๗๑. มหากรุณาญาณนิทฺเทสวณฺณนา
๑๑๗. มหากรุณาญาณนิทฺเทเส พหุเกหิ อากาเรหีติ อิทานิ วุจฺจมาเนหิ เอกูนนวุติยา ปกาเรหิ. ปสฺสนฺตานนฺติ ญาณจกฺขุนา จ พุทฺธจกฺขุนา จ โอโลเกนฺตานํ. โอกฺกมตีติ โอตรติ ปวิสติ. อาทิตฺโตติ ทุกฺขลกฺขณวเสน ปีฬาโยคโต สนฺตาปนฏฺเฐน อาทีปิโต. ‘‘ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺข’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๑๕) วุตฺตตฺตา สพฺพสงฺขตสฺส เจว ทุกฺขลกฺขณวเสน ปีฬิตตฺตา ทุกฺขสฺส จ กรุณาย มูลภูตตฺตา ปฐมํ ทุกฺขลกฺขณวเสน ‘‘อาทิตฺโต’’ติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ราคาทีหิ อาทิตฺตตํ ปน อุปริ วกฺขติ. อถ วา อาทิตฺโตติ ราคาทีหิเยว อาทิตฺโต. อุปริ ปน ‘‘ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ นิพฺพาเปตา’’ติ อตฺถาเปกฺขนวเสน ปุน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. โลกสนฺนิวาโสติ ปญฺจกฺขนฺธา ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโก, ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน สนฺนิวสนฺติ เอตฺถ สตฺตาติ สนฺนิวาโส, โลโกว สนฺนิวาโส โลกสนฺนิวาโส. ทุกฺขิตํ ขนฺธสนฺตานํ อุปาทาย สตฺตโวหารสพฺภาวโต โลกสนฺนิวาสโยคโต สตฺตสมูโหปิ โลกสนฺนิวาโส. โสปิ จ สหขนฺธโกเยว. อุยฺยุตฺโตติ อเนเกสุ กิจฺเจสุ นิจฺจพฺยาปารตาย กตโยโค กตอุสฺสาโห, สตตกิจฺเจสุ สอุสฺสุกฺโกติ อตฺโถ. ฆฏฺฏนยุตฺโตติ วา อุยฺยุตฺโต. ปยาโตติ ปพฺพเตยฺยา นที วิย อนวฏฺฐิตคมเนน มรณาย ยาตุํ อารทฺโธ. กุมฺมคฺคปฺปฏิปนฺโนติ กุจฺฉิตํ มิจฺฉามคฺคํ ปฏิปนฺโน. อุปริ ปน ‘‘วิปถปกฺขนฺโท’’ติ นานาปเทหิ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ.
อุปนียตีติ ชราวเสน มรณาย อุปนียติ หรียติ. ชรา หิ ‘‘อายุโน สํหานี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒) วุตฺตา. อทฺธุโวติ น ถิโร, สทา ตเถว น โหติ. ยสฺมา อทฺธุโว, ตสฺมา อุปนียตีติ ปุริมสฺส การณวจนเมตํ. เอเตน สการณํ ชราทุกฺขํ วุตฺตํ. ตํ ชราทุกฺขํ ทิสฺวา ชราปาริชุญฺญรหิตาปิ วิญฺญู ปพฺพชนฺติ. อตาโณติ ตายิตุํ รกฺขิตุํ สมตฺเถน รหิโต, อนารกฺโขติ วุตฺตํ โหติ. อนภิสฺสโรติ อภิสริตฺวา อภิคนฺตฺวา พฺยาหรเณน อสฺสาเสตุํ สมตฺเถน รหิโต, อสหาโยติ วา อตฺโถ. ยสฺมา อนภิสฺสโร, ตสฺมา อตาโณติ ปุริมสฺส การณวจนเมตํ. เอเตน สการณํ ปิยวิปฺปโยคทุกฺขํ วุตฺตํ. ตํ ปิยวิปฺปโยคทุกฺขํ ทิสฺวา ญาติปาริชุญฺญรหิตาปิ วิญฺญู ปพฺพชนฺติ. อสฺสโกติ สกภณฺฑรหิโต. สพฺพํ ปหาย คมนียนฺติ สกภณฺฑนฺติ สลฺลกฺขิตํ สพฺพํ ปหาย โลเกน คนฺตพฺพํ. ยสฺมา สพฺพํ ปหาย คมนียํ, ตสฺมา อสฺสโกติ ปุริมสฺส การณวจนเมตํ. เอเตน สการณํ มรณทุกฺขํ วุตฺตํ. ตํ ทิสฺวา โภคปาริชุญฺญรหิตาปิ วิญฺญู ปพฺพชนฺติ. อญฺญตฺถ ‘‘กมฺมสฺสกา มาณวสตฺตา’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๘๙) วุตฺตํ, อิธ จ รฏฺฐปาลสุตฺเต จ ‘‘อสฺสโก โลโก’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๐๕) วุตฺตํ, ตํ กถํ ยุชฺชตีติ เจ? ปหาย คมนียํ สนฺธาย ‘‘อสฺสโก’’ติ วุตฺตํ, กมฺมํ ปน น ปหาย คมนียํ. ตสฺมา ‘‘กมฺมสฺสกา’’ติ วุตฺตํ. รฏฺฐปาลสุตฺเตเยว จ เอวเมตํ วุตฺตํ ‘‘ตฺวํ ปน ยถากมฺมํ คมิสฺสสี’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๐๖). อูโนติ ปาริปูริรหิโต. อติตฺโตติ ภิยฺโย ภิยฺโย ปตฺถนายปิ น สุหิโต. อิทํ อูนภาวสฺส การณวจนํ. ตณฺหาทาโสติ ตณฺหาย วเส วตฺตนโต ตณฺหาย ทาสภูโต. อิทํ อติตฺตภาวสฺส การณวจนํ. เอเตน อิจฺฉาโรคาปเทเสน สการณํ พฺยาธิทุกฺขํ วุตฺตํ. ตํ พฺยาธิทุกฺขํ ทิสฺวา พฺยาธิปาริชุญฺญรหิตาปิ วิญฺญู ปพฺพชนฺติ. อตายโนติ ปุตฺตาทีหิปิ ตายนสฺส อภาวโต อตายโน อนารกฺโข, อลพฺภเนยฺยเขโม วา. อเลโณติ อลฺลียิตุํ นิสฺสิตุํ อนรโห อลฺลีนานมฺปิ จ เลณกิจฺจาการโก. อสรโณติ นิสฺสิตานํ น ภยสารโก น ภยวินาสโก. อสรณีภูโตติ ปุเร อุปฺปตฺติยา อตฺตโน อภาเวเนว อสรโณ, อุปฺปตฺติสมกาลเมว อสรณีภูโตติ อตฺโถ.
อุทฺธโตติ สพฺพากุสเลสุ อุทฺธจฺจสฺส อุปฺปชฺชนโต สตฺตสนฺตาเน จ อกุสลุปฺปตฺติพาหุลฺลโต อกุสลสมงฺคีโลโก เตน อุทฺธจฺเจน อุทฺธโต. อวูปสนฺโตติ อวูปสมนลกฺขณสฺส อุทฺธจฺจสฺเสว โยเคน อวูปสนฺโต ภนฺตมิคปฏิภาโค. ‘‘อุปนียติ โลโก’’ติอาทีสุ จตูสุ จ ‘‘อุทฺธโต โลโก’’ติ จ ปญฺจสุ ฐาเนสุ โลโกติ อาคตํ, เสเสสุ โลกสนฺนิวาโสติ. อุภยถาปิ โลโกเยว. สสลฺโลติ ปีฬาชนกตาย อนฺโตตุทนตาย ทุนฺนีหรณียตาย จ สลฺลาติ สงฺขํ คเตหิ ราคาทีหิ สลฺเลหิ สหวตฺตนโก. วิทฺโธติ มิคาทโย กทาจิ ปเรหิ วิทฺธา โหนฺติ, อยํ ปน โลโก นิจฺจํ อตฺตนาว วิทฺโธ. ปุถุสลฺเลหีติ ‘‘สตฺต สลฺลานิ – ราคสลฺลํ, โทสสลฺลํ, โมหสลฺลํ, มานสลฺลํ, ทิฏฺฐิสลฺลํ, กิเลสสลฺลํ, ทุจฺจริตสลฺล’’นฺติ (มหานิ. ๑๗๔) วุตฺเตหิ สตฺตหิ สลฺเลหิ. ตสฺสาติ ตสฺส โลกสนฺนิวาสสฺส. สลฺลานํ อุทฺธตาติ เตสํ สลฺลานํ สตฺตสนฺตานโต อุทฺธริตา ปุคฺคโล. อญฺญตฺร มยาติ มํ ฐเปตฺวา. เยปิ ภควโต สาวกา สลฺลานิ อุทฺธรนฺติ, เตสํ ภควโต วจเนเนว อุทฺธรณโต ภควาว อุทฺธรติ นาม. อวิชฺชนฺธการาวรโณติ อวิชฺชา เอว สภาวทสฺสนจฺฉาทเนน อนฺธํ วิย กโรตีติ อวิชฺชนฺธกาโร, โสว สภาวาวคมนนิวารเณน อาวรณํ เอตสฺสาติ อวิชฺชนฺธการาวรโณ. กิเลสปญฺชรปกฺขิตฺโตติ กิเลสา เอว กุสลคมนสนฺนิรุชฺฌนฏฺเฐน ปญฺชโรติ กิเลสปญฺชโร, อวิชฺชาปภเว กิเลสปญฺชเร ปกฺขิตฺโต ปาติโต. อาโลกํ ทสฺเสตาติ ปญฺญาโลกํ ทสฺสนสีโล, ปญฺญาโลกสฺส ทสฺเสตาติ วา อตฺโถ. อวิชฺชาคโตติ อวิชฺชํ คโต ปวิฏฺโฐ. น เกวลํ อวิชฺชาย อาวรณมตฺตเมว, อถ โข คหนคโต วิย อวิชฺชาโกสสฺส อนฺโต ปวิฏฺโฐติ ปุริมโต วิเสโส. อณฺฑภูโตติอาทโย จ วิเสสาเยว. อณฺฑภูโตติ อณฺเฑ ภูโต นิพฺพตฺโต. ยถา หิ อณฺเฑ นิพฺพตฺตา เอกจฺเจ สตฺตา ‘‘อณฺฑภูตา’’ติ วุจฺจนฺติ, เอวมยํ โลโก อวิชฺชณฺฑโกเส นิพฺพตฺตตฺตา ‘‘อณฺฑภูโต’’ติ วุจฺจติ. ปริโยนทฺโธติ เตน อวิชฺชณฺฑโกเสน สมนฺตโต โอนทฺโธ พทฺโธ เวฐิโต.
