๒๑. มหานิปาโต
๑. วงฺคีสตฺเถรคาถาวณฺณนา
สตฺตตินิปาเต นิกฺขนฺตํ วต มํ สนฺตนฺติอาทิกา อายสฺมโต วงฺคีสตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนคเร มหาโภคกุเล นิพฺพตฺโต, ปุริมนเยเนว วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ ปฏิภานวนฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา สตฺถุ อธิการกมฺมํ กตฺวา – ‘‘อหมฺปิ อนาคเต ปฏิภานวนฺตานํ อคฺโค ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ กตฺวา, สตฺถารา พฺยากโต ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วงฺคีโสติ ลทฺธนาโม ตโย เพเท อุคฺคณฺหนฺโต อาจริยํ อาราเธตฺวา, ฉวสีสมนฺตํ นาม สิกฺขิตฺวา ฉวสีสํ นเขน อาโกเฏตฺวา ‘‘อยํ สตฺโต อสุกโยนิยํ นิพฺพตฺโต’’ติ ชานาติ.
พฺราหฺมณา ‘‘อยํ อมฺหากํ ชีวิตมคฺโค’’ติ ญตฺวา วงฺคีสํ คเหตฺวา ปฏิจฺฉนฺนยาเน นิสีทาเปตฺวา คามนิคมราชธานิโย วิจรนฺติ. วงฺคีโสปิ ติวสฺสมตฺถเก มตานมฺปิ สีสํ อาหราเปตฺวา นเขน อาโกเฏตฺวา ‘‘อยํ สตฺโต อสุกโยนิยํ นิพฺพตฺโต’’ติ วตฺวา มหาชนสฺส กงฺขจฺเฉทนตฺถํ เต เต ชเน อาวาเหตฺวา อตฺตโน อตฺตโน คตึ กถาเปติ. เตน ตสฺมึ มหาชโน อภิปฺปสีทติ. โส ตํ นิสฺสาย มหาชนสฺส หตฺถโต สตมฺปิ สหสฺสมฺปิ ลภตีติ. พฺราหฺมณา วงฺคีสมาทาย ยถารุจึ วิจริตฺวา ปุน สาวตฺถึ อคมํสุ. วงฺคีโส สตฺถุ คุเณ สุตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตุกาโม อโหสิ. พฺราหฺมณา ‘‘สมโณ โคตโม มายาย ตํ อาวฏฺเฏสฺสตี’’ติ ปฏิกฺขิปึสุ. วงฺคีโส เตสํ วจนํ อนาทิยิตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา มธุรปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ.
ตํ สตฺถา ปุจฺฉิ – ‘‘วงฺคีส, กิญฺจิ สิปฺปํ ชานาสี’’ติ? ‘‘อาม, โภ โคตม, ฉวสีสมนฺตํ นาม ชานามิ. เตน ติวสฺสมตฺถเก มตานมฺปิ สีสํ นเขน อาโกเฏตฺวา นิพฺพตฺตฏฺฐานํ ชานามี’’ติ. สตฺถา ตสฺส เอกํ นิรเย นิพฺพตฺตสฺส สีสํ ทสฺเสสิ, เอกํ มนุสฺเสสุ, เอกํ เทเวสุ, เอกํ ปรินิพฺพุตสฺส สีสํ ทสฺเสสิ. โส ปฐมํ สีสํ อาโกเฏตฺวา, ‘‘โภ โคตม, อยํ สตฺโต นิรเย นิพฺพตฺโต’’ติ อาห. ‘‘สาธุ, วงฺคีส, สุฏฺฐุ ตยา ทิฏฺฐํ. อยํ สตฺโต กุหึ นิพฺพตฺโต’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘มนุสฺสโลเก’’ติ. ‘‘อยํ กุหิ’’นฺติ? ‘‘เทวโลเก’’ติ ติณฺณนฺนมฺปิ นิพฺพตฺตฏฺฐานํ กเถสิ. ปรินิพฺพุตสฺส ปน สีสํ นเขน อาโกเฏนฺโต เนว อนฺตํ น โกฏึ ปสฺสิ. อถ นํ สตฺถา ‘‘น สกฺโกสิ วงฺคีสา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อุปปริกฺขามิ ตาวา’’ติ ปุนปฺปุนํ ปริวตฺเตตฺวา อาโกเฏนฺโตปิ พาหิรกมนฺเตน ขีณาสวสฺส คตึ กถํ ชานิสฺสติ, อถสฺส มตฺถกโต เสโท มุจฺจิ. โส ลชฺชิตฺวา ตุณฺหีภูโต อฏฺฐาสิ. อถ นํ สตฺถา – ‘‘กิลมสิ, วงฺคีสา’’ติ อาห. ‘‘อาม, โภ โคตม, อิมสฺส อุปฺปนฺนฏฺฐานํ ชานิตุํ น สกฺโกมิ, สเจ ตุเมฺห ชานาถ, กเถถา’’ติ. ‘‘วงฺคีส, อหํ เอตมฺปิ ชานามิ, อิโต อุตฺตริตรมฺปิ ชานามี’’ติ วตฺวา –
‘‘จุตึ โย เวทิ สตฺตานํ, อุปปตฺติญฺจ สพฺพโส;
อสตฺตํ สุคตํ พุทฺธํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
‘‘ยสฺส คตึ น ชานนฺติ, เทวา คนฺธพฺพมานุสา;
ขีณาสวํ อรหนฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณ’’นฺติ. (ธ. ป. ๔๑๙-๔๒๐; สุ. นิ. ๖๔๘-๖๔๙) –
อิมา เทฺว คาถา อภาสิ. วงฺคีโส ‘‘เตน หิ, โภ โคตม, ตํ วิชฺชํ เม เทถา’’ติ อปจิตึ ทสฺเสตฺวา สตฺถุ สนฺติเก นิสีทิ. สตฺถา ‘‘อเมฺหหิ สมานลิงฺคสฺส เทมา’’ติ อาห. วงฺคีโส ‘‘ยํกิญฺจิ กตฺวา มยา อิมํ มนฺตํ คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ พฺราหฺมเณ อาห – ‘‘ตุเมฺห มยิ ปพฺพชนฺเต มา จินฺตยิตฺถ, อหํ มนฺตํ อุคฺคณฺหิตฺวา สกลชมฺพุทีเป เชฏฺฐโก ภวิสฺสามิ, ตุมฺหากมฺปิ เตน ภทฺทกเมว ภวิสฺสตี’’ติ มนฺตตฺถาย สตฺถุสนฺติกํ อุปสงฺกมิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. ตทา จ เถโร นิโคฺรธกปฺโป ภควโต สนฺติเก ฐิโต โหติ, ตํ ภควา อาณาเปสิ – ‘‘นิโคฺรธกปฺป, อิมํ ปพฺพาเชหี’’ติ. โส สตฺถุ อาณาย ตํ ปพฺพาเชสิ. อถสฺส สตฺถา ‘‘มนฺตปริวารํ ตาว อุคฺคณฺหาหี’’ติ ทฺวตฺตึสาการกมฺมฏฺฐานํ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานญฺจ อาจิกฺขิ. โส ทฺวตฺตึสาการํ สชฺฌายนฺโตว วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปสิ. พฺราหฺมณา วงฺคีสํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘กึ, โภ วงฺคีส, สมณสฺม โคตมสฺส สนฺติเก สิปฺปํ สิกฺขิต’’นฺติ ปุจฺฉึสุ. ‘‘กึ สิปฺปสิกฺขเนน, คจฺฉถ ตุเมฺห, น มยฺหํ ตุเมฺหหิ กตฺตพฺพกิจฺจ’’นฺติ. พฺราหฺมณา ‘‘ตฺวมฺปิ ทานิ สมณสฺส โคตมสฺส วสํ อาปนฺโน, มายาย อาวฏฺฏิโต, กึ มยํ ตว สนฺติเก กริสฺสามา’’ติ อาคตมคฺเคเนว ปกฺกมึสุ. วงฺคีสตฺเถโร วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๕.๙๖-๑๔๒) –
‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, สพฺพธมฺเมสุ จกฺขุมา;
อิโต สตสหสฺสมฺหิ, กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก.
