๑. ขทิรวนิยเรวตตฺเถรคาถาวณฺณนา
จุทฺทสกนิปาเต ยทา อหนฺติอาทิกา อายสฺมโต ขทิรวนิยเรวตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? กามญฺจิมสฺส เถรสฺส คาถา เหฏฺฐา เอกกนิปาเต (เถรคา. อฏฺฐ. ๑. ขทิรวนิยตฺเถรคาถาวณฺณนา) อาคตา. ตตฺถ ปนสฺส อตฺตโน ภาคิเนยฺเยสุ สติชนนมตฺตํ ทสฺสิตนฺติ ตสฺสา เอกกนิปาเต สงฺคโห กโต. อิมา ปน เถรสฺส ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย ยาว ปรินิพฺพานา ปฏิปตฺติปกาสิตา คาถา อิมสฺมึ จุทฺทสกนิปาเต สงฺคหํ อาโรปิตา. ตตฺถ อฏฺฐุปฺปตฺติ เหฏฺฐา วุตฺตาเยว. อยํ ปน วิเสโส – เถโร กิร อรหตฺตํ ปตฺวา กาเลน กาลํ สตฺถุ ธมฺมเสนาปติปฺปภูตีนํ มหาเถรานญฺจ อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา กติปาหเมว ตตฺถ วสิตฺวา ขทิรวนเมว ปจฺจาคนฺตฺวา ผลสมาปตฺติสุเขน พฺรหฺมวิหาเรหิ จ วีตินาเมติ. เอวํ คจฺฉนฺเต กาเล ชิณฺโณ วุฑฺโฒ วโย อนุปฺปตฺโต อโหสิ. โส เอกทิวสํ พุทฺธุปฏฺฐานํ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค สาวตฺถิยา อวิทูเร อรญฺเญ วสิ. เตน จ สมเยน โจรา นคเร กตกมฺมา อารกฺขมนุสฺเสหิ อนุพนฺธา ปลายนฺตา เถรสฺส สมีเป คหิตภณฺฑํ ฉฑฺเฑตฺวา ปลายึสุ. มนุสฺสา อนุธาวนฺตา เถรสฺส สมีเป ภณฺฑํ ทิสฺวา เถรํ พนฺธิตฺวา ‘‘โจโร’’ติ สญฺญาย คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ, ‘‘อยํ, เทว, โจโร’’ติ. ราชา เถรํ มุญฺจาเปตฺวา, ‘‘กึ, ภนฺเต, ตุเมฺหหิ อิทํ โจริกกมฺมํ กตํ วา, โน วา’’ติ ปุจฺฉิ. เถโร กิญฺจาปิ ชาติโต ปฏฺฐาย อตฺตนา ตาทิสํ น กตปุพฺพํ, ตํ ปพฺพชิตโต ปฏฺฐาย ปน อกตภาวสฺส, สพฺพโส กิเลสานํ สมุจฺฉินฺนตฺตา ตาทิสสฺส กรเณ อภพฺพตาย ปกาสนตฺถํ สมีเป ฐิตานํ ภิกฺขูนํ รญฺโญ จ ธมฺมํ เทเสนฺโต –
๖๔๕. ‘‘ยทา อหํ ปพฺพชิโต, อคารสฺมานคาริยํ;
นาภิชานามิ สงฺกปฺปํ, อนริยํ โทสสํหิตํ.
๖๔๖. ‘‘‘อิเม หญฺญนฺตุ วชฺฌนฺตุ, ทุกฺขํ ปปฺโปนฺตุ ปาณิโน’;
สงฺกปฺปํ นาภิชานามิ, อิมสฺมึ ทีฆมนฺตเร.
๖๔๗. ‘‘เมตฺตญฺจ อภิชานามิ, อปฺปมาณํ สุภาวิตํ;
อนุปุพฺพํ ปริจิตํ, ยถา พุทฺเธน เทสิตํ.
๖๔๘. ‘‘สพฺพมิตฺโต สพฺพสโข, สพฺพภูตานุกมฺปโก;
เมตฺตจิตฺตญฺจ ภาเวมิ, อพฺยาปชฺชรโต สทา.
๖๔๙. ‘‘อสํหีรํ อสํกุปฺปํ, จิตฺตํ อาโมทยามหํ;
พฺรหฺมวิหารํ ภาเวมิ, อกาปุริสเสวิตํ.
๖๕๐. ‘‘อวิตกฺกํ สมาปนฺโน, สมฺมาสมฺพุทฺธสาวโก;
อริเยน ตุณฺหีภาเวน, อุเปโต โหติ ตาวเท.
๖๕๑. ‘‘ยถาปิ ปพฺพโต เสโล, อจโล สุปฺปติฏฺฐิโต;
เอวํ โมหกฺขยา ภิกฺขุ, ปพฺพโตว น เวธติ.