ตนฺตากุลกชาโตติ ตนฺตํ วิย อากุลภูโต. ยถา นาม ทุนฺนิกฺขิตฺตํ มูสิกจฺฉินฺนํ เปสการานํ ตนฺตํ ตหึ ตหึ อากุลํ โหติ, อิทํ อคฺคํ อิทํ มูลนฺติ อคฺเคน วา อคฺคํ, มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ ทุกฺกรํ โหติ, เอวเมว สตฺตา ปจฺจยากาเร ขลิตา อากุลา พฺยากุลา โหนฺติ, น สกฺโกนฺติ ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุํ. ตตฺถ ตนฺตํ ปจฺจตฺตปุริสกาเร ฐตฺวา สกฺกาปิ ภเวยฺย อุชุํ กาตุํ, ฐเปตฺวา ปน เทฺว โพธิสตฺเต อญฺโญ สตฺโต อตฺตโน ธมฺมตาย ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. ยถา ปน อากุลํ ตนฺตํ กญฺชิกํ ทตฺวา โกจฺเฉน ปหฏํ ตตฺถ ตตฺถ กุลกชาตํ โหติ คณฺฐิพทฺธํ, เอวมยํ โลโก ปจฺจเยสุ ปกฺขลิตฺวา ปจฺจเย อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตวเสน กุลกชาโต โหติ คณฺฐิพทฺโธ. เย หิ เกจิ ทิฏฺฐิโย นิสฺสิตา, สพฺเพ เต ปจฺจยํ อุชุํ กาตุํ น สกฺโกนฺติเยว. กุลาคณฺฐิกชาโตติ กุลาคณฺฐิกํ วิย ภูโต. กุลาคณฺฐิกํ วุจฺจติ เปสการกญฺชิกสุตฺตํ. ‘‘กุลา นาม สกุณิกา, ตสฺสา กุลาวโก’’ติปิ เอเก. ยถา ตทุภยมฺปิ อากุลํ อคฺเคน วา อคฺคํ, มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ ทุกฺกรนฺติ ปุริมนเยเนว โยเชตพฺพํ. มุญฺชปพฺพชภูโตติ มุญฺชติณํ วิย ปพฺพชติณํ วิย จ ภูโต มุญฺชติณปพฺพชติณสทิโส ชาโต. ยถา ตานิ ติณานิ โกฏฺเฏตฺวา โกฏฺเฏตฺวา กตรชฺชุ ชิณฺณกาเล กตฺถจิ ปติตํ คเหตฺวา เตสํ ติณานํ ‘‘อิทํ อคฺคํ อิทํ มูล’’นฺติ อคฺเคน วา อคฺคํ, มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ ทุกฺกรํ, ตมฺปิ ปจฺจตฺตปุริสกาเร ฐตฺวา สกฺกา ภเวยฺย อุชุํ กาตุํ, ฐเปตฺวา ปน เทฺว โพธิสตฺเต อญฺโญ สตฺโต อตฺตโน ธมฺมตาย ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. เอวมยํ โลโก ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตวเสน คณฺฐิชาโต หุตฺวา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ สํสารํ นาติวตฺตติ.
ตตฺถ อปาโยติ นิรโย ติรจฺฉานโยนิ เปตฺติวิสโย อสุรกาโย. สพฺเพปิ หิ เต วฑฺฒิสงฺขาตสฺส อายสฺส อภาวโต ‘‘อปาโย’’ติ วุจฺจนฺติ. ตถา ทุกฺขสฺส คติภาวโต ทุคฺคติ. สุขสมุสฺสยโต วินิปติตตฺตา วินิปาโต. อิตโร ปน –
‘‘ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ, ธาตุอายตนาน จ;
อพฺโพจฺฉินฺนํ วตฺตมานา, สํสาโรติ ปวุจฺจติ’’.
ตํ สพฺพมฺปิ นาติวตฺตติ นาติกฺกมติ. อถ โข จุติโต ปฏิสนฺธึ, ปฏิสนฺธิโต จุตินฺติ เอวํ ปุนปฺปุนํ จุติปฏิสนฺธิโย คณฺหมาโน ตีสุ ภเวสุ จตูสุ โยนีสุ ปญฺจสุ คตีสุ สตฺตสุ วิญฺญาณฏฺฐิตีสุ นวสุ สตฺตาวาเสสุ มหาสมุทฺเท วาตุกฺขิตฺตนาวา วิย ยนฺตโคโณ วิย จ ปริพฺภมติเยว. อวิชฺชาวิสโทสสลฺลิตฺโตติ อวิชฺชาเยว อกุสลุปฺปาทเนน กุสลชีวิตนาสนโต วิสนฺติ อวิชฺชาวิสํ, ตเทว สนฺตานทูสนโต อวิชฺชาวิสโทโส, เตน อนุสยปริยุฏฺฐานทุจฺจริตภูเตน ภุสํ ลิตฺโต มกฺขิโตติ อวิชฺชาวิสโทสสลฺลิตฺโต. กิเลสกลลีภูโตติ อวิชฺชาทิมูลกา กิเลสา เอว โอสีทนฏฺเฐน กลลํ กทฺทโมติ กิเลสกลลํ, ตทสฺส อตฺถีติ กิเลสกลลี, เอวํภูโต. ราคโทสโมหชฏาชฏิโตติ โลภปฏิฆาวิชฺชาสงฺขาตา ราคโทสโมหา เอว รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ เหฏฺฐุปริยวเสน ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโต สํสิพฺพนฏฺเฐน เวฬุคุมฺพาทีนํ สาขาชาลสงฺขาตา ชฏา วิยาติ ชฏา, ตาย ราคโทสโมหชฏาย ชฏิโต. ยถา นาม เวฬุชฏาทีหิ เวฬุอาทโย, เอวํ ตาย ชฏาย อยํ โลโก ชฏิโต วินทฺโธ สํสิพฺพิโตติ อตฺโถ. ชฏํ วิชเฏตาติ อิมํ เอวํ เตธาตุกํ โลกํ ชเฏตฺวา ฐิตํ ชฏํ วิชเฏตา สํฉินฺทิตา สมฺปทาลยิตา.
ตณฺหาสงฺฆาฏปฏิมุกฺโกติ ตณฺหา เอว อพฺโพจฺฉินฺนํ ปวตฺติโต สงฺฆฏิตฏฺเฐน สงฺฆาโฏติ ตณฺหาสงฺฆาโฏ, ตสฺมึ ตณฺหาสงฺฆาเฏ ปฏิมุกฺโก อนุปวิฏฺโฐ อนฺโตคโตติ ตณฺหาสงฺฆาฏปฏิมุกฺโก. ตณฺหาชาเลน โอตฺถโฏติ ตณฺหา เอว ปุพฺเพ วุตฺตนเยน สํสิพฺพนฏฺเฐน ชาลนฺติ ตณฺหาชาลํ, เตน ตณฺหาชาเลน โอตฺถโฏ สมนฺตโต ฉาทิโต ปลิเวฐิโต. ตณฺหาโสเตน วุยฺหตีติ ตณฺหา เอว สํสาเร อากฑฺฒนฏฺเฐน โสโตติ ตณฺหาโสโต, เตน ตณฺหาโสเตน วุยฺหติ อากฑฺฒียติ. ตณฺหาสญฺโญชเนน สญฺญุตฺโตติ ตณฺหา เอว โลกํ วฏฺฏสฺมึ สํโยชนโต พนฺธนโต สํโยชนนฺติ ตณฺหาสํโยชนํ, เตน ตณฺหาสํโยชเนน สญฺญุตฺโต พทฺโธ. ตณฺหานุสเยน อนุสโฏติ ตณฺหา เอว อนุสยนฏฺเฐน อนุสโยติ ตณฺหานุสโย, เตน ตณฺหานุสเยน อนุสโฏ อนุคโต ถามคโต. ตณฺหาสนฺตาเปน สนฺตปฺปตีติ ตณฺหา เอว ปวตฺติกาเล ผลกาเล จ โลกํ สนฺตาเปตีติ สนฺตาโป, เตน ตณฺหาสนฺตาเปน สนฺตปฺปติ สนฺตาปียติ. ตณฺหาปริฬาเหน ปริฑยฺหตีติ ตณฺหา เอว พลวภูตา ปวตฺติกาเล ผลกาเล จ สมนฺตโต ทหนฏฺเฐน มหาปริฬาโหติ ตณฺหาปริฬาโห, เตน ตณฺหาปริฬาเหน ปริฑยฺหติ สมนฺตโต ฑหียติ. ทิฏฺฐิสงฺฆาฏาทโย อิมินาว นเยน โยเชตพฺพา.
อนุคโตติ อนุปวิฏฺโฐ. อนุสโฏติ อนุธาวิโต. อภิภูโตติ ปีฬิโต. อพฺภาหโตติ อภิอาหโต อภิมุขํ ภุสํ ปหโต. ทุกฺเข ปติฏฺฐิโตติ ทุกฺเข ขนฺธปญฺจเก สุขวิปลฺลาเสน ปติฏฺฐิโต อภินิวิฏฺโฐ.
