๕. สุภากมฺมารธีตุเถรีคาถาวณฺณนา

ทหราหนฺติอาทิกา สุภาย กมฺมารธีตาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺตี อนุกฺกเมน สมฺภาวิตกุสลมูลา อุปจิตวิโมกฺขสมฺภารา สุคตีสุเยว สํสรนฺตี ปริปกฺกญาณา หุตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห อญฺญตรสฺส สุวณฺณการสฺส ธีตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ, รูปสมฺปตฺติโสภาย สุภาติ ตสฺสา นามํ อโหสิ. สา อนุกฺกเมน วิญฺญุตํ ปตฺวา, สตฺถุ ราชคหปฺปเวสเน สตฺถริ สญฺชาตปฺปสาทา เอกทิวสํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. สตฺถา ตสฺสา อินฺทฺริยปริปากํ ทิสฺวา อชฺฌาสยานุรูปํ จตุสจฺจคพฺภธมฺมํ เทเสสิ. สา ตาวเทว สหสฺสนยปฏิมณฺฑิเต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. สา อปรภาเค ฆราวาเส โทสํ ทิสฺวา มหาปชาปติยา โคตมิยา สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ภิกฺขุนิสีเล ปติฏฺฐิตา อุปริมคฺคตฺถาย ภาวนมนุยุญฺชิ. ตํ ญาตกา กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตฺวา กาเมหิ นิมนฺเตนฺตา ปหูตธนํ วิภวชาตญฺจ ทสฺเสตฺวา ปโลเภนฺติ. สา เอกทิวสํ อตฺตโน สนฺติกํ อุปคตานํ ฆราวาเสสุ กาเมสุ จ อาทีนวํ ปกาเสนฺตี ‘‘ทหราห’’นฺติอาทีหิ จตุวีสติยา คาถาหิ ธมฺมํ กเถตฺวา เต นิราเส กตฺวา วิสฺสชฺเชตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺตี อินฺทฺริยานิ ปริโยทเปนฺตี ภาวนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา น จิรสฺเสว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. อรหตฺตํ ปน ปตฺวา –

๓๓๙. ‘‘ทหราหํ สุทฺธวสนา, ยํ ปุเร ธมฺมมสฺสุณึ;

ตสฺสา เม อปฺปมตฺตาย, สจฺจาภิสมโย อหุ.

๓๔๐. ‘‘ตโตหํ สพฺพกาเมสุ, ภุสํ อรติมชฺฌคํ;

สกฺกายสฺมึ ภยํ ทิสฺวา, เนกฺขมฺมเมว ปีหเย.

๓๔๑. ‘‘หิตฺวานหํ ญาติคณํ, ทาสกมฺมกรานิ จ;

คามเขตฺตานิ ผีตานิ, รมณีเย ปโมทิเต.

๓๔๒. ‘‘ปหายหํ ปพฺพชิตา, สาปเตยฺยมนปฺปกํ;

เอวํ สทฺธาย นิกฺขมฺม, สทฺธมฺเม สุปฺปเวทิเต.

๓๔๓. ‘‘เนตํ อสฺส ปติรูปํ, อากิญฺจญฺญญฺหิ ปตฺถเย;

โย ชาตรูปํ รชตํ, ฉฑฺเฑตฺวา ปุนราคเม.

๓๔๔. ‘‘รชตํ ชาตรูปํ วา, น โพธาย น สนฺติยา;

เนตํ สมณสารุปฺปํ, น เอตํ อริยทฺธนํ.

๓๔๕. ‘‘โลภนํ มทนญฺเจตํ, โมหนํ รชวฑฺฒนํ;

สาสงฺกํ พหุอายาสํ, นตฺถิ เจตฺถ ธุวํ ฐิติ.

๓๔๖. ‘‘เอตฺถ รตฺตา ปมตฺตา จ, สํกิลิฏฺฐมนา นรา;

อญฺญมญฺเญน พฺยารุทฺธา, ปุถู กุพฺพนฺติ เมธคํ.

๓๔๗. ‘‘วโธ พนฺโธ ปริเกฺลโส, ชานิ โสกปริทฺทโว;

กาเมสุ อธิปนฺนานํ, ทิสฺสเต พฺยสนํ พหุํ.

