๑. สีลวตฺเถรคาถาวณฺณนา

ทฺวาทสกนิปาเต สีลเมวาติอาทิกา อายสฺมโต สีลวตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห พิมฺพิสารรญฺโญ ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, สีลวาติสฺส นามํ อโหสิ. ตํ วยปฺปตฺตํ ราชา อชาตสตฺตุ มาเรตุกาโม จณฺฑํ มตฺตหตฺถึ อาโรเปตฺวา นานาวิเธหิ อุปาเยหิ อุปกฺกมนฺโตปิ มาเรตุํ นาสกฺขิ ปจฺฉิมภวิกสฺส อรหตฺตํ อปฺปตฺวา อนฺตรา ชีวิตนฺตรายาภาวโต. ตสฺส ปวตฺตึ ทิสฺวา ภควา มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรํ อาณาเปสิ – ‘‘สีลวกุมารํ อาเนหี’’ติ. เถโร อิทฺธิพเลน สทฺธึ หตฺถินา ตํ อาเนสิ. กุมาโร หตฺถิโต โอรุยฺห ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. ภควา ตสฺส อชฺฌาสยานุรูปํ ธมฺมํ เทเสสิ. โส ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปตฺวา โกสลรฏฺเฐ วสติ. อถ นํ อชาตสตฺตุ ‘‘มาเรถา’’ติ ปุริเส อาณาเปสิ. เต เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ฐิตา เถเรน กถิตํ ธมฺมกถํ สุตฺวา สญฺชาตสํเวคา ปสนฺนจิตฺตา หุตฺวา ปพฺพชึสุ. เถโร เตสํ –

๖๐๘. ‘‘สีลเมวิธ สิกฺเขถ, อสฺมึ โลเก สุสิกฺขิตํ.

สีลญฺหิ สพฺพสมฺปตฺตึ, อุปนาเมติ เสวิตํ.

๖๐๙. ‘‘สีลํ รกฺเขยฺย เมธาวี, ปตฺถยาโน ตโย สุเข;

ปสํสํ วิตฺติลาภญฺจ, เปจฺจ สคฺเค ปโมทนํ.

๖๑๐. ‘‘สีลวา หิ พหู มิตฺเต, สญฺญเมนาธิคจฺฉติ;

ทุสฺสีโล ปน มิตฺเตหิ, ธํสเต ปาปมาจรํ.

๖๑๑. ‘‘อวณฺณญฺจ อกิตฺติญฺจ, ทุสฺสีโล ลภเต นโร;

วณฺณํ กิตฺตึ ปสํสญฺจ, สทา ลภติ สีลวา.

๖๑๒. ‘‘อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ, กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ;

ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ, ตสฺมา สีลํ วิโสธเย.

๖๑๓. ‘‘เวลา จ สํวรํ สีลํ, จิตฺตสฺส อภิหาสนํ;

ติตฺถญฺจ สพฺพพุทฺธานํ, ตสฺมา สีลํ วิโสธเย.

๖๑๔. ‘‘สีลํ พลํ อปฺปฏิมํ, สีลํ อาวุธมุตฺตมํ;

สีลมาภรณํ เสฏฺฐํ, สีลํ กวจมพฺภุตํ.

๖๑๕. ‘‘สีลํ เสตุ มเหสกฺโข, สีลํ คนฺโธ อนุตฺตโร;

สีลํ วิเลปนํ เสฏฺฐํ, เยน วาติ ทิโสทิสํ.

๖๑๖. ‘‘สีลํ สมฺพลเมวคฺคํ, สีลํ ปาเถยฺยมุตฺตมํ;

สีลํ เสฏฺโฐ อติวาโห, เยน ยาติ ทิโสทิสํ.

๖๑๗. ‘‘อิเธว นินฺทํ ลภติ, เปจฺจาปาเย จ ทุมฺมโน;

สพฺพตฺถ ทุมฺมโน พาโล, สีเลสุ อสมาหิโต.

๖๑๘. ‘‘อิเธว กิตฺตึ ลภติ, เปจฺจ สคฺเค จ สุมฺมโน;

สพฺพตฺถ สุมโน ธีโร, สีเลสุ สุสมาหิโต.

๖๑๙. ‘‘สีลเมว อิธ อคฺคํ, ปญฺญวา ปน อุตฺตโม;

มนุสฺเสสุ จ เทเวสุ, สีลปญฺญาณโต ชย’’นฺติ. –

อิมาหิ คาถาหิ ธมฺมํ เทเสสิ.

