๓. จาปาเถรีคาถาวณฺณนา
ลฏฺฐิหตฺโถ ปุเร อาสีติอาทิกา จาปาย เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺตี, อนุกฺกเมน อุปจิตกุสลมูลา สมฺภตวิโมกฺขสมฺภารา หุตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท วงฺคหารชนปเท อญฺญตรสฺมึ มิคลุทฺทกคาเม เชฏฺฐกมิคลุทฺทกสฺส ธีตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ, จาปาติสฺสา นามํ อโหสิ. เตน จ สมเยน อุปโก อาชีวโก โพธิมณฺฑโต ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตุํ พาราณสึ อุทฺทิสฺส คจฺฉนฺเตน สตฺถารา สมาคโต ‘‘วิปฺปสนฺนานิ โข เต, อาวุโส, อินฺทฺริยานิ, ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ ปริโยทาโต, กํสิ ตฺวํ, อาวุโส, อุทฺทิสฺส ปพฺพชิโต, โก วา เต สตฺถา, กสฺส วา ตฺวํ ธมฺมํ โรเจสี’’ติ (มหาว. ๑๑; ม. นิ. ๑.๒๘๕) ปุจฺฉิตฺวา –
‘‘สพฺพาภิภู สพฺพวิทูหมสฺมิ, สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนูปลิตฺโต;
สพฺพญฺชโห ตณฺหากฺขเย วิมุตฺโต, สยํ อภิญฺญาย กมุทฺทิเสยฺยํ. (ธ. ป. ๓๕๓; มหาว. ๑๑; กถา. ๔๐๕; ม. นิ. ๑.๒๘๕);
‘‘น เม อาจริโย อตฺถิ, สทิโส เม น วิชฺชติ;
สเทวกสฺมึ โลกสฺมึ, นตฺถิ เม ปฏิปุคฺคโล.
‘‘อหญฺหิ อรหา โลเก, อหํ สตฺถา อนุตฺตโร;
เอโกมฺหิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, สีติภูโตมฺหิ นิพฺพุโต.
‘‘ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตุํ, คจฺฉามิ กาสินํ ปุรํ;
อนฺธีภูตสฺมึ โลกสฺมึ, อาหญฺฉํ อมตทุนฺทุภิ’’นฺติ. (มหาว. ๑๑; กถา. ๔๐๕; ม. นิ. ๑.๒๘๕) –
สตฺถารา อตฺตโน สพฺพญฺญุพุทฺธภาเว ธมฺมจกฺกปวตฺตเน จ ปเวทิเต ปสนฺนจิตฺโต โส ‘‘หุเปยฺยปาวุโส, อรหสิ อนนฺตชิโน’’ติ (มหาว. ๑๑; ม. นิ. ๑.๒๘๕) วตฺวา อุมฺมคฺคํ คเหตฺวา ปกฺกนฺโต วงฺคหารชนปทํ อคมาสิ. โส ตตฺถ เอกํ มิคลุทฺทกคามกํ อุปนิสฺสาย วาสํ กปฺเปสิ. ตํ ตตฺถ เชฏฺฐกมิคลุทฺทโก อุปฏฺฐาสิ. โส เอกทิวสํ ทูรํ มิควํ คจฺฉนฺโต ‘‘มยฺหํ อรหนฺเต มา ปมชฺชี’’ติ อตฺตโน ธีตรํ จาปํ อาณาเปตฺวา อคมาสิ สทฺธึ ปุตฺตภาตุเกหิ. สา จสฺส ธีตา อภิรูปา โหติ ทสฺสนียา.