ตณฺหาย อุฑฺฑิโตติ ตณฺหาย อุลฺลงฺฆิโต. จกฺขุ หิ ตณฺหารชฺชุนา อาวุนิตฺวา รูปนาคทนฺเต อุฑฺฑิตํ, โสตาทีนิ ตณฺหารชฺชุนา อาวุนิตฺวา สทฺทาทินาคทนฺเตสุ อุฑฺฑิตานิ. ตํสมงฺคีโลโกปิ อุฑฺฑิโตเยว นาม. ชราปาการปริกฺขิตฺโตติ อนติกฺกมนียฏฺเฐน ปาการภูตาย ชราย ปริวาริโต. มจฺจุปาเสน ปริกฺขิตฺโตติ ทุมฺโมจนียฏฺเฐน ปาสภูเตน มรเณน พทฺโธ. มหาพนฺธนพทฺโธติ ทฬฺหตฺตา ทุจฺเฉทตฺตา จ มหนฺเตหิ พนฺธเนหิ พทฺโธ. ราคพนฺธเนนาติ ราโค เอว พนฺธติ สํสารโต จลิตุํ น เทตีติ ราคพนฺธนํ. เตน ราคพนฺธเนน. เสเสสุปิ เอเสว นโย. กิเลสพนฺธเนนาติ วุตฺตาวเสเสน กิเลสพนฺธเนน. ทุจฺจริตพนฺธเนนาติ ติวิเธน. สุจริตํ ปน พนฺธนโมกฺขสฺส เหตุภูตํ พนฺธนโมกฺขภูตญฺจ อตฺถิ. ตสฺมา ตํ น คเหตพฺพํ.
พนฺธนํ โมเจตาติ ตสฺส พนฺธนํ โมเจตา. พนฺธนา โมเจตาติปิ ปาโฐ, พนฺธนโต ตํ โมเจตาติ อตฺโถ. มหาสมฺพาธปฺปฏิปนฺโนติ กุสลสญฺจารปีฬเนน มหาสมฺพาธสงฺขาตํ ราคโทสโมหมานทิฏฺฐิกิเลสทุจฺจริตคหนํ ปฏิปนฺโน. โอกาสํ ทสฺเสตาติ โลกิยโลกุตฺตรสมาธิปญฺญาโอกาสํ ทสฺเสตา. มหาปลิโพเธน ปลิพุทฺโธติ มหานิวารเณน นิวุโต. มหาเลเปน วา ลิตฺโต. ปลิโพโธติ จ ราคาทิสตฺตวิโธ เอว. ‘‘ตณฺหาทิฏฺฐิปลิโพโธ’’ติ เอเก. ปลิโพธํ เฉตาติ ตํ ปลิโพธํ ฉินฺทิตา. มหาปปาเตติ ปญฺจคติปปาเต, ชาติชรามรณปปาเต วา. ตํ สพฺพมฺปิ ทุรุตฺตรณฏฺเฐน ปปาโต. ปปาตา อุทฺธตาติ ตมฺหา ปปาตโต อุทฺธริตา. มหากนฺตารปฺปฏิปนฺโนติ ชาติชราพฺยาธิมรณโสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสกนฺตารํ ปฏิปนฺโน. สพฺพมฺปิ ตํ ทุรติกฺกมนฏฺเฐน กนฺตาโร, ตํ กนฺตารํ ตาเรตา. กนฺตารา ตาเรตาติ วา ปาโฐ. มหาสํสารปฺปฏิปนฺโนติ อพฺโพจฺฉินฺนํ ขนฺธสนฺตานํ ปฏิปนฺโน. สํสารา โมเจตาติ สํสารโต โมเจตา. สํสารํ โมเจตาติ วา ปาโฐ. มหาวิทุคฺเคติ สํสารวิทุคฺเค. สํสาโรเยว หิ ทุคฺคมนฏฺเฐน วิทุคฺโค. สมฺปริวตฺตตีติ ภุสํ นิวตฺติตฺวา จรติ. มหาปลิเปติ มหนฺเต กามกทฺทเม. กาโม หิ โอสีทนฏฺเฐน ปลิโป. ปลิปนฺโนติ ลคฺโค. มหาปลิปปลิปนฺโนติปิ ปาโฐ.
อพฺภาหโตติ สพฺโพปทฺทเวหิ อพฺภาหโต. ราคคฺคินาติ ราคาทโยเยว อนุทหนฏฺเฐน อคฺคิ, เตน ราคคฺคินา. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อุนฺนีตโกติ อุคฺคเหตฺวา นีโต, ชาติยา อุคฺคเหตฺวา ชราทิอุปทฺทวาย นีโตติ อตฺโถ. ก-กาโร ปเนตฺถ อนุกมฺปาย ทฏฺฐพฺโพ. หญฺญติ นิจฺจมตาโณติ ปริตฺตายเกน รหิโต สตตํ ปีฬียติ. ปตฺตทณฺโฑติ ราชาทีหิ ลทฺธอาโณ. ตกฺกโรติ โจโร. วชฺชพนฺธนพทฺโธติ ราคาทิวชฺชพนฺธเนหิ พทฺโธ. อาฆาตนปจฺจุปฏฺฐิโตติ มรณธมฺมคณฺฐิกฏฺฐานํ อุเปจฺจ ฐิโต. โกจิ พนฺธนา โมเจตา. โกจิ พนฺธนํ โมเจตาติปิ ปาโฐ. อนาโถติ นตฺถิ เอตสฺส นาโถ อิสฺสโร, สยํ วา น นาโถ น อิสฺสโรติ อนาโถ, อสรโณติ วา อตฺโถ. ปรมกาปญฺญปฺปตฺโตติ ชราทิปฏิพาหเน อปฺปหุตาย อตีว กปณภาวํ ปตฺโต. ตาเยตาติ รกฺขิตา. ตายิตาติ วา ปาโฐ สุนฺทโร. ทุกฺขาภิตุนฺโนติ ชาติทุกฺขาทีหิ อเนเกหิ ทุกฺเขหิ อภิตุนฺโน อติพฺยาธิโต อติกมฺปิโต จ. จิรรตฺตํ ปีฬิโตติ ทุกฺเขเหว ทีฆมทฺธานํ ปีฬิโต ฆฏฺฏิโต. คธิโตติ เคเธน คิทฺโธ, อภิชฺฌากายคนฺเถน วา คนฺถิโต. นิจฺจํ ปิปาสิโตติ ปาตุํ ภุญฺชิตุํ อิจฺฉา ปิปาสา, สา ตณฺหา เอว, ตณฺหาปิปาสาย นิรนฺตรํ ปิปาสิโต.
อนฺโธติ ทสฺสนฏฺเฐน จกฺขูติ สงฺขํ คตาย ปญฺญาย อภาวโต กาโณ. ปญฺญา หิ ธมฺมสภาวํ ปสฺสติ. อจกฺขุโกติ ตํ ปน อนฺธตฺตํ น ปจฺฉา สมฺภูตํ, ปกติยา เอว อวิชฺชมานจกฺขุโกติ ตเมว อนฺธตฺตํ วิเสเสติ. หตเนตฺโตติ นยนฏฺเฐน เนตฺตนฺติ สงฺขํ คตาย ปญฺญาย อภาวโตเยว วินฏฺฐเนตฺตโก. สมวิสมํ ทสฺเสนฺตํ อตฺตภาวํ เนตีติ เนตฺตนฺติ หิ วุตฺตํ. ปญฺญาย สุคติญฺจ อคติญฺจ นยติ. หตเนตฺตตฺตาเยวสฺส เนตุอภาวํ ทสฺเสนฺโต อปริณายโกติ อาห, อวิชฺชมานเนตฺตโกติ อตฺโถ. อญฺโญปิสฺส เนตา น วิชฺชตีติ วุตฺตํ โหติ. วิปถปกฺขนฺโทติ วิปรีโต, วิสโม วา ปโถ วิปโถ, ตํ วิปถํ ปกฺขนฺโท ปวิฏฺโฐ ปฏิปนฺโนติ วิปถปกฺขนฺโท, มิจฺฉาปถสงฺขาตํ มิจฺฉาทิฏฺฐึ ปฏิปนฺโนติ อตฺโถ. อญฺชสาปรทฺโธติ อญฺชเส อุชุมคฺคสฺมึ มชฺฌิมปฏิปทาย อปรทฺโธ วิรทฺโธ. อริยปถํ อาเนตาติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ อุปเนตา ปฏิปาทยิตา. มโหฆปกฺขนฺโทติ ยสฺส สํวิชฺชนฺติ, ตํ วฏฺฏสฺมึ โอหนนฺติ โอสีทาเปนฺตีติ โอฆา, ปกติโอฆโต มหนฺตา โอฆาติ มโหฆา. เต กาโมโฆ ภโวโฆ ทิฏฺโฐโฆ อวิชฺโชโฆติ จตุปฺปเภทา. เต มโหเฆ ปกฺขนฺโท ปวิฏฺโฐติ มโหฆปกฺขนฺโท, สํสารสงฺขาตํ มโหฆํ วา ปกฺขนฺโทติ.
๑๑๘. อิทานิ เอกุตฺตริกนโย. ตตฺถ ทฺวีหิ ทิฏฺฐิคเตหีติ สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐีหิ. ตตฺถ ทิฏฺฐิเยว ทิฏฺฐิคตํ ‘‘คูถคตํ มุตฺตคต’’นฺติอาทีนิ (อ. นิ. ๙.๑๑) วิย. คนฺตพฺพาภาวโต วา ทิฏฺฐิยา คตมตฺตเมเวตนฺติ ทิฏฺฐิคตํ, ทิฏฺฐีสุ คตํ อิทํ ทสฺสนํ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิอนฺโตคธตฺตาติปิ ทิฏฺฐิคตํ. ทฺวาสฏฺฐิเตสฏฺฐิทิฏฺฐิโยปิ หิ สสฺสตทิฏฺฐิ อุจฺเฉททิฏฺฐีติ เทฺวว ทิฏฺฐิโย โหนฺติ. ตสฺมา สงฺเขเปน สพฺพา ทิฏฺฐิโย อนฺโต กโรนฺโต ‘‘ทฺวีหิ ทิฏฺฐิคเตหี’’ติ วุตฺตํ. ปริยุฏฺฐิโตติ ปริยุฏฺฐานํ ปตฺโต สมุทาจารํ ปตฺโต, อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทาเนน กุสลจารสฺส คหณํ ปตฺโตติ อตฺโถ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา – ‘‘ทฺวีหิ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิคเตหิ ปริยุฏฺฐิตา เทวมนุสฺสา โอลียนฺติ เอเก, อติธาวนฺติ เอเก, จกฺขุมนฺโต จ ปสฺสนฺตี’’ติอาทิ (อิติวุ. ๔๙).