ตตฺถ สีลเมวิธ สิกฺเขถ, อสฺมึ โลเกติ อิธาติ, นิปาตมตฺตํ, อิมสฺมึ สตฺตโลเก อตฺถกาโม กุลปุตฺโต จาริตฺตวาริตฺตาทิเภทํ อาทิโต สีลเมว สิกฺเขยฺย, สิกฺขนฺโต จ นํ สุสิกฺขิตํ อขณฺฑาทิภาวาปาทเนน สุฏฺฐุ สิกฺขิตํ สุปริสุทฺธํ ปริปุณฺณญฺจ กตฺวา สิกฺเขยฺย. อสฺมึ โลเกติ วา อิมสฺมึ สงฺขารโลเก สิกฺขิตพฺพธมฺเมสุ สีลํ อาทิโต สิกฺเขยฺย. ทิฏฺฐิสมฺปตฺติยาปิ สีลสฺส ปติฏฺฐาภาวโต อาห ‘‘สีลํ หี’’ติอาทิ. ตตฺถ หีติ การณวจนํ. ยสฺมา สีลํ เสวิตํ ปริจิตํ รกฺขิตํ มนุสฺสสมฺปตฺติ, ทิพฺพสมฺปตฺติ, นิพฺพานสมฺปตฺตีติ เอตํ สพฺพสมฺปตฺตึ ตํสมงฺคิโน สตฺตสฺส อุปนาเมติ อาวหติ.

สีลํ สพฺพสมฺปตฺตึ อุปนาเมตีติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสนฺโต ‘‘สีลํ รกฺเขยฺยา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ รกฺเขยฺยาติ โคเปยฺย. ปาณาติปาตาทิโต หิ วิรมนฺโต วตฺตปฏิวตฺตญฺจ ปูเรนฺโต ปฏิปกฺขาภิภวนโต ตํ รกฺขติ นาม. เมธาวีติ ปญฺญวา, อิทํ ตสฺส รกฺขนุปายทสฺสนํ ญาณพเลน หิสฺส สมาทานํ อวิโกปนญฺจ โหติ. ปตฺถยาโนติ อิจฺฉนฺโต. ตโย สุเขติ ตีณิ สุขานิ. สุขนิมิตฺตํ วา ‘‘สุข’’นฺติ อธิปฺเปตํ. ปสํสนฺติ กิตฺตึ, วิญฺญูหิ วา ปสํสนํ. วิตฺติลาภนฺติ ตุฏฺฐิลาภํ. ‘‘วิตฺตลาภ’’นฺติ จ ปฐนฺติ, ธนลาภนฺติ อตฺโถ. สีลวา หิ อปฺปมตฺตตาย มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ อธิคจฺฉติ. เปจฺจาติ กาลงฺกตฺวา. สคฺเค ปโมทนนฺติ เทวโลเก อิฏฺเฐหิ กามคุเณหิ, โมทนญฺจ ปตฺถยมาโนติ สมฺพนฺโธ. อิธโลเก ปสํสํ วิตฺติลาภํ ปรโลเก ทิพฺพสมฺปตฺติยา โมทนญฺจ อิจฺฉนฺโต สีลํ รกฺเขยฺยาติ โยชนา.

สญฺญเมนาติ กายาทีนํ สํยเมน. สํยโต หิ กายทุจฺจริตาทีหิ กญฺจิ อวิเหเฐนฺโต อภยทานํ ททนฺโต ปิยมนาปตาย มิตฺตานิ คนฺถติ. ธํสเตติ อเปติ. ปาปมาจรนฺติ ปาณาติปาตาทิปาปกมฺมํ กโรนฺโต. ทุสฺสีลญฺหิ ปุคฺคลํ อตฺถกามา สตฺตา น ภชนฺติ, อญฺญทตฺถุ ปริวชฺเชนฺติ.

อวณฺณนฺติ อคุณํ, สมฺมุขา ครหํ วา. อกิตฺตินฺติ, อยสํ อสิโลกํ. วณฺณนฺติ คุณํ. กิตฺตินฺติ สิโลกํ ปตฺถฏยสตํ. ปสํสนฺติ สมฺมุขา โถมนํ.

อาทีติ มูลํ. สีลญฺหิ กุสลานํ ธมฺมานํ อาทิ. ยถาห – ‘‘ตสฺมาติห ตฺวํ, ภิกฺขุ, อาทิเมว วิโสเธหิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. โก จาทิ กุสลานํ ธมฺมานํ? สีลญฺจ สุวิสุทฺธ’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๓๖๙). ปติฏฺฐาติ อธิฏฺฐานํ. สีลญฺหิ สพฺเพสํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมานํ ปติฏฺฐา. เตนาห – ‘‘สีเล ปติฏฺฐายา’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๑.๒๓; ๑๙๒; เปฏโก. ๒๒; มิ. ป. ๒.๑.๙). กลฺยาณานญฺจ มาตุกนฺติ สมถวิปสฺสนาทีนํ กลฺยาณธมฺมานํ มาตุภูตํ, ชนกนฺติ, อตฺโถ. ปมุขํ สพฺพธมฺมานนฺติ, สพฺเพสํ ปาโมชฺชาทีนํ อนวชฺชธมฺมานํ ปมุขํ มุขภูตํ, ปวตฺติทฺวารนฺติ อตฺโถ. ตสฺมาติ อาทิภาวาทิโต. วิโสธเยติ อกฺขณฺฑาทิภาเวน สมฺปาเทยฺย.