๓๔๘. ‘‘ตํ มํ ญาตี อมิตฺตาว, กึ โว กาเมสุ ยุญฺชถ;

ชานาถ มํ ปพฺพชิตํ, กาเมสุ ภยทสฺสินึ.

๓๔๙. ‘‘น หิรญฺญสุวณฺเณน, ปริกฺขียนฺติ อาสวา;

อมิตฺตา วธกา กามา, สปตฺตา สลฺลพนฺธนา.

๓๕๐. ‘‘ตํ มํ ญาตี อมิตฺตาว, กึ โว กาเมสุ ยุญฺชถ;

ชานาถ มํ ปพฺพชิตํ, มุณฺฑํ สงฺฆาฏิปารุตํ.

๓๕๑. ‘‘อุตฺติฏฺฐปิณฺโฑ อุญฺโฉ จ, ปํสุกูลญฺจ จีวรํ;

เอตํ โข มม สารุปฺปํ, อนคารูปนิสฺสโย.

๓๕๒. ‘‘วนฺตา มเหสีหิ กามา, เย ทิพฺพา เย จ มานุสา;

เขมฏฺฐาเน วิมุตฺตา เต, ปตฺตา เต อจลํ สุขํ.

๓๕๓. ‘‘มาหํ กาเมหิ สํคจฺฉึ, เยสุ ตาณํ น วิชฺชติ;

อมิตฺตา วธกา กามา, อคฺคิกฺขนฺธูปมา ทุขา.

๓๕๔. ‘‘ปริปนฺโถ เอส ภโย, สวิฆาโต สกณฺฏโก;

เคโธ สุวิสโม เจโส, มหนฺโต โมหนามุโข.

๓๕๕. ‘‘อุปสคฺโค ภีมรูโป, กามา สปฺปสิรูปมา;

เย พาลา อภินนฺทนฺติ, อนฺธภูตา ปุถุชฺชนา.

๓๕๖. ‘‘กามปงฺเกน สตฺตา หิ, พหู โลเก อวิทฺทสู;

ปริยนฺตํ น ชานนฺติ, ชาติยา มรณสฺส จ.

๓๕๗. ‘‘ทุคฺคติคมนํ มคฺคํ, มนุสฺสา กามเหตุกํ;

พหุํ เว ปฏิปชฺชนฺติ, อตฺตโน โรคมาวหํ.

๓๕๘. ‘‘เอวํ อมิตฺตชนนา, ตาปนา สํกิเลสิกา;

โลกามิสา พนฺธนียา, กามา มรณพนฺธนา.

๓๕๙. ‘‘อุมฺมาทนา อุลฺลปนา, กามา จิตฺตปฺปมาถิโน;

สตฺตานํ สํกิเลสาย, ขิปฺปํ มาเรน โอฑฺฑิตํ.

๓๖๐. ‘‘อนนฺตาทีนวา กามา, พหุทุกฺขา มหาวิสา;

อปฺปสฺสาทา รณกรา, สุกฺกปกฺขวิโสสนา.

๓๖๑. ‘‘สาหํ เอตาทิสํ กตฺวา, พฺยสนํ กามเหตุกํ;

น ตํ ปจฺจาคมิสฺสามิ, นิพฺพานาภิรตา สทา.

๓๖๒. ‘‘รณํ ตริตฺวา กามานํ, สีติภาวาภิกงฺขินี;

อปฺปมตฺตา วิหสฺสามิ, สพฺพสํโยชนกฺขเย.

๓๖๓. ‘‘อโสกํ วิรชํ เขมํ, อริยฏฺฐงฺคิกํ อุชุํ;

ตํ มคฺคํ อนุคจฺฉามิ, เยน ติณฺณา มเหสิโน.

๓๖๔. ‘‘อิมํ ปสฺสถ ธมฺมฏฺฐํ, สุภํ กมฺมารธีตรํ;

อเนชํ อุปสมฺปชฺช, รุกฺขมูลมฺหิ ฌายติ.

๓๖๕. ‘‘อชฺชฏฺฐมี ปพฺพชิตา, สทฺธา สทฺธมฺมโสภนา;

วินีตุปฺปลวณฺณาย, เตวิชฺชา มจฺจุหายินี.

