๑. สุนฺทรสมุทฺทตฺเถรคาถาวณฺณนา

สตฺตกนิปาเต อลงฺกตาติอาทิกา อายสฺมโต สุนฺทรสมุทฺทตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห อญฺญตรสฺส มหาวิภวสฺส เสฏฺฐิโน ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. สมุทฺโทติสฺส นามํ อโหสิ. รูปสมฺปตฺติยา ปน สุนฺทรสมุทฺโทติ ปญฺญายิตฺถ. โส ปฐมวเย ฐิโต ภควโต ราชคหปฺปเวเส พุทฺธานุภาวํ ทิสฺวา, ปฏิลทฺธสทฺโธ นิสฺสรณชฺฌาสยตาย ปพฺพชิตฺวา, ลทฺธูปสมฺปโท สมาทินฺนธุตธมฺโม ราชคหโต สาวตฺถึ คนฺตฺวา, กลฺยาณมิตฺตสฺส สนฺติเก วิปสฺสนาจารํ อุคฺคเหตฺวา, กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชนฺโต วิหรติ. ตสฺส มาตา ราชคเห อุสฺสวทิวเส อญฺเญ เสฏฺฐิปุตฺเต สปชาปติเก อลงฺกตปฏิยตฺเต อุสฺสวกีฬํ กีฬนฺเต ทิสฺวา, ปุตฺตํ อนุสฺสริตฺวา โรทติ. ตํ ทิสฺวา อญฺญตรา คณิกา โรทนการณํ ปุจฺฉิ. สา ตสฺสา ตํ การณํ กเถสิ. ตํ สุตฺวา คณิกา ‘‘อหํ ตํ อาเนสฺสามิ, ปสฺส ตาว มม อิตฺถิภาว’’นฺติ วตฺวา ‘‘ยทิ เอวํ ตํเยว ตสฺส ปชาปตึ กตฺวา อิมสฺส กุลสฺส สามินึ กริสฺสามี’’ติ ตาย พหุํ ธนํ ทตฺวา, วิสฺสชฺชิตา มหตา ปริวาเรน สาวตฺถึ คนฺตฺวา, เถรสฺส ปิณฺฑาย วิจรณฏฺฐาเน เอกสฺมึ เคเห วสมานา ทิวเส ทิวเส อญฺเญหิ เถรสฺส สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ทาเปสิ. อลงฺกตปฏิยตฺตา จ หุตฺวา สุวณฺณปาทุกา อารุยฺห อตฺตานํ ทสฺเสสิ. อเถกทิวสํ เคหทฺวาเรน คจฺฉนฺตํ เถรํ ทิสฺวา, สุวณฺณปาทุกา โอมุญฺจิตฺวา, อญฺชลึ ปคฺคยฺห ปุรโต คจฺฉนฺตี นานปฺปการํ เถรํ กามนิมนฺตนาย นิมนฺเตสิ. ตํ สุตฺวา เถโร ‘‘ปุถุชฺชนจิตฺตํ นาม จญฺจลํ, ยํนูน มยา อิทาเนว อุสฺสาโห กรณีโย’’ติ ตตฺเถว ฐิโต ภาวนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ –

๔๕๙. ‘‘อลงฺกตา สุวสนา, มาลธารี วิภูสิตา;

อลตฺตกกตาปาทา, ปาทุการุยฺห เวสิกา.

๔๖๐. ‘‘ปาทุกา โอรุหิตฺวาน, ปุรโต ปญฺชลีกตา;

สา มํ สเณฺหน มุทุนา, มฺหิตปุพฺพํ อภาสถ.

๔๖๑. ‘‘‘ยุวาสิ ตฺวํ ปพฺพชิโต, ติฏฺฐาหิ มม สาสเน;

ภุญฺช มานุสเก กาเม, อหํ วิตฺตํ ททามิ เต;

สจฺจํ เต ปฏิชานามิ, อคฺคึ วา เต หรามหํ.

๔๖๒. ‘‘‘ยทา ชิณฺณา ภวิสฺสาม, อุโภ ทณฺฑปรายนา;

อุโภปิ ปพฺพชิสฺสาม, อุภยตฺถ กฏคฺคโห’’’.

๔๖๓. ‘‘ตญฺจ ทิสฺวาน ยาจนฺตึ, เวสิกํ ปญฺชลีกตํ;

อลงฺกตํ สุวสนํ, มจฺจุปาสํว โอฑฺฑิตํ.

๔๖๔. ‘‘ตโต เม มนสีกาโร, โยนิโส อุทปชฺชถ;

อาทีนโว ปาตุรหุ, นิพฺพิทา สมติฏฺฐถ.

