๒. โรหินีเถรีคาถาวณฺณนา

สมณาติ โภติ สุปีติอาทิกา โรหินิยา เถริยา คาถา. อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺตี อิโต เอกนวุติกปฺเป วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา, เอกทิวสํ พนฺธุมตีนคเร ภควนฺตํ ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา ปูวสฺส ปูเรตฺวา ภควโต ทตฺวา ปีติโสมนสฺสชาตา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิ. สา เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺตี อนุกฺกเมน อุปจิตวิโมกฺขสมฺภารา หุตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เวสาลิยํ มหาวิภวสฺส พฺราหฺมณสฺส เคเห นิพฺพตฺติตฺวา โรหินีติ ลทฺธนามา วิญฺญุตํ ปตฺวา, สตฺถริ เวสาลิยํ วิหรนฺเต วิหารํ คนฺตวา ธมฺมํ สุตฺวา โสตาปนฺนา หุตฺวา มาตาปิตูนํ ธมฺมํ เทเสตฺวา สาสเน ปสาทํ อุปฺปาเทตฺวา เต อนุชานาเปตฺวา สยํ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺตี น จิรสฺเสว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ –

‘‘นคเร พนฺธุมติยา, วิปสฺสิสฺส มเหสิโน;

ปิณฺฑาย วิจรนฺตสฺส, ปูเวทาสิมหํ ตทา.

‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;

ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, ตาวตึสมคจฺฉหํ.

‘‘ฉตฺตึสเทวราชูนํ, มเหสิตฺตมการยึ;

ปญฺญาสจกฺกวตฺตีนํ, มเหสิตฺตมการยึ.

‘‘มนสา ปตฺถิตา นาม, สพฺพา มยฺหํ สมิชฺฌถ;

สมฺปตฺตึ อนุโภตฺวาน, เทเวสุ มนุเชสุ จ.

‘‘ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต, ชาโต วิปฺปกุเล อหํ;

โรหินี นาม นาเมน, ญาตเกหิ ปิยายิตา.

‘‘ภิกฺขูนํ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ธมฺมํ สุตฺวา ยถาตถํ;

สํวิคฺคมานสา หุตฺวา, ปพฺพชึ อนคาริยํ.

‘‘โยนิโส ปทหนฺตีนํ, อรหตฺตมปาปุณึ;

เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ทานมททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปูวทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปุพฺเพ โสตาปนฺนกาเล ปิตรา อตฺตนา จ วจนปฏิวจนวเสน วุตฺตคาถา อุทานวเสน ภาสนฺตี –

๒๗๑. ‘‘สมณาติ โภติ สุปิ, สมณาติ ปพุชฺฌสิ;

สมณาเนว กิตฺเตสิ, สมณี นูน ภวิสฺสสิ.

๒๗๒. ‘‘วิปุลํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ, สมณานํ ปเวจฺฉสิ;

โรหินี ทานิ ปุจฺฉามิ, เกน เต สมณา ปิยา.

๒๗๓. ‘‘อกมฺมกามา อลสา, ปรทตฺตูปชีวิโน;

อาสํสุกา สาทุกามา, เกน เต สมณา ปิยา.

๒๗๔. ‘‘จิรสฺสํ วต มํ ตาต, สมณานํ ปริปุจฺฉสิ;

เตสํ เต กิตฺตยิสฺสามิ, ปญฺญาสีลปรกฺกมํ.

๒๗๕. ‘‘กมฺมกามา อนลสา, กมฺมเสฏฺฐสฺส การกา;

ราคํ โทสํ ปชหนฺติ, เตน เม สมณา ปิยา.

๒๗๖. ‘‘ตีณิ ปาปสฺส มูลานิ, ธุนนฺติ สุจิการิโน;

สพฺพํ ปาปํ ปหีเนสํ, เตน เม สมณา ปิยา.

๒๗๗. ‘‘กายกมฺมํ สุจิ เนสํ, วจีกมฺมญฺจ ตาทิสํ;

มโนกมฺมํ สุจิ เนสํ, เตน เม สมณา ปิยา.

๒๗๘. ‘‘วิมลา สงฺขมุตฺตาว, สุทฺธา สนฺตรพาหิรา;

ปุณฺณา สุกฺกาน ธมฺมานํ, เตน เม สมณา ปิยา.

๒๗๙. ‘‘พหุสฺสุตา ธมฺมธรา, อริยา ธมฺมชีวิโน;

อตฺถํ ธมฺมญฺจ เทเสนฺติ, เตน เม สมณา ปิยา.

๒๘๐. ‘‘พหุสฺสุตา ธมฺมธรา, อริยา ธมฺมชีวิโน;

เอกคฺคจิตฺตา สติมนฺโต, เตน เม สมณา ปิยา.

