๑๑. สปฺปกตฺเถรคาถาวณฺณนา
ยทา พลากาติอาทิกา อายสฺมโต สปฺปกตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อิโต เอกตึเส กปฺเป มหานุภาโว นาคราชา หุตฺวา นิพฺพตฺโต สมฺภวสฺส นาม ปจฺเจกพุทฺธสฺส อพฺโภกาเส สมาปตฺติยา นิสินฺนสฺส มหนฺตํ ปทุมํ คเหตฺวา อุปริมุทฺธนิ ธาเรนฺโต ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา สปฺปโกติ ลทฺธนาโม วิญฺญุตํ ปตฺโต ภควโต สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อชกรณิยา นาม นทิยา ตีเร เลณคิริวิหาเร วสนฺโต นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๒.๗๘-๘๓) –
‘‘หิมวนฺตสฺสาวิทูเร, โรมโส นาม ปพฺพโต;
พุทฺโธปิ สมฺภโว นาม, อพฺโภกาเส วสี ตทา.
‘‘ภวนา นิกฺขมิตฺวาน, ปทุมํ ธารยึ อหํ;
เอกาหํ ธารยิตฺวาน, ภวนํ ปุนราคมึ.
‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ พุทฺธมภิปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
โส อรหตฺตํ ปตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตุํ สาวตฺถึ อาคโต ญาตีหิ อุปฏฺฐียมาโน ตตฺถ กติปาหํ วสิตฺวา ธมฺมํ เทเสตฺวา ญาตเก สรเณสุ จ สีเลสุ จ ปติฏฺฐาเปตฺวา ยถาวุตฺตฏฺฐานเมว คนฺตุกาโม อโหสิ. ตํ ญาตกา ‘‘อิเธว, ภนฺเต, วสถ, มยํ ปฏิชคฺคิสฺสามา’’ติ ยาจึสุ. โส คมนาการํ ทสฺเสตฺวา ฐิโต อตฺตนา วสิตฏฺฐานกิตฺตนาปเทเสน วิเวกาภิรตึ ปกาเสนฺโต –
๓๐๗. ‘‘ยทา พลากา สุจิปณฺฑรจฺฉทา, กาฬสฺส เมฆสฺส ภเยน ตชฺชิตา;
ปเลหิติ อาลยมาลเยสินี, ตทา นที อชกรณี รเมติ มํ.
๓๐๘. ‘‘ยทา พลากา สุวิสุทฺธปณฺฑรา, กาฬสฺส เมฆสฺส ภเยน ตชฺชิตา;
ปริเยสติ เลณมเลณทสฺสินี, ตทา นที อชกรณี รเมติ มํ.
๓๐๙. ‘‘กํ นุ ตตฺถ น รเมนฺติ, ชมฺพุโย อุภโต ตหึ;
โสเภนฺตี อาปคากูลํ, มม เลณสฺส ปจฺฉโต.
๓๑๐. ‘‘ตามตมทสงฺฆสุปฺปหีนา, เภกา มนฺทวตี ปนาทยนฺติ;
นาชฺช คิรินทีหิ วิปฺปวาสสมโย,
เขมา อชกรณี สิวา สุรมฺมา’’ติ. – จตสฺโส คาถา อภาสิ;
ตตฺถ ยทาติ ยสฺมึ กาเล. พลากาติ พลากาสกุณิกา. สุจิปณฺฑรจฺฉทาติ สุจิสุทฺธธวลปกฺขา. กาฬสฺส เมฆสฺส ภเยน ตชฺชิตาติ ชลภารภริตตาย กาฬสฺส อญฺชนคิริสนฺนิกาสสฺส ปาวุสฺสกเมฆสฺส คชฺชโต วุฏฺฐิภเยน นิพฺพิชฺชิตา ภึสาปิตา. ปเลหิตีติ โคจรภูมิโต อุปฺปติตฺวา คมิสฺสติ. อาลยนฺติ นิลยํ อตฺตโน กุลาวกํ. อาลเยสินีติ ตตฺถ อาลยนํ นิลียนเมว อิจฺฉนฺตี. ตทา นที อชกรณี รเมติ มนฺติ ตสฺมึ ปาวุสฺสกกาเล อชกรณีนามิกา นที นโวทกสฺส ปูรา หารหารินี กุลงฺกสา มํ รเมติ มม จิตฺตํ อาราเธตีติ อุตุปเทสวิเสสกิตฺตนาปเทเสน วิเวกาภิรตึ ปกาเสสิ.
สุวิสุทฺธปณฺฑราติ สุฏฺฐุ วิสุทฺธปณฺฑรวณฺณา, อสมฺมิสฺสวณฺณา สพฺพเสตาติ อตฺโถ. ปริเยสตีติ มคฺคติ. เลณนฺติ วสนฏฺฐานํ. อเลณทสฺสินีติ วสนฏฺฐานํ อปสฺสนฺตี. ปุพฺเพ นิพทฺธวสนฏฺฐานสฺส อภาเวน อเลณทสฺสินี, อิทานิ ปาวุสฺสกกาเล เมฆคชฺชิเตน อาหิตคพฺภา ปริเยสติ เลณนฺติ นิพทฺธวสนฏฺฐานํ กุลาวกํ กโรตีติ อตฺโถ.
กํ นุ ตตฺถ…เป… ปจฺฉโตติ มม วสนกมหาเลณสฺส ปจฺฉโต ปจฺฉาภาเค อาปคากูลํ อชกรณีนทิยา อุภโตตีรํ ตหึ ตหึ อิโต จิโต จ โสเภนฺติโย นิจฺจกาลํ ผลภารนมิตสาขา สินิทฺธปณฺณจฺฉายา ชมฺพุโย ตตฺถ ตสฺมึ ฐาเน กํ นาม สตฺตํ น รเมนฺติ นุ, สพฺพํ รเมนฺติเยว.
ตามตมทสงฺฆสุปฺปหีนาติ อมตํ วุจฺจติ อคทํ, เตน มชฺชนฺตีติ อมตมทา, สปฺปา, เตสํ สงฺโฆ อมตมทสงฺโฆ, ตโต สุฏฺฐุ ปหีนา อปคตา. เภกา มณฺฑูกิโย, มนฺทวตี สรวติโย, ปนาทยนฺติ ตํ ฐานํ มธุเรน วสฺสิเตน นินฺนาทยนฺติ. นาชฺช คิรินทีหิ วิปฺปวาสสมโยติ อชฺช เอตรหิ อญฺญาหิปิ ปพฺพเตยฺยาหิ นทีหิ วิปฺปวาสสมโย น โหติ, วิเสสโต ปน วาฬมจฺฉสุสุมาราทิวิรหิตโต เขมา อชกรณี นที. สุนฺทรตลติตฺถปุลินสมฺปตฺติยา สิวา. สุฏฺฐุ รมฺมา รมณียา, ตสฺมา ตตฺเถว เม มโน รมตีติ อธิปฺปาโย.
เอวํ ปน วตฺวา ญาตเก วิสฺสชฺเชตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว คโต. สุญฺญาคาราภิรติทีปเนน อิทเมว จ เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณํ อโหสีติ.
สปฺปกตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.