๓. ปูติมุขเปตวตฺถุวณฺณนา
ทิพฺพํ สุภํ ธาเรสิ วณฺณธาตุนฺติ อิทํ สตฺถริ เวฬุวเน วิหรนฺเต กลนฺทกนิวาเป อญฺญตรํ ปูติมุขเปตํ อารพฺภ วุตฺตํ. อตีเต กิร กสฺสปสฺส ภควโต กาเล เทฺว กุลปุตฺตา ตสฺส สาสเน ปพฺพชิตฺวา สีลาจารสมฺปนฺนา สลฺเลขวุตฺติโน อญฺญตรสฺมึ คามกาวาเส สมคฺควาสํ วสึสุ. อถ อญฺญตโร ปาปชฺฌาสโย เปสุญฺญาภิรโต ภิกฺขุ เตสํ วสนฏฺฐานํ อุปคญฺฉิ. เถรา เตน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา วสนฏฺฐานํ ทตฺวา ทุติยทิวเส ตํ คเหตฺวา คามํ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. มนุสฺสา เต ทิสฺวา เตสุ เถเรสุ อติวิย ปรมนิปจฺจการํ กตฺวา ยาคุภตฺตาทีหิ ปฏิมาเนสุํ. โส วิหารํ ปวิสิตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘สุนฺทโร วตายํ โคจรคาโม, มนุสฺสา จ สทฺธา ปสนฺนา, ปณีตปณีตํ ปิณฺฑปาตํ เทนฺติ, อยญฺจ วิหาโร ฉายูทกสมฺปนฺโน, สกฺกา เม อิธ สุเขน วสิตุํ. อิเมสุ ปน ภิกฺขูสุ อิธ วสนฺเตสุ มยฺหํ ผาสุวิหาโร น ภวิสฺสติ, อนฺเตวาสิกวาโส วิย ภวิสฺสติ. หนฺทาหํ อิเม อญฺญมญฺญํ ภินฺทิตฺวา ยถา น ปุน อิธ วสิสฺสนฺติ, ตถา กริสฺสามี’’ติ.
อเถกทิวสํ มหาเถเร ทฺวินฺนมฺปิ โอวาทํ ทตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ ปวิฏฺเฐ เปสุณิโก ภิกฺขุ โถกํ กาลํ วีตินาเมตฺวา มหาเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เถเรน ‘‘กึ, อาวุโส, วิกาเล อาคโตสี’’ติ จ วุตฺเต, ‘‘อาม, ภนฺเต กิญฺจิ วตฺตพฺพํ อตฺถี’’ติ วตฺวา ‘‘กเถหิ, อาวุโส’’ติ เถเรน อนุญฺญาโต อาห – ‘‘เอโส, ภนฺเต, ตุมฺหากํ สหายกตฺเถโร สมฺมุขา มิตฺโต วิย อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา ปรมฺมุขา สปตฺโต วิย อุปวทตี’’ติ. ‘‘กึ กเถตี’’ติ ปุจฺฉิโต ‘‘สุณาถ, ภนฺเต, ‘เอโส มหาเถโร สโฐ มายาวี กุหโก มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปตี’ติ ตุมฺหากํ อคุณํ กเถตี’’ติ อาห. ‘‘มา, อาวุโส, เอวํ ภณิ, น โส ภิกฺขุ เอวํ มํ อุปวทิสฺสติ, คิหิกาลโต ปฏฺฐาย มม สภาวํ ชานาติ ‘เปสโล กลฺยาณสีโล’’’ติ. ‘‘สเจ, ภนฺเต, ตุเมฺห อตฺตโน วิสุทฺธจิตฺตตาย เอวํ จินฺเตถ, ตํ ตุมฺหากํเยว อนุจฺฉวิกํ, มยฺหํ ปน เตน สทฺธึ เวรํ นตฺถิ, กสฺมา อหํ เตน อวุตฺตํ ‘วุตฺต’นฺติ วทามิ. โหตุ, กาลนฺตเรน สยเมว ชานิสฺสถา’’ติ อาห. เถโรปิ ปุถุชฺชนภาวโทเสน เทฺวฬฺหกจิตฺโต ‘‘เอวมฺปิ สิยา’’ติ สาสงฺกหทโย หุตฺวา โถกํ สิถิลวิสฺสาโส อโหสิ. โส พาโล ปฐมํ มหาเถรํ ปริภินฺทิตฺวา อิตรมฺปิ เถนํ วุตฺตนเยเนว ปริภินฺทิ. อถ เต อุโภปิ เถรา ทุติยทิวเส อญฺญมญฺญํ อนาลปิตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย คาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา ปิณฺฑปาตมาทาย อตฺตโน วสนฏฺฐาเนเยว ปริภุญฺชิตฺวา สามีจิมตฺตมฺปิ อกตฺวา ตํ ทิวสํ ตตฺเถว วสิตฺวา วิภาตาย จ รตฺติยา อญฺญมญฺญํ อนาโรเจตฺวาว ยถาผาสุกฏฺฐานํ อคมํสุ.