๒๘๑. ‘‘ทูรงฺคมา สติมนฺโต, มนฺตภาณี อนุทฺธตา;

ทุกฺขสฺสนฺตํ ปชานนฺติ, เตน เม สมณา ปิยา.

๒๘๒. ‘‘ยสฺมา คามา ปกฺกมนฺติ, น วิโลเกนฺติ กิญฺจนํ;

อนเปกฺขาว คจฺฉนฺติ, เตน เม สมณา ปิยา.

๒๘๓. ‘‘น เต สํ โกฏฺเฐ โอเปนฺติ, น กุมฺภึ น ขโฬปิยํ;

ปรินิฏฺฐิตเมสานา, เตน เม สมณา ปิยา.

๒๘๔. ‘‘น เต หิรญฺญํ คณฺหนฺติ, น สุวณฺณํ น รูปิยํ;

ปจฺจุปฺปนฺเนน ยาเปนฺติ, เตน เม สมณา ปิยา.

๒๘๕. ‘‘นานากุลา ปพฺพชิตา, นานาชนปเทหิ จ;

อญฺญมญฺญํ ปิหยนฺติ, เตน เม สมณา ปิยา.

๒๘๖. ‘‘อตฺถาย วต โน โภติ, กุเล ชาตาสิ โรหินี;

สทฺธา พุทฺเธ จ ธมฺเม จ, สงฺเฆ จ ติพฺพคารวา.

๒๘๗. ‘‘ตุวเญฺหตํ ปชานาสิ, ปุญฺญกฺเขตฺตํ อนุตฺตรํ;

อมฺหมฺปิ เอเต สมณา, ปฏิคฺคณฺหนฺติ ทกฺขิณํ.

๒๘๘. ‘‘ปติฏฺฐิโต เหตฺถ ยญฺโญ, วิปุโล โน ภวิสฺสติ;

สเจ ภายสิ ทุกฺขสฺส, สเจ เต ทุกฺขมปฺปิยํ.

๒๘๙. ‘‘อุเปหิ สรณํ พุทฺธํ, ธมฺมํ สงฺฆญฺจ ตาทินํ;

สมาทิยาหิ สีลานิ, ตํ เต อตฺถาย เหหิติ.

๒๙๐. ‘‘อุเปมิ สรณํ พุทฺธํ, ธมฺมํ สงฺฆญฺจ ตาทินํ;

สมาทิยามิ สีลานิ, ตํ เม อตฺถาย เหหิติ.

๒๙๑. ‘‘พฺรหฺมพนฺธุ ปุเร อาสึ, โส อิทานิมฺหิ พฺราหฺมโณ;

เตวิชฺโช โสตฺติโย จมฺหิ, เวทคู จมฺหิ นฺหาตโก’’ติ. –

อิมา คาถา ปจฺจุทาหาสิ.

ตตฺถ อาทิโต ติสฺโส คาถา อตฺตโน ธีตุ ภิกฺขูสุ สมฺมุตึ อนิจฺฉนฺเตน วุตฺตา. ตตฺถ สมณาติ โภติ สุปีติ โภติ ตฺวํ สุปนกาเลปิ ‘‘สมณา สมณา’’ติ กิตฺเตนฺตี สมณปฏิพทฺธํเยว กถํ กเถนฺตี สุปสิ. สมณาติ ปพุชฺฌสีติ สุปนโต อุฏฺฐหนฺตีปิ ‘‘สมณา’’อิจฺเจวํ วตฺวา ปพุชฺฌสิ นิทฺทาย วุฏฺฐาสิ. สมณาเนว กิตฺเตสีติ สพฺพกาลมฺปิ สมเณ เอว สมณานเมว วา คุเณ กิตฺเตสิ อภิตฺถวสิ. สมณี นูน ภวิสฺสสีติ คิหิรูเปน ฐิตาปิ จิตฺเตน สมณี เอว มญฺเญ ภวิสฺสสิ. อถ วา สมณี นูน ภวิสฺสสีติ อิทานิ คิหิรูเปน ฐิตาปิ น จิเรเนว สมณี เอว มญฺเญ ภวิสฺสสิ สมเณสุ เอว นินฺนโปณภาวโต.

ปเวจฺฉสีติ เทสิ. โรหินี ทานิ ปุจฺฉามีติ, อมฺม โรหินิ, ตํ อหํ อิทานิ ปุจฺฉามีติ พฺราหฺมโณ อตฺตโน ธีตรํ ปุจฺฉนฺโต อาห. เกน เต สมณา ปิยาติ, อมฺม โรหินิ, ตฺวํ สยนฺตีปิ ปพุชฺฌนฺตีปิ อญฺญทาปิ สมณานเมว คุเณ กิตฺตยสิ, เกน นาม การเณน ตุยฺหํ สมณา ปิยายิตพฺพา ชาตาติ อตฺโถ.

