจ, ปุพฺพญฺจาปิ สรีรกํ.

‘‘สา ปเวทิตสพฺพงฺคี, นิสฺสสนฺตี มุหุํ มุหุํ;

เวทยนฺตี สกํ ทุกฺขํ, กรุณํ ปริเทวยิ.

‘‘ทุกฺเขน ทุกฺขิตา โหมิ, ผุสยนฺติ จ เวทนา;

มหาทุกฺเข นิมุคฺคมฺหิ, สรณํ โหหิ เม สขี.

‘‘กุหึ วทนโสตํ เต, กุหึ เต ตุงฺคนาสิกา;

ตมฺพพิมฺพวโรฏฺฐนฺเต, วทนํ เต กุหึ คตํ.

‘‘กุหึ สสีนิภํ วณฺณํ, กมฺพุคีวา กุหึ คตา;

โทฬา โลลาว เต กณฺณา, เววณฺณํ สมุปาคตา.

‘‘มกุฬขารกาการา, กลิกาว ปโยธรา;

ปภินฺนา ปูติกุณปา, ทุฏฺฐคนฺธิตฺตมาคตา.

‘‘เวทิมชฺฌาว สุสฺโสณี, สูนาว นีตกิพฺพิสา;

ชาตา อมชฺฌภริตา, อโห รูปมสสฺสตํ.

‘‘สพฺพํ สรีรสญฺชาตํ, ปูติคนฺธํ ภยานกํ;

สุสานมิว พีภจฺฉํ, รมนฺเต ยตฺถ พาลิสา.

‘‘ตทา มหาการุณิโก, ภาตา เม โลกนายโก;

ทิสฺวา สํวิคฺคจิตฺตํ มํ, อิมา คาถา อภาสถ.

‘‘อาตุรํ กุณปํ ปูตึ, ปสฺส นนฺเท สมุสฺสยํ;

อสุภาย จิตฺตํ ภาเวหิ, เอกคฺคํ สุสมาหิตํ.

‘‘ยถา อิทํ ตถา เอตํ, ยถา เอตํ ตถา อิทํ;

ทุคฺคนฺธํ ปูติกํ วาติ, พาลานํ อภินนฺทิตํ.

‘‘เอวเมตํ อเวกฺขนฺตี, รตฺตินฺทิวมตนฺทิตา;

ตโต สกาย ปญฺญาย, อภินิพฺพิชฺฌ ทกฺขิสํ.

‘‘ตโตหํ อติสํวิคฺคา, สุตฺวา คาถา สุภาสิตา;

ตตฺรฏฺฐิตาวหํ สนฺตี, อรหตฺตมปาปุณึ.

‘‘ยตฺถ ยตฺถ นิสินฺนาหํ, สทา ฌานปรายณา;

ชิโน ตสฺมึ คุเณ ตุฏฺโฐ, เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุทานวเสน ‘‘อาตุรํ อสุจิ’’นฺติอาทินา สตฺถารา เทสิตาหิ ตีหิ คาถาหิ สทฺธึ –

๘๕. ‘‘ตสฺสา เม อปฺปมตฺตาย, วิจินนฺติยา โยนิโส;

ยถาภูตํ อยํ กาโย, ทิฏฺโฐ สนฺตรพาหิโร.

๘๖. ‘‘อถ นิพฺพินฺทหํ กาเย, อชฺฌตฺตญฺจ วิรชฺชหํ;

อปฺปมตฺตา วิสํยุตฺตา, อุปสนฺตามฺหิ นิพฺพุตา’’ติ. –

อิมา เทฺว คาถา อภาสิ.

ตตฺถ เอวเมตํ อเวกฺขนฺตี…เป… ทกฺขิสนฺติ เอตํ อาตุราทิสภาวํ กายํ เอวํ ‘‘ยถา อิทํ ตถา เอต’’นฺติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรน รตฺตินฺทิวํ สพฺพกาลํ อตนฺทิตา หุตฺวา ปรโต โฆสเหตุกํ สุตมยญาณํ มุญฺจิตฺวา, ตโต ตํนิมิตฺตํ อตฺตนิ สมฺภูตตฺตา สกายภาวนามยาย ปญฺญาย ยาถาวโต ฆนวินิพฺโภคกรเณน อภินิพฺพิชฺฌ, กถํ นุ โข ทกฺขิสํ ปสฺสิสฺสนฺติ อาโภคปุเรจาริเกน ปุพฺพภาคญาณจกฺขุนา อเวกฺขนฺตี วิจินนฺตีติ อตฺโถ.

เตนาห ‘‘ตสฺสา เม อปฺปมตฺตายา’’ติอาทิ. ตสฺสตฺโถ – ตสฺสา เม สติอวิปฺปวาเสน อปฺปมตฺตาย โยนิโส อุปาเยน อนิจฺจาทิวเสน วิปสฺสนาปญฺญาย วิจินนฺติยา วีมํสนฺติยา, อยํ ขนฺธปญฺจกสงฺขาโต กาโย สสนฺตานปรสนฺตานวิภาคโต สนฺตรพาหิโร ยถาภูตํ ทิฏฺโฐ.

อถ ตถา ทสฺสนโต ปจฺฉา นิพฺพินฺทหํ กาเย วิปสฺสนาปญฺญาสหิตาย มคฺคปญฺญาย อตฺตภาเว นิพฺพินฺทึ, วิเสสโตว อชฺฌตฺตสนฺตาเน วิรชฺชิ วิราคํ อาปชฺชึ, อหํ ยถาภูตาย อปฺปมาทปฏิปตฺติยา มตฺถกปฺปตฺติยา อปฺปมตฺตา สพฺพโส สํโยชนานํ สมุจฺฉินฺนตฺตา วิสํยุตฺตา อุปสนฺตา จ นิพฺพุตา จ อมฺหีติ.

สุนฺทรีนนฺทาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.