๑. อภิรูปนนฺทาเถรีคาถาวณฺณนา
ทุกนิปาเต อาตุรํ อสุจึ ปูตินฺติอาทิกา อภิรูปนนฺทาย สิกฺขมานาย คาถา. อยํ กิร วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล พนฺธุมตีนคเร คหปติมหาสาลสฺส ธีตา หุตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา สรเณสุ จ สีเลสุ จ ปติฏฺฐิตา สตฺถริ ปรินิพฺพุเต ธาตุเจติยํ รตนปฏิมณฺฑิเตน สุวณฺณจฺฉตฺเตน ปูชํ กตฺวา, กาลงฺกตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ สุคตีสุเยว สํสรนฺตี อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กปิลวตฺถุนคเร เขมกสฺส สกฺกสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺติ. นนฺทาติสฺสา นามํ อโหสิ. สา อตฺตภาวสฺส อติวิย รูปโสภคฺคปฺปตฺติยา อภิรูปา ทสฺสนียา ปาสาทิกา อภิรูปนนฺทาเตฺวว ปญฺญายิตฺถ. ตสฺสา วยปฺปตฺตาย วาเรยฺยทิวเสเยว วรภูโต สกฺยกุมาโร กาลมกาสิ. อถ นํ มาตาปิตโร อกามํ ปพฺพาเชสุํ.
สา ปพฺพชิตฺวาปิ รูปํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนมทา ‘‘สตฺถา รูปํ วิวณฺเณติ ครหติ อเนกปริยาเยน รูเป อาทีนวํ ทสฺเสตี’’ติ พุทฺธุปฏฺฐานํ น คจฺฉติ. ภควา ตสฺสา ญาณปริปากํ ญตฺวา มหาปชาปตึ อาณาเปสิ ‘‘สพฺพาปิ ภิกฺขุนิโย ปฏิปาฏิยา โอวาทํ อาคจฺฉนฺตู’’ติ. สา อตฺตโน วาเร สมฺปตฺเต อญฺญํ เปเสสิ. ภควา ‘‘วาเร สมฺปตฺเต อตฺตนาว อาคนฺตพฺพํ, น อญฺญา เปเสตพฺพา’’ติ อาห. สา สตฺถุ อาณํ ลงฺฆิตุํ อสกฺโกนฺตี ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ พุทฺธุปฏฺฐานํ อคมาสิ. ภควา อิทฺธิยา เอกํ อภิรูปํ อิตฺถิรูปํ มาเปตฺวา ปุน ชราชิณฺณํ ทสฺเสตฺวา สํเวคํ อุปฺปาเทตฺวา –
๑๙. ‘‘อาตุรํ อสุจึ ปูตึ, ปสฺส นนฺเท สมุสฺสยํ;
อสุภาย จิตฺตํ ภาเวหิ, เอกคฺคํ สุสมาหิตํ.
๒๐. ‘‘อนิมิตฺตญฺจ ภาเวหิ, มานานุสยมุชฺชห;
ตโต มานาภิสมยา, อุปสนฺตา จริสฺสสี’’ติ. –
อิมา เทฺว คาถา อภาสิ. ตาสํ อตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺตนโย เอว. คาถาปริโยสาเน อภิรูปนนฺทา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน –
‘‘นคเร พนฺธุมติยา, พนฺธุมา นาม ขตฺติโย;
ตสฺส รญฺโญ อหุํ ภริยา, เอกชฺฌํ จารยามหํ.
‘‘รโหคตา นิสีทิตฺวา, เอวํ จินฺเตสหํ ตทา;
อาทาย คมนียญฺหิ, กุสลํ นตฺถิ เม กตํ.
‘‘มหาภิตาปํ กฏุกํ, โฆรรูปํ สุทารุณํ;
นิรยํ นูน คจฺฉามิ, เอตฺถ เม นตฺถิ สํสโย.
‘‘เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน, ปหํเสตฺวาน มานสํ;
ราชานํ อุปคนฺตฺวาน, อิทํ วจนมพฺรวึ.
‘‘อิตฺถี นาม มยํ เทว, ปุริสานุคตา สทา;
เอกํ เม สมณํ เทหิ, โภชยิสฺสามิ ขตฺติย.
‘‘อทาสิ เม มหาราชา, สมณํ ภาวิตินฺทฺริยํ;
ตสฺส ปตฺตํ คเหตฺวาน, ปรมนฺเนน ปูรยึ.
‘‘ปูรยิตฺวา ปรมนฺนํ, สหสฺสคฺฆนเกนหํ;
วตฺถยุเคน ฉาเทตฺวา, อทาสึ ตุฏฺฐมานสา.
‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.
‘‘สหสฺสํ เทวราชูนํ, มเหสิตฺตมการยึ;
สหสฺสํ จกฺกวตฺตีนํ, มเหสิตฺตมการยึ.
‘‘ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ;
นานาวิธํ พหุํ ปุญฺญํ, ตสฺส กมฺมผลา ตโต.
‘‘อุปฺปลสฺเสว เม วณฺณา, อภิรูปา สุทสฺสนา;
อิตฺถี สพฺพงฺคสมฺปนฺนา, อภิชาตา ชุตินฺธรา.
‘‘ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต, อชายึ สากิเย กุเล;
นารีสหสฺสปาโมกฺขา, สุทฺโธทนสุตสฺสหํ.
‘‘นิพฺพินฺทิตฺวา อคาเรหํ, ปพฺพชึ อนคาริยํ;
สตฺตมึ รตฺตึ สมฺปตฺวา, จตุสจฺจํ อปาปุณึ.
‘‘จีวรปิณฺฑปาตญฺจ, ปจฺจยญฺจ เสนาสนํ;
ปริเมตุํ น สกฺโกมิ, ปิณฺฑปาตสฺสิทํ ผลํ.
‘‘ยํ มยฺหํ ปุริมํ กมฺมํ, กุสลํ ชนิตํ มุนิ;
ตุยฺหตฺถาย มหาวีร, ปริจิณฺณํ พหุํ มยา.
‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ ทานมททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปิณฺฑปาตสฺสิทํ ผลํ.
‘‘ทุเว คตี ปชานามิ, เทวตฺตํ อถ มานุสํ;
อญฺญํ คตึ น ชานามิ, ปิณฺฑปาตสฺสิทํ ผลํ.
‘‘อุจฺเจ กุเล ปชานามิ, ตโย สาเล มหาธเน;
อญฺญํ กุลํ น ชานามิ, ปิณฺฑปาตสฺสิทํ ผลํ.
‘‘ภวาภเว สํสริตฺวา, สุกฺกมูเลน โจทิตา;
อมนาปํ น ปสฺสามิ, โสมนสฺสกตํ ผลํ.
‘‘อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ, ทิพฺพาย โสตธาตุยา;
เจโตปริยญาณสฺส, วสี โหมิ มหามุเน.
‘‘ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ, ทิพฺพจกฺขุ วิโสธิตํ;
สพฺพาสวปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.
‘‘อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ, ปฏิภาเน ตเถว จ;
ญาณํ มม มหาวีร, อุปฺปนฺนํ ตว สนฺติเก.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปตฺวา ปน สา สยมฺปิ อุทานวเสน ตาเยว คาถา อภาสิ, อิทเมว จสฺสา อญฺญาพฺยากรณํ อโหสีติ.
อภิรูปนนฺทาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.