ตีหิ ทุจฺจริเตหีติ ติวิธกายทุจฺจริเตน จตุพฺพิธวจีทุจฺจริเตน ติวิธมโนทุจฺจริเตน. วิปฺปฏิปนฺโนติ วิรูปํ ปฏิปนฺโน, มิจฺฉาปฏิปนฺโนติ อตฺโถ. โยเคหิ ยุตฺโตติ วฏฺฏสฺมึ โยเชนฺตีติ โยคา, อีติอตฺเถน วา โยคา, เตหิ โยเคหิ ยุตฺโต สมปฺปิโต. จตุโยคโยชิโตติ กามโยโค, ภวโยโค, ทิฏฺฐิโยโค, อวิชฺชาโยโคติ อิเมหิ จตูหิ โยเคหิ สกฏสฺมึ โยโค วิย วฏฺฏสฺมึ โยชิโต. ปญฺจกามคุณิโก ราโค กามโยโค. รูปารูปภเวสุ ฉนฺทราโค, ฌานนิกนฺติ จ, สสฺสตทิฏฺฐิสหชาโต ราโค ภววเสน ปตฺถนา ภวโยโค. ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย ทิฏฺฐิโยโค. อฏฺฐสุ ฐาเนสุ อญฺญาณํ อวิชฺชาโยโค. เต เอว จตฺตาโร พลวภูตา โอฆา, ทุพฺพลภูตา โยคา.
จตูหิ คนฺเถหีติ ยสฺส สํวิชฺชนฺติ, ตํ จุติปฏิสนฺธิวเสน วฏฺฏสฺมึ คนฺเถนฺติ ฆเฏนฺตีติ คนฺถา. เต อภิชฺฌา กายคนฺโถ, พฺยาปาโท กายคนฺโถ, สีลพฺพตปรามาโส กายคนฺโถ, อิทํสจฺจาภินิเวโส กายคนฺโถติ จตุปฺปเภทา. อภิชฺฌายนฺติ เอตาย, สยํ วา อภิชฺฌายติ, อภิชฺฌายนมตฺตเมว วา เอสาติ อภิชฺฌา, โลโภเยว. นามกายํ คนฺเถติ จุติปฏิสนฺธิวเสน วฏฺฏสฺมึ ฆเฏตีติ กายคนฺโถ. พฺยาปชฺชติ เตน จิตฺตํ ปูติภาวํ คจฺฉติ, พฺยาปาทยติ วา วินยาจารรูปสมฺปตฺติหิตสุขาทีนีติ พฺยาปาโท. อิโต พหิทฺธา สมณพฺราหฺมณานํ สีเลน สุทฺธิ วเตน สุทฺธิ สีลวเตน สุทฺธีติ ปรามสนํ สีลพฺพตปรามาโส. สพฺพญฺญุภาสิตมฺปิ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘สสฺสโต โลโก, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติอาทินา อากาเรน อภินิวิสตีติ อิทํสจฺจาภินิเวโส. เตหิ จตูหิ คนฺเถหิ คนฺถิโต, พทฺโธติ อตฺโถ.
จตูหิ อุปาทาเนหีติ ภุสํ อาทิยนฺติ ทฬฺหคฺคาหํ คณฺหนฺตีติ อุปาทานา. เต กามุปาทานํ ทิฏฺฐุปาทานํ สีลพฺพตุปาทานํ อตฺตวาทุปาทานนฺติ จตุปฺปเภทา. วตฺถุสงฺขาตํ กามํ อุปาทิยตีติ กามุปาทานํ, กาโม จ โส อุปาทานญฺจาติปิ กามุปาทานํ. ทิฏฺฐิ จ สา อุปาทานญฺจาติ ทิฏฺฐุปาทานํ, ทิฏฺฐึ อุปาทิยตีติปิ ทิฏฺฐุปาทานํ. ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๑.๑๔๗) หิ ปุริมทิฏฺฐึ อุตฺตรทิฏฺฐิ อุปาทิยติ. สีลพฺพตํ อุปาทิยตีติ สีลพฺพตุปาทานํ, สีลพฺพตญฺจ ตํ อุปาทานญฺจาติปิ สีลพฺพตุปาทานํ. โคสีลโควตาทีนิ หิ เอวํ วิสุทฺธีติ อภินิเวสโต สยเมว อุปาทานานิ. วทนฺติ เอเตนาติ วาโท, อุปาทิยนฺติ เอเตนาติ อุปาทานํ. กึ วทนฺติ, อุปาทิยนฺติ วา? อตฺตานํ. อตฺตโน วาทุปาทานํ อตฺตวาทุปาทานํ, อตฺตวาทมตฺตเมว วา อตฺตาติ อุปาทิยนฺติ เอเตนาติ อตฺตวาทุปาทานํ. ฐเปตฺวา อิมา เทฺว ทิฏฺฐิโย สพฺพาปิ ทิฏฺฐี ทิฏฺฐุปาทานํ. เตหิ จตูหิ อุปาทาเนหิ. อุปาทียตีติ ภุสํ คณฺหียติ. อุปาทิยตีติ วา ปาโฐ, โลโก อุปาทาเนหิ ตํ ตํ อารมฺมณํ ภุสํ คณฺหาตีติ อตฺโถ.
ปญฺจคติสมารุโฬฺหติ สุกตทุกฺกฏการเณหิ คมฺมติ อุปสงฺกมียตีติ คติ, สโหกาสกา ขนฺธา. นิรโย ติรจฺฉานโยนิ เปตฺติวิสโย มนุสฺสา เทวาติ อิมา ปญฺจ คติโย โวกฺกมนภาเวน ภุสํ อารุโฬฺห. ปญฺจหิ กามคุเณหีติ รูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพสงฺขาเตหิ ปญฺจหิ วตฺถุกามโกฏฺฐาเสหิ. รชฺชตีติ อโยนิโสมนสิการํ ปฏิจฺจ ราคุปฺปาทเนน เตหิ รญฺชียติ, สารตฺโต กรียตีติ อตฺโถ. ปญฺจหิ นีวรเณหีติ จิตฺตํ นีวรนฺติ ปริโยนนฺธนฺตีติ นีวรณา. กามจฺฉนฺทพฺยาปาทถินมิทฺธอุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจวิจิกิจฺฉาสงฺขาเตหิ ปญฺจหิ นีวรเณหิ. โอตฺถโฏติ อุปริโต ปิหิโต.
ฉหิ วิวาทมูเลหีติ ฉหิ วิวาทสฺส มูเลหิ. ยถาห –
‘‘ฉยิมานิ, ภิกฺขเว, วิวาทมูลานิ. กตมานิ ฉ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ โกธโน โหติ อุปนาหี. โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ โกธโน โหติ อุปนาหี. โส สตฺถริปิ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส, ธมฺเมปิ, สงฺเฆปิ, สิกฺขายปิ น ปริปูรการี. โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สตฺถริ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส, ธมฺเมปิ, สงฺเฆปิ, สิกฺขายปิ น ปริปูรการี, โส สงฺเฆ วิวาทํ ชเนติ. โย โหติ วิวาโท พหุชนาหิตาย พหุชนาสุขาย พหุโน ชนสฺส อนตฺถาย อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานํ. เอวรูปํ เจ ตุเมฺห, ภิกฺขเว, วิวาทมูลํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา สมนุปสฺเสยฺยาถ, ตตฺร ตุเมฺห, ภิกฺขเว, ตสฺเสว ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส ปหานาย วายเมยฺยาถ. เอวรูปํ เจ ตุเมฺห, ภิกฺขเว, วิวาทมูลํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา น สมนุปสฺเสยฺยาถ. ตตฺร ตุเมฺห, ภิกฺขเว, ตสฺเสว ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส อายตึ อนวสฺสวาย ปฏิปชฺเชยฺยาถ. เอวเมตสฺส ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส ปหานํ โหติ. เอวเมตสฺส ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส อายตึ อนวสฺสโว โหติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ มกฺขี โหติ ปฬาสี. อิสฺสุกี โหติ มจฺฉรี. สโฐ โหติ มายาวี. ปาปิจฺโฉ โหติ มิจฺฉาทิฏฺฐิ. สนฺทิฏฺฐิปรามาสี โหติ อาธานคฺคาหี ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี. โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สนฺทิฏฺฐิปรามาสี โหติ อาธานคฺคาหี ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี, โส สตฺถริปิ…เป… อายตึ อนวสฺสโว โหตี’’ติ (ปริ. ๒๗๒; อ. นิ. ๖.๓๖).
