๑. นาคสมาลตฺเถรคาถาวณฺณนา

อลงฺกตาติอาทิกา อายสฺมโต นาคสมาลตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต คิมฺหสมเย สูริยาตปสนฺตตฺตาย ภูมิยา คจฺฉนฺตํ สตฺถารํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ฉตฺตํ อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สกฺยราชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา นาคสมาโลติ ลทฺธนาโม วยปฺปตฺโต ญาติสมาคเม ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา กิญฺจิ กาลํ ภควโต อุปฏฺฐาโก อโหสิ. โส เอกทิวสํ นครํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ อลงฺกตปฏิยตฺตํ อญฺญตรํ นจฺจกึ มหาปเถ ตูริเยสุ วชฺชนฺเตสุ นจฺจนฺตึ ทิสฺวา, ‘‘อยํ จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผารวเสน กรชกายสฺส ตถา ตถา ปริวตฺติ, อโห อนิจฺจา สงฺขารา’’ติ ขยวยํ ปฏฺฐเปตฺวา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๖.๓๗-๔๘) –

‘‘องฺคารชาตา ปถวี, กุกฺกุฬานุคตา มหี;

ปทุมุตฺตโร ภควา, อพฺโภกาสมฺหิ จงฺกมิ.

‘‘ปณฺฑรํ ฉตฺตมาทาย, อทฺธานํ ปฏิปชฺชหํ;

ตตฺถ ทิสฺวาน สมฺพุทฺธํ, วิตฺติ เม อุปปชฺชถ.

‘‘มรีจิโยตฺถฏา ภูมิ, องฺคาราว มหี อยํ;

อุปหนฺติ มหาวาตา, สรีรสฺสาสุเขปนา.

‘‘สีตํ อุณฺหํ วิหนนฺตํ, วาตาตปนิวารณํ;

ปฏิคฺคณฺห อิมํ ฉตฺตํ, ผสฺสยิสฺสามิ นิพฺพุตึ.

‘‘อนุกมฺปโก การุณิโก, ปทุมุตฺตโร มหายโส;

มม สงฺกปฺปมญฺญาย, ปฏิคฺคณฺหิ ตทา ชิโน.

‘‘ตึสกปฺปานิ เทวินฺโท, เทวรชฺชมการยึ;

สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี อโหสหํ.

‘‘ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ;

อนุโภมิ สกํ กมฺมํ, ปุพฺเพ สุกตมตฺตโน.

‘‘อยํ เม ปจฺฉิมา ชาติ, จริโม วตฺตเต ภโว;

อชฺชาปิ เสตจฺฉตฺตํ เม, สพฺพกาลํ ธรียติ.

‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ ฉตฺตมททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ฉตฺตทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา –

๒๖๗. ‘‘อลงฺกตา สุวสนา, มาลินี จนฺทนุสฺสทา;

มชฺเฌ มหาปเถ นารี, ตูริเย นจฺจติ นฏฺฏกี.

๒๖๘. ‘‘ปิณฺฑิกาย ปวิฏฺโฐหํ, คจฺฉนฺโต นํ อุทิกฺขิสํ;

อลงฺกตํ สุวสนํ, มจฺจุปาสํว โอฑฺฑิตํ.

๒๖๙. ‘‘ตโต เม มนสีกาโร, โยนิโส อุทปชฺชถ;

อาทีนโว ปาตุรหุ, นิพฺพิทา สมติฏฺฐถ.

๒๗๐. ‘‘ตโต จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม, ปสฺส ธมฺมสุธมฺมตํ;

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. –

จตูหิ คาถาหิ อตฺตโน ปฏิปตฺติกิตฺตนมุเขน อญฺญํ พฺยากาสิ.

