๑. อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถรคาถาวณฺณนา
โสฬสกนิปาเต เอส ภิยฺโยติอาทิกา อายสฺมโต อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร คหปติมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา เอกทิวสํ สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ อตฺตโน สาสเน ปฐมํ ปฏิวิทฺธธมฺมรตฺตญฺญูนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา สยมฺปิ ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถนฺโต สตสหสฺสภิกฺขุปริวารสฺส สตฺถุโน สตฺตาหํ มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา ปณิธานํ อกาสิ. สตฺถาปิสฺส อนนฺตรายตํ ทิสฺวา ภาวินึ สมฺปตฺตึ พฺยากาสิ. โส ยาวชีวํ ปุญฺญานิ กตฺวา สตฺถริ ปรินิพฺพุเต เจติเย ปติฏฺฐาปิยมาเน อนฺโตเจติเย รตนฆรํ กาเรสิ, เจติยํ ปริวาเรตฺวา สหสฺสรตนคฺฆิยานิ จ กาเรสิ.
โส เอวํ ปุญฺญานิ กตฺวา, ตโต จวิตฺวา, เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล มหากาโล นาม กุฏุมฺพิโก หุตฺวา อฏฺฐกรีสมตฺเต เขตฺเต สาลิคพฺภํ ผาเลตฺวา, คหิตสาลิตณฺฑุเลหิ อสมฺภินฺนขีรปายาสํ สมฺปาเทตฺวา, ตตฺถ มธุสปฺปิสกฺกราทโย ปกฺขิปิตฺวา, พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส อทาสิ. สาลิคพฺภํ ผาเลตฺวา คหิตคหิตฏฺฐานํ ปุน ปูรติ, ปุถุกกาเล ปุถุกคฺคํ นาม อทาสิ. ลายเน ลายนคฺคํ, เวณิกรเณ เวณคฺคํ, กลาปาทิกรเณ กลาปคฺคํ, ขลคฺคํ, ภณฺฑคฺคํ, มินคฺคํ, โกฏฺฐคฺคนฺติ; เอวํ เอกสสฺเส นว วาเร อคฺคทานํ นาม อทาสิ. ตมฺปิ สสฺสํ อติเรกตรํ สมฺปนฺนํ อโหสิ.
เอวํ ยาวชีวํ ปุญฺญานิ กตฺวา, ตโต จุโต เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสรนฺโต, อมฺหากํ ภควโต อุปฺปตฺติโต ปุเรตรเมว กปิลวตฺถุนครสฺส อวิทูเร โทณวตฺถุนามเก พฺราหฺมณคาเม พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ. ตสฺส โกณฺฑญฺโญติ โคตฺตโต อาคตํ นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต ตโย เวเท อุคฺคเหตฺวา ลกฺขณมนฺเตสุ จ ปารํ อคมาสิ. เตน สมเยน อมฺหากํ โพธิสตฺโต ตุสิตปุรโต จวิตฺวา กปิลวตฺถุปุเร สุทฺโธทนมหาราชสฺส เคเห นิพฺพตฺติ. ตสฺส นามคฺคหณทิวเส อฏฺฐุตฺตรสเตสุ พฺราหฺมเณสุ อุปนีเตสุ เย อฏฺฐ พฺราหฺมณา ลกฺขณปริคฺคหณตฺถํ มหาตลํ อุปนีตา. โส เตสุ สพฺพนวโก หุตฺวา, มหาปุริสสฺส ลกฺขณนิปฺผตฺตึ ทิสฺวา, ‘‘เอกํเสน อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ นิฏฺฐํ คนฺตฺวา มหาสตฺตสฺส อภินิกฺขมนํ อุทิกฺขนฺโต วิจรติ.
