๒. สิริมิตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา

อกฺโกธโนติอาทิกา อายสฺมโต สิริมิตฺตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห มหทฺธนกุฏุมฺพิกสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, สิริมิตฺโตติ ลทฺธนาโม. ตสฺส กิร มาตา สิริคุตฺตสฺส ภคินี. ตสฺส วตฺถุ ธมฺมปทวณฺณนายํ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.ครหทินฺนวตฺถุ) อาคตเมว. โส สิริคุตฺตสฺส ภาคิเนยฺโย สิริมิตฺโต วยปฺปตฺโต สตฺถุ ธนปาลทมเน ลทฺธปฺปสาโท ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปตฺโต. เอกทิวสํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุํ อาสนํ อภิรุหิตฺวา จิตฺตพีชนึ คเหตฺวา นิสินฺโน ภิกฺขูนํ ธมฺมํ กเถสิ. กเถนฺโต จ อุฬารตเร คุเณ วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต –

๕๐๒. ‘‘อกฺโกธโนนุปนาหี, อมาโย ริตฺตเปสุโณ;

ส เว ตาทิสโก ภิกฺขุ, เอวํ เปจฺจ น โสจติ.

๕๐๓. ‘‘อกฺโกธโนนุปนาหี, อมาโย ริตฺตเปสุโณ;

คุตฺตทฺวาโร สทา ภิกฺขุ, เอวํ เปจฺจ น โสจติ.

๕๐๔. ‘‘อกฺโกธโนนุปนาหี, อมาโย ริตฺตเปสุโณ;

กลฺยาณสีโล โส ภิกฺขุ, เอวํ เปจฺจ น โสจติ.

๕๐๕. ‘‘อกฺโกธโนนุปนาหี, อมาโย ริตฺตเปสุโณ;

กลฺยาณมิตฺโต โส ภิกฺขุ, เอวํ เปจฺจ น โสจติ.

๕๐๖. ‘‘อกฺโกธโนนุปนาหี, อมาโย ริตฺตเปสุโณ;

กลฺยาณปญฺโญ โส ภิกฺขุ, เอวํ เปจฺจ น โสจติ.

๕๐๗. ‘‘ยสฺส สทฺธา ตถาคเต, อจลา สุปฺปติฏฺฐิตา;

สีลญฺจ ยสฺส กลฺยาณํ, อริยกนฺตํ ปสํสิตํ.

๕๐๘. ‘‘สงฺเฆ ปสาโท ยสฺสตฺถิ, อุชุภูตญฺจ ทสฺสนํ;

อทลิทฺโทติ ตํ อาหุ, อโมฆํ ตสฺส ชีวิตํ.

๕๐๙. ‘‘ตสฺมา สทฺธญฺจ สีลญฺจ, ปสาทํ ธมฺมทสฺสนํ;

อนุยุญฺเชถ เมธาวี, สรํ พุทฺธาน สาสน’’นฺติ. – อิมา คาถา อภาสิ;

ตตฺถ อกฺโกธโนติ อกุชฺฌนสีโล. อุปฏฺฐิเต หิ โกธุปฺปตฺตินิมิตฺเต อธิวาสนขนฺติยํ ฐตฺวา โกปสฺส อนุปฺปาทโก. อนุปนาหีติ น อุปนาหโก, ปเรหิ กตํ อปราธํ ปฏิจฺจ ‘‘อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ, อชินิ มํ อหาสิ เม’’ติอาทินา (ธ. ป. ๓; มหาว. ๔๖๔; ม. นิ. ๓.๒๓๗) โกธสฺส อนุปนยฺหนสีโล. สนฺตโทสปฏิจฺฉาทนลกฺขณาย มายาย อภาวโต อมาโย. ปิสุณวาจาวิรหิตโต ริตฺตเปสุโณ, ส เว ตาทิสโก ภิกฺขูติ โส ตถารูโป ตถาชาติโก ยถาวุตฺตคุณสมนฺนาคโต ภิกฺขุ. เอวํ ยถาวุตฺตปฏิปตฺติยา เปจฺจ ปรโลเก น โสจติ โสกนิมิตฺตสฺส อภาวโต. จกฺขุทฺวาราทโย กายทฺวาราทโย จ คุตฺตา ปิหิตา สํวุตา เอตสฺสาติ คุตฺตทฺวาโร. กลฺยาณสีโลติ สุนฺทรสีโล สุวิสุทฺธสีโล. กลฺยาณมิตฺโตติ –

‘‘ปิโย ครุภาวนิโย, วตฺตา จ วจนกฺขโม;

คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา, โน จฏฺฐาเน นิโยชเย’’ติ. (อ. นิ. ๗.๓๗) –

