๔. สุนฺทรีเถรีคาถาวณฺณนา

เปตานิ โภติ ปุตฺตานีติอาทิกา สุนฺทริยา เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺตี อิโต เอกตึสกปฺเป เวสฺสภุสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา เอกทิวสํ สตฺถารํ ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานสา ภิกฺขํ ทตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิ. สตฺถา ตสฺสา จิตฺตปฺปสาทํ ญตฺวา อนุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ. สา เตน ปุญฺญกมฺเมน ตาวตึเสสุ นิพฺพตฺติตฺวา ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา ตโต จุตา อปราปรํ สุคตีสุเยว สํสรนฺตี ปริปกฺกญาณา หุตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท พาราณสิยํ สุชาตสฺส นาม พฺราหฺมณสฺส ธีตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตสฺสา รูปสมฺปตฺติยา สุนฺทรีติ นามํ อโหสิ. วยปฺปตฺตกาเล จสฺสา กนิฏฺฐภาตา กาลมกาสิ. อถสฺสา ปิตา ปุตฺตโสเกน อภิภูโต ตตฺถ ตตฺถ วิจรนฺโต วาสิฏฺฐิตฺเถริยา สมาคนฺตฺวา ตํ โสกวิโนทนการณํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘เปตานิ โภติ ปุตฺตานี’’ติอาทิกา เทฺว คาถา อภาสิ. เถรี ตํ โสกาภิภูตํ ญตฺวา โสกํ วิโนเทตุกามา ‘‘พหูนิ ปุตฺตสตานี’’ติอาทิกา เทฺว คาถา วตฺวา อตฺตโน อโสกภาวํ กเถสิ. ตํ สุตฺวา พฺราหฺมโณ ‘‘กถํ ตฺวํ, อยฺเย, เอวํ อโสกา ชาตา’’ติ อาห. ตสฺส เถรี รตนตฺตยคุณํ กเถสิ.

อถ พฺราหฺมโณ ‘‘กุหึ สตฺถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิทานิ มิถิลายํ วิหรตี’’ติ ตํ สุตฺวา ตาวเทว รถํ โยเชตฺวา รเถน มิถิลํ คนฺตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา สมฺโมทนียํ กถํ กตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. ตสฺส สตฺถา ธมฺมํ เทเสสิ. โส ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ฆเฏนฺโต วายมนฺโต ตติเย ทิวเส อรหตฺตํ ปาปุณิ. อถ สารถิ รถํ อาทาย พาราณสึ คนฺตฺวา พฺราหฺมณิยา ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. สุนฺทรี อตฺตโน ปิตุ ปพฺพชิตภาวํ สุตฺวา, ‘‘อมฺม, อหมฺปิ ปพฺพชิสฺสามี’’ติ มาตรํ อาปุจฺฉิ. มาตา ‘‘ยํ อิมสฺมึ เคเห โภคชาตํ, สพฺพํ ตํ ตุยฺหํ สนฺตกํ, ตฺวํ อิมสฺส กุลสฺส ทายาทิกา ปฏิปชฺช, อิมํ สพฺพโภคํ ปริภุญฺช, มา ปพฺพชี’’ติ อาห. สา ‘‘น มยฺหํ โภเคหิ อตฺโถ, ปพฺพชิสฺสาเมวาหํ, อมฺมา’’ติ มาตรํ อนุชานาเปตฺวา มหตึ สมฺปตฺตึ เขฬปิณฺฑํ วิย ฉฑฺเฑตฺวา ปพฺพชิ. ปพฺพชิตฺวา จ สิกฺขมานาเยว หุตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ฆเฏนฺตี วายมนฺตี เหตุสมฺปนฺนตาย ญาณสฺส ปริปากํ คตตฺตา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน –

‘‘ปิณฺฑปาตํ จรนฺตสฺส, เวสฺสภุสฺส มเหสิโน;

กฏจฺฉุภิกฺขมุคฺคยฺห, พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ.

‘‘ปฏิคฺคเหตฺวา สมฺพุทฺโธ, เวสฺสภู โลกนายโก;

วีถิยา สณฺฐิโต สตฺถา, อกา เม อนุโมทนํ.

‘‘กฏจฺฉุภิกฺขํ ทตฺวาน, ตาวตึสํ คมิสฺสสิ;

ฉตฺตึสเทวราชูนํ, มเหสิตฺตํ กริสฺสสิ.