อถ โข อุปโก อาชีวโก ภิกฺขาจารเวลายํ มิคลุทฺทกสฺส ฆรํ คโต ปริวิสิตุํ อุปคตํ จาปํ ทิสฺวา ราเคน อภิภูโต ภุญฺชิตุมฺปิ อสกฺโกนฺโต ภาชเนน ภตฺตํ อาทาย วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ภตฺตํ เอกมนฺเต นิกฺขิปิตฺวา ‘‘สเจ จาปํ ลภิสฺสามิ, ชีวามิ, โน เจ, มริสฺสามี’’ติ นิราหาโร นิปชฺชิ. สตฺตเม ทิวเส มิคลุทฺทโก อาคนฺตฺวา ธีตรํ ปุจฺฉิ – ‘‘กึ มยฺหํ อรหนฺเต น ปมชฺชี’’ติ? สา ‘‘เอกทิวสเมว อาคนฺตฺวา ปุน นาคตปุพฺโพ’’ติ อาห. มิคลุทฺทโก จ ตาวเทวสฺส วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ‘‘กึ, ภนฺเต, อผาสุก’’นฺติ ปาเท ปริมชฺชนฺโต ปุจฺฉิ. อุปโก นิตฺถุนนฺโต ปริวตฺตติเยว. โส ‘‘วทถ, ภนฺเต, ยํ มยา สกฺกา กาตุํ, สพฺพํ ตํ กริสฺสามี’’ติ อาห. อุปโก เอเกน ปริยาเยน อตฺตโน อชฺฌาสยํ อาโรเจสิ. ‘‘อิตโร ชานาสิ ปน, ภนฺเต, กิญฺจิ สิปฺป’’นฺติ. ‘‘น ชานามี’’ติ. ‘‘น, ภนฺเต, กิญฺจิ สิปฺปํ อชานนฺเตน สกฺกา ฆรํ อาวสิตุ’’นฺติ. โส อาห – ‘‘นาหํ กิญฺจิ สิปฺปํ ชานามิ, อปิจ ตุมฺหากํ มํสหารโก ภวิสฺสามิ, มํสญฺจ วิกฺกิณิสฺสามี’’ติ. มาควิโก ‘‘อมฺหากมฺปิ เอตเทว รุจฺจตี’’ติ อุตฺตรสาฏกํ ทตฺวา อตฺตโน สหายกสฺส เคเห กติปาหํ วสาเปตฺวา ตาทิเส ทิวเส ฆรํ อาเนตฺวา ธีตรํ อทาสิ.
อถ กาเล คจฺฉนฺเต เตสํ สํวาสมนฺวาย ปุตฺโต นิพฺพตฺติ, สุภทฺโทติสฺส นามํ อกํสุ. จาปา ตสฺส โรทนกาเล ‘‘อุปกสฺส ปุตฺต, อาชีวกสฺส ปุตฺต, มํสหารกสฺส ปุตฺต, มา โรทิ มา โรที’’ติอาทินา ปุตฺตโตสนคีเตน อุปกํ อุปฺปณฺเฑสิ. โส ‘‘มา ตฺวํ จาเป มํ ‘อนาโถ’ติ มญฺญิ, อตฺถิ เม สหาโย อนนฺตชิโน นาม, ตสฺสาหํ สนฺติกํ คมิสฺสามี’’ติ อาห. จาปา ‘‘เอวมยํ อฏฺฏียตี’’ติ ญตฺวา ปุนปฺปุนํ ตถา กเถสิเยว. โส เอกทิวสํ ตาย ตถา วุตฺโต กุชฺฌิตฺวา คนฺตุมารทฺโธ. ตาย ตํ ตํ วตฺวา อนุนียมาโนปิ สญฺญตฺตึ อนาคจฺฉนฺโต ปจฺฉิมทิสาภิมุโข ปกฺกามิ.
ภควา จ เตน สมเยน สาวตฺถิยํ เชตวเน วิหรนฺโต ภิกฺขูนํ อาจิกฺขิ – ‘‘โย, ภิกฺขเว, อชฺช ‘กุหึ อนนฺตชิโน’ติ อิธาคนฺตฺวา ปุจฺฉติ, ตํ มม สนฺติกํ เปเสถา’’ติ. อุปโกปิ ‘‘กุหึ อนนฺตชิโน วสตี’’ติ ตตฺถ ตตฺถ ปุจฺฉนฺโต อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ คนฺตฺวา วิหารํ ปวิสิตฺวา วิหารมชฺเฌ ฐตฺวา ‘‘กุหึ อนนฺตชิโน’’ติ ปุจฺฉิ. ตํ ภิกฺขู ภควโต สนฺติกํ นยึสุ. โส ภควนฺตํ ทิสฺวา ‘‘ชานาถ มํ ภควา’’ติ อาห. ‘‘อาม, ชานามิ, กุหึ ปน ตฺวํ เอตฺตกํ กาลํ วสี’’ติ? ‘‘วงฺคหารชนปเท, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อุปก, อิทานิ มหลฺลโก ชาโต ปพฺพชิตุํ สกฺขิสฺสสี’’ติ? ‘‘ปพฺพชิสฺสามิ, ภนฺเต’’ติ. สตฺถา อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อาณาเปสิ – ‘‘เอหิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, อิมํ ปพฺพาเชหี’’ติ. โส ตํ ปพฺพาเชสิ. โส ปพฺพชิโต สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ภาวนํ อนุยุญฺชนฺโต น จิรสฺเสว อนาคามิผเล ปติฏฺฐาย กาลํ กตฺวา อวิเหสุ นิพฺพตฺโต, นิพฺพตฺตกฺขเณเยว อรหตฺตํ ปาปุณิ. อวิเหสุ นิพฺพตฺตมตฺตา สตฺต ชนา อรหตฺตํ ปตฺตา, เตสํ อยํ อญฺญตโร. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อวิหํ อุปปนฺนาเส, วิมุตฺตา สตฺต ภิกฺขโว;
ราคโทสปริกฺขีณา, ติณฺณา โลเก วิสตฺติกํ.
‘‘อุปโกปลคณฺโฑ จ, ปกฺกุสาติ จ เต ตโย;
ภทฺทิโย ขณฺฑเทโว จ, พาหุรคฺคิ จ สิงฺคิโย;
เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ, ทิพฺพโยคํ อุปจฺจคุ’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๑๐๕);
อุปเก ปน ปกฺกนฺเต นิพฺพินฺทหทยา จาปา ทารกํ อยฺยกสฺส นิยฺยาเทตฺวา ปุพฺเพ อุปเกน คตมคฺคํ คจฺฉนฺตี สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภิกฺขุนีนํ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺตี มคฺคปฏิปาฏิยา อรหตฺเต ปติฏฺฐิตา, อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปุพฺเพ อุปเกน อตฺตนา จ กถิตคาถาโย อุทานวเสน เอกชฺฌํ กตฺวา –
๒๙๒. ‘‘ลฏฺฐิหตฺโถ ปุเร อาสิ, โส ทานิ มิคลุทฺทโก;
อาสาย ปลิปา โฆรา, นาสกฺขิ ปารเมตเว.
๒๙๓. ‘‘สุมตฺตํ มํ มญฺญมานา, จาปิ ปุตฺตมโตสยิ;
จาปาย พนฺธนํ เฉตฺวา, ปพฺพชิสฺสํ ปุโนปหํ.
๒๙๔. ‘‘มา เม กุชฺฌิ มหาวีร, มา เม กุชฺฌิ มหามุนิ;
น หิ โกธปเรตสฺส, สุทฺธิ อตฺถิ กุโต ตโป.
๒๙๕. ‘‘ปกฺกมิสฺสญฺจ นาฬาโต, โกธ นาฬาย วจฺฉติ;
พนฺธนฺตี อิตฺถิรูเปน, สมเณ ธมฺมชีวิโน.
๒๙๖. ‘‘เอหิ กาฬ นิวตฺตสฺสุ, ภุญฺช กาเม ยถา ปุเร;
อหญฺจ เต วสีกตา, เย จ เม สนฺติ ญาตกา.
๒๙๗. ‘‘เอตฺโต จาเป จตุพฺภาคํ, ยถา ภาสสิ ตฺวญฺจ เม;
ตยิ รตฺตสฺส โปสสฺส, อุฬารํ วต ตํ สิยา.
๒๙๘. ‘‘กาฬงฺคินึว ตกฺการึ, ปุปฺผิตํ คิริมุทฺธนิ;
ผุลฺลํ ทาลิมลฏฺฐึว, อนฺโตทีเปว ปาฏลึ.
๒๙๙. ‘‘หริจนฺทนลิตฺตงฺคึ, กาสิกุตฺตมธารินึ;
ตํ มํ รูปวตึ สนฺตึ, กสฺส โอหายํ คจฺฉสิ.
