๒. มหาโกฏฺฐิกตฺเถรคาถาวณฺณนา
อุปสนฺโตติ อายสฺมโต มหาโกฏฺฐิกตฺเถรสฺส คาถา. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ เถโร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร มหาโภคกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต มาตาปิตูนํ อจฺจเยน กุฏุมฺพํ สณฺฐเปตฺวา ฆราวาสํ วสนฺโต เอกทิวสํ ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต ธมฺมเทสนากาเล หํสวตีนครวาสิเก คนฺธมาลาทิหตฺเถ เยน พุทฺโธ เยน ธมฺโม เยน สงฺโฆ, ตนฺนินฺเน ตปฺโปเณ ตปฺปพฺภาเร คจฺฉนฺเต ทิสฺวา มหาชเนน สทฺธึ อุปคโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ ปฏิสมฺภิทาปตฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ กิร อิมสฺมึ สาสเน ปฏิสมฺภิทาปตฺตานํ อคฺโค, อโห วตาหมฺปิ เอกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน อยํ วิย ปฏิสมฺภิทาปตฺตานํ อคฺโค ภเวยฺย’’นฺติ จินฺเตตฺวา สตฺถุ เทสนาปริโยสาเน วุฏฺฐิตาย ปริสาย ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, เสฺว มยฺหํ ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ นิมนฺเตสิ. สตฺถา อธิวาเสสิ. โส ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา สกนิเวสนํ คนฺตฺวา สพฺพรตฺตึ พุทฺธสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ นิสชฺชฏฺฐานํ คนฺธทามมาลาทามาทีหิ อลงฺกริตฺวา ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน สเก นิเวสเน ภิกฺขุสตสหสฺสปริวารํ ภควนฺตํ วิวิธยาคุขชฺชกปริวารํ นานารสสูปพฺยญฺชนํ คนฺธสาลิโภชนํ โภเชตฺวา ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน จินฺเตสิ – ‘‘มหนฺตํ, โข, อหํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถมิ น โข ปน มยฺหํ ยุตฺตํ เอกทิวสเมว ทานํ ทตฺวา ตํ ฐานนฺตรํ ปตฺเถตุํ, อนุปฏิปาฏิยา สตฺต ทิวเส ทานํ ทตฺวา ปตฺเถสฺสามี’’ติ. โส เตเนว นิยาเมน สตฺต ทิวเส มหาทานานิ ทตฺวา ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน ทุสฺสโกฏฺฐาคารํ วิวราเปตฺวา อุตฺตมํ ติจีวรปฺปโหนกํ สุขุมวตฺถํ พุทฺธสฺส ปาทมูเล ฐเปตฺวา ภิกฺขุสตสหสฺสสฺส จ ติจีวรํ ทตฺวา ตถาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, โย โส ภิกฺขุ ตุเมฺหหิ อิโต สตฺตมทิวสมตฺถเก เอตทคฺเค ฐปิโต, อหมฺปิ โส ภิกฺขุ วิย อนาคเต อุปฺปชฺชนกพุทฺธสฺส สาสเน ปพฺพชิตฺวา ปฏิสมฺภิทาปตฺตานํ อคฺโค ภเวยฺย’’นฺติ วตฺวา สตฺถุ ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ปตฺถนํ อกาสิ. สตฺถา ตสฺส ปตฺถนาย สมิชฺฌนภาวํ ทิสฺวา ‘‘อนาคเต อิโต กปฺปสตสหสฺสมตฺถเก โคตโม นาม พุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตสฺส สาสเน ตว ปตฺถนา สมิชฺฌิสฺสตี’’ติ พฺยากาสิ. วุตฺตมฺปิ เจตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๔.๒๒๑-๒๕๐) –
‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, สพฺพโลกวิทู มุนิ;
อิโต สตสหสฺสมฺหิ, กปฺเป อุปฺปชฺชิ จกฺขุมา.
‘‘โอวาทโก วิญฺญาปโก, ตารโก สพฺพปาณินํ;
เทสนากุสโล พุทฺโธ, ตาเรสิ ชนตํ พหุํ.
‘‘อนุกมฺปโก การุณิโก, หิเตสี สพฺพปาณินํ;
สมฺปตฺเต ติตฺถิเย สพฺเพ, ปญฺจสีเล ปติฏฺฐปิ.
‘‘เอวํ นิรากุลํ อาสิ, สุญฺญตํ ติตฺถิเยหิ จ;
วิจิตฺตํ อรหนฺเตหิ, วสีภูเตหิ ตาทิภิ.
‘‘รตนานฏฺฐปญฺญาสํ, อุคฺคโต โส มหามุนิ;
กญฺจนคฺฆิยสงฺกาโส, พาตฺตึสวรลกฺขโณ.
‘‘วสฺสสตสหสฺสานิ, อายุ วิชฺชติ ตาวเท;
ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส, ตาเรสิ ชนตํ พหุํ.
‘‘ตทาหํ หํสวติยํ, พฺราหฺมโณ เวทปารคู;
อุเปจฺจ สพฺพโลกคฺคํ, อสฺโสสึ ธมฺมเทสนํ.
