๙. มหาเปสการเปติวตฺถุวณฺณนา
คูถญฺจ มุตฺตํ รุหิรญฺจ ปุพฺพนฺติ อิทํ สตฺถริ สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต อญฺญตรํ เปสการเปตึ อารพฺภ วุตฺตํ. ทฺวาทสมตฺตา กิร ภิกฺขู สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วสนโยคฺคฏฺฐานํ วีมํสนฺตา อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย อญฺญตรํ ฉายูทกสมฺปนฺนํ รมณียํ อรญฺญายตนํ ตสฺส จ นาติทูเร นาจฺจาสนฺเน โคจรคามํ ทิสฺวา ตตฺถ เอกรตฺตึ วสิตฺวา ทุติยทิวเส คามํ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. ตตฺถ เอกาทส เปสการา ปฏิวสนฺติ, เต เต ภิกฺขู ทิสฺวา สญฺชาตโสมนสฺสา หุตฺวา อตฺตโน อตฺตโน เคหํ เนตฺวา ปณีเตน อาหาเรน ปริวิสิตฺวา อาหํสุ ‘‘กุหึ, ภนฺเต, คจฺฉถา’’ติ? ‘‘ยตฺถ อมฺหากํ ผาสุกํ, ตตฺถ คมิสฺสามา’’ติ. ‘‘ยทิ เอวํ, ภนฺเต, อิเธว วสิตพฺพ’’นฺติ วสฺสูปคมนํ ยาจึสุ. ภิกฺขู สมฺปฏิจฺฉึสุ. อุปาสกา เตสํ ตตฺถ อรญฺญกุฏิกาโย กาเรตฺวา อทํสุ. ภิกฺขู ตตฺถ วสฺสํ อุปคจฺฉึสุ.
ตตฺถ เชฏฺฐกเปสกาโร เทฺว ภิกฺขู จตูหิ ปจฺจเยหิ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหิ, อิตเร เอเกกํ ภิกฺขุํ อุปฏฺฐหึสุ. เชฏฺฐกเปสการสฺส ภริยา อสฺสทฺธา อปฺปสนฺนา มิจฺฉาทิฏฺฐิกา มจฺฉรินี ภิกฺขู น สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐาติ. โส ตํ ทิสฺวา ตสฺสาเยว กนิฏฺฐภคินึ อาเนตฺวา อตฺตโน เคเห อิสฺสริยํ นิยฺยาเทสิ. สา สทฺธา ปสนฺนา หุตฺวา สกฺกจฺจํ ภิกฺขู ปฏิชคฺคิ. เต สพฺเพ เปสกาโร วสฺสํ วุตฺถานํ ภิกฺขูนํ เอเกกสฺส เอเกกํ สาฏกมทํสุ. ตตฺถ มจฺฉรินี เชฏฺฐเปสการสฺส ภริยา ปทุฏฺฐจิตฺตา อตฺตโน สามิกํ ปริภาสิ – ‘‘ยํ ตยา สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ ทานํ ทินฺนํ อนฺนปานํ, ตํ เต ปรโลเก คูถมุตฺตํ ปุพฺพโลหิตญฺจ หุตฺวา นิพฺพตฺตตุ, สาฏกา จ ชลิตา อโยมยปฏฺฏา โหนฺตู’’ติ.
ตตฺถ เชฏฺฐเปสกาโร อปเรน สมเยน กาลํ กตฺวา วิญฺฌาฏวิยํ อานุภาวสมฺปนฺนา รุกฺขเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตสฺส ปน กทริยา ภริยา กาลํ กตฺวา ตสฺเสว วสนฏฺฐานสฺส อวิทูเร เปตี หุตฺวา นิพฺพตฺติ. สา นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปา ชิฆจฺฉาปิปาสาภิภูตา ตสฺส ภูมเทวสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อาห – ‘‘อหํ, สามิ, นิจฺโจฬา อติวิย ชิฆจฺฉาปิปาสาภิภูตา วิจรามิ, เทหิ เม วตฺถํ อนฺนปานญฺจา’’ติ. โส ตสฺสา ทิพฺพํ อุฬารํ อนฺนปานํ อุปเนสิ. ตํ ตาย คหิตมตฺตเมว คูถมุตฺตํ ปุพฺพโลหิตญฺจ สมฺปชฺชติ, สาฏกญฺจ ทินฺนํ ตาย ปริทหิตํ ปชฺชลิตํ อโยมยปฏฺฏํ โหติ. สา มหาทุกฺขํ อนุภวนฺตี ตํ ฉฑฺเฑตฺวา กนฺทนฺตี วิจรติ.