‘‘ปญฺญาสํ จกฺกวตฺตีนํ, มเหสิตฺตํ กริสฺสสิ;

มนสา ปตฺถิตํ สพฺพํ, ปฏิลจฺฉสิ สพฺพทา.

‘‘สมฺปตฺตึ อนุโภตฺวาน, ปพฺพชิสฺสสิ กิญฺจนา;

สพฺพาสเว ปริญฺญาย, นิพฺพายิสฺสสินาสวา.

‘‘อิทํ วตฺวาน สมฺพุทฺโธ, เวสฺสภู โลกนายโก;

นภํ อพฺภุคฺคมี วีโร, หํสราชาว อมฺพเร.

‘‘สุทินฺนํ เม ทานวรํ, สุยิฏฺฐา ยาคสมฺปทา;

กฏจฺฉุภิกฺขํ ทตฺวาน, ปตฺตาหํ อจลํ ปทํ.

‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ ทานมททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ภิกฺขาทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ผลสุเขน นิพฺพานสุเขน จ วิหรนฺตี อปรภาเค ‘‘สตฺถุ ปุรโต สีหนาทํ นทิสฺสามี’’ติ อุปชฺฌายํ อาปุจฺฉิตฺวา พาราณสิโต นิกฺขมิตฺวา สมฺพหุลาหิ ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ อนุกฺกเมน สาวตฺถึ คนฺตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อุปสงฺกมิตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิตา สตฺถารา กตปฏิสนฺถารา สตฺถุ โอรสธีตุภาวาทิวิภาวเนน อญฺญํ พฺยากาสิ. อถสฺสา มาตรํ อาทึ กตฺวา สพฺโพ ญาติคโณ ปริชโน จ ปพฺพชิ. สา อปรภาเค อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปิตรา วุตฺตคาถํ อาทึ กตฺวา อุทานวเสน –

๓๑๓. ‘‘เปตานิ โภติ ปุตฺตานิ, ขาทมานา ตุวํ ปุเร;

ตุวํ ทิวา จ รตฺโต จ, อตีว ปริตปฺปสิ.

๓๑๔. ‘‘สาชฺช สพฺพานิ ขาทิตฺวา, สตปุตฺตานิ พฺราหฺมณี;

วาเสฏฺฐิ เกน วณฺเณน, น พาฬฺหํ ปริตปฺปสิ.

๓๑๕. ‘‘พหูนิ ปุตฺตสตานิ, ญาติสงฺฆสตานิ จ;

ขาทิตานิ อตีตํเส, มม ตุญฺหญฺจ พฺราหฺมณ.

๓๑๖. ‘‘สาหํ นิสฺสรณํ ญตฺวา, ชาติยา มรณสฺส จ;

น โสจามิ น โรทามิ, น จาปิ ปริตปฺปยึ.

๓๑๗. ‘‘อพฺภุตํ วต วาเสฏฺฐิ, วาจํ ภาสสิ เอทิสึ;

กสฺส ตฺวํ ธมฺมมญฺญาย, คิรํ ภาสสิ เอทิสึ.

๓๑๘. ‘‘เอส พฺราหฺมณ สมฺพุทฺโธ, นครํ มิถิลํ ปติ;

สพฺพทุกฺขปฺปหานาย, ธมฺมํ เทเสสิ ปาณินํ.

๓๑๙. ‘‘ตสฺส พฺรเหฺม อรหโต, ธมฺมํ สุตฺวา นิรูปธึ;

ตตฺถ วิญฺญาตสทฺธมฺมา, ปุตฺตโสกํ พฺยปานุทึ.

๓๒๐. ‘‘โส อหมฺปิ คมิสฺสามิ, นครํ มิถิลํ ปติ;

อปฺเปว มํ โส ภควา, สพฺพทุกฺขา ปโมจเย.

๓๒๑. ‘‘อทฺทส พฺราหฺมโณ พุทฺธํ, วิปฺปมุตฺตํ นิรูปธึ;

สฺวสฺส ธมฺมมเทเสสิ, มุนิ ทุกฺขสฺส ปารคู.

๓๒๒. ‘‘ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ, ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ;

อริยํ จฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ, ทุกฺขูปสมคามินํ.

๓๒๓. ‘‘ตตฺถ วิญฺญาตสทฺธมฺโม, ปพฺพชฺชํ สมโรจยิ;

สุชาโต ตีหิ รตฺตีหิ, ติสฺโส วิชฺชา อผสฺสยิ.

