๕. ทพฺพตฺเถรคาถาวณฺณนา

โย ทุทฺทมิโยติ อายสฺมโต ทพฺพตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปทุมุตฺตรพุทฺธกาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว ธมฺมเทสนํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ เสนาสนปญฺญาปกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา อธิการกมฺมํ กตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตฺวา สตฺถารา พฺยากโต ยาวชีวํ กุสลํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา กสฺสปทสพลสฺส สาสโนสกฺกนกาเล ปพฺพชิ. ตทา เตน สทฺธึ อปเร ฉ ชนาติ สตฺต ภิกฺขู เอกจิตฺตา หุตฺวา อญฺเญ สาสเน อคารวํ กโรนฺเต ทิสฺวา – ‘‘อิธ กึ กโรม เอกมนฺเต สมณธมฺมํ กตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสามา’’ติ นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา อุจฺจํ ปพฺพตสิขรํ อารุหิตฺวา, ‘‘อตฺตโน จิตฺตพลํ ชานนฺตา นิสฺเสณึ นิปาเตนฺตุ, ชีวิเต สาลยา โอตรนฺตุ, มา ปจฺฉานุตปฺปิโน อหุวตฺถา’’ติ วตฺวา สพฺเพ เอกจิตฺตา หุตฺวา นิสฺเสณึ ปาเตตฺวา – ‘‘อปฺปมตฺตา โหถ, อาวุโส’’ติ อญฺญมญฺญํ โอวทิตฺวา จิตฺตรุจิเกสุ ฐาเนสุ นิสีทิตฺวา สมณธมฺมํ กาตุํ อารภึสุ.

ตเตฺรโก เถโร ปญฺจเม ทิวเส อรหตฺตํ ปตฺวา, ‘‘มม กิจฺจํ นิปฺผนฺนํ, อหํ อิมสฺมึ ฐาเน กึ กริสฺสามิ’’ติ อิทฺธิยา อุตฺตรกุรุโต ปิณฺฑปาตํ อาหริตฺวา, ‘‘อาวุโส, อิมํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชถ, ภิกฺขาจารกิจฺจํ มมายตฺตํ โหตุ, ตุเมฺห อตฺตโน กมฺมํ กโรถา’’ติ อาห. ‘‘กึ นุ โข มยํ, อาวุโส, นิสฺเสณึ ปาเตนฺตา เอวํ อโวจุมฺห – ‘โย ปฐมํ ธมฺมํ สจฺฉิกโรติ, โส ภิกฺขํ อาหรตุ, เตนาภตํ เสสา ปริภุญฺชิตฺวา สมณธมฺมํ กริสฺสนฺตี’’’ติ. ‘‘นตฺถิ, อาวุโส’’ติ. ตุเมฺห อตฺตโน ปุพฺพเหตุนา ลภิตฺถ, มยมฺปิ สกฺโกนฺตา วฏฺฏสฺสนฺตํ กริสฺสาม, คจฺฉถ ตุเมฺหติ. เถโร เต สญฺญาเปตุํ อสกฺโกนฺโต ผาสุกฏฺฐาเน ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา คโต. อปโร เถโร สตฺตเม ทิวเส อนาคามิผลํ ปตฺวา ตโต จุโต สุทฺธาวาสพฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต. อิตเร เถรา ตโต จุตา เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสริตฺวา เตสุ เตสุ กุเลสุ นิพฺพตฺตา. เอโก คนฺธารรฏฺเฐ ตกฺกสิลานคเร ราชเคเห นิพฺพตฺโต, เอโก มชฺฌนฺติกรฏฺเฐ ปริพฺพาชิกาย กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺโต, เอโก พาหิยรฏฺเฐ กุฏุมฺพิยเคเห นิพฺพตฺโต, เอโก ภิกฺขุนุปสฺสเย ชาโต.

