๑. ปฐมสุตฺตนฺตนิทฺเทสวณฺณนา
๑๘๔. อิทานิ อานาปานสฺสติกถานนฺตรํ กถิตาย อินฺทฺริยกถาย อปุพฺพตฺถานุวณฺณนา อนุปฺปตฺตา. อยญฺหิ อินฺทฺริยกถา อานาปานสฺสติภาวนาย อุปการกานํ อินฺทฺริยานํ อภาเว อานาปานสฺสติภาวนาย อภาวโต ตทุปการกานํ อินฺทฺริยานํ วิโสธนาทิวิธิทสฺสนตฺถํ อานาปานสฺสติกถานนฺตรํ กถิตาติ ตญฺจ กเถตพฺพํ อินฺทฺริยกถํ อตฺตนา ภควโต สมฺมุขา สุตํ วิญฺญาตาธิปฺปายสุตฺตนฺติกเทสนํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา ตทตฺถปฺปกาสนวเสน กเถตุกาโม ปฐมํ ตาว เอวํ เม สุตนฺติอาทิมาห.
ตตฺถ เอวนฺติ นิปาตปทํ. เมติอาทีนิ นามปทานิ. วิหรตีติ เอตฺถ วิ-อิติ อุปสคฺคปทํ, หรตีติ อาขฺยาตปทนฺติ อิมินา ตาว นเยน ปทวิภาโค เวทิตพฺโพ.
อตฺถโต ปน อุปมูปเทสครหปสํสนาการวจนคฺคหเณสุ เอวํ-สทฺโท ทิสฺสติ นิทสฺสนตฺเถ จ อวธารณตฺเถ จ. อิธ ปน เอวํสทฺโท อาการตฺเถ นิทสฺสนตฺเถ จ วิญฺญุชเนน ปวุตฺโต, ตเถว อวธารณตฺเถ จ.
ตตฺถ อาการตฺเถน เอวํสทฺเทน เอตมตฺถํ ทีเปติ – นานานยนิปุณมเนกชฺฌาสยสมุฏฺฐานํ อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนํ วิวิธปาฏิหาริยํ ธมฺมตฺถเทสนาปฏิเวธคมฺภีรํ สพฺพสตฺตานํ สกสกภาสานุรูปโต โสตปถมาคจฺฉนฺตํ ตสฺส ภควโต วจนํ สพฺพปฺปกาเรน โก สมตฺโถ วิญฺญาตุํ, สพฺพถาเมน ปน โสตุกามตํ ชเนตฺวาปิ เอวํ เม สุตํ, มยาปิ เอเกนากาเรน สุตนฺติ.
นิทสฺสนตฺเถน ‘‘นาหํ สยมฺภู, น มยา อิทํ สจฺฉิกต’’นฺติ อตฺตานํ ปริโมเจนฺโต ‘‘เอวํ เม สุตํ, มยาปิ เอวํ สุต’’นฺติ อิทานิ วตฺตพฺพํ สกลํ สุตฺตํ นิทสฺเสติ.
อวธารณตฺเถน เถโร สาริปุตฺโต ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ มหาปญฺญานํ ยทิทํ สาริปุตฺโต’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๘๘-๑๘๙), ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกปุคฺคลมฺปิ สมนุปสฺสามิ, โย เอวํ ตถาคเตน อนุตฺตรํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ สมฺมเทว อนุปฺปวตฺเตติ ยถยิทํ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต. สาริปุตฺโต, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อนุตฺตรํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ สมฺมเทว อนุปฺปวตฺเตตี’’ติเอวมาทินา (อ. นิ. ๑.๑๘๗) นเยน ภควตา ปสตฺถภาวานุรูปํ อตฺตโน ธารณพลํ ทสฺเสนฺโต สตฺตานํ โสตุกามตํ ชเนติ ‘‘เอวํ เม สุตํ, ตญฺจ โข อตฺถโต วา พฺยญฺชนโต วา อนูนมนธิกํ, เอวเมว, น อญฺญถา ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ.
เมสทฺโท กรณสมฺปทานสามิอตฺเถสุ ทิสฺสติ. อิธ ปน ‘‘มยา สุตํ, มม สุต’’นฺติ จ อตฺถทฺวเย ยุชฺชติ.