๓๒๔. ‘‘เอหิ สารถิ คจฺฉาหิ, รถํ นิยฺยาทยาหิมํ;

อาโรคฺยํ พฺราหฺมณึ วชฺช, ปพฺพชิ ทานิ พฺราหฺมโณ;

สุชาโต ตีหิ รตฺตีหิ, ติสฺโส วิชฺชา อผสฺสยิ.

๓๒๕. ‘‘ตโต จ รถมาทาย, สหสฺสญฺจาปิ สารถิ;

อาโรคฺยํ พฺราหฺมณึโวจ, ‘ปพฺพชิ ทานิ พฺราหฺมโณ;

สุชาโต ตีหิ รตฺตีหิ, ติสฺโส วิชฺชา อผสฺสยิ.

๓๒๖. ‘‘เอตญฺจาหํ อสฺสรถํ, สหสฺสญฺจาปิ สารถิ;

เตวิชฺชํ พฺราหฺมณํ สุตฺวา, ปุณฺณปตฺตํ ททามิ เต.

๓๒๗. ‘‘ตุเยฺหว โหตฺวสฺสรโถ, สหสฺสญฺจาปิ พฺราหฺมณิ;

อหมฺปิ ปพฺพชิสฺสามิ, วรปญฺญสฺส สนฺติเก.

๓๒๘. ‘‘หตฺถี ควสฺสํ มณิกุณฺฑลญฺจ, ผีตญฺจิมํ คหวิภวํ ปหาย;

ปิตา ปพฺพชิโต ตุยฺหํ, ภุญฺช โภคานิ สุนฺทรี;

ตุวํ ทายาทิกา กุเล.

๓๒๙. ‘‘หตฺถี ควสฺสํ มณิกุณฺฑลญฺจ, รมฺมํ จิมํ คหวิภวํ ปหาย;

ปิตา ปพฺพชิโต มยฺหํ, ปุตฺตโสเกน อฏฺฏิโต;

อหมฺปิ ปพฺพชิสฺสามิ, ภาตุโสเกน อฏฺฏิตา.

๓๓๐. ‘‘โส เต อิชฺฌตุ สงฺกปฺโป, ยํ ตฺวํ ปตฺเถสิ สุนฺทรี;

อุตฺติฏฺฐปิณฺโฑ อุญฺโฉ จ, ปํสุกูลญฺจ จีวรํ;

เอตานิ อภิสมฺโภนฺตี, ปรโลเก อนาสวา.

๓๓๑. ‘‘สิกฺขมานาย เม อยฺเย, ทิพฺพจกฺขุ วิโสธิตํ;

ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ, ยตฺถ เม วุสิตํ ปุเร.

๓๓๒. ‘‘ตุวํ นิสฺสาย กลฺยาณิ, เถริ สงฺฆสฺส โสภเน;

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.

๓๓๓. ‘‘อนุชานาหิ เม อยฺเย, อิจฺเฉ สาวตฺถิ คนฺตเว;

สีหนาทํ นทิสฺสามิ, พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก.

๓๓๔. ‘‘ปสฺส สุนฺทริ สตฺถารํ, เหมวณฺณํ หริตฺตจํ;

อทนฺตานํ ทเมตารํ, สมฺพุทฺธมกุโตภยํ.

๓๓๕. ‘‘ปสฺส สุนฺทริมายนฺตึ, วิปฺปมุตฺตํ นิรูปธึ;

วีตราคํ วิสํยุตฺตํ, กตกิจฺจมนาสวํ.

๓๓๖. ‘‘พาราณสิโต นิกฺขมฺม, ตว สนฺติกมาคตา;

สาวิกา เต มหาวีร, ปาเท วนฺทติ สุนฺทรี.

๓๓๗. ‘‘ตุวํ พุทฺโธ ตุวํ สตฺถา, ตุยฺหํ ธีตามฺหิ พฺราหฺมณ;

โอรสา มุขโต ชาตา, กตกิจฺจา อนาสวา.

๓๓๘. ‘‘ตสฺสา เต สฺวาคตํ ภทฺเท, ตโต เต อทุราคตํ;

เอวญฺหิ ทนฺตา อายนฺติ, สตฺถุ ปาทานิ วนฺทิกา;

วีตราคา วิสํยุตฺตา, กตกิจฺจา อนาสวา’’ติ. –

อิมา คาถา ปจฺจุทาหาสิ.