เตน จ สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ วุตฺถวสฺโส สตฺถารํ วนฺทิตุํ คจฺฉนฺโต มหตา สตฺเถน สทฺธึ วิญฺฌาฏวึ ปฏิปชฺชิ. สตฺถิกา รตฺตึ มคฺคํ คนฺตฺวา ทิวา วเน สนฺทจฺฉายูทกสมฺปนฺนํ ปเทสํ ทิสฺวา ยานานิ มุญฺจิตฺวา มุหุตฺตํ วิสฺสมึสุ. ภิกฺขุ ปน วิเวกกามตาย โถกํ อปกฺกมิตฺวา อญฺญตรสฺส สนฺทจฺฉายสฺส วนคหนปฏิจฺฉนฺนสฺส รุกฺขสฺส มูเล สงฺฆาฏึ ปญฺญเปตฺวา นิปนฺโน รตฺติยํ มคฺคคมนปริสฺสเมน กิลนฺตกาโย นิทฺทํ อุปคญฺฉิ. สตฺถิกา วิสฺสมิตฺวา มคฺคํ ปฏิปชฺชึสุ, โส ภิกฺขุ น ปฏิพุชฺฌิ. อถ สายนฺหสมเย อุฏฺฐหิตฺวา เต อปสฺสนฺโต อญฺญตรํ กุมฺมคฺคํ ปฏิปชฺชิตฺวา อนุกฺกเมน ตสฺสา เทวตาย วสนฏฺฐานํ สมฺปาปุณิ. อถ นํ โส เทวปุตฺโต ทิสฺวา มนุสฺสรูเปน อุปคนฺตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา อตฺตโน วิมานํ ปเวเสตฺวา ปาทพฺภญฺชนาทีนิ ทตฺวา ปยิรุปาสนฺโต นิสีทิ. ตสฺมิญฺจ สมเย สา เปตี อาคนฺตฺวา ‘‘เทหิ เม, สามิ, อนฺนปานํ สาฏกญฺจา’’ติ อาห. โส ตสฺสา ตานิ อทาสิ. ตานิ จ ตาย คหิตมตฺตานิ คูถมุตฺตปุพฺพโลหิตปชฺชลิตอโยปฏฺฏาเยว อเหสุํ. โส ภิกฺขุ ตํ ทิสฺวา สญฺชาตสํเวโค ตํ เทวปุตฺตํ –
๕๔. ‘‘คูถญฺจ มุตฺตํ รุหิรญฺจ ปุพฺพํ, ปริภุญฺชติ กิสฺส อยํ วิปาโก;
อยํ นุ กึ กมฺมมกาสิ นารี, ยา สพฺพทา โลหิตปุพฺพภกฺขา.
๕๕. ‘‘นวานิ วตฺถานิ สุภานิ เจว, มุทูนิ สุทฺธานิ จ โลมสานิ;
ทินฺนานิ มิสฺสา กิตกา ภวนฺติ, อยํ นุ กึ กมฺมมกาสิ นารี’’ติ. –
ทฺวีหิ คาถาหิ ปฏิปุจฺฉิ. ตตฺถ กิสฺส อยํ วิปาโกติ กีทิสสฺส กมฺมสฺส อยํ วิปาโก, ยํ เอสา อิทานิ ปจฺจนุภวตีติ. อยํ นุ กึ กมฺมมกาสิ นารีติ อยํ อิตฺถี กึ นุ โข กมฺมํ ปุพฺเพ อกาสิ. ยา สพฺพทา โลหิตปุพฺพภกฺขาติ ยา สพฺพกาลํ รุหิรปุพฺพเมว ภกฺขติ ปริภุญฺชติ. นวานีติ ปจฺจคฺฆานิ ตาวเทว ปาตุภูตานิ. สุภานีติ สุนฺทรานิ ทสฺสนียานิ. มุทูนีติ สุขสมฺผสฺสานิ. สุทฺธานีติ ปริสุทฺธวณฺณานิ. โลมสานีติ สโลมกานิ สุขสมฺผสฺสานิ, สุนฺทรานีติ อตฺโถ. ทินฺนานิ มิสฺสา กิตกา ภวนฺตีติ กิตกกณฺฏกสทิสานิ โลหปฏฺฏสทิสานิ ภวนฺติ. ‘‘กีฏกา ภวนฺตี’’ติ วา ปาโฐ, ขาทกปาณกวณฺณานิ ภวนฺตีติ อตฺโถ.