๓๖๖. ‘‘สายํ ภุชิสฺสา อณณา, ภิกฺขุนี ภาวิตินฺทฺริยา;

สพฺพโยควิสํยุตฺตา, กตกิจฺจา อนาสวา.

๓๖๗. ‘‘ตํ สกฺโก เทวสงฺเฆน, อุปสงฺกมฺม อิทฺธิยา;

นมสฺสติ ภูตปติ, สุภํ กมฺมารธีตร’’นฺติ. – อิมา คาถา อภาสิ;

ตตฺถ ทหราหํ สุทฺธวสนา, ยํ ปุเร ธมฺมมสฺสุณินฺติ ยสฺมา อหํ ปุพฺเพ ทหรา ตรุณี เอว สุทฺธวสนา สุทฺธวตฺถนิวตฺถา อลงฺกตปฺปฏิยตฺตา สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ อสฺโสสึ. ตสฺสา เม อปฺปมตฺตาย, สจฺจาภิสมโย อหูติ ยสฺมา จ ตสฺสา เม มยฺหํ ยถาสุตํ ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อปฺปมตฺตาย อุปฏฺฐิตสฺสติยา สีลํ อธิฏฺฐหิตฺวา ภาวนํ อนุยุญฺชนฺติยาว จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ อภิสมโย ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๓๒) ปฏิเวโธ อโหสิ.

ตโตหํ สพฺพกาเมสุ, ภุสํ อรติมชฺฌคนฺติ ตโต เตน การเณน สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมสฺส สุตตฺตา สจฺจานญฺจ อภิสมิตตฺตา มนุสฺเสสุ ทิพฺเพสุ จาติ สพฺเพสุปิ กาเมสุ ภุสํ อติวิย อรตึ อุกฺกณฺฐึ อธิคจฺฉึ. สกฺกายสฺมึ อุปาทานกฺขนฺธปญฺจเก, ภยํ สปฺปฏิภยภาวํ ญาณจกฺขุนา ทิสฺวา, เนกฺขมฺมเมว ปพฺพชฺชํ นิพฺพานเมว, ปีหเย ปิหยามิ ปตฺถยามิ.

ทาสกมฺมกรานิ จาติ ทาเส จ กมฺมกาเร จ, ลิงฺควิปลฺลาเสน เหตํ วุตฺตํ. คามเขตฺตานีติ คาเม จ ปุพฺพณฺณาปรณฺณวิรุหนกฺเขตฺตานิ จ, คามปริยาปนฺนานิ วา เขตฺตานิ. ผีตานีติ สมิทฺธานิ. รมณีเยติ มนุญฺเญ. ปโมทิเตติ ปมุทิเต, โภคกฺขนฺเธ หิตฺวาติ สมฺพนฺโธ. สาปเตยฺยนฺติ สนฺตกํ ธนํ, มณิกนกรชตาทิปริคฺคหวตฺถุํ. อนปฺปกนฺติ มหนฺตํ, ปหายาติ โยชนา. เอวํ สทฺธาย นิกฺขมฺมาติ ‘‘หิตฺวานหํ ญาติคณ’’นฺติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรน มหนฺตํ ญาติปริวฏฺฏํ มหนฺตญฺจ โภคกฺขนฺธํ ปหาย กมฺมกมฺมผลานิ รตนตฺตยญฺจาติ สทฺเธยฺยวตฺถุํ สทฺธาย สทฺทหิตฺวา ฆรโต นิกฺขมฺม, สทฺธมฺเม สุปฺปเวทิเต สมฺมาสมฺพุทฺเธน สุฏฺฐุ ปเวทิเต อริยวินเย อหํ ปพฺพชิตา.

เอวํ ปพฺพชิตาย ปน เนตํ อสฺส ปติรูปํ, ยทิทํ ฉฑฺฑิตานํ กามานํ ปจฺจาคมนํ. อากิญฺจญฺญญฺหิ ปตฺถเยติ อหํ อกิญฺจนภาวํ อปริคฺคหภาวเมว ปตฺถยามิ. โย ชาตรูปรชตํ, ฉฑฺเฑตฺวา ปุนราคเมติ โย ปุคฺคโล สุวณฺณํ รชตํ อญฺญมฺปิ วา กิญฺจิ ธนชาตํ ฉฑฺเฑตฺวา ปุน ตํ คเณฺหยฺย, โส ปณฺฑิตานํ อนฺตเร กถํ สีสํ อุกฺขิเปยฺย?