๓๐๐. ‘‘สากุนฺติโกว สกุณึ, ยถา พนฺธิตุมิจฺฉติ;
อาหริเมน รูเปน, น มํ ตฺวํ พาธยิสฺสสิ.
๓๐๑. ‘‘อิมญฺจ เม ปุตฺตผลํ, กาฬ อุปฺปาทิตํ ตยา;
ตํ มํ ปุตฺตวตึ สนฺตึ, กสฺส โอหาย คจฺฉสิ.
๓๐๒. ‘‘ชหนฺติ ปุตฺเต สปฺปญฺญา, ตโต ญาตี ตโต ธนํ;
ปพฺพชนฺติ มหาวีรา, นาโค เฉตฺวาว พนฺธนํ.
๓๐๓. ‘‘อิทานิ เต อิมํ ปุตฺตํ, ทณฺเฑน ฉุริกาย วา;
ภูมิยํ วา นิสุมฺภิสฺสํ, ปุตฺตโสกา น คจฺฉสิ.
๓๐๔. ‘‘สเจ ปุตฺตํ สิงฺคาลานํ, กุกฺกุรานํ ปทาหิสิ;
น มํ ปุตฺตกตฺเต ชมฺมิ, ปุนราวตฺตยิสฺสสิ.
๓๐๕. ‘‘หนฺท โข ทานิ ภทฺทนฺเต, กุหึ กาฬ คมิสฺสสิ;
กตมํ คามนิคมํ, นครํ ราชธานิโย.
๓๐๖. ‘‘อหุมฺห ปุพฺเพ คณิโน, อสฺสมณา สมณมานิโน;
คาเมน คามํ วิจริมฺห, นคเร ราชธานิโย.
๓๐๗. ‘‘เอโส หิ ภควา พุทฺโธ, นทึ เนรญฺชรํ ปติ;
สพฺพทุกฺขปฺปหานาย, ธมฺมํ เทเสติ ปาณินํ;
ตสฺสาหํ สนฺติกํ คจฺฉํ, โส เม สตฺถา ภวิสฺสติ.
๓๐๘. ‘‘วนฺทนํ ทานิ เม วชฺชาสิ, โลกนาถํ อนุตฺตรํ;
ปทกฺขิณญฺจ กตฺวาน, อาทิเสยฺยาสิ ทกฺขิณํ.
๓๐๙. ‘‘เอตํ โข ลพฺภมเมฺหหิ, ยถา ภาสสิ ตฺวญฺจ เม;
วนฺทนํ ทานิ เต วชฺชํ, โลกนาถํ อนุตฺตรํ;
ปทกฺขิณญฺจ กตฺวาน, อาทิสิสฺสามิ ทกฺขิณํ.
๓๑๐. ‘‘ตโต จ กาโฬ ปกฺกามิ, นทึ เนรญฺชรํ ปติ;
โส อทฺทสาสิ สมฺพุทฺธํ, เทเสนฺตํ อมตํ ปทํ.
๓๑๑. ‘‘ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ, ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ;
อริยํ จฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ, ทุกฺขูปสมคามินํ.
๓๑๒. ‘‘ตสฺส ปาทานิ วนฺทิตฺวา, กตฺวาน นํ ปทกฺขิณํ;
จาปาย อาทิสิตฺวาน, ปพฺพชึ อนคาริยํ;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. –
อิมา คาถา อภาสิ.
ตตฺถ ลฏฺฐิหตฺโถติ ทณฺฑหตฺโถ. ปุเรติ ปุพฺเพ ปริพฺพาชกกาเล จณฺฑโคณกุกฺกุราทีนํ ปริหรณตฺถํ ทณฺฑํ หตฺเถน คเหตฺวา วิจรณโก อโหสิ. โส ทานิ มิคลุทฺทโกติ โส อิทานิ มิคลุทฺเทหิ สทฺธึ สมฺโภคสํวาเสหิ มิคลุทฺโท มาควิโก ชาโต. อาสายาติ ตณฺหาย. ‘‘อาสยา’’ติปิ ปาโฐ, อชฺฌาสยเหตูติ อตฺโถ. ปลิปาติ กามปงฺกโต ทิฏฺฐิปงฺกโต จ. โฆราติ อวิทิตวิปุลานตฺถาวหตฺตา ทารุณโต โฆรา. นาสกฺขิ ปารเมตเวติ ตสฺเสว ปลิปสฺส ปารภูตํ นิพฺพานํ เอตุํ คนฺตุํ น อสกฺขิ, น อภิสมฺภุนีติ อตฺตานเมว สนฺธาย อุปโก วทติ.