เอวํ โส เทวปุตฺโต เตน ภิกฺขุนา ปุฏฺโฐ ตาย ปุริมชาติยา กตกมฺมํ ปกาเสนฺโต –
๕๖. ‘‘ภริยา มเมสา อหุ ภทนฺเต, อทายิกา มจฺฉรินี กทริยา;
สา มํ ททนฺตํ สมณพฺราหฺมณานํ, อกฺโกสติ จ ปริภาสติ จ.
๕๗. ‘‘คูถญฺจ มุตฺตํ รุหิรญฺจ ปุพฺพํ, ปริภุญฺช ตฺวํ อสุจึ สพฺพกาลํ;
เอตํ เต ปรโลกสฺมึ โหตุ, วตฺถา จ เต กิตกสมา ภวนฺตุ;
เอตาทิสํ ทุจฺจริตํ จริตฺวา, อิธาคตา จิรรตฺตาย ขาทตี’’ติ. –
เทฺว คาถา อภาสิ. ตตฺถ อทายิกาติ กสฺสจิ กิญฺจิปิ อทานสีลา. มจฺฉรินี กทริยาติ ปฐมํ มจฺเฉรมลสฺส สภาเวน มจฺฉรินี, ตาย จ ปุนปฺปุนํ อาเสวนตาย ถทฺธมจฺฉรินี, ตาย กทริยา อหูติ โยชนา. อิทานิ ตสฺสา ตเมว กทริยตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สา มํ ททนฺต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ เอตาทิสนฺติ เอวรูปํ ยถาวุตฺตวจีทุจฺจริตาทึ จริตฺวา. อิธาคตาติ อิมํ เปตโลกํ อาคตา, เปตตฺตภาวํ อุปคตา. จิรรตฺตาย ขาทตีติ จิรกาลํ คูถาทิเมว ขาทติ. ตสฺสา หิ เยนากาเรน อกฺกุฏฺฐํ, เตเนวากาเรน ปวตฺตมานมฺปิ ผลํ. ยํ อุทฺทิสฺส อกฺกุฏฺฐํ, ตโต อญฺญตฺถ ปถวิยํ กมนฺตกสงฺขาเต มตฺถเก อสนิปาโต วิย อตฺตโน อุปริ ปตติ.
เอวํ โส เทวปุตฺโต ตาย ปุพฺเพ กตกมฺมํ กเถตฺวา ปุน ตํ ภิกฺขุํ อาห – ‘‘อตฺถิ ปน, ภนฺเต, โกจิ อุปาโย อิมํ เปตโลกโต โมเจตุ’’นฺติ? ‘‘อตฺถี’’ติ จ วุตฺเต ‘‘กเถถ, ภนฺเต’’ติ. ยทิ ภควโต อริยสงฺฆสฺส จ เอกสฺเสว วา ภิกฺขุโน ทานํ ทตฺวา อิมิสฺสา อุทฺทิสิยติ, อยญฺจ ตํ อนุโมทติ, เอวเมติสฺสา อิโต ทุกฺขโต มุตฺติ ภวิสฺสตีติ. ตํ สุตฺวา เทวปุตฺโต ตสฺส ภิกฺขุโน ปณีตํ อนฺนปานํ ทตฺวา ตํ ทกฺขิณํ ตสฺสา เปติยา อาทิสิ. ตาวเทว สา เปตี สุหิตา ปีณินฺทฺริยา ทิพฺพาหารสฺส ติตฺตา อโหสิ. ปุน ตสฺเสว ภิกฺขุโน หตฺเถ ทิพฺพสาฏกยุคํ ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส ทตฺวา ตญฺจ ทกฺขิณํ เปติยา อาทิสิ. ตาวเทว จ สา ทิพฺพวตฺถนิวตฺถา ทิพฺพาลงฺการวิภูสิตา สพฺพกามสมิทฺธา เทวจฺฉราปฏิภาคา อโหสิ. โส จ ภิกฺขุ ตสฺส เทวปุตฺตสฺส อิทฺธิยา ตทเหว สาวตฺถึ ปตฺวา เชตวนํ ปวิสิตฺวา ภควโต สนฺติกํ อุปคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ตํ สาฏกยุคํ ทตฺวา ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. ภควาปิ ตมตฺถํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ. สา เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา อโหสีติ.
มหาเปสการเปติวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.