๖. ปญฺจปุตฺตขาทกเปติวตฺถุวณฺณนา
นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสีติ อิทํ สตฺถริ สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต ปญฺจปุตฺตขาทกเปตึ อารพฺภ วุตฺตํ. สาวตฺถิยา กิร อวิทูเร คามเก อญฺญตรสฺส กุฏุมฺพิกสฺส ภริยา วญฺฌา อโหสิ. ตสฺส ญาตกา เอตทโวจุํ – ‘‘ตว ปชาปติ วญฺฌา, อญฺญํ เต กญฺญํ อาเนมา’’ติ. โส ตสฺโส ภริยาย สิเนเหน น อิจฺฉิ. อถสฺส ภริยา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา สามิกํ เอวมาห – ‘‘สามิ, อหํ วญฺฌา, อญฺญา กญฺญา อาเนตพฺพา, มา เต กุลวํโส อุปจฺฉิชฺชี’’ติ. โส ตาย นิปฺปีฬิยมาโน อญฺญํ กญฺญํ อาเนสิ. สา อปเรน สมเยน คพฺภินี อโหสิ. วญฺฌิตฺถี – ‘‘อยํ ปุตฺตํ ลภิตฺวา อิมสฺส เคหสฺส อิสฺสรา ภวิสฺสตี’’ติ อิสฺสาปกตา ตสฺสา คพฺภปาตนูปายํ ปริเยสนฺตี อญฺญตรํ ปริพฺพาชิกํ อนฺนปานาทีหิ สงฺคณฺหิตฺวา ตาย ตสฺสา คพฺภปาตนํ ทาเปสิ. สา คพฺเภ ปติเต อตฺตโน มาตุยา อาโรเจสิ, มาตา อตฺตโน ญาตเก สโมธาเนตฺวา ตมตฺถํ นิเวเทสิ. เต วญฺฌิตฺถึ เอตทโวจุํ – ‘‘ตยา อิมิสฺสา คพฺโภ ปาติโต’’ติ? ‘‘นาหํ ปาเตมี’’ติ. ‘‘สเจ ตยา คพฺโภ น ปาติโต, สปถํ กโรหี’’ติ. ‘‘สเจ มยา คพฺโภ ปาติโต, ทุคฺคติปรายณา ขุปฺปิปาสาภิภูตา สายํ ปาตํ ปญฺจ ปญฺจ ปุตฺเต วิชายิตฺวา ขาทิตฺวา ติตฺตึ น คจฺเฉยฺยํ, นิจฺจํ ทุคฺคนฺธา มกฺขิกาปริกิณฺณา จ ภเวยฺย’’นฺติ มุสา วตฺวา สปถํ อกาสิ. สา นจิรสฺเสว กาลํ กตฺวา ตสฺเสว คามสฺส อวิทูเร ทุพฺพณฺณรูปา เปตี หุตฺวา นิพฺพตฺติ.
ตทา ชนปเท วุตฺถวสฺสา อฏฺฐ เถรา สตฺถุ ทสฺสนตฺถํ สาวตฺถึ อาคจฺฉนฺตา ตสฺส คามสฺส อวิทูเร ฉายูทกสมฺปนฺเน อรญฺญฏฺฐาเน วาสํ อุปคจฺฉึสุ. อถ สา เปตี เถรานํ อตฺตานํ ทสฺเสสิ. เตสุ สงฺฆตฺเถโร ตํ เปตึ –
๒๖. ‘‘นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสิ, ทุคฺคนฺธา ปูติ วายสิ;
มกฺขิกาหิ ปริกิณฺณา, กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสี’’ติ. –
คาถาย ปฏิปุจฺฉิ. ตตฺถ นคฺคาติ นิจฺโจฬา. ทุพฺพณฺณรูปาสีติ ณวิรูปา อติวิย พีภจฺฉรูเปน สมนฺนาคตา อสิ. ทุคฺคนฺธาติ อนิฏฺฐคนฺธา. ปูติ วายสีติ สรีรโต กุณปคนฺธํ วายสิ. มกฺขิกาหิ ปริกิณฺณาติ นีลมกฺขิกาหิ สมนฺตโต อากิณฺณา. กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสีติ กา นาม เอวรูปา อิมสฺมึ ฐาเน ติฏฺฐสิ, อิโต จิโต จ วิจรสีติ อตฺโถ.
อถ สา เปตี มหาเถเรน เอวํ ปุฏฺฐา อตฺตานํ ปกาเสนฺตี สตฺตานํ สํเวคํ ชเนนฺตี –
๒๗. ‘‘อหํ ภทนฺเต เปตีมฺหิ, ทุคฺคตา ยมโลกิกา;
ปาปกมฺมํ กริตฺวาน, เปตโลกํ อิโต คตา.