ตตฺถ อลงฺกตาติ หตฺถูปคาทิอาภรเณหิ อลงฺกตคตฺตา. สุวสนาติ สุนฺทรวสนา โสภนวตฺถนิวตฺถา. มาลินีติ มาลาธารินี ปิฬนฺธิตปุปฺผมาลา. จนฺทนุสฺสทาติ จนฺทนานุเลปลิตฺตสรีรา. มชฺเฌ มหาปเถ นารี, ตูริเย นจฺจติ นฏฺฏกีติ ยถาวุตฺตฏฺฐาเน เอกา นารี นฏฺฏกี นาฏกิตฺถี นครวีถิยา มชฺเฌ ปญฺจงฺคิเก ตูริเย วชฺชนฺเต นจฺจติ, ยถาปฏฺฐปิตํ นจฺจํ กโรติ.

ปิณฺฑิกายาติ ภิกฺขาย. ปวิฏฺโฐหนฺติ นครํ ปวิฏฺโฐ อหํ. คจฺฉนฺโต นํ อุทิกฺขิสนฺติ นครวีถิยํ คจฺฉนฺโต ปริสฺสยปริหรณตฺถํ วีถึ โอโลเกนฺโต ตํ นฏฺฏกึ โอโลเกสึ. กึ วิย? มจฺจุปาสํว โอฑฺฑิตนฺติ ยถา มจฺจุสฺส มจฺจุราชสฺส ปาสภูโต รูปาทิโก โอฑฺฑิโต โลเก อนุวิจริตฺวา ฐิโต เอกํเสน สตฺตานํ อนตฺถาวโห, เอวํ สาปิ อปฺปฏิสงฺขาเน ฐิตานํ อนฺธปุถุชฺชนานํ เอกํสโต อนตฺถาวหาติ มจฺจุปาสสทิสี วุตฺตา.

ตโตติ ตสฺมา มจฺจุปาสสทิสตฺตา. เมติ มยฺหํ. มนสีกาโร โยนิโส อุทปชฺชถาติ ‘‘อยํ อฏฺฐิสงฺฆาโต นฺหารุสมฺพนฺโธ มํเสน อนุปลิตฺโต ฉวิยา ปฏิจฺฉนฺโน อสุจิทุคฺคนฺธเชคุจฺฉปฏิกฺกูโล อนิจฺจุจฺฉาทนปริมทฺทนเภทนวิทฺธํสนธมฺโม อีทิเส วิกาเร ทสฺเสตี’’ติ เอวํ โยนิโส มนสิกาโร อุปฺปชฺชิ. อาทีนโว ปาตุรหูติ เอวํ กายสฺส สภาวูปธารณมุเขน ตสฺส จ ตํนิสฺสิตานญฺจ จิตฺตเจตสิกานํ อุทยพฺพยํ สรสปภงฺคุตญฺจ มนสิ กโรโต เตสุ จ ยกฺขรกฺขสาทีสุ วิย ภยโต อุปฏฺฐหนฺเตสุ ตตฺถ เม อเนกาการอาทีนโว โทโส ปาตุรโหสิ. ตปฺปฏิปกฺขโต จ นิพฺพาเน อานิสํโส. นิพฺพิทา สมติฏฺฐถาติ นิพฺพินฺทนํ อาทีนวานุปสฺสนานุภาวสิทฺธํ นิพฺพิทาญาณํ มม หทเย สณฺฐาสิ, มุหุตฺตมฺปิ เตสํ รูปารูปธมฺมานํ คหเณ จิตฺตํ นาโหสิ, อญฺญทตฺถุ มุญฺจิตุกามตาทิวเสน ตตฺถ อุทาสีนเมว ชาตนฺติ อตฺโถ.

ตโตติ วิปสฺสนาญาณโต ปรํ. จิตฺตํ วิมุจฺจิ เมติ โลกุตฺตรภาวนาย วตฺตมานาย มคฺคปฏิปาฏิยา สพฺพกิเลเสหิ มม จิตฺตํ วิมุตฺตํ อโหสิ. เอเตน ผลุปฺปตฺตึ ทสฺเสติ. มคฺคกฺขเณ หิ กิเลสา วิมุจฺจนฺติ นาม, ผลกฺขเณ วิมุตฺตาติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

นาคสมาลตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.