เปสุณิกํ ปน ภิกฺขุํ ปริปุณฺณมโนรถํ คามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐํ มนุสฺสา ทิสฺวา อาหํสุ – ‘‘ภนฺเต, เถรา กุหึ คตา’’ติ? โส อาห – ‘‘สพฺพรตฺตึ อญฺญมญฺญํ กลหํ กตฺวา มยา ‘มา กลหํ กโรถ, สมคฺคา โหถ, กลโห นาม อนตฺถาวโห อายติทุกฺขุปฺปาทโก อกุสลสํวตฺตนิโก, ปุริมกาปิ กลเหน มหตา หิตา ปริภฏฺฐา’ติอาทีนิ วุจฺจมานาปิ มม วจนํ อนาทิยิตฺวา ปกฺกนฺตา’’ติ. ตโต มนุสฺสา ‘‘เถรา ตาว คจฺฉนฺตุ, ตุเมฺห ปน อมฺหากํ อนุกมฺปาย อิเธว อนุกฺกณฺฐิตฺวา วสถา’’ติ ยาจึสุ. โส ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ตตฺเถว วสนฺโต กติปาเหน จินฺเตสิ – ‘‘มยา สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา ภิกฺขู อาวาสโลเภน ปริภินฺนา, พหุํ วต มยา ปาปกมฺมํ ปสุต’’นฺติ พลววิปฺปฏิสาราภิภูโต โสกเวเคน คิลาโน หุตฺวา นจิเรเนว กาลํ กตฺวา อวีจิมฺหิ นิพฺพตฺติ.
อิตเร เทฺว สหายกตฺเถรา ชนปทจาริกํ จรนฺตา อญฺญตรสฺมึ อาวาเส สมาคนฺตฺวา อญฺญมญฺญํ สมฺโมทิตฺวา เตน ภิกฺขุนา วุตฺตํ เภทวจนํ อญฺญมญฺญสฺส อาโรเจตฺวา ตสฺส อภูตภาวํ ญตฺวา สมคฺคา หุตฺวา อนุกฺกเมน ตเมว อาวาสํ ปจฺจาคมึสุ. มนุสฺสา เทฺว เถเร ทิสฺวา หฏฺฐตุฏฺฐา สญฺชาตโสมนสฺสา หุตฺวา จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหึสุ. เถรา จ ตตฺเถว วสนฺตา สปฺปายอาหารลาเภน สมาหิตจิตฺตา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา นจิเรเนว อรหตฺตํ ปาปุณึสุ.
เปสุณิโก ภิกฺขุ เอกํ พุทฺธนฺตรํ นิรเย ปจฺจิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคหสฺส อวิทูเร ปูติมุขเปโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตสฺส กาโย สุวณฺณวณฺโณ อโหสิ, มุขโต ปน ปุฬวกา นิกฺขมิตฺวา อิโต จิโต จ มุขํ ขาทนฺติ, ตสฺส ทูรมฺปิ โอกาสํ ผริตฺวา ทุคฺคนฺธํ วายติ. อถายสฺมา นารโท คิชฺฌกูฏปพฺพตา โอโรหนฺโต ตํ ทิสฺวา –
๗. ‘‘ทิพฺพํ สุภํ ธาเรสิ วณฺณธาตุํ, เวหายสํ ติฏฺฐสิ อนฺตลิกฺเข;
มุขญฺจ เต กิมโย ปูติคนฺธํ, ขาทนฺติ กึ กมฺมมกาสิ ปุพฺเพ’’ติ. –
อิมาย คาถาย กตกมฺมํ ปุจฺฉิ. ตตฺถ ทิพฺพนฺติ ทิวิ ภวํ เทวตฺตภาวปริยาปนฺนํ. อิธ ปน ทิพฺพํ วิยาติ ทิพฺพํ. สุภนฺติ โสภนํ, สุนฺทรภาวํ วา. วณฺณธาตุนฺติ ฉวิวณฺณํ. ธาเรสีติ วหสิ. เวหายสํ ติฏฺฐสิ อนฺตลิกฺเขติ เวหายสสญฺญิเต อนฺตลิกฺเข ติฏฺฐสิ. เกจิ ปน ‘‘วิหายสํ ติฏฺฐสิ อนฺตลิกฺเข’’ติ ปาฐํ วตฺวา วิหายสํ โอภาเสนฺโต อนฺตลิกฺเข ติฏฺฐสีติ วจนเสเสน อตฺถํ วทนฺติ. ปูติคนฺธนฺติ กุณปคนฺธํ, ทุคฺคนฺธนฺติ อตฺโถ. กึ กมฺมมกาสิ ปุพฺเพติ ปรมทุคฺคนฺธํ เต มุขํ กิมโย ขาทนฺติ, กาโย จ สุวณฺณวณฺโณ, กีทิสํ นาม กมฺมํ เอวรูปสฺส อตฺตภาวสฺส การณภูตํ ปุพฺเพ ตฺวํ อกาสีติ ปุจฺฉิ.