ตตฺถ เปตานีติ มตานิ. โภตีติ ตํ อาลปติ. ปุตฺตานีติ ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ, เปเต ปุตฺเตติ อตฺโถ. เอโก เอว จ ตสฺสา ปุตฺโต มโต, พฺราหฺมโณ ปน ‘‘จิรกาลํ อยํ โสเกน อฏฺฏา หุตฺวา วิจริ, พหู มญฺเญ อิมิสฺสา ปุตฺตา มตา’’ติ เอวํสญฺญี หุตฺวา พหุวจเนนาห. ตถา จ ‘‘สาชฺช สพฺพานิ ขาทิตฺวา สตปุตฺตานี’’ติ. ขาทมานาติ โลกโวหารวเสน ขุํสนวจนเมตํ. โลเก หิ ยสฺสา อิตฺถิยา ชาตชาตา ปุตฺตา มรนฺติ, ตํ ครหนฺตา ‘‘ปุตฺตขาทินี’’ติอาทึ วทนฺติ. อตีวาติ อติวิย ภุสํ. ปริตปฺปสีติ สนฺตปฺปสิ, ปุเรติ โยชนา. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – โภติ วาเสฏฺฐิ, ปุพฺเพ ตฺวํ มตปุตฺตา หุตฺวา โสจนฺตี ปริเทวนฺตี อติวิย โสกาย สมปฺปิตา คามนิคมราชธานิโย อาหิณฺฑสิ.

สาชฺชาติ สา อชฺช, สา ตฺวํ เอตรหีติ อตฺโถ. ‘‘สชฺชา’’ติ วา ปาโฐ. เกน วณฺเณนาติ เกน การเณน.

ขาทิตานีติ เถรีปิ พฺราหฺมเณน วุตฺตปริยาเยเนว วทติ. ขาทิตานิ วา พฺยคฺฆทีปิพิฬาราทิชาติโย สนฺธาเยวมาห. อตีตํเสติ อตีตโกฏฺฐาเส, อติกฺกนฺตภเวสูติ อตฺโถ. มม ตุยฺหญฺจาติ มยา จ ตยา จ.

นิสฺสรณํ ญตฺวา ชาติยา มรณสฺส จาติ ชาติชรามรณานํ นิสฺสรณภูตํ นิพฺพานํ มคฺคญาเณน ปฏิวิชฺฌิตฺวา. น จาปิ ปริตปฺปยินฺติ น จาปิ อุปายาสาสึ, อหํ อุปายาสํ น อาปชฺชินฺติ อตฺโถ.

อพฺภุตํ วตาติ อจฺฉริยํ วต. ตญฺหิ อพฺภุตํ ปุพฺเพ อภูตํ อพฺภุตนฺติ วุจฺจติ. เอทิสินฺติ เอวรูปึ, ‘‘น โสจามิ น โรทามิ, น จาปิ ปริตปฺปยิ’’นฺติ เอวํ โสจนาทีนํ อภาวทีปนึ วาจํ. กสฺส ตฺวํ ธมฺมมญฺญายาติ เกวลํ ยถา เอทิโส ธมฺโม ลทฺธุํ น สกฺกา, ตสฺมา กสฺส นาม สตฺถุโน ธมฺมมญฺญาย คิรํ ภาสสิ เอทิสนฺติ สตฺถารํ สาสนญฺจ ปุจฺฉติ.

นิรูปธินฺติ นิทฺทุกฺขํ. วิญฺญาตสทฺธมฺมาติ ปฏิวิทฺธอริยสจฺจธมฺมา. พฺยปานุทินฺติ นีหรึ ปชหึ.

วิปฺปมุตฺตนฺติ สพฺพโส วิมุตฺตํ, สพฺพกิเลเสหิ สพฺพภเวหิ จ วิสํยุตฺตํ. สฺวสฺสาติ โส สมฺมาสมฺพุทฺโธ อสฺส พฺราหฺมณสฺส.

ตตฺถาติ ตสฺสํ จตุสจฺจธมฺมเทสนายํ.

รถํ นิยฺยาทยาหิมนฺติ อิมํ รถํ พฺราหฺมณิยา นิยฺยาเทหิ.