๖๕๒. ‘‘อนงฺคณสฺส โปสสฺส, นิจฺจํ สุจิคเวสิโน;
วาลคฺคมตฺตํ ปาปสฺส, อพฺภมตฺตํว ขายติ.
๖๕๓. ‘‘นครํ ยถา ปจฺจนฺตํ, คุตฺตํ สนฺตรพาหิรํ;
เอวํ โคเปถ อตฺตานํ, ขโณ โว มา อุปจฺจคา.
๖๕๔. ‘‘นาภินนฺทามิ มรณํ, นาภินนฺทามิ ชีวิตํ;
กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ, นิพฺพิสํ ภตโก ยถา.
๖๕๕. ‘‘นาภินนฺทามิ มรณํ, นาภินนฺทามิ ชีวิตํ;
กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ, สมฺปชาโน ปติสฺสโต.
๖๕๖. ‘‘ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ;
โอหิโต ครุโก ภาโร, ภวเนตฺติ สมูหตา.
๖๕๗. ‘‘ยสฺส จตฺถาย ปพฺพชิโต, อคารสฺมานคาริยํ;
โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต, สพฺพสํโยชนกฺขโย.
๖๕๘. ‘‘สมฺปาเทถปฺปมาเทน, เอสา เม อนุสาสนี;
หนฺทาหํ ปรินิพฺพิสฺสํ วิปฺปมุตฺโตมฺหิ สพฺพธี’’ติ. – อิมา คาถา อภาสิ;
ตตฺถายํ อปุพฺพปทวณฺณนา อิมสฺมึ ทีฆมนฺตเรติ, ยทา อหํ ปพฺพชิโตมฺหิ, ตโต ปฏฺฐาย อยญฺจ เม จริมกาโล, เอตสฺมึ ทีฆมนฺตเร กาเล ‘‘อิทํ มยฺหํ โหตู’’ติ อภิชฺฌาวเสน วา, ‘‘อิเม สตฺตา หญฺญนฺตู’’ติอาทินา พฺยาปาทวเสน วา อนริยํ โทสสํหิตํ สงฺกปฺปํ นาภิชานามีติ โยชนา.
เมตฺตญฺจ อภิชานามีติ, มิชฺชติ สินิยฺหติ เอตายาติ เมตฺตา, อพฺยาปาโท. เมตฺตา เอติสฺสา อตฺถีติ เมตฺตา, เมตฺตาภาวนา เมตฺตาพฺรหฺมวิหาโร, ตํ เมตฺตํ. จ-สทฺเทน กรุณํ มุทิตํ อุเปกฺขญฺจาติ อิตรพฺรหฺมวิหาเร สงฺคณฺหาติ. อภิชานามีติ, อภิมุขโต ชานามิ. อธิคตญฺหิ ฌานํ ปจฺจเวกฺขโต ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส อภิมุขํ โหติ. กีทิสนฺติ อาห ‘‘อปฺปมาณ’’นฺติอาทิ. ตญฺหิ ยถา พุทฺเธน ภควตา เทสิตํ, ตถา อโนทิสฺสกผรณวเสน อปริมาณสตฺตารมฺมณตาย อปฺปมาณํ. ปคุณพลวภาวาปาทเนน สุฏฺฐุ ภาวิตตฺตา สุภาวิตํ. ปฐมํ เมตฺตา, ตโต กรุณา, ตโต มุทิตา, ปจฺฉา อุเปกฺขาติ เอวํ อนุปุพฺพํ อนุกฺกเมน ปริจิตํ อาเสวิตํ, พหุลีกตํ อภิชานามีติ โยชนา.
สพฺเพสํ สตฺตานํ มิตฺโต, สพฺเพ วา เต มยฺหํ มิตฺตาติ สพฺพมิตฺโต. เมตฺตญฺหิ ภาเวนฺโต สตฺตานํ ปิโย โหติ. สพฺพสโขติ, เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สพฺพภูตานุกมฺปโกติ, สพฺพสตฺตานํ อนุคฺคณฺหนโก. เมตฺตจิตฺตญฺจ ภาเวมีติ, เมตฺตาย สหิตํ สมฺปยุตฺตํ จิตฺตํ วิเสสโต ภาเวมิ, วฑฺเฒมิ, ปกาเสมิ วา อกเถนฺเตปิ ภาวนาย อุกฺกํสคตภาวโต. ‘‘เมตฺตํ จิตฺตญฺจ ภาเวมี’’ติ วา ปาโฐ. ตสฺสตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺตนโยว. อพฺยาปชฺชรโตติ, อพฺยาปชฺเช สตฺตานํ หิตูปสํหาเร อภิรโต. สทาติ, สพฺพกาลํ, เตน ตตฺถ สาตจฺจกิริยํ ทสฺเสติ.
