๔. โสปากตฺเถรคาถาวณฺณนา

ทิสฺวา ปาสาทฉายายนฺติอาทิกา อายสฺมโต โสปากตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต สิทฺธตฺถสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต พฺราหฺมณานํ วิชฺชาสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คโต กาเมสุ อาทีนวํ ทิสฺวา ฆราวาสํ ปหาย ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา เอกสฺมึ ปพฺพเต วิหรติ. สตฺถา อาสนฺนมรณํ ตํ ญตฺวา ตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. โส ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต อุฬารํ ปีติโสมนสฺสํ ปเวเทนฺโต ปุปฺผมยํ อาสนํ ปญฺญเปตฺวา อทาสิ. สตฺถา ตตฺถ นิสีทิตฺวา, อนิจฺจตาปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมึ กถํ กเถตฺวา ตสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว อากาเสน อคมาสิ. โส ปุพฺเพ คหิตํ นิจฺจคฺคาหํ ปหาย อนิจฺจสญฺญํ หทเย ฐเปตฺวา, กาลงฺกตฺวา, เทวโลเก อุปฺปชิตฺวา, อปราปรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต, อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห โสปากโยนิยํ นิพฺพตฺติ. โส ชาติอาคเตน โสปาโกติ นาเมน ปญฺญายิ. เกจิ ปน ‘‘วาณิชกุเล นิพฺพตฺโต, ‘โสปาโก’ติ ปน นามมตฺต’’นฺติ วทนฺติ. ตํ อปทานปาฬิยา วิรุชฺฌติ ‘‘ปจฺฉิเม ภเว สมฺปตฺเต, โสปากโยนุปาคมิ’’นฺติ วจนโต.

ตสฺส จตุมาสชาตสฺส ปิตา กาลมกาสิ, จูฬปิตา โปเสสิ. อนุกฺกเมน สตฺตวสฺสิโก ชาโต. เอกทิวสํ จูฬปิตา ‘‘อตฺตโน ปุตฺเตน กลหํ กโรตี’’ติ กุชฺฌิตฺวา, ตํ สุสานํ เนตฺวา, เทฺว หตฺเถ รชฺชุยา เอกโต พนฺธิตฺวา, ตาย เอว รชฺชุยา มตมนุสฺสสฺส สรีเร คาฬฺหํ พนฺธิตฺวา คโต ‘‘สิงฺคาลาทโย ขาทนฺตู’’ติ. ปจฺฉิมภวิกตาย ทารกสฺส ปุญฺญผเลน สยํ มาเรตุํ น วิสหิ, สิงฺคาลาทโยปิ น อภิภวึสุ. ทารโก อฑฺฒรตฺตสมเย เอวํ วิปฺปลปติ –

‘‘กา คติ เม อคติสฺส, โก วา พนฺธุ อพนฺธุโน;

สุสานมชฺเฌ พนฺธสฺส, โก เม อภยทายโก’’ติ.

สตฺถา ตาย เวลาย เวเนยฺยพนฺธเว โอโลเกนฺโต ทารกสฺส หทยพฺภนฺตเร ปชฺชลนฺตํ อรหตฺตูปนิสฺสยํ ทิสฺวา โอภาสํ ผริตฺวา สตึ ชเนตฺวา เอวมาห –

‘‘เอหิ โสปาก มา ภายิ, โอโลกสฺสุ ตถาคตํ;

อหํ ตํ ตารยิสฺสามิ, ราหุมุเขว จนฺทิม’’นฺติ.

ทารโก พุทฺธานุภาเวน ฉินฺนพนฺธโน คาถาปริโยสาเน โสตาปนฺโน หุตฺวา คนฺธกุฏิสมฺมุเข อฏฺฐาสิ. ตสฺส มาตา ปุตฺตํ อปสฺสนฺตี จูฬปิตรํ ปุจฺฉิตฺวา เตนสฺส ปวตฺติยา อกถิตาย ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา วิจินนฺตี ‘‘พุทฺธา กิร อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ ชานนฺติ, ยํนูนาหํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา มม ปุตฺตสฺส ปวตฺตึ ชาเนยฺย’’นฺติ สตฺถุ สนฺติกํ อคมาสิ. สตฺถา, อิทฺธิยา ตํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา, ‘‘ภนฺเต, มม ปุตฺตํ น ปสฺสามิ, อปิจ ภควา ตสฺส ปวตฺตึ ชานาตี’’ติ ตาย ปุฏฺโฐ –