อยํ ปน ทพฺพตฺเถโร มลฺลรฏฺเฐ อนุปิยนคเร เอกสฺส มลฺลรญฺโญ เคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตสฺส มาตา อุปวิชญฺญา กาลมกาสิ, มตสรีรํ สุสานํ เนตฺวา ทารุจิตกํ อาโรเปตฺวา อคฺคึ อทํสุ. ตสฺสา อคฺคิเวคสนฺตตฺตํ อุทรปฏลํ เทฺวธา อโหสิ. ทารโก อตฺตโน ปุญฺญพเลน อุปฺปติตฺวา เอกสฺมึ ทพฺพตฺถมฺเภ นิปติ. ตํ ทารกํ คเหตฺวา อยฺยิกาย อทํสุ. สา ตสฺส นามํ คณฺหนฺตี ทพฺพตฺถมฺเภ ปติตฺวา ลทฺธชีวิตตฺตา ‘‘ทพฺโพ’’ติสฺส นามํ อกาสิ. ตสฺส จ สตฺตวสฺสิกกาเล สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร มลฺลรฏฺเฐ จาริกํ จรมาโน อนุปิยมฺพวเน วิหรติ. ทพฺพกุมาโร สตฺถารํ ทิสฺวา ทสฺสเนเนว ปสีทิตฺวา ปพฺพชิตุกาโม หุตฺวา ‘‘อหํ ทสพลสฺส สนฺติเก ปพฺพชิสฺสามี’’ติ อยฺยิกํ อาปุจฺฉิ. สา ‘‘สาธุ, ตาตา’’ติ ทพฺพกุมารํ อาทาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อิมํ กุมารํ ปพฺพาเชถา’’ติ อาห. สตฺถา อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน สญฺญํ อทาสิ – ‘‘ภิกฺขุ อิมํ ทารกํ ปพฺพาเชหี’’ติ. โส เถโร สตฺถุ วจนํ สุตฺวา ทพฺพกุมารํ ปพฺพาเชนฺโต ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิ. ปุพฺพเหตุสมฺปนฺโน กตาภินีหาโร สตฺโต ปฐมเกสวฏฺฏิยา โวโรปนกฺขเณ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ, ทุติยาย เกสวฏฺฏิยา โอโรปิยมานาย สกทาคามิผเล, ตติยาย อนาคามิผเล, สพฺพเกสานํ ปน โอโรปนญฺจ อรหตฺตผลสจฺฉิกิริยา จ อปจฺฉา อปุเร อโหสิ. สตฺถา มลฺลรฏฺเฐ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา ราชคหํ คนฺตฺวา เวฬุวเน วาสํ กปฺเปสิ.

ตตฺรายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต รโหคโต อตฺตโน กิจฺจนิปฺผตฺตึ โอโลเกตฺวา สงฺฆสฺส เวยฺยาวจฺจกรเณ กายํ โยเชตุกาโม จินฺเตสิ – ‘‘ยํนูนาหํ สงฺฆสฺส เสนาสนญฺจ ปญฺญาเปยฺยํ ภตฺตานิ จ อุทฺทิเสยฺย’’นฺติ. โส สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา อตฺตโน ปริวิตกฺกํ อาโรเจสิ. สตฺถา ตสฺส สาธุการํ ทตฺวา เสนาสนปญฺญาปกตฺตญฺจ ภตฺตุทฺเทสกตฺตญฺจ สมฺปฏิจฺฉิ. อถ นํ ‘‘อยํ ทพฺโพ ทหโรว สมาโน มหนฺเต ฐาเน ฐิโต’’ติ สตฺตวสฺสิกกาเลเยว อุปสมฺปาเทสิ. เถโร อุปสมฺปนฺนกาลโต ปฏฺฐาย ราชคหํ อุปนิสฺสาย วิหรนฺตานํ สพฺพภิกฺขูนํ เสนาสนานิ จ ปญฺญาเปติ, ภิกฺขญฺจ อุทฺทิสติ. ตสฺส เสนาสนปญฺญาปกภาโว สพฺพทิสาสุ ปากโฏ อโหสิ – ‘‘ทพฺโพ กิร มลฺลปุตฺโต สภาคสภาคานํ ภิกฺขูนํ เอกฏฺฐาเน เสนาสนานิ ปญฺญาเปติ, อาสนฺเนปิ ทูเรปิ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ, คนฺตุํ อสกฺโกนฺเต อิทฺธิยา เนตี’’ติ.