โพธิสตฺโตปิ โข มหตา ปริวาเรน วฑฺฒมาโน อนุกฺกเมน วุทฺธิปฺปตฺโต ญาณปริปากํ คนฺตฺวา เอกูนตึสติเม วสฺเส มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมนฺโต อโนมานทีตีเร ปพฺพชิตฺวา อนุกฺกเมน อุรุเวลํ คนฺตฺวา ปธานํ ปทหิ. ตทา โกณฺฑญฺโญ มาณโว มหาสตฺตสฺส ปพฺพชิตภาวํ สุตฺวา, ลกฺขณปริคฺคาหกพฺราหฺมณานํ ปุตฺเตหิ วปฺปมาณวาทีหิ สทฺธึ อตฺตปญฺจโม ปพฺพชิตฺวา, อนุกฺกเมน โพธิสตฺตสฺส สนฺติกํ อุปสงฺกมิตฺวา, ฉพฺพสฺสานิ ตํ อุปฏฺฐหนฺโต ตสฺส โอฬาริกาหารปริโภเคน นิพฺพินฺโน อปกฺกมิตฺวา อิสิปตนํ อคมาสิ. อถ โข โพธิสตฺโต โอฬาริกาหารปริโภเคน ลทฺธกายพโล เวสาขปุณฺณมายํ โพธิรุกฺขมูเล อปราชิตปลฺลงฺเก นิสินฺโน ติณฺณํ มารานํ มตฺถกํ มทฺทิตฺวา, อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา, สตฺตสตฺตาหํ โพธิมณฺเฑเยว วีตินาเมตฺวา, ปญฺจวคฺคิยานํ ญาณปริปากํ ญตฺวา, อาสาฬฺหีปุณฺณมายํ อิสิปตนํ คนฺตฺวา, เตสํ ธมฺมจกฺกปวตฺตนสุตฺตนฺตํ (มหาว. ๑๓ อาทโย; สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑) เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน โกณฺฑญฺญตฺเถโร อฏฺฐารสหิ พฺรหฺมโกฏีหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. อถ ปญฺจมิยํ ปกฺขสฺส อนตฺตลกฺขณสุตฺตนฺตเทสนาย (มหาว. ๒๐; สํ. นิ. ๓.๕๙) อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑.๕๙๖-๖๑๒) –
‘‘ปทุมุตฺตรสมฺพุทฺธํ, โลกเชฏฺฐํ วินายกํ;
พุทฺธภูมิมนุปฺปตฺตํ, ปฐมํ อทฺทสํ อหํ.
‘‘ยาวตา โพธิยา มูเล, ยกฺขา สพฺเพ สมาคตา;
สมฺพุทฺธํ ปริวาเรตฺวา, วนฺทนฺติ ปญฺชลีกตา.
‘‘สพฺเพ เทวา ตุฏฺฐมนา, อากาเส สญฺจรนฺติ เต;
พุทฺโธ อยํ อนุปฺปตฺโต, อนฺธการตโมนุโท.
‘‘เตสํ หาสปเรตานํ, มหานาโท อวตฺตถ;
กิเลเส ฌาปยิสฺสาม, สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน.
‘‘เทวานํ คิรมญฺญาย, วาจาสภิมุทีริหํ;
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน, อาทิภิกฺขมทาสหํ.
‘‘มม สงฺกปฺปมญฺญาย, สตฺถา โลเก อนุตฺตโร;
เทวสงฺเฆ นิสีทิตฺวา, อิมา คาถา อภาสถ.
‘‘สตฺตาหํ อภินิกฺขมฺม, โพธึ อชฺฌคมํ อหํ;
อิทํ เม ปฐมํ ภตฺตํ, พฺรหฺมจาริสฺส ยาปนํ.
‘‘ตุสิตา หิ อิธาคนฺตฺวา, โย เม ภิกฺขํ อุปานยิ;
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ, สุโณถ มม ภาสโต.
‘‘ตึสกปฺปสหสฺสานิ, เทวรชฺชํ กริสฺสติ;
สพฺเพ เทเว อภิโภตฺวา, ติทิวํ อาวสิสฺสติ.
