๖. สุกฺกาเถรีคาถาวณฺณนา
กึเม กตา ราชคเหติอาทิกา สุกฺกาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺตี วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล พนฺธุมตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺตา อุปาสิกาหิ สทฺธึ วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺธา ปพฺพชิตฺวา พหุสฺสุตา ธมฺมธรา ปฏิภานวตี อโหสิ. สา ตตฺถ พหูนิ วสฺสสหสฺสานิ พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา ปุถุชฺชนกาลกิริยเมว กตฺวา ตุสิเต นิพฺพตฺติ. ตถา สิขิสฺส ภควโต, เวสฺสภุสฺส ภควโต กาเลติ เอวํ ติณฺณํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ สาสเน สีลํ รกฺขิตฺวา พหุสฺสุตา ธมฺมธรา อโหสิ, ตถา กกุสนฺธสฺส, โกณาคมนสฺส, กสฺสปสฺส จ ภควโต สาสเน ปพฺพชิตฺวา วิสุทฺธสีลา พหุสฺสุตา ธมฺมกถิกา อโหสิ.
เอวํ สา ตตฺถ ตตฺถ พหุํ ปุญฺญํ อุปจินิตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคหนคเร คหปติมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ, สุกฺกาติสฺสา นามํ อโหสิ. สา วิญฺญุตํ ปตฺตา สตฺถุ ราชคหปเวสเน ลทฺธปฺปสาทา อุปาสิกา หุตฺวา อปรภาเค ธมฺมทินฺนาย เถริยา สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา สญฺชาตสํเวคา ตสฺสา เอว สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺตี นจิรสฺเสว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถรี ๒.๔.๑๑๑-๑๔๒) –
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, วิปสฺสี นาม นายโก;
อุปฺปชฺชิ จารุทสฺสโน, สพฺพธมฺมวิปสฺสโก.
‘‘ตทาหํ พนฺธุมติยํ, ชาตา อญฺญตเร กุเล;
ธมฺมํ สุตฺวาน มุนิโน, ปพฺพชึ อนคาริยํ.
‘‘พหุสฺสุตา ธมฺมธรา, ปฏิภานวตี ตถา;
วิจิตฺตกถิกา จาปิ, ชินสาสนการิกา.
‘‘ตทา ธมฺมกถํ กตฺวา, หิตาย ชนตํ พหุํ;
ตโต จุตาหํ ตุสิตํ, อุปปนฺนา ยสสฺสินี.
‘‘เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป, สิขี วิย สิขี ชิโน;
ตปนฺโต ยสสา โลเก, อุปฺปชฺชิ วทตํ วโร.
‘‘ตทาปิ ปพฺพชิตฺวาน, พุทฺธสาสนโกวิทา;
โชเตตฺวา ชินวากฺยานิ, ตโตปิ ติทิวํ คตา.
‘‘เอกตฺตึเสว กปฺปมฺหิ, เวสฺสภู นาม นายโก;
อุปฺปชฺชิตฺถ มหาญาณี, ตทาปิ จ ตเถวหํ.
‘‘ปพฺพชิตฺวา ธมฺมธรา, โชตยึ ชินสาสนํ;
คนฺตฺวา มรุปุรํ รมฺมํ, อนุโภสึ มหาสุขํ.
‘‘อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป, กกุสนฺโธ ชินุตฺตโม;
อุปฺปชฺชิ นรสรโณ, ตทาปิ จ ตเถวหํ.
‘‘ปพฺพชิตฺวา มุนิมตํ, โชตยิตฺวา ยถายุกํ;
ตโต จุตาหํ ติทิวํ, อคํ สภวนํ ยถา.
‘‘อิมสฺมึเยว กปฺปมฺหิ, โกณาคมนนายโก;
อุปฺปชฺชิ โลกสรโณ, อรโณ อมตงฺคโต.
‘‘ตทาปิ ปพฺพชิตฺวาน, สาสเน ตสฺส ตาทิโน;
พหุสฺสุตา ธมฺมธรา, โชตยึ ชินสาสนํ.