‘‘ตทา โส สาวกํ วีโร, ปภินฺนมติโคจรํ;
อตฺเถ ธมฺเม นิรุตฺเต จ, ปฏิภาเน จ โกวิทํ.
‘‘ฐเปสิ เอตทคฺคมฺหิ, ตํ สุตฺวา มุทิโต อหํ;
สสาวกํ ชินวรํ, สตฺตาหํ โภชยึ ตทา.
‘‘ทุสฺเสหจฺฉาทยิตฺวาน, สสิสฺสํ พุทฺธิสาครํ;
นิปจฺจ ปาทมูลมฺหิ, ตํ ฐานํ ปตฺถยึ อหํ.
‘‘ตโต อโวจ โลกคฺโค, ปสฺสเถตํ ทิชุตฺตมํ;
วินตํ ปาทมูเล เม, กมโลทรสปฺปภํ.
‘‘พุทฺธเสฏฺฐสฺส ภิกฺขุสฺส, ฐานํ ปตฺถยเต อยํ;
ตาย สทฺธาย จาเคน, สทฺธมฺมสฺสวเนน จ.
‘‘สพฺพตฺถ สุขิโต หุตฺวา, สํสริตฺวา ภวาภเว;
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน, ลจฺฉเสตํ มโนรถํ.
‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, โอกฺกากกุลสมฺภโว;
โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท, โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต;
โกฏฺฐิโก นาม นาเมน, เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก.
‘‘ตํ สุตฺวา มุทิโต หุตฺวา, ยาวชีวํ ตทา ชินํ;
เมตฺตจิตฺโต ปริจรึ, สโต ปญฺญา สมาหิโต.
‘‘เตน กมฺมวิปาเกน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.
‘‘สตานํ ตีณิกฺขตฺตุญฺจ, เทวรชฺชมการยึ;
สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี อโหสหํ.
‘‘ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ;
สพฺพตฺถ สุขิโต อาสึ, ตสฺส กมฺมสฺส วาหสา.
‘‘ทุเว ภเว สํสรามิ, เทวตฺเต อถ มานุเส;
อญฺญํ คตึ น คจฺฉามิ, สุจิณฺณสฺส อิทํ ผลํ.
‘‘ทุเว กุเล ปชายามิ, ขตฺติเย อถ พฺราหฺมเณ;
นีเจ กุเล น ชายามิ, สุจิณฺณสฺส อิทํ ผลํ.
‘‘ปจฺฉิเม ภเว สมฺปตฺเต, พฺรหฺมพนฺธุ อโหสหํ;
สาวตฺถิยํ วิปฺปกุเล, ปจฺจาชาโต มหทฺธเน.
‘‘มาตา จนฺทวตี นาม, ปิตา เม อสฺสลายโน;
ยทา เม ปิตรํ พุทฺโธ, วินยี สพฺพสุทฺธิยา.
‘‘ตทา ปสนฺโน สุคเต, ปพฺพชึ อนคาริยํ;
โมคฺคลฺลาโน อาจริโย, อุปชฺฌา สาริสมฺภโว.
‘‘เกเสสุ ฉิชฺชมาเนสุ, ทิฏฺฐิ ฉินฺนา สมูลิกา;
นิวาเสนฺโต จ กาสาวํ, อรหตฺตมปาปุณึ.
‘‘อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ, ปฏิภาเน จ เม มติ;
ปภินฺนา เตน โลกคฺโค, เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ.
‘‘อสนฺทิฏฺฐํ วิยากาสึ, อุปติสฺเสน ปุจฺฉิโต;
ปฏิสมฺภิทาสุ เตนาหํ, อคฺโค สมฺพุทฺธสาสเน.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา, วิหรามิ อนาสโว.
‘‘สฺวาคตํ วต เม อาสิ, มม พุทฺธสฺส สนฺติเก;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.
‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส, วิโมกฺขาปิ จ อฏฺฐิเม;
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
เอวํ โส ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญญาณสมฺภารํ สมฺภรนฺโต อปราปรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ. โกฏฺฐิโกติสฺส นามํ อกํสุ. โส วยปฺปตฺโต ตโย เวเท อุคฺคเหตฺวา พฺราหฺมณสิปฺเป นิปฺผตฺตึ คโต เอกทิวสํ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา อุปสมฺปนฺนกาลโต ปฏฺฐาย วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา ปฏิสมฺภิทาสุ จิณฺณวสี หุตฺวา อภิญฺญาเต อภิญฺญาเต มหาเถเร อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโตปิ ทสพลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโตปิ ปฏิสมฺภิทาสุเยว ปญฺหํ ปุจฺฉิ. เอวมยํ เถโร ตตฺถ กตาธิการตาย จิณฺณวสีภาเวน จ ปฏิสมฺภิทาปตฺตานํ อคฺโค ชาโต. อถ นํ สตฺถา มหาเวทลฺลสุตฺตํ (ม. นิ. ๑.๔๔๙ อาทโย) อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา ปฏิสมฺภิทาปตฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ – ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ปฏิสมฺภิทาปตฺตานํ ยทิทํ มหาโกฏฺฐิโก’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๐๙, ๒๑๘). โส อปเรน สมเยน วิมุตฺติสุขํ ปฏิสํเวเทนฺโต อุทานวเสน –
๒. ‘‘อุปสนฺโต อุปรโต, มนฺตภาณี อนุทฺธโต;
ธุนาติ ปาปเก ธมฺเม, ทุมปตฺตํว มาลุโต’’ติ. –
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มหาโกฏฺฐิกตฺเถโร คาถํ อภาสิ.