‘‘ยถาปิ สาคเร อูมิ, คคเน วิย ตารกา;
เอวํ ปาวจนํ ตสฺส, อรหนฺเตหิ จิตฺติตํ.
‘‘สเทวาสุรนาเคหิ, มนุเชหิ ปุรกฺขโต;
สมณพฺราหฺมณากิณฺเณ, ชนมชฺเฌ ชินุตฺตโม.
‘‘ปภาหิ อนุรญฺชนฺโต, โลเก โลกนฺตคู ชิโน;
วจเนน วิโพเธนฺโต, เวเนยฺยปทุมานิ โส.
‘‘เวสารชฺเชหิ สมฺปนฺโน, จตูหิ ปุริสุตฺตโม;
ปหีนภยสารชฺโช, เขมปฺปตฺโต วิสารโท.
‘‘อาสภํ ปวรํ ฐานํ, พุทฺธภูมิญฺจ เกวลํ;
ปฏิชานาติ โลกคฺโค, นตฺถิ สญฺโจทโก กฺวจิ.
‘‘สีหนาทมสมฺภีตํ, นทโต ตสฺส ตาทิโน;
เทวา นโร วา พฺรหฺมา วา, ปฏิวตฺตา น วิชฺชติ.
‘‘เทเสนฺโต ปวรํ ธมฺมํ, สนฺตาเรนฺโต สเทวกํ;
ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตติ, ปริสาสุ วิสารโท.
‘‘ปฏิภานวตํ อคฺคํ, สาวกํ สาธุสมฺมตํ;
คุณํ พหุํ ปกิตฺเตตฺวา, เอตทคฺเค ฐเปสิ ตํ.
‘‘ตทาหํ หํสวติยํ, พฺราหฺมโณ สาธุสมฺมโต;
สพฺพเวทวิทู ชาโต, วาคีโส วาทิสูทโน.
‘‘อุเปจฺจ ตํ มหาวีรํ, สุตฺวาหํ ธมฺมเทสนํ;
ปีติวรํ ปฏิลภึ, สาวกสฺส คุเณ รโต.
‘‘นิมนฺเตตฺวาว สุคตํ, สสงฺฆํ โลกนนฺทนํ;
สตฺตาหํ โภชยิตฺวาหํ, ทุสฺเสหจฺฉาทยึ ตทา.
‘‘นิปจฺจ สิรสา ปาเท, กโตกาโส กตญฺชลี;
เอกมนฺตํ ฐิโต หฏฺโฐ, สนฺถวึ ชินมุตฺตมํ.
‘‘นโม เต วาทิมทฺทน, นโม เต อิสิสตฺตม;
นโม เต สพฺพโลกคฺค, นโม เต อภยํ กร.
‘‘นโม เต มารมถน, นโม เต ทิฏฺฐิสูทน;
นโม เต สนฺติสุขท, นโม เต สรณํ กร.
‘‘อนาถานํ ภวํ นาโถ, ภีตานํ อภยปฺปโท;
วิสฺสามภูมิ สนฺตานํ, สรณํ สรเณสินํ.
‘‘เอวมาทีหิ สมฺพุทฺธํ, สนฺถวิตฺวา มหาคุณํ;
อโวจํ วาทิสูทสฺส, คตึ ปปฺโปมิ ภิกฺขุโน.
‘‘ตทา อโวจ ภควา, อนนฺตปฏิภานวา;
โย โส พุทฺธํ อโภเชสิ, สตฺตาหํ สหสาวกํ.
‘‘คุณญฺจ เม ปกิตฺเตสิ, ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ;
เอโส ปตฺถยเต ฐานํ, วาทิสูทสฺส ภิกฺขุโน.