‘‘อิมสฺมึเยว กปฺปมฺหิ, กสฺสโป มุนิมุตฺตโม;
อุปฺปชฺชิ โลกสรโณ, อรโณ มรณนฺตคู.
‘‘ตสฺสาปิ นรวีรสฺส, ปพฺพชิตฺวาน สาสเน;
ปริยาปุฏสทฺธมฺมา, ปริปุจฺฉา วิสารทา.
‘‘สุสีลา ลชฺชินี เจว, ตีสุ สิกฺขาสุ โกวิทา;
พหุํ ธมฺมกถํ กตฺวา, ยาวชีวํ มหามุเน.
‘‘เตน กมฺมวิปาเกน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.
‘‘ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ, คิริพฺพชปุรุตฺตเม;
ชาตา เสฏฺฐิกุเล ผีเต, มหารตนสญฺจเย.
‘‘ยทา ภิกฺขุสหสฺเสน, ปริวุโต โลกนายโก;
อุปาคมิ ราชคหํ, สหสฺสกฺเขน วณฺณิโต.
‘‘ทนฺโต ทนฺเตหิ สห ปุราณชฏิเลหิ, วิปฺปมุตฺโต วิปฺปมุตฺเตหิ;
สิงฺคีนิกฺขสวณฺโณ, ราชคหํ ปาวิสิ ภควา.
‘‘ทิสฺวา พุทฺธานุภาวํ ตํ, สุตฺวาว คุณสญฺจยํ;
พุทฺเธ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, ปูชยึ ตํ ยถาพลํ.
‘‘อปเรน จ กาเลน, ธมฺมทินฺนาย สนฺติเก;
อคารา นิกฺขมิตฺวาน, ปพฺพชึ อนคาริยํ.
‘‘เกเสสุ ฉิชฺชมาเนสุ, กิเลเส ฌาปยึ อหํ;
อุคฺคหึ สาสนํ สพฺพํ, ปพฺพชิตฺวา จิเรนหํ.
‘‘ตโต ธมฺมมเทเสสึ, มหาชนสมาคเม;
ธมฺเม เทสิยมานมฺหิ, ธมฺมาภิสมโย อหุ.
‘‘เนกปาณสหสฺสานํ, ตํ วิทิตฺวาติวิมฺหิโต;
อภิปฺปสนฺโน เม ยกฺโข, ภมิตฺวาน คิริพฺพชํ.
‘‘กึเม กตา ราชคเห มนุสฺสา, มธุํ ปีตาว อจฺฉเร;
เย สุกฺกํ น อุปาสนฺติ, เทเสนฺตึ อมตํ ปทํ.
‘‘ตญฺจ อปฺปฏิวานียํ, อเสจนกโมชวํ;
ปิวนฺติ มญฺเญ สปฺปญฺญา, วลาหกมิวทฺธคู.
‘‘อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ, ทิพฺพาย โสตธาตุยา;
เจโตปริยญาณสฺส, วสี โหมิ มหามุเน.
‘‘ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ, ทิพฺพจกฺขุ วิโสธิตํ;
สพฺพาสวปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.
‘‘อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ, ปฏิภาเน ตเถว จ;
ญาณํ มม มหาวีร, อุปฺปนฺนํ ตว สนฺติเก.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ปญฺจสตภิกฺขุนิปริวารา มหาธมฺมกถิกา อโหสิ. สา เอกทิวสํ ราชคเห ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺจา ภิกฺขุนุปสฺสยํ ปวิสิตฺวา สนฺนิสินฺนาย มหติยา ปริสาย มธุภณฺฑํ ปีเฬตฺวา สุมธุรํ ปาเยนฺตี วิย อมเตน อภิสิญฺจนฺตี วิย ธมฺมํ เทเสติ. ปริสา จสฺสา ธมฺมกถํ โอหิตโสตา อวิกฺขิตฺตจิตฺตา สกฺกจฺจํ สุณาติ. ตสฺมึ ขเณ เถริยา จงฺกมนโกฏิยํ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา ธมฺมเทสนาย ปสนฺนา ราชคหํ ปวิสิตฺวา รถิยาย รถิยํ สิงฺฆาฏเกน สิงฺฆาฏกํ วิจริตฺวา ตสฺสา คุณํ วิภาเวนฺตี –
๕๔. ‘‘กึเม กตา ราชคเห มนุสฺสา, มธุํ ปีตาว อจฺฉเร;
เย สุกฺกํ น อุปาสนฺติ, เทเสนฺตึ พุทฺธสาสนํ.
