๖. เมตฺติกาเถรีคาถาวณฺณนา
กิญฺจาปิ โขมฺหิ ทุกฺขิตาติอาทิกา เมตฺติกาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺตี สิทฺธตฺถสฺส ภควโต กาเล คหปติกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา สตฺถุ เจติเย รตเนน ปฏิมณฺฑิตาย เมขลาย ปูชํ อกาสิ. สา เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ. เสสํ อนนฺตเร วุตฺตสทิสํ. อยํ ปน ปฏิภาคกูฏํ อภิรุหิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺตี วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถรี ๒.๑.๒๐-๒๕) –
‘‘สิทฺธตฺถสฺส ภควโต, ถูปการาปิกา อหุํ;
เมขลิกา มยา ทินฺนา, นวกมฺมาย สตฺถุโน.
‘‘นิฏฺฐิเต จ มหาถูเป, เมขลํ ปุนทาสหํ;
โลกนาถสฺส มุนิโน, ปสนฺนา เสหิ ปาณิภิ.
‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ เมขลมทํ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ถูปการสฺสิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุทานวเสน –
๒๙. ‘‘กิญฺจาปิ โขมฺหิ ทุกฺขิตา, ทุพฺพลา คตโยพฺพนา;
ทณฺฑโมลุพฺภ คจฺฉามิ, ปพฺพตํ อภิรูหิย.
๓๐. ‘‘นิกฺขิปิตฺวาน สงฺฆาฏึ, ปตฺตกญฺจ นิกุชฺชิย;
นิสินฺนา จมฺหิ เสลมฺหิ, อถ จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. –
อิมา เทฺว คาถา อภาสิ.
ตตฺถ ทุกฺขิตาติ โรคาภิภเวน ทุกฺขิตา สญฺชาตทุกฺขา ทุกฺขปฺปตฺตา. ทุพฺพลาติ ตาย เจว ทุกฺขปฺปตฺติยา, ชราชิณฺณตาย จ พลวิรหิตา. เตนาห ‘‘คตโยพฺพนา’’ติ, อทฺธคตาติ อตฺโถ.
อถ จิตฺตํ วิมุจฺจิ เมติ เสลมฺหิ ปาสาเณ นิสินฺนา จมฺหิ, อถ ตทนนฺตรํ วีริยสมตาย สมฺมเทว โยชิตตฺตา มคฺคปฏิปาฏิยา สพฺเพหิปิ อาสเวหิ มม จิตฺตํ วิมุจฺจิ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
เมตฺติกาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.