สุมตฺตํ มํ มญฺญมานาติ อตฺตนิ สุฏฺฐุ มตฺตํ มทปฺปตฺตํ กามเคธวเสน ลคฺคํ ปมตฺตํ วา กตฺวา มํ สลฺลกฺขนฺตี. จาปา ปุตฺตมโตสยีติ มิคลุทฺทสฺส ธีตา จาปา ‘‘อาชีวกสฺส ปุตฺตา’’ติอาทินา มํ ฆฏฺเฏนฺตี ปุตฺตํ โตเสสิ เกฬายสิ. ‘‘สุปติ มํ มญฺญมานา’’ติ จ ปฐนฺติ, สุปตีติ มํ มญฺญมานาติ อตฺโถ. จาปาย พนฺธนํ เฉตฺวาติ จาปาย ตยิ อุปฺปนฺนํ กิเลสพนฺธนํ ฉินฺทิตฺวา. ปพฺพชิสฺสํ ปุโนปหนฺติ ปุน ทุติยวารมฺปิ อหํ ปพฺพชิสฺสามิ.
อิทานิ ตสฺสา ‘‘มยฺหํ อตฺโถ นตฺถี’’ติ วทติ, ตํ สุตฺวา จาปา ขมาเปนฺตี ‘‘มา เม กุชฺฌี’’ติ คาถมาห. ตตฺถ มา เม กุชฺฌีติ เกฬิกรณมตฺเตน มา มยฺหํ กุชฺฌิ. มหาวีร, มหามุนีติ อุปกํ อาลปติ. ตญฺหิ สา ปุพฺเพปิ ปพฺพชิโต, อิทานิปิ ปพฺพชิตุกาโมติ กตฺวา ขนฺติญฺจ ปจฺจาสีสนฺตี ‘‘มหามุนี’’ติ อาห. เตเนวาห – ‘‘น หิ โกธปเรตสฺส, สุทฺธิ อตฺถิ กุโต ตโป’’ติ, ตฺวํ เอตฺตกมฺปิ อสหนฺโต กถํ จิตฺตํ ทเมสฺสสิ, กถํ วา ตปํ จริสฺสสีติ อธิปฺปาโย.
อถ นาฬํ คนฺตฺวา ชีวิตุกาโมสีติ จาปาย วุตฺโต อาห – ‘‘ปกฺกมิสฺสญฺจ นาฬาโต, โกธ นาฬาย วจฺฉตี’’ติ โก อิธ นาฬาย วสิสฺสติ, นาฬาโตว อหํ ปกฺกมิสฺสาเมว. โส หิ ตสฺส ชาตคาโม, ตโต นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิ. โส จ มคธรฏฺเฐ โพธิมณฺฑสฺส อาสนฺนปเทเส, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ. พนฺธนฺตี อิตฺถิรูเปน, สมเณ ธมฺมชีวิโนติ จาเป ตฺวํ ธมฺเมน ชีวนฺเต ธมฺมิเก ปพฺพชิเต อตฺตโน อิตฺถิรูเปน อิตฺถิกุตฺตากปฺเปหิ พนฺธนฺตี ติฏฺฐสิ. เยนาหํ อิทานิ เอทิโส ชาโต, ตสฺมา ตํ ปริจฺจชามีติ อธิปฺปาโย.
เอวํ วุตฺเต จาปา ตํ นิวตฺเตตุกามา ‘‘เอหิ, กาฬา’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – กาฬวณฺณตาย, กาฬ, อุปก, เอหิ นิวตฺตสฺสุ มา ปกฺกมิ, ปุพฺเพ วิย กาเม ปริภุญฺช, อหญฺจ เย จ เม สนฺติ ญาตกา, เต สพฺเพว ตุยฺหํ มา ปกฺกมิตุกามตาย วสีกตา วสวตฺติโน กตาติ.