‘‘อนาคตมฺหิ อทฺธาเน, ลจฺฉเส ตํ มโนรถํ;
เทวมานุสสมฺปตฺตึ, อนุโภตฺวา อนปฺปกํ.
‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, โอกฺกากกุลสมฺภโว;
โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท, โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต;
วงฺคีโส นาม นาเมน, เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก.
‘‘ตํ สุตฺวา มุทิโต หุตฺวา, ยาวชีวํ ตทา ชินํ;
ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐาสึ, เมตฺตจิตฺโต ตถาคตํ.
‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตุสิตํ อคมาสหํ.
‘‘ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ, ชาโต วิปฺปกุเล อหํ;
ปจฺจาชาโต ยทา อาสึ, ชาติยา สตฺตวสฺสิโก.
‘‘สพฺพเวทวิทู ชาโต, วาทสตฺถวิสารโท;
วาทิสฺสโร จิตฺตกถี, ปรวาทปฺปมทฺทโน.
‘‘วงฺเค ชาโตติ วงฺคีโส, วจเน อิสฺสโรติ วา;
วงฺคีโส อิติ เม นามํ, อภวี โลกสมฺมตํ.
‘‘ยทาหํ วิญฺญุตํ ปตฺโต, ฐิโต ปฐมโยพฺพเน;
ตทา ราชคเห รมฺเม, สาริปุตฺตมหทฺทสํ.
‘‘ปิณฺฑาย วิจรนฺตํ ตํ, ปตฺตปาณึ สุสํวุตํ;
อโลลกฺขึ มิตภาณึ, ยุคมตฺตํ นิทกฺขิตํ.
‘‘ตํ ทิสฺวา วิมฺหิโต หุตฺวา, อโวจํ มมนุจฺฉวํ;
กณิการํว นิจิตํ, จิตฺตํ คาถาปทํ อหํ.
‘‘อาจิกฺขิ โส เม สตฺถารํ, สมฺพุทฺธํ โลกนายกํ;
ตทา โส ปณฺฑิโต วีโร, อุตฺตรึ สมโวจ เม.
‘‘วิราคสํหิตํ วากฺยํ, กตฺวา ทุทฺทสมุตฺตมํ;
วิจิตฺตปฏิภาเนหิ, โตสิโต เตน ตาทินา.
‘‘นิปจฺจ สิรสา ปาเท, ปพฺพาเชหีติ มํ พฺรวิ;
ตโต มํ ส มหาปญฺโญ, พุทฺธเสฏฺฐมุปานยิ.
‘‘นิปจฺจ สิรสา ปาเท, นิสีทึ สตฺถุ สนฺติเก;
มมาห วทตํ เสฏฺโฐ, กจฺจิ วงฺคีส ชานาสิ.
‘‘กิญฺจิ สิปฺปนฺติ ตสฺสาหํ, ชานามีติ จ อพฺรวึ;
มตสีสํ วนจฺฉุทฺธํ, อปิ พารสวสฺสิกํ;
ตว วิชฺชาวิเสเสน, สเจ สกฺโกสิ วาจย.
‘‘อาโมติ เม ปฏิญฺญาเต, ตีณิ สีสานิ ทสฺสยิ;
นิรยนรเทเวสุ, อุปปนฺเน อวาจยึ.
‘‘ตทา ขีณาสวสฺเสว, สีสํ ทสฺเสสิ นายโก;
ตโตหํ วิหตารพฺโภ, ปพฺพชฺชํ สมยาจิสํ.
‘‘ปพฺพชิตฺวาน สุคตํ, สนฺถวามิ ตหึ ตหึ;
ตโต มํ กพฺพวิตฺโตสิ, อุชฺฌายนฺติห ภิกฺขโว.
‘‘ตโต วีมํสนตฺถํ เม, อาห พุทฺโธ วินายโก;
ตกฺกิกา ปนิมา คาถา, ฐานโส ปฏิภนฺติ ตํ.