‘‘น สนฺติ ปุตฺตา ตาณาย, น ปิตา นาปิ พนฺธวา;

อนฺตเกนาธิปนฺนสฺส, นตฺถิ ญาตีสุ ตาณตา’’ติ. (ธ. ป. ๒๘๘) –

ธมฺมํ กเถสิ. ตํ สุตฺวา สา โสตาปนฺนา อโหสิ. ทารโก อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๒.๑๑๒-๑๒๓) –

‘‘ปพฺภารํ โสธยนฺตสฺส, วิปิเน ปพฺพตุตฺตเม;

สิทฺธตฺโถ นาม ภควา, อาคจฺฉิ มม สนฺติกํ.

‘‘พุทฺธํ อุปคตํ ทิสฺวา, โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน;

สนฺถรํ สนฺถริตฺวาน, ปุปฺผาสนมทาสหํ.

‘‘ปุปฺผาสเน นิสีทิตฺวา, สิทฺธตฺโถ โลกนายโก;

มมญฺจ คติมญฺญาย, อนิจฺจตมุทาหริ.

‘‘อนิจฺจา วต สงฺขารา, อุปฺปาทวยธมฺมิโน;

อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ, เตสํ วูปสโม สุโข.

‘‘อิทํ วตฺวาน สพฺพญฺญู, โลกเชฏฺโฐ นราสโภ;

นภํ อพฺภุคฺคมี วีโร, หํสราชาว อมฺพเร.

‘‘สกํ ทิฏฺฐึ ชหิตฺวาน, ภาวยานิจฺจสญฺญหํ;

เอกาหํ ภาวยิตฺวาน, ตตฺถ กาลํ กโต อหํ.

‘‘เทฺว สมฺปตฺตี อนุโภตฺวา, สุกฺกมูเลน โจทิโต;

ปจฺฉิเม ภเว สมฺปตฺเต, สปากโยนุปาคมึ.

‘‘อคารา อภินิกฺขมฺม, ปพฺพชึ อนคาริยํ;

ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ, อรหตฺตมปาปุณึ.

‘‘อารทฺธวีริโย ปหิตตฺโต, สีเลสุ สุสมาหิโต;

โตเสตฺวาน มหานาคํ, อลตฺถํ อุปสมฺปทํ.

‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปุปฺผทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ สญฺญํ ภาวยึ ตทา;

ตํ สญฺญํ ภาวยนฺตสฺส, ปตฺโต เม อาสวกฺขโย.

‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อถ ภควา อิทฺธึ ปฏิสํหริ. สาปิ ปุตฺตํ ทิสฺวา หฏฺฐตุฏฺโฐ ตสฺส ขีณาสวภาวํ สุตฺวา ปพฺพาเชตฺวา คตา. โส สตฺถารํ คนฺธกุฏิจฺฉายายํ จงฺกมนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา, วนฺทิตฺวา อนุจงฺกมิ. ตสฺส ภควา อุปสมฺปทํ อนุชานิตุกาโม ‘‘เอกํ นาม กิ’’นฺติอาทินา ทส ปเญฺห ปุจฺฉิ. โสปิ สตฺถุ อธิปฺปายํ คณฺหนฺโต สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สํสนฺเทนฺโต ‘‘สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา’’ติอาทินา (ขุ. ปา. ๔.๑) เต ปเญฺห วิสฺสชฺเชสิ. เตเนว เต กุมารปญฺหา นาม ชาตา. สตฺถา ตสฺส ปญฺหพฺยากรเณน อาราธิตจิตฺโต อุปสมฺปทํ อนุชานิ. เตน สา ปญฺหพฺยากรณูปสมฺปทา นาม ชาตา. ตสฺสิมํ อตฺตโน ปวตฺตึ ปกาเสตฺวา เถโร อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –

๔๘๐. ‘‘ทิสฺวา ปาสาทฉายายํ, จงฺกมนฺตํ นรุตฺตมํ;

ตตฺถ นํ อุปสงฺกมฺม, วนฺทิสฺสํ ปุริสุตฺตมํ.