สุตนฺติ อยํสทฺโท สอุปสคฺโค อนุปสคฺโค จ วิสฺสุตคมนกิลินฺนอุปจิตอนุโยคโสตวิญฺเญยฺเยสุ ทิสฺสติ วิญฺญาเตปิ จ โสตทฺวารานุสาเรน. อิธ ปนสฺส โสตทฺวารานุสาเรน อุปธาริตนฺติ วา อุปธารณนฺติ วา อตฺโถ. เม-สทฺทสฺส หิ มยาติอตฺเถ สติ ‘‘เอวํ มยา สุตํ โสตทฺวารานุสาเรน อุปธาริต’’นฺติ ยุชฺชติ, มมาติอตฺเถ สติ ‘‘เอวํ มม สุตํ โสตทฺวารานุสาเรน อุปธารณ’’นฺติ ยุชฺชติ.
อปิจ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ อตฺตนา อุปฺปาทิตภาวํ อปฺปฏิชานนฺโต ปุริมสวนํ วิวรนฺโต ‘‘สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตมิทํ มยา ตสฺส ภควโต จตุเวสารชฺชวิสารทสฺส ทสพลธรสฺส อาสภฏฺฐานฏฺฐายิโน สีหนาทนาทิโน สพฺพสตฺตุตฺตมสฺส ธมฺมิสฺสรสฺส ธมฺมราชสฺส ธมฺมาธิปติโน ธมฺมทีปสฺส ธมฺมสรณสฺส สทฺธมฺมวรจกฺกวตฺติโน สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส วจนํ, น เอตฺถ อตฺเถ วา ธมฺเม วา ปเท วา พฺยญฺชเน วา กงฺขา วา วิมติ วา กาตพฺพา’’ติ อิมสฺมึ ธมฺเม อสฺสทฺธิยํ วินาเสติ, สทฺธาสมฺปทํ อุปฺปาเทตีติ. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘วินาสยติ อสฺสทฺธํ, สทฺธํ วฑฺเฒติ สาสเน;
เอวํ เม สุตมิจฺเจวํ, วทํ โคตมสาวโก’’ติ.
เอกนฺติ คณนปริจฺเฉทนิทฺเทโส. สมยนฺติ ปริจฺฉินฺนนิทฺเทโส. เอกํ สมยนฺติ อนิยมิตปริทีปนํ. ตตฺถ สมยสทฺโท –
สมวาเย ขเณ กาเล, สมูเห เหตุทิฏฺฐิสุ;
ปฏิลาเภ ปหาเน จ, ปฏิเวเธ จ ทิสฺสติ.
อิธ ปนสฺส กาโล อตฺโถ. เตน สํวจฺฉรอุตุมาสทฺธมาสรตฺตินฺทิวปุพฺพณฺหมชฺฌนฺหิกสายนฺหปฐม- มชฺฌิมปจฺฉิมยามมุหุตฺตาทีสุ กาลปฺปเภทภูเตสุ สมเยสุ เอกํ สมยนฺติ ทีเปติ.
ตตฺถ กิญฺจาปิ เอเตสุ สํวจฺฉราทีสุ สมเยสุ ยํ ยํ สุตฺตํ ยมฺหิ ยมฺหิ สํวจฺฉเร อุตุมฺหิ มาเส ปกฺเข รตฺติภาเค ทิวสภาเค วา วุตฺตํ, สพฺพํ ตํ เถรสฺส สุวิทิตํ สุววตฺถาปิตํ ปญฺญาย. ยสฺมา ปน ‘‘เอวํ เม สุตํ อสุกสํวจฺฉเร อสุกอุตุมฺหิ อสุกมาเส อสุกปกฺเข อสุกรตฺติภาเค อสุกทิวสภาเค วา’’ติ เอวํ วุตฺเต น สกฺกา สุเขน ธาเรตุํ วา อุทฺทิสิตุํ วา อุทฺทิสาเปตุํ วา, พหุ จ วตฺตพฺพํ โหติ, ตสฺมา เอเกเนว ปเทน ตมตฺถํ สโมธาเนตฺวา ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ อาห.
เย วา อิเม คพฺโภกฺกนฺติสมโย ชาติสมโย สํเวคสมโย อภินิกฺขมนสมโย ทุกฺกรการิกสมโย มารวิชยสมโย อภิสมฺโพธิสมโย ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสมโย เทสนาสมโย ปรินิพฺพานสมโยติเอวมาทโย ภควโต เทวมนุสฺเสสุ อติวิย ปกาสา อเนกกาลปฺปเภทา เอว สมยา, เตสุ สมเยสุ เทสนาสมยสงฺขาตํ เอกํ สมยนฺติ ทีเปติ. โย จายํ ญาณกรุณากิจฺจสมเยสุ กรุณากิจฺจสมโย, อตฺตหิตปรหิตปฏิปตฺติสมเยสุ ปรหิตปฏิปตฺติสมโย, สนฺนิปติตานํ กรณียทฺวยสมเยสุ ธมฺมิกถาสมโย, เทสนาปฏิปตฺติสมเยสุ เทสนาสมโย, เตสุปิ สมเยสุ อญฺญตรํ สมยํ สนฺธาย ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ อาห.