ตตฺถ โกธโนติ กุชฺฌนลกฺขเณน โกเธน สมนฺนาคโต. อุปนาหีติ เวรอปฺปฏินิสฺสชฺชนลกฺขเณน อุปนาเหน สมนฺนาคโต. อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานนฺติ ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนํ วิวาโท กถํ เทวมนุสฺสานํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตตีติ? โกสมฺพกกฺขนฺธเก (มหาว. ๔๕๑ อาทโย) วิย ทฺวีสุ ภิกฺขูสุ วิวาทํ อาปนฺเนสุ ตสฺมึ วิหาเร เตสํ อนฺเตวาสิกา วิวทนฺติ, เตสํ โอวาทํ คณฺหนฺโต ภิกฺขุนิสงฺโฆ วิวทติ, ตโต เตสํ อุปฏฺฐากาปิ วิวทนฺติ. อถ มนุสฺสานํ อารกฺขเทวตา เทฺว โกฏฺฐาสา โหนฺติ. ธมฺมวาทีนํ อารกฺขเทวตา ธมฺมวาทินิโย โหนฺติ อธมฺมวาทีนํ อธมฺมวาทินิโย. ตโต อารกฺขเทวตานํ มิตฺตา ภุมฺมฏฺฐเทวตา ภิชฺชนฺติ. เอวํ ปรมฺปราย ยาว พฺรหฺมโลกา ฐเปตฺวา อริยสาวเก สพฺเพ เทวมนุสฺสา เทฺว โกฏฺฐาสา โหนฺติ. ธมฺมวาทีหิ ปน อธมฺมวาทิโนว พหุตรา โหนฺติ. ตโต ยํ พหุเกหิ คหิตํ, สพฺพํ ตํ สจฺจนฺติ ธมฺมํ วิสฺสชฺเชตฺวา พหุตราว อธมฺมํ คณฺหนฺติ. เต อธมฺมํ ปุรกฺขตฺวา วิหรนฺตา อปาเยสุ นิพฺพตฺตนฺติ. เอวํ ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนํ วิวาโท เทวมนุสฺสานํ อหิตาย ทุกฺขาย โหติ. อชฺฌตฺตํ วาติ ตุมฺหากํ อพฺภนฺตรปริสาย วา. พหิทฺธา วาติ ปเรสํ ปริสาย วา. มกฺขีติ ปเรสํ คุณมกฺขณลกฺขเณน มกฺเขน สมนฺนาคโต. ปฬาสีติ ยุคคฺคาหลกฺขเณน ปฬาเสน สมนฺนาคโต. อิสฺสุกีติ ปเรสํ สกฺการาทิอิสฺสายนลกฺขณาย อิสฺสาย สมนฺนาคโต. มจฺฉรีติ อาวาสมจฺฉริยาทีหิ ปญฺจหิ มจฺฉริเยหิ สมนฺนาคโต. สโฐติ เกราฏิโก. มายาวีติ กตปาปปฏิจฺฉาทโก. ปาปิจฺโฉติ อสนฺตสมฺภาวนิจฺฉโก ทุสฺสีโล. มิจฺฉาทิฏฺฐีติ นตฺถิกวาที อเหตุกวาที อกิริยวาที. สนฺทิฏฺฐิปรามาสีติ สยํ ทิฏฺฐิเมว ปรามสติ. อาธานคฺคาหีติ ทฬฺหคฺคาหี. ทุปฺปฏินิสฺสคฺคีติ น สกฺกา โหติ คหิตํ วิสฺสชฺชาเปตุํ. ขุทฺทกวตฺถุวิภงฺเค ปน ‘‘ตตฺถ กตมานิ ฉ วิวาทมูลานิ? โกโธ มกฺโข อิสฺสา สาเฐยฺยํ ปาปิจฺฉตา สนฺทิฏฺฐิปรามาสิตา, อิมานิ ฉ วิวาทมูลานี’’ติ (วิภ. ๙๔๔) ปธานวเสน เอเกโกเยว ธมฺโม วุตฺโต.
ฉหิ ตณฺหากาเยหีติ ‘‘รูปตณฺหา, สทฺทตณฺหา, คนฺธตณฺหา, รสตณฺหา, โผฏฺฐพฺพตณฺหา, ธมฺมตณฺหา’’ติ (วิภ. ๙๔๔) วุตฺตาหิ ฉหิ ตณฺหาหิ. ตตฺถ ยสฺมา เอเกกาเยว ตณฺหา อเนกวิสยตฺตา เอเกกสฺมิมฺปิ วิสเย ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติโต อเนกา โหนฺติ, ตสฺมา สมูหฏฺเฐน กายสทฺเทน โยเชตฺวา ตณฺหากายาติ วุตฺตํ. ตณฺหากายาติ วุตฺเตปิ ตณฺหา เอว. รชฺชตีติ สยํ อารมฺมเณ รชฺชติ, สารตฺโต โหติ.
ฉหิ ทิฏฺฐิคเตหีติ สพฺพาสวสุตฺเต วุตฺเตหิ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ –
‘‘ตสฺส เอวํ อโยนิโส มนสิกโรโต ฉนฺนํ ทิฏฺฐีนํ อญฺญตรา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. ‘อตฺถิ เม อตฺตา’ติ วา อสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, ‘นตฺถิ เม อตฺตา’ติ วา อสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, ‘อตฺตนาว อตฺตานํ สญฺชานามี’ติ วา อสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, ‘อตฺตนาว อนตฺตานํ สญฺชานามี’ติ วา อสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, ‘อนตฺตนาว อตฺตานํ สญฺชานามี’ติ วา อสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. อถ วา ปนสฺส เอวํ ทิฏฺฐิ โหติ ‘โย เม อยํ อตฺตา วโท เวเทยฺโย ตตฺร ตตฺร กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากํ ปฏิสํเวเทติ, โส จ โข ปน เม อยํ อตฺตา นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต อวิปริณามธมฺโม สสฺสติสมํ ตเถว ฐสฺสตี’’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๙).
ตตฺถ อตฺถิ เม อตฺตาติ สสฺสตทิฏฺฐิ สพฺพกาเลสุ อตฺตโน อตฺถิตํ คณฺหาติ. สจฺจโต เถตโตติ ภูตโต จ ถิรโต จ, ‘‘อิทํ สจฺจ’’นฺติ สุฏฺฐุ ทฬฺหภาเวนาติ วุตฺตํ โหติ. นตฺถิ เม อตฺตาติ อุจฺเฉททิฏฺฐิ สโต สตฺตสฺส ตตฺถ ตตฺถ วิภวคฺคหณโต. อถ วา ปุริมาปิ ตีสุ กาเลสุ อตฺถีติ คหณโต สสฺสตทิฏฺฐิ, ปจฺจุปฺปนฺนเมว อตฺถีติ คณฺหนฺตี อุจฺเฉททิฏฺฐิ, ปจฺฉิมาปิ อตีตานาคเตสุ นตฺถีติ คหณโต ‘‘ภสฺสนฺตา อาหุติโย’’ติ คหิตทิฏฺฐิคติกานํ วิย อุจฺเฉททิฏฺฐิ. อตีเต เอว นตฺถีติ คณฺหนฺตี อธิจฺจสมุปฺปนฺนกสฺส วิย สสฺสตทิฏฺฐิ. อตฺตนาว อตฺตานํ สญฺชานามีติ สญฺญากฺขนฺธสีเสน ขนฺเธ อตฺตาติ คเหตฺวา สญฺญาย อวเสสกฺขนฺเธ สญฺชานโต อิมินา อตฺตนา อิมํ อตฺตานํ สญฺชานามีติ โหติ. อตฺตนาว อนตฺตานนฺติ สญฺญากฺขนฺธํเยว อตฺตาติ คเหตฺวา, อิตเร จตฺตาโรปิ อนตฺตาติ คเหตฺวา สญฺญาย เต สญฺชานโต เอวํ โหติ. อนตฺตนาว อตฺตานนฺติ สญฺญากฺขนฺธํ อนตฺตาติ คเหตฺวา, อิตเร จตฺตาโรปิ อตฺตาติ คเหตฺวา สญฺญาย เต สญฺชานโต เอวํ โหติ. สพฺพาปิ สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิโยว. วโท เวเทยฺโยติอาทโย ปน สสฺสตทิฏฺฐิยา เอว อภินิเวสาการา. ตตฺถ วทตีติ วโท, วจีกมฺมสฺส การโกติ วุตฺตํ โหติ. เวทยตีติ เวเทยฺโย, ชานาติ อนุภวติ จาติ วุตฺตํ โหติ. กึ เวเทตีติ? ตตฺร ตตฺร กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากํ ปฏิสํเวเทติ. ตตฺร ตตฺราติ เตสุ เตสุ โยนิคติฐิตินิวาสนิกาเยสุ อารมฺมเณสุ วา. นิจฺโจติ อุปฺปาทวยรหิโต. ธุโวติ ถิโร สารภูโต. สสฺสโตติ สพฺพกาลิโก. อวิปริณามธมฺโมติ อตฺตโน ปกติภาวํ อวิชหนธมฺโม, กกณฺฏโก วิย นานปฺปการตํ นาปชฺชติ. สสฺสติสมนฺติ จนฺทสูริยสมุทฺทมหาปถวีปพฺพตา โลกโวหาเรน สสฺสติโยติ วุจฺจนฺติ. สสฺสตีหิ สมํ สสฺสติสมํ. ยาว สสฺสติโย ติฏฺฐนฺติ, ตาว ตเถว ฐสฺสตีติ คณฺหโต เอวํ ทิฏฺฐิ โหติ.
ขุทฺทกวตฺถุวิภงฺเค ปน ‘‘ตตฺร ตตฺร ทีฆรตฺตํ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากํ ปจฺจนุโภติ, น โส ชาโต นาโหสิ, น โส ชาโต น ภวิสฺสติ, นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต อวิปริณามธมฺโมติ วา ปนสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตี’’ติ (วิภ. ๙๔๘) ฉ ทิฏฺฐี เอวํ วิเสเสตฺวา วุตฺตา.
ตตฺถ น โส ชาโต นาโหสีติ โส อตฺตา อชาติธมฺมโต น ชาโต นาม, สทา วิชฺชมาโนเยวาติ อตฺโถ. เตเนว อตีเต นาโหสิ, อนาคเต น ภวิสฺสติ. โย หิ ชาโต, โส อโหสิ. โย จ ชายิสฺสติ, โส ภวิสฺสตีติ วุจฺจติ. อถ วา น โส ชาโต นาโหสีติ โส สทา วิชฺชมานตฺตา อตีเตปิ น ชาตุ น อโหสิ, อนาคเตปิ น ชาตุ น ภวิสฺสติ. อนุสยา วุตฺตตฺถา.