สหสฺสญฺจาปีติ มคฺคปริพฺพยตฺถํ นีตํ กหาปณสหสฺสญฺจาปิ อาทาย นิยฺยาเทหีติ โยชนา.

อสฺสรถนฺติ อสฺสยุตฺตรถํ. ปุณฺณปตฺตนฺติ ตุฏฺฐิทานํ.

เอวํ พฺราหฺมณิยา ตุฏฺฐิทาเน ทิยฺยมาเน ตํ อสมฺปฏิจฺฉนฺโต สารถิ ‘‘ตุเยฺหว โหตู’’ติ คาถํ วตฺวา สตฺถุ สนฺติกเมว คนฺตฺวา ปพฺพชิ. ปพฺพชิเต ปน สารถิมฺหิ พฺราหฺมณี อตฺตโน ธีตรํ สุนฺทรึ อามนฺเตตฺวา ฆราวาเส นิโยเชนฺตี ‘‘หตฺถี ควสฺส’’นฺติ คาถมาห. ตตฺถ หตฺถีติ หตฺถิโน. ควสฺสนฺติ คาโว จ อสฺสา จ. มณิกุณฺฑลญฺจาติ มณิ จ กุณฺฑลานิ จ. ผีตญฺจิมํ คหวิภวํ ปหายาติ อิมํ หตฺถิอาทิปฺปเภทํ ยถาวุตฺตํ อวุตฺตญฺจ เขตฺตวตฺถุหิรญฺญสุวณฺณาทิเภทํ ผีตํ ปหูตญฺจ คหวิภวํ เคหูปกรณํ อญฺญญฺจ ทาสิทาสาทิกํ สพฺพํ ปหาย ตว ปิตา ปพฺพชิโต. ภุญฺช โภคานิ สุนฺทรีติ สุนฺทริ, ตฺวํ อิเม โภเค ภุญฺชสฺสุ. ตุวํ ทายาทิกา กุเลติ ตุวญฺหิ อิมสฺมึ กุเล ทายชฺชารหาติ.

ตํ สุตฺวา สุนฺทรี อตฺตโน เนกฺขมฺมชฺฌาสยํ ปกาเสนฺตี ‘‘หตฺถีควสฺส’’นฺติอาทิมาห.

อถ นํ มาตา เนกฺขมฺเมเยว นิโยเชนฺตี ‘‘โส เต อิชฺฌตู’’ติอาทินา ทิยฑฺฒคาถมาห. ตตฺถ ยํ ตฺวํ ปตฺเถสิ สุนฺทรีติ สุนฺทริ ตฺวํ อิทานิ ยํ ปตฺเถสิ อากงฺขสิ. โส ตว ปพฺพชฺชาย สงฺกปฺโป ปพฺพชฺชาย ฉนฺโท อิชฺฌตุ อนนฺตราเยน สิชฺฌตุ. อุตฺติฏฺฐปิณฺโฑติ ฆเร ฆเร ปติฏฺฐิตฺวา ลทฺธพฺพภิกฺขาปิณฺโฑ. อุญฺโฉติ ตทตฺถํ ฆรปฏิปาฏิยา อาหิณฺฑนํ อุทฺทิสฺส ฐานญฺจ. เอตานีติ อุตฺติฏฺฐปิณฺฑาทีนิ. อภิสมฺโภนฺตีติ อนิพฺพินฺนรูปา ชงฺฆพลํ นิสฺสาย อภิสมฺภวนฺตี, สาเธนฺตีติ อตฺโถ.

อถ สุนฺทรี ‘‘สาธุ, อมฺมา’’ติ มาตุยา ปฏิสฺสุณิตฺวา นิกฺขมิตฺวา ภิกฺขุนุปสฺสยํ คนฺตฺวา สิกฺขมานาเยว สมานา ติสฺโส วิชฺชา สจฺฉิกตฺวา ‘‘สตฺถุ สนฺติกํ คมิสฺสามี’’ติ อุปชฺฌายํ อาโรเจตฺวา ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ สาวตฺถึ อคมาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘สิกฺขมานาย เม, อยฺเย’’ติอาทิ. ตตฺถ สิกฺขมานาย เมติ สิกฺขมานาย สมานาย มยา. อยฺเยติ อตฺตโน อุปชฺฌายํ อาลปติ.