อิทานิ พฺราหฺมโณ สมเณสุ โทสํ ธีตุ อาจิกฺขนฺโต ‘‘อกมฺมกามา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ อกมฺมกามาติ น กมฺมกามา, อตฺตโน ปเรสญฺจ อตฺถาวหํ กิญฺจิ กมฺมํ น กาตุกามา. อลสาติ กุสีตา. ปรทตฺตูปชีวิโนติ ปเรหิ ทินฺเนเนว อุปชีวนสีลา. อาสํสุกาติ ตโต เอว ฆาสจฺฉาทนาทีนํ อาสีสนกา. สาทุกามาติ สาทุํ มธุรเมว อาหารํ อิจฺฉนกา. สพฺพเมตํ พฺราหฺมโณ สมณานํ คุเณ อชานนฺโต อตฺตนาว ปริกปฺปิตํ โทสมาห.

ตํ สุตฺวา โรหินี ‘‘ลทฺโธ ทานิ เม โอกาโส อยฺยานํ คุเณ กเถตุ’’นฺติ ตุฏฺฐมานสา ภิกฺขูนํ คุเณ กิตฺเตตุกามา ปฐมํ ตาว เตสํ กิตฺตเน โสมนสฺสํ ปเวเทนฺตี ‘‘จีรสฺสํ วต มํ, ตาตา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ จิรสฺสํ วตาติ จิเรน วต. ตาตาติ ปิตรํ อาลปติ. สมณานนฺติ สมเณ สมณานํ วา มยฺหํ ปิยายิตพฺพํ ปริปุจฺฉสิ. เตสนฺติ สมณานํ. ปญฺญาสีลปรกฺกมนฺติ ปญฺญญฺจ สีลญฺจ อุสฺสาหญฺจ.

กิตฺตยิสฺสามีติ กถยิสฺสามิ. ปฏิชาเนตฺวา เต กิตฺเตนฺตี ‘‘อกมฺมกามา อลสา’’ติ เตน วุตฺตํ โทสํ ตาว นิพฺเพเฐตฺวา ตปฺปฏิปกฺขภูตํ คุณํ ทสฺเสตุํ ‘‘กมฺมกามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ กมฺมกามาติ วตฺตปฏิวตฺตาทิเภทํ กมฺมํ สมณกิจฺจํ ปริปูรณวเสน กาเมนฺติ อิจฺฉนฺตีติ กมฺมกามา. ตตฺถ ยุตฺตปฺปยุตฺตา หุตฺวา อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย วายมนโต น อลสาติ อนลสา. ตํ ปน กมฺมํ เสฏฺฐํ อุตฺตมํ นิพฺพานาวหเมว กโรนฺตีติ กมฺมเสฏฺฐสฺส การกา. กโรนฺตา ปน ตํ ปฏิปตฺติยา อนวชฺชภาวโต ราคํ โทสํ ปชหนฺติ, ยถา ราคโทสา ปหียนฺติ, เอวํ สมณา กมฺมํ กโรนฺติ. เตน เม สมณา ปิยาติ เตน ยถาวุตฺเตน สมฺมาปฏิปชฺชเนน มยฺหํ สมณา ปิยายิตพฺพาติ อตฺโถ.

ตีณิ ปาปสฺส มูลานีติ โลภโทสโมหสงฺขาตานิ อกุสลสฺส ตีณิ มูลานิ. ธุนนฺตีติ นิคฺฆาเตนฺติ, ปชหนฺตีติ อตฺโถ. สุจิการิโนติ อนวชฺชกมฺมการิโน. สพฺพํ ปาปํ ปหีเนสนฺติ อคฺคมคฺคาธิคเมน เอสํ สพฺพมฺปิ ปาปํ ปหีนํ.

เอวํ ‘‘สมณา สุจิการิโน’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘กายกมฺม’’นฺติ คาถมาห. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

วิมลา สงฺขมุตฺตาวาติ สุโธตสงฺขา วิย มุตฺตา วิย จ วิคตมลา ราคาทิมลรหิตา. สุทฺธา สนฺตรพาหิราติ สนฺตรญฺจ พาหิรญฺจ สนฺตรพาหิรํ. ตโต สนฺตรพาหิรโต สุทฺธา, สุทฺธาสยปโยคาติ อตฺโถ. ปุณฺณา สุกฺกาน ธมฺมานนฺติ เอกนฺตสุกฺเกหิ อนวชฺชธมฺเมหิ ปริปุณฺณา, อเสเขหิ สีลกฺขนฺธาทีหิ สมนฺนาคตาติ อตฺโถ.