อถ นํ ภิกฺขู กาเลปิ วิกาเลปิ – ‘‘อมฺหากํ, อาวุโส, ชีวกมฺพวเน เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ, อมฺหากํ มทฺทกุจฺฉิสฺมึ มิคทาเย’’ติ เอวํ เสนาสนํ อุทฺทิสาเปตฺวา ตสฺส อิทฺธึ ปสฺสนฺตา คจฺฉนฺติ. โสปิ อิทฺธิยา มโนมเย กาเย อภิสงฺขริตฺวา เอเกกสฺส เถรสฺส เอเกกํ อตฺตนา สทิสํ ภิกฺขุํ ทตฺวา องฺคุลิยา ชลมานาย ปุรโต คนฺตฺวา ‘‘อยํ มญฺโจ อิทํ ปีฐ’’นฺติอาทีนิ วตฺวา เสนาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ปุน อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว อาคจฺฉติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปนิทํ วตฺถุ ปาฬิยํ อาคตเมว. สตฺถา อิทเมว การณํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา อปรภาเค อริยคณมชฺเฌ นิสินฺโน เถรํ เสนาสนปญฺญาปกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ – ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ เสนาสนปญฺญาปกานํ ยทิทํ ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๐๙; ๒๑๔). วุตฺตมฺปิ เจตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๔, ๑๐๘-๑๔๙) –

‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, สพฺพโลกวิทู มุนิ;

อิโต สตสหสฺสมฺหิ, กปฺเป อุปฺปชฺชิ จกฺขุมา.

‘‘โอวาทโก วิญฺญาปโก, ตารโก สพฺพปาณินํ;

เทสนากุสโล พุทฺโธ, ตาเรสิ ชนตํ พหุํ.

‘‘อนุกมฺปโก การุณิโก, หิเตสี สพฺพปาณินํ;

สมฺปตฺเต ติตฺถิเย สพฺเพ, ปญฺจสีเล ปติฏฺฐปิ.

‘‘เอวํ นิรากุลํ อาสิ, สุญฺญตํ ติตฺถิเยหิ จ;

วิจิตฺตํ อรหนฺเตหิ, วสีภูเตหิ ตาทิภิ.

‘‘รตนานฏฺฐปญฺญาสํ, อุคฺคโต โส มหามุนิ;

กญฺจนคฺฆิยสงฺกาโส, พาตฺตึสวรลกฺขโณ.

‘‘วสฺสสตสหสฺสานิ, อายุ วิชฺชติ ตาวเท;

ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส, ตาเรสิ ชนตํ พหุํ.

‘‘ตทาหํ หํสวติยํ, เสฏฺฐิปุตฺโต มหายโส;

อุเปตฺวา โลกปชฺโชตํ, อสฺโสสึ ธมฺมเทสนํ.

‘‘เสนาสนานิ ภิกฺขูนํ, ปญฺญาเปนฺตํ สสาวกํ;

กิตฺตยนฺตสฺส วจนํ, สุณิตฺวา มุทิโต อหํ.

‘‘อธิการํ สสงฺฆสฺส, กตฺวา ตสฺส มเหสิโน;

นิปจฺจ สิรสา ปาเท, ตํ ฐานมภิปตฺถยึ.

‘‘ตทาห ส มหาวีโร, มม กมฺมํ ปกิตฺตยํ;

โย สสงฺฆมโภเชสิ, สตฺตาหํ โลกนายกํ.

‘‘โสยํ กมลปตฺตกฺโข, สีหํโส กนกตฺตโจ;

มม ปาทมูเล นิปติ, ปตฺถยํ ฐานมุตฺตมํ.

‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, โอกฺกากกุลสมฺภโว;

โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.

‘‘สาวโก ตสฺส พุทฺธสฺส, ทพฺโพ นาเมน วิสฺสุโต;

เสนาสนปญฺญาปโก, อคฺโค เหสฺสติยํ ตทา.

‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.

‘‘สตานํ ตีณิกฺขตฺตุญฺจ, เทวรชฺชมการยึ;

สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี อโหสหํ.

‘‘ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ;

สพฺพตฺถ สุขิโต อาสึ, ตสฺส กมฺมสฺส วาหสา.

‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, วิปสฺสี นาม นายโก;

อุปฺปชฺชิ จารุทสฺสโน, สพฺพธมฺมวิปสฺสโก.

‘‘ทุฏฺฐจิตฺโต อุปวทึ, สาวกํ ตสฺส ตาทิโน;

สพฺพาสวปริกฺขีณํ, สุทฺโธติ จ วิชานิย.

‘‘ตสฺเสว นรวีรสฺส, สาวกานํ มเหสินํ;

สลากญฺจ คเหตฺวาน, ขีโรทนมทาสหํ.

‘‘อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป, พฺรหฺมพนฺธุ มหายโส;

กสฺสโป นาม โคตฺเตน, อุปฺปชฺชิ วทตํ วโร.

‘‘สาสนํ โชตยิตฺวาน, อภิภุยฺย กุติตฺถิเย;

วิเนยฺเย วินยิตฺวาว, นิพฺพุโต โส สสาวโก.