‘‘เทวโลกา จวิตฺวาน, มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ;
สหสฺสธา จกฺกวตฺตี, ตตฺถ รชฺชํ กริสฺสติ.
‘‘กปฺปสตสหสฺสมฺหิ, โอกฺกากกุลสมฺภโว;
โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘ติทสา โส จวิตฺวาน, มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ;
อคารา ปพฺพชิตฺวาน, ฉพฺพสฺสานิ วสิสฺสติ.
‘‘ตโต สตฺตมเก วสฺเส, พุทฺโธ สจฺจํ กเถสฺสติ;
โกณฺฑญฺโญ นาม นาเมน, ปฐมํ สจฺฉิกาหิติ.
‘‘นิกฺขนฺเตนานุปพฺพชึ, ปธานํ สุกตํ มยา;
กิเลเส ฌาปนตฺถาย, ปพฺพชึ, อนคาริยํ.
‘‘อภิคนฺตฺวาน สพฺพญฺญู, พุทฺโธ โลเก สเทวเก;
อิสินาเม มิคารญฺเญ, อมตเภริมาหนิ.
‘‘โส ทานิ ปตฺโต อมตํ, สนฺติปทมนุตฺตรํ;
สพฺพาสเว ปริญฺญาย, วิหรามิ อนาสโว.
‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อถ นํ สตฺถา อปรภาเค เชตวนมหาวิหาเร ภิกฺขุสงฺฆมชฺเฌ ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสินฺโน ปฐมํ ปฏิวิทฺธธมฺมภาวํ ทีเปนฺโต, ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ รตฺตญฺญูนํ ยทิทํ อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญ’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๘๘) เอตทคฺเค ฐเปสิ. โส ทฺวีหิ อคฺคสาวเกหิ อตฺตนิ กรียมานํ ปรมนิปจฺจการํ คามนฺตเสนาสเน อากิณฺณวิหารญฺจ ปริหริตุกาโม, วิเวกาภิรติยา วิหริตุกาโม จ อตฺตโน สนฺติกํ อุปคตานํ คหฏฺฐปพฺพชิตานํ ปฏิสนฺถารกรณมฺปิ ปปญฺจํ มญฺญมาโน สตฺถารํ อาปุจฺฉิตฺวา หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา ฉทฺทนฺเตหิ นาเคหิ อุปฏฺฐิยมาโน ฉทฺทนฺตทหตีเร ทฺวาทส วสฺสานิ วสิ. เอวํ ตตฺถ วสนฺตํ เถรํ เอกทิวสํ สกฺโก เทวราชา อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ฐิโต เอวมาห – ‘‘สาธุ เม, ภนฺเต, อยฺโย ธมฺมํ เทเสตู’’ติ. เถโร ตสฺส จตุสจฺจคพฺภํ ติลกฺขณาหตํ สุญฺญตปฏิสํยุตฺตํ นานานยวิจิตฺตํ อมโตคธํ พุทฺธลีลาย ธมฺมํ เทเสสิ. ตํ สุตฺวา สกฺโก อตฺตโน ปสาทํ ปเวเทนฺโต –
๖๗๓. ‘‘เอส ภิยฺโย ปสีทามิ, สุตฺวา ธมฺมํ มหารสํ;
วิราโค เทสิโต ธมฺโม, อนุปาทาย สพฺพโส’’ติ. – ปฐมํ คาถมาห;
ตตฺถ เอส ภิยฺโย ปสีทามิ, สุตฺวา ธมฺมํ มหารสนฺติ ยทิปิ อเนกวารํ สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ตตฺถ อภิปฺปสนฺโน. อิทานิ ปน ตุเมฺหหิ กถิตํ นานานยวิจิตฺตตาย อเสจนกตาย จ มหารสํ ธมฺมํ สุตฺวา เอโส อหํ ตโต ภิยฺโย ปสีทามิ. วิราโค เทสิโต ธมฺโม, อนุปาทาย สพฺพโสติ สพฺพสํกิเลสโต สพฺพสงฺขารโต จ วิรชฺชนโต วิราคชนนโต วิราโค. ตโต เอว รูปาทีสุ กญฺจิ ธมฺมํ อนุปาทาย อคฺคเหตฺวา วิมุตฺติสาธนวเสน ปวตฺตตฺตา สพฺพโส อนุปาทาย เทสิโต.