เอวํ เถเรน โส เปโต อตฺตนา กตกมฺมํ ปุฏฺโฐ ตมตฺถํ วิสฺสชฺเชนฺโต –
๘. ‘‘สมโณ อหํ ปาโปติทุฏฺฐวาโจ, ตปสฺสิรูโป มุขสา อสญฺญโต;
ลทฺธา จ เม ตมสา วณฺณธาตุ, มุขญฺจ เม เปสุณิเยน ปูตี’’ติ. –
คาถมาห. ตตฺถ สมโณ อหํ ปาโปติ อหํ ลามโก สมโณ ปาปภิกฺขุ อโหสึ. อติทุฏฺฐวาโจติ อติทุฏฺฐวจโน, ปเร อติกฺกมิตฺวา ลงฺฆิตฺวา วตฺตา, ปเรสํ คุณปริธํสกวจโนติ อตฺโถ. ‘‘อติทุกฺขวาโจ’’ติ วา ปาโฐ, อติวิย ผรุสวจโน มุสาวาทเปสุญฺญาทิวจีทุจฺจริตนิรโต. ตปสฺสิรูโปติ สมณปติรูปโก. มุขสาติ มุเขน. ลทฺธาติ ปฏิลทฺธา. จ-กาโร สมฺปิณฺฑนตฺโถ. เมติ มยา. ตปสาติ พฺรหฺมจริเยน. เปสุณิเยนาติ ปิสุณวาจาย. ปุตีติ ปูติคนฺธํ.
เอวํ โส เปโต อตฺตนา กตกมฺมํ อาจิกฺขิตฺวา อิทานิ เถรสฺส โอวาทํ เทนฺโต –
๙. ‘‘ตยิทํ ตยา นารท สามํ ทิฏฺฐํ,
อนุกมฺปกา เย กุสลา วเทยฺยุํ;
มา เปสุณํ มา จ มุสา อภาณิ,
ยกฺโข ตุวํ โหหิสิ กามกามี’’ติ. –
โอสานคาถมาห. ตตฺถ ตยิทนฺติ ตํ อิทํ มม รูปํ. อนุกมฺปกา เย กุสลา วเทยฺยุนฺติ เย อนุกมฺปนสีลา การุณิกา ปรหิตปฏิปตฺติยํ กุสลา นิปุณา พุทฺธาทโย ยํ วเทยฺยุํ, ตเทว วทามีติ อธิปฺปาโย. อิทานิ ตํ โอวาทํ ทสฺเสนฺโต ‘‘มา เปสุณํ มา จ มุสา อภาณิ, ยกฺโข ตุวํ โหหิสิ กามกามี’’ติ อาห. ตสฺสตฺโถ – เปสุณํ ปิสุณวจนํ มุสา จ มา อภาณิ มา กเถหิ. ยทิ หิ ตฺวํ มุสาวาทํ ปิสุณวาจญฺจ ปหาย วาจาย สญฺญโต ภเวยฺยาสิ, ยกฺโข วา เทโว วา เทวญฺญตโร วา ตฺวํ ภวิสฺสสิ, กามํ กามิตพฺพํ อุฬารํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ ปฏิลภิตฺวา ตตฺถ กามนสีโล ยถาสุขํ อินฺทฺริยานํ ปริจรเณน อภิรมณสีโลติ.
ตํ สุตฺวา เถโร ตโต ราชคหํ คนฺตฺวา ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต สตฺถุ ตมตฺถํ อาโรเจสิ. สตฺถา ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. สา เทสนา สมฺปตฺตปริสาย สาตฺถิกา อโหสีติ.
ปูติมุขเปตวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.