ยสฺมา ปน ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ อจฺจนฺตสํโยคตฺโถ สมฺภวติ. ยญฺหิ สมยํ ภควา อิมํ อญฺญํ วา สุตฺตนฺตํ เทเสสิ, อจฺจนฺตเมว ตํ สมยํ กรุณาวิหาเรน วิหาสิ, ตสฺมา ตทตฺถโชตนตฺถํ อิธ อุปโยควจนนิทฺเทโส กโตติ.
เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘ตํ ตํ อตฺถมเปกฺขิตฺวา, ภุมฺเมน กรเณน จ;
อญฺญตฺร สมโย วุตฺโต, อุปโยเคน โส อิธา’’ติ.
โปราณา ปน วณฺณยนฺติ – ‘‘ตสฺมึ สมเย’’ติ วา ‘‘เตน สมเยนา’’ติ วา ‘‘ตํ สมย’’นฺติ วา อภิลาปมตฺตเภโท เอส, สพฺพตฺถ ภุมฺมเมวตฺโถติ. ตสฺมา ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ วุตฺเตปิ ‘‘เอกสฺมึ สมเย’’ติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ภควาติ ครุ. ครุญฺหิ โลเก ‘‘ภควา’’ติ วทนฺติ. อยญฺจ สพฺพคุณวิสิฏฺฐตาย สพฺพสตฺตานํ ครุ, ตสฺมา ‘‘ภควา’’ติ เวทิตพฺโพ. โปราเณหิปิ วุตฺตํ –
‘‘ภควาติ วจนํ เสฏฺฐํ, ภควาติ วจนมุตฺตมํ;
ครุ คารวยุตฺโต โส, ภควา เตน วุจฺจตี’’ติ.
อปิจ –
‘‘ภาคฺยวา ภคฺควา ยุตฺโต, ภเคหิ จ วิภตฺตวา;
ภตฺตวา วนฺตคมโน, ภเวสุ ภควา ตโต’’ติ. –
อิมิสฺสาปิ คาถาย วเสน อสฺส ปทสฺส วิตฺถารโต อตฺโถ เวทิตพฺโพ. โส จ วิสุทฺธิมคฺเค พุทฺธานุสฺสตินิทฺเทเส (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๓ อาทโย) วุตฺโตเยว.
เอตฺตาวตา เจตฺถ เอวนฺติ วจเนน เทสนาสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ, เม สุตนฺติ สาวกสมฺปตฺตึ, เอกํ สมยนฺติ กาลสมฺปตฺตึ, ภควาติ เทสกสมฺปตฺตึ.
สาวตฺถิยนฺติ เอตฺถ จ สวตฺถสฺส อิสิโน นิวาสฏฺฐานภูตา นครี สาวตฺถี, ยถา กากนฺที มากนฺทีติ เอวํ ตาว อกฺขรจินฺตกา. อฏฺฐกถาจริยา ปน ภณนฺติ – ยํ กิญฺจิ มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภคํ สพฺพเมตฺถ อตฺถีติ สาวตฺถี, สตฺถสมาโยเค จ กึ ภณฺฑมตฺถีติ ปุจฺฉิเต สพฺพมตฺถีติปิ วจนมุปาทาย สาวตฺถี.
‘‘สพฺพทา สพฺพูปกรณํ, สาวตฺถิยํ สโมหิตํ;
ตสฺมา สพฺพมุปาทาย, สาวตฺถีติ ปวุจฺจตี’’ติ. –
ตสฺสํ สาวตฺถิยํ. สมีปตฺเถ ภุมฺมวจนํ. วิหรตีติ อวิเสเสน อิริยาปถทิพฺพพฺรหฺมอริยวิหาเรสุ อญฺญตรวิหารสมงฺคิปริทีปนเมตํ, อิธ ปน ฐานคมนาสนสยนปฺปเภเทสุ อิริยาปเถสุ อญฺญตรอิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ. เตน ฐิโตปิ คจฺฉนฺโตปิ นิสินฺโนปิ สยาโนปิ ภควา ‘‘วิหรติ’’จฺเจว เวทิตพฺโพ. โส หิ ภควา เอกํ อิริยาปถพาธนํ อญฺเญน อิริยาปเถน วิจฺฉินฺทิตฺวา อปริปตนฺตมตฺตภาวํ หรติ ปวตฺเตติ, ตสฺมา ‘‘วิหรตี’’ติ วุจฺจติ.