ตํ สุตฺวา อุปโก ‘‘เอตฺโต จาเป’’ติ คาถมาห. ตตฺถ จาเปติ จาเป. จาปสทิสองฺคลฏฺฐิตาย หิ สา, จาปาติ นามํ ลภิ, ตสฺมา, จาปาติ วุจฺจติ. ตฺวํ จาเป, ยถา ภาสสิ, อิทานิ ยาทิสํ กเถสิ, อิโต จตุพฺภาคเมว ปิยสมุทาจารํ กเรยฺยาสิ. ตยิ รตฺตสฺส ราคาภิภูตสฺส ปุริสสฺส อุฬารํ วต ตํ สิยา, อหํ ปเนตรหิ ตยิ กาเมสุ จ วิรตฺโต, ตสฺมา จาปาย วจเน น ติฏฺฐามีติ อธิปฺปาโย.
ปุน, จาปา, อตฺตนิ ตสฺส อาสตฺตึ อุปฺปาเทตุกามา ‘‘กาฬงฺคินิ’’นฺติ อาห. ตตฺถ, กาฬาติ ตสฺสาลปนํ. องฺคินินฺติ องฺคลฏฺฐิสมฺปนฺนํ. อิวาติ อุปมาย นิปาโต. ตกฺการึ ปุปฺผิตํ คิริมุทฺธนีติ ปพฺพตมุทฺธนิ ฐิตํ สุปุปฺผิตทาลิมลฏฺฐึ วิย. ‘‘อุกฺกาคาริ’’นฺติ จ เกจิ ปฐนฺติ, องฺคตฺถิลฏฺฐึ วิยาติ อตฺโถ. คิริมุทฺธนีติ จ อิทํ เกนจิ อนุปหตโสภตาทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เกจิ ‘‘กาลิงฺคินิ’’นฺติ ปาฐํ วตฺวา ตสฺส กุมฺภณฺฑลตาสทิสนฺติ อตฺถํ วทนฺติ. ผุลฺลํ ทาลิมลฏฺฐึวาติ ปุปฺผิตํ พีชปูรลตํ วิย. อนฺโตทีเปว ปาฏลินฺติ ทีปกพฺภนฺตเร ปุปฺผิตปาฏลิรุกฺขํ วิย, ทีปคฺคหณญฺเจตฺถ โสภาปาฏิหาริยทสฺสนตฺถเมว.
หริจนฺทนลิตฺตงฺคินฺติ โลหิตจนฺทเนน อนุลิตฺตสพฺพงฺคึ. กาสิกุตฺตมธารินินฺติ อุตฺตมกาสิกวตฺถธรํ. ตํ มนฺติ ตาทิสํ มํ. รูปวตึ สนฺตินฺติ รูปสมฺปนฺนํ สมานํ. กสฺส โอหาย คจฺฉสีติ กสฺส นาม สตฺตสฺส, กสฺส วา เหตุโน, เกน การเณน, โอหาย ปหาย ปริจฺจชิตฺวา คจฺฉสิ.
อิโต ปรมฺปิ เตสํ วจนปฏิวจนคาถาว ฐเปตฺวา ปริโยสาเน ติสฺโส คาถา. ตตฺถ สากุนฺติโกวาติ สกุณลุทฺโท วิย. อาหริเมน รูเปนาติ เกสมณฺฑนาทินา สรีรชคฺคเนน เจว วตฺถาภรณาทินา จ อภิสงฺขาริเกน รูเปน วณฺเณน กิตฺติเมน จาตุริเยนาติ อตฺโถ. น มํ ตฺวํ พาธยิสฺสสีติ ปุพฺเพ วิย อิทานิ มํ ตฺวํ น พาธิตุํ สกฺขิสฺสสิ.
ปุตฺตผลนฺติ ปุตฺตสงฺขาตํ ผลํ ปุตฺตปสโว.