สตฺตหิ สญฺโญชเนหีติ สตฺตกนิปาเต วุตฺเตหิ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ –
‘‘สตฺติมานิ, ภิกฺขเว, สํโยชนานิ. กตมานิ สตฺต? อนุนยสํโยชนํ, ปฏิฆสํโยชนํ, ทิฏฺฐิสํโยชนํ, วิจิกิจฺฉาสํโยชนํ, มานสํโยชนํ, ภวราคสํโยชนํ, อวิชฺชาสํโยชนํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, สตฺต สํโยชนานี’’ติ (อ. นิ. ๗.๘).
ตตฺถ อนุนยสํโยชนนฺติ กามราคสํโยชนํ. สพฺพาเนเวตานิ พนฺธนฏฺเฐน สํโยชนานิ.
สตฺตหิ มาเนหีติ ขุทฺทกวตฺถุวิภงฺเค วุตฺเตหิ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ –
‘‘มาโน, อติมาโน, มานาติมาโน, โอมาโน, อธิมาโน, อสฺมิมาโน, มิจฺฉามาโน’’ติ (วิภ. ๙๕๐).
ตตฺถ มาโนติ เสยฺยาทิวเสน ปุคฺคลํ อนามสิตฺวา ชาติอาทีสุ วตฺถุวเสเนว อุนฺนติ. อติมาโนติ ชาติอาทีหิ ‘‘มยา สทิโส นตฺถี’’ติ อติกฺกมิตฺวา อุนฺนติ. มานาติมาโนติ ‘‘อยํ ปุพฺเพ มยา สทิโส, อิทานิ อหํ เสฏฺโฐ, อยํ หีนตโร’’ติ อุปฺปนฺนมาโน. โอมาโนติ ชาติอาทีหิ อตฺตานํ เหฏฺฐา กตฺวา ปวตฺตมาโน, หีโนหมสฺมีติ มาโนเยว. อธิมาโนติ อนธิคเตเยว จตุสจฺจธมฺเม อธิคโตติ มาโน. อยํ ปน อธิมาโน ปริสุทฺธสีลสฺส กมฺมฏฺฐาเน อปฺปมตฺตสฺส นามรูปํ ววตฺถเปตฺวา ปจฺจยปริคฺคเหน วิติณฺณกงฺขสฺส ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺตสฺส อารทฺธวิปสฺสกสฺส ปุถุชฺชนสฺส อุปฺปชฺชติ, น อญฺเญสํ. อสฺมิมาโนติ รูปาทีสุ ขนฺเธสุ อสฺมีติ มาโน, ‘‘อหํ รูป’’นฺติอาทิวเสน อุปฺปนฺนมาโนติ วุตฺตํ โหติ. มิจฺฉามาโนติ ปาปเกน กมฺมายตนาทินา อุปฺปนฺนมาโน.
โลกธมฺมา วุตฺตตฺถา. สมฺปริวตฺตตีติ โลกธมฺเมหิ เหตุภูเตหิ ลาภาทีสุ จตูสุ อนุโรธวเสน, อลาภาทีสุ จตูสุ ปฏิวิโรธวเสน ภุสํ นิวตฺตติ, ปกติภาวํ ชหาตีติ อตฺโถ. มิจฺฉตฺตาปิ วุตฺตตฺถา. นิยฺยาโตติ คโต ปกฺขนฺโท, อภิภูโตติ อตฺโถ.
อฏฺฐหิ ปุริสโทเสหีติ อฏฺฐกนิปาเต อุปมาหิ สห, ขุทฺทกวตฺถุวิภงฺเค อุปมํ วินา วุตฺเตหิ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ –
‘‘กตเม อฏฺฐ ปุริสโทสา? อิธ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน ‘น สรามิ น สรามี’ติ อสฺสติยาว นิพฺเพเฐติ. อยํ ปฐโม ปุริสโทโส.
‘‘ปุน จปรํ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน โจทกํเยว ปฏิปฺผรติ ‘กึ นุ โข ตุยฺหํ พาลสฺส อพฺยตฺตสฺส ภณิเตน, ตฺวมฺปิ นาม มํ ภณิตพฺพํ มญฺญสี’ติ? อยํ ทุติโย ปุริสโทโส.
‘‘ปุน จปรํ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน โจทกํเยว ปจฺจาโรเปติ ‘ตฺวมฺปิ โขสิ อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโน, ตฺวํ ตาว ปฐมํ ปฏิกโรหี’ติ. อยํ ตติโย ปุริสโทโส.
‘‘ปุน จปรํ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรติ, พหิทฺธา กถํ อปนาเมติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. อยํ จตุตฺโถ ปุริสโทโส.
‘‘ปุน จปรํ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน สงฺฆมชฺเฌ พาหาวิกฺเขปกํ ภณติ. อยํ ปญฺจโม ปุริสโทโส.
‘‘ปุน จปรํ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน อนาทิยิตฺวา สงฺฆํ อนาทิยิตฺวา โจทกํ สาปตฺติโกว เยน กามํ ปกฺกมติ. อยํ ฉฏฺโฐ ปุริสโทโส.
‘‘ปุน จปรํ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน ‘เนวาหํ อาปนฺโนมฺหิ, น ปนาหํ อนาปนฺโนมฺหี’ติ โส ตุณฺหีภูโต สงฺฆํ วิเหเสติ. อยํ สตฺตโม ปุริสโทโส.
‘‘ปุน จปรํ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อาปตฺติยา โจเทนฺติ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ อาปตฺติยา โจทิยมาโน เอวมาห – ‘กึ นุ โข ตุเมฺห อายสฺมนฺโต อติพาฬฺหํ มยิ พฺยาวฏา? อิทานาหํ สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺติสฺสามี’ติ. โส สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺติตฺวา เอวมาห ‘อิทานิ โข ตุเมฺห อายสฺมนฺโต อตฺตมนา โหถา’ติ. อยํ อฏฺฐโม ปุริสโทโส. อิเม อฏฺฐ ปุริสโทสา’’ติ (วิภ. ๙๕๗; อ. นิ. ๘.๑๔).
ตตฺถ ปุริสโทสาติ ปุริสานํ โทสา, เต ปน ปุริสสนฺตานํ ทูเสนฺตีติ โทสา. น สรามิ น สรามีติ ‘‘มยา เอตสฺส กมฺมสฺส กตฏฺฐานํ นสฺสรามิ น สลฺลกฺเขมี’’ติ เอวํ อสฺสติภาเวน นิพฺเพเฐติ โมเจติ. โจทกํเยว ปฏิปฺผรตีติ ปฏิวิรุทฺโธ หุตฺวา ผรติ, ปฏิอาณิภาเวน ติฏฺฐติ. กึ นุ โข ตุยฺหนฺติ ตุยฺหํ พาลสฺส อพฺยตฺตสฺส ภณิเตน นาม กึ, โย ตฺวํ เนว วตฺถุํ, น อาปตฺตึ, น โจทนํ ชานาสีติ ทีเปติ. ตฺวมฺปิ นาม เอวํ กิญฺจิ อชานนฺโต ภณิตพฺพํ มญฺญสีติ อชฺโฌตฺถรติ. ปจฺจาโรเปตีติ ‘‘ตฺวมฺปิ โขสี’’ติอาทีนิ วทนฺโต ปติอาโรเปติ. ปฏิกโรหีติ เทสนาคามินึ เทเสหิ, วุฏฺฐานคามินิโต วุฏฺฐาหิ, ตโต สุทฺธนฺเต ปติฏฺฐิโต อญฺญํ โจเทสฺสสีติ ทีเปติ. อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรตีติ อญฺเญน การเณน, วจเนน วา อญฺญํ การณํ, วจนํ วา ปฏิจฺฉาเทติ. ‘‘อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ วุตฺโต ‘‘โก อาปนฺโน, กึ อาปนฺโน, กิสฺมึ อาปนฺโน, กถํ อาปนฺโน, กํ ภณถ, กึ ภณถา’’ติ ภณติ. ‘‘เอวรูปํ กิญฺจิ ตยา ทิฏฺฐ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘น สุณามี’’ติ โสตํ อุปเนติ. พหิทฺธา กถํ อปนาเมตีติ ‘‘อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘ปาฏลิปุตฺตํ คโตมฺหี’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘น ตว ปาฏลิปุตฺตคมนํ ปุจฺฉามา’’ติ วุตฺเต ตโต ราชคหํ คโตมฺหีติ. ‘‘ราชคหํ วา ยาหิ พฺราหฺมณเคหํ วา, อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ. ‘‘ตตฺถ เม สูกรมํสํ ลทฺธ’’นฺติอาทีนิ วทนฺโต กถํ พหิทฺธา วิกฺขิปติ. โกปนฺติ กุปิตภาวํ, โทสนฺติ ทุฏฺฐภาวํ. อุภยมฺเปตํ โกธสฺเสว นามํ. อปฺปจฺจยนฺติ อสนฺตุฏฺฐาการํ, โทมนสฺสสฺเสตํ นามํ. ปาตุกโรตีติ ทสฺเสติ ปกาเสติ. พาหาวิกฺเขปกํ ภณตีติ พาหํ วิกฺขิปิตฺวา วิกฺขิปิตฺวา อลชฺชิวจนํ วทติ. อนาทิยิตฺวาติ จิตฺตีกาเรน อคฺคเหตฺวา อวชานิตฺวา, อนาทโร หุตฺวาติ อตฺโถ. วิเหเสตีติ วิเหเฐติ พาธติ. อติพาฬฺหนฺติ อติทฬฺหํ อติปฺปมาณํ. มยิ พฺยาวฏาติ มยิ พฺยาปารํ อาปนฺนา. หีนายาวตฺติตฺวาติ หีนสฺส คิหิภาวสฺส อตฺถาย อาวตฺติตฺวา, คิหี หุตฺวาติ อตฺโถ. อตฺตมนา โหถาติ ตุฏฺฐจิตฺตา โหถ, ‘‘มยา ลภิตพฺพํ ลภถ, มยา วสิตพฺพฏฺฐาเน วสถ, ผาสุวิหาโร โว มยา กโต’’ติ อธิปฺปาเยน วทติ. ทุสฺสตีติ ทุฏฺโฐ โหติ.
