๑๓. อุทยสุตฺตวณฺณนา

๑๑๑๒-๓. ฌายินฺติ อุทยสุตฺตํ. ตตฺถ อญฺญาวิโมกฺขนฺติ ปญฺญานุภาวนิชฺฌาตํ วิโมกฺขํ ปุจฺฉติ. อถ ภควา ยสฺมา อุทโย จตุตฺถชฺฌานลาภี, ตสฺมาสฺส ปฏิลทฺธชฺฌานวเสน นานปฺปการโต อญฺญาวิโมกฺขํ ทสฺเสนฺโต คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ ปหานํ กามจฺฉนฺทานนฺติ ยมิทํ ปฐมชฺฌานํ นิพฺพตฺเตนฺตสฺส กามจฺฉนฺทปฺปหานํ, ตมฺปิ อญฺญาวิโมกฺขํ ปพฺรูมิ. เอวํ สพฺพปทานิ โยเชตพฺพานิ.

๑๑๑๔. อุเปกฺขาสติสํสุทฺธนฺติ จตุตฺถชฺฌานอุเปกฺขาสตีหิ สํสุทฺธํ. ธมฺมตกฺกปุเรชวนฺติ อิมินา ตสฺมึ จตุตฺถชฺฌานวิโมกฺเข ฐตฺวา ฌานงฺคานิ วิปสฺสิตฺวา อธิคตํ อรหตฺตวิโมกฺขํ วทติ. อรหตฺตวิโมกฺขสฺส หิ มคฺคสมฺปยุตฺตสมฺมาสงฺกปฺปาทิเภโท ธมฺมตกฺโก ปุเรชโว โหติ. เตนาห – ‘‘ธมฺมตกฺกปุเรชว’’นฺติ. อวิชฺชาย ปเภทนนฺติ เอตเมว จ อญฺญาวิโมกฺขํ อวิชฺชาปเภทนสงฺขาตํ นิพฺพานํ นิสฺสาย ชาตตฺตา การโณปจาเรน ‘‘อวิชฺชาย ปเภทน’’นฺติ ปพฺรูมีติ.

๑๑๑๕-๖. เอวํ อวิชฺชาปเภทนวจเนน วุตฺตํ นิพฺพานํ สุตฺวา ‘‘ตํ กิสฺส วิปฺปหาเนน วุจฺจตี’’ติ ปุจฺฉนฺโต ‘‘กึสุ สํโยชโน’’ติ คาถมาห. ตตฺถ กึสุ สํโยชโนติ กึ สํโยชโน. วิจารณนฺติ วิจรณการณํ. กิสฺสสฺส วิปฺปหาเนนาติ กึ นามกสฺส อสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปหาเนน. อถสฺส ภควา ตมตฺถํ พฺยากโรนฺโต ‘‘นนฺทิสํโยชโน’’ติ คาถมาห. ตตฺถ วิตกฺกสฺสาติ กามวิตกฺกาทิโก วิตกฺโก อสฺส.

๑๑๑๗-๘. อิทานิ ตสฺส นิพฺพานสฺส มคฺคํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘กถํ สตสฺสา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ วิญฺญาณนฺติ อภิสงฺขารวิญฺญาณํ. อถสฺส มคฺคํ กเถนฺโต ภควา ‘‘อชฺฌตฺตญฺจา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ เอวํ สตสฺสาติ เอวํ สตสฺส สมฺปชานสฺส. เสสํ สพฺพตฺถ ปากฏเมว.

เอวํ ภควา อิมมฺปิ สุตฺตํ อรหตฺตนิกูเฏเนว เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน จ ปุพฺพสทิโส เอว ธมฺมาภิสมโย อโหสีติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย อุทยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.