ตตฺถ อุปสนฺโตติ มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ อุปสมเนน นิพฺพิเสวนภาวกรเณน อุปสนฺโต. อุปรโตติ สพฺพสฺมา ปาปกรณโต โอรโต วิรโต. มนฺตภาณีติ มนฺตา วุจฺจติ ปญฺญา, ตาย ปน อุปปริกฺขิตฺวา ภณตีติ มนฺตภาณี, กาลวาทีอาทิภาวํ อวิสฺสชฺเชนฺโตเยว ภณตีติ อตฺโถ. มนฺตภณนวเสน วา ภณตีติ มนฺตภาณี, ทุพฺภาสิตโต วินา อตฺตโน ภาสนวเสน จตุรงฺคสมนฺนาคตํ สุภาสิตํเยว ภณตีติ อตฺโถ. ชาติอาทิวเสน อตฺตโน อนุกฺกํสนโต น อุทฺธโตติ อนุทฺธโต อถ วา ติณฺณํ กายทุจฺจริตานํ วูปสมเนน ตโต ปฏิวิรติยา อุปสนฺโต, ติณฺณํ มโนทุจฺจริตานํ อุปรมเณน ปชหเนน อุปรโต, จตุนฺนํ วจีทุจฺจริตานํ อปฺปวตฺติยา ปริมิตภาณิตาย มนฺตภาณี, ติวิธทุจฺจริตนิมิตฺตอุปฺปชฺชนกสฺส อุทฺธจฺจสฺส อภาวโต อนุทฺธโต. เอวํ ปน ติวิธทุจฺจริตปฺปหาเนน สุทฺเธ สีเล ปติฏฺฐิโต, อุทฺธจฺจปฺปหาเนน สมาหิโต, ตเมว สมาธึ ปทฏฺฐานํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา ธุนาติ ปาปเก ธมฺเม ลามกฏฺเฐน ปาปเก สพฺเพปิ สํกิเลสธมฺเม นิทฺธุนาติ, สมุจฺเฉทวเสน ปชหติ. ยถา กึ? ทุมปตฺตํว มาลุโต, ยถา นาม ทุมสฺส รุกฺขสฺส ปตฺตํ ปณฺฑุปลาสํ มาลุโต วาโต ธุนาติ, พนฺธนโต วิโยเชนฺโต นีหรติ, เอวํ ยถาวุตฺตปฏิปตฺติยํ ฐิโต ปาปธมฺเม อตฺตโน สนฺตานโต นีหรติ, เอวมยํ เถรสฺส อญฺญาปเทเสน อญฺญาพฺยากรณคาถาปิ โหตีติ เวทิตพฺพา.
เอตฺถ จ กายวจีทุจฺจริตปฺปหานวจเนน ปโยคสุทฺธึ ทสฺเสติ, มโนทุจฺจริตปฺปหานวจเนน อาสยสุทฺธึ. เอวํ ปโยคาสยสุทฺธสฺส ‘‘อนุทฺธโต’’ติ อิมินา อุทฺธจฺจาภาววจเนน ตเทกฏฺฐตาย นีวรณปฺปหานํ ทสฺเสติ. เตสุ ปโยคสุทฺธิยา สีลสมฺปตฺติ วิภาวิตา, อาสยสุทฺธิยา สมถภาวนาย อุปการกธมฺมปริคฺคโห, นีวรณปฺปหาเนน สมาธิภาวนา, ‘‘ธุนาติ ปาปเก ธมฺเม’’ติ อิมินา ปญฺญาภาวนา วิภาวิตา โหติ. เอวํ อธิสีลสิกฺขาทโย ติสฺโส สิกฺขา, ติวิธกลฺยาณํ สาสนํ, ตทงฺคปฺปหานาทีนิ ตีณิ ปหานานิ, อนฺตทฺวยปริวชฺชเนน สทฺธึ มชฺฌิมาย ปฏิปตฺติยา ปฏิปชฺชนํ, อปายภวาทีนํ สมติกฺกมนูปาโย จ ยถารหํ นิทฺธาเรตฺวา โยเชตพฺพา. อิมินา นเยน เสสคาถาสุปิ ยถารหํ อตฺถโยชนา เวทิตพฺพา. อตฺถมตฺตเมว ปน ตตฺถ ตตฺถ อปุพฺพํ วณฺณยิสฺสาม. ‘‘อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มหาโกฏฺฐิโก’’ติ อิทํ ปูชาวจนํ, ยถา ตํ มหาโมคฺคลฺลาโนติ.
มหาโกฏฺฐิกตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.