สปฺปญฺญาติ ปญฺญวนฺโต, สํสาเร อาทีนววิภาวินิยา ปญฺญาย สมนฺนาคตาติ อธิปฺปาโย. เต หิ อปฺปํ วา มหนฺตํ วา ญาติปริวฏฺฏํ โภคกฺขนฺธํ วา ปหาย ปพฺพชนฺติ. เตนาห – ‘‘ปพฺพชนฺติ มหาวีรา, นาโค เฉตฺวาว พนฺธน’’นฺติ, อยพนฺธนํ วิย หตฺถินาโค คิหิพนฺธนํ ฉินฺทิตฺวา มหาวีริยาว ปพฺพชนฺติ, น นิหีนวีริยาติ อตฺโถ.
ทณฺเฑนาติ เยน เกนจิ ทณฺเฑน. ฉุริกายาติ ขุเรน. ภูมิยํ วา นิสุมฺภิสฺสนฺติ ปถวิยํ ปาเตตฺวา โปถนวิชฺฌนาทินา วิพาธิสฺสามิ. ปุตฺตโสกา น คจฺฉสีติ ปุตฺตโสกนิมิตฺตํ น คจฺฉิสฺสสิ.
ปทาหิสีติ ทสฺสสิ. ปุตฺตกตฺเตติ ปุตฺตการณา. ชมฺมีติ ตสฺสา อาลปนํ, ลามเกติ อตฺโถ.
อิทานิ ตสฺส คมนํ อนุชานิตฺวา คมนฏฺฐานํ ชานิตุํ ‘‘หนฺท โข’’ติ คาถมาห.
อิตโร ปุพฺเพ อหํ อนิยฺยานิกํ สาสนํ ปคฺคยฺห อฏฺฐาสึ, อิทานิ ปน นิยฺยานิเก อนนฺตชินสฺส สาสเน ฐาตุกาโม, ตสฺมา ตสฺส สนฺติกํ คมิสฺสามีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อหุมฺหา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ คณิโนติ คณธรา. อสฺสมณาติ น สมิตปาปา. สมณมานิโนติ สมิตปาปาติ เอวํ สญฺญิโน. วิจริมฺหาติ ปูรณาทีสุ อตฺตานํ ปกฺขิปิตฺวา วทติ.
เนรญฺชรํ ปตีติ เนรญฺชราย นทิยา สมีเป ตสฺสา ตีเร. พุทฺโธติ อภิสมฺโพธึ ปตฺโต, อภิสมฺโพธึ ปตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต สพฺพกาลํ ภควา ตตฺเถว วสีติ อธิปฺปาเยน วทติ.
วนฺทนํ ทานิ เม วชฺชาสีติ มม วนฺทนํ วเทยฺยาสิ, มม วจเนน โลกนาถํ อนุตฺตรํ วเทยฺยาสีติ อตฺโถ. ปทกฺขิณญฺจ กตฺวาน, อาทิเสยฺยาสิ ทกฺขิณนฺติ พุทฺธํ ภควนฺตํ ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวาปิ จตูสุ ฐาเนสุ วนฺทิตฺวา, ตโต ปุญฺญโต มยฺหํ ปตฺติทานํ เทนฺโต ปทกฺขิณํ อาทิเสยฺยาสิ พุทฺธคุณานํ สุตปุพฺพตฺตา เหตุสมฺปนฺนตาย จ เอวํ วทติ.
เอตํ โข ลพฺภมเมฺหหีติ เอตํ ปทกฺขิณกรณํ ปุญฺญํ อเมฺหหิ ตว ทาตุํ สกฺกา, น นิวตฺตนํ, ปุพฺเพ วิย กามูปโภโค จ น สกฺกาติ อธิปฺปาโย. เต วชฺชนฺติ ตว วนฺทนํ วชฺชํ วกฺขามิ.
โสติ กาโฬ, อทฺทสาสีติ อทฺทกฺขิ.
สตฺถุเทสนายํ สจฺจกถาย ปธานตฺตา ตพฺพินิมุตฺตาย อภาวโต ‘‘ทุกฺข’’นฺติอาทิ วุตฺตํ, เสสํ วุตฺตนยเมว.
จาปาเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.