ยสฺมา รชตํ ชาตรูปํ วา, น โพธาย น สนฺติยา น มคฺคญาณาย น นิพฺพานาย โหตีติ อตฺโถ. เนตํ สมณสารุปฺปนฺติ เอตํ ชาตรูปรชตาทิปริคฺคหวตฺถุ, ตสฺส วา ปริคฺคณฺหนํ สมณานํ สารุปฺปํ น โหติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘น กปฺปติ สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ ชาตรูปรชต’’นฺติอาทิ (จูฬว. ๔๔๖). น เอตํ อริยทฺธนนฺติ เอตํ ยถาวุตฺตปริคฺคหวตฺถุ สทฺธาทิธนํ วิย อริยธมฺมมยมฺปิ ธนํ น โหติ, น อริยภาวาวหโต. เตนาห ‘‘โลภน’’นฺติอาทิ.

ตตฺถ โลภนนฺติ โลภุปฺปาทนํ. มทนนฺติ มทาวหํ. โมหนนฺติ สมฺโมหชนนํ. รชวฑฺฒนนฺติ ราครชาทิสํวฑฺฒนํ. เยน ปริคฺคหิตํ, ตสฺส อาสงฺกาวหตฺตา สห อาสงฺกาย วตฺตตีติ สาสงฺกํ, เยน ปริคฺคหิตํ, ตสฺส ยโต กุโต อาสงฺกาวหนฺติ อตฺโถ. พหุอายาสนฺติ สชฺชนรกฺขณาทิวเสน พหุปริสฺสมํ. นตฺถิ เจตฺถ ธุวํ ฐิตีติ เอตสฺมึ ธเน ธุวภาโว จ ฐิติภาโว จ นตฺถิ, จญฺจลมนวฏฺฐิตเมวาติ อตฺโถ.

เอตฺถ รตฺตา ปมตฺตา จาติ เอตสฺมึ ธเน รตฺตา สญฺชาตราคา ทสกุสลธมฺเมสุ สติยา วิปฺปวาเสน ปมตฺตา. สํกิลิฏฺฐมนา โลภาทิสํกิเลเสน สํกิลิฏฺฐจิตฺตาว นาม โหนฺติ. ตโต จ อญฺญมญฺญมฺหิ พฺยารุทฺธา, ปุถู กุพฺพนฺติ เมธคํ อนฺตมโส มาตาปิ ปุตฺเตน, ปุตฺโตปิ มาตราติ เอวํ อญฺญมญฺญํ ปฏิรุทฺธา หุตฺวา ปุถู สตฺตา เมธคํ กลหํ กโรนฺติ. เตนาห ภควา – ‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, กามเหตุ กามนิทานํ กามาธิกรณํ…เป… มาตาปิ ปุตฺเตน วิวทติ ปุตฺโตปิ มาตรา วิวทตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๑๖๘, ๑๗๘).

วโธติ มรณํ. พนฺโธติ อทฺทุพนฺธนาทิพนฺธนํ. ปริเกฺลโสติ หตฺถจฺเฉทาทิปริกิเลสาปตฺติ. ชานีติ ธนชานิ เจว ปริวารชานิ จ. โสกปริทฺทโวติ โสโก จ ปริเทโว จ. อธิปนฺนานนฺติ อชฺโฌสิตานํ. ทิสฺสเต พฺยสนํ พหุนฺติ ยถาวุตฺตวธพนฺธนาทิเภทํ อวุตฺตญฺจ โทมนสฺสุปายาสาทึ ทิฏฺฐธมฺมิกํ สมฺปรายิกญฺจ พหุํ พหุวิธํ พฺยสนํ อนตฺโถ กาเมสุ ทิสฺสเตว.