๔๖๕. ‘‘ตโต จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม, ปสฺส ธมฺมสุธมฺมตํ;

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

ตตฺถ มาลธารีติ มาลาธารินี ปิฬนฺธปุปฺผทามา. วิภูสิตาติ อูนฏฺฐานสฺส ปูรณวเสน ปุปฺเผหิ เจว คนฺธวิเลปนาทีหิ จ วิภูสิตคตฺตา. ‘‘อลงฺกตา’’ติ อิมินา หตฺถูปคคีวูปคาทีหิ อาภรเณหิ อลงฺกรณํ อธิปฺเปตํ. อลตฺตกกตาปาทาติ ปริณตชยสุมนปุปฺผวณฺเณน ลาขารเสน รญฺชิตจรณยุคฬา. สมาสปทเญฺหตํ, ‘‘อลตฺตกกตปาทา’’ติ วตฺตพฺเพ คาถาสุขตฺถํ ทีฆํ กตฺวา วุตฺตํ. อสมาสภาเว ปน ‘‘ตสฺสา’’ติ วจนเสโส เวทิตพฺโพ. ปาทุการุยฺห เวสิกาติ เอกา รูปูปชีวิกา อิตฺถี ยถาวุตฺตเวสา สุวณฺณปาทุกา ปฏิมุญฺจิตฺวา ‘‘ฐิตา’’ติ วจนเสโส.

ปาทุกา โอรุหิตฺวานาติ ปาทุกาหิ โอตริตฺวา, สุวณฺณปาทุกาโย โอมุญฺจิตฺวาติ อตฺโถ. ปญฺชลีกตาติ ปคฺคหิตอญฺชลิกา สา เวสี มํ. สามํ วา วจนปรมฺปรํ วินา สยเมว อภาสถ. สเณฺหนาติ มฏฺเฐน. มุทุนาติ มธุเรน. ‘‘วจเนนา’’ติ อวุตฺตมฺปิ วุตฺตเมว โหติ, อภาสถาติ, วุตฺตตฺตา.

ยุวาสิ ตฺวํ ปพฺพชิโตติ ตฺวํ ปพฺพชนฺโต ยุวา, ทหโรเยว หุตฺวา ปพฺพชิโตสิ, นนุ ปพฺพชนฺเตน สตฺตเม ทสเก สมฺปตฺเตว ปพฺพชิตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. ติฏฺฐาหิ มม สาสเนติ มม วจเน ติฏฺฐ.

กึ ปน ตนฺติ อาห ‘‘ภุญฺช มานุสเก กาเม’’ติ กาเม ปริภุญฺชิตุกามสฺส รูปสมฺปตฺติ, วยสมฺปตฺติ, ปริวารสมฺปตฺติ, โภคสมฺปตฺติ จ อิจฺฉิตพฺพา. ตตฺถ ‘‘กุโต เม โภคสมฺปตฺตี’’ติ วเทยฺยาติ, อาห ‘‘อหํ วิตฺตํ ททามิ เต’’ติ. ‘‘ตยิทํ วจนํ กถํ สทฺทหาตพฺพ’’นฺติ มญฺเญยฺยาติ ตํ สทฺทหาเปนฺตี อาห ‘‘สจฺจํ เต ปฏิชานามิ, อคฺคึ วา เต หรามห’’นฺติ. ‘‘ภุญฺช มานุสเก กาเม, อหํ วิตฺตํ ททามิ เต’’ติ ยทิทํ มยา ปฏิญฺญาตํ, ตํ เอกํเสน สจฺจเมว ปฏิชานามิ, สเจ เม น ปตฺติยายสิ, อคฺคึ วา เต หรามหํ อคฺคึ หริตฺวา อคฺคิปจฺจยํ สปถํ กโรมีติ อตฺโถ. อุภยตฺถ กฏคฺคโหติ อมฺหากํ อุภินฺนํ ชิณฺณกาเล ปพฺพชฺชนํ อุภยตฺถ ชยคฺคาโห. ยํ มยํ ยาว ทณฺฑปรายนกาลา โภเค ภุญฺชาม, เอวํ อิธโลเกปิ โภเคหิ น ชียาม, มยํ ปจฺฉา ปพฺพชิสฺสาม, เอวํ ปรโลเกปิ โภเคหิ น ชียามาติ อธิปฺปาโย. ตโตติ ตํ นิมิตฺตํ, กาเมหิ นิมนฺเตนฺติยา ‘‘ยุวาสิ ตฺว’’นฺติอาทินา ‘‘ยทา ชิณฺณา ภวิสฺสามา’’ติอาทินา จ ตสฺสา เวสิยา วุตฺตวจนเหตุ. ตญฺหิ วจนํ องฺกุสํ กตฺวา เถโร สมณธมฺมํ กโรนฺโต สทตฺถํ ปริปูเรสิ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.

สุนฺทรสมุทฺทตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.