เวลาติ ทุจฺจริเตหิ อนติกฺกมนียฏฺเฐน เวลา, สีมาติ อตฺโถ. เวลายติ วา ทุสฺสิลฺยํ จลยติ วิทฺธํเสตีติ เวลา. สํวรํ สีลํ กายทุจฺจริตาทีนํ อุปฺปตฺติทฺวารสฺส ปิทหนโต. อภิหาสนนฺติ โตสนํ อวิปฺปฏิสารเหตุตาย จิตฺตสฺสาภิปฺปโมทนโต. ติตฺถญฺจ สพฺพพุทฺธานนฺติ สาวกพุทฺธา, ปจฺเจกพุทฺธา, สมฺมาสมฺพุทฺธาติ สพฺเพสํ พุทฺธานํ กิเลสมลปฺปวาหเน นิพฺพานมหาสมุทฺทาวคาหเณ จ ติตฺถภูตญฺจ.

สีลํ พลํ อปฺปฏิมนฺติ มารเสนปฺปมทฺทเน อสทิสํ พลํ เสนาถาโม จ. อาวุธมุตฺตมนฺติ สํกิเลสธมฺมานํ เฉทเน อุตฺตมํ ปหรณํ. คุณสรีโรปโสภนฏฺเฐน อาภรณํ. เสฏฺฐนฺติ สพฺพกาลํ อุตฺตมํ ทพฺพญฺจ. สปาณปริตฺตานโต กวจมพฺภุตํ. ‘‘อพฺภิท’’นฺติ จ ปฐนฺติ, อเภชฺชนฺติ อตฺโถ.

อปายมโหฆาติกฺกมเน สํสารมโหฆาติกฺกมเน จ กิเลเสหิ อสํสีทนฏฺเฐน เสตุ. มเหสกฺโขติ มหพฺพโล. คนฺโธ อนุตฺตโรติ ปฏิวาตํ สพฺพทิสาสุ วายนโต อนุตฺตโร คนฺโธ สพฺพชนมโนหรตฺตา. เตนาห ‘‘เยน วาติ ทิโสทิส’’นฺติ เยน สีลคนฺเธน ตํสมงฺคี ทิโสทิสํ สพฺพา ทิสา วายติ. ‘‘ทิโสทิสา’’ติปิ ปาฬิ, ทส ทิสาติ อตฺโถ.

สมฺพลเมวคฺคนฺติ สมฺพลํ นาม ปุฏภตฺตํ. ยถา ปุฏภตฺตํ คเหตฺวา มคฺคํ คจฺฉนฺโต ปุริโส อนฺตรามคฺเค ชิฆจฺฉาทุกฺเขน น กิลมติ, เอวํ สีลสมฺปนฺโนปิ สุทฺธํ สีลสมฺพลํ คเหตฺวา สํสารกนฺตารํ ปฏิปนฺโน คตคตฏฺฐาเน น กิลมตีติ สีลํ อคฺคํ สมฺพลํ นาม. ตถา สีลํ ปาเถยฺยมุตฺตมํ โจราทีหิ อสาธารณตฺตา ตตฺถ ตตฺถ อิจฺฉิตพฺพสมฺปตฺตินิปฺผาทนโต จ. อติกฺกาเมนฺโต ตํ ตํ ฐานํ ยถิจฺฉิตฏฺฐานํ วา วาเหติ สมฺปาเปตีติ อติวาโห, ยานํ. เกนจิ อนุปทฺทุตํ หุตฺวา อิจฺฉิตฏฺฐานปฺปตฺติเหตุตาย สีลํ เสฏฺฐํ อติวาโห. เยนาติ เยน อติวาเหน ยาติ ทิโสทิสนฺติ อคตึ คติญฺจาปิ ตํ ตํ ทิสํ สุเขเนว คจฺฉติ.

อิเธว นินฺทํ ลภตีติ อิธโลเกปิ ทุมฺมโน ราคาทีหิ ทูสิตจิตฺโต ‘‘ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม’’ติ นินฺทํ ครหํ ลภติ. เปจฺจ ปรโลเกปิ อปาเย ‘‘ปุริสตฺตกลิ อวชาตา’’ติอาทินา ยมปุริสาทีหิ จ นินฺทํ ลภติ. น เกวลํ นินฺทเมว ลภติ, อถ โข สพฺพตฺถ ทุมฺมโน พาโล อิธโลเก ทุจฺจริตจรเณน ทูสิตจิตฺโต ปรโลเก กมฺมการณาทิวเสน ทุกฺขุปฺปตฺติยาติ สพฺพตฺถ พาโล ทุมฺมโน โหติ. กถํ? สีเลสุ อสมาหิโต สมฺมา สีเลสุ น ฐปิตจิตฺโต อปฺปติฏฺฐิตจิตฺโต.