๕๕. ‘‘ตญฺจ อปฺปฏิวานียํ, อเสจนกโมชวํ;
ปิวนฺติ มญฺเญ สปฺปญฺญา, วลาหกมิวทฺธคู’’ติ. –
อิมา เทฺว คาถา อภาสิ.
ตตฺถ กึเม กตา ราชคเห มนุสฺสาติ อิเม ราชคเห มนุสฺสา กึ กตา, กิสฺมึ นาม กิจฺเจ พฺยาวฏา. มธุํ ปีตาว อจฺฉเรติ ยถา ภณฺฑมธุํ คเหตฺวา มธุํ ปีตวนฺโต วิสญฺญิโน หุตฺวา สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺโกนฺติ, เอวํ อิเมปิ ธมฺมสญฺญาย วิสญฺญิโน หุตฺวา มญฺเญ สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺโกนฺติ, เกวลํ อจฺฉนฺติเยวาติ อตฺโถ. เย สุกฺกํ น อุปาสนฺติ, เทเสนฺตึ พุทฺธสาสนนฺติ พุทฺธสฺส ภควโต สาสนํ ยาถาวโต เทเสนฺตึ ปกาเสนฺตึ สุกฺกํ เถรึ เย น อุปาสนฺติ น ปยิรุปาสนฺติ. เต อิเม ราชคเห มนุสฺสา กึ กตาติ โยชนา.
ตญฺจ อปฺปฏิวานียนฺติ ตญฺจ ปน ธมฺมํ อนิวตฺติตภาวาวหํ นิยฺยานิกํ, อภิกฺกนฺตตาย วา ยถา โสตุชนสวนมโนหรภาเวน อนปนียํ, อเสจนกํ อนาสิตฺตกํ ปกติยาว มหารสํ ตโต เอว โอชวนฺตํ. ‘‘โอสธ’’นฺติปิ ปาฬิ. วฏฺฏทุกฺขพฺยาธิติกิจฺฉาย โอสธภูตํ. ปิวนฺติ มญฺเญ สปฺปญฺญา, วลาหกมิวทฺธคูติ วลาหกนฺตรโต นิกฺขนฺตํ อุทกํ นิรุทกกนฺตาเร ปถคา วิย ตํ ธมฺมํ สปฺปญฺญา ปณฺฑิตปุริสา ปิวนฺติ มญฺเญ ปิวนฺตา วิย สุณนฺติ.
มนุสฺสา ตํ สุตฺวา ปสนฺนมานสา เถริยา สนฺติกํ อุปสงฺกมิตฺวา สกฺกจฺจํ ธมฺมํ สุณึสุ. อปรภาเค เถริยา อายุปริโยสาเน ปรินิพฺพานกาเล สาสนสฺส นิยฺยานิกภาววิภาวนตฺถํ อญฺญํ พฺยากโรนฺตี –
๕๖. ‘‘สุกฺกา สุกฺเกหิ ธมฺเมหิ, วีตราคา สมาหิตา;
ธาเรติ อนฺติมํ เทหํ, เชตฺวา มารํ สวาหน’’นฺติ. – อิมํ คาถํ อภาสิ;
ตตฺถ สุกฺกาติ สุกฺกาเถรี อตฺตานเมว ปรํ วิย ทสฺเสติ. สุกฺเกหิ ธมฺเมหีติ สุปริสุทฺเธหิ โลกุตฺตรธมฺเมหิ. วีตราคา สมาหิตาติ อคฺคมคฺเคน สพฺพโส วีตราคา อรหตฺตผลสมาธินา สมาหิตา. เสสํ วุตฺตนยเมว.
สุกฺกาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.