นวหิ อาฆาตวตฺถูหีติ สตฺเตสุ อุปฺปตฺติวเสเนว กถิตานิ. ยถาห –
‘‘นวยิมานิ, ภิกฺขเว, อาฆาตวตฺถูนิ. กตมานิ นว? ‘อนตฺถํ เม อจรี’ติ อาฆาตํ พนฺธติ, ‘อนตฺถํ เม จรตี’ติ อาฆาตํ พนฺธติ, ‘อนตฺถํ เม จริสฺสตี’ติ อาฆาตํ พนฺธติ, ‘ปิยสฺส เม มนาปสฺส อนตฺถํ อจริ, อนตฺถํ จรติ, อนตฺถํ จริสฺสตี’ติ อาฆาตํ พนฺธติ, ‘อปฺปิยสฺส เม อมนาปสฺส อตฺถํ อจริ, อตฺถํ จรติ, อตฺถํ จริสฺสตี’ติ อาฆาตํ พนฺธติ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, นว อาฆาตวตฺถูนี’’ติ (อ. นิ. ๙.๒๙).
ตตฺถ อาฆาตวตฺถูนีติ อาฆาตการณานิ. อาฆาตนฺติ เจตฺถ โกโป, โสเยว อุปรูปริ โกปสฺส วตฺถุตฺตา อาฆาตวตฺถุ. อาฆาตํ พนฺธตีติ โกปํ พนฺธติ กโรติ อุปฺปาเทติ. ‘‘อตฺถํ เม นาจริ, น จรติ, น จริสฺสติ. ปิยสฺส เม มนาปสฺส อตฺถํ นาจริ, น จรติ, น จริสฺสติ. อปฺปิยสฺส เม อมนาปสฺส อนตฺถํ นาจริ, น จรติ, น จริสฺสตี’’ติ (มหานิ. ๘๕; วิภ. ๙๖๐; ธ. ส. ๑๐๖๖) นิทฺเทเส วุตฺตานิ อปรานิปิ นว อาฆาตวตฺถูนิ อิเมเหว นวหิ สงฺคหิตานิ. อาฆาติโตติ ฆฏฺฏิโต.
นววิธมาเนหีติ กตเม นววิธมานา? เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน, เสยฺยสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน, เสยฺยสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน. สทิสสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน, สทิสสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน, สทิสสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน. หีนสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน, หีนสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโน, หีนสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโน. อิเม นววิธมานา (วิภ. ๙๖๒).
เอตฺถ ปน เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน ราชูนญฺเจว ปพฺพชิตานญฺจ อุปฺปชฺชติ. ราชา หิ ‘‘รฏฺเฐน วา ธเนน วา วาหเนหิ วา โก มยา สทิโส อตฺถี’’ติ เอตํ มานํ กโรติ, ปพฺพชิโตปิ ‘‘สีลธุตงฺคาทีหิ โก มยา สทิโส อตฺถี’’ติ เอตํ มานํ กโรติ.
เสยฺยสฺส สทิโสหมสฺมีติ มาโนปิ เอเตสํเยว อุปฺปชฺชติ. ราชา หิ ‘‘รฏฺเฐน วา ธเนน วา วาหเนหิ วา อญฺญราชูหิ สทฺธึ มยฺหํ กึ นานากรณ’’นฺติ เอตํ มานํ กโรติ, ปพฺพชิโตปิ ‘‘สีลธุตงฺคาทีหิ อญฺเญน ภิกฺขุนา มยฺหํ กึ นานากรณ’’นฺติ เอตํ มานํ กโรติ.
เสยฺยสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโนปิ เอเตสํเยว อุปฺปชฺชติ. ยสฺส หิ รญฺโญ รฏฺฐํ วา ธนํ วา วาหนาทีนิ วา นาติสมฺปนฺนานิ โหนฺติ, โส ‘‘มยฺหํ ราชาติ โวหารสุขมตฺตกเมว, กึ ราชา นาม อห’’นฺติ เอตํ มานํ กโรติ, ปพฺพชิโตปิ อปฺปลาภสกฺกาโร ‘‘อหํ ธมฺมกถิโก พหุสฺสุโต มหาเถโรติ กถามตฺตเมว, กึ ธมฺมกถิโก นามาหํ, กึ พหุสฺสุโต นามาหํ, กึ มหาเถโร นามาหํ, ยสฺส เม ลาภสกฺกาโร นตฺถี’’ติ เอตํ มานํ กโรติ.
สทิสสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มานาทโย อมจฺจาทีนํ อุปฺปชฺชนฺติ. อมจฺโจ วา หิ รฏฺฐิโย วา ‘‘โภคยานวาหนาทีหิ โก มยา สทิโส อญฺโญ ราชปุริโส อตฺถี’’ติ วา, ‘‘มยฺหํ อญฺเญหิ สทฺธึ กึ นานากรณ’’นฺติ วา, ‘‘อมจฺโจติ นามเมว มยฺหํ, ฆาสจฺฉาทนมตฺตมฺปิ เม นตฺถิ, กึ อมจฺโจ นามาห’’นฺติ วา เอตํ มานํ กโรติ.
หีนสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มานาทโย ทาสาทีนํ อุปฺปชฺชนฺติ. ทาโส หิ ‘‘มาติโต วา ปิติโต วา โก มยา สทิโส อญฺโญ ทาโส นาม อตฺถิ, อญฺเญ ชีวิตุํ อสกฺโกนฺตา กุจฺฉิเหตุ ทาสา นาม ชาตา, อหํ ปน ปเวณิอาคตตฺตา เสยฺโย’’ติ วา, ‘‘ปเวณิอาคตภาเวน อุภโตสุทฺธิกทาสตฺเตน อสุกทาเสน นาม สทฺธึ มยฺหํ กึ นานากรณ’’นฺติ วา, ‘‘กุจฺฉิวเสนาหํ ทาสพฺยํ อุปคโต, มาตาปิตุโกฏิยา ปน เม ทาสฏฺฐานํ นตฺถิ, กึ ทาโส นาม อห’’นฺติ วา เอตํ มานํ กโรติ. ยถา จ ทาโส, เอวํ ปุกฺกุสจณฺฑาลาทโยปิ เอตํ มานํ กโรนฺติเยว. เอตฺถ จ เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ อุปฺปนฺนมาโนว ยาถาวมาโน, อิตเร เทฺว อยาถาวมานา. ตถา สทิสสฺส สทิโสหมสฺมีติ หีนสฺส หีโนหมสฺมีติ อุปฺปนฺนมาโนว ยาถาวมาโน, อิตเร เทฺว อยาถาวมานา. ตตฺถ ยาถาวมานา อรหตฺตมคฺควชฺฌา, อยาถาวมานา โสตาปตฺติมคฺควชฺฌาติ.
ตณฺหามูลกา วุตฺตาเยว. รชฺชตีติ น เกวลํ ราเคเนว รชฺชติ, อถ โข ตณฺหามูลกานํ ปริเยสนาทีนมฺปิ สมฺภวโต ตณฺหามูลเกหิ สพฺเพหิ อกุสลธมฺเมหิ รชฺชติ, ยุชฺชติ พชฺฌตีติ อธิปฺปาโย.
ทสหิ กิเลสวตฺถูหีติ กตมานิ ทส กิเลสวตฺถูนิ? โลโภ, โทโส, โมโห, มาโน, ทิฏฺฐิ, วิจิกิจฺฉา, ถินํ, อุทฺธจฺจํ, อหิริกํ, อโนตฺตปฺปนฺติ อิมานิ ทส กิเลสวตฺถูนิ (วิภ. ๙๖๖).
ตตฺถ กิเลสา เอว กิเลสวตฺถูนิ, วสนฺติ วา เอตฺถ อขีณาสวา สตฺตา โลภาทีสุ ปติฏฺฐิตตฺตาติ วตฺถูนิ, กิเลสา จ เต ตปฺปติฏฺฐานํ สตฺตานํ วตฺถูนิ จาติ กิเลสวตฺถูนิ. ยสฺมา เจตฺถ อนนฺตรปจฺจยาทิภาเวน อุปฺปชฺชมานาปิ กิเลสา วสนฺติ เอว นาม, ตสฺมา กิเลสานํ วตฺถูนีติปิ กิเลสวตฺถูนิ. ลุพฺภนฺติ เตน, สยํ วา ลุพฺภติ, ลุพฺภนมตฺตเมว วา ตนฺติ โลโภ. ทุสฺสนฺติ เตน, สยํ วา ทุสฺสติ, ทุสฺสนมตฺตเมว วา ตนฺติ โทโส. มุยฺหนฺติ เตน, สยํ วา มุยฺหติ, มุยฺหนมตฺตเมว วา ตนฺติ โมโห. มญฺญตีติ มาโน. ทิฏฺฐิอาทโย วุตฺตตฺถาว. น หิรียตีติ อหิริโก, ตสฺส ภาโว อหิริกํ. น โอตฺตปฺปตีติ อโนตฺตปฺปี, ตสฺส ภาโว อโนตฺตปฺปํ. เตสุ อหิริกํ กายทุจฺจริตาทีหิ อชิคุจฺฉนลกฺขณํ, อโนตฺตปฺปํ เตเหว อสารชฺชนลกฺขณํ, กิลิสฺสตีติ อุปตาปียติ วิพาธียติ.
ทสหิ อาฆาตวตฺถูหีติ ปุพฺเพ วุตฺเตหิ นวหิ จ ‘‘อฏฺฐาเน วา ปนาฆาโต ชายตี’’ติ (ธ. ส. ๑๐๖๖) วุตฺเตน จาติ ทสหิ. อนตฺถํ เม อจรีติอาทีนิปิ หิ อวิกปฺเปตฺวา ขาณุกณฺฏกาทิมฺหิปิ อฏฺฐาเน อาฆาโต อุปฺปชฺชติ.