อสํหีรนฺติ น สํหีรํ, อาสนฺนปจฺจตฺถิเกน ราเคน อนากฑฺฒนิยํ. อสํกุปฺปนฺติ น กุปฺปํ, ทูรปจฺจตฺถิเกน พฺยาปาเทน อโกปิยํ, เอวํภูตํ กตฺวา มม เมตฺตจิตฺตํ อาโมทยามิ อภิปฺปโมทยามิ พฺรหฺมวิหารํ ภาเวมิ. อกาปุริสเสวิตนฺติ, กาปุริเสหิ นีจชเนหิ อเสวิตํ, อกาปุริเสหิ วา อริเยหิ พุทฺธาทีหิ เสวิตํ พฺรหฺมํ เสฏฺฐํ นิทฺโทสํ เมตฺตาทิวิหารํ ภาเวมิ วฑฺเฒมีติ อตฺโถ.
เอวํ อตฺตุทฺเทสวเสน ปญฺจหิ คาถาหิ อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตํ อญฺญาปเทเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘อวิตกฺก’’นฺติอาทินา จตสฺโส คาถา อภาสิ. ตตฺถ อวิตกฺกํ สมาปนฺโนติ, วิตกฺกวิรหิตํ ทุติยาทิฌานํ สมาปนฺโน, เอเตน เถโร พฺรหฺมวิหารภาวนาย อญฺญาปเทเสน อตฺตนา ทุติยาทิฌานาธิคมมาห. ยสฺมา ปนายํ เถโร ตเมว ฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา เอกาสเนเนว อรหตฺตํ คณฺหิ, ตสฺมา ตมตฺถํ อญฺญาปเทเสเนว ทสฺเสนฺโต ‘‘อวิตกฺกํ สมาปนฺโน’’ติ วตฺวา ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสาวโก. อริเยน ตุณฺหีภาเวน, อุเปโต โหติ ตาวเท’’ติ อาห. ตตฺถ วจีสงฺขาราภาวโต อวิตกฺกาวิจารา สมาปตฺติ ‘‘อริโย ตุณฺหีภาโว’’ติ วทนฺติ. ‘‘สนฺนิปติตานํ โว, ภิกฺขเว, ทฺวยํ กรณียํ ธมฺมี วา กถา อริโย วา ตุณฺหีภาโว’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๗๓) ปน วจนโต ยา กาจิ สมาปตฺติ อริโย ตุณฺหีภาโว นาม. อิธ ปน จตุตฺถชฺฌานิกา อคฺคผลสมาปตฺติ อธิปฺเปตา.
อิทานิ ตสฺสาธิคตตฺตา โลกธมฺเมหิ อกมฺปนียตํ อุปมาย ปกาเสนฺโต ‘‘ยถาปิ ปพฺพโต’’ติ คาถมาห. ตตฺถ ยถาปิ ปพฺพโต เสโลติ, ยถา สิลามโย เอกฆนเสโล ปพฺพโต, น ปํสุปพฺพโต น มิสฺสกปพฺพโตติ อตฺโถ. อจโล สุปฺปติฏฺฐิโตติ, สุฏฺฐุ ปติฏฺฐิตมูโล ปกติวาเตหิ อจโล อกมฺปนีโย โหติ, ตสฺมา อรหตฺตํ นิพฺพานญฺจ เอวํ โมหกฺขยา ภิกฺขุ, ปพฺพโตว น เวธตีติ โมหสฺส อนวเสสปฺปหานา, โมหมูลกตฺตา จ สพฺพากุสลานํ ปหีนสพฺพากุสโล ภิกฺขุ ยถา โส ปพฺพโต ปกติวาเตหิ, เอวํ โลกธมฺเมหิ น เวธติ น กมฺปติ, โมหกฺขโยติ วา ยสฺมา อรหตฺตํ นิพฺพานญฺจ วุจฺจติ, ตสฺมา โมหกฺขยาติ โมหกฺขยสฺส เหตุ นิพฺพานสฺส อรหตฺตสฺส จ อธิคตตฺตา จตูสุ อริยสจฺเจสุ สุปฺปติฏฺฐิโต อสมาปนฺนกาเลปิ ปพฺพโต วิย น เวธติ, ปเคว สมาปนฺนกาเลติ อธิปฺปาโย.