เชตวเนติ เอตฺถ อตฺตโน ปจฺจตฺถิกชนํ ชินาตีติ เชโต, รญฺโญ วา อตฺตโน ปจฺจตฺถิกชเน ชิเต ชาโตติ เชโต, มงฺคลกมฺยตาย วา ตสฺส เอวํนามเมว กตนฺติ เชโต, วนยตีติ วนํ, อตฺตสมฺปทาย สตฺตานํ ภตฺตึ กาเรติ, อตฺตนิ สิเนหํ อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ. วนุเต อิติ วา วนํ, นานาวิธกุสุมคนฺธสมฺโมทมตฺตโกกิลาทิวิหงฺคาภิรุเตหิ มนฺทมารุตจลิตรุกฺขสาขาวิฏปปลฺลวปลาเสหิ ‘‘เอถ มํ ปริภุญฺชถา’’ติ ปาณิโน ยาจติ วิยาติ อตฺโถ. เชตสฺส วนํ เชตวนํ. ตญฺหิ เชเตน ราชกุมาเรน โรปิตํ สํวทฺธิตํ ปริปาลิตํ, โส จ ตสฺส สามี อโหสิ, ตสฺมา เชตวนนฺติ วุจฺจติ. ตสฺมึ เชตวเน. วนญฺจ นาม โรปิมํ สยํชาตนฺติ ทุวิธํ. อิทญฺจ เวฬุวนาทีนิ จ โรปิมานิ, อนฺธวนมหาวนาทีนิ สยํชาตานิ.
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเมติ สุทตฺโต นาม โส คหปติ มาตาปิตูหิ กตนามวเสน. สพฺพกามสมิทฺธตาย ปน วิคตมจฺเฉรตาย กรุณาทิคุณสมงฺคิตาย จ นิจฺจกาลํ อนาถานํ ปิณฺฑมทาสิ, เตน อนาถปิณฺฑิโกติ สงฺขํ คโต. อารมนฺติ เอตฺถ ปาณิโน, วิเสเสน วา ปพฺพชิตาติ อาราโม, ตสฺส ปุปฺผผลาทิโสภาย นาติทูรนจฺจาสนฺนตาทิปญฺจวิธเสนาสนงฺคสมฺปตฺติยา จ ตโต ตโต อาคมฺม รมนฺติ อภิรมนฺติ, อนุกฺกณฺฐิตา หุตฺวา นิวสนฺตีติ อตฺโถ. วุตฺตปฺปการาย วา สมฺปตฺติยา ตตฺถ ตตฺถ คเตปิ อตฺตโน อพฺภนฺตรํ อาเนตฺวา รมาเปตีติ อาราโม. โส หิ อนาถปิณฺฑิเกน คหปตินา เชตสฺส ราชกุมารสฺส หตฺถโต อฏฺฐารสหิ หิรญฺญโกฏีหิ โกฏิสนฺถเรน กีณิตฺวา อฏฺฐารสหิ หิรญฺญโกฏีหิ เสนาสนานิ การาเปตฺวา อฏฺฐารสหิ หิรญฺญโกฏีหิ วิหารมหํ นิฏฺฐาเปตฺวา เอวํ จตุปญฺญาสหิรญฺญโกฏิปริจฺจาเคน พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส นิยฺยาทิโต, ตสฺมา ‘‘อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราโม’’ติ วุจฺจติ. ตสฺมึ อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม.
เอตฺถ จ ‘‘เชตวเน’’ติวจนํ ปุริมสามิปริกิตฺตนํ, ‘‘อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม’’ติ ปจฺฉิมสามิปริกิตฺตนํ. กิเมเตสํ ปริกิตฺตเน ปโยชนนฺติ? ปุญฺญกามานํ ทิฏฺฐานุคติอาปชฺชนํ. ตตฺถ หิ ทฺวารโกฏฺฐกปาสาทมาปเน ภูมิวิกฺกยลทฺธา อฏฺฐารส หิรญฺญโกฏิโย อเนกโกฏิอคฺฆนกา รุกฺขา จ เชตสฺส ปริจฺจาโค, จตุปญฺญาส หิรญฺญโกฏิโย อนาถปิณฺฑิกสฺส. อิติ เตสํ ปริกิตฺตเนน เอวํ ปุญฺญกามา ปุญฺญานิ กโรนฺตีติ ทสฺเสนฺโต อายสฺมา สาริปุตฺโต อญฺเญปิ ปุญฺญกาเม เตสํ ทิฏฺฐานุคติอาปชฺชเน นิโยเชติ.