ตุวํ นิสฺสาย กลฺยาณิ, เถริ สงฺฆสฺส โสภเนติ ภิกฺขุนิสงฺเฆ วุทฺธตรภาเวน ถิรคุณโยเคน จ สงฺฆตฺเถริ โสภเนหิ สีลาทีหิ สมนฺนาคตตฺตา โสภเน กลฺยาณิ กลฺยาณมิตฺเต, อยฺเย, ตํ นิสฺสาย มยา ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ โยชนา.

อิจฺเฉติ อิจฺฉามิ. สาวตฺถิ คนฺตเวติ สาวตฺถึ คนฺตุํ. สีหนาทํ นทิสฺสามีติ อญฺญาพฺยากรณเมว สนฺธายาห.

อถ สุนฺทรี อนุกฺกเมน สาวตฺถึ คนฺตฺวา วิหารํ ปวิสิตฺวา สตฺถารํ ธมฺมาสเน นิสินฺนํ ทิสฺวา อุฬารํ ปีติโสมนสฺสํ ปฏิสํเวทยมานา อตฺตานเมว อาลปนฺตี อาห ‘‘ปสฺส สุนฺทรี’’ติ. เหมวณฺณนฺติ สุวณฺณวณฺณํ. หริตฺตจนฺติ กญฺจนสนฺนิภตฺตจํ. เอตฺถ จ ภควา ปีตวณฺเณน ‘‘สุวณฺณวณฺโณ’’ติ วุจฺจติ. อถ โข สมฺมเทว ฆํสิตฺวา ชาติหิงฺคุลเกน อนุลิมฺปิตฺวา สุปริมชฺชิตกญฺจนาทาสสนฺนิโภติ ทสฺเสตุํ ‘‘เหมวณฺณ’’นฺติ วตฺวา ‘‘หริตฺตจ’’นฺติ วุตฺตํ.

ปสฺส สุนฺทริมายนฺตินฺติ ตํ สุนฺทรินามิกํ มํ ภควา อาคจฺฉนฺติ ปสฺส. ‘‘วิปฺปมุตฺต’’นฺติอาทินา อญฺญํ พฺยากโรนฺตี ปีติวิปฺผารวเสน วทติ.

กุโต ปน อาคตา, กตฺถ จ อาคตา, กีทิสา จายํ สุนฺทรีติ อาสงฺกนฺตานํ อาสงฺกํ นิวตฺเตตุํ ‘‘พาราณสิโต’’ติ คาถํ วตฺวา ตตฺถ ‘‘สาวิกา จา’’ติ วุตฺตมตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘ตุวํ พุทฺโธ’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – อิมสฺมึ สเทวเก โลเก ตุวเมเวโก สพฺพญฺญุพุทฺโธ, ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ ยถารหํ อนุสาสนโต ตุวํ เม สตฺถา, อหญฺจ ขีณาสวพฺราหฺมณี ภควา ตุยฺหํ อุเร วายาม ชนิตาภิชาติตาย โอรสา, มุขโต ปวตฺตธมฺมโฆเสน สาสนสฺส จ มุขภูเตน อริยมคฺเคน ชาตตฺตา มุขโต ชาตา, นิฏฺฐิตปริญฺญาตาทิกรณียตาย กตกิจฺจา, สพฺพโส อาสวานํ เขปิตตฺตา อนาสวาติ.

อถสฺสา สตฺถา อาคมนํ อภินนฺทนฺโต ‘‘ตสฺสา เต สฺวาคต’’นฺติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – ยา ตฺวํ มยา อธิคตํ ธมฺมํ ยาถาวโต อธิคจฺฉิ. ตสฺสา เต, ภทฺเท สุนฺทริ, อิธ มม สนฺติเก อาคตํ อาคมนํ สุอาคตํ. ตโต เอว ตํ อทุราคตํ น ทุราคตํ โหติ. กสฺมา? ยสฺมา เอวญฺหิ ทนฺตา อายนฺตีติ, ยถา ตฺวํ สุนฺทริ, เอวญฺหิ อุตฺตเมน อริยมคฺคทมเถน ทนฺตา ตโต เอว สพฺพธิ วีตราคา, สพฺเพสํ สํโยชนานํ สมุจฺฉินฺนตฺตา วิสํยุตฺตา กตกิจฺจา อนาสวา สตฺถุ ปาทานํ วนฺทิกา อาคจฺฉนฺติ, ตสฺมา ตสฺสา เต สฺวาคตํ อทุราคตนฺติ โยชนา.

สุนฺทรีเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.