ทสหิ อกุสลกมฺมปเถหีติ กตเม ทส อกุสลกมฺมปถา (ที. นิ. ๓.๓๖๐)? ปาณาติปาโต, อทินฺนาทานํ, กาเมสุมิจฺฉาจาโร, มุสาวาโท, ปิสุณา วาจา, ผรุสา วาจา, สมฺผปฺปลาโป, อภิชฺฌา, พฺยาปาโท, มิจฺฉาทิฏฺฐิ. อิเม ทส อกุสลกมฺมปถา. ตตฺถ อกุสลกมฺมานิ จ ตานิ ปถา จ ทุคฺคติยาติ อกุสลกมฺมปถา. สมนฺนาคโตติ สมงฺคีภูโต.
ทสหิ สญฺโญชเนหีติ กตมานิ ทส สํโยชนานิ (ธ. ส. ๑๑๑๘)? กามราคสํโยชนํ, ปฏิฆสํโยชนํ, มานสํโยชนํ, ทิฏฺฐิสํโยชนํ, วิจิกิจฺฉาสํโยชนํ, สีลพฺพตปรามาสสํโยชนํ, ภวราคสํโยชนํ, อิสฺสาสํโยชนํ, มจฺฉริยสํโยชนํ, อวิชฺชาสํโยชนํ, อิมานิ ทส สํโยชนานิ. มิจฺฉตฺตา วุตฺตาเยว.
ทสวตฺถุกาย มิจฺฉาทิฏฺฐิยาติ กตมา ทสวตฺถุกา มิจฺฉาทิฏฺฐิ (วิภ. ๙๗๑)? นตฺถิ ทินฺนํ, นตฺถิ ยิฏฺฐํ, นตฺถิ หุตํ, นตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก, นตฺถิ อยํ โลโก, นตฺถิ ปโร โลโก, นตฺถิ มาตา, นตฺถิ ปิตา, นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา, นตฺถิ โลเก สมณพฺราหฺมณา สมฺมคฺคตา สมฺมาปฏิปนฺนา เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺติ. อยํ ทสวตฺถุกา มิจฺฉาทิฏฺฐิ.
ตตฺถ ทสวตฺถุกาติ ทส วตฺถูนิ เอติสฺสาติ ทสวตฺถุกา. นตฺถิ ทินฺนนฺติ ทินฺนํ นาม อตฺถิ, สกฺกา กสฺสจิ กิญฺจิ ทาตุนฺติ ชานาติ. ทินฺนสฺส ปน ผลํ วิปาโก นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ ยิฏฺฐนฺติ ยิฏฺฐํ วุจฺจติ มหายาโค, ตํ ยชิตุํ สกฺกาติ ชานาติ. ยิฏฺฐสฺส ปน ผลํ วิปาโก นตฺถีติ คณฺหาติ. หุตนฺติ อาหุนปาหุนมงฺคลกิริยา, ตํ กาตุํ สกฺกาติ ชานาติ. ตสฺส ปน ผลํ วิปาโก นตฺถีติ คณฺหาติ. สุกตทุกฺกฏานนฺติ เอตฺถ ทส กุสลกมฺมปถา สุกตกมฺมานิ นาม, ทส อกุสลกมฺมปถา ทุกฺกฏกมฺมานิ นาม. เตสํ อตฺถิภาวํ ชานาติ. ผลํ วิปาโก ปน นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ อยํ โลโกติ ปรโลเก ฐิโต อิมํ โลกํ นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ ปโร โลโกติ อิธโลเก ฐิโต ปรโลกํ นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ มาตา นตฺถิ ปิตาติ มาตาปิตูนํ อตฺถิภาวํ ชานาติ. เตสุ กตปฺปจฺจเยน โกจิ ผลํ วิปาโก นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกาติ จวนกอุปปชฺชนกสตฺตา นตฺถีติ คณฺหาติ. สมฺมคฺคตา สมฺมาปฏิปนฺนาติ อนุโลมปฏิปทํ ปฏิปนฺนา ธมฺมิกสมณพฺราหฺมณา โลกสฺมึ นตฺถีติ คณฺหาติ. เย อิมญฺจ โลกํ…เป… ปเวเทนฺตีติ อิมญฺจ ปรญฺจ โลกํ อตฺตนาว อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณน ญตฺวา ปเวทนสมตฺโถ สพฺพญฺญู พุทฺโธ นตฺถีติ คณฺหาติ.
อนฺตคฺคาหิกาย ทิฏฺฐิยาติ ‘‘สสฺสโต โลโก’’ติอาทิกํ เอเกกํ อนฺตํ ภาคํ คณฺหาตีติ อนฺตคฺคาหิกา. อถ วา อนฺตสฺส คาโห อนฺตคฺคาโห, อนฺตคฺคาโห อสฺสา อตฺถีติ อนฺตคฺคาหิกา. ตาย อนฺตคฺคาหิกาย. สา ปน วุตฺตาเยว.
อฏฺฐสตตณฺหาปปญฺจสเตหีติ อฏฺฐุตฺตรํ สตํ อฏฺฐสตํ. สํสาเร ปปญฺเจติ จิรํ วสาเปตีติ ปปญฺโจ, ตณฺหา เอว ปปญฺโจ ตณฺหาปปญฺโจ, อารมฺมณเภเทน ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติวเสน จ ตณฺหานํ พหุกตฺตา พหุวจนํ กตฺวา ตณฺหาปปญฺจานํ สตํ ตณฺหาปปญฺจสตํ. เตน ‘‘ตณฺหาปปญฺจสเตนา’’ติ วตฺตพฺเพ วจนวิปลฺลาสวเสน ‘‘ตณฺหาปปญฺจสเตหี’’ติ พหุวจนนิทฺเทโส กโต. อฏฺฐสตนฺติ สงฺขาเตน ตณฺหาปปญฺจสเตนาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อฏฺฐ อพฺโพหาริกานิ กตฺวา สตเมว คหิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ขุทฺทกวตฺถุวิภงฺเค ปน ตณฺหาวิจริตานีติ อาคตํ. ยถาห –
‘‘อฏฺฐารส ตณฺหาวิจริตานิ อชฺฌตฺติกสฺส อุปาทาย, อฏฺฐารส ตณฺหาวิจริตานิ พาหิรสฺส อุปาทาย, ตเทกชฺฌํ อภิสญฺญุหิตฺวา อภิสงฺขิปิตฺวา ฉตฺตึส ตณฺหาวิจริตานิ โหนฺติ. อิติ อตีตานิ ฉตฺตึส ตณฺหาวิจริตานิ, อนาคตานิ ฉตฺตึส ตณฺหาวิจริตานิ, ปจฺจุปฺปนฺนานิ ฉตฺตึส ตณฺหาวิจริตานิ ตเทกชฺฌํ อภิสญฺญุหิตฺวา อภิสงฺขิปิตฺวา อฏฺฐตณฺหาวิจริตสตํ โหตี’’ติ (วิภ. ๘๔๒).
ตณฺหาปปญฺจาเยว ปเนตฺถ ตณฺหาวิจริตานีติ วุตฺตา. ตณฺหาสมุทาจารา ตณฺหาปวตฺติโยติ อตฺโถ. อชฺฌตฺติกสฺส อุปาทายาติ อชฺฌตฺติกํ ขนฺธปญฺจกํ อุปาทาย. อิทญฺหิ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ. วิตฺถาโร ปนสฺส ตสฺส นิทฺเทเส (วิภ. ๙๗๓) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อยํ ปน อปโร นโย – รูปารมฺมณาเยว กามตณฺหา, ภวตณฺหา, วิภวตณฺหาติ ติสฺโส ตณฺหา โหนฺติ, ตถา สทฺทาทิอารมฺมณาติ ฉสุ อารมฺมเณสุ อฏฺฐารส ตณฺหา โหนฺติ, อชฺฌตฺตารมฺมณา อฏฺฐารส, พหิทฺธารมฺมณา อฏฺฐารสาติ ฉตฺตึส โหนฺติ. ตา เอว อตีตารมฺมณา ฉตฺตึส, อนาคตารมฺมณา ฉตฺตึส, ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา ฉตฺตึสาติ อฏฺฐตณฺหาวิจริตสตํ โหติ. ปปญฺจิโตติ อารมฺมเณ, สํสาเร วา ปปญฺจิโต จิรวาสิโต.
ทฺวาสฏฺฐิยา ทิฏฺฐิคเตหีติ ‘‘กตมานิ ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตานิ พฺรหฺมชาเล เวยฺยากรเณ วุตฺตานิ ภควตา? จตฺตาโร สสฺสตวาทา, จตฺตาโร เอกจฺจสสฺสตวาทา, จตฺตาโร อนฺตานนฺติกา, จตฺตาโร อมราวิกฺเขปิกา, เทฺว อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกา, โสฬส สญฺญีวาทา, อฏฺฐ อสญฺญีวาทา, อฏฺฐ เนวสญฺญีนาสญฺญีวาทา, สตฺต อุจฺเฉทวาทา, ปญฺจ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทาติ อิมานิ ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตานิ พฺรหฺมชาเล เวยฺยากรเณ วุตฺตานิ ภควตา’’ติ (วิภ. ๙๗๗). วิตฺถาโร ปเนตฺถ พฺรหฺมชาลสุตฺเต วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
อหญฺจมฺหิ ติณฺโณติ อหญฺจ จตุโรฆํ, สํสารสมุทฺทํ วา ติณฺโณ อมฺหิ ภวามิ. มุตฺโตติ ราคาทิพนฺธเนหิ มุตฺโต. ทนฺโตติ นิพฺพิเสวโน นิปฺปริปฺผนฺโท. สนฺโตติ สีตีภูโต. อสฺสตฺโถติ นิพฺพานทสฺสเน ลทฺธสฺสาโส. ปรินิพฺพุโตติ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต. ปโหมีติ สมตฺโถมฺหิ. โขอิติ เอกํสตฺเถ นิปาโต. ปเร จ ปรินิพฺพาเปตุนฺติ เอตฺถ ปเร จ-สทฺโท ‘‘ปเร จ ตาเรตุ’’นฺติอาทีหิปิ โยเชตพฺโพติ.
มหากรุณาญาณนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.