๖. อุปสีวสุตฺตวณฺณนา

๑๐๗๖. เอโก อหนฺติ อุปสีวสุตฺตํ. ตตฺถ มหนฺตโมฆนฺติ มหนฺตํ โอฆํ. อนิสฺสิโตติ ปุคฺคลํ วา ธมฺมํ วา อนิสฺสิโต. โน วิสหามีติ น สกฺโกมิ. อารมฺมณนฺติ นิสฺสยํ. ยํ นิสฺสิโตติ ยํ ปุคฺคลํ วา ธมฺมํ วา นิสฺสิโต.

๑๐๗๗. อิทานิ ยสฺมา โส พฺราหฺมโณ อากิญฺจญฺญายตนลาภี ตญฺจ สนฺตมฺปิ นิสฺสยํ น ชานาติ, เตนสฺส ภควา ตญฺจ นิสฺสยํ อุตฺตริ จ นิยฺยานปถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อากิญฺจญฺญ’’นฺติ คาถมาห. ตตฺถ เปกฺขมาโนติ ตํ อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺตึ สโต สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐหิตฺวา จ อนิจฺจาทิวเสน ปสฺสมาโน. นตฺถีติ นิสฺสายาติ ตํ ‘‘นตฺถิ กิญฺจี’’ติ ปวตฺตสมาปตฺตึ อารมฺมณํ กตฺวา. ตรสฺสุ โอฆนฺติ ตโต ปภุติ ปวตฺตาย วิปสฺสนาย ยถานุรูปํ จตุพฺพิธมฺปิ โอฆํ ตรสฺสุ. กถาหีติ กถํกถาหิ. ตณฺหกฺขยํ นตฺตมหาภิปสฺสาติ รตฺตินฺทิวํ นิพฺพานํ วิภูตํ กตฺวา ปสฺส. เอเตนสฺส ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ กเถติ.

๑๐๗๘-๙. อิทานิ ‘‘กาเม ปหายา’’ติ สุตฺวา วิกฺขมฺภนวเสน อตฺตนา ปหีเน กาเม สมฺปสฺสมาโน ‘‘สพฺเพสู’’ติ คาถมาห. ตตฺถ หิตฺวา มญฺญนฺติ อญฺญํ ตโต เหฏฺฐา ฉพฺพิธมฺปิ สมาปตฺตึ หิตฺวา. สญฺญาวิโมกฺเข ปรเมติ สตฺตสุ สญฺญาวิโมกฺเขสุ อุตฺตเม อากิญฺจญฺญายตเน. ติฏฺเฐ นุ โส ตตฺถ อนานุยายีติ โส ปุคฺคโล ตตฺถ อากิญฺจญฺญายตนพฺรหฺมโลเก อวิคจฺฉมาโน ติฏฺเฐยฺย นูติ ปุจฺฉติ. อถสฺส ภควา สฏฺฐิกปฺปสหสฺสมตฺตํเยว ฐานํ อนุชานนฺโต ตติยคาถมาห.

๑๐๘๐. เอวํ ตสฺส ตตฺถ ฐานํ สุตฺวา อิทานิสฺส สสฺสตุจฺเฉทภาวํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘ติฏฺเฐ เจ’’ติ คาถมาห. ตตฺถ ปูคมฺปิ วสฺสานนฺติ อเนกสงฺขฺยมฺปิ วสฺสานํ, คณราสินฺติ อตฺโถ. ‘‘ปูคมฺปิ วสฺสานี’’ติปิ ปาโฐ, ตตฺถ วิภตฺติพฺยตฺตเยน สามิวจนสฺส ปจฺจตฺตวจนํ กตฺตพฺพํ, ปูคนฺติ วา เอตสฺส พหูนีติ อตฺโถ วตฺตพฺโพ. ‘‘ปูคานี’’ติ วาปิ ปฐนฺติ, ปุริมปาโฐเยว สพฺพสุนฺทโร. ตตฺเถว โส สีติ สิยา วิมุตฺโตติ โส ปุคฺคโล ตตฺเถวากิญฺจญฺญายตเน นานาทุกฺเขหิ วิมุตฺโต สีติภาวปฺปตฺโต ภเวยฺย, นิพฺพานปฺปตฺโต สสฺสโต หุตฺวา ติฏฺเฐยฺยาติ อธิปฺปาโย. จเวถ วิญฺญาณํ ตถาวิธสฺสาติ อุทาหุ ตถาวิธสฺส วิญฺญาณํ อนุปาทาย ปรินิพฺพาเยยฺยาติ อุจฺเฉทํ ปุจฺฉติ, ปฏิสนฺธิคฺคหณตฺถํ วาปิ ภเวยฺยาติ ปฏิสนฺธิมฺปิ ตสฺส ปุจฺฉติ.

๑๐๘๑. อถสฺส ภควา อุจฺเฉทสสฺสตํ อนุปคมฺม ตตฺถ อุปฺปนฺนสฺส อริยสาวกสฺส อนุปาทาย ปรินิพฺพานํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อจฺจี ยถา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ อตฺถํ ปเลตีติ อตฺถํ คจฺฉติ. น อุเปติ สงฺขนฺติ ‘‘อสุกํ นาม ทิสํ คโต’’ติ โวหารํ น คจฺฉติ. เอวํ มุนี นามกายา วิมุตฺโตติ เอวํ ตตฺถ อุปฺปนฺโน เสกฺขมุนิ ปกติยา ปุพฺเพว รูปกายา วิมุตฺโต ตตฺถ จตุตฺถมคฺคํ นิพฺพตฺเตตฺวา ธมฺมกายสฺส ปริญฺญาตตฺตา ปุน นามกายาปิ วิมุตฺโต อุภโตภาควิมุตฺโต ขีณาสโว หุตฺวา อนุปาทาปรินิพฺพานสงฺขาตํ อตฺถํ ปเลติ, น อุเปติ สงฺขํ ‘‘ขตฺติโย วา พฺราหฺมโณ วา’’ติ เอวมาทิกํ.

๑๐๘๒. อิทานิ ‘‘อตฺถํ ปเลตี’’ติ สุตฺวา ตสฺส โยนิโส อตฺถํ อสลฺลกฺเขนฺโต ‘‘อตฺถงฺคโต โส’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – โส อตฺถงฺคโต อุทาหุ นตฺถิ, อุทาหุ เว สสฺสติยา สสฺสตภาเวน อโรโค อวิปริณามธมฺโม โสติ เอวํ ตํ เม มุนี สาธุ วิยากโรหิ. กึ การณํ? ตถา หิ เต วิทิโต เอส ธมฺโมติ.

๑๐๘๓. อถสฺส ภควา ตถา อวตฺตพฺพตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อตฺถงฺคตสฺสา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ อตฺถงฺคตสฺสาติ อนุปาทาปรินิพฺพุตสฺส. น ปมาณมตฺถีติ รูปาทิปฺปมาณํ นตฺถิ. เยน นํ วชฺชุนฺติ เยน ราคาทินา นํ วเทยฺยุํ. สพฺเพสุ ธมฺเมสูติ สพฺเพสุ ขนฺธาทิธมฺเมสุ. เสสํ สพฺพตฺถ ปากฏเมว.

เอวํ ภควา อิมํ สุตฺตํ อรหตฺตนิกูเฏเนว เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน จ วุตฺตสทิโส เอว ธมฺมาภิสมโย อโหสีติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย อุปสีวสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.