ตํ มํ ญาตี อมิตฺตาว, กึ โว กาเมสุ ยุญฺชถาติ ตาทิสํ มํ ยถา กาเมสุ วิรตฺตํ ตุเมฺห ญาตี ญาตกา สมานา อนตฺถกามา อมิตฺตา วิย กึ เกน การเณน กาเมสุ ยุญฺชถ นิโยเชถ. ชานาถ มํ ปพฺพชิตํ, กาเมสุ ภยทสฺสินินฺติ กาเม ภยโต ปสฺสนฺตึ ปพฺพชิตํ มํ อาชานาถ, กึ เอตฺตกํ ตุเมฺหหิ อนญฺญาตนฺติ อธิปฺปาโย.

น หิรญฺญสุวณฺเณน, ปริกฺขียนฺติ อาสวาติ กามาสวาทโย หิรญฺญสุวณฺเณน น กทาจิ ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ, อถ โข เตหิ เอว ปริวฑฺฒนฺเตว. เตนาห – ‘‘อมิตฺตา วธกา กามา, สปตฺตา สลฺลพนฺธนา’’ติ. กามา หิ อหิตาวหตฺตา เมตฺติยา อภาเวน อมิตฺตา, มรณเหตุตาย อุกฺขิตฺตาสิกวธกสทิสตฺตา วธกา, อนุพนฺธิตฺวาปิ อนตฺถาวหนตาย เวรานุพนฺธสปตฺตสทิสตฺตา สปตฺตา, ราคาทีนํ สลฺลานํ พนฺธนโต สลฺลพนฺธนา.

มุณฺฑนฺติ มุณฺฑิตเกสํ. ตตฺถ ตตฺถ นนฺตกานิ คเหตฺวา สงฺฆาฏิจีวรปารุปเนน สงฺฆาฏิปารุตํ.

อุตฺติฏฺฐปิณฺโฑติ วิวฏทฺวาเร ฆเร ฆเร ปติฏฺฐิตฺวา ลภนกปิณฺโฑ. อุญฺโฉติ ตทตฺถํ อุญฺฉาจริยา. อนคารูปนิสฺสโยติ อนคารานํ ปพฺพชิตานํ อุปคนฺตฺวา นิสฺสิตพฺพโต อุปนิสฺสยภูโต ชีวิตปริกฺขาโร. ตญฺหิ นิสฺสาย ปพฺพชิตา ชีวนฺติ.

วนฺตาติ ฉฑฺฑิตา. มเหสีหีติ พุทฺธาทีหิ มเหสีหิ. เขมฏฺฐาเนติ กามโยคาทีหิ อนุปทฺทวฏฺฐานภูเต นิพฺพาเน. เตติ มเหสโย. อจลํ สุขนฺติ นิพฺพานสุขํ ปตฺตา. ตสฺมา ตํ ปตฺเถนฺเตน กามา ปริจฺจชิตพฺพาติ อธิปฺปาโย.

มาหํ กาเมหิ สํคจฺฉินฺติ อหํ กทาจิปิ กาเมหิ น สมาคจฺเฉยฺยํ. กสฺมาติ เจ อาห – ‘‘เยสุ ตาณํ น วิชฺชตี’’ติอาทิ, เยสุ กาเมสุ อุปปริกฺขิยมาเนสุ เอกสฺมิมฺปิ อนตฺถปริตฺตาณํ นาม นตฺถิ. อคฺคิกฺขนฺธูปมา มหาภิตาปฏฺเฐน. ทุขา ทุกฺขมฏฺเฐน.

ปริปนฺโถ เอส ภโย ยทิทํ กามา นาม อวิทิตวิปุลานตฺถาวหตฺตา. สวิฆาโต จิตฺตวิฆาตกรตฺตา. สกณฺฏโก วินิวิชฺฌนตฺตา. เคโธ สุวิสโม เจโสติ คิทฺธิเหตุตาย เคโธ. สุฏฺฐุ วิสโม มหาปลิโพโธ โส. ทุรติกฺกมนฏฺเฐน มหนฺโต. โมหนามุโข มุจฺฉาปตฺติเหตุโต.

อุปสคฺโค ภีมรูโปติ อติภึสนกสภาโว, มหนฺโต เทวตูปสคฺโค วิย อนตฺถกาทิทุกฺขาวหนโต. สปฺปสิรูปมา กามา สปฺปฏิภยฏฺเฐน.