๒๘. ‘‘กาเลน ปญฺจ ปุตฺตานิ, สายํ ปญฺจ ปุนาปเร;
วิชายิตฺวาน ขาทามิ, เตปิ นา โหนฺติ เม อลํ.
๒๙. ‘‘ปริฑยฺหติ ธูมายติ, ขุทาย หทยํ มม;
ปานียํ น ลเภ ปาตุํ, ปสฺส มํ พฺยสนํ คต’’นฺติ. –
อิมา ติสฺโส คาถา อภาสิ.
๒๗. ตตฺถ ภทนฺเตติ เถรํ คารเวน อาลปติ. ทุคฺคตาติ ทุคฺคตึ คตา. ยมโลกิกาติ ‘‘ยมโลโก’’ติ ลทฺธนาเม เปตโลเก ตตฺถ ปริยาปนฺนภาเวน วิทิตา. อิโต คตาติ อิโต มนุสฺสโลกโต เปตโลกํ อุปปชฺชนวเสน คตา, อุปปนฺนาติ อตฺโถ.
๒๘. กาเลนาติ รตฺติยา วิภาตกาเล. ภุมฺมตฺเถ หิ เอตํ กรณวจนํ. ปญฺจ ปุตฺตานีติ ปญฺจ ปุตฺเต. ลิงฺควิปลฺลาเสน เหตํ วุตฺตํ. สายํ ปญฺจ ปุนาปเรติ สายนฺหกาเล ปุน อปเร ปญฺจ ปุตฺเต ขาทามีติ โยชนา. วิชายิตฺวานาติ ทิวเส ทิวเส ทส ทส ปุตฺเต วิชายิตฺวา. เตปิ นา โหนฺติ เม อลนฺติ เตปิ ทสปุตฺตา เอกทิวสํ มยฺหํ ขุทาย ปฏิฆาตาย อหํ ปริยตฺตา น โหนฺติ. คาถาสุขตฺถเญฺหตฺถ นา-อิติ ทีฆํ กตฺวา วุตฺตํ.
๒๙. ปริฑยฺหติ ธูมายติ ขุทาย หทยํ มมาติ ขุทาย ชิฆจฺฉาย พาธิยมานาย มม หทยปเทโส อุทรคฺคินา ปริสมนฺตโต ฌายติ ธูมายติ สนฺตปฺปติ. ปานียํ น ลเภ ปาตุนฺติ ปิปาสาภิภูตา ตตฺถ ตตฺถ วิจรนฺตี ปานียมฺปิ ปาตุํ น ลภามิ. ปสฺส มํ พฺยสนํ คตนฺติ เปตูปปตฺติยา สาธารณํ อสาธารณญฺจ อิมํ อีทิสํ พฺยสนํ อุปคตํ มํ ปสฺส, ภนฺเตติ อตฺตนา อนุภวิยมานํ ทุกฺขํ เถรสฺส ปเวเทสิ.
ตํ สุตฺวา เถโร ตาย กตกมฺมํ ปุจฺฉนฺโต –
๓๐. ‘‘กึ นุ กาเยน วาจาย, มนสา ทุกฺกฏํ กตํ;
กิสฺส กมฺมวิปาเกน, ปุตฺตมํสานิ ขาทสี’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ ทุกฺกฏนฺติ ทุจฺจริตํ. กิสฺส กมฺมวิปาเกนาติ กีทิสสฺส กมฺมสฺส วิปาเกน, กึ ปาณาติปาตสฺส, อุทาหุ อทินฺนาทานาทีสุ อญฺญตรสฺสาติ อตฺโถ. ‘‘เกน กมฺมวิปาเกนา’’ติ เกจิ ปฐนฺติ.
อถ สา เปตี อตฺตนา กตกมฺมํ เถรสฺส กเถนฺตี –
๓๑. ‘‘สปตี เม คพฺภินี อาสิ, ตสฺสา ปาปํ อเจตยึ;
สาหํ ปทุฏฺฐมนสา, อกรึ คพฺภปาตนํ.
๓๒. ‘‘ตสฺส เทฺวมาสิโก คพฺโภ, โลหิตญฺเญว ปคฺฆริ;
ตทสฺสา มาตา กุปิตา, มยฺหํ ญาตี สมานยิ;
สปถญฺจ มํ อกาเรสิ, ปริภาสาปยี จ มํ.
๓๓. ‘‘สาหํ โฆรญฺจ สปถํ, มุสาวาทํ อภาสิสํ;
‘ปุตฺตมํสานิ ขาทามิ, สเจ ตํ ปกตํ มยา’.