เอวํ สกฺโก เทวราชา เถรสฺส เทสนํ โถเมตฺวา เถรํ อภิวาเทตฺวา สกฏฺฐานเมว คโต. อเถกทิวสํ เถโร มิจฺฉาวิตกฺเกหิ อภิภุยฺยมานานํ เอกจฺจานํ ปุถุชฺชนานํ จิตฺตาจารํ ทิสฺวา ตปฺปฏิปกฺขภูตญฺจสฺส อนุกฺกมํ อนุสฺสริตฺวา, อตฺตโน จ สพฺพโส ตโต วินิวตฺติตมานสตํ อาวชฺเชตฺวา ตทตฺถํ ทีเปตฺวา –
๖๗๔. ‘‘พหูนิ โลเก จิตฺรานิ, อสฺมึ ปถวิมณฺฑเล;
มเถนฺติ มญฺเญ สงฺกปฺปํ, สุภํ ราคูปสํหิตํ.
๖๗๕. ‘‘รชมุหตญฺจ วาเตน, ยถา เมโฆปสมฺมเย;
เอวํ สมฺมนฺติ สงฺกปฺปา, ยทา ปญฺญาย ปสฺสตี’’ติ. – เทฺว คาถา อภาสิ;
ตตฺถ พหูนิ โลเก จิตฺรานีติ รูปาทิวเสน ตตฺถาปิ นีลปีตาทิวเสน อิตฺถิปุริสาทิวเสน จ อเนกานิ โลเก จิตฺตวิจิตฺตานิ อารมฺมณชาตานิ. อสฺมึ ปถวิมณฺฑเลติ ปจฺจกฺขภูตํ มนุสฺสโลกํ สนฺธาย วทติ. มเถนฺติ มญฺเญ สงฺกปฺปนฺติ ตชฺชํ ปุริสวายามสหิตํ อรณิสหิตํ วิย อคฺคึ อโยนิโสมนสิการาภิสงฺขาตานิ มิจฺฉาสงฺกปฺปานิ มเถนฺติ มญฺเญ มเถนฺตานิ วิย ติฏฺฐนฺติ. กีทิสํ? สุภํ ราคูปสํหิตํ, กามวิตกฺกนฺติ อตฺโถ. โส หิ สุภาการคฺคหเณน ‘‘สุโภ’’ติ โวหรียติ.
รชมุหตญฺจ วาเตนาติ จ-อิติ นิปาตมตฺตํ. ยถา คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส วาเตน อูหตํ อุฏฺฐิตํ รชํ มหาเมโฆ วสฺสนฺโต อุปสมฺมเย, วูปสเมยฺย. เอวํ สมฺมนฺติ สงฺกปฺปา, ยทา ปญฺญาย ปสฺสตีติ ยทา อริยสาวโก ตานิ โลกจิตฺรานิ สมุทยโต, อสฺสาทโต, อาทีนวโต, นิสฺสรณโต จ ยถาภูตํ ปญฺญาย ปสฺสติ, อถ ยถา ตํ รชํ อุหตํ เมเฆน, เอวํ สมฺมนฺติ ปญฺญาย สพฺเพปิ มิจฺฉาสงฺกปฺปา. น หิ อุปฺปนฺนาย สมฺมาทิฏฺฐิยา มิจฺฉาสงฺกปฺปา ปติฏฺฐํ ลภนฺติ. ยถา ปน ปญฺญาย ปสฺสติ, ตํ ทสฺเสนฺโต –
๖๗๖. ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ, ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ;
อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข, เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา.
๖๗๗. ‘‘สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขาติ…เป… เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา.