เอวํ วิภาวิตลกฺขโณ กลฺยาณมิตฺโต เอตสฺสาติ กลฺยาณมิตฺโต. กลฺยาณปญฺโญติ สุนฺทรปญฺโญ. ยทิปิ ปญฺญา นาม อสุนฺทรา นตฺถิ, นิยฺยานิกาย ปน ปญฺญาย วเสน เอวํ วุตฺตํ

เอวเมตฺถ โกธาทีนํ วิกฺขมฺภนวเสน สมุจฺเฉทวเสน จ อกฺโกธนาทิมุเขน, ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย คาถาย สมฺมาปฏิปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ นิปฺผตฺติตโลกุตฺตรสทฺธาทิเก อุทฺธริตฺวา ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เอว คาถาย สมฺมาปฏิปตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยสฺส สทฺธา’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – ยสฺส ปุคฺคลสฺส ตถาคเต สมฺมาสมฺพุทฺเธ ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทินยปฺปวตฺตา มคฺเคนาคตสทฺธา, ตโต เอว อจลา อวิกมฺปา สุฏฺฐุ ปติฏฺฐิตา. ‘‘อตฺถี’’ติ, ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. อริยกนฺตนฺติ อริยานํ กนฺตํ ปิยายิตํ ภวนฺตเรปิ อวิชหนโต. ปสํสิตนฺติ พุทฺธาทีหิ ปสฏฺฐํ, วณฺณิตํ โถมิตํ อตฺถีติ โยชนา. ตํ ปเนตํ สีลํ คหฏฺฐสีลํ ปพฺพชิตสีลนฺติ ทุวิธํ. ตตฺถ คหฏฺฐสีลํ นาม ปญฺจสิกฺขาปทสีลํ, ยํ คหฏฺเฐน รกฺขิตุํ สกฺกา. ปพฺพชิตสีลํ นาม ทสสิกฺขาปทสีลํ อุปาทาย สพฺพํ จตุปาริสุทฺธิสีลํ, ตยิทํ สพฺพมฺปิ อขณฺฑาทิภาเวน อปรามฏฺฐตาย ‘‘กลฺยาณ’’นฺติ เวทิตพฺพํ.

สงฺเฆ ปสาโท ยสฺสตฺถีติ ‘‘สุปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ’’ติอาทินา อริยสงฺเฆ ปสาโท สทฺธา ยสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ อจโล สุปฺปติฏฺฐิโตติ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. อุชุภูตญฺจ ทสฺสนนฺติ ทิฏฺฐิวงฺกาภาวโต กิเลสวงฺกาภาวโต จ อุชุภูตํ. อกุฏิลํ อชิมฺหํ กมฺมสฺสกตาทสฺสนญฺเจว สปฺปจฺจยนามรูปทสฺสนญฺจาติ ทุวิธมฺปิ ทสฺสนํ ยสฺส อตฺถิ อจลํ สุปฺปติฏฺฐิตนฺติ โยชนา. อทลิทฺโทติ ตํ อาหุ สทฺธาธนํ, สีลธนํ, สุตธนํ, จาคธนํ, ปญฺญาธนนฺติ อิเมสํ สุวิสุทฺธานํ ธนานํ อตฺถิตาย ‘‘อทลิทฺโท’’ติ ตํ ตาทิสํ ปุคฺคลํ พุทฺธาทโย อริยา อาหุ. อโมฆํ ตสฺส ชีวิตํ ตสฺส ตถารูปสฺส ชีวิตํ ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอตฺถาธิคเมน อโมฆํ อวญฺฌํ สผลเมวาติ อาหูติ อตฺโถ.

ตสฺมาติ, ยสฺมา ยถาวุตฺตสทฺธาทิคุณสมนฺนาคโต ปุคฺคโล ‘‘อทลิทฺโท อโมฆชีวิโต’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา อหมฺปิ ตถารูโป ภเวยฺยนฺติ. สทฺธญฺจ…เป… สาสนนฺติ ‘‘สพฺพปาปสฺส อกรณ’’นฺติอาทินา (ธ. ป. ๑๘๓; ที. นิ. ๒.๙๐) วุตฺตํ พุทฺธานํ สาสนํ อนุสฺสรนฺโต กุลปุตฺโต วุตฺตปฺปเภทํ สทฺธญฺเจว สีลญฺจ ธมฺมทสฺสนเหตุกํ ธมฺเม สุนิจฺฉยา วิโมกฺขภูตํ ปสาทญฺจ อนุยุญฺเชยฺย วฑฺเฒยฺยาติ.

เอวํ เถโร ภิกฺขูนํ ธมฺมเทสนามุเขน อตฺตนิ วิชฺชมาเน คุเณ ปกาเสนฺโต อญฺญํ พฺยากาสิ.

สิริมิตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.