๓๔. ‘‘ตสฺส กมฺมสฺส วิปาเกน, มุสาวาทสฺส จูภยํ;
ปุตฺตมํสานิ ขาทามิ, ปุพฺพโลหิตมกฺขิตา’’ติ. – คาถาโย อภาสิ;
๓๑-๓๒. ตตฺถ สปตีติ สมานปติกา อิตฺถี วุจฺจติ. ตสฺสา ปาปํ อเจตยินฺติ ตสฺส สปติยา ปาปํ ลุทฺทกํ กมฺมํ อเจตยึ. ปทุฏฺฐมนสาติ ปทุฏฺฐจิตฺตา, ปทุฏฺเฐน วา มนสา. เทฺวมาสิโกติ เทฺวมาสชาโต ปติฏฺฐิโต หุตฺวา เทฺวมาสิกา. โลหิตญฺเญว ปคฺฆรีติ วิปชฺชมาโน รุหิรญฺเญว หุตฺวา วิสฺสนฺทิ. ตทสฺสา มาตา กุปิตา, มยฺหํ ญาตี สมานยีติ ตทา อสฺสา สปติยา มาตา มยฺหํ กุปิตา อตฺตโน ญาตเก สโมธาเนสิ. ‘‘ตตสฺสา’’ติ วา ปาโฐ, ตโต อสฺสาติ ปทวิภาโค.
๓๓-๓๔. สปถนฺติ สปนํ. ปริภาสาปยีติ ภเยน ตชฺชาเปสิ. สปถํ มุสาวาทํ อภาสิสนฺติ ‘‘สเจ ตํ มยา กตํ, อีทิสี ภเวยฺย’’นฺติ กตเมว ปาปํ อกตํ กตฺวา ทสฺเสนฺตี มุสาวาทํ อภูตํ สปถํ อภาสึ. มุตฺตมํสานิ ขาทามิ, สเจตํ ปกตํ มยาติ อิทํ ตทา สปถสฺส กตาการทสฺสนํ. ยทิ เอตํ คพฺภปาตนปาปํ มยา กตํ, อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติยํ มยฺหํ ปุตฺตมํสานิเยว ขาเทยฺยนฺติ อตฺโถ. ตสฺส กมฺมสฺสาติ ตสฺส คพฺภปาตนวเสน ปกตสฺส ปาณาติปาตกมฺมสฺส. มุสาวาทสฺส จาติ มุสาวาทกมฺมสฺส จ. อุภยนฺติ อุภยสฺสปิ กมฺมสฺส อุภเยน วิปาเกน. กรณตฺเถ หิ อิทํ ปจฺจตฺตวจนํ. ปุพฺพโลหิตมกฺขิตาติ ปสวนวเสน ปริภิชฺชนวเสน จ ปุพฺเพน จ โลหิเตน จ มกฺขิตา หุตฺวา ปุตฺตมํสานิ ขาทามีติ โยชนา.
เอวํ สา เปตี อตฺตโน กมฺมวิปากํ ปเวเทตฺวา ปุน เถเร เอวมาห – ‘‘อหํ, ภนฺเต, อิมสฺมึเยว คาเม อสุกสฺส กุฏุมฺพิกสฺส ภริยา อิสฺสาปกตา หุตฺวา ปาปกมฺมํ กตฺวา เอวํ เปตโยนิยํ นิพฺพตฺตา. สาธุ, ภนฺเต, ตสฺส กุฏุมฺพิกสฺส เคหํ คจฺฉถ, โส ตุมฺหากํ ทานํ ทสฺสติ, ตํ ทกฺขิณํ มยฺหํ อุทฺทิสาเปยฺยาถ, เอวํ เม อิโต เปตโลกโต มุตฺติ ภวิสฺสตี’’ติ. เถรา ตํ สุตฺวา ตํ อนุกมฺปมานา อุลฺลุมฺปนสภาวสณฺฐิตา ตสฺส กุฏุมฺพิกสฺส เคหํ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. กุฏมฺพิโก เถเร ทิสฺวา สญฺชาตปฺปสาโท ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ปตฺตานิ คเหตฺวา เถเร อาสเนสุ นิสีทาเปตฺวา ปณีเตน อาหาเรน โภเชตุํ อารภิ. เถรา ตํ ปวตฺตึ กุฏุมฺพิกสฺส อาโรเจตฺวา ตํ ทานํ ตสฺสา เปติยา อุทฺทิสาเปสุํ. ตงฺขณญฺเญว จ สา เปตี ตโต ทุกฺขโต อเปตา อุฬารสมฺปตฺตึ ปฏิลภิตฺวา รตฺติยํ กุฏุมฺพิกสฺส อตฺตานํ ทสฺเสสิ. อถ เถรา อนุกฺกเมน สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภควโต ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ภควา จ ตมตฺถํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาวสาเน มหาชโน ปฏิลทฺธสํเวโค อิสฺสามจฺเฉรโต ปฏิวิรมิ. เอวํ สา เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา อโหสีติ.
ปญฺจปุตฺตขาทกเปติวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.