๔๘๑. ‘‘เอกํสํ จีวรํ กตฺวา, สํหริตฺวาน ปาณโย;

อนุจงฺกมิสฺสํ วิรชํ, สพฺพสตฺตานมุตฺตมํ.

๔๘๒. ‘‘ตโต ปเญฺห อปุจฺฉิ มํ, ปญฺหานํ โกวิโท วิทู;

อจฺฉมฺภี จ อภีโต จ, พฺยากาสึ สตฺถุโน อหํ.

๔๘๓. ‘‘วิสฺสชฺชิเตสุ ปเญฺหสุ, อนุโมทิ ตถาคโต;

ภิกฺขุสงฺฆํ วิโลเกตฺวา, อิมมตฺถํ อภาสถ.

๔๘๔. ‘‘‘ลาภา องฺคานํ มคธานํ, เยสายํ ปริภุญฺชติ;

จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ, ปจฺจยํ สยนาสนํ;

ปจฺจุฏฺฐานญฺจ สามีจึ, เตสํ ลาภา’ติ จาพฺรวิ.

๔๘๕. ‘‘‘อชฺชทคฺเค มํ โสปาก, ทสฺสนาโยปสงฺกม;

เอสา เจว เต โสปาก, ภวตุ อุปสมฺปทา’’’.

๔๘๖. ‘‘ชาติยา สตฺตวสฺเสน, ลทฺธาน อุปสมฺปทํ;

ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ, อโห ธมฺมสุธมฺมตา’’ติ. – อิมา คาถา อภาสิ;

ตตฺถ ปาสาทฉายายนฺติ คนฺธกุฏิจฺฉายายํ. วนฺทิสฺสนฺติ, อภิวนฺทึ.

สํหริตฺวาน ปาณโยติ อุโภ หตฺเถ กมลมกุฬากาเรน สงฺคเต กตฺวา, อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาติ อตฺโถ. อนุจงฺกมิสฺสนฺติ จงฺกมนฺตสฺส สตฺถุโน อนุปจฺฉโต อนุคมนวเสน จงฺกมึ. วิรชนฺติ วิคตราคาทิรชํ.

ปเญฺหติ กุมารปเญฺห. วิทูติ เวทิตพฺพํ วิทิตวา, สพฺพญฺญูติ อตฺโถ. ‘‘สตฺถา มํ ปุจฺฉตี’’ติ อุปฺปชฺชนกสฺส ฉมฺภิตตฺตสฺส ภยสฺส จ เสตุฆาเตน ปหีนตฺตา อจฺฉมฺภี จ อภีโต จ พฺยากาสิ.

เยสายนฺติ เยสํ องฺคมคธานํ อยํ โสปาโก. ปจฺจยนฺติ คิลานปจฺจยํ. สามีจินฺติ มคฺคทานพีชนาทิสามีจิกิริยํ.

อชฺชทคฺเคติ ท-กาโร ปทสนฺธิกโร, อชฺช อคฺเค อาทึ กตฺวา, อชฺช ปฏฺฐาย. ‘‘อชฺชตคฺเค’’ติปิ ปาฬิ, อชฺชตํ อาทึ กตฺวาติ อตฺโถ. ทสฺสนาโยปสงฺกมาติ ‘‘หีนชจฺโจ, วยสา ตรุณตโร’’ติ วา อจินฺเตตฺวา ทสฺสนาย มํ อุปสงฺกม. เอสา เจวาติ ยา ตสฺส มม สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สทฺธึ สํสนฺเทตฺวา กตา ปญฺหวิสฺสชฺชนา. เอสาเยว เต ภวตุ อุปสมฺปทา อิติ จ อพฺรวีติ โยชนา. ‘‘ลทฺธา เม อุปสมฺปทา’’ติปิ ปาฬิ. เย ปน ‘‘ลทฺธาน อุปสมฺปท’’นฺติปิ ปฐนฺติ, เตสํ สตฺตวสฺเสนาติ สตฺตเมน วสฺเสนาติ อตฺโถ, สตฺตวสฺเสน วา หุตฺวาติ วจนเสโส. ยํ ปเนตฺถ อวุตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

โสปากตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.