‘‘น กพฺพวิตฺโตหํ วีร, ฐานโส ปฏิภนฺติ มํ;
เตน หิ ทานิ วงฺคีส, ฐานโส สนฺถวาหิ มํ.
‘‘ตทาหํ สนฺถวึ วีรํ, คาถาหิ อิสิสตฺตมํ;
ฐานโส เม ตทา ตุฏฺโฐ, ชิโน อคฺเค ฐเปสิ มํ.
‘‘ปฏิภาเนน จิตฺเตน, อญฺเญสมติมญฺญหํ;
เปสเล เตน สํวิคฺโค, อรหตฺตมปาปุณึ.
‘‘ปฏิภานวตํ อคฺโค, อญฺโญ โกจิ น วิชฺชติ;
ยถายํ ภิกฺขุ วงฺคีโส, เอวํ ธาเรถ ภิกฺขโว.
‘‘สตสหสฺเส กตํ กมฺมํ, ผลํ ทสฺเสสิ เม อิธ;
สุมุตฺโต สรเวโคว, กิเลเส ฌาปยึ มม.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา, วิหรามิ อนาสโว.
‘‘สฺวาคตํ วต เม อาสิ, พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.
‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส, วิโมกฺขาปิ จ อฏฺฐิเม;
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหา ปน หุตฺวา เถโร สตฺถุ สนฺติกํ คจฺฉนฺโต จกฺขุปถโต ปฏฺฐาย จนฺเทน, สูริเยน, อากาเสน, มหาสมุทฺเทน, สิเนรุนา ปพฺพตราเชน, สีเหน มิครญฺญา, หตฺถินาเคนาติ เตน เตน สทฺธึ อุปเมนฺโต อเนเกหิ ปทสเตหิ สตฺถารํ วณฺเณนฺโตว อุปคจฺฉติ. เตน ตํ สตฺถา สงฺฆมชฺเฌ นิสินฺโน ปฏิภานวนฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ. อถ เถเรน อรหตฺตปฺปตฺติโต ปุพฺเพ จ ปจฺฉา จ ตํ ตํ จิตฺตํ อาคมฺม ภาสิตา. เถรํ อุทฺทิสฺส อานนฺทตฺเถราทีหิ ภาสิตา จ –
๑๒๑๘. ‘‘นิกฺขนฺตํ วต มํ สนฺตํ, อคารสฺมานคาริยํ;
วิตกฺกา อุปธาวนฺติ, ปคพฺภา กณฺหโต อิเม.
๑๒๑๙. ‘‘อุคฺคปุตฺตา มหิสฺสาสา, สิกฺขิตา ทฬฺหธมฺมิโน;
สมนฺตา ปริกิเรยฺยุํ, สหสฺสํ อปลายินํ.
๑๒๒๐. ‘‘สเจปิ เอตฺตกา ภิยฺโย, อาคมิสฺสนฺติ อิตฺถิโย;
เนว มํ พฺยาธยิสฺสนฺติ, ธมฺเม สมฺหิ ปติฏฺฐิโต.
๑๒๒๑. ‘‘สกฺขี หิ เม สุตํ เอตํ, พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน;
นิพฺพานคมนํ มคฺคํ, ตตฺถ เม นิรโต มโน.
๑๒๒๒. ‘‘เอวญฺเจ มํ วิหรนฺตํ, ปาปิม อุปคจฺฉสิ;
ตถา มจฺจุ กริสฺสามิ, น เม มคฺคมฺปิ ทกฺขสิ.
๑๒๒๓. ‘‘อรติญฺจ รติญฺจ ปหาย, สพฺพโส เคหสิตญฺจ วิตกฺกํ;
วนถํ น กเรยฺย กุหิญฺจิ, นิพฺพนโถ อวนโถ ส ภิกฺขุ.
๑๒๒๔. ‘‘ยมิธ ปถวิญฺจ เวหาสํ, รูปคตํ ชคโตคธํ กิญฺจิ;
ปริชียติ สพฺพมนิจฺจํ, เอวํ สเมจฺจ จรนฺติ มุตตฺตา.