ตตฺถ สิยา – ยทิ ตาว ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ, ‘‘เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม’’ติ น วตฺตพฺพํ. อถ ตตฺถ วิหรติ, ‘‘สาวตฺถิย’’นฺติ น วตฺตพฺพํ. น หิ สกฺกา อุภยตฺถ เอกํ สมยํ วิหริตุนฺติ. น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ, นนุ อโวจุมฺห ‘‘สมีปตฺเถ ภุมฺมวจน’’นฺติ. ตสฺมา ยถา คงฺคายมุนาทีนํ สมีเป โคยูถานิ จรนฺตานิ ‘‘คงฺคาย จรนฺติ, ยมุนาย จรนฺตี’’ติ วุจฺจนฺติ, เอวมิธาปิ ยทิทํ สาวตฺถิยา สมีเป เชตวนํ อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราโม, ตตฺถ วิหรนฺโต วุจฺจติ ‘‘สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม’’ติ. โคจรคามนิทสฺสนตฺถํ หิสฺส สาวตฺถิวจนํ, ปพฺพชิตานุรูปนิวาสฏฺฐานนิทสฺสนตฺถํ เสสวจนํ.
ตตฺถ สาวตฺถิกิตฺตเนน อายสฺมา สาริปุตฺโต ภควโต คหฏฺฐานุคฺคหกรณํ ทสฺเสติ, เชตวนาทิกิตฺตเนน ปพฺพชิตานุคฺคหกรณํ. ตถา ปุริเมน ปจฺจยคฺคหณโต อตฺตกิลมถานุโยควิวชฺชนํ, ปจฺฉิเมน วตฺถุกามปฺปหานโต กามสุขลฺลิกานุโยควิวชฺชนูปายํ. อถ วา ปุริเมน จ ธมฺมเทสนาภิโยคํ, ปจฺฉิเมน วิเวกาธิมุตฺตึ. ปุริเมน กรุณาย อุปคมนํ, ปจฺฉิเมน ปญฺญาย อปคมนํ. ปุริเมน สตฺตานํ หิตสุขนิปฺผาทนาธิมุตฺตตํ, ปจฺฉิเมน ปรหิตสุขกรเณ นิรุปเลปตํ. ปุริเมน ธมฺมิกสุขาปริจฺจาคนิมิตฺตํ ผาสุวิหารํ, ปจฺฉิเมน อุตฺตริมนุสฺสธมฺมานุโยคนิมิตฺตํ. ปุริเมน มนุสฺสานํ อุปการพหุลตํ, ปจฺฉิเมน เทวานํ. ปุริเมน โลเก ชาตสฺส โลเก สํวทฺธภาวํ, ปจฺฉิเมน โลเกน อนุปลิตฺตตํ. ปุริเมน ‘‘เอกปุคฺคโล, ภิกฺขเว, โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ. กตโม เอกปุคฺคโล? ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๗๐) วจนโต ยทตฺถํ ภควา อุปฺปนฺโน, ตทตฺถปริทีปนํ, ปจฺฉิเมน ยตฺถ อุปฺปนฺโน, ตทนุรูปวิหารปริทีปนํ. ภควา หิ ปฐมํ ลุมฺพินิวเน, ทุติยํ โพธิมณฺเฑติ โลกิยโลกุตฺตรสฺส อุปฺปตฺติยา วเนเยว อุปฺปนฺโน, เตนสฺส วเนเยว วิหารํ ทสฺเสตีติ เอวมาทินา นเยเนตฺถ อตฺถโยชนา เวทิตพฺพา.
ตตฺราติ เทสกาลปริทีปนํ. ตญฺหิ ยํ สมยํ วิหรติ, ตตฺร สมเย, ยสฺมิญฺจ เชตวเน วิหรติ, ตตฺร เชตวเนติ ทีเปติ. ภาสิตพฺพยุตฺเต วา เทสกาเล ทีเปติ. น หิ ภควา อยุตฺเต เทเส กาเล วา ธมฺมํ เทเสติ. ‘‘อกาโล โข ตาว พาหิยา’’ติอาทิ (อุทา. ๑๐) เจตฺถ สาธกํ. โขติ ปทปูรณมตฺเต อวธารณตฺเถ อาทิกาลตฺเถ วา นิปาโต. ภควาติ โลกครุทีปนํ. ภิกฺขูติ กถาสวนยุตฺตปุคฺคลวจนํ. อปิเจตฺถ ‘‘ภิกฺขโกติ ภิกฺขุ, ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคโตติ ภิกฺขู’’ติอาทินา (วิภ. ๕๑๐; ปารา. ๔๕) นเยน วจนตฺโถ เวทิตพฺโพ. อามนฺเตสีติ อาลปิ อภาสิ สมฺโพเธสิ, อยเมตฺถ อตฺโถ. อญฺญตฺร ปน ญาปเนปิ ปกฺโกสเนปิ. ภิกฺขโวติ อามนฺตนาการทีปนํ. เตน เตสํ ภิกฺขูนํ ภิกฺขนสีลตาภิกฺขนธมฺมตาภิกฺขเนสาธุการิตาทิคุณโยคสิทฺเธน วจเนน หีนาธิกชนเสวิตํ วุตฺตึ ปกาเสนฺโต อุทฺธตทีนภาวนิคฺคหํ กโรติ. ‘‘ภิกฺขโว’’ติ อิมินา จ กรุณาวิปฺผารโสมฺมหทยนยนนิปาตปุพฺพงฺคเมน วจเนน เต อตฺตโน มุขาภิมุเข กโรนฺโต เตเนว กเถตุกมฺยตาทีปเกน วจเนน เนสํ โสตุกมฺยตํ ชเนติ. เตเนว จ สมฺโพธนตฺเถน วจเนน สาธุกสวนมนสิกาเรปิ เต นิโยเชติ. สาธุกสวนมนสิการายตฺตา หิ สาสนสมฺปตฺติ.