‘‘สสิสฺเส นิพฺพุเต นาเถ, อตฺถเมนฺตมฺหิ สาสเน;

เทวา กนฺทึสุ สํวิคฺคา, มุตฺตเกสา รุทมฺมุขา.

‘‘นิพฺพายิสฺสติ ธมฺมกฺโข, น ปสฺสิสาม สุพฺพเต;

น สุณิสฺสาม สทฺธมฺมํ, อโห โน อปฺปปุญฺญตา.

‘‘ตทายํ ปถวี สพฺพา, อจลา สา จลาจลา;

สาคโร จ สโสโกว, วินที กรุณํ คิรํ.

‘‘จตุทฺทิสา ทุนฺทุภิโย, นาทยึสุ อมานุสา;

สมนฺตโต อสนิโย, ผลึสุ จ ภยาวหา.

‘‘อุกฺกา ปตึสุ นภสา, ธูมเกตุ จ ทิสฺสติ;

สธูมา ชาลวฏฺฏา จ, รวึสุ กรุณํ มิคา.

‘‘อุปฺปาเท ทารุเณ ทิสฺวา, สาสนตฺถงฺคสูจเก;

สํวิคฺคา ภิกฺขโว สตฺต, จินฺตยิมฺห มยํ ตทา.

‘‘สาสเนน วินามฺหากํ, ชีวิเตน อลํ มยํ;

ปวิสิตฺวา มหารญฺญํ, ยุญฺชาม ชินสาสเน.

‘‘อทฺทสมฺห ตทารญฺเญ, อุพฺพิทฺธํ เสลมุตฺตมํ;

นิสฺเสณิยา ตมารุยฺห, นิสฺเสณึ ปาตยิมฺหเส.

‘‘ตทา โอวทิ โน เถโร, พุทฺธุปฺปาโท สุทุลฺลโภ;

สทฺธาติทุลฺลภา ลทฺธา, โถกํ เสสญฺจ สาสนํ.

‘‘นิปตนฺติ ขณาตีตา, อนนฺเต ทุกฺขสาคเร;

ตสฺมา ปโยโค กตฺตพฺโพ, ยาว ฐาติ มุเน มตํ.

‘‘อรหา อาสิ โส เถโร, อนาคามี ตทานุโค;

สุสีลา อิตเร ยุตฺตา, เทวโลกํ อคมฺหเส.

‘‘นิพฺพุโต ติณฺณสํสาโร, สุทฺธาวาเส จ เอกโก;

อหญฺจ ปกฺกุสาติ จ, สภิโย พาหิโย ตถา.

‘‘กุมารกสฺสโป, เจว, ตตฺถ ตตฺถูปคา มยํ;

สํสารพนฺธนา มุตฺตา, โคตเมนานุกมฺปิตา.

‘‘มลฺเลสุ กุสินารายํ, คพฺเภ ชาตสฺส เม สโต;

มาตา มตา จิตารุฬฺหา, ตโต นิปฺปติโต อหํ.

‘‘ปติโต ทพฺพปุญฺชมฺหิ, ตโต ทพฺโพติ วิสฺสุโต;

พฺรหฺมจารีพเลนาหํ, วิมุตฺโต สตฺตวสฺสิโก.

‘‘ขีโรทนพเลนาหํ, ปญฺจหงฺเคหุปาคโต;

ขีณาสโวปวาเทน, ปาเปหิ พหุ โจทิโต.

‘‘อุโภ ปุญฺญญฺจ ปาปญฺจ, วีติวตฺโตมฺหิ ทานิหํ;

ปตฺวาน ปรมํ สนฺตึ, วิหรามิ อนาสโว.

‘‘เสนาสนํ ปญฺญาปยึ, หาสยิตฺวาน สุพฺพเต;

ชิโน ตสฺมึ คุเณ ตุฏฺโฐ, เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา, วิหรามิ อนาสโว.

‘‘สฺวาคตํ วต เม อาสิ, พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก;

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.

‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส…เป…กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

เอวํภูตํ ปน ตํ เยน ปุพฺเพ เอกสฺส ขีณาสวตฺเถรสฺส อนุทฺธํสนวเสน กเตน ปาปกมฺเมน พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ นิรเย ปจฺจิ, ตาย เอว กมฺมปิโลติกาย โจทิยมานา เมตฺติยภูมชกา ภิกฺขู ‘‘อิมินา มยํ กลฺยาณภตฺติกสฺส คหปติโน อนฺตเร ปริเภทิตา’’ติ ทุคฺคหิตคาหิโน อมูลเกน ปาราชิเกน ธมฺเมน อนุทฺธํเสสุํ. ตสฺมิญฺจ อธิกรเณ สงฺเฆน สติวินเยน วูปสมิเต อยํ เถโร โลกานุกมฺปาย อตฺตโน คุเณ วิภาเวนฺโต ‘‘โย ทุทฺทมิโย’’ติ อิมํ คาถํ อภาสิ.

๕. ตตฺถ โยติ อนิยมิตนิทฺเทโส, ตสฺส ‘‘โส’’ติ อิมินา นิยมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. อุภเยนปิ อญฺญํ วิย กตฺวา อตฺตานเมว วทติ. ทุทฺทมิโยติ ทุทฺทโม, ทเมตุํ อสกฺกุเณยฺโย. อิทญฺจ อตฺตโน ปุถุชฺชนกาเล ทิฏฺฐิคตานํ วิสูกายิกานํ กิเลสานํ มทาเลปจิตฺตสฺส วิปฺผนฺทิตํ อินฺทฺริยานํ อวูปสมนญฺจ จินฺเตตฺวา วทติ. ทเมนาติ อุตฺตเมน อคฺคมคฺคทเมน, เตน หิ ทนฺโต ปุน ทเมตพฺพตาภาวโต ‘‘ทนฺโต’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหติ, น อญฺเญน. อถ วา ทเมนาติ ทมเกน ปุริสทมฺมสารถินา ทมิโต. ทพฺโพติ ทฺรโพฺย, ภพฺโพติ อตฺโถ. เตนาห ภควา อิมเมว เถรํ สนฺธาย – ‘‘น โข, ทพฺพ, ทพฺพา เอวํ นิพฺเพเฐนฺตี’’ติ (ปารา. ๓๘๔; จูฬว. ๑๙๓). สนฺตุสิโตติ ยถาลทฺธปจฺจยสนฺโตเสน ฌานสมาปตฺติสนฺโตเสน มคฺคผลสนฺโตเสน จ สนฺตุฏฺโฐ. วิติณฺณกงฺโขติ โสฬสวตฺถุกาย อฏฺฐวตฺถุกาย จ กงฺขาย ปฐมมคฺเคเนว สมุคฺฆาฏิตตฺตา วิคตกงฺโข. วิชิตาวีติ ปุริสาชานีเยน วิเชตพฺพสฺส สพฺพสฺสปิ สํกิเลสปกฺขสฺส วิชิตตฺตา วิธมิตตฺตา วิชิตาวี. อเปตเภรโวติ ปญฺจวีสติยา ภยานํ สพฺพโส อเปตตฺตา อปคตเภรโว อภยูปรโต. ปุน ทพฺโพติ นามกิตฺตนํ. ปรินิพฺพุโตติ เทฺว ปรินิพฺพานานิ กิเลสปรินิพฺพานญฺจ, ยา สอุปาทิเสสนิพฺพานธาตุ, ขนฺธปรินิพฺพานญฺจ, ยา อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุ. เตสุ อิธ กิเลสปรินิพฺพานํ อธิปฺเปตํ, ตสฺมา ปหาตพฺพธมฺมานํ มคฺเคน สพฺพโส ปหีนตฺตา กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโตติ อตฺโถ. ฐิตตฺโตติ ฐิตสภาโว อจโล อิฏฺฐาทีสุ ตาทิภาวปฺปตฺติยา โลกธมฺเมหิ อกมฺปนีโย. หีติ จ เหตุอตฺเถ นิปาโต, เตน โย ปุพฺเพ ทุทฺทโม หุตฺวา ฐิโต ยสฺมา ทพฺพตฺตา สตฺถารา อุตฺตเมน ทเมน ทมิโต สนฺตุสิโต วิติณฺณกงฺโข วิชิตาวี อเปตเภรโว, ตสฺมา โส ทพฺโพ ปรินิพฺพุโต ตโตเยว จ ฐิตตฺโต, เอวํภูเต จ ตสฺมึ จิตฺตปสาโทว กาตพฺโพ, น ปสาทญฺญถตฺตนฺติ ปรเนยฺยพุทฺธิเก สตฺเต อนุกมฺปนฺโต เถโร อญฺญํ พฺยากาสิ.

ทพฺพตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.