อิทานิ ปาปํ นาเมตํ อสุจิสีโล เอว สมาจรติ, น จ สุจิสีโล, สุจิสีลสฺส ปน ตํ อณุมตฺตมฺปิ ภาริยํ หุตฺวา อุปฏฺฐาตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนงฺคณสฺสา’’ติอาทิคาถมาห. ตสฺสตฺโถ – ราคาทิองฺคณาภาวโต อนงฺคณสฺส สพฺพกาลํ สุจิอนวชฺชธมฺเม เอว คเวสนฺตสฺส สปฺปุริสสฺส วาลคฺคมตฺตํ เกสคฺคมตฺตํ ปาปสฺส เลสมตฺตมฺปิ สกลํ โลกธาตุํ ผริตฺวา ฐิตํ อพฺภมตฺตํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, ตสฺมา น เอวรูเป กมฺเม มาทิสา อาสงฺกิตพฺพาติ อธิปฺปาโย.
ยสฺมา นิกฺกิเลเสสุปิ อนฺธพาลา เอวรูเป อปวาเท สมุฏฺฐาเปนฺติ, ตสฺมา อตฺถกาเมหิ สกฺกจฺจํ อตฺตา รกฺขิตพฺโพติ โอวาทํ เทนฺโต ‘‘นครํ ยถา’’ติอาทิคาถมาห. ตสฺสตฺโถ – ยถา ปน ปจฺจนฺตนครวาสีหิ มนุสฺเสหิ ปจฺจนฺตํ นครํ ทฺวารปาการาทีนิ ถิรานิ กโรนฺเตหิ สอนฺตรํ, อุทฺทาปปริขาทีนิ ถิรานิ กโรนฺเตหิ สพาหิรนฺติ สนฺตรพาหิรํ คุตฺตํ กรียติ, เอวํ ตุเมฺหหิปิ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา อชฺฌตฺติกานิ ฉ ทฺวารานิ ปิทหิตฺวา ทฺวารรกฺขิตํ สตึ อวิสฺสชฺเชตฺวา ยถา คยฺหมานานิ พาหิรานิ ฉ อายตนานิ อชฺฌตฺติกานิ อุปฆาตาย สํวตฺตนฺติ, ตถา อคฺคหเณน ตานิปิ ถิรานิ กตฺวา เตสํ อปฺปเวสาย ทฺวารรกฺขิตํ สตึ อปฺปหาย วิจรนฺตา อตฺตานํ โคเปถ. กสฺมา? ขโณ โว มา อุปจฺจคา. โย หิ เอวํ อตฺตานํ น โคเปติ, ตํ ปุคฺคลํ พุทฺธุปฺปาทกฺขโณ, มนุสฺสตฺตภาวกฺขโณ, มชฺฌิมเทเส อุปฺปตฺติกฺขโณ, สมฺมาทิฏฺฐิยา ปฏิลทฺธกฺขโณ, ฉนฺนํ อายตนานํ อเวกลฺลกฺขโณติ สพฺโพปิ อยํ ขโณ อติกฺกมติ, โส ขโณ ตุเมฺห มา อติกฺกมตูติ.
เอวํ เถโร อิมาย คาถาย สราชิกํ ปริสํ ภิกฺขู จ โอวทิตฺวา ปุน มรเณ ชีวิเต จ อตฺตโน สมจิตฺตตํ กตกิจฺจตญฺจ ปกาเสนฺโต ‘‘นาภินนฺทามิ มรณ’’นฺติอาทิมาห. ตํ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถเมว (เถรคา. อฏฺฐ. ๒.๖๐๗).
เอวํ ปน วตฺวา อตฺตโน ปรินิพฺพานกาลํ อุปฏฺฐิตํ ทิสฺวา สงฺเขเปเนว เนสํ โอวาทํ ทตฺวา ปรินิพฺพานํ ปเวเทนฺโต โอสานคาถมาห. ตตฺถ สมฺปาเทถปฺปมาเทนาติ สมฺปาเทตพฺพํ ทานสีลาทึ อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ, ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปเภเท คหฏฺฐวตฺเต สีลานุรกฺขเณ สมถอนุโยเค วิปสฺสนาภาวนาย จ อปฺปมตฺตา โหถ. เอสา เม อนุสาสนีติ ทานสีลาทีสุ น ปมชฺชถาติ เอสา มม อนุสิฏฺฐิ โอวาโท.
เอวํ สิขาปตฺตํ ปรหิตปฏิปตฺตึ ทีเปตฺวา อตฺตหิตปฏิปตฺติยาปิ มตฺถกํ คณฺหนฺโต ‘‘หนฺทาหํ ปรินิพฺพิสฺสํ, วิปฺปมุตฺโตมฺหิ สพฺพธี’’ติ อาห. ตตฺถ วิปฺปมุตฺโตมฺหิ สพฺพธีติ สพฺพโส กิเลเสหิ ภเวหิ จ วิปฺปมุตฺโต อมฺหิ, ตสฺมา เอกํเสน ปรินิพฺพายิสฺสามีติ.
เอวํ ปน วตฺวา อากาเส ปลฺลงฺเกน นิสินฺโน เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา ปชฺชลนฺโต อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ.
ขทิรวนิยเรวตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.