อปเรสุ เทวมนุสฺเสสุ วิชฺชมาเนสุ กสฺมา ภิกฺขูเยว อามนฺเตสีติ เจ? เชฏฺฐเสฏฺฐาสนฺนสทาสนฺนิหิตภาชนภาวโต. สพฺพปริสสาธารณา หิ ภควโต ธมฺมเทสนา. ปริสาย จ เชฏฺฐา ภิกฺขู ปฐมุปฺปนฺนตฺตา, เสฏฺฐา อนคาริยภาวํ อาทึ กตฺวา สตฺถุ จริยานุวิธายกตฺตา สกลสาสนปฏิคฺคาหกตฺตา จ, อาสนฺนา ตตฺถ นิสินฺเนสุ สตฺถุสนฺนิกตฺตา, สทาสนฺนิหิตา สตฺถุสนฺติกาวจรตฺตา, ธมฺมเทสนาย จ เต เอว ภาชนํ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปตฺติสพฺภาวโต.
ตตฺถ สิยา – กิมตฺถํ ปน ภควา ธมฺมํ เทเสนฺโต ปฐมํ ภิกฺขู อามนฺเตสิ, น ธมฺมเมว เทเสสีติ? สติชนนตฺถํ. ปริสาย หิ ภิกฺขู อญฺญํ จินฺเตนฺตาปิ วิกฺขิตฺตจิตฺตาปิ ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขนฺตาปิ กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺตาปิ นิสินฺนา โหนฺติ, เต อนามนฺเตตฺวา ธมฺเม เทสิยมาเน ‘‘อยํ เทสนา กึนิทานา กึปจฺจยา กตมาย อตฺถุปฺปตฺติยา เทสิตา’’ติ สลฺลกฺเขตุํ อสกฺโกนฺตา วิกฺเขปํ อาปชฺเชยฺยุํ, ทุคฺคหิตํ วา คเณฺหยฺยุํ. เตน เตสํ สติชนนตฺถํ ภควา ปฐมํ อามนฺเตตฺวา ปจฺฉา ธมฺมํ เทเสติ.
ภทนฺเตติ คารววจนเมตํ, สตฺถุโน ปฏิวจนทานํ วา. อปิเจตฺถ ‘‘ภิกฺขโว’’ติ วทมาโน ภควา เต ภิกฺขู อาลปติ, ‘‘ภทนฺเต’’ติ วทมานา เต ภควนฺตํ ปจฺจาลปนฺติ. ตถา ‘‘ภิกฺขโว’’ติ ภควา อาภาสติ, ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ปจฺจาภาสนฺติ. ‘‘ภิกฺขโว’’ติ ปฏิวจนํ ทาเปติ, ภทนฺเตติ ปฏิวจนํ เทนฺติ. เต ภิกฺขูติ เย ภควา อามนฺเตสิ. ภควโต ปจฺจสฺโสสุนฺติ ภควโต อามนฺตนํ ปฏิอสฺโสสุํ, อภิมุขา หุตฺวา สุณึสุ สมฺปฏิจฺฉึสุ ปฏิคฺคเหสุนฺติ อตฺโถ. ภควา เอตทโวจาติ ภควา เอตํ อิทานิ วตฺตพฺพํ สกลสุตฺตํ อโวจ.
