๑. อปราสามาเถรีคาถาวณฺณนา

ติกนิปาเต ปณฺณวีสติวสฺสานีติอาทิกา อปราย สามาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺตี วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล จนฺทภาคาย นทิยา ตีเร กินฺนรโยนิยํ นิพฺพตฺติ. สา ตตฺถ กินฺนเรหิ สทฺธึ กีฬาปสุตา วิจรติ. อเถกทิวสํ สตฺถา ตสฺสา กุสลพีชโรปนตฺถํ ตตฺถ คนฺตฺวา นทีตีเร จงฺกมิ. สา ภควนฺตํ ทิสฺวา หฏฺฐตุฏฺฐา สฬลปุปฺผานิ อาทาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เตหิ ปุปฺเผหิ ภควนฺตํ ปูเชสิ. สา เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โกสมฺพิยํ กุลฆเร นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺตา สามาวติยา สหายิกา หุตฺวา ตสฺสา มตกาเล สํเวคชาตา ปพฺพชิตฺวา ปญฺจวีสติ วสฺสานิ จิตฺตสมาธานํ อลภิตฺวา มหลฺลิกากาเล สุคโตวาทํ ลภิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถรี ๒.๒.๒๒-๒๙) –

‘‘จนฺทภาคานทีตีเร, อโหสึ กินฺนรี ตทา;

อทฺทสาหํ เทวเทวํ, จงฺกมนฺตํ นราสภํ.

‘‘โอจินิตฺวาน สฬลํ, พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ;

อุปสิงฺฆิ มหาวีโร, สฬลํ เทวคนฺธิกํ.

‘‘ปฏิคฺคเหตฺวา สมฺพุทฺโธ, วิปสฺสี โลกนายโก;

อุปสิงฺฆิ มหาวีโร, เปกฺขมานาย เม ตทา.

‘‘อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน, วนฺทิตฺวา ทฺวิปทุตฺตมํ;

สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, ตโต ปพฺพตมารุหึ.

‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุทานวเสน –

๓๙. ‘‘ปณฺณวีสติ วสฺสานิ, ยโต ปพฺพชิตาย เม;

นาภิชานามิ จิตฺตสฺส, สมํ ลทฺธํ กุทาจนํ.

๔๐. ‘‘อลทฺธา เจตโส สนฺตึ, จิตฺเต อวสวตฺตินี;

ตโต สํเวคมาปาทึ, สริตฺวา ชินสาสนํ.

๔๑. ‘‘พหูหิ ทุกฺขธมฺเมหิ, อปฺปมาทรตาย เม;

ตณฺหกฺขโย อนุปฺปตฺโต, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ;

อชฺช เม สตฺตมี รตฺติ, ยโต ตณฺหา วิโสสิตา’’ติ. –

อิมา คาถา อภาสิ.

ตตฺถ จิตฺตสฺส สมนฺติ จิตฺตสฺส วูปสมํ, เจโตสมถมคฺคผลสมาธีติ อตฺโถ.

ตโตติ ตสฺมา จิตฺตวสํ วตฺเตตุํ อสมตฺถภาวโต. สํเวคมาปาทินฺติ สตฺถริ ธรนฺเตปิ ปพฺพชิตกิจฺจํ มตฺถกํ ปาเปตุํ อสกฺโกนฺตี ปจฺฉา กถํ ปาปยิสฺสามีติ สํเวคํ ญาณุตฺราสํ อาปชฺชึ. สริตฺวา ชินสาสนนฺติ กาณกจฺฉโปปมาทิสตฺถุโอวาทํ (สํ. นิ. ๕.๑๑๑๗; ม. นิ. ๓.๒๕๒) อนุสฺสริตฺวา. เสสํ วุตฺตนยเมว.

อปราสามาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.