อิเธว กิตฺตึ ลภตีติ อิธโลเกปิ สุมโน ‘‘สปฺปุริโส สีลวา กลฺยาณธมฺโม’’ติ กิตฺตึ ลภติ. เปจฺจ ปรโลเกปิ สคฺเค ‘‘อยํ สปฺปุริโส สีลวา กลฺยาณธมฺโม. ตถา หิ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปนฺโน’’ติอาทินา กิตฺตึ ลภติ. น เกวลํ กิตฺติเมว ลภติ, อถ โข ธีโร ธิติสมฺปนฺโน สีเลสุ สุฏฺฐุ สมาหิโต อปฺปิตจิตฺโต สุปติฏฺฐิตจิตฺโต สพฺพตฺถ อิธโลเก สุจริตจรเณน, ปรโลเก สมฺปตฺติปฏิลาเภน สุมโน โสมนสฺสปฺปตฺโต โหติ. สีลเมว อิธ อคฺคนฺติ ทุวิธํ สีลํ โลกิยํ โลกุตฺตรนฺติ. ตตฺถ โลกิยํ ตาว กามโลเก ขตฺติยมหาสาลาทีสุ, เทวโลเก พฺรหฺมโลเก จ อุปปตฺติวิเสสํ อาวหติ, ลาภีภาวาทิกสฺส จ การณํ โหติ. โลกุตฺตรํ ปน สกลมฺปิ วฏฺฏทุกฺขํ อติกฺกาเมตีติ สีลํ อคฺคเมว. ตถา หิ วุตฺตํ –

‘‘หีเนน พฺรหฺมจริเยน, ขตฺติเย อุปปชฺชติ;

มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ, อุตฺตเมน วิสุชฺฌตี’’ติ. (ชา. ๑.๘.๗๕);

อากงฺเขยฺย เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ – ‘‘ลาภี อสฺสํ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาราน’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๖๕), ‘‘สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี’’ติ (ม. นิ. ๑.๖๕), ‘‘อิชฺฌติ, ภิกฺขเว, สีลวโต เจโตปณิธิ วิสุทฺธตฺตา’’ติ (อ. นิ. ๘.๓๕; ที. นิ. ๓.๓๓๗) จ.

โลกุตฺตรสีลสฺส ปน สพฺพโส ปหีนปฏิปกฺขสฺส สตฺตมภวโต ปฏฺฐาย สํสารทุกฺขํ วินิวตฺเตนฺตสฺส อคฺคภาเว วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ปญฺญวา ปน อุตฺตโมติ ‘‘ปญฺญวา ปน ปุคฺคโล อุตฺตโม ปรโม เสฏฺโฐเยวา’’ติ ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน ปญฺญาย เอว เสฏฺฐภาวํ วทติ. อิทานิ สีลปญฺญานํ เสฏฺฐภาวํ กิจฺจโต ทสฺเสนฺโต ‘‘สีลปญฺญาณโต ชย’’นฺติ อาห. ชยนฺติ จ ลิงฺควิปลฺลาโส ทฏฺฐพฺโพ, อหูติ วา วจนเสโส. ตตฺถ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญาณํ, สีลโต ปญฺญาณโต จ ปฏิปกฺขชโย. น หิ สีเลน วินา ปญฺญา สมฺภวติ, ปญฺญาย จ วินา สีลํ กิจฺจกรํ, อญฺญมญฺโญปการกญฺเจตํ. วุตฺตญฺหิ ‘‘สีลปริโธตา ปญฺญา, ปญฺญาปริโธตํ สีล’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๓๑๗) มนุสฺเสสุ จ เทเวสูติ อิทํ เนสํ ฐานวิเสสทสฺสนํ. ตตฺถ หิ ตานิ สวิเสสานิ วตฺตนฺติ, สมาธิ ปเนตฺถ สีลปกฺขิโก ปญฺญาย อธิฏฺฐานภาวโต, ปญฺญาปกฺขิโก วา ภาเวตพฺพโต สีลาธิฏฺฐานโต จ.

เอวํ เถโร เตสํ ภิกฺขูนํ สีลมุเขน ธมฺมํ เทเสนฺโต อตฺตโน สุวิสุทฺธสีลาทิคุณตาทีปเนน อญฺญํ พฺยากาสิ.

สีลวตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.