เอตฺตาวตา จ ยํ อายสฺมตา สาริปุตฺเตน กมลกุวลยุชฺชลวิมลสาทุรสสลิลาย โปกฺขรณิยา สุขาวตรณตฺถํ นิมฺมลสิลาตลรจนวิลาสโสปานํ วิปฺปกิณฺณมุตฺตาชาลสทิสวาลิกากิณฺณปณฺฑรภูมิภาคํ ติตฺถํ วิย, สุวิภตฺตภิตฺติวิจิตฺรเวทิกาปริกฺขิตฺตสฺส นกฺขตฺตปถํ ผุสิตุกามตาย วิย, วิชมฺภิตสมุสฺสยสฺส ปาสาทวรสฺส สุขาโรหณตฺถํ ทนฺตมยสณฺหมุทุผลกกญฺจนลตาวินทฺธมณิคณปฺปภาสมุทยุชฺชลโสภํ โสปานํ วิย, สุวณฺณวลยนูปุราทิสงฺฆฏฺฏนสทฺทสมฺมิสฺสิตกถิตหสิตมธุรสฺสรเคหชนวิจริตสฺส อุฬาริสฺสริยวิภวโสภิตสฺส มหาฆรสฺส สุขปฺปเวสนตฺถํ สุวณฺณรชตมณิมุตฺตาปวาฬาทิชุติวิสทวิชฺโชติตสุปฺปติฏฺฐิตวิสาลทฺวารกวาฏํ มหาทฺวารํ วิย อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนสฺส พุทฺธานํ เทสนาญาณคมฺภีรภาวสํสูจกสฺส อิมสฺส สุตฺตสฺส สุขาวคาหณตฺถํ กาลเทสเทสกปริสาปเทสปฏิมณฺฑิตํ นิทานํ ภาสิตํ, ตสฺส อตฺถวณฺณนา สมตฺตา.
สุตฺตนฺเต ปญฺจาติ คณนปริจฺเฉโท. อิมานิ อินฺทฺริยานีติ ปริจฺฉินฺนธมฺมนิทสฺสนํ. อินฺทฺริยฏฺโฐ เหฏฺฐา วุตฺโต.
๑๘๕. อิทานิ อิมํ สุตฺตนฺตํ ทสฺเสตฺวา อิมสฺมึ สุตฺตนฺเต วุตฺตานํ อินฺทฺริยานํ วิสุทฺธิภาวนาวิธานํ ภาวิตตฺตํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิญฺจ ทสฺเสตุกาโม อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานีติอาทิมาห. ตตฺถ วิสุชฺฌนฺตีติ วิสุทฺธึ ปาปุณนฺติ. อสฺสทฺเธติ ตีสุ รตเนสุ สทฺธาวิรหิเต. สทฺเธติ ตีสุ รตเนสุ สทฺธาสมฺปนฺเน. เสวโตติ จิตฺเตน เสวนฺตสฺส. ภชโตติ อุปสงฺกมนฺตสฺส. ปยิรุปาสโตติ สกฺกจฺจํ อุปนิสีทนฺตสฺส. ปสาทนีเย สุตฺตนฺเตติ ปสาทชนเก รตนตฺตยคุณปฏิสํยุตฺเต สุตฺตนฺเต. กุสีเตติ กุจฺฉิเตน อากาเรน สีทนฺตีติ กุสีทา, กุสีทา เอว กุสีตา. เต กุสีเต. สมฺมปฺปธาเนติ จตุกิจฺจสาธกวีริยปฏิสํยุตฺตสุตฺตนฺเต. มุฏฺฐสฺสตีติ นฏฺฐสฺสติเก. สติปฏฺฐาเนติ สติปฏฺฐานาธิการเก สุตฺตนฺเต. ฌานวิโมกฺเขติ จตุตฺถชฺฌานอฏฺฐวิโมกฺขติวิธวิโมกฺขาธิการเก สุตฺตนฺเต. ทุปฺปญฺเญติ นิปฺปญฺเญ, ปญฺญาภาวโต วา ทุฏฺฐา ปญฺญา เอเตสนฺติ ทุปฺปญฺญา. เต ทุปฺปญฺเญ. คมฺภีรญาณจริยนฺติ จตุสจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทิปฏิสํยุตฺเต สุตฺตนฺเต, ญาณกถาสทิเส วา. สุตฺตนฺตกฺขนฺเธติ สุตฺตนฺตโกฏฺฐาเส. อสฺสทฺธิยนฺติอาทีสุ อสฺสทฺธิยนฺติ อสฺสทฺธภาวํ. อสฺสทฺธิเย อาทีนวทสฺสาวี อสฺสทฺธิยํ ปชหนฺโต สทฺธินฺทฺริยํ ภาเวติ, สทฺธินฺทฺริเย อานิสํสทสฺสาวี สทฺธินฺทฺริยํ ภาเวนฺโต อสฺสทฺธิยํ ปชหติ. เอส นโย เสเสสุ. โกสชฺชนฺติ กุสีตภาวํ. ปมาทนฺติ สติวิปฺปวาสํ. อุทฺธจฺจนฺติ อุทฺธตภาวํ, วิกฺเขปนฺติ อตฺโถ. ปหีนตฺตาติ อปฺปนาวเสน ฌานปาริปูริยา ปหีนตฺตา. สุปฺปหีนตฺตาติ วุฏฺฐานคามินิวเสน วิปสฺสนาปาริปูริยา สุฏฺฐุ ปหีนตฺตา. ภาวิตํ โหติ สุภาวิตนฺติ วุตฺตกฺกเมเนว โยเชตพฺพํ. วิปสฺสนาย หิ วิปกฺขวเสน ปหีนตฺตา ‘‘สุปฺปหีนตฺตา’’ติ วตฺตุํ ยุชฺชติ. ตสฺมาเยว จ ‘‘สุภาวิต’’นฺติ, น ตถา ฌาเนน. ยสฺมา ปน ปหาตพฺพานํ ปหาเนน ภาวนาสิทฺธิ, ภาวนาสิทฺธิยา จ ปหาตพฺพานํ ปหานสิทฺธิ โหติ, ตสฺมา ยมกํ กตฺวา นิทฺทิฏฺฐํ.
