๙. กูฏวินิจฺฉยิกเปตวตฺถุวณฺณนา

มาลี กิริฏี กายูรีติ อิทํ สตฺถริ เวฬุวเน วิหรนฺเต กูฏวินิจฺฉยิกเปตํ อารพฺภ วุตฺตํ. ตทา พิมฺพิสาโร ราชา มาสสฺส ฉสุ ทิวเสสุ อุโปสถํ อุปวสติ, ตํ อนุวตฺตนฺตา พหู มนุสฺสา อุโปสถํ อุปวสนฺติ. ราชา อตฺตโน สนฺติกํ อาคตาคเต มนุสฺเส ปุจฺฉติ – ‘‘กึ ตุเมฺหหิ อุโปสโถ อุปวุตฺโถ, อุทาหุ น อุปวุตฺโถ’’ติ? ตเตฺรโก อธิกรเณ นิยุตฺตกปุริโส ปิสุณวาโจ เนกติโก ลญฺชคาหโก ‘‘น อุปวุตฺโถมฺหี’’ติ วตฺตุํ อสหนฺโต ‘‘อุปวุตฺโถมฺหิ, เทวา’’ติ อาห. อถ นํ ราชสมีปโต นิกฺขนฺตํ สหาโย อาห – ‘‘กึ, สมฺม, อชฺช ตยา อุปวุตฺโถ’’ติ? ‘‘ภเยนาหํ, สมฺม, รญฺโญ สมฺมุขา เอวํ อโวจํ, นาหํ อุโปสถิโก’’ติ.

อถ นํ สหาโย อาห – ‘‘ยทิ เอวํ อุปฑฺฒุโปสโถปิ ตาว เต อชฺช โหตุ, อุโปสถงฺคานิ สมาทิยาหี’’ติ. โส ตสฺส วจนํ ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เคหํ คนฺตฺวา อภุตฺวาว มุขํ วิกฺขาเลตฺวา อุโปสถํ อธิฏฺฐาย รตฺติยํ วาสูปคโต ริตฺตาสยสมฺภูเตน พลววาตเหตุเกน สูเลน อุปจฺฉินฺนายุสงฺขาโร จุติอนนฺตรํ ปพฺพตกุจฺฉิยํ เวมานิกเปโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. โส หิ เอกรตฺตึ อุโปสถรกฺขณมตฺเตน วิมานํ ปฏิลภิ ทสกญฺญาสหสฺสปริวารํ มหติญฺจ ทิพฺพสมฺปตฺตึ. กูฏวินิจฺฉยิกตาย ปน เปสุณิกตาย จ อตฺตโน ปิฏฺฐิมํสานิ สยเมว โอกฺกนฺติตฺวา ขาทติ. ตํ อายสฺมา นารโท คิชฺชกูฏโต โอตรนฺโต ทิสฺวา –

๔๙๙. ‘‘มาลี กิริฏี กายูรี, คตฺตา เต จนฺทนุสฺสทา;

ปสนฺนมุขวณฺโณสิ, สูริยวณฺโณว โสภสิ.

๕๐๐. ‘‘อมานุสา ปาริสชฺชา, เย เตเม ปริจารกา;

ทส กญฺญาสหสฺสานิ, ยา เตมา ปริจาริกา;

ตา กมฺพุกายูรธรา, กญฺจนาเวฬภูสิตา.

๕๐๑. ‘‘มหานุภาโวสิ ตุวํ, โลมหํสนรูปวา;

ปิฏฺฐิมํสานิ อตฺตโน, สามํ อุกฺกจฺจ ขาทสิ.

๕๐๒. ‘‘กึ นุ กาเยน วาจาย, มนสา ทุกฺกฏํ กตํ;

กิสฺสกมฺมวิปาเกน, ปิฏฺฐิมํสานิ อตฺตโน;

สามํ อุกฺกจฺจ ขาทสีติ.

๕๐๓. ‘‘อตฺตโนหํ อนตฺถาย, ชีวโลเก อจาริสํ;

เปสุญฺญมุสาวาเทน, นิกติวญฺจนาย จ.

๕๐๔. ‘‘ตตฺถาหํ ปริสํ คนฺตฺวา, สจฺจกาเล อุปฏฺฐิเต;

อตฺถํ ธมฺมํ นิรากตฺวา, อธมฺมมนุวตฺติสํ.

๕๐๕. ‘‘เอวํ โส ขาทตตฺตานํ, โย โหติ ปิฏฺฐิมํสิโก;

ยถาหํ อชฺช ขาทามิ, ปิฏฺฐิมํสานิ อตฺตโน.

๕๐๖. ‘‘ตยิทํ ตยา นารท สามํ ทิฏฺฐํ, อนุกมฺปกา เย กุสลา วเทยฺยุํ;

มา เปสุณํ มา จ มุสา อภาณิ, มา โขสิ ปิฏฺฐิมํสิโก ตุว’’นฺติ. –

เถโร จตูหิ คาถาหิ ปุจฺฉิ, โสปิ ตสฺส จตูหิ คาถาหิ เอตมตฺถํ วิสฺสชฺเชสิ.

๔๙๙. ตตฺถ มาลีติ มาลธารี, ทิพฺพปุปฺเผหิ ปฏิมณฺฑิโตติ อธิปฺปาโย. กิริฏีติ เวฐิตสีโส. กายูรีติ เกยูรวา, พาหาลงฺการปฏิมณฺฑิโตติ อตฺโถ. คตฺตาติ สรีราวยวา. จนฺทนุสฺสทาติ จนฺทนสารานุลิตฺตา. สูริยวณฺโณว โสภสีติ พาลสูริยสทิสวณฺโณ เอว หุตฺวา วิโรจสิ. ‘‘อรณวณฺณี ปภาสสี’’ติปิ ปาฬิ, อรณนฺติ อรณิเยหิ เทเวหิ สทิสวณฺโณ อริยาวกาโสติ อตฺโถ.

๕๐๐. ปาริสชฺชาติ ปริสปริยาปนฺนา, อุปฏฺฐากาติ อตฺโถ. ตุวนฺติ ตฺวํ. โลมหํสนรูปวาติ ปสฺสนฺตานํ โลมหํสชนนรูปยุตฺโต. มหานุภาวตาสมงฺคิตาย เหตํ วุตฺตํ. อุกฺกจฺจาติ อุกฺกนฺติตฺวา, ฉินฺทิตฺวาติ อตฺโถ.

๕๐๓. อจาริสนฺติ อจรึ ปฏิปชฺชึ. เปสุญฺญมุสาวาเทนาติ เปสุญฺเญน เจว มุสาวาเทน จ. นิกติวญฺจนาย จาติ นิกติยา วญฺจนาย จ ปติรูปทสฺสเนน ปเรสํ วิกาเรน วญฺจนาย จ.

๕๐๔. สจฺจกาเลติ สจฺจํ วตฺตุํ ยุตฺตกาเล. อตฺถนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิกาทิเภทํ หิตํ. ธมฺมนฺติ การณํ ญายํ. นิรากตฺวาติ ฉฑฺเฑตฺวา ปหาย. โสติ โย เปสุญฺญาทึ อาจรติ, โส สตฺโต. เสสํ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.

กูฏวินิจฺฉยิกเปตวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.