กามปงฺเกน สตฺตาติ กามสงฺขาเตน ปงฺเกน สตฺตา ลคฺคา.

ทุคฺคติคมนํ มคฺคนฺติ นิรยาทิอปายคามินํ มคฺคํ. กามเหตุกนฺติ กาโมปโภคเหตุกํ. พหุนฺติ ปาณาติปาตาทิเภเทน พหุวิธํ. โรคมาวหนฺติ รุชฺชนฏฺเฐน โรคสงฺขาตสฺส ทิฏฺฐธมฺมิกาทิเภทสฺส ทุกฺขสฺส อาวหนกํ.

เอวนฺติ ‘‘อมิตฺตา วธกา’’ติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรน. อมิตฺตชนนาติ อมิตฺตภาวสฺส นิพฺพตฺตนกา. ตาปนาติ สนฺตาปนกา, ตปนียาติ อตฺโถ. สํกิเลสิกาติ สํกิเลสาวหา. โลกามิสาติ โลเก อามิสภูตา. พนฺธนิยาติ พนฺธภูเตหิ สํโยชเนหิ วฑฺฒิตพฺพา, สํโยชนิยาติ อตฺโถ. มรณพนฺธนาติ ภวาทีสุ นิพฺพตฺตินิมิตฺตตาย ปวตฺตการณโต จ มรณวิพนฺธนา.

อุมฺมาทนาติ วิปริณามธมฺมานํ วิโยควเสน โสกุมฺมาทกรา, วฑฺฒิยา วา อุปรูปริมทาวหา. อุลฺลปนาติ ‘‘อโห สุขํ อโห สุข’’นฺติ อุทฺธํ อุทฺธํ ลปาปนกา. ‘‘อุลฺโลลนา’’ติปิ ปาโฐ, ภตฺตปิณฺฑนิมิตฺตํ นงฺคุฏฺฐํ อุลฺโลเลนฺโต สุนโข วิย อามิสเหตุ สตฺเต อุปรูปริลาลนา, ปราภวาวญฺญาตปาปนกาติ อตฺโถ. จิตฺตปฺปมาถิโนติ ปริฬาหุปฺปาทนาทินา สมฺปติ อายติญฺจ จิตฺตสฺส ปมถนสีลา. ‘‘จิตฺตปฺปมทฺทิโน’’ติ วา ปาโฐ, โส เอวตฺโถ. เย ปน ‘‘จิตฺตปฺปมาทิโน’’ติ วทนฺติ, เตสํ จิตฺตสฺส ปมาทาวหาติ อตฺโถ. สํกิเลสายาติ วิพาธนาย อุปตาปนาย วา. ขิปฺปํ มาเรน โอฑฺฑิตนฺติ กามา นาเมเต มาเรน โอฑฺฑิตํ กุมินนฺติ ทฏฺฐพฺพา สตฺตานํ อนตฺถาวหนโต.

อนนฺตาทีนวาติ ‘‘โลภนํ มทนญฺเจต’’นฺติอาทินา, ‘‘อิธ สีตสฺส ปุรกฺขโต อุณฺหสฺส ปุรกฺขโต’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๖๗) จ ทุกฺขกฺขนฺธสุตฺตาทีสุ วุตฺตนเยน อปริยนฺตาทีนวา พหุโทสา. พหุทุกฺขาติ อาปายิกาทิพหุวิธทุกฺขานุพนฺธา. มหาวิสาติ กฏุกาสยฺหผลตาย หลาหลาทิมหาวิสสทิสา. อปฺปสฺสาทาติ สตฺถธาราคตมธุพินฺทุ วิย ปริตฺตสฺสาทา. รณกราติ สาราคาทิสํวฑฺฒกา. สุกฺกปกฺขวิโสสนาติ สตฺตานํ อนวชฺชโกฏฺฐาสสฺส วินาสกา.