สุตฺตเคยฺยาทิพหุํ สุตํ เอเตสํ, สุเตน วา อุปฺปนฺนาติ พหุสฺสุตา, ปริยตฺติพาหุสจฺเจน ปฏิเวธพาหุสจฺเจน จ สมนฺนาคตาติ อตฺโถ. ตเมว ทุวิธมฺปิ ธมฺมํ ธาเรนฺตีติ ธมฺมธรา. สตฺตานํ อาจารสมาจารสิกฺขาปเทน อรียนฺตีติ อริยา. ธมฺเมน ญาเยน ชีวนฺตีติ ธมฺมชีวิโน. อตฺถํ ธมฺมญฺจ เทเสนฺตีติ ภาสิตตฺถญฺจ เทสนาธมฺมญฺจ กเถนฺติ ปกาเสนฺติ. อถ วา อตฺถโต อนเปตํ ธมฺมโต อนเปตญฺจ เทเสนฺติ อาจิกฺขนฺติ.

เอกคฺคจิตฺตาติ สมาหิตจิตฺตา. สติมนฺโตติ อุปฏฺฐิตสติโน.

ทูรงฺคมาติ อรญฺญคตา, มนุสฺสูปจารํ มุญฺจิตฺวา ทูรํ คจฺฉนฺตา, อิทฺธานุภาเวน วา ยถารุจิตํ ทูรํ ฐานํ คจฺฉนฺตีติ ทูรงฺคมา. มนฺตา วุจฺจติ ปญฺญา, ตาย ภณนสีลตาย มนฺตภาณี. น อุทฺธตาติ อนุทฺธตา, อุทฺธจฺจรหิตา วูปสนฺตจิตฺตา. ทุกฺขสฺสนฺตํ ปชานนฺตีติ วฏฺฏทุกฺขสฺส ปริยนฺตภูตํ นิพฺพานํ ปฏิวิชฺฌนฺติ.

น วิโลเกนฺติ กิญฺจนนฺติ ยโต คามโต ปกฺกมนฺติ, ตสฺมึ คาเม กญฺจิ สตฺตํ วา สงฺขารํ วา อเปกฺขาวเสน น โอโลเกนฺติ, อถ โข ปน อนเปกฺขาว คจฺฉนฺติ ปกฺกมนฺติ.

น เต สํ โกฏฺเฐ โอเปนฺตีติ เต สมณา สํ อตฺตโน สนฺตกํ สาปเตยฺยํ โกฏฺเฐ น โอเปนฺติ น ปฏิสาเมตฺวา ฐเปนฺติ ตาทิสสฺส ปริคฺคหสฺส อภาวโต. กุมฺภินฺติ กุมฺภิยํ. ขโฬปิยนฺติ ปจฺฉิยํ. ปรินิฏฺฐิตเมสานาติ ปรกุเลสุ ปเรสํ อตฺถาย สิทฺธเมว ฆาสํ ปริเยสนฺตา.

หิรญฺญนฺติ กหาปณํ. รูปิยนฺติ รชตํ. ปจฺจุปฺปนฺเนน ยาเปนฺตีติ อตีตํ อนนุโสจนฺตา อนาคตญฺจ อปจฺจาสีสนฺตา ปจฺจุปฺปนฺเนน ยาเปนฺติ อตฺตภาวํ ปวตฺเตนฺติ.

อญฺญมญฺญํ ปิหยนฺตีติ อญฺญมญฺญสฺมึ เมตฺตึ กโรนฺติ. ‘‘ปิหายนฺติ’’ปิ ปาโฐ, โส เอว อตฺโถ.

เอวํ โส พฺราหฺมโณ ธีตุยา สนฺติเก ภิกฺขูนํ คุเณ สุตฺวา ปสนฺนมานโส ธีตรํ ปสํสนฺโต ‘‘อตฺถาย วตา’’ติอาทิมาห.

อมฺหมฺปีติ อมฺหากมฺปิ. ทกฺขิณนฺติ เทยฺยธมฺมํ.

เอตฺถาติ เอเตสุ สมเณสุ. ยญฺโญติ ทานธมฺโม. วิปุโลติ วิปุลผโล. เสสํ วุตฺตนยเมว.

เอวํ พฺราหฺมโณ สรเณสุ สีเลสุ จ ปติฏฺฐิโต อปรภาเค สญฺชาตสํเวโค ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺฐาย อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุทาเนนฺโต ‘‘พฺรหฺมพนฺธู’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว.

โรหินีเถรีคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.