๒. ติสฺสเมตฺเตยฺยสุตฺตวณฺณนา
๑๐๔๗. โกธ สนฺตุสฺสิโตติ ติสฺสเมตฺเตยฺยสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? สพฺพสุตฺตานํ ปุจฺฉาวสิกา เอว อุปฺปตฺติ. เต หิ พฺราหฺมณา ‘‘กตาวกาสา ปุจฺฉโวฺห’’ติ ภควตา ปวาริตตฺตา อตฺตโน อตฺตโน สํสยํ ปุจฺฉึสุ. ปุฏฺโฐ ปุฏฺโฐ จ เตสํ ภควา พฺยากาสิ. เอวํ ปุจฺฉาวสิกาเนเวตานิ สุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ.
นิฏฺฐิเต ปน อชิตปเญฺห ‘‘กถํ โลกํ อเวกฺขนฺตํ, มจฺจุราชา น ปสฺสตี’’ติ (สุ. นิ. ๑๑๒๔; จูฬนิ. ปิงฺคิยมาณวปุจฺฉา ๑๔๔) เอวํ โมฆราชา ปุจฺฉิตุํ อารภิ. ตํ ‘‘น ตาวสฺส อินฺทฺริยานิ ปริปากํ คตานี’’ติ ญตฺวา ภควา ‘‘ติฏฺฐ ตฺวํ, โมฆราช, อญฺโญ ปุจฺฉตู’’ติ ปฏิกฺขิปิ. ตโต ติสฺสเมตฺเตยฺโย อตฺตโน สํสยํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘โกธา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ โกธ สนฺตุสฺสิโตติ โก อิธ ตุฏฺโฐ. อิญฺชิตาติ ตณฺหาทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตานิ. อุภนฺตมภิญฺญายาติ อุโภ อนฺเต อภิชานิตฺวา. มนฺตา น ลิปฺปตีติ ปญฺญาย น ลิปฺปติ.
๑๐๔๘-๙. ตสฺเสตมตฺถํ พฺยากโรนฺโต ภควา ‘‘กาเมสู’’ติ คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ กาเมสุ พฺรหฺมจริยวาติ กามนิมิตฺตํ พฺรหฺมจริยวา, กาเมสุ อาทีนวํ ทิสฺวา มคฺคพฺรหฺมจริเยน สมนฺนาคโตติ วุตฺตํ โหติ. เอตฺตาวตา สนฺตุสิตํ ทสฺเสติ, ‘‘วีตตโณฺห’’ติอาทีหิ อนิญฺชิตํ. ตตฺถ สงฺขาย นิพฺพุโตติ อนิจฺจาทิวเสน ธมฺเม วีมํสิตฺวา ราคาทินิพฺพาเนน นิพฺพุโต. เสสํ ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตนยตฺตา ปากฏเมว.
เอวํ ภควา อิมมฺปิ สุตฺตํ อรหตฺตนิกูเฏเนว เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน อยมฺปิ พฺราหฺมโณ อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ สทฺธึ อนฺเตวาสิสหสฺเสน, อญฺเญสญฺจ อเนกสหสฺสานํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทิ. เสสํ ปุพฺพสทิสเมวาติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ติสฺสเมตฺเตยฺยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.