สาหนฺติ สา อหํ, เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺธา กาเม ปหาย ปพฺพชิตฺวา ฐิตาติ อตฺโถ. เอตาทิสนฺติ เอวรูปํ วุตฺตปฺปการํ. กตฺวาติ อิติ กตฺวา, ยถาวุตฺตการเณนาติ อตฺโถ. น ตํ ปจฺจาคมิสฺสามีติ ตํ มยา ปุพฺเพ วนฺตกาเม ปุน น ปริภุญฺชิสฺสามิ. นิพฺพานาภิรตา สทาติ ยสฺมา ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย สพฺพกาลํ นิพฺพานาภิรตา, ตสฺมา น ตํ ปจฺจาคมิสฺสามีติ โยชนา.

รณํ ตริตฺวา กามานนฺติ กามานํ รณํ ตริตฺวา, ตญฺจ มยา กาตพฺพํ อริยมคฺคสํปหารํ กตฺวา. สีติภาวาภิกงฺขินีติ สพฺพกิเลสทรถปริฬาหวูปสเมน สีติภาวสงฺขาตํ อรหตฺตํ อภิกงฺขนฺตี. สพฺพสํโยชนกฺขเยติ สพฺเพสํ สํโยชนานํ ขยภูเต นิพฺพาเน อภิรตา.

เยน ติณฺณา มเหสิโนติ เยน อริยมคฺเคน พุทฺธาทโย มเหสิโน สํสารมโหฆํ ติณฺณา, อหมฺปิ เตหิ คตมคฺคํ อนุคจฺฉามิ, สีลาทิปฏิปตฺติยา อนุปาปุณามีติ อตฺโถ.

ธมฺมฏฺฐนฺติ อริยผลธมฺเม ฐิตํ. อเนชนฺติ ปฏิปฺปสฺสทฺธ เอชตาย อเนชนฺติ ลทฺธนามํ อคฺคผลํ. อุปสมฺปชฺชาติ สมฺปาเทตฺวา อคฺคมคฺคาธิคเมน อธิคนฺตฺวา. ฌายตีติ ตเมว ผลชฺฌานํ อุปนิชฺฌายติ.

อชฺชฏฺฐมี ปพฺพชิตาติ ปพฺพชิตา หุตฺวา ปพฺพชิตโต ปฏฺฐาย อชฺช อฏฺฐมทิวโส, อิโต อตีเต อฏฺฐมิยํ ปพฺพชิตาติ อตฺโถ. สทฺธาติ สทฺธาสมฺปนฺนา. สทฺธมฺมโสภนาติ สทฺธมฺมาธิคเมน โสภนา.

ภุชิสฺสาติ ทาสภาวสทิสานํ กิเลสานํ ปหาเนน ภุชิสฺสา. กามจฺฉนฺทาทิอิณาปคเมน อณณา.

อิมา กิร ติสฺโส คาถา ปพฺพชิตฺวา อฏฺฐเม ทิวเส อรหตฺตํ ปตฺวา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา นิสินฺนํ เถรึ ภิกฺขูนํ ทสฺเสตฺวา ปสํสนฺเตน ภควตา วุตฺตา.

อถ สกฺโก เทวานมินฺโท ตํ ปวตฺตึ ทิพฺเพน จกฺขุนา ทิสฺวา ‘‘เอวํ สตฺถารา ปสํสียมานา อยํ เถรี ยสฺมา เทเวหิ จ ปยิรุปาสิตพฺพา’’ติ ตาวเทว ตาวตึเสหิ เทเวหิ สทฺธึ อุปสงฺกมิตฺวา อภิวาเทตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐาสิ. ตํ สนฺธาย สงฺคีติกาเรหิ วุตฺตํ –

‘‘ตํ สกฺโก เทวสงฺเฆน, อุปสงฺกมฺม อิทฺธิยา;

นมสฺสติ ภูตปติ, สุภํ กมฺมารธีตร’’นฺติ.

ตตฺถ ตีสุ กามภเวสุ ภูตานํ สตฺตานํ ปติ อิสฺสโรติ กตฺวา ภูตปตีติ ลทฺธนาโม สกฺโก เทวราชา เทวสงฺเฆน สทฺธึ ตํ สุภํ กมฺมารธีตรํ อตฺตโน เทวิทฺธิยา อุปสงฺกมฺม นมสฺสติ, ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทตีติ อตฺโถ.

สุภากมฺมารธีตุเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

วีสตินิปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.