๖๗๘. ‘‘สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ, ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ;
อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข, เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา’’ติ. –
ติสฺโส คาถา อภาสิ.
ตตฺถ สพฺเพ สงฺขาราติ ฉฬารมฺมณสงฺคหา สพฺเพ เตภูมกา ปญฺจกฺขนฺธา. อนิจฺจาติ ‘‘อาทิมชฺฌอนฺตวนฺตโต, อนิจฺจนฺติกโต, ตาวกาลิกโต, ตตฺถ ตตฺถ ภิชฺชนโต น นิจฺจา’’ติ ยทา วิปสฺสนาปญฺญาย ปสฺสติ. อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเขติ อถ อิมสฺมึ วฏฺฏทุกฺเข นิพฺพินฺทติ, นิพฺพินฺทนฺโต ทุกฺขปริชานนาทิวิธินา สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌติ. เอส มคฺโค วิสุทฺธิยาติ เอส ยถาวุตฺโต วิปสฺสนาวิธิ ญาณทสฺสนวิสุทฺธิยา, อจฺจนฺตวิสุทฺธิยา จ มคฺโค อธิคมุปาโย.
ทุกฺขาติ สปฺปฏิภยโต, อุทยพฺพยสมฺปฏิปีฬนโต, ทุกฺขมโต, สุขปฏิกฺเขปโต จ ทุกฺขา. เสสํ วุตฺตนยเมว.
สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ สพฺเพปิ จตุภูมกา ธมฺมา อนตฺตา. อิธ ปน เตภูมกธมฺมาว คเหตพฺพา. เต หิ อสารโต, อวสวตฺตนโต, สุญฺญโต, อตฺตปฏิกฺเขปโต จ อนตฺตาติ วิปสฺสิตพฺพา. เสสํ ปุริมสทิสเมว.
เอวํ วิปสฺสนาวิธึ ทสฺเสตฺวา เตน วิธินา กตกิจฺจํ อตฺตานํ อญฺญํ วิย กตฺวา ทสฺเสนฺโต –
๖๗๙. ‘‘พุทฺธานุพุทฺโธ โย เถโร, โกณฺฑญฺโญ ติพฺพนิกฺกโม;
ปหีนชาติมรโณ, พฺรหฺมจริยสฺส เกวลี.
๖๘๐. ‘‘โอฆปาโส ทฬฺหขิโล, ปพฺพโต ทุปฺปทาลโย;
เฉตฺวา ขิลญฺจ ปาสญฺจ, เสลํ เภตฺวาน ทุพฺภิทํ;
ติณฺโณ ปารงฺคโต ฌายี, มุตฺโต โส มารพนฺธนา’’ติ. –
คาถาทฺวยมาห.
ตตฺถ พุทฺธานุพุทฺโธติ พุทฺธานํ อนุพุทฺโธ, สมฺมาสมฺพุทฺเธหิ พุชฺฌิตานิ สจฺจานิ เตสํ เทสนานุสาเรน พุชฺฌตีติ อตฺโถ. ถิเรหิ อเสกฺเขหิ สีลสาราทีหิ สมนฺนาคโตติ, เถโร. โกณฺฑญฺโญติ โคตฺตกิตฺตนํ. ติพฺพนิกฺกโมติ ทฬฺหวีริโย, ถิรปรกฺกโม. ชาติมรณานํ ปหีนการณตฺตา ปหีนชาติมรโณ. พฺรหฺมจริยสฺส เกวลีติ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อนวเสสํ, อนวเสสโต วา มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส ปาริปูรโก, อถ วา เกวลี นาม กิเลเสหิ อสมฺมิสฺสตาย มคฺคญาณํ ผลญาณญฺจ, ตํ อิมสฺมึ อตฺถีติ เกวลี. ยสฺมา ปน ตทุภยมฺปิ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส วเสน โหติ น อญฺญถา, ตสฺมา ‘‘พฺรหฺมจริยสฺส เกวลี’’ติ วุตฺตํ.