๑๒๒๕. ‘‘อุปธีสุ ชนา คธิตาเส, ทิฏฺฐสุเต ปฏิเฆ จ มุเต จ;
เอตฺถ วิโนทย ฉนฺทมเนโช, โย เหตฺถ น ลิมฺปติ มุนิ ตมาหุ.
๑๒๒๖. ‘‘อถ สฏฺฐิสิตา สวิตกฺกา, ปุถุชฺชนตาย อธมฺมา นิวิฏฺฐา;
น จ วคฺคคตสฺส กุหิญฺจิ, โน ปน ทุฏฺฐุลฺลคาหี ส ภิกฺขุ.
๑๒๒๗. ‘‘ทพฺโพ จิรรตฺตสมาหิโต, อกุหโก นิปโก อปิหาลุ;
สนฺตํ ปทํ อชฺฌคมา มุนิ, ปฏิจฺจ ปรินิพฺพุโต กงฺขติ กาลํ.
๑๒๒๘. ‘‘มานํ ปชหสฺสุ โคตม, มานปถญฺจ ชหสฺสุ อเสสํ;
มานปถมฺหิ ส มุจฺฉิโต, วิปฺปฏิสารีหุวา จิรรตฺตํ.
๑๒๒๙. ‘‘มกฺเขน มกฺขิตา ปชา, มานหตา นิรยํ ปปตนฺติ;
โสจนฺติ ชนา จิรรตฺตํ, มานหตา นิรยํ อุปปนฺนา.
๑๒๓๐. ‘‘น หิ โสจติ ภิกฺขุ กทาจิ, มคฺคชิโน สมฺมา ปฏิปนฺโน;
กิตฺติญฺจ สุขญฺจานุโภติ, ธมฺมทโสติ ตมาหุ ตถตฺตํ.
๑๒๓๑. ‘‘ตสฺมา อขิโล อิธ ปธานวา, นีวรณานิ ปหาย วิสุทฺโธ;
มานญฺจ ปหาย อเสสํ, วิชฺชายนฺตกโร สมิตาวี.
๑๒๓๒. ‘‘กามราเคน ฑยฺหามิ, จิตฺตํ เม ปริฑยฺหติ;
สาธุ นิพฺพาปนํ พฺรูหิ, อนุกมฺปาย โคตม.
๑๒๓๓. ‘‘สญฺญาย วิปริเยสา, จิตฺตํ เต ปริฑยฺหติ;
นิมิตฺตํ ปริวชฺเชหิ, สุภํ ราคูปสํหิตํ.
๑๒๓๔. ‘‘อสุภาย จิตฺตํ ภาเวหิ, เอกคฺคํ สุสมาหิตํ;
สติ กายคตา ตฺยตฺถุ, นิพฺพิทาพหุโล ภว.
๑๒๓๕. ‘‘อนิมิตฺตญฺจ ภาเวหิ, มานานุสยมุชฺชห;
ตโต มานาภิสมยา, อุปสนฺโต จริสฺสสิ.
๑๒๓๖. ‘‘ตเมว วาจํ ภาเสยฺย, ยายตฺตานํ น ตาปเย;
ปเร จ น วิหึเสยฺย, สา เว วาจา สุภาสิตา.
๑๒๓๗. ‘‘ปิยวาจเมว ภาเสยฺย, ยา วาจา ปฏินนฺทิตา;
ยํ อนาทาย ปาปานิ, ปเรสํ ภาสเต ปิยํ.
๑๒๓๘. ‘‘สจฺจํ เว อมตา วาจา, เอส ธมฺโม สนนฺตโน;
สจฺเจ อตฺเถ จ ธมฺเม จ, อาหุ สนฺโต ปติฏฺฐิตา.
๑๒๓๙. ‘‘ยํ พุทฺโธ ภาสติ วาจํ, เขมํ นิพฺพานปตฺติยา;
ทุกฺขสฺสนฺตกิริยาย, สา เว วาจานมุตฺตมา.