๑๘๖. ปฏิปฺปสฺสทฺธิวาเร ภาวิตานิ เจว โหนฺติ สุภาวิตานิ จาติ ภาวิตานํเยว สุภาวิตตา. ปฏิปฺปสฺสทฺธานิ จ สุปฺปฏิปฺปสฺสทฺธานิ จาติ ปฏิปฺปสฺสทฺธานํเยว สุปฺปฏิปฺปสฺสทฺธตา วุตฺตา. ผลกฺขเณ มคฺคกิจฺจนิพฺพตฺติวเสน ภาวิตตา ปฏิปฺปสฺสทฺธตา จ เวทิตพฺพา. สมุจฺเฉทวิสุทฺธิโยติ มคฺควิสุทฺธิโยเยว. ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิสุทฺธิโยติ ผลวิสุทฺธิโย เอว.
อิทานิ ตถา วุตฺตวิธานานิ อินฺทฺริยานิ การกปุคฺคลวเสน โยเชตฺวา ทสฺเสตุํ กตินํ ปุคฺคลานนฺติอาทิมาห. ตตฺถ สวเนน พุทฺโธติ สมฺมาสมฺพุทฺธโต ธมฺมกถาสวเนน จตุสจฺจํ พุทฺธวา, ญาตวาติ อตฺโถ. อิทํ ภาวิตินฺทฺริยภาวสฺส การณวจนํ. ภาวนาภิสมยวเสน หิ มคฺคสฺส พุทฺธตฺตา ผลกฺขเณ ภาวิตินฺทฺริโย โหติ. อฏฺฐนฺนมฺปิ อริยานํ ตถาคตสฺส สาวกตฺตา วิเสเสตฺวา อรหตฺตผลฏฺฐเมว ทสฺเสนฺโต ขีณาสโวติ อาห. โสเยว หิ สพฺพกิจฺจนิปฺผตฺติยา ภาวิตินฺทฺริโยติ วุตฺโต. อิตเรปิ ปน ตํตํมคฺคกิจฺจนิปฺผตฺติยา ปริยาเยน ภาวิตินฺทฺริยา เอว. ตสฺมา เอว จ จตูสุ ผลกฺขเณสุ ‘‘ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ เจว โหนฺติ สุภาวิตานิ จา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา ปน เตสํ อุปริมคฺคตฺถาย อินฺทฺริยภาวนา อตฺถิเยว, ตสฺมา เต น นิปฺปริยาเยน ภาวิตินฺทฺริยา. สยํ ภูตฏฺเฐนาติ อนาจริโย หุตฺวา สยเมว อริยาย ชาติยา ภูตฏฺเฐน ชาตฏฺเฐน ภควา. โสปิ หิ ภาวนาสิทฺธิวเสน ผลกฺขเณ สยมฺภู นาม โหติ. เอวํ สยํ ภูตฏฺเฐน ภาวิตินฺทฺริโย. อปฺปเมยฺยฏฺเฐนาติ อนนฺตคุณโยคโต ปมาเณตุํ อสกฺกุเณยฺยฏฺเฐน. ภควา ผลกฺขเณ ภาวนาสิทฺธิโต อปฺปเมยฺโยติ. ตสฺมาเยว ภาวิตินฺทฺริโย.
ปฐมสุตฺตนฺตนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.