โอฆปาโสติ ‘‘กาโมโฆ, ภโวโฆ, ทิฏฺโฐโฆ, อวิชฺโชโฆ’’ติ (ธ. ส. ๑๑๕๖; วิภ. ๙๓๘) เอวํ วุตฺตา จตฺตาโร โอฆา – ‘‘อนฺตลิกฺขจโร ปาโส, ยฺวายํ จรติ มานโส’’ติ (มหาว. ๓๓; สํ. นิ. ๑.๑๕๑) เอวํ วุตฺโต ราคปาโส จ. ทฬฺหขิโลติ ‘‘สตฺถริ กงฺขติ, ธมฺเม กงฺขติ, สงฺเฆ กงฺขติ, สิกฺขาย กงฺขติ, สพฺรหฺมจารีสุ กุปิโต โหติ อนตฺตมโน อาหตจิตฺโต ขิลชาโต’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๘๕; อ. นิ. ๕.๒๐๕) เอวํ วุตฺโต ทโฬฺห ถิโร ปญฺจวิโธ เจโตขิโล จ. ปจุรชเนหิ ปทาเลตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย ทุปฺปทาลโย. ตโต เอว ปพฺพตสทิสตาย ปพฺพโตติ จ สงฺขํ คโต. ‘‘ทุกฺเข อญฺญาณ’’นฺติอาทินา (วิภ. ๒๒๖; สํ. นิ. ๒.๒) วา นเยน วุตฺโต อญฺญาณปฺปเภโท จ. อิติ เอตํ สพฺพํ เฉตฺวา ขิลญฺจ ปาสญฺจาติ เอเตสุ จตุพฺพิเธสุ สํกิเลสธมฺเมสุ โย ขิลญฺจ ปาสญฺจ อริยมคฺคญาณาสินา ฉินฺทิตฺวา. เสลํ เภตฺวาน ทุพฺภิทนฺติ เยน เกนจิ ญาเณน ฉินฺทิตุํ อสกฺกุเณยฺยํ อญฺญาณเสลํ วชิรูปมญาเณน ฉินฺทิตฺวา, จตฺตาโรปิ โอเฆ ตริตฺวา, เตสํ ปรตีเร นิพฺพาเน ฐิตตฺตา ติณฺโณ ปารงฺคโต. อารมฺมณูปนิชฺฌานลกฺขเณน ลกฺขณูปนิชฺฌานลกฺขเณนาติ ทุวิเธนปิ ฌายี; มุตฺโต โส มารพนฺธนาติ โส เอวรูโป ขีณาสโว สพฺพสฺมาปิ กิเลสมารพนฺธนา มุตฺโต วิปฺปมุตฺโต วิสํยุตฺโตติ. อตฺตานเมว สนฺธาย เถโร วทติ.
อเถกทิวสํ เถโร, อตฺตโน สทฺธิวิหาริกํ เอกํ ภิกฺขุํ อกลฺยาณมิตฺตสํสคฺเคน กุสีตํ หีนวีริยํ อุทฺธตํ อุนฺนฬํ วิหรนฺตํ ทิสฺวา, อิทฺธิยา ตตฺถ คนฺตฺวา, ตํ ‘‘มา, อาวุโส, เอวํ กริ, อกลฺยาณมิตฺเต ปหาย กลฺยาณมิตฺเต เสวนฺโต สมณธมฺมํ กโรหี’’ติ โอวทิ. โส เถรสฺส วจนํ นาทิยิ. เถโร ตสฺส อนาทิยเนน ธมฺมสํเวคปฺปตฺโต ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย กถาย มิจฺฉาปฏิปตฺตึ ครหนฺโต สมฺมาปฏิปตฺตึ วิเวกวาสญฺจ ปสํสนฺโต –
๖๘๑. ‘‘อุทฺธโต จปโล ภิกฺขุ, มิตฺเต อาคมฺม ปาปเก;
สํสีทติ มโหฆสฺมึ, อูมิยา ปฏิกุชฺชิโต.
๖๘๒. ‘‘อนุทฺธโต อจปโล, นิปโก สํวุตินฺทฺริโย;
กลฺยาณมิตฺโต เมธาวี, ทุกฺขสฺสนฺตกโร สิยา.
๖๘๓. ‘‘กาลปพฺพงฺคสงฺกาโส, กิโส ธมนิสนฺถโต;
มตฺตญฺญู อนฺนปานสฺมึ, อทีนมนโส นโร.
๖๘๔. ‘‘ผุฏฺโฐ ฑํเสหิ มกเสหิ, อรญฺญสฺมึ พฺรหาวเน;
นาโค สงฺคามสีเสว, สโต ตตฺราธิวาสเย.
๖๘๕-๖. ‘‘นาภินนฺทามิ มรณํ…เป… สมฺปชาโน ปติสฺสโต.
๖๘๗. ‘‘ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา…เป… ภวเนตฺติ สมูหตา.
๖๘๘. ‘‘ยสฺส จตฺถาย ปพฺพชิโต, อคารสฺมานคาริยํ;
โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต, กึ เม สทฺธิวิหารินา’’ติ. –
อิมา คาถา อภาสิ.
ตตฺถ อุทฺธโตติ อุทฺธจฺจยุตฺโต อสมาหิโต วิกฺขิตฺตจิตฺโต. จปโลติ ปตฺตจีวรมณฺฑนาทินา จาปเลฺยน สมนฺนาคโต โลลปกติโก. มิตฺเต อาคมฺม ปาปเกติ อกลฺยาณมิตฺเต นิสฺสาย สมณธมฺมํ อกโรนฺโต. สํสีทติ มโหฆสฺมึ, อูมิยา ปฏิกุชฺชิโตติ ยถา มหาสมุทฺเท ปติตปุริโส สมุทฺทวีจีหิ โอตฺถโฏ สีสํ อุกฺขิปิตุํ อลภนฺโต ตตฺเถว สํสีทติ, เอวํ สํสารมโหฆสฺมึ ปริพฺภมนฺโต โกธุปายาสอูมิยา ปฏิกุชฺชิโต โอตฺถโฏ วิปสฺสนาวเสน ปญฺญาสีสํ อุกฺขิปิตุํ อลภนฺโต ตตฺเถว สํสีทติ.
นิปโกติ นิปุโณ, อตฺตตฺถปรตฺเถสุ กุสโล. สํวุตินฺทฺริโยติ มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ สํวรเณน ปิหิตินฺทฺริโย. กลฺยาณมิตฺโตติ กลฺยาเณหิ มิตฺเตหิ สมนฺนาคโต. เมธาวีติ ธมฺโมชปญฺญาย สมงฺคีภูโต. ทุกฺขสฺสนฺตกโร สิยาติ โส ตาทิโส สกลสฺสาปิ วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺตกโร ภเวยฺย.
กาลปพฺพงฺคสงฺกาโสติอาทิ วิเวกาภิรติกิตฺตนํ. นาภินนฺทามีติอาทิ ปน กตกิจฺจภาวทสฺสนํ. ตํ สพฺพํ เหฏฺฐา (เถรคา. อฏฺฐ. ๒.๖๐๗) วุตฺตตฺถเมว. โอสาเน ปน กึ เม สทฺธิวิหารินาติ อตฺตโน สทฺธิวิหาริกํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตสฺมา เอทิเสน ทุพฺพเจน อนาทเรน สทฺธิวิหารินา กึ เม ปโยชนํ เอกวิหาโรเยว มยฺหํ รุจฺจตีติ อตฺโถ.
เอวํ ปน วตฺวา ฉทฺทนฺตทหเมว คโต. ตตฺถ ทฺวาทส วสฺสานิ วสิตฺวา อุปกฏฺเฐ ปรินิพฺพาเน สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ปรินิพฺพานํ อนุชานาเปตฺวา ตตฺเถว คนฺตฺวา ปรินิพฺพายิ.
อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.